<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด10รายชื่อชิงเก้าอี้ป.ป.ช.ของ’พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า จากกรณีตำแหน่งคณะกรรมการป.ป.ช.ว่างลง 1 ตำแหน่ง เนื่องด้วย พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง เนื่องจากจะมีอายุครบ 70 ปี ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ดังนั้น เมื่อมีกรณีที่ต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการป.ป.ช. ตามมาตรา 9 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย 1.ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการ 2.ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ 3.ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นกรรมการ และ4.บุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มิใช่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยให้เลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหา และให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ล่าสุด สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภารายงานว่า ภายหลังปิดการรับสมัคร ผู้เข้ารับการสรรหา มีผู้สมัครรวมจำนวนทั้งสิ้น 10 คน ดังนี้ &amp;nbsp;1.นายสมบัติ ธรธรรม อายุ 66 ปี ทนายความและที่ปรึกษากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 2.นายศิริชัย ศิริกุล อายุ 63 ปี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาตลิ่งชัน สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 3.ว่าที่ร้อยตรี อํานวย อุปถัมภ์ อายุ 57 ปี ทนายความอิสระและหัวหน้าสํานักกฎหมายอุปถัมภ์และธุรกิจ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 4. นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อายุ 65 ปี อธิบดีอัยการ สํานักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 4 สํานักงานอัยการสูงสุด สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 5.ศาสตราจารย์อารยะ ปรีชาเมตตา อายุ 62 ปี ศาสตราจารย์สาขาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 6.นายวิฑูลรย์ ศิริวิโรจน์ อายุ 56 ปี ทนายความและอดีตกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 7.นายจาตุรงค์ สรนุวัตร อายุ 63 ปี ผู้พิพากษาศาลฎีกา สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 8.นายสมศักดิ์ วรวิจักษณ์ อายุ 60 ปี ทนายความและกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 9.พล.อ.ประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ อายุ 59 ปี เจ้ากรมพระธรรมนูญ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 และ 10.นายประหยัด เสนวิรัช อายุ 63 ปี ทนายความ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สําหรับขั้นตอนจากนี้ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งทําหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา จะส่งรายชื่อผู้สมัครไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามมาตรา 9 มาตรา 10 และตรวจสอบลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 11 พ.ร.ป.ป.ป.ช. เมื่อได้รับผลการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการสรรหาจะพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครเข้ารับการสรรหา จากนั้น จะเชิญผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามมาสัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็น ในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ สามารถส่งข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้สมัครฯ มายังคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ที่ ตู้ปณ. 45 ปณฝ.รัฐสภา กรุงเทพฯ 10305 และ ทางเว็บไซต์ www.senate.go.th ภายในวันอังคารที่ 5 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5e4f8b64b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นยปส.11&#039;เข้าปฎิบัติธรรมใช้ชีวิตให้สตรองต้องครองด้วยสติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.63-พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการบริหารจัดการหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 11 พร้อมนายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะกรรมการกํากับหลักสูตรฯ และคณะทำงานสถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ นำคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร นยปส.11 ทำกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมโมลี ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 13-14 ก.พ.63 โดยมีนายวรวิทย์ เจนธนากุล ประธานรุ่น นยปส.11 และผู้เข้ารับการอบรม เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สถาพรกล่าวว่า สำหรับกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม เป็นการนําหลักธรรมในพระพุทธศาสนา หรือการจัดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมาฝึกฝนจิตใจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในการนําหลักธรรมหลักการใช้คุณธรรม จริยธรรมมาประยุกต์ใช้ในการทํางานและชีวิตประจําวัน ช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจตนเอง มีจิตใจ เกื้อกูล เกิดสมาธิ สติ ปัญญา สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ตนเองกับสังคม และสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดทัศนคติที่ดีในการอยู่ร่วมกันและเกิดประโยชน์ต่อสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางผู้เข้ารับการอบรมได้ทำกิจกรรมรับศีลและรับฟังการแสดงธรรม เรื่อง ใช้ชีวิตให้สตรองต้องครองด้วยสติ โดยพระราชปัญญารังสี เจ้าอาวาสวัดชิโนรสารามวรวหิาร เจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังได้ปฏิบัติพระกรรมฐาน เดินจงกรม และทำวัตรเย็นด้วย และในวันที่ 14 ก.พ.63 ผู้เข้ารับการอบรมได้รับฟังการแสดงธรรม เรื่อง การบริหารงานตามแนวพุทธธรรม โดยพระครูศรีภาวนานุศาสก์ และฝึกปฏิบัติพระกรรมฐาน เดินจงกรมรอบบริเวณศูนย์ปฏิบัติธรรมในช่วงเช้ามืดด้วย&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57199</URL_LINK>
                <HASHTAG>นยปส.1, ป.ป.ช., พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e46621b26296.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โห่ลั่นยื้อนาฬิกาป้อม ปปช.อ้างป่วยเลื่อนสรุป/ประวิตรเมินกระแสโจมตี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.ป.ช.ดิ้นอีกเฮือก ยื้อสรุป &amp;quot;นาฬิกาป้อม&amp;quot; หาทางลงไม่ได้ส่งเลขาฯ แจง อ้าง &amp;quot;บิ๊กหลาว&amp;quot; ป่วย เลื่อนถกอีกวัน เจอสื่อโห่ลั่น &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ปฏิเสธลูกเดียว ไม่รู้เจ้าสัวคอมลิงค์ซื้อจากใคร แค่เอามาให้ยืมใส่ เมินสังคมโจมตี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ประชุมและพิจารณาวาระต่างๆ โดยเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึงบัดนี้ (เวลา 18.22 น.) แต่ยังไม่ถึงวาระพิจารณาเรื่องการถือครองนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีกรรมการ ป.ป.ช. 1 คนป่วยคือ &amp;nbsp;พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จึงขอเลื่อนการพิจารณาวาระดังกล่าวไปเป็นวันที่ 27 ธ.ค. เวลา 09.00 น. โดยจะพิจารณาวาระนี้วาระเดียว และ พล.ต.อ.สถาพรจะเข้าร่วมประชุมแน่นอน ซึ่งคาดว่าหลังจากนั้นจะแถลงให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องซีเรียลนัมเบอร์ที่ขอข้อมูลจากต่างประเทศ แล้วได้เพียง 10 เรือน จาก 22 เรือน จริงหรือไม่ นายวรวิทย์กล่าวว่า ขอให้รอข้อเท็จจริงในวันที่ 27 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ขอถอนตัว จะทำให้กรรมการเหลือเพียง 8 คน หากลงมติแล้วเสียงเท่ากันจะตัดสินใจอย่างไร นายวรวิทย์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เป็นไปตามระเบียบ ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวว่า ป.ป.ช.จะตีตกคดีดังกล่าวข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น นายวรวิทย์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพียงแต่บอกว่าให้รอมติที่ประชุมในวันที่ 27 ธ.ค.ทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการแถลงข่าวครั้งนี้ มีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอรายงานผลการประชุมในเรื่องดังกล่าว หลังจากสำนักสื่อสารองค์กร สำนักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งให้สื่อมวลชนทราบในกรุ๊ปไลน์สื่อมวลชน ป.ป.ช.ในช่วงเช้าว่า จะมีการแถลงความคืบหน้าเรื่องนาฬิกาในเวลา 18.00 น. แต่ปรากฏว่าการแถลงข่าวต้องล่าช้าออกไปเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่นายวรวิทย์จะเดินลงมากล่าวสั้นๆ ว่าที่ประชุมยังพิจารณาไม่ถึงวาระดังกล่าว และเลื่อนการพิจารณาไปเป็นวาระแรกในการประชุมวันที่ 27 ธ.ค. ทำให้ผู้สื่อข่าวที่มาปักหลักรอพร้อมใจกันโห่ เนื่องจากผิดหวังกับการยื้อเวลาในการสรุปประเด็นนี้ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จนนายวรวิทย์มีสีหน้าเจื่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้แจ้งสื่อมวลชนว่า เวลา 12.00 น. ของวันที่ 27 ธ.ค. เลขาธิการ ป.ป.ช.จะแถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในประเด็นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ก่อนการแถลงพบว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้เดินทางมาติดตามผลกการแถลง แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไป ให้เพียงแต่สื่อมวลชนที่มารายงานข่าวเข้าไปฟังการแถลงเท่านั้น ทำให้นายเอกชัยแสดงความไม่พอใจ และกล่าวว่า หากผลไม่เป็นอย่างที่คิดไว้จะเดินหน้าฟ้องศาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตรได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงเช้า เกี่ยวกับการรับมือต่อกระแสโจมตีกรณี ป.ป.ช.เตรียมแถลงผลการทำงานของคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีการครอบครองนาฬิกาหรูว่า แล้วแต่เขา จะมาโจมตีอะไรตน เรื่องจริงก็ต้องเป็นเรื่องจริง จะมาโจมตีประเด็นอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเป็นไปได้ที่ ป.ป.ช.จะมีการขยายเวลาให้กับคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง หรือตีตก เนื่องจาก ไม่สามารถหาบุคคลเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง หรือใครเป็นผู้ซื้อนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. เจ้าของนาฬิกาก็ได้คืนไปทั้งหมดแล้ว เราก็เอามาคนเดียว ไม่เห็นมีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า อาจมีการตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช.ช่วยท่านให้หลุดจากเรื่องนาฬิกา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะช่วยอย่างไร ของคนคนเดียว เมื่อถามย้ำว่า จากการขอข้อมูลไปยังบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ ไม่สามารถหาเจ้าของได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ของใครก็ไม่รู้ ใครเป็นเจ้าของก็ไม่ทราบ ก็ซื้อต่อๆ กันมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าของสุดท้ายคือนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ หรือ &amp;ldquo;เจ้าสัวคอมลิงค์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเพื่อนกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาซื้อที่ไหน ซื้อมาอย่างไร ไม่มีใครรู้ ก็เอามาให้ตนยืมใส่ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเขาซื้อต่อมาจากใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร ผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมถ่ายภาพหมู่กับคณะรัฐมนตรีใหม่ หรือ ครม.ประยุทธ์ 5 บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเช้า ซึ่งมีแสงแดดจ้า ทำให้ พล.อ.ประวิตรต้องยกมือบังหน้าป้องกันแดด ช่างภาพจึงจับภาพเห็นแหวนและนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้มีการตรวจสอบแหวนและนาฬิกาดังกล่าว พบว่ามีราคาสูงเท่าไหร่ โดยเฉพาะนาฬิกาข้อมือยี่ห้อริชาร์ด มิลล์ ที่มีราคาสูงถึงหลักล้านบาท จึงมีการนำไปตรวจสอบเอกสารยื่นบัญชีทรัพย์สินคณะรัฐมนตรีที่ต้องยืนต่อ ป.ป.ช. ของ พล.อ.ประวิตร แต่กลับไม่พบแหวนเพชรและนาฬิกาหรูอยู่ในบัญชีทรัพย์สินตามที่แจ้งเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณี พล.อ.ประวิตร กรณีนาฬิกาหรูและแหวนเพชร ทาง ป.ป.ช.จึงได้มีมติส่งหนังสือถึง พล.อ.ประวิตรให้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน จากนั้นช่วงต้นปีที่ผ่านมา ป.ป.ช.แจ้งว่า พล.อ.ประวิตร ได้ทำหนังสือชี้แจงประเด็นที่มาของนาฬิกาหรูแล้ว โดยบอกนาฬิกาที่ถูกกล่าวอ้างเป็นของบุคคลที่สาม รวมทั้งป.ป.ช.ทำหนังสือถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง 4 คนเพื่อมาให้ข้อมูล พร้อมทำหนังสือถึง พล.อ.ประวิตรเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งสื่อโซเชียลได้เผยแพร่ภาพนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตรที่ใส่ไปออกงานต่างๆ ตั้งแต่ปี 2557 พบมีจำนวนทั้งหมด 25 เรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางเลขาธิการ ป.ป.ช.มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.วิเคราะห์ว่า พล.อ.ประวิตรเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 103 ของพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. กรณีการให้หรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาทหรือไม่ จากนั้นก็มีการขยายเวลาการตรวจสอบออกไปเรื่อยๆ ด้วยอ้างเหตุผลต่างๆ อาทิ การทำหนังสือขอเลขซีเรียลนัมเบอร์นาฬิกากับบริษัทแม่ในต่างประเทศเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของที่แท้จริง ในช่วงนั้นพล.อ.ประวิตรก็ออกมายืนยันว่านาฬิกาไม่ใช่ของตัวเองเป็นของเพื่อนที่ให้ยืมมาใส่และคืนไปหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่ง ป.ป.ช.ตรวจสอบสำนวนต่างๆ และมีรายงานว่าจะนำเข้าเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 26 ธ.ค.2561 สุดท้ายก็ยังไม่มีการพิจารณา และนำเรื่องเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาอีกครั้งวันที่ 27 พ.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25177</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c238d38db68f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
