<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2019 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039;ไขก๊อกพ้น&#039;รมว.แรงงาน&#039;รอนั่งเก้าอี้&#039;ส.ว.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.62-มีรายงานว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน(รมว.แรงงาน) ได้แจ้งต่อผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ระหว่างการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงานว่า &amp;nbsp;ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแล้ว โดยจะทำงานในหน้าที่รัฐมนตรีจนถึงวันที่ 8 พ.ค. เป็นวันสุดท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า การลาออกครั้งนี้ของพลต.อ.อดุลย์เพื่อไปเตรียมดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งล่าสุดทีมงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ทยอยเก็บของออกจากห้องทำงาน สำนักงานรัฐมนตรี ที่ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงานแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35006</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, รมว.แรงงาน, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc58d5691b8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “รมว.แรงงาน” ลุยให้กำลังใจเยาวชนไทยที่ฝึกงานด้านเทคนิคในญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;รมว.แรงงาน&amp;rdquo; ลุยพบปะและให้กำลังใจเยาวชนผู้ฝึกงานด้านเทคนิคของไทยในประเทศญี่ปุ่น พร้อมศึกษาดูงานระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ ต่อยอดพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานแห่งอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;28 มี.ค. 62 - พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน พร้อมด้วย นายสุรเดช วลีอิทธิกุล รองปลัดกระทรวงแรงงาน นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน และคณะ ตรวจเยี่ยมแรงงานไทย พร้อมทั้งได้พบปะและให้กำลังใจแรงงานไทย ณ บริษัท Kanemi จังหวัดคานากาวา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสถานประกอบการประเภทธุรกิจร้านอาหารที่ผลิตและค้าปลีกอาหารสำเร็จรูปซูชิ จำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ ปัจจุบันมีพนักงาน 1,322 คน ซึ่งสถานประกอบการแห่งนี้ได้เริ่มรับผู้ฝึกงานด้านเทคนิคของไทยจาก บริษัทจัดหางานนอร์ทอีสท์ โอเวอร์ซี (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2556 โดยการจับคู่กับองค์กร AI Family Cooperative Society&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัท Kanemi รับผู้ฝึกงานไทยมาทำงานทั้งหมด 932 คน ใน 15 โรงงาน โดยปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้เข้ามาทำงานประเภทผลิตระยะเวลาในการทำงาน 3 ปีและต่อได้อีก 2 ปี โดยต้องสอบผ่านในด้านฝีมือแรงงานที่ทำอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนเป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และได้ฝากให้ ทุกคนตั้งใจทำงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ได้รับ เพื่อนำกลับมาใช้ภายหลังที่เดินทางกลับประเทศไทย โดยคาดหวังว่าจะสามารถไปเป็นผู้ประกอบการในไทยได้ต่อไป&amp;rdquo; พล.ต.อ. อดุลย์ กล่าว
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ ยังได้ไปศึกษาดูงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานแห่งอนาคต ณ ศูนย์พานาโซนิค โตเกียว (Panasonic Center Tokyo) ซึ่งเป็นศูนย์โชว์รูมของพานาโซนิค ตั้งอยู่ที่ย่านโอไดบะ จ.โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยศูนย์ฯ นี้ได้เปิดให้เข้าไปศึกษาดูงานใน 2 โซน คือ ชั้น 1 โซน Wonder Life &amp;ndash; Box จะจัดแสดงนวัตกรรมบ้านในอนาคตปี 2563 &amp;ndash; 2573 ซึ่งจะเน้นไปที่เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่ปฏิบัติการด้วยระบบอัตโนมัติ ช่วยให้คนในครอบครัว ตั้งแต่ผู้อาวุโสจนถึงเด็กเล็ก หรือผู้ทุพพลภาพ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และโซน Olympic and Paralympic Games จะจัดแสดงเกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิก อีกทั้งยังสอดแทรกวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น และเพิ่มระบบการเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจในโอลิมปิกและประวัติโอลิมปิก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32441</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9c7f86a1207.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;ลั่นต้องเคารพเสียงปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เมินตอบเรื่องจัดตั้งรัฐบาล โยนให้ฝ่ายการเมือง พร้อมย้ำ 3-4 ครั้งเรื่องปล่อยว่าว &amp;nbsp;อย่าให้เป็นไปตามยถากรรม แต่ต้องทำด้วยมือตัวเอง ลั่นให้เคารพเสียงประชาชน ก่อนแนะให้ไปอ่านหนังสือสู่จุดจบ! ของ ดร.ไสว ที่ทักษิณสั่งเก็บเรียบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุม คสช. และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งระหว่างที่นายกฯ เดินมาพร้อมกับผู้ติดตามจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกบัญชาการ 1 ปรากฏว่ามีแมวดำเพศผู้ มีเท้าสีขาว วิ่งตัดหน้าตรงจุดต้นอโศกน้ำ ก่อนวิ่งหายไปด้านหลังศาลพระภูมิและศาลตาศาลยาย ซึ่งนายกฯ ไม่ได้ตกใจอะไร ขณะที่ข้าราชการพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นลางไม่ดี การเดินหน้าในเรื่องต่างๆ อาจไม่ราบรื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารและเยาวชนเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทย 2 เม.ย. โดยนายกฯ ได้ลองเป่าขลุ่ย และได้กล่าวกับกลุ่มเยาวชนว่า เมื่อเช้าได้อ่านหนังสือ มีคนบอกว่าถ้าหากเราโยนความหวังไปบนอากาศ ความหวังความฝันที่อยู่บนอากาศก็เหมือนการปล่อยว่าวไปตัวหนึ่ง ไม่รู้มันจะนำอะไรกลับมาเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นเราต้องทำเอง อยากได้อะไรเราต้องทำเองก่อน ทำด้วยตัวเราเอง ความภาคภูมิใจก็จะเกิดขึ้น คนก็จะเข้ามาช่วยเหลือได้ ดีกว่าจะปล่อยความฝัน ความหวังว่ามันจะดีอย่างนั้นอย่างนี้ ก็จะเป็นเหมือนว่าวที่ลอยไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้ บางทีมันก็ไม่ขึ้น แล้วก็ตกลงตรงนี้ หรือไม่ก็ไปพันเสาไฟฟ้า เข้าใจที่พูดหรือไม่ ไปแปลความหมายให้ดี เด็กทุกคนคือความหวังและอนาคตของประเทศ ถ้าลุงไม่ทำให้แล้วจะทำกันอย่างไร ก็ต้องทำเอง&amp;quot;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกฯ พูดถึงความหวังเมื่อสักครู่เกี่ยวกับการตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆ ว่า ไม่เกี่ยว นายกฯ จะไปเกี่ยวกับรัฐบาลอะไร จากนั้นได้เดินเป่าขลุ่ยขึ้นไปบนตึกบัญชาการ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน นำคณะผู้บริหารและกลุ่มผู้สูงอายุเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการรวมพลังประชารัฐ ส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุปี 2562 โดยนายกฯ ได้กล่าวย้ำเรื่องว่าวอีกครั้ง และเมื่อถามว่าจากผลการเลือกตั้งกังวลอะไรหรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบ พร้อมเดินขึ้นห้องประชุม ครม.ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้มาถึงโพเดียมแถลงข่าว โดยได้กล่าวทักทายสวัสดีกับช่างภาพ สื่อมวลชน ก่อนนำกระดาษคำถามต่างๆ คืนให้นักข่าวอาวุโส พร้อมระบุว่า คำถามทั้งหมดจากผู้สื่อข่าวต่างๆ ที่ถามมาขออนุญาตส่งคืน ไม่ขอตอบคำถามนี้ และขอเรียนชี้แจงกับสื่อว่า ยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งหมดเป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง แต่ในฐานะนายกฯ และหัวหน้า คสช. ขอขอบคุณคนไทยทุกคน ที่ร่วมกันแสดงพลังในการมาออกเสียงเลือกตั้งเป็นจำนวนมากพอสมควร ซึ่งก็จะตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นนายกฯ หัวหน้า คสช. และรัฐบาลไปจนมีรัฐบาลใหม่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้เมื่อเราได้ให้กำลังใจในเรื่องประชาธิปไตย และเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สงบ สันติ จึงอยากให้ทุกคนกลับมามุ่งสู่พิธีสำคัญของเรา คือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจะมีในหลายกิจกรรมด้วยกัน โดยจะเริ่มตั้งแต่ เม.ย.เป็นต้นไป ซึ่งพิธีเหล่านั้นพวกเราทุกคนต้องทำให้สมพระเกียรติ บ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อย มีความรักความสามัคคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากให้ใช้โอกาสนี้นำพาประเทศไทยไปสู่ความสงบสันติอย่างยั่งยืนตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อประเทศไทยของเรา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะเดินหน้าทำหน้าที่แก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจฐานรากที่ยังมีปัญหามาก แต่ยืนยันว่าประเทศไทยยังมีความหวังทุกอย่าง การเมืองก็ต้องศึกษาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มองปัญหาแต่ในประเทศเราอย่างเดียว ต้องมองทั่วโลกเผื่อไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์พยายามหลีกเลี่ยงพูดถึงการเมือง โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังมีปัญหา โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 32 นาที และกล่าวในช่วงท้ายว่า &amp;quot;นี่คือการบ้านการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การเมือง ตราบใดที่เป็นรัฐบาลอยู่ก็จะทำแบบนี้ ทำให้เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา และทำให้ดีขึ้น เพียงแต่ขอความเข้าใจ และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนโดยรวม วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็สุดแท้แต่ประชาชน แล้วแต่จะพิจารณา วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกคนในเรื่องของการเลือกตั้ง ขอบคุณข้าราชการทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกตั้ง ขอบคุณพี่น้องตำรวจทหารที่ทำงานในพื้นที่ชายแดน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า คนไม่ดีก็ต้องถูกดำเนินการตามพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 10 อะไรที่เป็นอัตลักษณ์ไม่ดี ทุจริต โกงกิน การทำผิดกฎหมายเป็นบ่อเกิดของสังคมที่ไม่ปกติสุข เพราะฉะนั้นก็ต้องแลก ถ้าอยากให้เป็นบ้านเมืองที่สงบก็ต้องกลับมาเคารพกฎหมาย ก็ต้องมาปรับแก้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีผลกระทบซึ่งกันและกัน ถ้ามองแต่ประโยชน์ส่วนตัวก็คงเป็นไปไม่ได้ เราต้องได้ประโยชน์ทั้งโดยตรงและส่วนรวม ไม่มีอะไรที่จะได้มาง่ายๆ บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ง่ายขนาดนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ถ้าไม่คำนึงถึงประวัติศาสตร์ ปัญหาที่ทับซ้อนก็คงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ผมมีความสบายใจมากขึ้น ผมเคยบอกแล้วว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าไปแบบนี้ ไม่ได้ไปรักษาอำนาจ สืบทอดอำนาจ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงไม่ต้องให้มีการเลือกตั้งหรอก แต่กลไกอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ ตามผลประชามติก็ว่ากันไปตามนั้น เคารพเสียงประชาชนเขาบ้าง แค่นั้นเอง อย่าให้ทะเลาะเบาะแว้งกันอีกเลย อย่าไปสนใจกันมากนัก เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองเขาไปดำเนินการอย่ามาถามผมอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่บอกว่าสบายใจขึ้นเพราะจะได้เป็นนายกฯ ต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า &amp;quot;คำถามแบบนี้นี่แหละที่ไม่สบายใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่าจะเลิกพูด จะพูดอีกครั้งเดียวเพื่อเป็นการขอบคุณเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 29 มี.ค. จากนั้นเปลี่ยนเป็นรายการแถลงความก้าวหน้าเกี่ยวกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า อยากให้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ ดร.ไสว บุญมา อดีตนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำธนาคารโลก เขียนไว้ ชื่อ &amp;ldquo;สู่จุดจบ! The coming collapse of Thailand&amp;rdquo; ซึ่งได้อ่านแล้ว โดยจำเป็นจะต้องนำหลักการเหล่านี้มาใช้ด้วย ทำอย่างไรเราจะลดความเสี่ยง ลดปัญหาการแทรกแซงจากภายนอกมาจากประเทศของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำอีกครั้งถึงเรื่องว่าว พร้อมระบุว่า เคารพในเสียงการตัดสินใจของประชาชนทุกคนในประเทศไทย เพราะถือว่าทุกคนคือคนไทย นั่นแหละคือการแสดงออกของคนในประเทศนี้ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน รัฐบาลจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้ได้ ยืนยันจะนำพาประเทศชาติไปสู่เส้นทางที่มีความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ในการเดินหน้าประเทศไทยต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาต้องแก้ไปด้วยกัน แยกแยะฐานรากให้ออก จะพูดกันลอยๆ ไม่ได้ ปล่อยว่าวไปในอากาศบางทีไม่ได้ มันต้องหาสายป่านที่แข็งแรง ไปเล่นว่าวที่ไม่มีสายไฟ ไม่มีต้นไม้ ไม่เช่นนั้นว่าวก็จะหลุดลอยไปเรื่อย ความฝันก็ลอยหายไปเฉยๆ&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ย้ำทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหนังสือชื่อ สู่จุดจบของ ดร.ไสว เป็นหนังสือที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยสั่งเก็บออกจากแผงหนังสือทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32332</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c9a40dd3f14e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; Powerful คุมจัดโผ สภาสูง-ส.ว.ลากตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การได้มาซึ่ง &amp;quot;สภาสูง-สมาชิกวุฒิสภา&amp;quot; จำนวน 250 คน ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ให้ คสช.มีอำนาจพิจารณารายชื่อบุคคลมาเป็น ส.ว. จำนวน 244 คน เพราะอีก 6 คนจะเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง คือพวกผู้นำเหล่าทัพ-ผบ.ตร. คืบหน้าขึ้นเรื่อยๆ เพราะการคลอด ส.ว.ชุดใหม่ต้องเดินควบคู่ไปกับวันเลือกตั้งและการรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ที่สรุปสุดท้ายก็คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องนำรายชื่อทั้ง 259 คน ขึ้นทูลเกล้าฯถวายภายในไม่เกินสามวันนับจากวันประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถึงตอนนี้ อำนาจการพิจารณาทำโผ ส.ว.ชุดใหม่ที่ถูกเรียกขานทางการเมืองว่า &amp;quot;ส.ว.ลากตั้ง&amp;quot; อยู่ในมือ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาสรรหาบุคคลมาเป็น ส.ว. อันเป็นกรรมการตาม รธน. ที่ให้มีจำนวน&amp;nbsp; 9-12 คน แต่กรรมการชื่ออื่นๆ ทาง คสช.เลือกที่จะยังไม่เปิดเผยชื่อ แต่ทั้งหมดก็จะเห็นกันตอนวันประชุมนัดแรก 27 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ วุฒิสภาชุดแรกตาม รธน.ฉบับปัจจุบัน ตามบทเฉพาะกาลนอกจาก ส.ว.โดยตำแหน่งของพวกผู้นำเหล่าทัพแล้ว รธน.บัญญัติให้มีที่มาจากสองทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.มาจากชื่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้งส่งมาให้คสช. ซึ่งเป็นชื่อที่ กกต.ได้ดําเนินการจัดให้มีการเลือกส.ว. ที่เป็นการสมัครของบุคคลตามกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ตั้งแต่ระดับอำเภอ-จังหวัด จนมาถึงส่วนกลาง ที่ได้เลือกกันเหลือ 200 คน ไปเมื่อตอนปลายปีที่ผ่านมาแล้วส่งชื่อไป คสช.เรียบร้อยแล้ว โดยว่าที่ ส.ว.ชุดใหม่ในส่วนนี้ คสช.ต้องเลือกจาก 200 คน ให้เหลือไม่เกิน 50 คน และต้องทำชื่อในบัญชีสำรองไว้อีก&amp;nbsp; 50 คน เผื่อไว้เช่นกรณีมีคนลาออก-เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ส.ว.ที่จะมาจากชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ที่มี พลเอกประวิตร เป็นประธาน คัดเลือกบุคคลจนได้ชื่อรวมไม่เกิน 400 คน&amp;nbsp; ตามวิธีการที่คณะกรรมการสรรหาฯ กำหนด แล้วนํารายชื่อเสนอต่อ คสช. เพื่อเลือกให้เหลือ คน 194 ชื่อและทำชื่อในบัญชีสำรองอีก 50 คน รวมเป็น ส.ว.ชุดใหม่ทั้งสิ้น 250 ชื่อ เท่ากับจะมีชื่อในบัญชีสำรองรวมทั้งสิ้น 100 ชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าแปลกใจและหลายคนคาดไม่ถึง ก็คือท่าทีของ บิ๊กป้อม ที่บอกการทำโผ ส.ว.รอบนี้ จะไม่เอา &amp;quot;บิ๊กทหาร-ผู้นำเหล่าทัพ&amp;quot; ที่ยังรับราชการอยู่มาเป็นส.ว. อันถือเป็นเรื่องผิดความคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้ ทุกฝ่ายวิเคราะห์ว่าด้วยการที่ ส.ว.ชุดดังกล่าว จะอยู่ในตำแหน่งถึงห้าปีที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่คสช.จะหมดอำนาจ ที่สำคัญ ส.ว.ชุดนี้ จะมี &amp;quot;อำนาจพิเศษ&amp;quot; คือสามารถลงมติเลือก-เห็นชอบนายกรัฐมนตรีได้ เช่นเดียวกับ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยห้าปีดังกล่าว เท่ากับหากสภาอยู่ครบเทอมสี่ปีแล้วมีการเลือกตั้ง ก็เท่ากับ ส.ว.ชุดนี้จะสามารถโหวตเห็นชอบนายกฯ ได้ถึงสองครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การเมืองไทยมีความไม่แน่นอนสูง อายุของสภาส่วนใหญ่ก็ประมาณไม่เกิน 2-3 ปี จึงทำให้คาดกันว่า ส.ว.ลากตั้งชุดนี้อาจจะได้ร่วมโหวตเห็นชอบนายกฯ ได้อย่างน้อยก็อาจจะ 2-3 ครั้งเป็นอย่างต่ำ รวมถึงอำนาจอื่นๆ เช่น การตรวจสอบรัฐบาลว่าได้ปฏิรูปประเทศ และดําเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ ทำให้ ส.ว. 250 คนจึงเป็น &amp;quot;ฐานอำนาจการเมือง&amp;quot; ของ คสช.และเหล่าทัพ ในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง ที่จะใช้ ส.ว.ชุดนี้ ทำได้ทั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตั้งรัฐบาล-ล้มรัฐบาล&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น จึงมีการมองก่อนหน้านี้ว่า สภาสูงชุดใหม่ น่าจะออกมาแนว &amp;quot;ท็อปบูตยึดเรียบ-กวาดหมด&amp;quot; &amp;nbsp;โดย คสช.จะเอาพวก บิ๊กทหาร ตั้งแต่ระดับคุมกองกำลัง-ผู้บังคับหน่วย ตั้งแต่ยศพลโทที่จะอยู่เป็นทหารอีกหลายปี เช่น แม่ทัพภาค มาเป็น ส.ว.ชุดใหม่หลายคน เพื่อให้ บิ๊ก คสช. สั่งซ้ายหัน-ขวาหันได้สะดวกใจ แต่สุดท้ายผิดคาดเมื่อ บิ๊กป้อม-ประธานสรรหาฯส.ว. บอกจะไม่ตั้งบิ๊กทหารที่ยังรับราชการอยู่มาเป็นส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จะไม่เอาข้าราชการทหารที่ยังอยู่ในหน้าที่ เพราะเมื่อมีตำแหน่งอยู่จะไปเป็น ส.ว.ได้อย่างไร โดยเราจะคัดเลือก ส.ว.มาจากบุคคลทั่วไป&amp;ldquo; พลเอกประวิตร 26 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีรายงานว่า พลเอกประวิตร ได้เดินหน้าเรียกประชุมกรรมการสรรหาฯ โดยทันทีในพุธที่ 27 ก.พ. ที่กระทรวงกลาโหม เพื่อวางกรอบการคัดเลือกรายชื่อ ส.ว. โดยจะเริ่มจาก ส.ว. 50 คน ที่ กกต.ส่งชื่อมาก่อน ซึ่งแม้ยังไม่ชัดเจนว่ากรรมการสรรหา ส.ว.ชุดดังกล่าว คนอื่นๆ จะมีใครบ้าง แต่ก็มีกระแสข่าวในแวดวงการเมืองว่า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกขุมข่ายคสช.-บอร์ด คสช. อาทิ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช., พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช., พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้า คสช., พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน และรองหัวหน้า คสช.,&amp;nbsp; วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, มีชัย ฤชุพันธุ์&amp;nbsp; สมาชิก คสช. อดีตประธานกรรมการร่าง รธน. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงต้องรอดูกันไปว่า สุดท้ายแล้ว รายชื่อว่าที่ ส.ว.ชุดใหม่ 250 คน ที่ คสช.เลือกออกมา จะมีหน้าตาอย่างไร โดยชื่อทั้งหมดจะออกมาหลังการเลือกตั้งไปอีกหลายวัน ซึ่งถึงตอนนั้น การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่น่าจะมีความชัดเจนลงตัวระดับหนึ่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน้าที่สำคัญเรื่องแรกของ สภาสูง-ส.ว.ชุดใหม่ ก็คือการร่วมประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเห็นชอบรายชื่อนายกรัฐมนตรี ที่จะเป็นแมตช์วัดใจกันว่า ส.ว.ชุดใหม่ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะมีท่าทีทางการเมืองในเรื่องนี้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือหากสุดท้าย หลังเลือกตั้งจบลง โดยฝ่ายพรรค พลังประชารัฐที่เสนอชื่อ บิ๊กตู่ เป็นนายกฯ เกิดรวมเสียง ส.ส.หลังเลือกตั้งได้เกิน 250 เสียง แล้ว ส.ว. 250 คนโหวตเห็นชอบ บิ๊กตู่เป็นนายกฯ ก็คงไม่มีอะไรตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าหาก พรรคฝ่ายตรงข้าม คสช. ที่นำโดย พรรคเพื่อไทย เกิดชนะเลือกตั้งแล้วรวมเสียง ส.ส. เกิน 250 เสียง จนเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ใช่ พลเอกประยุทธ์ ซึ่งเป็นคนนำชื่อ ส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ถ้าเป็นกรณีเช่นนี้ แล้ว ส.ว.ทั้งหมด 250คนไม่โหวตเห็นชอบด้วย ก็คงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำนาจพิเศษการร่วมโหวตเห็นชอบนายกรัฐมนตรีดังกล่าวในมือ ส.ว. ที่กำลังจะคลอดออกมาในอนาคต ทำให้แทบทุกพรรคการเมือง ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐ ต้องออกมาตีกันให้ ส.ว.ต้องฟังเสียงประชาชนด้วย อย่างท่าทีของ &amp;quot;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;quot; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ย้ำว่า แม้ ส.ว.จะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แต่ ส.ว.ควรดูเจตนารมณ์ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หากพลเอกประยุทธ์เห็นว่าหลักการนี้ถูกต้อง ควรสร้างความมั่นใจ ในฐานะที่เป็นรัฐบาลในขณะนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียในการเลือกตั้ง ว่าจะไม่ครอบงำ ส.ว. และควรบอกกับ ส.ว. ว่าให้ ส.ว.สนับสนุนใครก็ตามที่ประชาชนสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกมาตีกันทางการเมืองกับ ส.ว.ชุดใหม่ในการโหวตเห็นชอบนายกฯ ดังกล่าว ทำให้ พลเอกประยุทธ์ ที่ในทางการเมืองก็รู้กันดีว่าคือคนที่จะพิจารณาโผ ส.ว.ชุดใหม่คนสุดท้าย ก่อนนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เรียกได้ว่า มีอำนาจเต็มในการจะตัดชื่อใครออกหรือใส่ชื่อเพิ่มใหม่ได้จนถึงนาทีสุดท้าย ต้องออกมาการันตีว่า อย่าเพิ่งปรามาสทางการเมืองส.ว.ชุดใหม่ ว่าจะต้องทำตามสิ่งที่ คสช.ต้องการทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แม้ ส.ว.จะตั้งมาจากผม แต่ถามว่าจะดูถูกทั้ง 250 คนนี้หรือ เขาไม่มีสมองหรือ เขาไม่รักประเทศหรือ&amp;rdquo; พลเอกประยุทธ์ระบุก่อนมีการตั้งบิ๊กป้อมเป็นประธานกรรมการสรรหาฯ ส.ว.ชุดใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระบวนการเลือก-ทำโผ ส.ว.ชุดใหม่ กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งเชื่อเถอะว่า เก้าอี้ ส.ว. ที่จะอยู่ในตำแหน่งห้าปี และเป็นตำแหน่งทางการเมือง ยังไงก็หนีไม่พ้นเรื่องของระบบพวกพ้อง-เส้นสาย-ระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง-การล็อบบี้ ทำนองใครใกล้ชิดใคร ใครไว้ใจใคร ก็ต้องดันคนนั้นมาเป็น ส.ว.ชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญ ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า คสช.ก็ย่อมต้องการวางฐานอำนาจทางการเมืองไว้ในสภาสูง จึงต้องตั้งคนของตัวเอง คนที่ไว้ใจไปเป็น ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ เชื่อเถอะว่า นับจากนี้ การล็อบบี้ ระบบฝากฝังจากคนหลายกลุ่มในช่วงทำโผ ส.ว.ชุดใหม่ เกิดขึ้นแน่ และจะฝุ่นตลบไปอีกหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะแถวๆ บ้านพักบิ๊กป้อม พลเอกประวิตร และเครือข่ายคนใกล้ชิดพี่ใหญ่ คสช. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30030</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย, พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c755be0f0edb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กป้อมนั่งหัวโต๊ะเฟ้น250สว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คสช.แต่งตั้ง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ประธานสรรหา 250 สมาชิกวุฒิสภา คาด &amp;quot;มีชัย-วิษณุ&amp;quot; ร่วมเฟ้นด้วย &amp;nbsp; ขณะที่ ทบ.ขยับ 5 เสือกลางปีส่ง &amp;ldquo;บิ๊กตู่เล็ก&amp;rdquo; นั่งรองปลัด กห.แทน &amp;ldquo;บิ๊กอั๋น&amp;rdquo; ไปเป็นเลขาฯ สมช.แทน &amp;ldquo;บิ๊กลภ&amp;rdquo; ที่จะไปนั่งเก้าอี้ ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสังเกตการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน เพื่อโหวตใครเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งว่า ให้ไปดูกฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไรก็เป็นไปตามนั้น อะไรที่เป็นหลักการสำคัญ อย่าลืมว่าตรงนี้พูดมาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะส.ว.หรืออะไรต่างๆ ก็ตาม เขาทำประชามติจากคน 16 ล้านคน ผ่านมาทั้งคำถามพ่วงด้วย เขาก็ตอบมาหมดแล้ว นี่คือประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ จะมาบอกบังคับให้คนเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ มันบังคับได้หรือไม่ คน 16 ล้าน ใครทำได้มาบอกตนหน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุม คสช.วันนี้ถือเป็นนัดสุดท้ายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัญหาประเทศทุกอย่างสามารถแก้ทันทีเลยหรือไม่ รัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร ให้ คสช.อยู่ได้ถึงเมื่อไหร่ ดังนั้นการใช้คำสั่ง คสช.จะใช้เท่าที่จำเป็นในกรณีที่ปลดล็อกไม่ได้ ก็ต้องแก้ไข ถ้าไม่แก้ไขจะปล่อยให้ปัญหาล่าช้าไปอีก 5-6 เดือนกว่าจะมีรัฐบาลได้หรือไม่ ขอให้มองตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีการแต่งตั้งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า &amp;ldquo;ทำไมล่ะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดสรร ส.ว.แล้ว โดยมีตนเป็นประธาน ซึ่งจะมีการเรียกประชุมหลังจากนี้ ส่วนกรรมการประกอบด้วยใครนั้น ไม่จำเป็นต้องบอกสื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สัดส่วนของ ส.ว.จะมีทั้งพลเรือน สื่อมวลชน นักวิชาการ ร่วมด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มี แต่จะไม่เอาข้าราชการทหารที่ยังอยู่ในหน้าที่ เพราะเมื่อมีตำแหน่งอยู่ จะไปเป็น ส.ว.ได้อย่างไร โดยเราจะคัดเลือก ส.ว.มาจากบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการโจมตีว่าการที่ คสช.เป็นผู้แต่งตั้ง ส.ว. และมีส่วนในการคัดเลือกนายกฯ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคพลังประชารัฐด้วย มั่นใจว่า ส.ว.จะไม่โหวตสวนทางกับความต้องการของประชาชน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็แล้วแต่สื่อ &amp;nbsp;สื่อจะให้เลือกอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า รายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.นั้น คาดว่าจะมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช., พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคสช., พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้า คสช., พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงานและรองหัวหน้า คสช., นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. ร่วมเป็นคณะกรรมการฯ ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรได้นัดประชุมคณะกรรมการสรรหา ส.ว. เพื่อวางกรอบแนวทางการทำงานในการคัดเลือก ส.ว.ชุดแรก 50 คน จากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คัดสรรไว้ 200 คน ที่กระทรวงกลาโหม ในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลช่วงกลางปี 2562 มีการโยกย้ายตำแหน่งสำคัญในส่วนของกองทัพบกหลายตำแหน่ง เพื่อรองรับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่กำลังจะถูกคัดเลือกขึ้นโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา หรือบิ๊กตู่เล็ก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 20 (ตท.20) ถูกขยับขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม แทน พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา หรือบิ๊กอั๋น รองปลัดกระทรวงกลาโหม (ตท.19) ที่จะไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการ สมช. หรือบิ๊กลภ (ตท.18) ที่ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน ส.ว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังขยับ พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ หรือบิ๊กบี้ แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.22) เป็น ผช.ผบ.ทบ. เพื่อรอเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป ต่อจากที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่จะเกษียณอายุราชการในปี 63 ขณะที่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 จะมี พล.ท.ธรรมนูญ วิถี หรือบิ๊กหนุ่ย แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ส่วน พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ หรือบิ๊กติ่ง รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 และโยก พล.ต.สนิธชนก สังขจันทร์ หรือบิ๊กหนุ่ม รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดง (นรด.) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของระดับ 5 เสือเหล่าทัพอื่นยังคงไม่มีการขยับแต่อย่างใด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30027</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย, พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, มีชัย ฤชุพันธุ์, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c7551459003a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดำเนินคดีนายจ้าง สะเพร่าคร่า5ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนสภาวิศวกรเข้าตรวจจุดเกิดเหตุเครนถล่มคร่าคนงาน 5 ศพ พบเป็นเครนเก่าสภาพไม่สมบูรณ์ ไล่เบี้ยวิศวกรคุมงาน ถ้าพบมีความผิดถึงขั้นถอนใบอนุญาต ขณะที่ตำรวจก็เตรียมแจ้งข้อหาประมาททำให้มีคนตาย-บาดเจ็บ รมว.แรงงานสั่งจ่ายสิทธิประโยชน์ผู้ประสบเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มกราคมนี้ นายเสถียร เจริญเหรียญ วิศวกรใหญ่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรุงเทพมหานคร นายชูเลิศ จิตเจือจุณ นายวัฒนพงษ์ หิรัญมา นายนรงค์ กระจ่างยศ คณะผู้เชี่ยวชาญชำนาญการด้านโยธาและการก่อสร้างสภาวิศวกร และ พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางโพงพาง เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุในไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมลุมพินีคอนโด โครงการลุมพินีเพลส พระรามสาม-ริเวอร์ไรน์ ถนนพระราม 3 ซอย 45 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุเครนถล่ม มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บ 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมโภชเปิดเผยว่า ตำรวจได้สอบปากคำไปแล้ว 5 ปาก คือ พยานผู้ตายและพยานแวดล้อม แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการเกิดเครนถล่มมาจากสาเหตุใด ต้องรอผลการตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน สภาวิศวกร มาประกอบคดี ทั้งนี้ ทางนายจ้างจะต้องมีการเยียวยาทั้งในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และได้ประสานญาติให้นำศพผู้เสียชีวิตไปบำเพ็ญกุศลตามภูมิลำเนา อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังไม่ส่งตัวแทนเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรควบคุมงานหรือไม่ ต้องรอสอบปากคำคนเจ็บโดยละเอียดอีกครั้งจึงจะสรุปได้ ยืนยันตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจระบุว่า ผู้รับเหมาก่อสร้าง คือ บริษัท ตรัย กรุ๊ป รัชดา จำกัด ซึ่งรับเหมาก่อสร้างต่อจากบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จะได้เรียกผู้บริหารมาสอบปากคำในประเด็นการก่อสร้างและติดตั้งเครน ว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ รวมถึงมีการว่าจ้างให้ใครดำเนินการ หากพบความผิดจะแจ้งดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชูเลิศกล่าวว่า สภาวิศวกรมีหน้าที่กำกับดูแลวิศวกร ในกรณีนี้เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ในส่วนของการก่อสร้างจะต้องมีวิศวกร 2 ส่วน คือ วิศวกรควบคุมอาคาร และวิศวกรควบคุมการสร้างเครน จะต้องประสานงานกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรคุมงานหรือไม่ แต่คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดจากความประมาทของตัววิศวกรเอง ซึ่งถ้าผลการตรวจสอบพบว่ามีความผิด ก็จะถูกลงโทษเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทัศน์ รุจิณรงค์ ผอ.เขตยานนาวา เปิดเผยว่า ในส่วนของการแจ้งติดตั้งเครนตามหนังสือหารือการติดตั้งเครนขนส่งวัสดุใช้ในการก่อสร้าง ปี 49 ระบุว่า เครนไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอาคาร ทางผู้รับเหมาหรือโครงการก่อสร้างจะต้องแจ้งให้ทางสำนักงานเขตรับทราบว่าจะมีการติดตั้งเครน หากไม่ได้แจ้งก็ไม่มีข้อกฎหมายระบุความผิด แต่ทางสำนักงานเขตจะสุ่มตรวจสอบทุกเดือนในการก่อสร้างภายในเขต อย่างไรก็ตาม หากจะทำการรื้อถอนเครน ทางโครงการต้องทำหนังสือแผนการรื้อถอน และแผนปฏิบัติงานความปลอดภัย ส่งให้สำนักงานเขตพิจารณา จึงจะสามารถรื้อถอนได้ หากต้องการติดตั้งใหม่ก็ต้องทำหนังสือขออนุญาตกับทางเขตจึงจะสามารถติดตั้งเครนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายชูเลิศเปิดเผยภายหลังเข้าตรวจพื้นที่จุดเกิดเหตุว่า เบื้องต้นเครนที่ถล่มเป็นเครนเก่ามีอายุการใช้งานหลายปี และไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลพบว่า การถล่มเกิดจากการประกอบเครน ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีผู้ควบคุม 2 ส่วน คือ วิศวกรโยธาควบคุมโครงการ และวิศวกรช่างกลควบคุมเครน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรควบคุมหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างเรียกตัววิศวกรมาให้ข้อมูล หากพบว่าเป็นความผิดพลาดของตัววิศวกรจริง ก็จะมีโทษตั้งแต่ตักเตือน พักใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาต และเบื้องต้นพบว่าไม่มีผลกระทบกับตัวอาคาร มีเพียงรอยแตกร้าวเล็กน้อยบนพื้นที่ชั้น 12 ซึ่งต้องรื้อทำใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานเขตยานนาวาได้ติดป้ายคำสั่งห้ามใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน โดยในวันนี้มีเพียงคนงานเฝ้าพื้นที่และไม่มีการก่อสร้างใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่ทายาทของลูกจ้างที่เสียชีวิตจากการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 เป็นค่าทำศพจำนวน 40,000 บาท ค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างเป็นเวลา 10 ปี และทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพกองทุนประกันสังคม ส่วนลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินทดแทน เป็นค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 50,000 บาทถึง 1 ล้านบาท กรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ ค่าทดแทนกรณีหยุดงานร้อยละ 70 ของค่าจ้าง โดยจ่ายตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ไปจนตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี ค่าทดแทนกรณีสูญเสียไม่เกิน 10 ปี กรณีทุพพลภาพจะได้รับค่าทดแทนไม่น้อยกว่า 15 ปี และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งแบ่งเป็นค่าฟื้นฟูด้านอาชีพ 24,000 บาท และค่าฟื้นฟูด้านการแพทย์ 24,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ได้สั่งให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการเอาผิดกับนายจ้างตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 ตามมาตรา 14
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเครนถล่ม ว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ก่อสร้างดังกล่าวได้ก่อสร้างถึงชั้น 12 จึงทำการต่อเครนเพื่อก่อสร้างชั้น 13 โดยมีบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นเจ้าของโครงการ และมีบริษัทเป็นผู้รับเหมาช่วงก่อสร้าง โดยในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า โครงการดังกล่าวมีการใช้ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ หรือ Tower Crane จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งสาเหตุน่าจะเกิดจากปั้นจั่นเครื่องที่หักโค่นลงมาอยู่ในระหว่างการเพิ่มความสูงของปั้นจั่น โดยใช้ปั้นจั่นอีกเครื่องทำหน้าที่ยกชุดคอสวิงที่ประกอบไปด้วย ห้องบังคับปั้นจั่น แขนปั้นจั่น มอเตอร์และน้ำหนักถ่วง ซึ่งระหว่างที่เพิ่มความสูงโดยการติดตั้งชิ้นส่วนของหอปั้นจั่น โครงสร้างหอปั้นจั่นอาจแกว่งจนเสียสมดุล ทำให้ชุดนอตหรือสลักที่ใช้ยึดขาด ทำให้โครงสร้างหักโค่นลงมาพร้อมกับลูกจ้างที่กำลังทำหน้าที่ยึดชุดนอตพลัดตกลงมาด้วย อีกทั้งยังดึงเอาปั้นจั่นอีกเครื่องที่ทำหน้าที่ยกชุดคอสวิงของปั้นจั่นที่หักโค่นจนได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิวัฒน์กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า นายจ้างไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 โดยในวันนี้ (24 ม.ค.62) นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันท์ รองอธิบดี กสร. พร้อมด้วยพนักงานตรวจความปลอดภัยได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ และจะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายจ้างตามฐานความผิดดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง นอกจากนี้ พนักงานตรวจความปลอดภัยจะตรวจสอบเพิ่มเติมว่านายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 14 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในสภาพการทำงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงานที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน และแจกคู่มือปฏิบัติงานให้ลูกจ้างทุกคนก่อนที่ลูกจ้างจะเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน รวมทั้งมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับแล้วแต่ฐานความผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27439</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูเลิศ จิตเจือจุณ, นรงค์ กระจ่างยศ, บริษัท ตรัย กรุ๊ป รัชดา จำกัด, พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, วัฒนพงษ์ หิรัญมา, วิวัฒน์ ตังหงส์, สุทัศน์ รุจิณรงค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสถียร เจริญเหรียญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49ba685e095.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้อม&#039;เก็บอาการหลังป.ป.ช.ตีตกปมนาฬิกาหรูย้ำข้อเท็จจริงชี้แจงไปหมดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ธ.ค.61-เมื่อเวลา 07.00 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอย 5 จังหวัด ในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดมูลนิธิฯ ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเจ้าอวยพรและขอพรวันปีใหม่ 2562 โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รมว.แรงงาน พร้อมข้าราชการกระทรวงแรงงาน เดินทางมาอวยพรและขอพร ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้ขอบคุณที่ร่วมงานกันมา และขอให้ช่วยกันทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป
ต่อมา 07.30 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เข้าอวยพร โดย พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp; ได้กล่าวขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่นั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยมีรัฐมนตรีที่เข้มแข็ง และทำให้งานด้านความมั่นคงลุล่วงด้วยดี ขอบคุณการทำงานของกระทรวงมหาดไทยที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับประเทศและประชาชน &amp;nbsp;
ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า มีข้าราชการทหารและตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาร่วมอวยพร ได้แก่ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.ท.ชัชชัย ภัทรนาวิก ผู้บัญชาการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล บก.กองทัพไทย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัหลังญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่าย หลัง ผบ.เหล่าทัพ ได้อวยพร พล.อ.ประวิตร ในที่ประชุมสภากลาโหม เมื่อวันที่ 24ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. มีรายงานว่าได้เข้าอวยพรตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว
พล.อ.ประวิตร ได้อวยพรประชาชน ขอให้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัยปราศจากภัยอันตรายทั้งปวง และขอให้มีความสุขตลอดปี 2562 และตลอดไป พร้อมได้นำคำพูดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่ให้ไว้กับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เมื่อวันพฤหัสบดี ว่า ขอให้ทุกคนเป็นมิตรกัน เห็นแก่ความสุข และมุ่งประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลสรุปคดี ครอบครองนาฬิกาหรู และแหวนเพชร ที่ ป.ป.ช.เป็นการให้ความเป็นธรรมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. ไม่ใช่เรื่องของตนเอง ซึ่งได้ชี้แจงไปหมดแล้ว
เมื่อถามว่าโล่งใจหรือไม่ เพราะเรื่องคนพูดถึงตนมาตลอดและเรื่องนี้อยู่ในใจมาตลอด 1 ปี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่เคยอยู่ในใจเลย ถ้าเขาสอบออกมาว่าไม่ดีก็คือไม่ดี ถ้าดีก็คือดี เราก็ไม่ได้อะไร เพราะตนได้ให้ข้อเท็จจริงไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25280</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช.ตีตกนาฬิกาหรู, ประวิตร-นาฬิกาหรู, ประวิตร-เปรม, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c25909842a2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
