<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 19:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; ห่วงชาวอุทัย-ชัยนาท ส่ง บจธ พบผู้ว่าฯเร่งช่วยจัดสรรที่ดินทำกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63 - พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยนายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บจธ. นายศรีชา ม่วงไข่ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการที่ดิน 2 และนายสุทิน บัวตูม อนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บจธ. ได้ประชุมร่วมกับนายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี &amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดอุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มีความห่วงใยชาวอุทัยที่ต้องการให้มีที่ดินทำกิน และช่วยป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดิน จัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่งเสริมปลูกไม้เศรษฐกิจ และทำการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ช่วยเหลือ แบ่งปัน และเมื่อผลผลิตมีมากพอก็จัดจำหน่ายหรือสร้างช่องทางการซื้อขายผลผลิตทั้งในชุมชน และในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า อุทัยธานีมีพื้นที่ประมาณ 4.2 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตรและที่อยู่อาศัยประมาณ 1.7 ล้านไร่ &amp;nbsp;เป็นพื้นที่ป่าทุกประเภทประมาณ 2.8 ล้านไร่ มีประชากร 8 แสนคนเศษ ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร มี GDP &amp;nbsp;29,000 กว่าล้านบาท เฉลี่ยรายได้ประชากรอยู่ที่ 1.1 แสนบาทเศษต่อคนต่อปี ถือเป็นลำดับที่ 6 ของภาคเหนือ มีการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินผ่านคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือคทช. และเป็นแห่งแรกที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธาน คทช. มาทำพิธีเปิดเป็นจังหวัดแรกที่ ต.ระบำ ส่วนที่ยังมีปัญหาคาราคาซัง 5,000 ครอบครัวที่เข้าไปอาศัยและทำกินอยู่ในพื้นที่ป่า แต่อยู่ระหว่างการแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จังหวัดเรามีประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินหลายประเภท ที่ดินที่รัฐจัดให้ก็เป็นลักษณะบังคับให้ไปอยู่ และไม่ได้กรรมสิทธิ แต่ของบจธ. เป็นที่ดินที่ประชาชนต้องเลือกเอง มันจะต่างกัน และชาวบ้านก็ยังมีโอกาสได้กรรมสิทธิ ถือเป็นช่องทางที่แก้ปัญหาได้ผล &amp;nbsp;ขอให้ บจธ. ประชุมร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ ในจังหวัด ทำความเข้าใจกันให้ละเอียดไปเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลพัชร&amp;nbsp;ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในปัจุบัน ทั้งเกษตรกรและผู้ยากจน ที่เคยมีที่ดินทำกิน กลายเป็นคนไม่มีที่ดินทำกิน และที่ดินหลุดมือไปอยู่กับนายทุน &amp;nbsp;บจธ. จึงเข้ามาช่วยเหลือให้เกิดการกระจายสิทธิการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยที่ผ่านมา บจธ. ได้มีการประชุมขี้แจงภารกิจตามนโยบายพล.อ.ประวิตรฯที่ต้องการให้ช่วยเหลือประชาชนครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งได้ทำไปแล้วในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน และตั้งเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม 2563 จะประชุมบูรณาการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน กับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางทั้ง 26 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงบ่าย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;พร้อมทีมงานได้เดินทางไปที่จังหวัดชัยนาท พบกับนายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้พูดถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวชัยนาทเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติฯกล่าวว่า พล.อ.ประวิตรฯมีความห่วงใย จึงสั่งการ บจธ ลงมาพบกับผู้ว่าฯร่วมหาทางให้ความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนที มนตริวัต รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ชัยนาทมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งที่อยู่ในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน และยังมีเกษตรกรที่เช่าที่ดินทำนา เช่าที่ดินทำการเกษตร เพราะไม่มีที่ดินทำกินของตัวเองอยู่จำนวนมาก แต่ยังขาดช่องทางความช่วยเหลือในแบบที่ บจธ. ดำเนินการอยู่ จึงขอให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และอำเภอ เร่งนำข้อมูลไปสื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กับประชาชนทุกพื้นที่ผ่านจดหมายข่าวและเสียงตามสาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82100</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุทัยธานี, จัดสรรที่ดิน, บิ๊กป้อม, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f99677d57a6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; เดินหน้าจัดสรรที่ดินทำกินให้คนจน กำชับ บจธ.ลงพื้นที่ภาคกลางครบทุกจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.63 - พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยนายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บจธ. และนายศรีชา ม่วงไข่ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการที่ดิน 2 เข้าพบนายภาณุ &amp;nbsp;แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อชี้แจงภารกิจ บจธ. ที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกินแก่เกษตรกร และผู้ยากจนทั่วประเทศ ทั้งช่วยป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดิน จัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ และดำเนินการโครงการนำร่องโฉนดชุมชน 5 พื้นที่ตามมติคณะรัฐมนตรี และโครงการต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร ซึ่งดำเนินการไปแล้วล่าสุดรวมทั้งหมด &amp;nbsp;4,500 กว่าไร่&amp;nbsp;เกษตรกรกว่า 1,200 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศกร มงคลหมู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา อธิบายกับที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ว่าทาง อบต.รางจรเข้ ได้ประสานขอความช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกินให้ชาวบ้านซึ่งเป็นเกษตรกรและผู้ยากจนในตำบล และ. &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ พร้อมผู้บริหาร บจธ. ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 แล้ว ล่าสุด ทางอบต. ได้สำรวจที่ดินที่มีความเหมาะสม และจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่ บจธ.กำหนดแล้ว อยู่ระหว่างการลงพื้นที่จริงอีกครั้ง ซึ่งถือว่า บจธ.ทำงานรวดเร็วมาก เพราะหน่วยงานอื่นจะติดขัดกฎหมาย ต้องใช้เวลานาน &amp;nbsp;ขณะที่บจธ. ที่เป็นองค์การมหาชนมีขั้นตอนทำงานที่แตกต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายไพฑูรย์ สุขภาพ ประธานกลุ่มเกษตรผสมผสานบางไทร ที่มีสมาชิกประมาณ 140 ครัวเรือน ได้ประสานขอความช่วยเหลือที่ดินทำกินกับ บจธ. แล้ว แต่ที่ผ่านมาทางกลุ่มประสบปัญหาเรื่องการหาที่ดินที่เหมาะสม เนื่องจากสมาชิกที่เดือดร้อนมีจำนวนมาก ความต้องการพื้นที่ค่อนข้างสูง แต่ได้ไปสำรวจที่ดินที่สมาชิกพอใจไว้ที่ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรีแล้ว จำนวนเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ และเตรียมข้อมูลให้ บจธ. พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร รอง นายกฯ มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน และปัญหาการตกงานจาก โควิด 19 จึงกำชับ บจธ ลงพื้นที่ภาคกลาง 26 จว.ให้เสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81848</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จัดสรรที่ดิน, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96aceddac7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กอวบ&#039;ทำงานจนนาทีสุดท้ายก่อนเกษียณแถลงจับเครือข่ายแก๊งมันทุกเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.60- ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) พร้อมพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) &amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ตำรวจ บก.ทล และตำรวจ บช.ภ.6 แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 3 คดี รวมของกลางยาบ้า 673,000 เม็ด ไอซ์ 12 กก.รวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 195,700,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีแรกจับกุมนายมงคล หอมนาน อายุ 40 ปี นายศิริพงศ์ ทองนิโรจน์ อายุ 31 ปี นายสุพจน์ ไรนุ่น อายุ 37 ปี นายวีระศักดิ์ คชสาร อายุ 34 ปี น.ส.นิตยา หนูอ่อน อายุ 50 ปี น.ส.เบญจวรรณ คงรอด อายุ 31 ปี และ น.ส.วิภาดา ทิวกลาง อายุ 26 ปี พร้อมของกลางยาบ้ากว่า &amp;nbsp;500,000 เม็ด รถยนต์ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง ได้ที่ริมถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก กม.ที่ 274+600 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก และหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงทรัพย์ไพรวัลย์ ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจับกุมครั้งนี้ได้รับเบาะแสว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดของนายมงคล เครือข่ายของนายปัณณวิชญ์ ประทุม หรือโก๋แก่ มันทุกเม็ด กำลังจะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.หนองคาย หลังติดต่อซื้อขายยาเสพติดผ่านไลน์ พล.ต.ท.ชินภัทร จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.วัชระ และ พ.ต.อ.ธีรเดช สืบสวนติดตามจนพบรถกระบะเชฟโรเลต ทะเบียน กต-2937 สุโขทัย ต้องสงสัยเป็นของเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งขับผ่านจุดตรวจสันติสี่ ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก มุ่งหน้า จ.หนองคาย และมีรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีเทา ทะเบียน กม-7595 ลำปาง ขับตามมามุ่งหน้าทิศทางเดียวกัน จึงเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบนายมงคล เป็นผู้ขับรถกระบะเชฟและมี น.ส.นิตยา นั่งมาด้วย ส่วนรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ มีนายวีระศักดิ์ เป็นคนขับ โดยมี น.ส.เบญจวรรณ และ น.ส.วิภาดา นั่งมาด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรถยนต์ทั้ง 2 คัน มีรถเก๋งโตโยต้า อัลติส ทะเบียน กจ-9871 สุโขทัย ขับฝ่าด่านตรวจไปอย่างรวดเร็วและคนในรถเก๋งดังกล่าวได้โยนวัตถุสีเหลืองออกมาจากรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามก่อนเข้าตรวจสอบรถคันดังกล่าว พบนายศิริพงศ์ เป็นคนขับ และนายสุพจน์ นั่งมาด้วย เมื่อตรวจค้นภายในรถยนต์พบกระสอบบรรจุยาบ้า 340,000 เม็ด ส่วนจุดที่ทั้งคู่ได้โยนยาเสพติด พบถุงซิปใส 16 ห่อ บรรจุยาบ้า 160,000 เม็ด รวมยาบ้าที่ตรวจยึดประมาณ 500,000 เม็ด จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผบ.ตร.กล่าวว่า อีกคดีตำรวจจับกุมนายฮวัง จวิ้น หาว อายุ 37 ปี และนายเฉิน อี้ หมิน อายุ 23 ปี 2 ผู้ต้องหาชาวไต้หวัน พร้อมของกลางไอซ์ 12 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านคลองเตย กรุงเทพฯ ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายฮวัง จวิ้น หาว เป็นผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศไทยไปยังไต้หวัน ซึ่งนายฮวัง เคยฝากกระเป๋าเดินทางไว้ให้กับนายเฉิน อี้ หมิน ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านคลองเตย ล่าสุดนายฮวัง เดินทางเข้ามาประเทศไทยและเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อรับมอบของกลางจากนายเฉิน ก่อนถูกตำรวจจับกุมได้ จึงแจ้งข้อหา&amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายอานนท์ หรือบาส เนียมไทย อายุ 31 ปี นายการุณ หรือกา แสงเรือง อายุ 28 ปี และนายรวีพงษ์ หรือเบียร์ มีสมกิจ อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 173,000 เม็ด รถบรรทุกส่วนบุคคล 2 คันและโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแถลงข่าวในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการทำงานจนวินาทีสุดท้ายในชีวิตข้าราชการตำรวจของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ก่อนที่อำลาตำแหน่งหลังอายุครบกำหนดเกษียณราชการตำรวจวันที่ 30 ก.ย.2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจปส., บิ๊กอวบ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้า, แก๊งมันทุกเม็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d91e8fa6d87c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองผบ.ตร.&#039;แถลงตำรวจ191สกัดจับไอซ์ครึ่งตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.62-ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.บก.สปพ. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. &amp;nbsp;ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายเฉลิม แซ่หาญ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ 8 ต.ห้วยสาโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ นายวุฒิชัย แซ่หาญ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 8 ต.ห้วยสาโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ นายเอกวิทย์ หาญฤทธิกุลชัย อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 8 ต.ห้วยสาโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ และนายนิรันดร์ ลีสวัสดิ์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 12 ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย &amp;nbsp;ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลาง ไอซ์ น้ำหนักรวม 502 กิโลกรัม รถกระบะ นิสสัน นาวารา สีเทา ทะเบียน บบ-8008 แพร่ และรถกระบะอีซุซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ทะเบียน บบ-6287 แพร่ มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากนายตั้ม (ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ฝั่งประเทศพม่าว่าจ้างให้ขนลำเลียงยาเสพติดจากจ.เชียงราย เข้ากรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อส่งให้ลูกค้า โดยนายเฉลิมเป็นผู้ขับรถกระบะ นิสสัน นาวารา สีเทา &amp;nbsp;ซึ่งซุกซ่อนไอซ์ที่บรรจุอยู่ในถุงชา แล้วใส่กระสอบพลาสติกที่ใช้เศษกระสอบมาทำเป็นสายสำหรับสะพายหลัง &amp;nbsp;ส่วนคนอื่นทำหน้าที่คอยดูต้นทาง &amp;nbsp;โดยได้ค่าจ้างขนประมาณ 1 ล้านบาท &amp;nbsp;ภายหลังจับกุมเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง บช.ปส. ดำเนินคดีและขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกราย พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สุทธิสาร พร้อมชุดสืบสวน สน.สุทธิสาร จับกุมนายฤทธิชัย อันทะโส อายุ 26 ปี ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย &amp;nbsp;พร้อมของกลาง ไอซ์ บรรจุในถุงชา ยี่ห้อ GUANYINYANG จำนวน 67 ถุง น้ำหนักรวม 80.4 กิโลกรัม สืบเนื่องจากตำรวจ สน.สุทธิสาร สืบทราบว่านายฤทธิชัย เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่วังทองหลาง และได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ที่ห้องพักจำนวนมาก ชุดสืบสวนจึงทำการล่อซื้อ ก่อนจับกุมได้ที่หน้าห้องเลขที่ 8 ชั้น 3 ภายในตึกไม่มีชื่อ เลขที่ 106 ซอยลาดพร้าว 80 แยก 22 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 19.30 น.ของวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาการสอบสวนเชื่อว่านายฤทธิชัยรับยาเสพติดมาจากเครือข่ายบังเย้ จันทรบุรี-ตราด ซึ่งถูกตำรวจกก.3 บก.ทล.จับกุมพร้อมของกลาง ไอซ์ น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัมไปเมื่อวันที่ 10 ก.ย.62 &amp;nbsp;โดยนายฤทธิชัย ทำหน้าที่ดูแลและนำยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ในห้องพัก ก่อนนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆให้กับลูกค้าตามที่เจ้าของยาเสพติดสั่งการ ได้ค่าจ้างกิโลกรัมละประมาณ 8,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า &amp;nbsp;ในส่วนคดีที่ตำรวจ บก.สปพ. หรือ 191 จับไอซ์กว่า 502 กิโลกรัมนั้น &amp;nbsp;เป็นผลจากการที่ตำรวจ บก.สปพ. ได้จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง &amp;nbsp;พร้อมของกลาง ยาบ้า 2,000,000 เม็ด &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ก่อนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องและอยู่เบื้องหลัง จนทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบขนไอซ์จำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาทางพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งขบวนการลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะมีเป้าหมาย คือ นำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าและออกนอกประเทศ &amp;nbsp;ชุดสืบสวนจึงวางแผนเข้าจับกุมได้ผู้ต้องหา 4 คน รถกระบะที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด 1 คัน และรถกระบะนำทาง 1 คัน ซึ่งชุดสืบสวนใช้เวลาเกาะติดตามนานกว่า 8 เดือน จึงจะจับกุมตัวมาได้ ส่วนอีกคดี ตำรวจ สน.สุทธิสาร สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จึงวางแผนล่อซื้อ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน พร้อมของกลางไอซ์เกือบร้อยกิโลกรัม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46077</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ191, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาเสพติด, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d821fadec9be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึด200ล.แก๊งยา ขุมข่ายเหนือจดใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กอวบ&amp;quot; ขึ้นเชียงใหม่ แถลงผลงานลูกน้องยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญหลังปะทะเดือดจับตาย 1 ศพ ยึดยาบ้า 11 ล้านเม็ด พบเชื่อมโยงตั้งแต่ภาคเหนือจนไปถึงสุไหงโก-ลก ได้ทรัพย์สินมูลค่า 200 ล้าน พร้อมจับกุมตัวการสำคัญได้ 8 คน เผยยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยอีกจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 กันยายนนี้ ที่ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดทรัพย์ของเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้กว่า 220 รายกา รมูลค่า 200 ล้านบาท จากการที่ทางหน่วยงานราชการได้บูรณาการในการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด และกรณีที่สถานีตำรวจภูธรแม่อายได้ปะทะกับกลุ่มขนยาบ้าข้ามแดนจากประเทศเมียนมาเข้าประเทศไทย เกิดการยิงกันจนทางฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ศพ และจับได้อีก 1 ราย พร้อมยึดยาบ้าทั้งหมดประมาณ 11 ล้านเม็ด โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลจากป้ายทะเบียนรถยนต์ไปหากลุ่มเครือข่ายผู้ค้า การตรวจสอบตามเส้นทางการค้า การโอนเงิน ฟอกเงิน พบว่ามีเครือข่ายเชื่อมโยงตั้งแต่ภาคเหนือจนถึง อ.สุไหงโก-ลก ในภาคใต้ จนสามารถยึดทรัพย์ได้จำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า การทำงานของตำรวจและทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันได้ประโยชน์และได้ตัวการใหญ่ๆ จนวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจยึดทรัพย์ของ น.ส.ศิริวรรณ วงค์สา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 9 ต.มะลิกา อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เจ้าของ หจก.วรรณศิริ สาขา 1 สันต้นหมื้อ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ หจก.วรรณศิริ สาขา 2 ถนนเลี่ยงเมืองฝาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีอาคารพาณิชย์ จำนวน 5 คูหา ที่ดิน 22 แปลง มูลค่า 324,280 บาท เงินสด รถยนต์ จำนวน 47 คัน รถแบ็กโฮ 3 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 7 คัน เรือยนต์ 1 ลำ อาวุธปืน 3 กระบอก ทองรูปพรรณ จำนวน 6 รายการ เครื่องใช้ไฟฟ้า ม้า 4 ตัว สุกร 45 ตัว และทรัพย์สินอื่นๆ รวมทั้งหมดจํานวน 220 รายการ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดตามหมายจับจํานวน 8 ราย ได้แก่ หมายจับศาลอาญา ลง 23 สิงหาคม 2562 มีนายปรีชา แสนลี อยู่บ้านเลขที่ 172 หมู่ 10 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายอํานาจ แสนลี่ อยู่บ้านเลขที่ 536/37 หมู่ 5 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่, นายสมเจต แสนฟู่ อยู่บ้านเลขที่ 220 หมู 10 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายปริญญา หมื่นอภัย อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 8 ต.สันต้นหมื้อ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, น.ส.ศิริวรรณ วงค์สา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 9 ต.มะลิกา อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายศุภกร ภารสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 14 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายนัฐพงษ์ หมื่นอภัย อยู่บ้านเลขที่ 158 หมู่ 8 ต.สันต้นหมื้อ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายเชาวสิทธิ์ แก้วกองมา อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 9 ต.แม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดถูกกล่าวหา สมคบกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่าย และได้มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยอีกจำนวนหนึ่ง &amp;nbsp;และขยายผลในทางคดีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ธนารัตน์ มีทองหลาง ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายนัทธภัทร์ เมืองขวา หรืออาม อายุ 31 ปี ชาว จ.ปทุมธานี และนายสุขประเสริฐ ซื่อสัตย์ หรือบอม อายุ 21 ปี ชาว ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 160,000 เม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ชาว ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ว่า ลูกชายและกลุ่มเพื่อนๆ อายุระหว่าง 15-17 ปี ชอบรวมตัวกันแว้นรถตามท้องถนนและมั่วสุมเสพยาเสพติด ทั้งยังทราบว่ากลุ่มของลูกชายซื้อยาบ้ามาจากเครือข่ายค้ายาบ้าข้ามชาติ ซึ่งเช่าบ้านอยู่ที่บ้านไม่มีเลขที่ ริมถนนเลี่ยงเมือง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อจากผู้ต้องหาทั้งสอง ก่อนควบคุมตัวไว้ได้และพบของกลางอีกจำนวนหนึ่งในบ้านเช่า สารภาพรับยาบ้าจากเอเยนต์ชาวลาวขายให้วัยรุ่นในพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45014</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัฐพงษ์ หมื่นอภัย, ปริญญา หมื่นอภัย, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ศิริวรรณ วงค์สา, ศุภกร ภารสวัสดิ์, สมเจต แสนฟู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อํานาจ แสนลี่, เชาวสิทธิ์ แก้วกองมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6fb86016e41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบสาวเคนยาพกโคเคนยัดช่องลับเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับหนุ่มเชียงใหม่พร้อมเฮโรอีน 105 กก.ซุกไว้ในโกดังย่านปทุมธานีก่อนนำส่งลูกค้า อีกรายรวบสาวเคนยาซุกโคเคนไว้ในช่องคลอดและกลืนลงท้องบินเข้าไทยขายตามสถานบันเทิง รับทำมาแล้ว 3 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 กันยายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.บัญชา ศรีพัทยากร ผบก.สกส.บช.ปส., พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ ปปง. และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร แถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดรายสำคัญ 2 ราย ได้ผู้ต้องหา 2 คน ของกลางเฮโรอีน 105 กิโลกรัม โคคาอีน 1,500 กรัม มูลค่ายาเสพติด 106,500,000 บาท ตรวจยึดทรัพย์สิน 500,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีแรก จับกุมนายศิริขวัญมิ่งเมือง คำธา อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางเฮโรอีน 300 แท่ง หนัก 105 กิโลกรัม รถบรรทุก 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมได้ที่ห้องเช่าย่านโรงกลึงแห่งหนึ่งใน ต.บางหลวง อ.เมือง จ.ปทุมธานี สืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบสวนทราบเบาะแสว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดเตรียมจะลำเลียงยาเสพติดมาเก็บพักไว้ที่โกดังเช่าในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จึงวางกำลังสกัดกั้นและจับตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้องเช่าโรงกลึงดังกล่าว พร้อมของกลางเฮโรอีน 300 ก้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับฝากเฮโรอีนดังกล่าวมานานหลายปี เบื้องต้นแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำของกลางและผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ก่อนขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคดี จับกุมนางลูซี เดอเรมมา โอมมา (MRS.LUCY NDEREMA OUMA) อายุ 30 ปี ชาวเคนยา พร้อมของกลางโคเคน 121 ก้อน หนัก 1,500 กรัม และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมและกรมศุลกากร พบผู้โดยสารต้องสงสัยเป็นเครือข่ายยาเสพติดเดินทางเข้ามาภายในประเทศ จึงได้ติดตามไปยังช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ และตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระของนางลูซีด้วยเครื่องเอกซเรย์ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่เมื่อซักถามนางลูซีรับว่าได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายในช่องคลอด 1 ก้อนใหญ่ หนัก 305 กรัม และกลืนลงในช่องท้อง 120 ก้อนเล็ก เป็นโคคาอีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาให้การว่ารับยาเสพติดมาจากประเทศในแถบยุโรปก่อนมาพักในแอฟริกาใต้ ทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง โดยมีผู้ว่าจ้างเป็นชาวผิวสี และจะนำยาเข้ามาจำหน่ายตามสถานบันเทิง ซึ่งจะได้ค่าจ้างเป็นเงินสกุลดอลลาร์ แต่ไม่เปิดเผยจำนวน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44853</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ลูซี เดอเรมมา โอมมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6d14883e3a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดศูนย์ปราบปรามค้างาช้าง! &#039;เฉลิมเกียรติ&#039; โชว์ยึดของกลางพันล้านก่อนเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;ส.ค.62 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;(รอง ผบ.ตร.) ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง (ศชง.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วยตัวแทนจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช,&amp;nbsp;กรมศุลกากร,&amp;nbsp;กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ,&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์,กรมการปกครอง,&amp;nbsp;บริษัทท่าอากาศยานไทย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แถลงการประกาศผลสำเร็จปลดออกบัญชีไซเตสปราบปรามค้างาช้างผิดกฎหมายพร้อมปิดศูนย์ ศชง.ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมาย ที่ใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางในขนส่งลำเลียง ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งในอดีตประเทศไทยเคยติดอันดับประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้างาช้างผิดกฎหมายในกลุ่มประเทศที่มีความน่ากังวลอย่างยิ่ง (Primary Concern)&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่รุนแรง&amp;nbsp; จนเกือบได้รับบทลงโทษระงับการค้าสินค้าที่เกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)&amp;nbsp;ทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย (Revised Thailand National Ivory Action Plan)เพื่อเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)&amp;nbsp;และได้กำหนดให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ให้เป็นรูปธรรม โดยมอบหมายภารกิจให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนับสนุนการดำเนินการในหมวดการกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายและการประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ศชง.ตร.เปิดเผยต่อว่า ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;เป็นต้นมา ได้มีการดำเนินงานเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจังทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีมาตรการเน้นหนักคือการออกฎหมายควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ห้ามนำเข้า ห้ามส่งออก ห้ามซื้อขาย และไม่สนับสนุน ทลายเครือข่ายแบบถอนรากถอนโคน นำกฎหมายฟอกเงินมาใช้กับนายทุน ผู้ร่วมขบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจับกุมผู้กระทำความผิดในภาพรวมของ ศชง.ตร. นับตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและตรวจยึดของกลางเป็นงาช้างได้&amp;nbsp;44&amp;nbsp;คดี รวมงาช้าง&amp;nbsp;4,492&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;1,657&amp;nbsp;กิ่ง รวม&amp;nbsp;2,186&amp;nbsp;รายการ น้ำหนัก&amp;nbsp;9,901.82&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;990,182,000บาท เมื่อผลงานบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ผมในฐานะ ผอ.ศชง.ตร.และจะเกษียนอายุราชการวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย.นี้ จึงต้องมีการปิดศูนย์ดังกล่าว แต่ถ้า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ต้องการให้มีดำเนินการที่ต่อเนื่องในการปราบปรามการค้างาช้าง ก็สามารถมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาเข้ามาสานต่องานได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวขาน ได้รับการมอบหมายให้เข้ามาดูแลการปราบปรามงาช้าง ได้รับความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลการจับกุมเป็นที่น่าพอใจผู้ลักลอบค้างาช้างทั้งในและต่างประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด และได้รับการปลดออกจากบัญชีไซเตส จนได้รับฉายาว่าเป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;มือปราบไซเตส&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;ldquo;มือปราบงาช้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44557</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้างาช้าง, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, มือปราบงาช้าง, มือปราบไซเตส, ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d675bf345823.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
