<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัก โลภ หลง&#039; ภัยหลอกหลวงบนโลกเสมือนจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2564 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์&amp;nbsp;ufa888goal ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น พบว่าการสร้างความสัมพันธ์ หลอกลวงเหยื่อในลักษณะฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่นให้เกิดความรัก มีทั้งหลอกรักออนไลน์ ,หลอกรักชวนลงทุน &amp;nbsp;และการข่มขู่กรรโชกทางเพศ &amp;nbsp;ซึ่งมักใช้วิธีการนำภาพผู้อื่นมาสร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ด้วยข้อมูลเท็จ ทำทีเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ หลอกล่อด้วยวิธีการต่าง ๆ มากมาย ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินเงินทอง ไปจนถึงความรัก จนเหยื่อยอมมอบทรัพย์สินให้ หรือยอมถ่ายคลิปลับของตนส่งไปให้คนร้าย และท้ายที่สุดคนร้ายก็จะตัดขาดการติดต่อจากผู้เสียหาย หรือนำคลิปลับมาข่มขู่เรียกเอาเงินจากผู้เสียหาย &amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวและจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ปรากฏว่ายังมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากยังคงตกเป็นเหยื่ออยู่ ไม่ว่าจะเป็น วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอมาย้ำเตือนพี่น้องประชาชนให้รู้เท่าทันถึงการฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลัก ดังนี้ 1. &amp;ldquo;หลอกให้เกิดความรัก&amp;rdquo; ใช้ภาพของบุคคลที่น่าตาดี หล่อ สวย สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูน่าเชื่อถือ จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว หลอกให้เกิดความรัก ขอทรัพย์สินเป็นของขวัญ หรืออ้างว่าตนเองหรือบุคคลในครอบครัวต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีเงินเพียงพอ จนเหยื่อหลงเชื่อมอบทรัพย์สินให้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;หลอกให้เกิดความโลภ&amp;rdquo; ใช้ภาพของบุคคลที่น่าเชื่อถือ สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูเหมือนเป็นนักลงทุน มีทรัพย์สินจำนวนมาก จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ หลอกให้เกิดความโลภ อ้างว่ามีช่องทางการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูง โดยใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ลงทุนปลอม หลอกให้เหยื่อสมัครลงทุนที่ไม่มีอยู่จริง หรือได้รับสัมปทานจากรัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะคนรู้จักเท่านั้น ไม่เปิดเผยต่อคนภายนอก หรืออ้างว่ามีทรัพย์สินของตนจำนวนมาก ติดอยู่ที่ศุลกากร จำเป็นต้องจ่ายภาษี จึงขอให้ผู้เสียหายชำระเงินภาษีให้ โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาไม่มีอยู่จริง จนทำให้เหยื่อหลงเชื่อมอบทรัพย์สินให้คนร้าย&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;ldquo;หลอกให้เกิดความหลง&amp;rdquo; คล้ายคลึงกับการหลอกรัก คือ การใช้ภาพของคนที่หน้าตาดี รูปร่างดี หลอกล่อชักชวนเหยื่อในประเด็นทางเพศ เช่น การส่งรูปหรือคลิปขณะช่วยตัวเอง ซึ่งอ้างว่าเป็นของตน ไปให้กับเหยื่อ และหลอกให้เหยื่อส่งรูปหรือคลิปลับกลับมาให้กับคนร้าย หรือการขอให้เปิดกล้องวีดิโอคอล และหลอกให้เหยื่อถอดเสื้อผ้า จากนั้นคนร้ายจะบันทึกรูปและคลิปของเหยื่อ&amp;nbsp;


save168 มาข่มขู่เหยื่อว่าหากไม่ยอมมอบทรัพย์สินหรือถ่ายคลิปส่งมาให้อีก จะนำคลิปทั้งหมดไปปล่อยในเว็บไซต์ จนเหยื่อเกิดความกลัว ยอมมอบทรัพย์สินหรือถ่ายคลิปเพิ่มเติมให้คนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนตัวผู้กระทำความผิด&amp;nbsp;


bnk789 ที่ได้มีการแอบอ้างนำภาพของบุคคลอื่นมาใช้ ในการฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น จะมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์ของคนร้าย&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อ โอนเงิน ถ่ายคลิปลับ มอบสิ่งของ กับบุคคลในโลกออนไลน์ โดยที่ไม่เคยรู้จักหรือพบตัวจริงของบุคคลดังกล่าว หรือมีพฤติกรรมดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะอาจตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120284</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9933e4e3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2025 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. สั่งทุกกองบังคับการ ตั้งคณะพนักงานสืบสวนคดีใช้โซเชียลเป็นช่องทางทำผิด กำชับสอบปากคำผู้เสียหายทุกกรณี</HEADLINE>
                <CONTENT>



ฟุตบอลออนไลน์ สมัครง่าย







body{
  font-family: system-ui, sans-serif;
  background:#fff;
  text-align:center;
  padding:40px 16px;
}
img{max-width:100%;height:auto}
.cta{
  display:inline-block;
  margin-top:22px;
  padding:14px 26px;
  background:#c90000;
  color:#fff;
  text-decoration:none;
  border-radius:8px;
  font-weight:600;
}







  
    
  




ทั้งตลาดเริ่มพูดถึงลุงแป๊ะ
จากคนรับจ้างรายวัน กลับมีเงินใช้ทุกสัปดาห์


&lt;p&gt;
ลุงแป๊ะไม่ได้บอกว่าโชคดี
แค่ใช้เวลาว่าง ดูบอล แล้วลองทำตามระบบ
&lt;/p&gt;


สมัครง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐาน
เริ่มจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่คนธรรมดาก็ทำได้



สมัครเล่นตอนนี้


&lt;p style=&quot;font-size:12px;margin-top:20px;color:#777&quot;&gt;
ระบบกำลังพาไปยังหน้าสมัคร…
&lt;/p&gt;


</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120103</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพนัน, ตู้สล็อต, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, สล็อตเว็บตรง, แทงบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d400cbf87e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถือฤกษ์วันตำรวจ‘บิ๊กปั๊ด’เปิดแอป’แทนใจ’ดูแลสวัสดิการตร.ทั่วปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;17 ต.ค.64- ตั้งแต่ช่วงเช้า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นประธานจัดกิจกรรมงานวันตำรวจ ประจำปี 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 17 ต.ค.2564 โดยมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิธีสงฆ์ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการตำรวจ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;จากนั้นพล.ต.อ.สุวัฒน์เป็นประธานในพิธีเปิดตัวแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;แทนใจ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการนำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ โดยจัดทำขึ้นจากแนวความคิดของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ที่ต้องการเปลี่ยนระบบด้านสวัสดิการและฐานข้อมูลกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล อีกทั้งเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลข่าวสารสำคัญ และสิทธิสวัสดิการต่างๆ อาทิ ระบบการดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการ, การประเมินขั้น, สิทธิฌาปนกิจสงเคราะห์, ระบบการคำนวณเงินเยียวยากรณีที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่, หลักสูตรการฝึกอบรมนอกหน่วย, แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน ผ่านระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;แอปพลิเคชัน ในการพัฒนาและยกระดับสวัสดิการของตำรวจและครอบครัว โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผบ.ตร. เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ทั้งนี้ แอปพลิเคชัน&amp;ldquo;แทนใจ&amp;rdquo;จะช่วยให้การบริหารจัดการสวัสดิการและการส่งข่าวสารภายในองค์กรเป็นเรื่องง่ายและโปร่งใสยิ่งขึ้น โดยการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของหน่วยงาน และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการขับเคลื่อนการทำงานผ่านระบบเทคโนโลยี ทั้งนี้เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกนาย ได้เข้าถึงและได้รับสวัสดิการที่ดีขึ้น อันจะเป็นการลดภาระและช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มีกำลังกายและใจในการออกไปดูแลสังคมได้อย่างดีขึ้นด้วย ซึ่งถือเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณแก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ขยัน อดทน และทุ่มเท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ทั้งนี้ ตำรวจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;แทนใจ (TANJAI)&amp;rdquo; ได้ผ่านระบบฐานปฏิบัติการของโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบฐานปฏิบัติการ iOS ผ่านทาง App Store และฐานปฏิบัติการ Android&amp;nbsp; ผ่านทาง Play Store สำหรับฐานปฏิบัติการของ HUAWEI สามารถใช้ได้ทั้ง Play Store และ HUAWEI APP Gallery โดยค้นคำว่า &amp;ldquo;แทนใจ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, วันตำรวจ, สวัสดิการตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616baf2d35a4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ชี้มือยิงคฝ.เจตนาฆ่า กสม.ตื่นวอนดินแดงสันติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo; ดอดขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า พบ &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; คาดรายงานสถานการณ์ม็อบดินแดง ขณะที่รองผบช.น.เผยลักษณะการยิงตำรวจของ &amp;quot;ทะลุแก๊ส&amp;quot; เข้าข้อหาพยายามฆ่า กรรมการสิทธิฯ ออกโรงเรียกร้องให้ม็อบใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธอย่างแท้จริง &amp;quot;เบนจา&amp;quot; นอนคุกต่อศาลไม่ให้ประกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม &amp;nbsp;2564 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), &amp;nbsp; พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ได้เดินทางมายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการมาพบกันครั้งนี้ ไม่มีกำหนดการล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ โดยคณะของ ผบ.ตร.เดินทางกลับออกไปเมื่อเวลา 09.35 น. ทั้งนี้ คาดว่าเป็นการมารายงานเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่แยกดินแดง ซึ่งล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. กล่าวถึงการดำเนินการกับผู้ชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สที่มีการนำอาวุธเข้ามาใช้ในการชุมนุมซุกซ่อนไว้ที่แฟลตดินแดง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการก็ขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่ และที่สุดใช้อาวุธปืนจริงยิงเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ปรับยุทธวิธีปฏิบัติเชิงรุก เจ้าหน้าที่เน้นมาตรการเข้ายึดพื้นที่ก่อน เข้าไปตั้งแต่เวลา 18.00 น.การปฏิบัติได้รับความร่วมมือจากแฟลตดินแดงอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เราจะยึดพื้นที่ ขอย้ำเตือนว่าเมื่อผู้ก่อเหตุเข้าไปก่อเหตุที่แฟลตดินแดงไม่ได้ เราเตรียมการแบ่งพื้นที่เป็นล็อก เจ้าหน้าที่สามารถจู่โจมเข้าจับกุมผู้ก่อความไม่สงบบริเวณโดยรอบรัศมี 5-10 กม. เราวางกำลังไว้ทั้งหมด ขอให้ประชาชนมั่นใจความสงบสงบจะเกิดขึ้นที่แฟลตดินแดงแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดำเนินการตามกฎหมาย มีคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯ 664 คดี สั่งฟ้องไปแล้ว 332 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน 344 คดี ขอเตือนว่ากรุงเทพฯ ยังคงเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดไม่ให้มีการมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ถ้ายังฝ่าฝืนจะผิดฐานฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรค และพบว่าการชุมนุมมีเยาวชนเข้ามาร่วมกระทำความผิดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่มีความห่วงใยแจ้งไปยังเด็กและเยาวชนเนื่องจากมีการใช้สื่อโซเชียลในการยุยงชักชวนมาร่วมก่อความไม่สงบ และผู้ปกครองช่วยกันสอดส่องดูแล อาจเสียอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า คนร้ายที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐาน พอมีข้อมูลอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ยังมีการออกหมายจับ ส่วนที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนกว่า 70 คนในการปิดล้อม มีทั้งความผิดเรื่องของอาวุธ ยาเสพติด ฝ่าเคอร์ฟิว แต่ละคนโดนข้อหาต่างกัน แต่เป็นคนที่ร่วมกันกระทำความผิดที่แยกดินแดง ส่วนคนที่ยิงตำรวจเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ส่วนแนวกระสุนจากการผ่าตัด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิงจากที่สูงลงมา ส่วนกระสุนชนิดใดอยู่ระหว่างพิสูจน์ของ พฐ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยิงลักษณะนี้เข้าข้อหาพยายามฆ่า การใช้อาวุธปืนเป็นอาวุธที่ร้ายแรงย่อมเล็งเห็นผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตได้ ย่อมมีเจตนาฆ่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรสันต์เผยว่า การปรับแผนของเจ้าหน้าที่ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ เพียงแต่เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลพื้นที่ให้เกิดความสงบสุข คนที่จะเข้ามาก่อเหตุก็ไม่สามารถเข้ามาได้ และจะปฏิบัติแบบนี้จนกว่าจะความสงบจะเกิดขึ้น ทั้งแฟลตดินแดงและบริเวณใกล้เคียง โดยจะมีการบริหารกำลังพลทั้งส่วนภูมิภาค ตชด.เข้ามาสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 น.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดอื่นเกี่ยวกับการชุมนุม ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลอาญากรุงเทพใต้พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพฤติการณ์ตามคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาได้ก่อเหตุเกี่ยวกับสถาบันฯ ที่ผู้ก่อเหตุเคยถูกฟ้องที่ศาลนี้ ทั้งพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว จึงเห็นควรไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ปรากฏเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนนายหนึ่งถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากปฏิบัติการควบคุมฝูงชนในการชุมนุมทางการเมืองบริเวณแยกดินแดงเมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม โดยที่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมบางคนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว กสม.จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณาร่วมกัน ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ขอให้ผู้ชุมนุมใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธอย่างแท้จริง เพื่อให้ความสำคัญของข้อเรียกร้องถูกรับฟังและไม่มีเงื่อนไขใดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ปฏิบัติการควบคุมฝูงชนในขั้นรุนแรง ขณะที่รัฐบาลต้องใช้แนวทางในการจัดการและควบคุมฝูงชนให้สอดคล้องกับหลักการสากลตามขั้นตอน ได้สัดส่วนที่เหมาะสมอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมโดยสงบกับผู้ที่ใช้ความรุนแรงแบบแยกแยะ รวมทั้งใช้ความอดทนอดกลั้นในการรับฟังเสียงของผู้ที่เห็นต่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ขอให้ทุกฝ่ายสนับสนุนให้มีเวทีกลางในการเจรจาแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีโอกาสพูดคุยกันและรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน เพื่อลดการเผชิญหน้าและการใช้ความรุนแรงลง โดย กสม.พร้อมมีส่วนร่วมสนับสนุนในกระบวนการแสวงหาทางออกอย่างสันติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119200</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_613fe4206b24b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.เตือน คู่รักที่ชอบถ่ายรูป-อัดคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์เก็บไว้ดูเล่นภัยจะมาถึงตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้มี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น
&amp;nbsp;
ปัจจุบันมีประชาชนบางส่วนนิยมบันทึกภาพเปลือยของตนเอง หรือภาพขณะมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับคนรักเพื่อเก็บไว้ดูในอนาคต โดยมักจะบันทึกไฟล์ภาพหรือคลิปไว้ในโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งต่อมาพบว่าภาพหรือคลิปดังกล่าวได้ไปปรากฏอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ต โดยเจ้าของภาพไม่ยินยอม สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ภาพหลุดออกไปแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ สาเหตุจากตัวอุปกรณ์ เช่น ทำอุปกรณ์สูญหาย, ถูกไวรัสคอมพิวเตอร์ (Malware), นำไปซ่อม หรือขายต่อให้บุคคลอื่น และสาเหตุจากตัวผู้ครอบครองภาพและคลิปดังกล่าว(อดีตคนรัก)นำไปเผยแพร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำวิธีการป้องกันไม่ให้คลิปลับถูกนำไปเผยแพร่โดยไม่ยินยอม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ไม่บันทึกคลิปลับ ภาพเปลือย เป็นอันขาด เพราะหากบันทึกภาพ/คลิปลับระหว่างตนกับคนรัก แม้วันนี้สัญญาว่าจะรักกันตลอดไป สุดท้ายกาลเวลาหรืออาจมีปัจจัยที่อาจทำให้ความรักจืดจากลง อาจมีการเลิกลาโดยมีความเจ็บแค้นต่อกัน ภาพ/คลิปที่อัดไว้ก็กลายเป็นอาวุธในการเอามาโจมตี ข่มขู่ รีดเอาเงิน หรือเอามาทำลายชื่อเสียงกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ตั้งรหัสผ่าน และตรวจสอบการป้องกันไวรัสของอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เพราะผู้ไม่หวังดีอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในอุปกรณ์ และนำไปใช้ทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของอุปกรณ์นั้น ๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ลบข้อมูลสำคัญก่อนนำไปขายหรือซ่อม เพราะหากเจ้าของอุปกรณ์ไม่ได้ทำการลบข้อมูลที่อยู่ในอุปกรณ์ หรือลบข้อมูลอย่างไม่ถูกต้อง เมื่ออุปกรณ์ตกไปอยู่ในมือข้อผู้ไม่หวังดี ข้อมูลดังกล่าวอาจสามารถกู้คืนหรือนำมาใช้ก่อให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งการลบข้อมูลอย่างถูกต้องนั้น จะต้องทำการรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมด โดยหากมีให้เลือกล้างข้อมูล (Clean Data) ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่า แต่ก็คุ้มค่าที่จะทำ เพราะสามารถป้องกันการกู้คืนได้มากกว่าการลบแบบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการนำคลิปหรือภาพในลักษณะลามกอนาจารของบุคคลอื่นไปเผยแพร่ต่อบุคคลที่สาม ในประการที่น่าจะทำให้บุคคลในภาพได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง จะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากคลิปหรือภาพนั้น ถูกในไปเผยแพร่ในประการที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ จะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 และความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูล คอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14(4)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนร้านรับซื้อรับซ่อมคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือที่มีพฤติกรรมแอบเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของเจ้าของโดยมิชอบ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนหากพบเห็นร้านรับซื้อรับซ่อมคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือรายใด มีพฤติกรรมแอบเข้าถึงหรือกู้ข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119133</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปลับ, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ไวรัสคอมพิวเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61568dc72d66a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจง4รูปแบบอาชญากรรมออนไลน์ที่เด็กมักตกเป็นเหยื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น &amp;nbsp;ในปัจจุบันเด็กหรือเยาวชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและโลกอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ในหลายรูปแบบ เพราะด้วยวัยที่ยังเป็นเด็ก ยังขาดในเรื่องของการใช้ความระมัดระวัง จึงอาจตกเป็นเป้าหมายที่หลอกล่อง่าย ในขณะที่ผู้ปกครองบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถให้ความรู้หรือคำแนะนำแก่เด็กเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตอย่างไรให้ปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำและให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบของอาชญากรรมออนไลน์ที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในปัจจุบัน ต่อเด็กหรือเยาวชน ดังนี้ 1.การเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีลักษณะเนื้อหาไม่เหมาะสม เช่น ลามกอนาจาร การพนัน หรือการใช้ความความรุนแรงในลักษณะต่างๆ เป็นต้น แต่เนื่องจากเด็ก เยาวชนอาจยังขาดวุฒิภาวะในการแยกแยะข้อมูลที่ได้รับว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ จึงอาจเกิดการรับรู้หรือเรียนรู้ในเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวก่อนวัยอันควร และมีโอกาสที่จะมีพฤติกรรมเลียนแบบกลายเป็นคนชอบใช้ความรุนแรง เสพติดการพนัน หรือเกิดการเลียนแบบทำให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การถูกหลอกเอาภาพที่ไม่เหมาะสมของเด็กและอาจนำไปสู่การบ่วงละเมิดทางเพศเด็ก เนื่องด้วยเด็กอาจจะขาดความระมัดระวังในการติดต่อสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์กับบุคคลอื่น อาจทำให้เด็กถูกหลอกลวงจากคนร้ายที่แฝงตัวมาเป็นเพื่อนโลกออนไลน์ได้ง่าย ซึ่งอาชญากรรมส่วนใหญ่ที่เด็กตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวงทางออนไลน์ คือการที่คนร้ายหลอกให้เด็กส่งภาพหรือวิดีโอคอลกับคนร้าย ในลักษณะที่เด็กไม่ได้สวมเสื้อผ้า หรือให้ถ่ายภาพในลักษณะลามกส่งให้คนร้าย จากนั้นคนร้ายก็จะติดต่อหาผู้ปกครองเพื่อข่มขู่เอาเงิน หรือนำภาพของเด็กที่ได้ไปขายตามเว็บไซต์ต่าง ๆ นอกจากนี้อาจมีการหลอกลวงให้เด็กไปพบและมีการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การถูกหลอกลวงในการซื้อสินค้า บริการหรือ ไอเทมเกม จะเกิดขึ้นกับเด็กที่ผู้ปกครองเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ให้กับเด็ก หรือ ผูกบัตรเครดิตกับโทรศัพท์ที่เด็กใช้งาน เนื่องด้วยการซื้อสินค้า บริการ หรือ ไอเทมเกมในปัจจุบันมีขั้นตอนในการชำระเงินที่ง่ายมาก ดังนั้นหากผู้ปกครองไม่ระมัดระวัง ไม่กำหนดมาตรการในการชำระเงินที่รัดกุม อาจทำให้เด็กถูกล่อลวงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การล่วงละเมิดบุคคลอื่นทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการกลั่นแกล้งระรานในโลกไซเบอร์ (Cyber bullying) การทะเลาะหรือล้อเลียน กลั่นแกล้งดังกล่าวระหว่างเพื่อนของเด็กหรือคนรู้จักมักเกิดขึ้นได้ง่าย และข้อมูลที่กลั่นแกล้งอาจกระจายเป็นวงกว้าง อาจทำให้บุคคลที่ถูกกลั่นแกล้งได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าจนอาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงอย่างอื่นได้ และแม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นเด็กก็อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวต่อไปอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใย เด็กหรือเยาวชน เป็นอย่างยิ่ง จึงขอความร่วมมือผู้ปกครอง พ่อ แม่ ตลอดจน ครู อาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการเข้าถึงสื่อออนไลน์ของเด็กๆ ให้ช่วยกัน ให้ความรู้ และเฝ้าระมัดระวังและสอดส่อง ดูแล การใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตของเด็กให้เป็นไปตามวัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็ก และปัจจุบันผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีฟังก์ชันที่สามารถช่วยให้ผู้ปกครองสามารถติดตามและควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของบุตรหลาน ตลอดจนควบคุมไม่ให้เข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ให้ผู้ปกครองได้เลือกใช้เป็นจำนวนมาก หากเป็นกรณีการซื้อของในร้านค้าออนไลน์ ผู้ปกครองควรร่วมกับบุตรหลานในการตรวจสอบข้อมูลร้านค้าเพื่อไม่ให้ถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ หากทำได้ดังกล่าว เชื่อว่าจะช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย และไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมในโลกออนไลน์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเว็บไซต์ใดที่มาการนำเสนอข้อมูลที่ผิดกฎหมายและอาจเป็นภัยกับเด็กและเยาวชน กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118192</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ตร., พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153e2e0288dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. สั่งตำรวจไซเบอร์สอบแต่งกายคล้ายจนท.ร่วมเพศชายรักชายเผยแพร่ใน Onlyfans</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจพบบัญชีผู้ใช้ Onlyfans ในลักษณะลามกอนาจาร โดยมีการแต่งเครื่องแบบคล้ายเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงให้ความสำคัญในประเด็นดังกล่าวและได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เร่งพิสูจน์ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้สั่งการไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้เร่งทำการพิสูจน์ทราบตัวผู้ใช้บัญชีที่กระทำลักษณะดังกล่าวว่าเครื่องแบบที่ผู้ใช้บัญชีดังกล่าวใช้นั้น เป็นเครื่องแบบของตำรวจหรือไม่ หรือเป็นชุด Cosplay ที่ผู้ใช้บัญชีใช้แต่งเพื่อดึงดูดยอดผู้เข้าชม โดยในขณะนี้ได้ทราบบัญชีที่มีการกระทำลักษณะดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวผู้ใช้บัญชี ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญา หากไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการทางอาญาและส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการโพสต์ภาพหรือคลิปวิดิโอในลักษณะลามกอานาจาร ก็จะเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้า ผลิต เผยแพร่สื่อลามกอนาจารฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกฯ ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ในส่วนการแต่งกายในเครื่องแบบนั้น หากพบว่าเป็นเครื่องแบบตำรวจ ก็เป็นความผิดฐานแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องพิจารณาจากพฤติการณ์และพยานหลักฐานที่ปรากฎต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนผู้ที่เป็นเจ้าของกลุ่มหรือช่อง Onlyfans ต่างๆ ว่าอย่าคำนึงถึงแต่เพียงการได้รับค่าสมาชิกเท่านั้น เพราะภาพหรือคลิปวิดีโอที่ท่านได้โพสต์ไป อาจจะมีผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของท่าน หรืออาจย้อนกลับมาทำร้ายท่านในภายหลังได้ และตัวท่านเองอาจถูกดำเนินคดีจากพฤติกรรมดังกล่าวได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117661</URL_LINK>
                <HASHTAG>Onlyfans, คลิปลามก, ตำรวจไซเบอร์, บช.สอท., พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c6cdfa76bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
