<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.44ไพรมารีโหวต บิ๊กตู่ใช้คลายปมเลือกตั้ง/ยิ่งลักษณ์โผล่เย้ยพ่อปู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; แบะท่าใช้ ม.44 แก้ปม &amp;quot;ไพรมารีโหวต&amp;quot; ให้เกิดการเลือกตั้งอย่างที่ทุกคนต้องการ ย้ำเลือกตั้ง ก.พ.62 เหมาะสมสุด ยันจะยืดให้น้อยที่สุด จับตากลุ่มโซเชียลฯ สร้างขัดแย้ง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยเตรียมชงคำสั่งให้ คสช.แล้วเร่งให้เสร็จก่อนคลายล็อก ก.ย.นี้ กกต.คุมเข้มหาเสียงผ่านโซเชียลฯ เตือนใส่ร้ายให้ข้อมูลเท็จเจอโทษอาญาชดใช้ค่าเสียหายเลือกตั้งด้วย &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ปูด คสช.-ผู้สมัครพลังประชารัฐสุมหัวแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ จ้องเอาเปรียบ หวั่นวุ่นวายแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาหารือ แต่หน้าที่ของเราคือสร้างความสงบเรียบร้อยให้ประเทศเพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายๆ ส่วน ไม่ใช่อีกคนหนึ่งพยายามทำให้สงบ แต่อีกคนหนึ่งไม่ให้เกิดความสงบ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ก็ติดตามดูทุกกลุ่มว่าอย่าทำให้บ้านเมืองสับสนอลหม่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดูการเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องจับตาดูทุกวัน บางทีก็ขยายความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นโซเชียลฯ ควรจะมีการสร้างบทบาทความรับรู้มากกว่าที่จะสร้างให้คนแบ่งเป็น 2 พวก ดังนั้นการที่จะไปสู่ประชาธิปไตยในวันหน้าจะต้องแก้ไขกันใหม่แล้วว่าการสร้างความรับรู้ประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าจะยังไม่ชอบ แต่เราต้องยอมรับกติกาในการเลือกตั้ง เพราะการได้รัฐบาลมาเป็นการยอมรับเสียงส่วนมากและเสียงส่วนน้อย แต่รัฐบาลจะต้องทำหน้าที่เพื่อคนทั้งคนเสียงส่วนมากและเสียงส่วนน้อย ไม่ว่าจะเป็นของพรรคใดก็ตาม จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็มีหน้าที่ดูแลทั้งสองฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ติดตามในโซเชียลฯ ตลอด ซึ่งมีเสียงในนั้นก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความแตกแยกในสังคม และต้องประณามคนเหล่านั้นด้วยว่าไม่ใช่ทำให้เกิดความแตกแยก ซึ่งคุณก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นคนกลุ่มไหน ไม่ต้องกังวล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการหารือระหว่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หารือในแนวทางการทำงานมาโดยตลอด สิ่งสำคัญต้องสอดคล้องกับการทำงานของรัฐบาลและ คสช.ด้วย ในเรื่องของการปลดล็อกและการทำตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งเราก็บอกไปแล้วว่ามีกำหนดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งหากเลยระยะเวลาตามที่ตนกำหนดไว้ จะทำอย่างไร ตนก็ได้บอกไว้ว่าถ้าเป็นไปได้ การเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นเดือน ก.พ.62&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนการทำไพรมารีโหวตนั้น ก็ต้องทำให้ได้ เพราะเขียนไว้แล้วในกฎหมาย ซึ่งในปีแรกจะมีปัญหาหรือไม่ &amp;nbsp;จะต้องแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร ก็ต้องทำให้ได้ในระดับหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางกฎหมาย วันหน้าก็ควรจะทำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าวันนี้มาทำอะไรบ้างก็จะเลือกตั้งได้ไม่ตามเวลา ก็กลายเป็นทำไม่ได้ ก็จะกลับมาที่ผมอีก ผมต้องการให้ทุกอย่างเดินหน้าตามโรดแมป ซึ่งเดือน ก.พ.62 ผมถือว่าเหมาะสมแล้ว จริงๆ เวลายังยืดไปอีก แต่ผมก็ลดให้น้อยที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขการทำไพรมารีโหวตหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า &amp;ldquo;ก็นี่ไงที่กำลังจะแก้โดยใช้อำนาจผมไม่ใช่หรือ แล้วจะมาถามผมอีกทำไม อะไรที่มีปัญหาผมจะแก้ให้หมด นั่นแหละคือสิ่งที่ผมจะใช้อำนาจตรงนี้ แก้ให้สามารถทำงานได้ อย่างน้อยถ้าไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันจะเอาแค่ไหนล่ะ 50, 60 หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของกฎหมาย นั่นแหละคือประโยชน์ของตรงนี้ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งอย่างที่ทุกคนต้องการ ให้เกิดความสงบสุข ซึ่งกฎหมายเขียนมาอย่างนี้ก็ต้องปรับให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ผมไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร อย่าเอารัฐบาล คสช.ไปตรงนี้ ไม่อย่างนั้นจะมีคนที่อยู่ตรงกลางได้อย่างไร การเมืองยังไม่ได้เริ่ม แต่ปี่กลองก็เริ่มประโคมกันแล้ว ยังไม่ถึงยก 3 เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ตกลงจะใช้มาตรา 44 เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขายื่นมาเมื่อไหร่ ผมก็เซ็นให้
&amp;quot;วิษุณ&amp;quot;ชง คสช.ใช้ ม.44
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายวิษณุ เครืองาม เปิดเผยว่า เตรียมเสนอทางออกเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขไพรมารีโหวตให้ คสช.พิจารณา ซึ่งต้องรอให้ คสช.เป็นผู้กำหนดวันนัดประชุมอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการคลายล็อกทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.นี้ โดยการแก้ไขไพรมารีโหวตนี้จะนำไปสู่การแก้ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งแนวทางที่จะเสนอให้ คสช.พิจารณา มีทั้งข้อเสนอเดิมของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก่อนที่ สนช.จะเปลี่ยนมาเป็นไพรมารีโหวต รวมถึงการทำไพรมารีฯ ระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับเขต และไม่ทำไพรมารีโหวต ซึ่งการไม่ทำคงไม่เกิดขึ้น เพราะจะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 45
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ว่า คสช.จะเลือกแนวทางใดจะใช้เวลาไม่นาน อาจใช้เวลาเพียง 1-2 วัน ในการดำเนินการแก้ไข เพราะได้เตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้ว ส่วนการคลายล็อกทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในช่วงระหว่าง 90 วันที่สอง คือในช่วงที่กฎหมายประกาศแล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ หรือในระหว่างเดือน ก.ย.ถึงเดือน ธ.ค. จะเป็นการคลายล็อกบางประการ เช่น การให้พรรคการเมืองสามารถจัดประชุมใหญ่ได้ สามารถหาสมาชิกพรรคได้ สามารถออกความเห็นเรื่องแบ่งเขตเลือกตั้งได้ และสามารถไปทำไพรมารีโหวตได้ แต่ส่วนอื่นๆ ยังคงล็อกไว้ รอปลดล็อกโดยสิ้นเชิง ซึ่งต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำพูดของนายกฯ เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งที่จะไม่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 24 ก.พ.62 มีความชัดเจนแล้ว ไม่ต้องตีความใดๆ ซึ่งการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นช้าสุดคือวันที่ 5 พ.ค.62&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรอบเวลาในการจัดการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วสุดคือวันที่ 24 ก.พ.62 ว่าตนเคยบอกไว้หลายทีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาบอกว่าต้องเป็น ก.พ.ปี 62 &amp;nbsp;ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาเร็วที่สุดแล้ว ไม่เช่นนั้นจะล่าช้าไปอีก และเชื่อมั่นว่ามีเวลาทันเหลือเฟือในการให้แต่ละพรรคการเมืองจัดทำไพรมารีโหวต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ และ กกต. พูดถึงการเลือกตั้งช่วงเดือน ก.พ.62 ว่าทุกฝ่ายก็คาดการณ์ไว้ในช่วงระยะเวลานั้น ทั้ง คสช. รัฐบาล กกต. และ สนช. รวมถึงพรรคการเมือง ต้องเตรียมพร้อม ซึ่งกฎหมายพรรคการเมืองได้ผ่าน สนช.ไปแล้วในเรื่องของการทำไพรมารีโหวต แต่ขณะนี้มีปัญหาว่าจะทำไพรมารีโหวตทันหรือไม่ จึงเป็นปัญหาของผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงจะต้องไปคิดหาทางออก โดยต้องทำให้ได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่หากทำไม่ได้จริงๆ ค่อยมาหาทางออกว่าปัญหานี้จะหาทางออกอย่างไร ซึ่งเชื่อว่ามีหลายทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ต้องทำอย่างไรหากทำไพรมารีโหวตไม่ทันตามกรอบระยะเวลา นายสุรชัยกล่าวว่า ทำอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่ทิ้งหลักการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำไพรมารีโหวตแบบไหน เป็นรายละเอียดที่ต้องนำมาศึกษากัน ถ้าจะให้เร็ว ให้ใช้มาตรา 44 เสนอเป็นร่างกฎหมายมายัง สนช. เราก็ยินดีที่จะพิจารณาให้ เพียงแต่ว่าต้องระมัดระวังไม่ให้กระทบโรดแมปที่กำหนดไว้ หากต้องแก้ไขตามกระบวนการกฎหมายกังวลว่าคงต้องใช้เวลามากพอสมควร เพราะต้องผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นประชาชนตามมาตรา 77 แต่ถ้าแก้ไขไม่มาก สนช.ก็ผลักดันสนับสนุนให้รวดเร็วได้ ด้วยการเสนอขอให้พิจารณา 3 วาระ โดยใช้กรรมาธิการเต็มสภา ซึ่งเรื่องนี้รีบทำให้เร็วก็จะดีที่สุด
คุมหาเสียงผ่านโซเชียลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต.ไม่เคยเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองเพื่อเปลี่ยนวิธีการทำไพรมารีโหวต เพราะในขณะนี้ได้เตรียมการสำหรับการดำเนินการไพรมารีโหวตตามกฎหมายพรรคการเมืองแล้ว เป็นแนวทางเดียวที่ กกต.ดำเนินการมาโดยตลอด ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ขอให้มีการคลายล็อกเพื่อให้พรรคการเมืองหาสมาชิกให้ได้ 100 คน เพื่อทำกระบวนไพรมารี และแบ่งเขตเลือกตั้ง ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนวิธีทำไพรมารีโหวตไม่ใช่ข้อเสนอของ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ประชุมคณะกรรมการยกร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประกาศใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ ตัวแทนจาก กสทช. กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการกำหนดกรอบการควบคุมการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียในภาพรวม เช่น ลักษณะใดจะเข้าข่ายกระทำความผิด รวมทั้งการคิดค่าใช้จ่ายด้วย โดยในช่วงต้น นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมเกือบ 3 ชั่วโมง เลขาธิการ กกต.กล่าวยอมรับว่า เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมกรณีการให้ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียโดยนำข้อเท็จจริงมาเผยแพร่เพื่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เว้นแต่จะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ได้รับความเสียหายสามารถร้องเรียนมายัง กกต.ได้ จากนั้น กกต.จะแจ้งเจ้าของข้อความให้ลบภายใน 1 วัน หากไม่ปฏิบัติตาม กกต.ก็จะลบข้อความเอง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการลบข้อความไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าความผิดจะหายไปด้วย เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว ต้องรับผิดทางอาญา และหากมีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต จนการเลือกตั้งในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งต้องเสียไป ก็ต้องรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้วย ทั้งนี้ นายอิทธิพรซึ่งได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม ได้ให้นโยบายโดยแสดงความเป็นห่วงว่า ในอนาคตการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียจะมีบทบาทมากขึ้น จึงหวังให้คณะกรรมการชุดนี้ดูแลอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง ก็จะมีการตั้งวอร์รูมพิเศษซึ่งได้รับความร่วมมือจากกระทรวงดิจิทัลฯ &amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งตัวแทนมาคอยมอนิเตอร์เหตุการณ์ต่างๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย แต่แม้ยังไม่มีการตั้งวอร์รูมข้อมูลที่ส่งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะถูกบันทึกเก็บไว้เป็นข้อมูลด้วย และสามารถค้นหาต้นตอผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลได้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะคิดคำนวณ โดยกกต.ได้มอบให้นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ไปพิจารณารูปแบบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ธนากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยสถานการณ์การเมืองในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้เรามีความชัดเจนในหลายๆด้าน มั่นใจว่าทุกฝ่ายจะช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ให้มีความสงบและเรียบร้อย ไม่ทำให้เกิดความยุ่งยากในการปฏิบัติงาน ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในอดีต เช่น กลุ่มคนเสื้อแดงนั้น เขาก็ให้ความร่วมมือดี และไม่มีการปฏิบัติที่ทำให้เกิดความเสียหายอยู่ในกรอบกติกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ความได้เปรียบทางด้านการเมืองภายหลังกลุ่มสามมิตรอ้างชื่อแม่ทัพภาคที่ 2 ไฟเขียวให้เคลื่อนไหวทางการเมือง พล.ท.ธนากรกล่าวว่า ไม่มีไฟเขียว เขาก็ดำเนินการในส่วนของเขา ถือว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลในการไปมาหาสู่การพบตามปกติ ทำกันอยู่แล้ว โอกาสพบปะพูดคุยมีหลายช่องทาง เพียงแต่ว่ามีการติดตามหรือใช้การประชาสัมพันธ์ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชน ยืนยันว่าหากกลุ่มสามมิตรทำผิดก็ต้องดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องดูที่เจตนาในการปฏิบัติ เรามีเจ้าหน้าที่ติดตามกลุ่มการเมืองอยู่ ส่วนที่ตนถูกอ้างชื่อได้แจ้งหน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ไปแล้ว ทั้งนี้ หลายๆกิจการ เขามาเยี่ยมผู้ประสบภัยก็สามารถทำได้ ไม่ใช่มาดูด ส.ส. เป็นสิ่งคิดกันไป ดูเจตนาเป็นหลัก เราก็ยังคงเข้มงวดเรื่องการชุมนุมเกิน 5 คนจนกว่า คสช.จะปลดล็อกการเมือง
ปูด คสช.สุมหัวแบ่งเขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การดูดอดีต ส.ส.เพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกครั้งในภาคอีสานนั้น ว่าที่ผู้สมัครที่ได้ไปส่วนใหญ่เป็นพวกแถว 2-3 ไม่เคยเป็นส.ส. ส่วนอดีต ส.ส.ที่เข้าร่วม แม้จะเคยเป็นพวกแถวหนึ่ง แต่ขณะนี้ถือเป็นยาหมดอายุที่ใช้การไม่ได้แล้ว ที่คุยว่าจะชนะเลือกตั้งเท่านั้นเท่านี้ เป็นเพียงราคาคุยเพื่อหวังปั่นหุ้น ขณะนี้กลุ่มการเมืองที่ออกตัวสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ มีการส่งซิกไปยังผู้มีอำนาจเกี่ยวกับการจัดเขตเลือกตั้ง เพื่อให้เขาได้ประโยชน์ จนการแบ่งเขตบิดเบี้ยวไปหมด จากที่ควรแบ่งเขตเป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ ก็แบ่งเขตเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว ที่หัวเขตท้ายเขตห่างกันถึง 100 กม. อีกทั้งยังพยายามสร้างความขัดแย้งให้เกิดกับพรรคเพื่อไทย เช่น บางจังหวัดที่เรามีอดีต ส.ส.หลายเขต ก็นำเขตมารวมกันให้ต้องเลือกว่าใครจะได้ลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไป สร้างปัญหาให้เราต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นแต่เราสามารถบริหารจัดการภายในพรรคได้ ไม่ส่งผลกระทบกับการจัดตัวผู้สมัคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่หลายจังหวัดในส่วนของภาคอีสานได้มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทหารในพื้นที่และว่าที่ผู้สมัครที่คาดว่าจะลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกฯ ต่อ ได้มีการประชุมหารือกัน เพื่อที่จะกำหนดแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ หลังจากที่นายกฯ ได้ไฟเขียวให้ กกต.จะมีการประชุมเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ หากสามารถกำหนดเขตเลือกตั้งเองได้ ก็จะเป็นการตัดคะแนนของอดีต ส.ส.เดิมในพื้นที่ โดยเฉพาะของพรรคเพื่อไทยได้อีกทางหนึ่ง และจะเป็นการเพิ่มคะแนนให้ว่าที่ผู้สมัครคนนั้นๆ เกิดความได้เปรียบ เพราะสามารถแบ่งเขตใหม่ไปในส่วนที่ตัวเองมีฐานเสียงอยู่แล้ว ทำให้อดีต ส.ส.อีสานของพรรคเพื่อไทยหลายคนเกิดความกังวลในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังสอดรับกับที่ สนช.จะมีการขอแก้ไขกฎหมายเรื่องของผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัด จะเห็นได้ว่ามีการทำเป็นขั้นเป็นตอน มีการวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว และยังมีเรื่องของกฎหมายใหม่ที่กำหนดมาให้เขตแต่ละเขตคนละเบอร์ก็สร้างความยุ่งยากอยู่แล้ว หากมีการแบ่งเขตใหม่เพื่อให้ผู้สมัครคนนั้นได้เปรียบอีก จะทำให้อดีต ส.ส.ต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า และสร้างความวุ่นวายสับสนให้กับประชาชนในพื้นที่อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านทางโซเชียลฯ อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยล่าสุดได้โพสต์รูปสะพายกระเป๋ารูปปู ยี่ห้อทอมบราวน์ พร้อมข้อความลงบนอินสตาแกรมหรือไอจีส่วนตัวว่า &amp;quot;ปูของแท้ค่ะ&amp;quot; โดยมีกองเชียร์เข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตว่า การเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในช่วงนี้ค่อนข้างถี่มาก และอยู่ในกระแสการเมืองที่กำลังร้อนแรงพอดี โดยเฉพาะการออกมาตอบโต้ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้พาดพิงเรื่องชื่อ &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ว่ายังจำชื่อนี้ได้หรือไม่ และเรื่องอย่าเดินตาม &amp;quot;แม่ปู&amp;quot; เพราะเดินไม่ตรงทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ตอบโต้กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุให้ประชาชนเดินตามพ่อปู อย่าเดินตามแม่ปู เพราะเดินเลี้ยวไปเลี้ยวมาว่า อย่าลืมว่าแม่ปูมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่พ่อปูมาจากการยึดอำนาจของประชาชน ดังนั้นประชาชนควรเชื่อใครมากกว่ากัน ที่สำคัญที่พ่อปูบอกจะเลือกตั้ง สุดท้ายก็เลื่อนเลือกตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แบบนี้พ่อปูเดินเลี้ยวไปเลี้ยวมา อาการหนักกว่าหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอให้ตรวจสอบว่าพิจารณาสั่งการให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 และคืนทรัพย์สินให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยระบุว่าการกล่าวอ้างตัวเลขผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวและนำมาคิดค่าเสียหาย 35,717,273,028.23 บาท น่าจะเลื่อนลอย ไร้พยานเอกสารหลักฐาน เพราะไม่ปรากฏตัวเลขความเสียหายที่อ้างถึง และคำสั่งกระทรวงหารคลังเมื่อเทียบกับคำพิพากษาแล้วไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว เขาไม่รายงานในรายงานการเงินแผ่นดิน แต่รายงานไว้ในการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว นายเรืองไกรก็ยังทำไขสือ เหมือนไม่รู้เรื่อง และที่สำคัญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้ใช้สิทธิ์ผ่านศาลปกครองในการขอให้ยกเลิกคำสั่งยึดทรัพย์ดังกล่าว กระบวนการต่อสู้ก็เป็นไปตามขั้นตอนของศาลปกครอง สุดท้ายอยู่ที่คำวินิจฉัยของศาล การที่นายเรืองไกรทำเช่นนี้ ไม่ว่าคำพิพากษาศาลฎีกาก็ออกมาชัดเจนเรื่องตัวเลขขาดทุน กรมบัญชีกลางก็แจงชัดว่าการดูว่าโครงการต่างๆ ขาดทุนหรือไม่ ให้ดูที่การปิดบัญชี รวมทั้งที่จะยื่นขอยกเลิกคำสั่งยึดทรัพย์ก็อยู่ที่ศาลปกครองแล้ว แสดงว่านายเรืองไกรพยายามตีรวนแบบแกล้งไม่เข้าใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15976</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ประยุทธ์ ศิริพานิชย์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคเพื่อไทย, พล.ท.ธนากร ธรรมวินทร, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิษณุ เครืองาม, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7d746cb54f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผทหารลงตัว&#039;บิ๊กแดง&#039;ผบ.ทบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5 เสือ ทบ.ลงตัว &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; ผงาดคุม ทบ.ตามคาด &amp;ldquo;บิ๊กกบ&amp;rdquo; นั่ง ผบ.ทสส., &amp;ldquo;บิ๊กลือ&amp;rdquo; ผบ.ทร., &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กต่าย&amp;rdquo; ผบ.ทอ., &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo; นั่ง มทภ.1, &amp;ldquo;บิ๊กป๋อ&amp;rdquo; &amp;nbsp;มทภ.3, &amp;ldquo;บิ๊กเดฟ&amp;rdquo; มทภ.4 &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; นัดหารือสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 ก.ค.2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ซึ่งก่อนการประชุมได้เชิญ ผบ.เหล่าทัพมาร่วมหารือบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2561 ในเบื้องต้น เพื่อให้ ผบ.เหล่าทัพส่งรายชื่อรอบแรกตามวาระปกติ ก่อนที่จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลในช่วงโค้งสุดท้ายอีกครั้ง ก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อนายทหารประจำปี 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้จะมีนายทหารระดับสูงเกษียณอายุราชการ อาทิ &amp;ldquo;บิ๊กเข้&amp;rdquo; พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, &amp;ldquo;บิ๊กต๊อก&amp;rdquo; พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด, &amp;ldquo;บิ๊กเจี๊ยบ&amp;rdquo; พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ., &amp;ldquo;บิ๊กนุ้ย&amp;rdquo; พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผบ.ทร., &amp;ldquo;บิ๊กจอม&amp;rdquo; พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. ที่จะเกษียณกันหมดยกแผง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในเบื้องต้นปรากฏว่า &amp;ldquo;บิ๊กณัฐ&amp;rdquo; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ รองปลัดกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;(ตท.20) ขยับขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม, &amp;ldquo;บิ๊กกบ&amp;rdquo;พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด (ตท.18) ขยับขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุด กองทัพเรือ &amp;ldquo;บิ๊กลือ&amp;rdquo; พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ รองผบ.ทร. (ตท.18) ขยับขึ้นเป็น ผบ.ทร., &amp;ldquo;บิ๊กต่าย&amp;rdquo;พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้ช่วย ผบ.ทอ. (ตท.18) ขยับขึ้นเป็น ผบ.ทอ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกองทัพบก ในเบื้องต้นรายชื่อนายทหารระดับ 5 เสือกองทัพบกเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดย &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (ตท.20) ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ตามคาด โดยขยับเอา &amp;ldquo;บิ๊กเล็ก&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก (ตท.20) ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก ทั้งนี้ โยกเอา &amp;ldquo;แม่ทัพตู่&amp;rdquo; พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.20) และ &amp;ldquo;บิ๊กตี๋&amp;rdquo; พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.18) ขึ้นมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.ด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้ ขยับ &amp;ldquo;บิ๊กเป้ง&amp;rdquo; พล.ท.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.19) ขึ้นเป็นเสนาธิการทหารบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเก้าอี้แม่ทัพภาคต่างๆ ที่ว่างลง ปรากฏว่า &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo; พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.22) ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 โดย &amp;ldquo;บิ๊กหนุ่ย&amp;rdquo; พล.ท.ธรรมนูญ วิถี (ตท.21) ยังคงรักษาเก้าอี้แม่ทัพน้อยที่ 1 ตามเดิม, &amp;ldquo;บิ๊กแบล็ก&amp;rdquo; พล.ท.ธนากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 (ตท.18) ยังรักษาเก้าอี้อย่างเหนียวแน่นไม่ขยับคงเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 อยู่อีกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กป๋อ&amp;rdquo; พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.20) ที่มีผลงานในการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ได้ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3, &amp;ldquo;บิ๊กเดฟ&amp;rdquo; พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพน้อยที่ 4 (ตท.20) ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 แทน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13737</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.ท.ธนากร ธรรมวินทร, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b509ad444bb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
