<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เส้นทางดาวจรัสแสง &quot;ฉก.คอแดง&quot; มารู้จัก &quot;ขุนพลรักษาพระองค์&quot; สุดเป๊ะ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีนี้ 12 ขุนพลรักษาพระองค์ ที่เข้ารับการฝึกหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตรหน่วยทหารรักษาพระองค์ระยะเวลา 3 เดือน และได้เข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1, พล.อ.อ.ภูมิใจ ชัยพันธ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.), พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1, พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ม.2 รอง), พล.ต.เจริญชัย หินเธาว์ รองแม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รองแม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รอง ผบ.รร.จปร.), พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11), พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์(ผบ.พล.ร.2รอ.)ต่างถูกจับตามอง และมีชื่อเข้าสู่ไลน์ในตำแหน่งสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่เข้ารับการฝึกหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตรหน่วยทหารรักษาพระองค์ 904 ทาง ฉก.จะไปคัดตัวจากหน่วยรักษาพระองค์ทั่วประเทศ ประมาณ 30 กองพัน ไม่นับรวมกรมทหารราบที่ 1 ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) และกรมทหารราบที่ 11 ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.11 ทม.รอ.) ที่ตัดไปรวมกับ พล.1 รอ.ที่เป็นหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 (ทม.รอ.904) ไปแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง 30 กว่ากองพัน จะคัดจากนายทหารหลักที่จบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.) และทหารที่เลื่อนฐานะส่วนหนึ่งกองพันละ 20 นาย โดยนายทหารหลักจะต้องเข้ารับการฝึกพื้นฐาน 2 เดือน และฝึกปฏิบัติ 1 เดือน ที่โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ วังทวีวัฒนา นอกจากนั้นยังคัดจากนายสิบกองพันละ 50 นาย พลทหารกองพันละ 50 นาย เริ่มฝึกครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2560 จบรุ่นแรกจำนวน 150 นาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทหารจาก ฉก. เมื่อไปลงในตำแหน่งต่างๆ จะต้องปฏิบัติตัวด้วยความมีวินัยทุกกระเบียดนิ้ว เสื้อผ้าเครื่องแบบ ทรงผมขาวสามด้าน การทำความเคารพ การวางตัวเมื่ออยู่ที่สาธารณะ พฤติกรรมส่วนตัวต้องไม่เป็นที่เสื่อมเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญลักษณ์อีกประการคือ เมื่อใส่เครื่องแบบแล้วจะต้องใส่เสื้อยืด &amp;ldquo;คอแดง&amp;rdquo; ไว้ข้างใน &amp;nbsp;จนกลายเป็นเรียกทหาร ฉก. และทหารที่อยู่ในหน่วย ทม.รอ.904 โดยตรงว่า &amp;ldquo;ทหารคอแดง&amp;rdquo; ซึ่งเมื่อมองจากภายนอกจะรับรู้ได้ว่ามีคุณลักษณะพิเศษ ทั้งบุคลิก การวางตัว เครื่องหมาย เข็มติดหน้าอก ที่แตกต่างจากทหารประจำการที่อยู่ในหน่วยปกติทั่วไป สำหรับเสื้อยืดคอแดงจะใช้สวมใส่ในการฝึกหลักสูตรภาคสนาม และจะใช้ใส่ไว้ข้างในเมื่อต้องใส่เครื่องแบบทหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อหันไปดูตัวบุคคลที่อยู่ใน ฉก.จะเห็นได้ว่า ในโผโยกย้ายครั้งนี้ได้เข้าไปดำรงตำแหน่งสำคัญๆ และบางนายก็จ่อในไลน์เพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของเหล่าทัพ ประกอบไปด้วย พล.อ.อภิรัชต์ ที่ดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 และ พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ เป็นรอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ด้วย ซึ่งในปีหน้า พล.ท.ณรงค์พันธ์จะขึ้นเป็น ผบ.ทบ. &amp;nbsp;โดยทั้ง 2 คนยังเป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโผนี้ พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ได้ขยับเข้าไลน์รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ม.2 รอ.) ได้เข้ามาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่ง พล.ม.2 รอ. ก็เพิ่งโอนเข้ามาเป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 1 ซึ่งเดิมไม่ได้อยู่ในโครงสร้างของกองทัพภาคที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.เจริญชัย หินเธาว์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งแม้จะเป็นทหารเสือราชินี แต่เมื่อเข้ามาเป็น &amp;ldquo;คอแดง&amp;rdquo; แล้วถือว่ามีความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 (อัตราพลโท) เช่นเดียวกับสายบูรพาพยัคฆ์ที่เข้ารับการฝึกหลักสูตร 3 สัปดาห์มาแล้ว และได้รับบัตรม่วงไว้ติดหน้าอก ได้แก่ พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่เส้นทางน่าจะสดใส และ พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) ที่จะกลับไปคุมกำลังด้านตะวันออก ขึ้นเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเตรียมทหารรุ่น 23 ถูกส่งไปเป็นเสาหลักด้านการศึกษา ตั้งแต่ปีที่แล้วคือ พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รอง ผบ.รร.จปร.), โผนี้ยังมีชื่อ พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ &amp;nbsp; ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่ถูกโยกไปเป็น รอง ผบ.รร.จปร. เป้าหมายเพื่อไปจัดทัพ ปรับโครงสร้าง วางรากฐานการศึกษาด้านการทหาร ให้กับ นักเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเยาวชนทหาร ต้นทางของกำลังพลที่มีคุณภาพของกองทัพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ทหารม้าที่โตมาในสายผู้บังคับหน่วยรบ และสายอำนวยการ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหารบก ก็มีส่วนเขียนแผน &amp;ldquo;จักรพงษ์ภูวนาถ&amp;rdquo; ในศึกพระวิหารมาแล้ว โผนี้ถูกส่งไป &amp;ldquo;แตกกอ&amp;rdquo; ที่กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเสนาธิการทหาร เพื่อจ่อขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในปีหน้า หลัง พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เกษียณอายุราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่รวมเหล่าบรรดาดาวรุ่งในโผนี้ เช่น พ.อ.ทรงพล สาดเสาเงิน รอง ผบ.พล.1 รอ.ที่จะขยับขึ้นเป็น ผบ.พล.1 รอ. และ พ.อ.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล &amp;nbsp;รอง ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่เข้ากรุงมาเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11(ผบ.มทบ.11)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักสูตรนายทหารสัญญาบัตรทหารรักษาพระองค์ 904 จึงเหมือนเป็นด่านฝึกทดสอบนายทหารที่จะเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญให้มีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ ทัศนคติ ตรงตามกรอบที่วางไว้ ซึ่งทหารทุกนายต้องมีการฝึกทบทวน และต้องเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรอื่นๆ เช่น จิตอาสา ทหารมหาดเล็ก เป็นต้น ให้มีเป๊ะในทุกๆ ด้าน!!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44994</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี, พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.ท.ธรรมนูญ วิถี, พล.อ.อ.ภูมิใจ ชัยพันธ์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f7431ad5cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผทหารฉลุย/สีกากีวุ่นทวงสิทธิ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถก &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ผ่านฉลุยไร้แก้ไข &amp;nbsp;เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามกรอบเวลา &amp;quot;มานัต&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผงาดแม่ทัพฟ้าคนใหม่ &amp;quot;บิ๊กบี้&amp;quot; ขยับเข้าไลน์ 5 เสือ จ่อ &amp;quot;ผบ.ทบ.&amp;quot; คนต่อไป ดันลูกหม้อ &amp;quot;อาร์ดีเอฟ&amp;quot; ขึ้น ผบ.พล.ร.11 แต่งตั้ง &amp;quot;นายพลสีกากี&amp;quot; 29 ส.ค.ส่อวุ่น! &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ต.อ.นเรศ&amp;quot; ร้อง &amp;quot;ประธาน ก.ตร.&amp;quot; ทวงสิทธิ &amp;quot;รองผบ.ตร.&amp;quot; คืน อ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกดันขึ้น &amp;quot;ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.&amp;quot; แบบไม่เต็มใจ เก้าอี้ &amp;quot;ผบช.น.&amp;quot; ลงตัว เพื่อน &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; คุมเมืองหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 28 ส.ค. เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), &amp;nbsp;พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.อ.ชัยพฤกษ์ พูนสวัสดิ์ เจ้ากรมเสมียนตรากระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ภายหลังจากที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ส่งบัญชีรายชื่อนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2562 ในส่วนของแต่ละเหล่าทัพให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาเบื้องต้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยพล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้ายิ้มแย้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า ทุกอย่างเรียบร้อย และเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีอะไรต้องแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ชัยชาญกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมีคณะกรรมการฯ 7 คน ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน โดยการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกอย่าง และพิจารณาตามข้อเสนอของหน่วย รวมถึงกองทัพไทย เหล่าทัพ และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งแต่ละหน่วยก็มีคณะกรรมการพิจารณาขึ้นมาตามลำดับอยู่แล้ว แต่การประชุมครั้งนี้เป็นการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการฯ ทั้ง 7 คน โดยการพิจารณาบัญชีปรับย้ายครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้จะให้ฝ่ายเลขานุการโดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมดูรายละเอียดอีกครั้ง และจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ตามขั้นตอนต่อไป โดยทุกอย่างยังอยู่ในกรอบเวลา เพราะในข้อบังคับคือภายใน 15 วันทำการ คือก่อนวันที่ 1 ก.ย.62 ซึ่งการพิจารณาครั้งนี้ ได้เน้นเรื่องความเหมาะสม ความอาวุโส ความรู้ความสามารถตามที่นายกฯ ได้กำชับมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;quot; พล.อ.ชัยชาญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การพิจารณาปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลในยุคที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องปรับรูปแบบอะไรหรือไม่ รมช.กลาโหมกล่าวว่า การปรับย้ายกำลังพลเพื่อเข้ามาทำหน้าที่ให้เหมาะสมกับหน่วย ต้องดูความรู้ความสามารถ ประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งผู้บัญชาการเหล่าทัพในฐานะผู้บังคับบัญชามีหน้าที่คัดเลือกหาคนที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งในภาพรวมคณะกรรมการฯ ทั้ง 7 คนได้เห็นร่วมกัน และก็ไม่ได้มีการปรับแก้รายชื่อ
&amp;#39;บิ๊กนัต&amp;#39;ผงาด ผบ.ทอ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าวันนี้ใช้เวลาหารือนานเพราะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติอะไรหรือไม่ พล.อ.ชัยชาญกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะนอกจากการประชุมเรื่องปรับย้ายโผทหารชั้นนายพลแล้ว ยังมีการหารือเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการฯเห็นชอบ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ เสนาธิการทหารอากาศ จะขึ้นเป็น ผบ.ทอ.คนที่ 26 แทน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. ที่เกษียณอายุราชการ แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวลือจะมีแคนดิเดตอีก 2 คนที่จะมาชิงเก้าอี้ ผบ.ทอ. คือ พล.อ.อ.ปรเมศร์ เกษโกวิท รองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อ.วันชัย นุชเกษม รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ.ทสส.) ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบก &amp;nbsp;พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 จะขยับขึ้นมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. เพื่อจ่อขึ้นเป็น ผบ.ทบ., พล.ท.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) เป็น ผช.ผบ.ทบ. โดย พล.ต.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง รอง ผบ.นสศ. จะขึ้นเป็น ผบ.นสศ.ต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ยังคงอยู่ในตำแหน่ง รอง ผบ.ทบ.เหมือนเดิม เช่นเดียวกับ พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก ที่ถือเป็นมันสมองของกองทัพบก และไม่ได้ขยับไปไหน โดยคาดว่าจะอยู่ในตำแหน่งเดิมจนจะเกษียณอายุราชการในปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 คาดว่าจะขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.เจริญชัย หินเธาว์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 จะขยับขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 โดยมี พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) และ พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี ผบ.พล.ม.2 รอ. มาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ส่วนพล.ต.สันติพงษ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 คาดว่าจะขยับขึ้นมาเป็นรองเสนาธิการทหารบก และ พ.อ.ทรงพล สาดเสาเงิน รอง ผบ.พล.1 รอ. ขยับขึ้นเป็นผบ.พล.1 รอ. ส่วน พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม พล.ต.ณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (ผบ.รร.จปร.), พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.พล.ร.2 รอ. เป็นรอง ผบ.รร.จปร. เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) มาเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ.แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่น่าสนใจคือการขยับ พล.ต.วรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 (ผบ.พล.ร.11) ไปเป็นรองแม่ทัพน้อยที่ 1 และขยับ พ.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ รอง ผบ.พล.ร.11 ลูกหม้อ ร.31 รอ. หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วของ พล.1 รอ. เป็น ผบ.พล.ร.11 เพื่อรองรับการจัดกองพลรูปแบบใหม่หลังจากรถยานเกราะสไตรเกอร์เข้าประจำการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพไทย แม้ในปีนี้ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) จะยังไม่เกษียณอายุราชการ แต่ก็มีการวางตัวบุคคลมาลงในตำแหน่ง 5 เสือทัพไทยใหม่ โดยขยับ พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด เสนาธิการทหาร เป็นรอง ผบ.ทสส. เพื่อเปิดทางให้พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก โยกขยับออกจากกองทัพบกข้ามไปเป็นเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อจ่อขึ้นเป็น ผบ.ทสส.ต่อไปในปีหน้า ส่วน พล.อ.พีรพงษ์ เมืองบุญชู หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ ผบ.ทสส. ซึ่งเป็นเพื่อนรักของ พล.อ.พรพิพัฒน์ ไปเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) จะยังไม่เกษียณอายุราชการในปีนี้ แต่ใน 5 ฉลามเสือกองทัพเรือ ก็มีหลายคนที่จะเกษียณอายุราชการ โดยคาดว่า พล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ ที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นรอง ผบ.ทร. ซึ่งมีลุ้นว่าจะได้เป็น ผบ.ทร.คนต่อไป ด้าน พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน เสนาธิการทหารเรือ คาดว่าจะขยับขึ้นมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) ยศ พล.ต.อ.-พล.ต.ต. วาระประจำปี 2562 นั้น พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 8/2562 ในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. ซึ่งมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเข้าพิจารณา
โผ&amp;#39;นายพลสีกากี&amp;#39;วุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีนี้ตำแหน่งระดับรอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง, ผู้ช่วยผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง, ผบช. 18 ตำแหน่ง, รอง ผบช. 50 ตำแหน่ง และ ผบก. 95 ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 172 ตำแหน่ง และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งการแต่งตั้งในครั้งนี้จะพิจารณาในการเลือกหลักอาวุโสเป็นหลัก และในส่วนของความรู้ความสามารถ มีหลักเกณฑ์อะไรบ้าง โดยที่ผ่านมามีการประชุมในส่วนของกองบัญชาการในการส่งชื่อผู้ที่มีความเหมาะสม ซึ่งรายชื่อทั้งหมด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นผู้เสนอในฐานะหัวหน้าหน่วย แต่ในส่วนของการกลั่นกรองความเหมาะสม กองบัญชาการเป็นฝ่ายนำเสนอมา&amp;quot; รองโฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า ในการแต่งตั้งระดับรอง ผบ.ตร. ที่ว่าง 3 ตำแหน่งครั้งนี้ อาจเกิดความวุ่นวายขึ้น หลังจาก พล.ต.อ.นเรศ นันทโชติ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.ที่ผ่านมา และที่กำลังจะพิจารณาแต่งตั้งในวาระปี 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารของ พล.ต.อ.นเรศระบุว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม อันเนื่องมาจากประกาศ คสช., กฎ ก.ตร.ใหม่ และมติ ก.ตร. ระบุว่า เดิมกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ สว. ถึงรอง ผบ.ตร. ปี 2559 กำหนดว่า การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ตั้งแต่ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นไป ให้พิจารณาตามอาวุโสเท่านั้น ต่อมามติ ก.ตร.ครั้งที่ 8/2559 ให้ปรับลดตำแหน่งรอง ผบ.ตร. เหลือ 5 ตำแหน่ง และยุบที่ปรึกษา สบ 10 ไป หลังจากนั้นได้ออกกฎ ก.ตร.ใหม่ ให้การแต่งตั้งตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. ให้พิจารณาอาวุโสร้อยละ 33 ของตำแหน่งที่ว่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.นเรศระบุด้วยว่า ในปี 2559 มีอาวุโสอยู่ในลำดับที่ 5 ของผู้ช่วย ผบ.ตร. มีสิทธิ์ที่จะได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. หากกฎ ก.ตร.เดิมไม่ถูกยกเลิกเนื่องจากมีตำแหน่งว่างถึง 6 ตำแหน่ง ต่อมาปี 2560 มีอาวุโสลำดับ 1 ในระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาตำแหน่งสูงขึ้นระดับ รอง ผบ.ตร.หรือ จตช.อีก จนถึงปี 2561 ยังครองอาวุโสอันดับ 1 ในระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. มาแล้ว 3 ปี ยังไม่ได้การพิจารณาเป็นรอง ผบ.ตร. ต่อมามี กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 แทนกฎเดิม กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้แต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษตำรวจแห่งชาติ เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. โดยให้คัดเลือกจากผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปีขึ้นไป และเหลือเวลาราชการไม่เกิน 6 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตนถูกเสนอชื่อเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ตร. โดยการยกเว้นเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ เนื่องจากมีอายุราชการเกินกว่า 1 ปี และอายุยังไม่ถึง 59 ปี โดยไม่มีความประสงค์และสมัครใจเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าว แม้ว่าตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษจะมีศักดิ์เท่า พล.ต.อ.ก็ตาม แต่ก็ไม่มีสิทธิ์เท่ารอง ผบ.ตร. หรือ จตช. โดยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีความจำเป็นให้เป็นที่ปรึกษาพิเศษในเดือน เม.ย.ปี 2562 เนื่องจากในเดือนเมษายน 2563 ก็จะได้รับตำแหน่งนี้ตามสิทธิอยู่แล้ว ควรที่จะให้มีอาวุโสอันดับ 1 ในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.เพื่อเสนอชื่อเป็นรอง ผบ.ตร. หรือ จตช.ในตำแหน่งหลักของผู้บริหารมากกว่า จึงร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เพื่อขอคืนสิทธิ ขอรับการแต่งตั้งในตำแหน่งรอง ผบ.ตร. หรือ จตช. ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจวาระปี 2562 ที่จะถึงนี้&amp;quot; เอกสารร้องเรียนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายเอกสารร้องเรียน พล.ต.อ.นเรศระบุว่า การกำหนดตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษขึ้นมาเพื่อตอบแทนข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่รับราชการมายาวนานจนใกล้เกษียณอายุราชการ แต่ไม่มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งหรือเลื่อนยศสูงขึ้น จึงได้กำหนดตำแหน่งดังกล่าวขึ้นมาเพื่อให้ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในกลุ่มดังกล่าวได้รับโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งและยศสูงขึ้นเป็น พล.ต.อ. มิได้มีเจตนารมณ์เพื่อนำมาใช้แต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ยังมีเวลาราชการเกินกว่า 1 ปี แบบตน ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย และยังส่งผลกระทบต่อสิทธิ์ตามกฎหมายทำให้เสียโอกาสในการรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหลักคือ รอง ผบ.ตร. หรือ จตช. ซึ่งอยู่ในลำดับอาวุโสที่ 1 ของระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนบัญชีรายชื่อแต่งตั้งตำรวจระดับนายพล ตำแหน่งรอง ผบ.ตร.-ผบก. วาระประจำปี 2562 ที่จะเสนอให้ที่ประชุม ก.ตร.พิจารณาในวันที่ 29 ส.ค.นี้ หลายตำแหน่งเริ่มลงตัว โดยเฉพาะเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะเสนอชื่อ พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.รร.นรต. เพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 โยกมาเป็น ผบช.น. แทน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.นรต.36 ที่เกษียณอายุราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44521</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.ท.ธรรมนูญ วิถี, พล.ท.สุนัย ประภูชะเนย์, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, พล.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, พล.อ.ชัยพฤกษ์ พูนสวัสดิ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d668e9ed7669.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;ควง&#039;บิ๊กบี๋&#039;ตรวจพื้นที่ธารโต-เบตง  ยกเครดิต&#039;บิ๊กตู่&#039;สร้างสนามบินเบตง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 62 - พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติในพื้นที่ อ.ธารโต และ อ.เบตง จะ.ยะลา ถือเป็นพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบสมัยรับราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างสบานบินเบตง มี พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงเช้า พล.อ.อภิรัชต์ พร้อมคณะ ได้ทางมายัง หน่วยเฉพาะกิจตำรวจชายแดนที่ 44 อ.ธารโต พบปะกับฝ่ายปกครองและผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ &amp;nbsp;พร้อมทั้งกล่าวว่า &amp;nbsp;รู้สึกดีใจที่พื้นที่นี้มีความเจริญไปมาก อยากให้ช่วยกันดูแล โดยเฉพาะสนามบินเบตง ที่ก่อสร้างในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านมีความคิดริเริ่มตั้งแต่ปี 2538 และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้บริการแบบค่ลวงจร &amp;nbsp;2564 จากนั้นงบประมาณจากส่วนกลางจะลงมา นำไปสู่ความเจริญหลายด้าน และพื้นที่นี้จะกลายเป็นศูนย์ท่องเที่ยงใหญ่ที่สุด นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามา จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้ไทยพุทธและมุสลิม อยู่กันอย่างมีความสุข อย่างไรก็ตามตนรู้สึกเป็นห่วงเรื่องการศึกษา และ สารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ ให้โอวาทหน่วยเฉพาะกิจตำรวจชายแดนที่ 44 ว่า แม้ว่าอ.ธารโต และ อ.เบตง จะมีความสงบสุขมากกว่าสมัยที่ตนเคยรับราชการ แต่เราต้องไม่ประมาทและมีความพร้อมอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องดูแลประชาชนในพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยต่อเนื่อง ให้เฝ้าระวังบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาก่อเหตุ โดยเฉพาะสนามบินเบตง กำลังแล้วเสร็จ การใช้เส้นทางต้องปลอดภัยเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญขออย่าเข้าไปมีส่วนร่วมในสิ่งผิดกฎหมาย เพราะเราเป็นข้าราชการขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นข้าราชการในกองทัพบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องมีความภาคภูมิใจ และการปฏิบัติงานในหน้าที่ขอให้ยึดถือตามหลักกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.30 น. พล.อ.อภิรัชต์ พร้อม คณะ เดินทางไปตรวจความคืบหน้าสนามบินเบตง และให้สัมภาษณ์ว่า &amp;nbsp;สนามบินเบตงเป็นการดำเนินการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สมัยดำรงตำแหน่งเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 ท่านได้ลงพื้นที่มาดูการปฏิบัติงาน เมื่อปี 2538 จากนั้นผ่านไป 20 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำให้เกิดสนามบินเบตงในปี 2558 โดยมีวิสัยทัศน์ว่าสนามบินแห่งนี้ อยู่ในแผนพัฒนาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเดิมสนามบินนี้ทำรันเวย์ แค่ 1800 เมตร และมีการขยายเพิ่มอีก 300 เมตร เพื่อให้เครื่องบินแอร์บัสและ โบอิ้ง 737 และ โบอิ้ง 747 สามารถลงได้ ทั้งนี้ รัฐบาล คสช.มีวิสัยทัศน์เปิดประตูการค้าขาย เปิดประตูอาเซียนและการค้าเสรีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า อ.เบตงเป็นพื้นที่ที่มีคุณลักษณะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ใหญ่ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์สนามบินเบตงห่างจากสนามบินอื่นเกิน 100 กิโลเมตร ขึ้นไป เนื่องจากสนามบินใกล้ที่อยู่ฝั่งมาเลเซียคือสนามบินปีนัง ตนจึงเชื่อมั่นว่า หากสนามบินเบตงเปิดให้บริการสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ปีละ 1 ล้านคนและในชั่วโมงเร่งด่วนสามารถรับผู้โดยสารชั่วโมงละ 300 คน ถือว่าความฝันที่เบตงจะเป็นประตูการค้าเกิดขึ้นในสมัยของ คสช.ซึ่งถือเป็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตนดีใจที่ได้มาเห็นความสำเร็จ และขอให้การดำเนินงานผ่านไปด้วยความราบรื่นรวมถึงการก่อสร้างต่างๆ แม้จะมีอุปสรรคบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องความมั่นคงหน่วยงานความมั่นคงก็จะให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบเพราะจะสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีเศรษฐกิจที่ดีความไม่สงบก็น่าจะเบาบางลง &amp;nbsp;สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานในอนาคตนั้น ต้องหารือกับการท่าอากาศยานโดยกอ.รมน. ภาค 4 จะต้องร่วมวางแผนด้วย โดยสนามบินเบตงจะอยู่ภายใต้การดูแลของสนามบินนราธิวาส ส่วนการดูแลในพื้นที่รอบนอกก็เป็นหน้าที่ของทหาร ซึ่งพื้นที่เบตงค่อนข้างจะมีความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40254</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, แม่ทัพภาคที่ 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1ef55ec2a88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กป้อมนั่งหัวโต๊ะเฟ้น250สว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คสช.แต่งตั้ง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ประธานสรรหา 250 สมาชิกวุฒิสภา คาด &amp;quot;มีชัย-วิษณุ&amp;quot; ร่วมเฟ้นด้วย &amp;nbsp; ขณะที่ ทบ.ขยับ 5 เสือกลางปีส่ง &amp;ldquo;บิ๊กตู่เล็ก&amp;rdquo; นั่งรองปลัด กห.แทน &amp;ldquo;บิ๊กอั๋น&amp;rdquo; ไปเป็นเลขาฯ สมช.แทน &amp;ldquo;บิ๊กลภ&amp;rdquo; ที่จะไปนั่งเก้าอี้ ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสังเกตการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน เพื่อโหวตใครเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งว่า ให้ไปดูกฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไรก็เป็นไปตามนั้น อะไรที่เป็นหลักการสำคัญ อย่าลืมว่าตรงนี้พูดมาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะส.ว.หรืออะไรต่างๆ ก็ตาม เขาทำประชามติจากคน 16 ล้านคน ผ่านมาทั้งคำถามพ่วงด้วย เขาก็ตอบมาหมดแล้ว นี่คือประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ จะมาบอกบังคับให้คนเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ มันบังคับได้หรือไม่ คน 16 ล้าน ใครทำได้มาบอกตนหน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุม คสช.วันนี้ถือเป็นนัดสุดท้ายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัญหาประเทศทุกอย่างสามารถแก้ทันทีเลยหรือไม่ รัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร ให้ คสช.อยู่ได้ถึงเมื่อไหร่ ดังนั้นการใช้คำสั่ง คสช.จะใช้เท่าที่จำเป็นในกรณีที่ปลดล็อกไม่ได้ ก็ต้องแก้ไข ถ้าไม่แก้ไขจะปล่อยให้ปัญหาล่าช้าไปอีก 5-6 เดือนกว่าจะมีรัฐบาลได้หรือไม่ ขอให้มองตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีการแต่งตั้งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า &amp;ldquo;ทำไมล่ะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดสรร ส.ว.แล้ว โดยมีตนเป็นประธาน ซึ่งจะมีการเรียกประชุมหลังจากนี้ ส่วนกรรมการประกอบด้วยใครนั้น ไม่จำเป็นต้องบอกสื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สัดส่วนของ ส.ว.จะมีทั้งพลเรือน สื่อมวลชน นักวิชาการ ร่วมด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มี แต่จะไม่เอาข้าราชการทหารที่ยังอยู่ในหน้าที่ เพราะเมื่อมีตำแหน่งอยู่ จะไปเป็น ส.ว.ได้อย่างไร โดยเราจะคัดเลือก ส.ว.มาจากบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการโจมตีว่าการที่ คสช.เป็นผู้แต่งตั้ง ส.ว. และมีส่วนในการคัดเลือกนายกฯ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคพลังประชารัฐด้วย มั่นใจว่า ส.ว.จะไม่โหวตสวนทางกับความต้องการของประชาชน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็แล้วแต่สื่อ &amp;nbsp;สื่อจะให้เลือกอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า รายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.นั้น คาดว่าจะมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช., พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคสช., พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้า คสช., พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงานและรองหัวหน้า คสช., นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. ร่วมเป็นคณะกรรมการฯ ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรได้นัดประชุมคณะกรรมการสรรหา ส.ว. เพื่อวางกรอบแนวทางการทำงานในการคัดเลือก ส.ว.ชุดแรก 50 คน จากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คัดสรรไว้ 200 คน ที่กระทรวงกลาโหม ในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลช่วงกลางปี 2562 มีการโยกย้ายตำแหน่งสำคัญในส่วนของกองทัพบกหลายตำแหน่ง เพื่อรองรับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่กำลังจะถูกคัดเลือกขึ้นโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา หรือบิ๊กตู่เล็ก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 20 (ตท.20) ถูกขยับขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม แทน พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา หรือบิ๊กอั๋น รองปลัดกระทรวงกลาโหม (ตท.19) ที่จะไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการ สมช. หรือบิ๊กลภ (ตท.18) ที่ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน ส.ว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังขยับ พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ หรือบิ๊กบี้ แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.22) เป็น ผช.ผบ.ทบ. เพื่อรอเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป ต่อจากที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่จะเกษียณอายุราชการในปี 63 ขณะที่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 จะมี พล.ท.ธรรมนูญ วิถี หรือบิ๊กหนุ่ย แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ส่วน พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ หรือบิ๊กติ่ง รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 และโยก พล.ต.สนิธชนก สังขจันทร์ หรือบิ๊กหนุ่ม รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดง (นรด.) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของระดับ 5 เสือเหล่าทัพอื่นยังคงไม่มีการขยับแต่อย่างใด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30027</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย, พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, มีชัย ฤชุพันธุ์, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c7551459003a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตื่นสั่งบูรณาการ แก้ไขฝุ่นละออง เริ่มทำฝนหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกหน่วยบูรณาการแก้ปัญหาฝุ่นละออง แนะ ปชช.ไม่จำเป็นให้อยู่แต่ภายในบ้าน &amp;quot;กรมควบคุมมลพิษ&amp;quot; รายงานค่า PM 2.5 กทม.-ปริมณฑลเกินค่ามาตรฐาน ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 18 พื้นที่ &amp;quot;กรมฝนหลวงฯ&amp;quot; เตรียมปฏิบัติการฝนหลวง 15-18 ม.ค.นี้ &amp;quot;ทัพภาค 1&amp;quot; ส่งรถฉีดน้ำเช้าเย็นทั่วกรุง &amp;quot;สธ.&amp;quot; ยันยังไม่พบผู้ป่วยรุนแรง &amp;quot;กรีนพีซ&amp;quot; เผยกรุงเทพฯ ติดอันดับ 9 เมืองหลวงอากาศแย่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพพื้นที่ กทม.และปริมณฑลว่า ได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานครไปดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยให้มีการฉีดน้ำและรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสวมหน้ากากอนามัย รวมทั้งให้สำรวจว่าต้นตอมาจากไหน ซึ่งทุกหน่วยงานมีการรณรงค์และเตรียมการไว้แล้ว แต่วันนี้จะต้องมาบูรณาการร่วมกัน เนื่องจากเป็นปัญหาที่เราต้องดูแลสุขภาพของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเรื่องของฝนหลวงก็ได้มีการเตรียมการ แต่ก็ต้องใช้เวลา บางทีถ้าทำไปแล้วลมไม่เป็นไปในทิศทางที่กำหนดฝนก็ไม่ตก ต้องดูปริมาณความชื้นในอากาศด้วย ซึ่งรัฐบาลและทุกส่วนราชการก็จะทุ่มเทดูแลและแก้ไขปัญหา เบื้องต้นให้ฉีดน้ำในพื้นที่เสี่ยงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เป็นต้นตอของปัญหามีหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งโรงงานอุตสากรรม การจราจร การเผาไร่นาต่างๆ ทุกคนมีส่วนช่วยทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง ก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหาร่วมกับรัฐบาลด้วย รัฐบาลและทุกส่วนราชการก็จะทุ่มเทดูแลและแก้ไขปัญหา เบื้องต้นให้ฉีดน้ำในพื้นที่เสี่ยงแล้ว จะปล่อยให้รัฐบาลทำงานคนเดียวไม่ได้&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้รับรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าได้ประสานงานกับ กทม.และ 5 จังหวัดปริมณฑล เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ล่าสุด กทม.ได้สั่งการให้ทุกเขตกวาดล้างถนนอย่างเข้มข้นทุกวัน จัดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น &amp;nbsp;ตรวจวัดควันดำ ควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง รวมทั้งประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อทำฝนเทียมในพื้นที่เสี่ยงในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ข้อควรปฏิบัติของประชาชนคือจะต้องติดตามข่าวสารจากกรมควบคุมมลพิษอย่างใกล้ชิด โดยพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองหนาแน่นก็ขอให้ประชาชนอยู่ภายในบ้าน หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยคุณภาพดีที่สามารถป้องกันฝุ่นได้ในระดับสูง ส่วนหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาที่มีขายทั่วไปนั้นก็สามารถป้องกันได้ดีระดับหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ประชาชนควรหมั่นสังเกตอาการทางสุขภาพเบื้องต้น เช่นเมื่อมีอาการไอหรือระคายเคืองตา มากผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงทั้งผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
ทำฝนหลวงลดฝุ่นละออง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ PM 2.5 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วันที่ 14 ม.ค.62 เวลา 12.00 น. พื้นที่ริมถนนตรวจวัดได้ระหว่าง 55-78 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 18 พื้นที่ ส่วนพื้นที่ทั่วไป ตรวจวัดได้ระหว่าง 46-82 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ &amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐาน 12 พื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยรวมปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กรมควบคุมมลพิษขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และงดการใช้รถยนต์ควันดำอย่างเด็ดขาด ท่านสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศของหน่วยงานราชการได้ทางแอปพลิเคชัน Air4Thai และเว็บไซต์ http://air4thai.pcd.go.th และสถานการณ์คุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;quot; รายงานของกรมควบคุมมลพิษระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ในระยะนี้ กทม.และปริมณฑลมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่ง คพ.ได้ประสานหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งให้ความช่วยเหลือในการทำฝนเทียมเพื่อลดฝุ่นมาตลอด ทราบว่ากรมฝนหลวงฯ ก็ติดตามปัญหาเพื่อดำเนินการช่วยเหลืออยู่ ซึ่งมีปัจจัยทั้งด้านความชื้นและทิศทางลม หากในอากาศมีความชื้นไม่เพียงพอก็ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่คาดว่าในวันที่ 15 ม.ค.นี้อาจมีโอกาสจะทำฝนเทียมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี คพ.กล่าวว่า ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจจราจรตรวจจับรถควันดำบนเส้นทางจราจร &amp;nbsp;ร่วมกับ ขสมก.ให้ตรวจรถโดยสาร ขสมก.ในอู่ต่างๆ พร้อมร่วมประชุมและประสาน กทม.เพื่อดำเนินการตามมาตรการและแนวทางดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา PM 2.5 ทั้งสั่งให้ทุกเขตกวาดล้างถนนอย่างเข้มข้นทุกวัน รวมทั้งประสานกระทรวงสาธารณสุขเตรียมแจกหน้ากากอนามัยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงฯ มีแนวโน้มขึ้นปฏิบัติการทำฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในพื้นที่ กทม.ระหว่างวันที่ 15-18 ม.ค.นี้ โดยจะตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ จ.ระยอง ด้วยเครื่องบินคาซา 2 ลำ เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีแนวโน้มจะทำได้ เพื่อแก้ไขสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) กล่าวว่า พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.ห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM &amp;nbsp;2.5 ในอากาศ ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จึงได้สั่งในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ ให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศจัดเครื่องบิน BT-67 &amp;nbsp;จำนวน 2 เครื่อง จากกองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เข้ามาเตรียมพร้อม ณ ที่ตั้งกองบิน 6 ดอนเมือง &amp;nbsp;และเตรียมทำการบินโปรยน้ำลดฝุ่นละอองในอากาศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2ก หรือเครื่องบิน BT-67 สังกัดกองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เป็นเครื่องบินที่กองทัพอากาศใช้ในการสนับสนุนภารกิจปฏิบัติการฝนหลวง การบินควบคุมไฟป่า และการบินโปรยน้ำลดหมอกควัน/ฝุ่นละออง ซึ่งในส่วนของการบินโปรยน้ำแต่ละเที่ยวบินจะบรรทุกน้ำได้เที่ยวละประมาณ 3,000 ลิตร ทำการโปรยน้ำเป็นละอองลงมาจากความสูงเหนือพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งละอองน้ำจะเกิดการกระจายตัวครอบคลุมบริเวณกว้าง และจับตัวกับฝุ่นละอองเพื่อบรรเทาความรุนแรงของปัญหา &amp;nbsp;โดยน้ำที่นำมาใช้เป็นน้ำสะอาดและโปรยลงมาเป็นละอองน้ำ จึงจะไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน&amp;quot; โฆษก ทอ.กล่าว
ระดมฉีดน้ำทั่วกรุงเช้าเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.
สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกเข้าสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในการคลี่คลายปัญหาฝุ่นละอองให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมสั่งการให้กองทัพภาคที่ 1 กรมการทหารช่าง และหน่วยทหารของกองทัพบกในพื้นที่ กทม.เตรียมรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงจำนวน 60 คัน พร้อมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมสนับสนุนการแก้ปัญหาฝุ่นละออง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด การตรวจจับรถที่ก่อให้เกิดมลภาวะมากขึ้น เช่น การปล่อยควันดำ หรือนำรถที่มีอายุเกินกำหนดมาใช้ ตลอดจนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดระเบียบและควบคุมยานพาหนะที่ใช้บนท้องถนนอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาหมอกควันพิษ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานปล่อยแถวรถยนต์ฉีดน้ำเพื่อลดระดับความเข้มข้นของฝุ่นละออง บริเวณพื้นที่รอบเขตพระราชฐานและพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น จตุจักร &amp;nbsp;บางขุนเทียน ปทุมวัน และสวนลุมพินี &amp;nbsp;โดยจะทำการฉีดน้ำในตอนเย็นเวลา 18.00 น. และตอนเช้าเริ่มเวลา 05.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 จัดรถบรรทุกน้ำ 26 คันออกล้างพื้นถนน ทางเดินเท้า และฉีดรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆ ทั่ว กทม. รวมทั้งแจกหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละอองให้ประชาชนใน 7 พื้นที่ ได้แก่ &amp;nbsp;1.บริเวณรอบงานอุ่นไอรัก 2.บริเวณสวนลุมพินี 3.บริเวณราชประสงค์ 4.บางขุนเทียน 5.ธนบุรี 6.บางคอแหลม 7.บางกะปิ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ต่อเนื่องถึงวันพุธที่ 16 ม.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สธ.มอบให้กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กรมอนามัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังผลกระทบสุขภาพ และให้ความรู้ในการป้องกันตนเองจากสภาพอากาศที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อมูลการเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยาที่ได้รับรายงานในโรงพยาบาลเครือข่ายกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 3 ส.ค.61 - 7 ม.ค.62 ไม่พบว่ามีผู้ป่วย 3 กลุ่มโรคที่เฝ้าระวังสูงขึ้นผิดปกติ &amp;nbsp;หรือพบเป็นกลุ่มก้อนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แก่ หอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด และไม่มีรายงานผู้ที่มีอาการรุนแรง&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีหน้ากากอนามัย เอ็น 95 ขาดตลาดว่า มีหน้ากากอย่างหนึ่งที่สามารถใช้แทนหน้ากากอนามัยเอ็น 95 ราคาพอๆ กัน คือหน้ากากที่ใช้ป้องกันพิษ แต่เหมาะสำหรับคนที่ต้องรับควันพิษมากกว่า เช่น ตำรวจจราจร คนทั่วไปไม่มีความเสี่ยงไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ อย่างไรก็ตามการใช้หน้ากากอนามัยเอ็น 95 ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดี แต่ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก คนที่ควรจะใช้หน้ากากชนิดนี้ควรเป็นคนที่ทำงานกลางแจ้งในพื้นที่เสี่ยง อาทิ กรรมกรก่อสร้าง จักรยานยนต์รับจ้าง และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ มากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาฝุ่นละอองไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา และไม่ได้เกิดขึ้นทุกพื้นที่ ถ้าอยู่ในบ้านหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากพื้นที่เสี่ยงที่ค่าฝุ่นละอองไม่เกิน&amp;quot; รองอธิบดีกรมอนามัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ทวิตเตอร์ &amp;quot;@greenpeaceth&amp;quot; หรือกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย) &amp;nbsp;องค์กรรณรงค์อิสระระดับโลก (Greenpeace Thailand) เปิดเผยสถิติการจัดอันดับเมืองหลวงที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก พร้อมด้วยแฮชแท็ก #ขออากาศดีคืนกลับมา และ #RightToCleanAir &amp;nbsp;โดยระบุข้อความว่า กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ใน 10 อยู่ในลำดับที่ 9 ของเมืองหลวงที่คุณภาพอากาศเลวร้าย โดยอันดับ 1.นิวเดลี ประเทศอินเดีย 2.ธากา ประเทศบังกลาเทศ 3.โกกาตา &amp;nbsp;ประเทศอินเดีย 4.เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน 5.กาฏมาณฑุ ประเทศเนปาล 6.อูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย 8.หูอัน ประเทศจีน 9.กทม. และ 10.ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26576</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประลอง ดำรงค์ไทย, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, สุรสีห์ กิตติมณฑล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c993dcf649.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ร.10พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;quot; พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด &amp;quot;ครอบครัวออกกำลังกาย&amp;quot; จัดทำบัตรอวยพร 4 แบบและสมุดไดอารีปี 62 ทรงมีความสุขเห็นประชาชนร่วม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ชมเชยผู้ปฏิบัติงานทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด &amp;quot;ครอบครัวออกกำลังกาย&amp;quot; เพื่อให้จัดทำบัตรอวยพรประจำปีพุทธศักราช 2562 พร้อมข้อความพระราชทานพรด้วยลายพระหัตถ์ และทรงลงพระปรมาภิไธยกำกับไว้ จำนวน 4 แบบ จากภาพวาดฝีพระหัตถ์พระราชทานดังกล่าว เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว ความเอาใจใส่ต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และหวังให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ด้วยการออกกำลังกาย อันเป็นกิจกรรมดีๆ ที่สมาชิกในครอบครัวสามารถทำร่วมกันได้ทั้งที่บ้านหรือสถานที่อื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบัตรอวยพรแบบแรกเป็น &amp;quot;ครอบครัวจักรยาน&amp;quot; เป็นการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน ซึ่งนอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นการสานสัมพันธ์ของคนในครอบครัว เพราะเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้กับทุกช่วงอายุ ส่วนบัตรอวยพรแบบที่ 2 เป็น &amp;quot;ครอบครัว SUP&amp;quot; (Stand Up Paddle) ซับ เป็นกีฬาทางน้ำ ที่ไม่อันตรายและไม่ผาดโผน จะมีไม้พายช่วยในการทรงตัว สามารถควบคุมพื้นที่หรือวิธีการเล่นได้ด้วยตัวเอง ดังนั้น กีฬาประเภทนี้จึงเป็นกีฬาที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวสามารถเล่นด้วยกันได้ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรอวยพรแบบที่ 3 เป็น &amp;quot;ครอบครัว YOGA&amp;quot; โยคะ เป็นการออกกำลังกายที่มหัศจรรย์ เป็นการฝึกที่รวมกาย จิต ให้เป็นหนึ่งเดียว ฝึกสมาธิ ความยืดหยุ่น ความแข็งแรง การทรงตัว ลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ ที่ผลสุดท้ายแล้วก็เพื่อทำให้สุขภาพกายและใจดีขึ้น สำหรับครอบครัวนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การฝึกกับตัวเอง แต่เป็นการฝึกเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ทั้งด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย และความสัมพันธ์ทางใจ ที่ต้องสอดประสานกันให้มั่นคง แข็งแรง และบัตรอวยพรแบบที่ 4 เป็น &amp;quot;ครอบครัว Pilates&amp;quot; พิลาทิส เป็นการออกกำลังกาย ที่เน้นการสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย โดยเน้นความแข็งแรงของแกนกลางของลำตัว สร้างความแข็งแรงให้กระดูกสันหลัง รวมถึงสร้างความยืดหยุ่นควบคู่ไปด้วย ช่วยให้ร่างกายทำงานสัมพันธ์กัน ทำให้รูปร่างเฟิร์ม บุคลิกดูดี การเดินการนั่ง ดูสง่างามมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบัตรอวยพรทุกแบบ ด้านในทางด้านฝั่งซ้ายมีพระปรมาภิไธย วปร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ส่วนด้านขวามีลายพระหัตถ์ ส.ค.ส. ๒๕๖๒ พร้อมข้อความพระราชทานพรว่า &amp;quot;สวัสดี สุขสันต์ สู่ปีใหม่ ด้วยการบำรุงรักษาสุขภาพอนามัย ด้วยร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่สดใสเข้มแข็ง ด้วยการเล่นกีฬา และออกกำลังกายในแบบต่างๆ พร้อมลงพระปรมาภิไธย ๑ ม.ค. ๖๒ ด้านล่างข้อความเป็นภาพฝีพระหัตถ์เด็กใส่ชุดหมู ขี่จักรยาน ส่วนด้านหลังของบัตรอวยพร มีข้อความ &amp;quot;ส.ค.ส. ๒๕๖๒ ภาพวาดฝีพระหัตถ์พระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้พระราชทานภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์ทั้ง 4 ภาพ พิมพ์ลงบนเสื้อคอโปโลและเสื้อยืดคอกลมด้วย
นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์ จัดทำเป็นสมุดไดอารี บันทึกแห่งความสุข โดยภาพหน้าปกเป็นภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์ &amp;quot;ครอบครัวขี่จักรยาน&amp;quot; เป็นภาพทุกคนในครอบครัวร่วมกันปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพฝีพระหัตถ์ ส.ค.ส. พระราชทาน ชุด ครอบครัวออกกำลังกาย และมีพระปรมาภิไธย ลงวันที่ ๑ ม.ค. ๖๒ &amp;nbsp;ที่ปกรอง (ปก-รอง) ด้านใน เป็นพรพระราชทาน เช่นเดียวกับบัตรอวยพร พร้อมภาพเด็กใส่ชุดหมู ขี่จักรยาน ซึ่งหมายถึงปีนักษัตร ปีกุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน้าถัดมา เป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์พระราชทาน ในการจัดทำเสื้อ Bike อุ่นไอรัก และภาพวาดฝีพระหัตถ์พระราชทาน ในการจัดทำ ส.ค.ส. พ.ศ.2562 ทั้ง 4 แบบ คือ ภาพครอบครัวจักรยาน ครอบครัว SUP ครอบครัวโยคะ และครอบครัวพิลาทิส จากนั้น เป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ รวมปกบทเจริญพระพุทธมนต์ สืบสานพระราชปณิธาน &amp;quot;ธรรมราชินี&amp;quot; ที่พระราชทานให้จัดพิมพ์ในโอกาสต่างๆ นับแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหน้าถัดไปเป็นไดอารีจัดบันทึกทั้ง 12 เดือน พร้อมมีตารางเปรียบเทียบจุลศักราช รัตนโกสินทร์ศก พุทธศักราช และคริสตศักราช ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2411 ซึ่งเป็นปีที่ 1 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จนถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และด้านหลังสุดเป็นหน้าสำหรับจดที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ส่วนปกหลัง เป็นภาพวาดการ์ตูนฝีพระหัตถ์ รวมปกบทเจริญพระพุทธมนต์ สืบสานพระราชปณิธาน &amp;quot;ธรรมราชินี&amp;quot; ที่จัดพิมพ์ในปี 2560 ถึง 2561 จำนวน 13 ปก และภาพเด็กใส่ชุดหมู ขี่จักรยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้จากการจัดทำบัตรอวยพรและไดอารีครั้งนี้ จะนำไปใช้ในพระราชกุศลบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน และผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยคุกคามต่างๆ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อไว้เป็นการส่วนตัว หรือส่งไปยังบุคคลอันเป็นที่รักและเคารพได้ อีกทั้งยังได้มีส่วนร่วมในการทำบุญทำกุศลในกิจการพระราชกุศลต่างๆ ร่วมกันด้วย ผู้สนใจสามารถร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลได้ โดยบัตรอวยพรหนึ่งชุดประกอบด้วย 4 ภาพดังกล่าวข้างต้น ราคาชุดละ 99 บาท และสมุดไดอารี ราคาเล่มละ 199 บาท สามารถหาซื้อได้ที่งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. เป็นต้นไป ส่วนที่ร้านโกลเด้นเพลซ, &amp;nbsp;ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด มหาชน, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด มหาชน, ธนาคารกสิกรไทยจำกัด มหาชน, บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด มหาชน และบริษัท คิงส์พาวเวอร์ จำกัด จำหน่ายในวันที่ 25 ธ.ค.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้อง 606 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมติดตามผลการซ้อมใหญ่และเตรียมความพร้อมกิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า หลังจากการฝึกซ้อมใหญ่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งผ่านมาทางตนว่า &amp;quot;ทรงเห็นประชาชนมาร่วมกิจกรรมมีความสุข ขอชมเชยผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันที่ 9 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ มายังบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต เวลา 13.30 น. และทรงเปิดงานอุ่นไอรักคลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ในเวลา 13.39 น. โดยเวลา 13.25 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ มาเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะเสด็จฯ มาถึงบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต เวลา 13.30 น. จึงขอเชิญชวนประชาชนแต่งกายชุดไทยเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ จะมีประกาศงดชมพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้เส้นทางปั่นจักรยานมีความปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันที่ 8 ธ.ค. จะเป็นการซ้อมใหญ่พิธีเปิดงานอุ่นไอรักฯ เวลา 10.00 น. จะเปิดจุดคัดกรอง 4 จุดให้ผู้ร่วมกิจกรรมซ้อมใหญ่ โดยขอเชิญชวนให้แต่งชุดไทยสวยงามเหมือนวันจริง โดยจะมีการจัดเตรียมอาหารให้ลิ้มลองบางส่วน จากนั้นเวลา 16.00 น. คณะสาวงามมิสยูนิเวิร์ส 2018 ทั้ง 94 ประเทศและผู้ดูแล จะมาเยี่ยมชม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงผลการซ้อมใหญ่ว่า ส่วนใหญ่ประชาชนรับการรักษาพยาบาล เกิดจากสภาพร่างกาย สภาพอากาศ และสภาพรถจักรยาน สำหรับปัญหาสำคัญที่พบคือ นักปั่นจักรยานชื่อกับป้ายแท็กไม่ตรงกัน, นักปั่นแทรกกลางทาง, ลงทะเบียนจุดหนึ่งแต่ไปปั่นอีกจุดหนึ่ง นอกจากนี้ พบว่าสมาคมคนพิการร่วมปั่น 300 คน ณ สนามม้านางเลิ้ง จึงเสนอให้มีจุดรวมพลที่ลานคนเมือง โดยจะประสานงานกับกรุงเทพมหานครเตรียมอำนวยความสะดวก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23511</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bike อุ่นไอรัก, พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c0690f446b94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ธันวาซ้อมไบค์อุ่นไอรัก2 ยอดเข้าร่วมกว่า6แสนคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่ง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดงาน &amp;quot;ไบค์ อุ่นไอรัก 2&amp;quot; คำนึงถึงความปลอดภัยและความสุขของประชาชนเป็นหลัก &amp;nbsp;ตรวจสอบถนน 24 เส้นทาง ปิดซ้อมใหญ่ 2 ธ.ค.นี้ &amp;nbsp;พร้อมเผยแพร่เทปบันทึกภาพกิจกรรมไปยัง 170ประเทศ เผยยอดลงทะเบียนทั่วประเทศ 6.3 แสนคน &amp;nbsp;สภากลาโหมไฟเขียวเหล่าทัพ-สื่อโปรโมตเพลง &amp;quot;ดุจดังสายฟ้า&amp;rdquo; เฉลิมพระเกียรติ &amp;ldquo;ร.10&amp;rdquo; จัดงานวันพ่อ 5 ธ.ค.ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวถึง &amp;ldquo;กิจกรรม Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; และงาน &amp;quot;อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดขึ้น เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนมีความใกล้ชิดกัน ที่สำคัญผู้ที่มาเที่ยวชมงานอุ่นไอรักคลายความหนาวยังสามารถได้ชื่นชมความงดงามของร้านค้า และซึมซับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย อีกทั้งผู้ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานยังเป็นการรวมพลังความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ และเห็นความสำคัญในการออกกำลังกายและส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใย จึงมีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดงานโดยคำนึงความปลอดภัยและความสุขของประชาชนเป็นหลัก&amp;quot; ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในวันที่ 28 พ.ย.61 เวลา 08.00 น. ณ อาคาร 606 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานในพิธีมอบเสื้อจักรยานพระราชทาน และน้ำดื่มพระราชทานแก่ประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด เป็นตัวแทนผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ รับมอบ เพื่อเชิญไปมอบแก่ผู้เข้าร่วมในกิจกรรมปั่นจักรยานทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 1 และ 2 ธ.ค.61 เวลา 08.00-16.00 น. &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนในกรุงเทพมหานคร รับที่สนามศุภชลาศัย ส่วนต่างจังหวัด รับที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 2 ธ.ค. จะมีการซ้อมใหญ่ปั่นจักรยาน &amp;ldquo;ไบค์ อุ่นไอรัก&amp;rdquo; เสมือนจริง โดยจะเริ่มลงทะเบียน 12.00 น. และเริ่มปั่นจักรยาน 15.00 น. ตามเวลาจริง โดยประชาชนที่ลงทะเบียนปั่นสามารถมาร่วมปั่นจักรยานด้วยเสื้อสีเหลืองหรือสีฟ้า โดยให้มาลงทะเบียนตามจุดลงทะเบียน และซักซ้อมตามที่กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จุดลงทะเบียนไบค์ อุ่นไอรัก มีทั้งหมด 9 จุด จุดที่ 1 พระลานพระราชวังดุสิต 2.ลานคนเมือง 3.สนามม้านางเลิ้ง 4.สนามหลวง 5.โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า 6.แยกตากสิน 7.ถนนอินทรพิทักษ์ 8.พระประแดง อาเขต 9.โกดังศุภนาวากรุ๊ป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในวันที่ 2 ธ.ค. ที่จะมีการปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 12.00 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรสำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 24 เส้นทาง ประกอบด้วยฝั่งกรุงเทพมหานคร 1.ถนนสามเสน 2.ถนนพระราม 5 3.ถนนนครราชสีมา 4.ถนนราชวิถี 5.ถนนศรีอยุธยา 6. ถนนพระสุเมรุ 7.ถนนหลานหลวง 8.ถนนบำรุงเมือง 9.ถนนเจริญกรุง 10.ถนนเยาวราช 11.ถนนพระราม 3 &amp;nbsp;ส่วนเส้นทางเลี่ยงการจราจรฝั่งธนบุรี 12.ถนนจรัญสนิทวงศ์ 13.ถนนอรุณอัมรินทร์ 14.ถนนอิสรภาพ 15.ถนนราชพฤกษ์ 16.ถนนเพชรเกษม 17.ถนนเจริญนคร 18.ถนนกรุงธนบุรี 19.ถนนเทอดไท 20.ถนนจอมทอง 21.ถนนเอกชัย 22.ถนนราษฎร์บูรณะ 23.ถนนประชาอุทิศ 24.ถนนพุทธบูชา ขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่ได้ร่วมกิจกรรมหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ทั้งวันซ้อมใหญ่ 2 ธ.ค. และวันจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน วันที่ 9 ธ.ค.จะปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 12.00-19.00 น. เวลาโดยประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า เส้นทางปั่นกิจกรรม &amp;quot;ไบค์ อุ่นไอรัก&amp;quot; มีจุดคับขันหรือจุดเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังตลอดเส้นทางปั่นไป-กลับ จำนวน 14 จุด แบ่งเป็นจุดเสี่ยง 3 ประเภท ได้แก่ หักศอกและทางแคบ, คอขวด และทางลาดชัน โดยกองทัพไทยและช่างฝีมือทหารจะจัดทำป้ายก่อนถึงจุดคับขันต่างๆ ทุก 500 เมตร, 200 เมตร และ 50 เมตร รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ณ จุดดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า จะจัดบริการทางการแพทย์ที่ดีและตามมาตรฐานตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม บูรณาการหน่วยงานด้านการแพทย์เตรียมพร้อมภาวะฉุกเฉินจากอุบัติเหตุทั้งบุคคลและหมู่คณะ และเจ็บป่วยทั่วไป ตลอดจนกรณีหัวใจหยุดเต้นทันทีและฮีตสโตรก โดยจะมีทีมแพทย์ประจำจุด แพทย์เดินเท้า และแพทย์ปั่นจักรยาน รวมจำนวน 2,500 คน พร้อมให้บริการทางการแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประยูร ช่วยแก้ว รอง ผอ.ฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่ง ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จัดเดินรถโดยสารกิจกรรม &amp;quot;ไบค์ อุ่นไอรัก&amp;quot; ในวันที่ 9 ธ.ค.61 จำนวน 15 เส้นทาง ดังนี้ จัดรถเฉพาะกิจให้บริการฟรี จำนวน 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 สถานีขนส่งจตุจักร จอดส่งที่แยกอู่ทองใน 10 คัน, เส้นทางที่ 2 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จอดส่งที่แยกอู่ทองใน 10 คัน, เส้นทางที่ 3 สถานีรถไฟหัวลำโพง จอดส่งที่สะพานขาว 10 คัน, เส้นทางที่ 4 สนามศุภชลาศัย จอดส่งที่แยกยมราช 10 คัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนางสาวอรัญญา เกตุแก้ว ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า จะมีการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร รวมถึงการเผยแพร่ภาพกิจกรรมปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรัก ผ่านเว็บไซต์ www.phralan.in.th และเฟซบุ๊ก อุ่นไอรัก คลายความหนาว ในวันที่ 9 ธ.ค.61 โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศนับพันคน ร่วมกันรายงานบรรยากาศกิจกรรมต่างๆ ตามเส้นทางจักรยานทั้งไปและกลับ 39 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีการเผยแพร่เทปบันทึกภาพกิจกรรมพิธีเปิดงานอุ่นไอรักฯ กิจกรรม Bike อุ่นไอรัก ช่วงข่าวพระราชสำนักทุกช่อง รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีโกลบอลเน็ตเวิร์กไปยัง 170 ประเทศทั่วโลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศิลปินดาราที่จะมาร่วมปั่นจักรยานในวันซ้อมใหญ่เสมือนจริง อาทิ โดม ปกรณ์ ลัม, มอส ปฏิภาณ, ติ๊ก ชีโร่, โย ยศวดี, เปิ้ล นาคร, มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยกำชับให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพให้การสนับสนุนการจัดงานอุ่นไอรักฯ ระหว่างวันที่ 9 ธ.ค.61 ถึง 19 ม.ค.62 ที่พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า พร้อมทั้งให้เตรียมการดำเนินการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตามเส้นทางในกิจกรรมปั่นจักรยาน &amp;quot;ไบค์ อุ่นไอรัก&amp;quot; ในวันที่ 9 ธ.ค. ให้ดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างเต็มขีดความสามารถ รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ให้กำลังพล และครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับทราบ และเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ จัดงานวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในวันที่ 5 ธันวาคม เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้เป็นวันสำคัญของชาติ คือเป็นวันชาติ และเป็นวันพ่อแห่งชาติ โดยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น พิธีทำบุญตักบาตร งานวันดินโลก ซึ่งจะต้องจัดงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติอย่างสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวอีกว่า ที่ประชุมสภากลาโหม ได้รับทราบถึงการที่ &amp;ldquo;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo; ได้โปรดเกล้าฯ เพลง &amp;ldquo;ดุจดังสายฟ้า&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเพลงที่ชนะการประกวดโครงการบทเพลงแห่งแผ่นดินของกองทัพบก ภายใต้แนวคิดการสืบสานพระราชปณิธานบทเพลงพระราชนิพนธ์น้อมถวายแด่องค์ราชัน เพื่อถวายพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยให้สื่อของหน่วยต่างๆ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีในโอกาสต่างๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับเพลงดุจดังสายฟ้า ขับร้องโดย นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม แต่งคำร้องและทำนองโดยนายพงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา หรือปุ้ม วงตาวัน ซึ่งเป็นผู้แต่งทำนองเพลง king of kings
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน &amp;quot;ไบค์ อุ่นไอรัก&amp;quot; ที่จัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.61 และปิดลงทะเบียนร่วมกิจกรรมเวลา 16.30 น. วันที่ 27 พ.ย. เป็นวันสุดท้าย โดยยอดประชาชนอย่างไม่เป็นทางการ ในส่วนกรุงเทพมหานคร ร่วมปั่นมีจำนวน 87,493 คน ในส่วนภูมิภาคที่ลงทะเบียนปั่นมีจำนวน 551,108 คน รวมทั้งสิ้น 638,601 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22946</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไบค์ อุ่นไอรัก 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfd56609d7a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
