<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมใจ&#039;อุ่นไอรัก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั่วทุกจังหวัดจัดกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก โดยมีประชาชนหลากอาชีพเข้าร่วมกิจกรรมคึกคัก ที่เลย ยายวัย 86 ปีร่วมแสดงความจงรักภักดี โคราชเสื้อเหลืองล้นหลามร่วมงานกว่า 2 หมื่นคน ขณะที่บุรีรัมย์ก็เกินหมื่น พะเยา ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ให้นักปั่นกว่าพันคนแปรอักษรในโดรนถ่ายภาพประวัติศาสตร์ ตราดปั่นระยะทางไกลสุด 109 กม. ส่วนที่ภูเก็ตบันทึกภาพทำจดหมายเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั่วประเทศละลานตาไปด้วยผู้ที่สวมเสื้อสีเหลืองเพื่อร่วมงาน Bike อุ่นไอรัก คลายความหนาว โดยที่จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ร่วมลงทะเบียนปั่นจักรยานครั้งประวัติศาสตร์กว่า 9,000 คน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีเจ้าหน้าที่ตั้งจุดลงทะเบียน จุดหน่วยพยาบาล จุดคัดกรองเพื่อประเมินสุขภาพผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากโรงพยาบาลนครพิงค์ จุดแจกอาหาร น้ำดื่ม และกล้วยหอมเพิ่มพลังจากเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยมีหน่วยงานข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และประชาชนจากทุกหมู่เหล่าทยอยกันปั่นจักรยานมารวมตัวกันเรื่อยๆ เริ่มปั่นไปตามถนนคันคลองชลประทาน ถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ และเข้าสู่เส้นทางจักรยานที่เรียกว่า &amp;ldquo;เส้นทางมงคล ทรงจักรยาน&amp;rdquo; ระยะทาง 6 กิโลเมตร จากนั้นย้อนกลับถนนคันคลองชลประทาน มาสิ้นสุดกิจกรรมที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ รวมระยะทาง 27 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลย กำหนดจัดกิจกรรมในช่วงเวลา 13.30 น. โดยมีจุดเริ่มต้นที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเลย จุดสิ้นสุดที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอวังสะพุง ผ่านสถานที่สำคัญ ประกอบด้วย วัดศรีสุทธาวาส (พระอารามหลวง) สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พิพิธภัณฑ์เมืองเลย ศาลหลักเมือง ศาลาจัตุรมุขประดิษฐานพระบรมรูป สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางกุ่ม วังคีรี อายุ 86 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/8 ถนนร่วมใจ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย บอกว่า ตื่นแต่เช้าเพื่อใส่บาตร ถวายเป็นพระราชกุศลให้ในหลวง หลังจากนั้นก็เตรียมตัวตรวจเช็กความพร้อมเพื่อจะเดินทางไปร่วมปั่น ในโครงการ Bike อุ่นไอรัก ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเลย ในบ่ายวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน ประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนพร้อมใจไปลงทะเบียนร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; กันเนืองแน่น โดยมีจุดคัดกรองด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อตรวจและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวก่อนปั่นให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ณ ศาลากลางหลังเก่า ชั้น 1 รวมทั้งให้คำแนะนำในการตรวจสอบความพร้อมรถจักรยาน การสวมหมวกกันน็อก แว่นตากันลมและแมลง เตรียมเป้สะพายหรือกระเป๋าใส่ของจำเป็น เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ยาประจำตัว ข้อมูลสุขภาพ ขวดน้ำ และขนมที่มีความหวานเพื่อเพิ่มน้ำตาลในเลือด เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พะเยา ริมกว๊านพะเยา จุดเริ่มต้นและเส้นชัยของกิจกรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ปั่นรอบกว๊านพะเยา ระยะทาง 29.9 กม. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยา นำนักปั่นกว่า 1,000 คน มายืนแปรอักษร พะเยา &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; เพื่อให้โดรนบินถ่ายภาพมุมสูงเป็นภาพประวัติศาสตร์ของ จ.พะเยา โดยกิจกรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; จะเคลื่อนออกจากหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองในเวลา 15.19 น. คาดว่าจะมีนักปั่นจักรยานเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 6,700 คน ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุกดาหาร ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในการปล่อยตัวนักปั่นจักรยานกิจกรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; จังหวัดมุกดาหาร ระยะทาง 29 กิโลเมตร โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมสวมเสื้อยืดพระราชทาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; และเสื้อสีเหลืองมาเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน ปั่นไปตามเส้นทางที่ได้กำหนดไว้ ผ่านสถานที่สำคัญของจังหวัดมุกดาหาร เช่น หอแก้วมุกดาหาร ผ่าน 10 วัด 10 โรงเรียน และเส้นทางทางธรรมชาติ ลัดเลาะริมแม่น้ำโขง ซึ่งมีกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาลงในแม่น้ำโขงจำนวน 4,999 ตัวด้วย และกลับมาที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บึงกาฬ ประชาชนทยอยไปลงทะเบียนตั้งแต่เช้า เพื่อร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานยนต์ในช่วงบ่าย ซึ่งจังหวัดบึงกาฬได้จัดเต็นท์รับลงทะเบียน แจกจ่ายน้ำดื่มพระราชทาน คัดกรองผู้เข้าร่วมปั่นจักรยาน โดยกำหนดระยะทางปั่นจักรยานไว้ 3 ช่วง คือ ระยะทางรวม 29.9 กิโลเมตร, 7 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตร นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬได้จัดเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล มาคอยตรวจคัดกรองโรคประจำตัวให้กับประชาชนที่จะมาร่วมปั่นจักรยาน พร้อมติดสัญลักษณ์ชัดเจน เพื่อสามารถช่วยเหลือได้ทันทีหากมีเหตุคับขัน รวมทั้งวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬนำนักศึกษาวิชาช่างมาออกบูธตรวจสภาพและซ่อมแซม เปลี่ยนอุปกรณ์รถจักรยาน และเติมลมยางฟรีให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุรีรัมย์ ที่บริเวณถนนเสด็จนิวัติ หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ ส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และนักปั่นจักรยานจากชมรมต่างๆ ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ต่างพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อยืดสีเหลืองพระราชทาน และผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนสวมเสื้อยืดโทนสีเหลือง เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อย่างพร้อมเพรียงกัน และพากันเดินทางไปยังจุดลงทะเบียน พร้อมกับรับน้ำดื่มพระราชทาน โดยผู้ที่ลงทะเบียนและไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 15,000 คน ขณะที่ครูและนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์ตั้งคลินิกซ่อมจักรยาน ตรวจความพร้อมของจักรยานให้แก่ผู้ที่นำจักรยานมาเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย กระทั่งเวลา 15.00 น. จึงเริ่มกิจกรรมปั่นจักรยาน รวมระยะทาง 29 กม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครราชสีมา เวลา 15.30 น. ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อ.เมืองนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมเป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ของจังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าสวมเสื้อพระราชทานสีเหลืองเข้าร่วมปั่นจักยานจำนวนมากจนเต็มสนามกีฬากว่า 20,000 คน ซึ่งบรรยากาศของประชาชนจำนวนมากต่างเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปอย่างคึกคัก หลายคนมากันทั้งครอบครัว โดยมีการรวมพลมาจากทั้ง 32 อำเภอร่วมกิจกรรม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดสตาร์ทเริ่มจากสนามกีฬารังนก ปั่นไปตามถนนสาย 304 ราชสีมา-ปักธงชัย เข้าสู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และกลับมายังสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา รวมระยะทาง 28 กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาญจนบุรี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และประชาชนที่ลงทะเบียนกิจกรรมปั่นจักรยาน BIKE อุ่นไอรัก จำนวน 14,976 คน ร่วมกันปั่นจักรยานตามเส้นทางที่กำหนดไว้ รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร ซึ่งสองฟากมีนักเรียนและประชาชนยืนโบกธงและปรบมือให้กำลังใจ อีกทั้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่างทอง แม้จะมีฝนโปรยปรายมาเล็กน้อยในช่วงเช้า แต่ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนหลากอาชีพ ต่างก็พากันไปลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมปั่นอุ่นไอรักกันอย่างคุกคักทั้ง 7 อำเภอ ก่อนที่จะออกปั่นไปตามเส้นทางที่กำหนดในช่วงบ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชบุรี มีผู้ไปลงทะเบียนจำนวนมากที่บริเวณโดมภายในสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี อำเภอเมือง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมกันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อเปิดรับลงทะเบียนในเวลา 09.00 น. รวมแล้วกว่า 9 พันคน เริ่มออกจากจุดสตาร์ทบริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรีในเวลา 15.00 น. ผ่านถนนสมบูรณ์กุล แยกตระการมอเตอร์ ตลาดกลางผักและผลไม้ แขวงทางหลวงราชบุรี โรงเรียนอรุณรัตนคีรี ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดพักที่ 1 มีกิจกรรมปลูกต้นไม้ เป็นต้นรวงผึ้ง 5 ต้น และต้นไม้อื่นอีก 5 ต้น ที่นี่ยังมีบริการตรวจสภาพจักรยาน นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จากนั้นขบวนจักรยานจะปั่นไปทางวงเวียนห้วยไผ่ เลียบคลองชลประทานไปยังค่ายบุรฉัตร ซึ่งเป็นจุดพักที่ 2 มีกิจกรรมปลูกต้นรวงผึ้ง 5 ต้น ต้นกัลปพฤกษ์ และต้นราชพฤกษ์ 45 ต้น ก่อนที่จะมุ่งสู่อุทยานหินเขางู ผ่านวัดอรัญญิกาวาส ตลาดกำนันหลัก และเข้าเส้นชัยที่สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี รวมระยะทาง 26 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จันทบุรี บริเวณประตูระบายน้ำคลองภักดีรำไพ ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน นักกีฬาปั่นจักรยาน ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดจันทบุรี ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; และประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานจากจุดสตาร์ทบริเวณประตูระบายน้ำลัดเลาะไปตลอด 2 ฝั่งคลอง จนถึงประตูระบายน้ำกลางคลอง ต.เกาะขวาง แล้วยูเทิร์นกลับมายังจุดเริ่มต้น ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ทั้งสิ้น 5,970 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตราด บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตราด นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผวจ.ตราด ปล่อยตัวนักปั่นจักรยานกิจกรรมจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; จังหวัดตราด ระยะทางไกลที่สุด 109 กิโลเมตร โดยมีประชาชนชาวตราดเดินทางสวมใส่เสื้อยืดพระราชทาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; และสีเหลือง มาเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน ระยะทาง 109 กิโลเมตร กว่า 400 คน ซึ่งถือเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดของของประเทศไทยในกิจกรรมจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; โดยใช้เส้นทางจากจุดปล่อยขบวน บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตราด เลี้ยวเข้าสู่ถนนหลักเมือง มุ่งหน้าสู่เส้นทางอ่างเก็บน้ำเขาระกำตอนล่าง กลับเข้าสู่ถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าสู่อำเภอเขาสมิง กลับตัวบริเวณใต้สะพานท่าจอด พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์กุ้ง (แชบ๊วย) จำนวน 1,000,000 ตัว ลงสู่มาน้ำเวฬุ ก่อนที่ขบวนนักปั่นจักรยานทั้งหมดปั่นกลับสู่เข้าเมืองตราด เลี้ยวซ้ายบริเวณแยกตราด-คลองใหญ่ กลับตัวช่วงเทศบาลตำบลชำราก ปั่นกลับเข้าสู่เมืองตราด กลับมายังจุดสิ้นสุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดตราด มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 4,981 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี ที่บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัด นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนักปั่นจักรยานและประชาชนจากทุกภาคส่วน รวมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองแปรขบวนรูปจักรยานขนาดใหญ่บนพื้นสนามหญ้า พร้อมข้อความ &amp;quot;BiKE อุ่นไอรัก สุราษฎร์ธานี&amp;quot; ใช้ผู้แปรขบวน 3,499 คน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงเทิดพระเกียรติของนักเรียน นักศึกษา และการบริการซ่อมรถจักรยานและตรวจสุขภาพนักปั่นอีกด้วย ก่อนจะร่วมกันปั่นจักรยาน โดยใช้เส้นทางเริ่มจากสนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าสู่ถนนศรีเกษม เส้นตัดใหม่ (ในลึก) วัดกลางใหม่ แยกท่ากูบ ตรงไปทางอำเภอพุนพิน โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ หยุดพักสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 เลี้ยวกลับเส้นทางเดิม รวมยะยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรัง ข้าราชการ ประชาชน ร่วมลงทะเบียนปั่นอุ่นไอรักกันจำนวนมาก โดยในช่วงบ่าย ขบวนจักรยานออกจากศาลากลางจังหวัดตรัง บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 เลี้ยวขวาผ่านจวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และสวนทับเที่ยง ตรงไปตามถนนเพชรเกษม เลี้ยวซ้ายที่โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ เข้าถนนเพลินพิทักษ์ เลี้ยวขวา (แยกปัญญาวิทย์) เข้าถนนเพลินพิทักษ์ 14 ผ่านวัดนิโครธาราม ผ่านแยกรักษ์จันทน์ เลี้ยวซ้ายแยกกองทุน ไปทางถนนรักษ์จันทน์ เลี้ยวขวาตรงร้านโกช้อย มุ่งหน้าสู่ถนนเวียนกะพัง ผ่านสวนสาธารณะกะพังสุรินทร์ และวัดกะพังสุรินทร์ เป็นอาทิ แล้ววกกลับไปสิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัดตรัง รวมระยะทาง 29 กม. โดยมีกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พังงา ที่ศาลากลางจังหวัด มีประชาชนชาวพังงาเดินทางมาลงทะเบียนจำนวนมาก พร้อมมีตรวจสภาพและซ่อมบำรุงรักษารถจักรยานจากวิทยาลัยเทคนิคพังงา มีนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ร.9 ร.10 มีบริการซุ้มอาหาร กระทั่งเวลา 15.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงานำขบวนปั่นจักรยาน เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพังงา ผ่านแยกไฟแดง รพช. ผ่านสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์จังหวัดพังงา สามแยกวังหม้อแกง ศาลากลางจังหวัดพังงา (หลังเก่า) ตลาดพังงา วัดประชุมโยธี (พระอารามหลวง) ศาลหลักเมืองพังงา แยกถ้ำผาผึ้ง แยกฝายท่า แยกเข้าถ้ำซำ แยกสะพานถ้ำน้ำผุด สะพานถนนใหม่ ถนนไร้ฝุ่น สิ้นสุดศาลากลางจังหวัดพังงา (ศูนย์ราชการจังหวัด) รวมระยะทาง 20.9 กม. โดยมีผู้เข้าร่วมปั่นราว 4 พันคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบี่ บรรยากาศการจัดกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก ประชาชนกว่า 3,700 คน ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมบริเวณจุดปล่อยตัวลานด้านหน้าศาลากลาง จ.กระบี่ โดยทุกคนที่มาร่วมงานต่างพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อพระราชทานสีเหลือง มีการนำรถจักรยานมาตรวจสอบสภาพความพร้อม ซึ่ง จ.กระบี่ประสานให้นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคกระบี่มาเปิดจุดให้บริการตรวจสภาพความพร้อมให้ฟรี อีกทั้งคลินิกเอกชนหลายแห่งก็ไปเปิดให้บริการตรวจสุขภาพนักปั่นฟรี กระทั่งเวลา 15.00 น. พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ เป็นประธานปล่อยตัวนักปั่นทั้งหมด ซึ่งพบว่ามีนักปั่นชาวต่างชาติมาร่วมกิจกรรมด้วย ระยะทาง 24 กม. ตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถพยาบาลคอยอำนวยความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.ภูเก็ต นำขบวนปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรัก ที่มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม 5,362 คน เริ่มต้นการปั่นจักรยานที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เลี้ยวซ้ายแยกเขารัง ตรงไปถนนปฏิพัทธ์ ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก ห้าแยกฉลอง เลี้ยวขวาเข้าถนนเจ้าฟ้าตะวันตก แวะหยุดพักทำกิจกรรมที่วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) จากนั้นเข้าสู่ถนนเยาวราช เลี้ยวขวาถนนถลาง เลี้ยวซ้ายเข้าวงเวียนสุรินทร์ (หอนาฬิกา) สิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต รวมระยะทาง 27 กม. โดยตลอดเส้นทางมีการตัดแต่งกิ่งไม้ ทำความสะอาดถนน รวมทั้งการประดับธงชาติตามสถานที่ราชการและบ้านเรือนประชาชน อีกทั้ง ผวจ.ภูเก็ตยังให้มีการบันทึกภาพเพื่อจัดทำจดหมายเหตุด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยะลา ที่บริเวณหน้าจวน ผวจ.ยะลา ผู้ว่าราชการ จ.ยะลาเป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ พร้อมนำขบวนปั่นจักรยานออกจากจุดเริ่มต้นปั่นผ่านซุ้มประตูไปตามเส้นทางที่กำหนด โดยมีประชาชนจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดยะลาเข้าร่วมกว่า 10,000 คน &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ เวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา ได้มีกิจกรรมการแปรอักษร &amp;quot;YALA LOVE THE KING&amp;quot; โดยนักเรียน นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดยะลากว่า 5,000 คน ระหว่างทางมีการพักรถเพื่อทำกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; ทำความสะอาด ปล่อยปลา และปลูกต้นไม้ ที่สวนขวัญเมือง เทศบาลนครยะลา ก่อนที่จะปั่นต่อไปสิ้นสุดยังสนามโรงพิธีช้างเผือกยะลา มีผู้ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม 9,997 คน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23854</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bike อุ่นไอรัก, กุ่ม วังคีรี, จีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์, พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, วิทูรัช ศรีนาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181209/image_big_5c0d24a160521.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอภาคย์พร้อม ช่วยพี่น้อง&#039;ลาว&#039; หากเรียกร้องมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มทภ.2 สั่งทุกหน่วยภาคอีสานช่วยผู้ประสบภัยลาว &amp;quot;หมอภาคย์&amp;quot; สแตนด์บาย โซเชียลลาวแฉจนท.รัฐกักสิ่งของ ไปไม่ถึงชาวบ้าน &amp;quot;13 หมูป่า&amp;quot; ร่วมลอยอังคาร &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; กลางแม่น้ำโขง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จากเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก โดยตั้งแต่เกิดเหตุเป็นต้นมา ได้สั่งการทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ให้การช่วยเหลือดังนี้ 1.จัดตั้งศูนย์รับบริจาคให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทั้ง 20 จังหวัดในภาคอีสาน แล้วนำส่งไปรวบรวมที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อส่งให้ผู้แทน สปป.ลาว ผ่านจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก นำไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวลาวต่อไป 2.จัดตั้งศูนย์ให้การช่วยเหลือฯ ณ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ประชุมสรุปผลการปฏิบัติประจำวัน และชี้แจงแผนในวันต่อไปทุกวันเวลา 15.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 ศูนย์สุขภาพจิต กลุ่มงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ศูนย์ความร่วมมือทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างประเทศ ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ (MCATT) และทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ (MERT) จังหวัดอุบลราชธานี รวม 25 คน ได้เดินทางเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชนชาวลาว ที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนเซเปียนแตก โดยได้มีการจัดเตรียมชุดเวชภัณฑ์สำหรับผู้ประสบภัย และสิ่งของที่จำเป็น เพื่อให้การบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น และได้มีการเตรียมทีม MERT จำนวน 3 ทีม ที่พร้อมออกปฏิบัติการทันทีเมื่อมีคำสั่ง ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.61 และในปัจจุบันได้มีอาสากู้ภัยจากหลายจังหวัดเข้าไปให้การช่วยเหลือตามอนุมัติของทางการลาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.จัดกำลังพลและยานพาหนะสนับสนุนการขนย้ายสิ่งของบริจาคจากจังหวัดต่างๆ ไปยังจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก อ.สิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเตรียมส่งมอบไปยัง สปป.ลาว และเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์จาก มทบ.22, พล.พัฒนาที่ 2, พล.ร.6 เตรียมให้การสนับสนุนเมื่อได้รับการประสานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีทีมงานที่เคยส่งไปช่วยเหลือ &amp;quot;ทีมหมูป่า&amp;quot; ที่จังหวัดเชียงรายเข้าไปให้การช่วยเหลือแล้ว ยกเว้น พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พันเสนารักษ์ที่ 3 ที่ยังคงเตรียมพร้อมจะเข้าไปเมื่อทางการลาวร้องขอต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าบ้านเลขที่ 2 เขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นบ้านพักของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี, น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ หรือน้องน้ำผึ้ง หลานสาว พล.อ.ชวลิต ได้เปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก สปป.ลาว โดยมี พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (ผบ.มทบ.210), พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม, นางดุษฎี ครรภาฉาย ประธานแม่บ้าน มทบ.210 และนายแพทย์อลงกต มณีกาศ ร่วมดำเนินการรับบริจาค โดยหลังจากนี้จะนำสิ่งของทั้งหมดไปยังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม เพื่อถวายแด่พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาส และเจ้าคณะจังหวัด นำไปแจกจ่ายแก่พี่น้องชาวลาวในพื้นที่แขวงจำปาสักต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ Sky Thai News ได้แชร์โพสต์ของเฟซบุ๊กลาว ซึ่งลงรูปจำนวน 10 รูป พร้อมข้อความระบุว่า มีรายงานจากประเทศลาวระบุว่า สิ่งของบริจาคที่มาจากทั่วสารทิศทั้งใน สปป.ลาว และประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ยังไม่ถึงมือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์เขื่อนแตกที่อัตตะปือ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ สปป.ลาวได้แอบกักเก็บของบริจาคไว้เป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มไลน์อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมาได้โพสต์ภาพและคลิปการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในพื้นที่แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว รวมทั้งแจ้งความเคลื่อนไหวว่า เมื่อช่วงเช้า เจ้าหน้าที่รัฐบาล สปป.ลาวได้เรียกผู้แทนหน่วยกู้ภัยของประทศไทย รวม 24 องค์กร ประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปการเข้าไปพื้นที่ประสบภัยพิบัติ สปป.ลาว โดยมีระเบียบการปฏิบัติงานร่วมกัน ดังนี้ 1.ต้องลงทะเบียนที่หน้าด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี 2.หากเข้ามาถึงแขวงอัตตะปือ ต้องมาลงทะเบียนที่กองอำนวยการ ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปตท.อัตตะปือ และต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การเข้ามาทำงานกู้ภัยไทยต้องทำงานอย่างเต็มที่จนกว่าภารกิจการค้นหาจะเสร็จสิ้น จึงจะสามารถถอนกำลังออกได้ คาดการณ์ 10-30 วัน 4.กรณีนำสิ่งของเข้ามาบริจาคให้ส่งมอบได้เพียง 2 จุด คือหน้าด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี และกองอำนวยการ ปตท.อัตตะปือ ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการจะปิดทำการในวันที่ 30 ก.ค.นี้ สิ่งที่ควรระวังและอาจผิดกฎหมาย รัฐบาลลาวไม่มีนโยบายให้กู้ภัยหรือชาวต่างชาติเข้ามาแจกจ่ายสิ่งของให้กับผู้ประสบภัยโดยตรง ต้องผ่านทางรัฐบาลเท่านั้น และห้ามถ่ายรูปในพื้นที่เกิดเหตุและในศูนย์อพยพ รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสารให้สื่อมวลชนอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ รวมถึงหลังจบภารกิจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โซเชียลมีเดียของชาวลาวได้เผยแพร่ภาพขณะที่รถบรรทุกหกล้อสีขาว ทะเบียน สปป.ลาว ประสบอุบัติเหตุตกจากเชิงสะพานลงไปในลำน้ำเซน้ำน้อย บนเส้นทางสายจำปาสัก-อัตตะปือ เมืองปากซอง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว ระหว่างนำสิ่งของบริจาคมุ่งหน้าไปยังเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายคือ นายอินปัน จันทะวงสา ชาวบ้านคำแสนไช เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต และบาดเจ็บ 1 ราย ขณะที่มูลนิธิร่วมกตัญญู หน่วยกู้ภัยของไทย ซึ่งปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความช่วยเหลือแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน บริเวณตลาดอินโดจีน ถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 09.00 น. นางวลีพร กุนัน หรือม่าเหมี่ยว ภรรยาของนาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม อายุ 38 ปี อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม กองทัพเรือ วีรบุรุษแห่งถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่ได้พลีชีพขณะดำน้ำออกจากถํ้าหลวงระหว่างเข้าช่วยเหลือนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต &amp;nbsp;ได้นำเถ้ากระดูกของสามีห่อด้วยผ้าขาวเดินทางมายังจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายวิชัย กุนัน พ่อของจ่าแซม และญาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ทีมหมูป่าอะคาเดมีที่บวชอุทิศส่วนกุศลให้กับจ่าแซมทั้ง 12 รูป และน้องอดุลย์ สามออน ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ โดยการนำของพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดดอยตุง รักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย, พระครูประยุทธ เจติญาการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเลา อ.แม่สาย จ.เชียงราย และนายบดินทร์ เทียมภักดี ปลัดอาวุโสอำเภอแม่สาย พร้อมคณะกว่า 50 คน ได้เดินทางมาร่วมพิธีลอยอังคารด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากถวายภัตตาหารเช้าแด่พระและสามเณร ทั้งหมดเดินทางยังท่าเรือริมแม่น้ำโขงเพื่อประกอบพิธีลอยอังคาร โดยนำเถ้ากระดูกจ่าแซมลงเรือลาดตระเวน (ล.167) ของ นรข. ส่วนผู้ร่วมพิธีได้ลงเรือท่องเที่ยวบริษัท พาราไดซ์ครูซฯ ออกไปกลางแม่น้ำโขง ท่ามกลางสายฝนที่ตกปรอยๆ ตลอดเวลา มีประชาชนที่ทราบข่าวได้มายืนดูอยู่ริมแม่น้ำกันแน่นขนัด โดยประกอบพิธีทางพรามหณ์ในเรือเสร็จ นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมคณะ ขอขมาต่อแม่พระคงคาแล้วนำไหที่บรรจุเถ้ากระดูกจ่าแซมหย่อนลงกลางแม่น้ำโขง เป็นอันเสร็จพิธีการลอยอังคารของวีรบุรุษถ้ำหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวลีพรเปิดเผยว่า กระดูกของสามีแบ่งเอาไว้สองส่วน บรรจุในเจดีย์ธาตุจังหวัดร้อยเอ็ดหนึ่งส่วน และตนเก็บรักษาไว้อีกหนึ่งส่วน ซึ่งจะปรึกษาญาติๆ ว่าจะนำไปบรรจุไว้ที่ไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงราย ได้สรุปยอดผู้ที่จะไปร่วมงานเลี้ยงขอบคุณผู้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือนำเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คน ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน รวม 1,800 คน แต่ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้สั่งเลื่อนการจัดงานเลี้ยงวันที่ 1 ส.ค.นี้ออกไปไม่มีกำหนด เนื่องจากหน่วยกู้ภัยอยู่ระหว่างไปปฏิบัติภารกิจให้ความช่วยเหลือเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกที่ประเทศลาวนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ที่จะเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงนับร้อยคนที่ได้ซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้ นายวิชัย ศรีพธูราษฎร์ กรรมการมูลนิธิกวงเม้งแม่สาย และกรรมการอีกหลายสมาคมของ อ.แม่สาย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเจรจากับสายการบินต่างๆ ให้สามารถเลื่อนการเดินทางไปตามกำหนดวันจัดงานของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14330</URL_LINK>
                <HASHTAG>Sky Thai News, ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, สปป.ลาว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5dcc6467776.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งส่งถุงยังชีพช่วยลาว ทุกจว.ตั้งศูนย์รับบริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขื่อนลาวแตกลาม! น้ำทะลักเข้าชายแดนกัมพูชาจนต้องอพยพด่วน คาดกว่า 5 พันครอบครัวได้รับผลกระทบ &amp;ldquo;พระองค์ภา&amp;rdquo; ประทานถุงยังชีพ 1,000 ชุด ทอ.เตรียมขนขึ้นซี 130 ไปมอบในวันศุกร์ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ชี้ประเทศในอาเซียนไม่ทิ้งกันยามยาก เชื่อสถานการณ์คลี่คลายเร็ว ไทยพร้อมช่วยเหลือช่วงฟื้นฟูทุกด้าน กองทัพรอ กต.ประสานงาน สปป.ลาวว่าอยากได้อะไร &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อวันพฤหัสบดี สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์เขื่อนโครงการโรงไฟฟ้าเซเปียน-เซน้ำน้อย ที่เมืองสนามไชย แขวงอัตตะปือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) แตก ว่าล่าสุดคร่าชีวิตชาวลาวอย่างน้อย 27 คนและทำให้สูญหายอีก 131 คน นอกจากนั้นน้ำปริมาณมหาศาลที่ได้ไหลบ่าเข้าท่วมหลายหมู่บ้านท้ายน้ำในจังหวัดอัตตะปือของลาว กำลังไหลบ่าลงใต้เข้าสู่ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีชายแดนติดกัน ทำให้ทางการกัมพูชาต้องเร่งอพยพชาวบ้านหลายพันคนหนีน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของโฆษกรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดสตึงแตรงของกัมพูชาว่า ระดับน้ำยังคงสูงขึ้น จึงต้องอพยพชาวบ้านเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า มีหมู่บ้าน 17 แห่งใน 4 ตำบลของ อ.เสียมปาง จ.สตึงแตรง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา กำลังได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่ไหลมาจากลาว รายงานอ้างคำกล่าวของเขียว วี โฆษกคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของกัมพูชาว่า ชาวบ้านมากกว่า 5,000 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเหล่านี้กำลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน ทั้งนี้ อ.เสียมปางอยู่ห่างจากเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยทางท้ายน้ำราว 187 กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกผู้นี้กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้อพยพชาวบ้าน 1,289 ครอบครัว รวม 5,619 คน ไปยังที่ปลอดภัยแล้ว แต่ชาวบ้านที่เหลือไม่ต้องการทิ้งบ้าน โดยอ้างว่าระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากคำแถลงกล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเซกองใน อ.เสียมปาง เพิ่มถึงระดับต้องเฝ้าระวังเมื่อค่ำวันพุธที่ 11.5 เมตร เพิ่มจากระดับ 11.3 เมตรในช่วงเช้าวันเดียวกัน เขาย้ำด้วยว่า ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในกัมพูชา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นปฏิบัติการกู้ภัยอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์การช่วยเหลือชาวลาวที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ทีมกู้ภัยของไทยจากชมรมกู้ภัยอีสานเหนือแห่งประเทศไทยกว่า 100 คน และทีมกู้ภัยของ สปป.ลาว ได้ร่วมกันวางแผนปฏิบัติการร่วมเจ้าหน้าที่ทหารลาว โดยมีเป้าช่วยเหลือชาวบ้านกว่า 800 รายที่ยังติดอยู่ภายในเกาะของบ้านไซดอนโขง บ้านตามะยอย บ้านห้วยสมอง เมืองสนามไชย แขวงอัตตะปือ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำไหลเข้ามาท่วมเกือบทั้งหมด แต่มีจุดภูเขาที่สูง จึงทำให้ผู้ประสบภัยหนีขึ้นไปอยู่ข้างบนได้ โดยเบื้องต้นพบว่ามีคนสูญหายประมาณ 15 คน&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ได้รับรายงานผลกระทบเบื้องต้นจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่ากรณีดังกล่าวไม่มีผลกระทบกับการทดลองเข้าระบบในเดือน พ.ย.2561 และมั่นใจว่าจะสามารถขายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ได้ตามกำหนดในเดือน ก.พ. 2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ กฟผ.ที่ถือหุ้น 25% ในโครงการโรงไฟฟ้าเซเปียน-เซน้ำน้อย ระบุว่า ภารกิจสำคัญขณะนี้มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในแขวงจำปาสักและอัตตะปือต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจากเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5 ล้านบาท หรือ 1,300 ล้านกีบแล้ว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ยังได้อนุมัติวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจำนวนหนึ่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าด้วย&amp;nbsp;
ชี้อาเซียนรักกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ว่าเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ได้พูดคุยกับนายทองลุน สีสุลิด นายกฯ สปป.ลาว ท่านก็ขอบคุณ ซึ่งท่านก็ดีใจ ตื้นตัน และเราก็ได้ขอบคุณ สปป.ลาว ซึ่งเป็นประเทศแรกที่ส่งคนมาช่วยภารกิจช่วยเหลือ 13 คนทีมหมูป่าอะคาเดมี แต่ไม่ใช่เรื่องที่เขาส่งคนมาช่วยเหลือ แล้วเราต้องส่งคนกลับไปช่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ใครเดือดร้อนก็ต้องดูแล รัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือไปก้อนหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้พระราชทานข้าวของต่างๆ พอสมควร รวมถึงภาคเอกชนได้ร่วมเข้าไปช่วยเหลือด้วย นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นมาในอาเซียนของเรา อย่ามองแค่ไทยหรือลาวเกิดภัยพิบัติ แต่ให้เรียกว่าเป็นการสร้างวัฒนธรรมของอาเซียน คือการอยู่ร่วมกันอย่างพหุสังคม ทุกประเทศต้องรักกัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า คิดว่าปัญหาเดี๋ยวก็คลี่คลาย เพราะน้ำลดลง ปัญหาต่อไปที่ลำบากคือการฟื้นฟู เขาจะอยู่กันอย่างไรเป็นระยะที่สอง ที่เรากำลังเข้าไปช่วย ถนนหนทางจะว่ากันอย่างไร รวมถึงบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ก็เหมือนน้ำท่วมบ้านเรา ซึ่งยิ่งกว่านี้เราก็ยังผ่านมาได้ เราก็ต้องให้กำลังใจเขา ต้องเชื่อมั่นในรัฐบาลของเขา โดยวันนี้รัฐบาลเปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อไปช่วยเหลือ รวมถึงหลายภาคส่วนก็ร่วมเปิดบัญชีช่วยเหลือด้วยเช่นกัน ซึ่งคิดว่าในช่วงแรกขณะนี้จะได้เอาเงินส่วนนี้ไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ส่วนระยะที่สองที่จะช่วยเหลือจำนวนเงินต้องเยอะ เพราะมีเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งเรื่องการประสานงานกระทรวงมหาดไทยเขาคุยกันในระดับปฏิบัติอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีการช่วยเหลือ 3 ส่วนด้วยกัน คือ 1.กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานไปว่า สปป.ลาวต้องการอะไรบ้าง ซึ่งเท่าที่ทราบตอนนี้เขาขาดเรือในการใช้ช่วยเหลือ 2.เราได้ส่งทหารทุกเหล่าทัพไปช่วยเหลือแล้ว และ 3.เราได้ส่งเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5 ล้านบาท รวมทั้งยังได้เปิดช่องทางรับของบริจาคทั้งโดยสำนักนายกฯ และ อสมท ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของกองทัพต่อเนื่อง โดยตอนนี้ต้องฟัง กต.ที่กำลังประสานงานกับ สปป.ลาวว่าจะร้องขอความช่วยเหลืออย่างไร ซึ่งเราพร้อมสนับสนุนเครื่องมือและยุทโธปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้มีชีวิตและช่วยค้นหาผู้สูญหาย รวมทั้งช่วยเหลือตอนฟื้นฟูช่วงน้ำลดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประชาสัมพันธ์ว่าพื้นที่ใดบ้าง ต้องการรับสิ่งของบริจาคประเภทไหน ซึ่งของที่ต้องการรับบริจาคในขณะนี้ คือของที่สามารถใช้ได้เลย เช่น อาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า และสิ่งของจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า เบื้องต้นสมาชิก สนช.ได้ระดมเงินรวมกันช่วยเหลือเพื่อมอบให้ สปป.ลาวส่วนหนึ่งแล้ว และจะตั้งโต๊ะเปิดรับบริจาคเพิ่มเติมอีก
กองทัพรอ กต.ประสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า ได้นำสิ่งของพระราชทานขึ้นเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 ไปแล้ว 2 เที่ยว ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้มอบหมายมณฑลทหารบกที่ 22 (มทบ.22) ที่ติดกับ สปป.ลาว เตรียมส่งกำลังไปช่วยเหลือ และได้สั่งศูนย์แพทย์ทหารบกให้เตรียมไปช่วยเหลือด้วยเช่นกัน แต่ทั้งหมดเราต้องรอการประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศก่อนว่าลาวร้องขอมาหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ได้เตรียมกำลังพล มทบ.22 กว่า 100 นาย พร้อมด้วยเรือท้องแบน ครัวสนาม ชุดทำน้ำประปาสนาม ทั้งยังได้เตรียมชุดแพทย์จาก จ.อุบลราชธานีและนครราชสีมาไว้ 50 นาย แต่ต้องรอผู้บังคับบัญชาสั่งการมาอีกที ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญกว่าหลังจากนี้คือช่วงฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาเราเคยไปช่วยเหลือเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ปากเซมาครั้งหนึ่งแล้ว จึงทำให้เรามีความสัมพันธ์กันอยู่ และภาคอีสานที่อยู่ใกล้ก็พร้อมช่วยเหลือทันที เพราะเราประสานงานกับผู้ว่าฯ ไปแล้ว และเราก็เป็นประเทศในเออีซีด้วยกัน&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ก.ค. ทอ.ได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 หรือ C-130 จำนวน 2 เที่ยวบิน นำสิ่งของพระราชทานตลอดจนถุงยังชีพในนามรัฐบาลไทยไปยังท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ สปป.ลาวแล้ว โดยมีนายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธุ์ กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต เป็นผู้แทนรับสิ่งของพระราชทาน และส่งต่อความช่วยเหลือไปยังศูนย์ประสานงานอัตตะปือเรียบร้อยแล้วเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 26 ก.ค.&amp;nbsp;
สำหรับวันที่ 26 ก.ค. ทอ.ได้จัดเครื่องบิน C-130 เพิ่มเติมอีก 2 เที่ยวบินลำเลียงเต็นท์ 1,000 หลัง และถุงยังชีพในนามรัฐบาลไทยอีกจำนวนหนึ่งไปยังท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ และได้จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน กองทัพอากาศ 20 คน เดินทางไปด้วยเพื่อช่วยลำเลียงสิ่งของที่สนามบินปลายทาง รวมทั้งยังได้เปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของที่กองบิน 21 จ.อุบลราชธานี ตลอด 24 ชม.&amp;nbsp;
&amp;ldquo;แผนปฏิบัติในวันที่ 27 ก.ค. กำหนดแผนการบินไว้ 2 เที่ยวบิน พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน กองทัพอากาศ 30 คน ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ เพื่อนำถุงยังชีพประทานของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย 1,000 ชุด ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อให้การสนับสนุนช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่ส่วนกลางและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ตรวจราชการ สธ.เขตสุขภาพที่ 10 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;
เฝ้าติดตามเหตุ 24 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเต็มที่ หากมีการร้องขอความช่วยเหลือจาก กต. และ สธ. โดยได้มอบหมายให้ศูนย์นเรนทร สพฉ. เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ยังส่งอุปกรณ์จำเป็นไปสนับสนุนการปฏิบัติการของทีมเพื่อให้การช่วยเหลือด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการช่วยเหลือนั้นพบว่า ที่สำนักงานทางหลวงที่ 9 (อุบลราชธานี) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เป็นประธานปล่อยขบวนรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือ ซึ่งประกอบด้วย สิ่งของยังชีพ 10,000 ชุด, เรือท้องแบนพระราชทาน 4 ลำ, เรือท้องแบบกรมเจ้าท่า 2 ลำ และรถบรรทุก 6 ล้อ โดยได้สั่งการให้เรือท้องแบนทั้ง 6 ลำ และเจ้าหน้าที่ประจำเรืออยู่ปฏิบัติภารกิจให้การช่วยเหลือที่ สปป.ลาว จนเสร็จสิ้นภารกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.ขอนแก่น นายคำไพ พันธุ์ทองดี รักษาการกงสุลใหญ่ สปป.ลาวประจำประเทศไทย ณ จ.ขอนแก่น นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายการกงสุลฯ เดินทางมารับมอบสิ่งของที่ประชาชนชาว จ.ขอนแก่น ได้ร่วมบริจาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศบริเวณหน้าด่านชายแดนถาวรช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพสว่างมงคลศรัทธาได้ขนเรือท้องแบน 2 ลำ เจ็ตสกี 1 ลำ พร้อมอาหารและน้ำดื่มเข้าไปสมทบกับทีมกู้ภัยของไทยที่เข้าไปก่อนล่วงหน้าแล้ว ส่วน รศ.ธรรมรักษ์ ละอองนวล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พร้อมด้วย พ.อ.จักรพงศ์ จันทน์สุทธิประภา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 6 นำสิ่งของ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ที่ได้รับการบริจาคกว่า 5 คันรถ ไปมอบให้กับกลุ่มนักธุรกิจคนไทยที่ทำธุรกิจอยู่ใน สปป.ลาว นำไปแจกจ่ายชาวลาวที่ประสบภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 20.30 น. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี รับทราบความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน สปป.ลาว โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเฉพาะกิจขึ้นที่สำนักงานทางหลวงที่ 9 (อุบลราชธานี) พร้อมทั้งระดมสรรพกำลังจากภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะห้างแม็คโคร จ.อุบลราชธานี จัดเจ้าหน้าที่และสิ่งของที่จำเป็นส่งผ่านทางกงสุลใหญ่ไทยประจำแขวงสุวรรณเขต ก่อนส่งมอบต่อให้ทางการ สปป.ลาว ได้แก่ ถุงยังชีพ 10,000 ชุด เรือท้องแบนพระราชทาน 4 ลำ เรือท้องแบน กรมเจ้าท่า 2 ลำ รถบรรทุก 6 ล้อและเรือขนของ รวม 30 คัน รถเทรลเลอร์ 1 คัน เจ้าหน้าที่ประจำรถและเรือ รวม 150 คน สำหรับเรือท้องแบน 6 ลำ และเจ้าหน้าที่ประจำเรือของกรมเจ้าท่านั้น จะอยู่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจนเสร็จสิ้นภารกิจ หลังจากนั้นจะส่งทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยทางการ สปป.ลาว สำรวจความเสียหายของถนนและสะพาน เพื่อร่วมฟื้นฟูบูรณะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้รายงานว่า ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดที่มีความพร้อมจัดตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สปป.ลาว&amp;rdquo; ที่ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ โดยหากประสงค์จะบริจาคสิ่งของจะต้องเป็นสิ่งของที่ สปป.ลาวต้องการ ขณะเดียวกันให้แต่ละจังหวัดเชิญชวนประชาชนจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; ร่วมกิจกรรมรับบริจาคสิ่งของกับศูนย์แต่ละแห่ง ส่วนการบริจาคเงินช่วยเหลือนั้น สามารถไปบริจาคด้วยตนเองได้ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล หรือบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล ชื่อบัญชี &amp;ldquo;หัวใจไทยส่งไป สปป.ลาว&amp;rdquo; เลขที่บัญชี 067-0-12886-4.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14190</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, พรเพชร วิชิตชลชัย, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา, วิษณุ เครืองาม, ศิริ จิระพงษ์พันธ์, สปป.ลาว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59d8d6c15ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นตลบเก้าอี้ 5 เสือ ทบ. ทีม &quot;บิ๊กแดง&quot; กระจายรุ่น?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3 สิงหาคมนี้ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพส่ง &amp;ldquo;โผทหาร&amp;rdquo; รอบแรก ตามวาระปกติ ก่อนที่จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลตามกฎหมายและพิธีกรรม จึงจะเข้าช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อ &amp;ldquo;บิ๊กไฟว์&amp;rdquo; คนใหม่แทน พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ที่จะเกษียณหมดยกแผง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังเป็นปกติที่แสงไฟยังจับจ้องมาที่กองทัพบก เหล่าทัพที่มีพลังอำนาจแฝง ปีนี้ &amp;ldquo;เต็งหนึ่ง&amp;rdquo; ยังคงเป็นชื่อของ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ที่จะได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป ซึ่งการจัดวางคนใน 5 เสือ ทบ.นั้น พล.อ.อภิรัชต์ได้มีส่วนเข้ามาร่วมพิจารณาด้วย ตามนโยบายของ &amp;ldquo;บิ๊กเจี๊ยบ&amp;rdquo; พล.อ.เฉลิมชัย ที่ต้องการเน้นให้คนที่เป็นผู้นำได้เลือก &amp;ldquo;ทีม&amp;rdquo; ของตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นเก้าอี้ 5 เสือ ทบ.มีอยู่ 5 ตัว เมื่อตัดเก้าอี้ ผบ.ทบ.ไปแล้ว ก็จะเหลือตำแหน่ง รอง ผบ.ทบ. (อัตราพลเอกพิเศษ) 1 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ทบ. 2 ตำแหน่ง และเสนาธิการทหารบก 1 ตำแหน่ง แต่ปรากฏว่ามีหลายคนต่างหวังที่จะได้นั่งเก้าอี้ 4 ตัวที่เหลือนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีกระแสข่าวหนาหูว่า &amp;ldquo;บิ๊กเล็ก&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก อาจจะนั่งทำหน้าที่เดิมไปก่อน เพราะเป็นมือทำงาน อีกทั้งเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 20 ของ พล.อ.อภิรัชต์ด้วย แต่ดูเหมือนว่า &amp;ldquo;สมการ&amp;rdquo; ดังกล่าวไม่ลงตัว เพราะผู้มุ่งหวังจะเข้าใน 5 เสือ ทบ.ต่างเป็นรุ่นพี่ของ พล.อ.ณัฐพลด้วยกันทั้งนั้น จึงมีสูตรในการขยับ พล.อ.ณัฐพลขึ้นเป็นรอง ผบ.ทบ.แทน เพื่อให้แผงของผู้ช่วย ผบ.ทบ.และเสนาธิการทหารบกไหลลื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คราวนี้มาดูว่า มีใครบ้างที่ปรากฏในความเคลื่อนไหวที่จะเข้ามาใน 3 เก้าอี้ที่เหลือ ไล่ตั้งแต่ระนาบแม่ทัพ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 เตรียมทหารรุ่น (ตท.20) พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 (ตท.18) พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.18) ซึ่งมีแนวโน้มว่า พล.ท.กู้เกียรติน่าจะมีภาษีมากที่สุด รองลงมาคือ พล.ท.วิจักขฐ์ ส่วน &amp;ldquo;บิ๊กแบล็ก&amp;rdquo; พล.ท.ธรากร เด็กในคาถาของ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; คงจะยากในการฝ่าด่านเข้ามา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมีชื่อของ พล.ท.สุนัย ประภูชเนย์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) ตท.21 พล.ท.สุชาติ ผ่องพุฒิ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.18) จากสายของมูลนิธิป่ารอยต่อฯ แต่ที่มาแรงมากในโค้งสุดท้ายใน &amp;ldquo;ทีมบิ๊กแดง&amp;rdquo; คือ พล.ท.จักรชัย โมกขะสมิต เจ้ากรมการทหารช่าง (ตท.18)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก คาดว่าจะใช้สูตรเดิมในการ &amp;ldquo;รันงาน&amp;rdquo; คือคนที่เติบโตมาจากสายยุทธการ ซึ่งในแผงของรองเสนาธิการทหารบก ก็มีชื่อของ พล.ท.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.19 ) และ พล.ท.ชูชาติ บัวขาว รองเสนาธิการทหารบก (ตท.20) แต่ก็มีแนวโน้ม พล.ท.ชูชาติ จะไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม (อัตราพลเอก) เพื่อขยับขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมในปีหน้า ทำงานคู่กับ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ว่าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม ส่วน &amp;ldquo;บิ๊กเป้ง&amp;ldquo; พล.ท.ธีรวัฒน์ มีสิทธิ์ได้ลุ้นเก้าอี้เสนาธิการทหารบก ตามนโยบายกระจายรุ่นของ พล.อ.อภิรัชต์ และ พล.อ.เฉลิมชัย ที่ได้วางไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กระนั้น ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 ชื่อของ &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo; พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.22) ยังคงเป็น &amp;ldquo;เต็งหาม&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ ทำให้ ทบ.ต้องหาเก้าอี้ให้กับเหล่าบรรดา ตท.22 ที่อาวุโสและขึ้นมาจ่อตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนหน้านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่ตั้งแต่ &amp;ldquo;บิ๊กหนุ่ย&amp;rdquo; พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 ที่ช่วงหนึ่งมีชื่อแผ่วๆ ในตำแหน่งเสนาธิการทหารบก แต่ตอนหลังก็มีเก้าอี้เยียวยาอีกหลายโผ ไล่ตั้งแต่ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน รวมถึง &amp;ldquo;บิ๊กติ่ง&amp;rdquo; พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่มีชื่อในทำเนียบรองเสนาธิการทหารบก และแม่ทัพภาคที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าสนใจว่า พล.อ.เฉลิมชัย ที่จะเกษียณอายุในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้จะจัดสูตรให้ทุกกลุ่มพอใจได้แค่ไหน ก่อนที่เจ้าตัวจะได้ไป &amp;quot;บวช&amp;quot; ตามที่ตั้งใจไว้หนึ่งพรรษาอย่างสงบ...รอชม!!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13099</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.ท.ธรรมนูญ วิถี, พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร, พล.ท.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b4388324d3fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทภ.2โต้เพื่อไทยปูดข่าวส่งทหารดูดส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.61 - พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.กองทัพภาคที่2) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยอ้างถึงนายทหารระดับสูงสังกัดกองทัพบกเคลื่อนไหวดึงนักการเมืองจังหวัดนครราชสีมามาร่วมพรรคพลังประชารัฐว่า ตนไม่ทราบข้อมูลตรงนี้เลย แต่ขอยืนยันว่าไม่เคยสั่งการให้ทหารชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่กองทัพภาคที่2 ไปดำเนินการในลักษณะเช่นนั้นอย่างที่พรรคเพื่อไทยกล้างอ้าง เพราะไม่ใช่หน้าที่ของทหารที่จะต้องทำ เพราะสิ่งนั่นเป็นงานการเมือง ซี่งหน้าที่หลักของเราคือ ภารกิจการดูแลรักษาความมั่นคง และดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ประเทศชาติเราสามารถเดินต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทหารเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการดูด ส.ส. ในพื้นที่ภาคอีสานเลย มันไม่เกี่ยวข้อง และไม่ใช่หน้าที่ของเรา เพราะนั่นเป็นเรื่องของการเมือง ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ และตามกรอบโรดแมป ขณะที่อีกมุมหนึ่งอาจเป็นการดำเนินการในลักษณะส่วนตัวกันมากกว่า เพราะอยู่ในพื้นที่ก็คงรู้จักนักการเมืองกัน เจอหน้าเจอตากันบ่อยอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นผมก็ขอย้ำว่าไม่ได้สั่งให้ไปทำแบบนั้นแน่นอน เพราะไม่ใช่หน้าที่ของทหาร&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12917</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร, พลังดูด, มทภ.2, แม่ทัพภาคที่2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b4057b545368.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
