<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ใครจะได้เป็น ผบ.ตร.&amp;quot;??? คำถามยอดฮิตในแวดวง สีกากี ช่วงนี้ แม้หลายกระแสจะฟันธง บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.คุมงานความมั่นคง นรต.36 รุ่นเดียวกับ ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวัน และยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.20 กับ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มีแรงหนุนเต็มที่ น่าจะแตะมือต่อไม้ เพื่อนแป๊ะ เป็น ผบ.ตร.คนที่ 2&amp;nbsp; ของรุ่น 36 แต่ยิ่งใกล้วันประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่ นายกฯ ตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมจะไปเป็นประธาน วันที่ 28 ส.ค. ก็ดูเหมือนฝุ่นยิ่งตลบ กรมปทุมวัน เพราะมีชื่อ บิ๊กใหม่-พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ถูกปั่นกระแสขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญ ถึงขนาดแซงหน้า บิ๊กนู-พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. นรต.38 ที่เคยเป็นแคนดิเดตคู่กับ บิ๊กปั๊ด มาตลอดหลายเดือนเลยทีเดียว ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เก้าอี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ ผบช.น. ก็เป็นอีกหนึ่งตำแหน่ง ที่เข้าสู่โค้งสุดท้ายการแต่งตั้งนายพลระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2563 ฝุ่นตลบไม่แพ้กัน เดิมเก้าอี้แม่ทัพนครบาล ของ บิ๊กอู๊ด-พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา เสริมใยเหล็กแข็งโป๊ก พอจู่ๆ มาเกิดเหตุยิงกันภายในบ่อนพระราม 3 จนมีผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย และ 1 ในนั้นเป็นตำรวจระดับสารวัตรโรงพักในนครบาล ก็มีข่าวการปรับ โผนายพล จะขยับ บิ๊กอู๊ด ให้พ้นจากเมืองหลวง เพื่อลดกระแสแรงกดดันทางสังคม สูตรแรกขยับดันขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. และโยก พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.มาเป็น ผบช.น.แทน แต่พอหินถูกโยนออกไปแรงกระเพื่อมแรงเกินต้านทาน เลยเปลี่ยนใหม่จะโยก บิ๊กหนุ่ม-พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6 นรต.36 มาเป็น ผบช.น. สลับให้ บิ๊กอู๊ด ไปเป็น ผบช.ภ.6 กระทั่งไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีข่าวทุกอย่างเคลียร์แล้ว บิ๊กอู๊ด ยังนั่งเก้าอี้ ผบช.น. ตามเดิม บิ๊กหนุ่ม ก็เป็น ผบช.ภ.6 เหมือนเดิมเช่นกัน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่มีคำชี้แจงจาก ผบ.แป๊ะ ในฐานะผู้นำสีกากี หลังจาก วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน คดีบอส กระทิงแดง ออกมาเปิดข้อมูลเรื่องที่ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบช.สกบ. อดีตผู้การกองการต่างประเทศ เป็นผู้ติดต่อกับอินเตอร์โพลในการออกหมายแดงเพื่อจับ วรยุทธ อยู่วิทยา กระทั่งถูกย้ายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไปแขวนที่กองบังคับการประจำ จ.นครราชสีมา ก่อนมาอยู่กองบังคับการกฎหมายและคดี และถูกดันขึ้น รอง ผบช.สกบ. หน้างานที่ไม่ถนัด รวมทั้ง อาจารย์วิชา ยังฝากสื่อมวลชนช่วยจับตาดูเรื่องการโยกย้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสัปดาห์หน้าว่า พล.ต.ต.อภิชาติ จะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ด้วย&amp;nbsp; เพราะการออกมาระบุเช่นนี้นับว่ากระเทือนกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ในทำนองไม่มีความเป็นธรรม ทั้งๆ ที่ ผบ.แป๊ะ ยืนยันมาตลอด 4-5 ปีที่นั่งบนเก้าอี้ ผบ.ตร. เป็นผู้ทำบัญชีแต่งตั้งเองทั้งหมด และทำด้วยความเป็นธรรมและเหมาะสม ดังนั้นกรณีนี้ ผบ.แป๊ะ คงต้องมีคำอธิบาย ไม่เช่นนั้นถึงจะเกษียณราชการไปแล้ว ก็จะกลายเป็นรอยด่างไม่สง่างาม ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เงียบกริบไปแล้วกระแส &amp;quot;ยี้&amp;quot; จากเหล่าสีกากี ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้ง ตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เข้ามาเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่มี &amp;quot;นิโรธ สุนทรเลขา&amp;quot; เป็นประธาน เพราะทุกวันนี้ ตั๊น-จิตภัสร์ ก็ทำหน้าที่รอง กมธ.ตำรวจต่อเนื่อง ล่าสุดก็ไปร่วมกับ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย,&amp;nbsp; พล.ต.ต.โชคชัย เหลืองอ่อน, พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร&amp;nbsp; ผกก.สน.บางยี่ขัน กก.ตร. และประชาชนในพื้นที่เปิดโครงการ ชุมชนสีขาว ต้านยาเสพติด ที่ศาลาศึกษาธรรม วัดดาวดึงษาราม แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ อย่างขยันขันแข็ง ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้ตำรวจเหมือนอย่างที่พวกปั่นกระแสต้านกังวล ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนที่จะนำ โผทหาร ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ปีนี้เรียกได้ว่าเข้มข้น-ดุเดือด ในทุกเหล่าทัพ ไล่ตั้งแต่กองทัพบก การจัดทัพ 5 เสือ ทบ.ครั้งนี้ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไม่ได้จับวางอย่างใจนึก ต้องมีการจัดสมดุลลดความขัดแย้งในช่วงสถานการณ์ที่กองทัพต้องเจอกับการตรวจสอบอย่างหนักหน่วงจากฝ่ายการเมือง ก่อนที่จะเคาะชื่อ บิ๊กบี้-พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) นายทหารที่ทำหน้าที่ รอง ผบ.หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904) หรือ ทหารคอแดง ที่ได้มีการวางตัวไว้ตั้งแต่ต้น ทว่ามาสะดุดเมื่อมีชื่อของ บิ๊กเล็ก-พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. ที่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องการให้มีการพิจารณาเรื่องผลงานและอาวุโสเข้ามาแคนดิเดตด้วย ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่ลงมาที่ระดับกองทัพภาค ก่อนที่จะมีชื่อ บิ๊กต่อ-พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 บิ๊กหม่อง-พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กลับไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 บิ๊กโชค-พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 เคเค-พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ก็มีการขยับปรับทัพอยู่หลายรอบ เพราะบนหน้าตักของ บิ๊กแดง ยังมีเพื่อนนายทหารจากเตรียมทหาร 21 (ตท.21) ที่ต้องแบ่งเค้กให้ ทำให้การจัดโผกับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ว่าที่ ผบ.ทบ. ตท.22 จึงเกิดการเบียดชิงกันหลายตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งในสายของ บูรพาพยัคฆ์ เองที่ บิ๊กแดง ก็เกรงใจ นายกรัฐมนตรีจะไปหักหรือเปลี่ยนธงมาให้ วงศ์เทวัญ ก็คงเป็นเรื่องน่าหนักใจ ๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 มีทั้งทหารเสือราชินี และบูรพาปราจีณฯ ได้กลับมาเข้าไลน์ในตำแหน่งคุมกำลังอีกครั้ง ได้แก่ พล.ท.เจริญชัย ซึ่งเป็นอดีตผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จากแม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 และมี บิ๊กโต-พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รองแม่ทัพภาคที่ 1 มาเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 โดยมีชื่อของ ผู้การใหญ่-พ.อ.อมฤต บุญสุยา รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ไปเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) ในขณะที่ พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผบ.พล.ร.2 รอ. และ พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผบ.พล.ร.9&amp;nbsp; เข้ามาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กองทัพภาคที่ 2-3-4 ยังเป็นไปตามสูตรที่ บิ๊กแดง วางไว้ โดยคืนสัญญาให้ พล.ท.ธเนศ&amp;nbsp; วงศ์ชะอุ่ม ที่เดิมดำรงตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 2 เข้ามาเป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก 1 ปี ได้กลับไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ขณะที่ พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 หลังจากมีแรงเสียดทานระหว่างแม่ทัพใหญ่และแม่ทัพน้อยมาพอสมควร ทำให้คู่ชิงอย่าง บิ๊กโม-พล.ต.จิรเดช&amp;nbsp; กมลเพ็ชร รองแม่ทัพภาคที่ 3 ต้องไปนั่งเก้าอี้ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าแทน เช่นเดียวกับกองทัพภาคที่ 4 ที่ชื่อของ พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp; จากการผลักดันของ บิ๊กเดฟ-พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 โดยที่ พล.ท.สิทธิพร มุสิกะสิน แม่ทัพน้อยที่ 4 ที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ผลักดันต้องหลุดโผในโค้งสุดท้าย ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75246</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.จิรเดช  กมลเพ็ชร, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์, พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม, พล.ท.ธเนศ  วงศ์ชะอุ่ม, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ท.สิทธิพร มุสิกะสิน, พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภิรัชต์-จักรทิพย์&#039;ลงใต้ &#039;ไทยโพสต์&#039;เยียวยา3.6ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ขอ ปชช.ชายแดนใต้อดทน &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สั่งใช้มาตรการเชิงรุก กำชับ กอ.รมน.ภาค 4 ทำทุกขั้นตอนตาม กม. &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; เผยคุม 11 ผู้ต้องสงสัยสอบเอี่ยวยิงถล่ม ชรบ.ลำพะยา &amp;quot;ศอ.บต.&amp;quot; เร่งเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย &amp;quot;ไทยโพสต์&amp;quot; ร่วมกับ &amp;quot;ผู้อ่าน&amp;quot; ส่งมอบเงิน 3.6 ล้านโครงการ &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; ช่วย 15 ครอบครัวผู้เสียชีวิตและ 5 ผู้บาดเจ็บชาวลำพะยา &amp;quot;ทหารพราน&amp;quot; บุกทลายเพิงพักกลุ่มก่อความไม่สงบบนเทือกเขาตะเว จ.นราธิวาส &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; ป่วนคนร้ายยิงผัวเมียดับ ลูกสาววัย 2 ขวบบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นหลายพื้นที่เพื่อจับผู้ก่อเหตุยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต.ลำพะยา จ.ยะลา ว่าเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ประชาชนรับรู้แล้ว แต่ก็ขอให้อดทน เพราะเจ้าหน้าที่ต้องการที่จะจับผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งขณะนี้ก็ตามจับได้จำนวนมากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ที่ห้องประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงถล่มป้อมจุดตรวจ ชรบ.ที่เกิดขึ้น ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ที่ลงมาในพื้นที่ล่าช้าเนื่องจากให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงได้ทำงานอย่างเต็มที่ ติดตามความคืบหน้าคดี ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างมาก ทั้งการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน การควบคุมผู้ต้องสงสัยได้หลายคน และการออกหมายจับผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนในการควบคุมให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการพูดคุยกระบวนการสันติสุข พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เป็นในส่วนของการพูดคุย ก็คุยกันไป ทางกองทัพบกก็ได้เตรียมมาตรการของกองทัพบกไว้แล้ว คณะผู้คุยก็เป็นคณะของการพูดคุยไป ก็พยายามที่จะคิดกับประเทศเพื่อนบ้านในฐานะมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมานาน พยายามทุกอย่างที่จะใช้การเจรจาในหลายๆ ระดับ ทั้งระดับรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้พูดจาหารือทุกครั้งที่มีการพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็ยังเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่ยังไม่มีความเข้าใจ ตนเชื่อว่าถ้าเราไม่ถอย ร่วมมือร่วมใจกัน เข้าใจกัน ในฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่โทษใคร เชื่อว่าสถานการณ์ต้องดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในประเทศ ไม่ใช่ปัญหาต่างชาติ เคยชี้แจงแล้วว่ามีหลายกลุ่มพยายามดึงเข้าสู่ระดับชาติ ระดับโลก เราไม่เคยแบ่งแยก ทุกวันนี้เชื่อว่าข้าราชการที่มาปฏิบัติหน้าที่กำลังเรียนรู้ ต้องใช้เวลา ถือว่าทุกท่านเสียสละมาทำงานในพื้นที่แห่งนี้&amp;quot; ผบ.ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์กำชับให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เข้มงวดการรักษาความปลอดภัยและดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้มาตรการเชิงรุกประสานงานบูรณาการกับทุกภาคส่วนเข้าดูแลความปลอดภัยพื้นที่ชุมชนล่อแหลม เพื่อสร้างความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีมีผู้ไม่หวังดีสร้างข้อมูลเท็จและเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียด้วยการนำภาพ พล.อ.อภิรัชต์ ไปประกอบข้อความที่ไม่เป็นจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภาพประกอบข้อความดังกล่าวอาจส่งผลให้สังคมเข้าใจผิดและเข้าข่ายในลักษณะ Fake News (ข่าวปลอม) ว่ากองทัพบกยืนยัน พล.อ.อภิรัชต์ไม่เคยให้ความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว ขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อหรือส่งต่อ เพราะเป็นการสร้างข้อความเท็จ และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งกองทัพบกจะพิจารณาส่งข้อมูลให้ Anti Fake News Center ดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมาย รวมทั้งสืบหาต้นตอของการกระทำผิดต่อไป
สอบ 11 ผู้ต้องสงสัยยิง ชรบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมืองฯ จ.ยะลา แถลงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจุดตรวจ ชรบ.ต.ลำพะยา จ.ยะลา ร่วมกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4, พล.ท.สมพล ปานกุล แม่ทัพน้อยที่ 4, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4, นายอิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต., นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผวจ.ยะลา, พล.ต.ท.รณศิลป์ &amp;nbsp;ภู่สาระ ผบ.ภ.9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ในวันที่คนร้ายยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จากการตรวจที่เกิดเหตุเชื่อว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 40 คน รวมทั้งผลตรวจปลอกกระสุนปืนยิงมาจากอาวุธปืนจำนวน &amp;nbsp;25 กระบอก พบประวัติเคยก่อเหตุคดีความมั่นคงจำนวน 17 กระบอก ในพื้นที่ อ.เมืองฯ อ.กรงปินัง อ.บันนังสตา อ.ยะหา อ.กาบัง ของ จ.ยะลา, อ.เมืองฯ &amp;nbsp;อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก อ.ยะหริ่ง ของ &amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี, &amp;nbsp;และ อ.เทพา ของ จ.สงขลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ยังพบรอยเลือด 5 รอยที่ไม่ตรงกับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นของคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ซึ่งรอยเลือด 5 รอยระบุได้ 1 คน คือ นายซะอุดี ติงอุเซ็ง ตามที่กล่าวมาแล้ว ส่วนรอยเลือดอีก 4 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อระบุตัวบุคคล รอตรวจเปรียบเทียบ จำนวน 5 โปรไฟล์ ส่วนระเบิดที่วางเสาไฟ 3 จุด มีตำหนิของเอกลักษณ์ที่ตรงกันทั้ง 3 ลูก จึงเชื่อว่าประกอบพร้อมกัน โดยบุคคลเดียวกัน&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า ในพื้นที่บาตัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถาม วันที่ 8-9 พ.ย.62 ควบคุมตัว 11 คน ปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาแล้ว 6 คน บางส่วนผลการซักถามรับสารภาพ 14 พ.ย.62 จึงขยายผลตรวจค้นควบคุมตัวเพิ่มเติม 6 คน และอยู่ระหว่างซักถามขยายผล และพิสูจน์ทราบคำซักถาม รวม 11 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า หลังการพระราชทานเพลิงศพของ ชรบ.ทั้ง 15 คนที่เสียชีวิตจากการโจมตีของคนร้ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนจะจบสิ้นไปแล้ว แต่ในเรื่องของการช่วยเหลือครอบครัวของผู้สูญเสียยังเพิ่งเริ่มต้น สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นมีการจ่ายเงินเยียวยาศพละ 500,000 บาท ตามระเบียบของการช่วยเหลือ รวมทั้งการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 5 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญคือการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบหรือสูญเสีย รวมทั้งเยียวยาสังคมในพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้นได้มีการลงพื้นที่สอบถามแต่ละครอบครัวผู้สูญเสีย เพื่อที่จะได้เยียวยาได้ตรงเป้าหมาย เช่น ในเรื่องการศึกษาบุตร-ธิดา ที่ต้องส่งให้เรียนจบปริญญาตรี หรือจนถึง 25 ปี ในส่วนที่ไม่มีอาชีพก็จะต้องหาอาชีพที่มั่นคง เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เรื่องของการศึกษา อาชีพ การมีชีวิตอยู่ด้วยความมั่นคงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยียวยาสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของคนในพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องมีการเยียวยาสภาพจิตใจของคนในสังคม และต้องสร้างความเข้าใจระหว่างคนในสังคมที่อาจจะยังมีความหวาดระแวงกับสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;quot; พล.ร.ต.สมเกียรติกล่าว
&amp;#39;เราไม่ทิ้งกัน&amp;#39;มอบเงิน3.6ล.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา จ.ยะลา ได้มีการมอบเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จนมีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 คน โดยในงานดังกล่าวมีญาติผู้เสียชีวิต 15 &amp;nbsp;รายและผู้บาดเจ็บอีก 4 คน มารับมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาตามโครงการ &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; ที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้เปิดรับบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือเยียวยาผู้สูญเสีย ซึ่งได้มีผู้อ่านไทยโพสต์จำนวนมากร่วมบริจาคเงิน และพนักงานหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ร่วมบริจาคเงินสมทบ เป็นจำนวนเงิน 3,600,000 บาท ซึ่งต่อมาหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้โอนเงินบริจาคทั้งหมดผ่านนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เพื่อให้นำไปมอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานมีประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากหลายภาคส่วน เช่น ทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา และประชาชน มาร่วมงานดังกล่าวจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษ์ศักดิ์กล่าวตอนหนึ่งขณะมอบเงินเยียวยาต่อญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลลำพะยามีความสามัคคีรวมใจกันเป็นหนึ่ง แม้จะมีความหลากหลายในชุมชน แต่ก็มีความผูกพันความรักสามัคคีกัน มีน้ำใจให้ต่อกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์สูญเสียดังกล่าวที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จะพบว่าทุกคนต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และความสามัคคีกันดังกล่าวของชุมชน สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้คนที่คิดไม่ดี ต้องการให้เกิดความแตกแยกในชุมชน ก็ไม่เกิดขึ้น เพราะปรากฏว่ามีแต่การให้กำลังใจซึ่งกันและกันมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังเกิดเหตุดังกล่าวเราได้ผู้ใหญ่ใจดี คือคุณโรจ งามแม้น เจ้าของนามปากกา เปลว สีเงิน ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ &amp;nbsp;คอลัมนิสต์นักหนังสือพิมพ์อาวุโสผู้มีชื่อเสียงในวงการสื่อสารมวลชน ที่ต้องการให้กำลังใจกับประชาชนและญาติผู้สูญเสีย จึงเปิดรับเงินบริจาคโดยใช้ชื่อโครงการ คนไทยไม่ทิ้งกัน ซึ่งตอนแรกตั้งเป้าไว้ที่ 2 แสนบาท แต่ปรากฏว่าไม่กี่ชั่วโมงหลังมีการเปิดรับบริจาค ก็มีประชาชนจำนวนมากร่วมกันบริจาคเงินเข้ามา จนได้ล้านกว่าบาทในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดปิดรับเงินบริจาค ก็มีประชาชนจำนวนมากต่างมีน้ำใจบริจาคเงินจนได้เงิน 3 ล้าน 6 แสนบาท เพื่อนำมามอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในครั้งนี้&amp;quot; นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลากล่าวว่า เงินบริจาคที่มอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเฉลี่ยแล้วได้รายละ 175,000 บาท ส่วนอีกรายหนึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารหลักฐานอีก 1 ราย จึงมีการมอบให้กับผู้บาดเจ็บในงานดังกล่าว 4 ราย นอกจากนี้ก็มีการมอบเงินอีกส่วนหนึ่งในโครงการประมาณ 1 แสนบาท ให้กับนายทนง ไหมเหลือง นายกฯ อบต.ลำพะยา เพื่อเป็นค่าทำเมรุเผาศพชั่วคราว 9 เมรุ โลงศพ 9 โลง สำหรับ 9 ร่างวีรชนลำพะยา รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์ศักดิ์ยังได้บริจาคเงินส่วนตัวอีกส่วนหนึ่งให้กับนายก อบต.ลำพะยา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเยียวยาผู้สูญเสียด้วยเช่นกัน ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตหลายคนรวมถึง ชรบ.ที่ได้รับบาดเจ็บที่มาร่วมงานมอบเงินในโครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ หลายคนต่างฝากขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ และนายโรจ งามแม้น เจ้าของนามปากกา เปลว สีเงิน ที่เป็นสื่อกลางในการรับบริจาคเงินตามโครงการดังกล่าว และต่างฝากขอบคุณประชาชนจำนวนมากที่ร่วมกันแสดงน้ำใจบริจาคเงินช่วยเหลือครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นราธิวาส เวลา 15.33 น. เจ้าหน้าที่ทหารพรานสนธิกำลังร่วมกันปิดล้อมเทือกเขาตะเว ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดย ฉก.ทพ.48 ร่วมกับ ชป.ร้อย.ทพ.4809, 4811, 4814, 4804 เข้าพิสูจน์ทราบเป้าหมายที่ 4 บนเทือกเขาตะเว เป็นเพิงที่พักขนาดใหญ่ คาดว่าเป็นของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี เวลา 17.45 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ลอบยิงชาวไทยพุทธเสียชีวิต 2 ราย คือนายอนุกูล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี และนางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี ส่วน ด.ญ.จันทราการต์ อินทพรหม อายุ 2 ขวบ 7 เดือน ได้รับบาดเจ็บ บริเวณรอยต่อ ม.5 บ.ตุปะ ต.ควนโนรี และ ม.3 บ.ละโพะ ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากตลาดนัด หลังเกิดเหตุคนร้ายมุ่งหน้าเส้นทางชลประทานไปทาง บ.วังกว้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ท.รณศิลป์  ภู่สาระ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ท.สมพล ปานกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิสระ ละอองสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dceb9ee86cda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซิ่งเก๋งชนยับตร.แกะรอยยึดยาบ้าแสนเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เอเยนต์ยาบ้ารายใหญ่ดวงซวย ซิ่งเก๋งชนหลักกิโลเมตรพังยับ ตำรวจเห็นหน้าจำได้อยู่ในบัญชีดำ เค้นสอบก่อนไปยึดยาบ้าที่บ้านกว่าแสนเม็ด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ วันที่ 17 พฤษภาคมนี้ ว่าที่ ร.ต.อภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่, พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.กระบี่, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผบ.บชร.4, พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.ปลายพระยา, นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นายอำเภอปลายพระยา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภ.8 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดรายใหญ่ คือนายสุพัฒ หรือบ่าว เผือกสม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ 1 ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า 115,150 เม็ด อาวุธปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด .357 จำนวน 11 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พ.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายพระยาได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เสียหลักชนหลักกิโลเมตรที่ 34 ถนนสาย 44 เซาท์เทิร์น ซีบอร์ด หมู่ 7 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา มุ่งหน้าจาก จ.สุราษฎร์ธานี ไป จ.กระบี่ จากการตรวจสอบพบรถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียน กพ 2824 ภูเก็ต สภาพได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยมีนายสุพัฒเป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บ และมีผู้โดยสารมาในรถยนต์คันเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลปลายพระยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า รถยนต์คันที่ประสบเหตุเป็นรถยนต์เป้าหมายที่ใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อยู่ระหว่างการสืบสวน ส่วนนายสุพัฒก็มีประวัติค้ายาเสพติด และจากการตรวจค้น พบยาบ้าซุกซ่อนในกระเป๋าสะพายของผู้ต้องหาจำนวน 150 เม็ด อาวุธปืน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ พร้อมสอบสวนสุพัฒ ให้การว่า ได้ซุกซ่อนของกลางไว้ที่บ้านพักที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 16/110 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้ยาบ้าอีก 115,000 เม็ด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.บุญทวีกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้นับว่าเป็นยาบ้าล็อตใหญ่ที่สุดในรอบปีที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่จับกุมได้ จากการสอบสวนนายสุพัฒให้การว่า รับของกลางมาจากพี่ชายจาก จ.เชียงราย ส่งมาทางรถไฟมาลงที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยนำของกลางมาพักไว้ที่ อ.ทุ่งใหญ่ ก่อนกระจายให้เอเยนต์ในภาคใต้ ซึ่งจะได้ขยายผลต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9417</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, นครศรีธรรมราช, พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์, พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์, ว่าที่ ร.ต.อภินันท์ เผือกผ่อง, สุพัฒ หรือบ่าว เผือกสม, สุราษฎร์ธานี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ, เอเยนต์ยาบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd83397aff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
