<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาสนช.ดันพ.ร.บ.ข้าว พปชร.-ปชช.จี้รอรบ.หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ถอย! จับตาที่ประชุม สนช.พิจารณา พ.ร.บ.ข้าวต่อ &amp;quot;จเรศักดิ์&amp;quot; ยันแก้ไขข้อกังวลหมดแล้วไม่กระทบวิถีชาวนา พลังประชารัฐ เครือข่ายชาวนา ภาคเอกชนเรียกร้องให้เคารพประชาชน รอรัฐบาลใหม่เข็นกฎหมายแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้าว พ.ศ. .... ในวาระ 2 และวาระ 3 เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวฯ ได้นำร่างกฎหมายดังกล่าวกลับมาทบทวนและแก้ไขประเด็นต่างๆ ตามที่หลายฝ่ายกังวลใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ เวลา 12.00 น. พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ประธาน กมธ.ชี้แจงว่า ที่ประชุม สนช.จะพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.จเรศักดิ์ อานุภาพ รองประธาน กมธ.กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลห้ามจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่ได้รับรองพันธุ์ ขอเรียนว่าเมื่อกฎหมายประกาศใช้แล้วยังสามารถจำหน่ายได้ตามปกติ ไม่ได้มีการบังคับหรือควบคุมใดๆ ทั้งสิ้นตามที่หลายฝ่ายห่วงใย นักวิชาการหรือนักพัฒนาพันธุ์ข้าวก็ยังดำเนินการได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามต่อไปนี้ภาครัฐจะส่งเสริม สนับสนุนให้มีการรับรองพันธุ์ข้าว เพื่อให้เราได้มีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับวิถีชีวิตใดๆ ยังคงค้าขายทำธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวได้เช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย แสวงการ เลขานุการกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ถึงกรณีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้าวว่า ในฐานะเลขาฯ วิป สนช.ได้นำร่าง พ.ร.บ.ข้าวที่ สนช.พิจารณาปรับแก้มาให้วิปรัฐบาลดู ถือเป็นการประสานงานตามปกติ ซึ่งวิปรัฐบาลได้รับทราบประเด็นที่กรรมาธิการช่วยนำความเห็นต่างทั้งทางวิชาการ และความสงสัยของพี่น้องชาวนา รวมถึงฝ่ายการเมืองมาปรับร่าง พ.ร.บ.ให้สมบูรณ์ โดยวิปรัฐบาลไม่ได้แสดงความเป็นห่วงใดๆ ทั้งนี้ที่ประชุมพูดตรงกันคือ กฎหมายต้องยึดโยงประโยชน์ของชาวนาและเกษตรกรเป็นหลัก และไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจากร่างฉบับแก้ไข สิ่งที่ชาวนาเคยกังวลก่อนหน้านี้จะไม่มีปัญหาแล้วใช่หรือไม่ นายสมชายตอบว่า เท่าที่ดูจากร่างที่มีการปรับเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ และจากการสอบถามกรรมาธิการ ตนคิดว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นร่างที่ดีและค่อนข้างสมบูรณ์ มีการยึดประโยชน์ของเกษตรกรชาวนาเป็นตัวตั้ง เช่นตัดเรื่องโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท ให้ชาวนายังสามารถใช้วิถีชุมชน ในเรื่องพันธุ์ข้าวใหม่อาจมีการรับรองให้ดีขึ้น ส่วนพันธุ์ข้าวเก่าหรือพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ร่างกฎหมายก็ระบุว่าให้อนุรักษ์และส่งเสริม เชื่อว่ากรรมาธิการได้ดูอย่างรอบคอบแล้ว ถ้ายังมีข้อเรียกร้องหรือข้อเสนอใดก็รับฟังได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนข้อเรียกร้องของบางฝ่ายที่ต้องการให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวออกไป ผมคิดว่ามีทั้งโอกาสและเสียดายโอกาส เพราะถ้าเห็นว่าร่างนั้นดีแล้ว แต่คิดว่าจะรอสมัยหน้า ก็ต้องถามกลับเหมือนกันว่า ในอดีตเราเคยมีกฎหมายให้ชาวนาที่มีกรรมการในนโยบายระดับชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีผู้มีภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีอนุกรรมการซึ่งเกี่ยวข้องกับชาวนาร่วมด้วยมาก่อนหรือไม่ ดังนั้นถ้าเป็นประโยชน์สังคมก็ต้องเห็นชอบด้วย&amp;quot; นายสมชายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างการแถลงข่าว กมธ.ได้แจกเอกสารชี้แจงข้อร้องเรียนของฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะกรณีโรงสีจะรับซื้อข้าวเฉพาะที่ได้รับการรับรองจากกรมการข้าวเท่านั้น ซึ่ง กมธ.ได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความเป็นจริง และระบุด้วยว่า พ.ร.บ.ข้าวไม่ได้เป็นการควบคุมระบบพันธุ์ข้าวของประเทศโดยรวมผ่านการออกใบรับซื้อข้าวเปลือกตามที่มาตรา 20 กำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การออกใบรับซื้อจึงไม่เกิดผลกระทบต่อกลไกการซื้อขายข้าวเปลือก การซื้อขายยังคงเป็นไปตามปกติ และไม่มีเหตุผลที่โรงสีจะปฏิเสธการรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา&amp;quot; เอกสารชี้แจงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. .... นั้น มีทั้งหมด 37 มาตรา แต่ กมธ.วิสามัญแก้ไข 19 มาตรา ตัดออก 16 มาตรา และเพิ่มใหม่ 22 มาตรา โดยมาตราที่เป็นประเด็นก่อนหน้านี้ เช่นมาตรา 20 ได้แก้ไขให้การออกใบรับซื้อข้าวเปลือกเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและเฝ้าระวังการซื้อขายข้าวเปลือกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อให้กรมการข้าวนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 21 กำหนดให้กระทรวงเกษตรและสหรกรณ์จัดให้ทำเขตศักยภาพผลิตข้าวของประเทศ โดยทำการวิเคราะห์พื้นที่การผลิตข้าวทั่วประเทศ ทั้งพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและไม่มีความเหมาะสมในการปลูกข้าว ซึ่งจะต้องไม่เป็นการขัดขวางหรือมีผลกระทบต่อการพัฒนาพันธุ์ข้าวตามวัฒนธรรมหรือวิถีชุมชน เกษตรกรรมพื้นบ้าน แบบแผนเกษตรกรรมเชิงนิเวศ หรือความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์ข้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 27/1 ให้กรมการข้าวตรวจสอบและรับรองพันธุ์ข้าวนั้นเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพก็ได้ เพื่อประโยชน์ในการให้มีพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพเหมาะสมแก่การแพร่พันธุ์ข้าว เพื่อนำไปผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่าย มาตรา 27/3 ให้ส่งเสริมชาวนาที่ใช้พันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพปลูกในเขตศักยภาพการผลิตข้าว รวมทั้งพันธุ์ข้าวพื้นเมืองเฉพาะถิ่น พันธุ์ข้าวพื้นเมืองทั่วไป และพันธุ์ข้าวใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืช รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนชาวนาที่ปลูกข้าวดังกล่าวที่ไม่ได้อยู่ในเขตศักยภาพด้วยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในบทเฉพาะกาล มาตรา 34 ในวาระเริ่มแรกให้กรมการข้าวเป็นหน่วยงานหลักในการวิเคราะห์พื้นที่เพื่อจัดทำโซนนิง และเสนอต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ซึ่งต้องจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี นับแต่วันที่กฎหมายบังคับใช้ และมาตรา 34/1 ให้พันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช เป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายนี้ และให้กรมการข้าวประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษาภายใน 30 วัน นับแต่กฎหมายประกาศใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง พรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวว่าให้ สนช.ถอนร่าง พ.ร.บ.ข้าวออกไปก่อน และขอให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณากฎหมายดังกล่าวแทน &amp;nbsp;เพราะจุดยืนของพรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยกับเนื้อหากฎหมายที่ สนช.กำลังพิจารณา โดยเฉพาะมาตรา 20 ที่เกี่ยวกับการให้โรงสีออกใบรับรองการซื้อข้าว และมาตรา 27/1 เกี่ยวกับการจำหน่ายพันธุ์ข้าวที่ต้องได้รับการเห็นชอบจากกรมการข้าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.) นำโดยนายชรินทร์ ดวงดารา แกนนำและที่ปรึกษา ได้จัดประชุมตัวแทนสมาชิกผู้ประสานงานระดับจังหวัด โดยนายชรินทร์กล่าวว่า ได้เร่งชี้แจงเนื้อหาสาระสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวนา และแนวทางการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ข้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติว่าในวันจันทร์ที่ 4 มี.ค.นี้ เวลา 05.00 น. ให้เครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.) แต่ละจังหวัดรวบรวมสมาชิกไปยื่นหนังสือคัดค้าน พ.ร.บ.ข้าวที่ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเครือข่ายภาคเอกชน 164 องค์กร 371 บุคคล ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ สนช.ยุติการพิจารณากฎหมายทุกฉบับในทันที เพื่อเป็นการเคารพประชาชนและหลักการประชาธิปไตย โดยจะรวมกันเพื่อเข้าพบประธาน สนช.ในวันที่ 27 ก.พ.ที่รัฐสภา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29947</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.จเรศักดิ์ อานุภาพ, สมชาย แสวงการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c740474a60ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
