<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบฟื้นฟู&#039;บึงราชนก-บึงบอระเพ็ด&#039;วงเงิน1.4พันล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการแผนหลักการฟื้นฟูบึงราชนก จังหวัดพิษณุโลก และแผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ &amp;nbsp;โดยแผนหลักการฟื้นฟูบึงราชนก &amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก รวม 4 ด้าน ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี (พ.ศ. 2563 &amp;ndash; 2569) วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,456.98 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้เร่งดำเนินการแผนงานเร่งด่วนที่มีความพร้อม จำนวน 11 โครงการในระหว่างปี พ.ศ. 2563 - 2565 วงเงินงบประมาณ 754.56 ล้านบาท เช่น โครงการแก้ไขปัญหาบุกรุกเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในพื้นที่บึงราชนก &amp;nbsp;โครงการขุดลอกพื้นที่บึงราชนก (บางส่วน) &amp;nbsp;ขณะที่แผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ รวม 6 ด้านระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี (พ.ศ. 2563 &amp;ndash; 2572) วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 5,701.5 ล้านบาท โดยให้เร่งดำเนินการแผนงานเร่งด่วนที่มีความพร้อม จำนวน 9 โครงการ &amp;nbsp;ในระหว่างปี พ.ศ. 2563 - 2565 วงเงินงบประมาณ 1,513.5 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น &amp;nbsp;โครงการตรวจสอบการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนในเขตพื้นที่บึงบอระเพ็ด &amp;nbsp;ในพื้นที่ &amp;ldquo;ให้ หวง ห้าม&amp;rdquo; การขุดลอกคลอง/ตะกอนดิน โดยจะต้องดำเนินการได้ทันทีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบึงราชนก &amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก &amp;nbsp;และบึงบอระเพ็ด &amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ &amp;nbsp;มีสภาพเสื่อมโทรมและตื้นเขิน &amp;nbsp;ทำให้มีการเข้าครอบครองทำประโยชน์หรือบุกรุกพื้นที่บึงเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ส่งผลให้การใช้ประโยชน์และเป็นพื้นที่รับน้ำได้ไม่เต็มศักยภาพ .&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37620</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบ1.4พันล้านบาท, จ.นครสวรรค์, จ.พิษณุโลก, บึงบอระเพ็ด, ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล, พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, ฟื้นฟูบึงราชนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae823b523e4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำหนด4พ.ค. วันฉัตรมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีรับทราบ 4 พฤษภาคม เป็นวันฉัตรมงคล เผยวันสำคัญของชาติใน 1 ปี มี 17 วัน รวมวันหยุดราชการ 19 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล บ่ายวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอภาพรวมวันหยุดราชการประจำปี โดยกำหนดให้วันที่ 4 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันฉัตรมงคล และวันหยุดราชการ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พ.ค.62 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงรับพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และต่อมาเมื่อวันที่ 5 พ.ค.62 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อธิสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับการจัดทำภาพรวมวันหยุดราชการประจำปี โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 19 วัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย ให้สอดคล้องกับพระบรมราชโองการ มีรายละเอียดดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.วันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.วันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 1 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ 6 เมษายน 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.วันสงกรานต์ 13-15 เมษายน รวม 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.วันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.วันรัฐพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ รอหมายกำหนดการ 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.วันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.วันอาสาฬหบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.วันเข้าพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 8 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;12.วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;14.วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;15.วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.วันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17.วันสิ้นปี 31 ธันวาคม 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันหยุดประจำปีของธนาคารและวันหยุดของภาคแรงงาน หรือเอกชน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36421</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce3fc193eb32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.เตรียมแปลง 62 คำสั่งม.44 เป็นกฎหมายปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62- พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมครม.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงให้ที่ประชุมรับทราบว่าในที่ประชุมคสช.มีการหารือถึงคำสั่งตามมาตรา 44 ที่ต้องมีการไปทบทวนว่าคำสั่งไหนจบสิ้นแล้ว เช่น การแต่งตั้ง หรือคำสั่งไหนที่ยังไม่จบโดยให้แต่ละกระทรวงต่างๆไปดู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเหลือคำสั่งประมาณ 62 คำสั่ง เช่น เรื่องการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และขาดการควบคุม(ไอยูยู) และกรณีขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ไอเคโอ) ที่จะต้องให้แต่ละกระทรวงไปเปลี่ยนแปลงเป็นกฎหมายหรือกฎกระทรวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูคำสั่งว่าคำสั่งใดควรยกเลิกหรือควรอยู่ต่อ ซึ่งเมื่อคณะทำงานดังกล่าวประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงจะออกมาตรา44 มาอีกฉบับ เพื่อดูรายละเอียดยกเลิกคำสั่งมาตรา 44 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล, พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, ม.44, ยกเลิกคำสั่งคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc025fc6ebb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ชี้แจก1.5พันแค่ศึกษา ยัวะข่าวหลุดทำคนสับสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลั่นมาตรการแจกเงิน 1,500 บาทเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดยังแค่ศึกษา ลั่นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องคิดถึงงบประมาณและข้อกฎหมาย ไม่สร้างภาระรัฐบาลใหม่ ยัวะข่าวหลุดทำให้เกิดการตีความ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 24 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อพยุงเศรษฐกิจช่วงกลางปี 2562 คนละ 1,500 บาทว่า หลายอย่างเป็นเรื่องที่รัฐบาลยังไม่ดำเนินการ เป็นเพียงข่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอเยอะแยะไปหมด ทำให้เกิดความสับสนอลหม่าน&amp;nbsp;อย่าลืมว่ารัฐบาลก็คือรัฐบาล เราก็ทำหน้าที่รัฐบาล ต้องทำหน้าที่ต่อเนื่องไปจนกว่าจะมี ครม.ใหม่ขึ้นมา ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย รัฐบาลพยายามที่จะควบคุมสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ที่มีข่าวว่ารัฐบาลจะมีมาตรการต่างๆ ออกมาช่วงนี้นั้น ขอบอกว่ายังเป็นเพียงการศึกษา และปรึกษาหารือกันของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพียงแต่วันนี้ข่าวออกมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยวเมืองรอง สื่ออย่ามาถาม มันยังไม่มีข้อสรุปอะไรออกมาเลย บางทีเป็นเรื่องแค่การหารือกันเพื่อหาข้อสรุปให้ได้ ยืนยันว่ายังไม่ได้ข้อยุติ เพราะมีหลายอย่างเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ให้เงินแล้วจบ ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องของภาษี คณะกรรมการกำลังพิจารณาอยู่ ขอร้องทุกคนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มาตรการทางเศรษฐกิจมีผล 2 อย่าง เพราะเศรษฐกิจของประเทศขึ้นอยู่กับการส่งออกมาด้วย ซึ่งทุกคนก็ทราบดี ดังนั้นเมื่อโลกมีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ มีสงครามการค้า ก็จะส่งผลกระทบต่อยอดการส่งออก จึงจำเป็นต้องมีการเพิ่มการใช้จ่ายในประเทศ ถ้าทุกคนไม่กล้าใช้เงิน ไปยุ่งแต่กับเรื่องการเมือง ทุกอย่างมันหยุดไปหมด แล้วรัฐบาลจะทำอะไรได้ วันนี้จึงอยากขอร้องประชาชนทุกคนที่มีขีดความสามารถในการใช้จ่ายเงิน ต้องช่วยกัน มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย คนไม่มีรัฐบาลก็จะดูแลให้สามารถดำรงชีพอยู่ต่อไปได้ ถือเป็นหลักการสำคัญ ถ้าเราไม่ช่วยกัน ทุกคนไม่ยอมเสียอะไรเลย อยากจะได้เพียงอย่างเดียวก็ไม่มีใครทำอะไรให้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหามาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศให้ได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาสแรกผ่านไปแล้ว 2 เดือน เหลืออีก 1 เดือน จากนั้นต้องมาดูในไตรมาส 2&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เพราะถ้ามีปัญหา ผลกระทบจะตกไปอยู่ที่ประชาชน รัฐบาลจึงต้องหามาตรการที่เหมาะสม แต่ต้องระมัดระวังในข้อกฎหมายทุกประการ โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณ&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า รัฐบาลนี้ระมัดระวังอย่างเต็มที่ ทำงานทุกอย่างด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้เป็นภาระรัฐบาลต่อๆ ไป เหมือนกับที่ปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นมาก่อนรัฐบาลนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวก่อนการประชุม ครม.ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ยังไม่เห็นในวาระพิจารณาปกติ แต่คาดว่าอาจพิจารณาเป็นวาระจร หรืออาจเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้าแทน ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมืองรอง 55 จังหวัด ที่ไม่ว่าจะมีการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเท่าไรก็ถือว่าช่วยได้มาก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ไม่ได้อยู่ในฤดูกาลท่องเที่ยว จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ที่คาดว่าจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนมากกว่าปี 2561 ที่ทำได้ถึง 2.64 แสนล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า นายกฯ ย้ำถึงมาตรการแจกเงินให้ประชาชนคนละ 1,500 บาท เพื่อใช้จ่ายท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดว่า เรื่องดังกล่าวได้เห็นจากในข่าว และบอกว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ซึ่งเรื่องยังไม่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้วเหตุใดเรื่องจึงหลุดออกไปก่อน ซึ่งเราก็ไม่ได้ชี้แจง คนจึงเอาไปตีความอย่างนั้นอย่างนี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34392</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc07519d20be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ถูก-กม.ผิด ชู3นิ้วรับทราบข้อกล่าวหา ยืนยันศาลต้องวิจารณ์ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ชู 3 นิ้ว เข้า ปอท.รับทราบข้อกล่าวหา แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ &amp;nbsp;&amp;quot;UNOHCR-อังคณา&amp;quot; นำทีมสิทธิมนุษยชน แต่ไร้เงาทูตฝรั่งมุง &amp;nbsp;หลังพิมพ์ลายนิ้วมือเจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา ลั่นกฎหมายทุกฉบับมอบอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ศาลเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยฝ่ายตุลาการและกำหนดให้ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ บ่นตั้งแต่ตั้งพรรคอนาคตใหม่ถูกแจ้งความแล้วหลายคดี โดยหัวหน้า คสช.ที่เป็นคู่แข่งส้มหวาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;ให้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. ร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิด นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในข้อหาดูหมิ่นศาลและนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) จากการอ่านแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่คัดค้านมติศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติไปเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 เมษายน เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยทีมทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก ปอท. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ความผิดตาม ป.อาญาฯ ม.198 ฐานดูหมิ่นศาล และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 มาตรา 14 (2) นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนถึงเวลานัดหมาย ได้มีแกนนำพรรคอนาคตใหม่ อาทิ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค พร้อมผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมารอให้กำลังใจนายปิยบุตรด้วย โดยนายปิยบุตรได้ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกๆ คนที่มาให้กำลังใจ พร้อมชู 3 นิ้ว เป็นสัญลักษณ์ต่อต้าน คสช.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรได้ขอบคุณกองเชียร์และผู้สังเกตการณ์จากองค์กรระหว่างประเทศ ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ หรือ UNOHCR และนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)​ รวมทั้งอดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ นักเคลื่อนไหวกลุ่มอยากเลือกตั้ง ที่เข้ามาสังเกตการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า มาครั้งนี้เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้รับมอบอำนาจจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​ มาร้องทุกกล่าวโทษตนในข้อหาละเมิดอำนาจศาล ป.อาญาฯ มาตรา 198 ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 มาตรา 14 (2) นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ หรือโครงสร้างพื้นฐาน อันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน&amp;nbsp;
ข้องใจ คสช.เป็นคนฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจกับกระบวนการยุติธรรมของตำรวจ ซึ่งที่ผ่านมาก่อนที่จะมาเป็นนักการเมืองตนก็เป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นปกติ ไม่เคยถูกร้องทุกข์มาก่อน แต่พอตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้ไม่ถึงปี กลับถูกกล่าวหามากกว่าพรรคการเมืองอื่น โดยในครั้งนี้จึงต้องดูข้อเท็จจริงว่าตนกระทำความผิดอย่างไร เพราะมั่นใจว่าไม่มีถ้อยคำไหนที่ตนสร้างความเกลียดชัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมา พ.อ.บุรินทร์ จะมาแจ้งความด้วยตนเอง ไม่ได้รับมอบอำนาจจากคสช. แต่ครั้งนี้ไม่ทราบว่าผู้ใหญ่คนไหนที่มอบอำนาจให้ พ.อ.บุรินทร์มาร้องทุกข์ตน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าการถูกแจ้งข้อกล่าวหาในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับพรรคอนาคตใหม่อย่างแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ได้มีการพูดคุยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่บ้างแล้ว และมีการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรยังกล่าวอีกว่า ตนไม่ทราบว่าจะมีผู้สังเกตการณ์จากสถานทูตหรือองค์กรระหว่างประเทศเดินทางมา แต่ได้มีการสอบถามว่าตนถูกดำเนินคดีเพราะอะไร ซึ่งได้มีการสอบถามทุกพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศบริเวณอาคารศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารบี มีการตรวจเข้มบุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่โดนการตรวจบัตรประชาชน ถ่ายภาพบุคคลและตรวจสแกนกระเป๋า &amp;nbsp;รวมทั้งประสานตำรวจ สน.ทุ่งสองห้องเข้ามาดูแลความเรียบร้อยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์เผยว่า ได้ขอกำลังตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ร่วมตำรวจ บก.ปอท. มาทำการตั้งโต๊ะตรวจสแกนบัตรประชาชนทุกคนที่จะเข้ามาที่ บก.ปอท. ป้องกันมือที่สามและเหตุอื่นๆ ส่วนขั้นตอนจะแจ้งข้อกล่าวหา จากนั้นสอบปากคำและปล่อยตัวนายปิยบุตรกลับไปทันที ยืนยันเจ้าหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้สังเกตการณ์ มีนางอังคณา นีละไพจิตร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNOHCHR) จำนวน 2 คน มาร่วมสังเกตการณ์ และเข้ารับฟังการรับทราบข้อหาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการรับทราบข้อกล่าวหาดำเนินไปตามขั้นตอนปกติ มีการพิมพ์ลายนิ้วมือ และมีรายงานว่าก่อนพิมพ์ลายนิ้วมือ นายปิยบุตรได้ถอดแหวนแต่งงาน พร้อมกับบอกว่าเดี๋ยวจะเลอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายปิยบุตรเปิดเผยหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนฯ ว่าได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะเขียนคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 9 วัน หรือวันที่ 25 เม.ย. และต้องหารือกับทนายก่อนว่าจะเดินทางมาด้วยตนเองหรือไม่&amp;nbsp;
กฎหมายบอกให้วิจารณ์ศาลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณี พ.อ.บุรินทร์ได้แจ้งความเอาผิดตนนั้นพบว่าเป็นฝ่ายกฎหมาย คสช.​ ได้เป็นผู้มอบอำนาจมาให้ร้องทุกข์ โดยตนตั้งข้อสังเกตว่าคนมาแจ้งความเป็นคน คสช. และหัวหน้า คสช. ก็เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคู่แข่งของพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับกฎหมายทุกฉบับมอบอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ซึ่งศาลเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยฝ่ายตุลาการ และกำหนดให้ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่บอกว่า ในข้อหามาตรา 198 ดูหมิ่นศาล ซึ่งตามกฎหมายอาญานั้นสามารถให้บุคคลใดแจ้งความร้องทุกข์ก็ได้ และอาจเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต เนื่องจากหากตนผิดจริงก็จะเป็นบรรทัดฐานวิพากษ์วิจารณ์องค์กรต่างๆ เพราะทำให้บุคคลที่สามสามารถแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดได้ โดยตนคิดว่ากฎหมายยังมีข้อบกพร่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.อ.บุรินทร์แจ้งความเอาผิดตนนั้น จากการตรวจสอบข้อความที่ถูกกล่าวอ้างที่เป็นความผิด ไม่พบว่ามีคำที่ตนพูดและไม่มีถ้อยคำใดแสดงถึงการดูหมิ่นศาลแต่อย่างใด นอกจากนี้ ตนได้ลงมาเล่นการเมืองแล้ว ต้องมีความอดทนอดกลั้นต่อการแสดงความคิดเห็นที่ไม่เป็นจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ กล่าวว่า ตอนแรกขอพนักงานสอบสวนขยายระยะเวลา 15 วันแต่ทางพนักงานสอบสวนชี้แจงว่ามีการเร่งรัดจากผู้ใหญ่จึงไม่สามารถขยายเวลาได้ เมื่อมีการถามว่าข้อหามาตรา 198 ดูหมิ่นศาล อย่างไรก็ตาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ โดยช่วงเวลาเพียง 9 วัน อาจจะไม่ทันต่อการส่งคำให้การ และอาจร้องขอต่อชั้นอัยการอีกครั้งหาก พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และแกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย (กตป.) ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุว่า &amp;ldquo;วันนี้จะตามข่าวอาจารย์ปิยบุตรครับ อยากทราบว่าตั้งข้อหาอะไรกันแน่ คงต้องช่วยกันติดตามและวิจารณ์เรื่องนี้ ไม่ควรปล่อยให้มีการใช้การดำเนินคดีอาญาเพื่อเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง #หยุด คสช.ก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ อุ๊ นักร้องชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศไทยมีอยู่จริง มีเครือข่ายทั้งในประเทศโยงใยไปถึงต่างประเทศ จุดประสงค์เพื่อทำลายความมั่นคงของประเทศไทย เพื่อประโยชน์ของต่างชาติ และคนบางจำพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้สื่อ เพื่อทำลายประเทศไทย การใช้สื่อเพื่อให้คนเกิดความเกลียดชังต่อสถาบันหลักของชาติ&amp;nbsp;
การใช้สื่อเพื่อทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย การใช้สื่อ เพื่อให้เกิดเป็นกระแสชังชาติ ให้คนในชาติเสื่อมศรัทธาในความเป็นชนชาติไทย และนี่จะเป็นบทพิสูจน์ของประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ที่คนไทยจะต้องประสบพบเจอ และจะต้องก้าวข้ามพวกมันไปให้ได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอระบุว่า ขออนุญาตนำบทความของท่านอาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา ที่ให้คนไทยได้ฉุกคิด และให้สังคมไทยได้ตั้งคำถาม ว่าเกิดอะไรขึ้น! เพื่อเป็นการสังเกตการณ์ไปพร้อมๆ กัน จงอย่ากะพริบตา! และอย่าชะล่าใจพวกมันโดยเด็ดขาด หมายเหตุ ใครไม่เกี่ยว ไม่ต้องร้อนตัว ไม่ต้องดิ้น ไม่ต้องเดือดร้อน อยู่เฉยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวในที่ประชุมสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงติดตามสถานการณ์ต่างๆ ภายในประเทศ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบอยู่ พร้อมกำชับกระทรวงการต่างประเทศว่า หากมีความจำเป็นให้แจ้งสถานทูตต่างๆ ให้เข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33872</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎางค์ นุตจรัส, จาตุรนต์ ฉายแสง, พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ, พรรณิการ์ วานิช, พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.ท.พงศกร รอดชมภู, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หฤทัย ม่วงบุญศรี, อังคณา นีละไพจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb7409044c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปี65จะห้ามใช้ โฟมใส่อาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครม.ผ่านโรดแมปกำจัดขยะพลาสติก ตั้งเป้าภายในปีนี้เลิกใช้พลาสติกฝาขวดน้ำดื่ม และภายในปี 65 เลิกถุงพลาสติกชนิดบาง กล่องโฟมบรรจุอาหาร หลอกพลาสติกและแก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียว ขณะที่ภายในปี 70 รีไซเคิลพลาสติก 100 เปอร์เซ็นต์ คาดลดงบกำจัดขยะได้ปีละ 3.9 พันล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 17 เมษายนนี้ พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.เห็นชอบร่างโรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 ตามที่นายกฯ มีข้อสั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมลดใช้วัสดุพลาสติกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม โดย ทส.ได้จัดทำร่างโรดแมปเพื่อใช้เป็นกรอบนโยบายในการบริหารจัดการขยะพลาสติกในภาพรวมของประเทศ และเป็นการจัดการแบบบูรณาการของหน่วยงาน กำหนดทิศทาง การดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการกำจัดขยะพลาสติกของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แบ่งเป็นเป้าหมายที่ 1 ลด เลิกใช้พลาสติก และใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็นสองช่วง คือภายในปี 2562 จะให้เลิกใช้พลาสติก 3 ชนิด ประกอบด้วยพลาสติกฝาขวดน้ำดื่ม, พลาสติกผสมสารออกโซ และพลาสติกผสมไมโครบีด และระยะที่สองจะยกเลิกให้ใช้ภายในปี 2565 อีก 4 ชนิด คือพลาสติกหูหิ้วที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร, หลอดพลาสติก ที่มีข้อยกเว้นสำหรับใช้กับเด็ก คนชรา และผู้ป่วย และแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อธิสิทธิ์กล่าวว่า เป้าหมายที่ 2 จะเป็นการนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 โดยจะมีการศึกษาและกำหนดเป้าหมายในส่วนที่จะนำกลับมาใช้ประโยชน์ ขณะที่ของเสียจะถูกนำไปกำจัดให้ถูกวิธี โดยแผนปฏิบัติการจะแบ่งเป็น 3 มาตรการ คือ 1.มาตรการลดการใช้ขยะพลาสติก ณ แหล่งกำเนิด โดยจะมีการสนับสนุนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2.มาตรการ ลด เลิกใช้พลาสติก ณ ขั้นตอนการบริโภค โดยขับเคลื่อนการลด เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 3.มาตรการจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค โดยจะมีการส่งเสริม สนับสนุนการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลไกการจัดการจะมี 4 กลไก คือ 1.สร้างความรู้ ความเข้าใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินการการ 2.รณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ 3.ใช้เครื่องมือและกลไกที่เหมาะสม เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกภาคส่วน เร่งออกกฎหมาย และ 4.การจัดทำฐานข้อมูลขยะพลาสติกของประเทศ ทั้งนี้ ผลที่จะได้รับจากโรดแมปดังกล่าว คาดว่าจะลดปริมาณขยะพลาสติกได้ประมาณ 7.8 แสนตันต่อปี และสามารถประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอยได้ประมาณ 3.9 พันล้านบาทต่อปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33855</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พลาสติก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb72af97127e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว 4.4  พันล้าน  4 โครงการพัฒนาชุมนุมริมคลองเปรมฯ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.62- พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.อนุมัติแผนแม่บทโครงการพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร จำนวน 4 โครงการ วงเงินงบประมาณ 4,448 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยแผนแม่บทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทั้งชุมชนและเมือง พัฒนาด้านการเพิ่ม และประสิทธิภาพการระบายน้ำ &amp;nbsp;โดยการออกแบบว่างผังพื้นที่ริมคลองให้องค์ประกอบต่างๆสอดคล้องกัน กับการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการระบายน้ำ สำหรับพื้นที่โครงการเริ่มจากคลองผดุงกรุงเกษม จนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ความยาว 50.8 &amp;nbsp;กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่กทม.ความยาว 22.8 กิโลเมตร พื้นที่จ.ปทุมธานี 20 กิโลเมตร และพื้นที่จ.อยุธยา 8 กิโลเมตร ระยะเวลาดำเนินโครงการ 9 ปี (2562-2570) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อธิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า โครงการที่ 1.กทม.ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนจากถนนเทศบาลสงเคราะห์ ถึงสุดเขตกทม. ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ วงเงิน 3,443 ล้านบาท 2.สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง &amp;nbsp;จ.ปทุมธานี ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนจากคลองบ้านใหม่ ถึงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ วงเงินงบประมาร 980 ล้านบาท 3.กรมชลประทาน ดำเนินการขุดลอกคลองในพื้นที่จ.ปทุมธานีจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ถึงคลองเชียงรากน้อย ระยะทาง 15.8 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 16 ล้านบาท และ4.กรมชลประทาน &amp;nbsp;ดำเนินการขุดลอกคลองในพื้นที่จ.อยุธยา จากคลองเชียงรากน้อย ถึงสถานีสูบน้ำเปรมเหนือ บางปะอิน ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 9 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33307</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พัฒนาชุมนุมริมคลองเปรมฯ, มติครม., อนุมัติ 4.5 พันล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae823b523e4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
