<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าที่5เสือทบ.ลุยแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; นำ 5 เสือ ทบ.ชุดใหม่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนใต้ เผยมั่นใจ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สามารถสานต่องานได้ดี กำชับหน่วยปฏิบัติคุมเข้มช่วงรอยต่อผลัดเปลี่ยนกำลังพลตั้งแต่ 15 ก.ย. &amp;nbsp;หวั่นโจรใต้ฉวยจังหวะก่อเหตุ &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; รับ 4 แนวร่วมก่อความไม่สงบเข้าโครงการพาคนกลับบ้าน ส่วนที่ปัตตานีคนร้ายจ่อยิงลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนทหาร 4,500 บาทวัย 61 ปีดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ก.ย. เฟซบุ๊กศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เผยแพร่ภาพและข่าวการลงพื้นที่ของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) &amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ &amp;nbsp;โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.และว่าที่ ผบ.ทบ., พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ &amp;nbsp;เสนาธิการทหารบกและว่าที่รอง ผบ.ทบ., พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ รองเสนาธิการทหารบกและว่าที่เสนาธิการทหารบกร่วมคณะไปด้วย โดย พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) และ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ว่าที่ มทภ.4 ต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะของ พล.อ.เฉลิมชัยทั้งหมดต่างสวมเครื่องแบบชุดพรางสนาม ทบ. โดย พล.อ.อภิรัชต์สวมชุดพรางของหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ทม.รอ.) ในฐานะเป็นทหารพิเศษ ประจำ ทม.รอ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์ฯ ให้ข้อมูลว่า คณะของ พล.อ.เฉลิมชัยเดินทางไปยังค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม &amp;nbsp;อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ตรวจเยี่ยมผลการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.ภาค.4 สน. เพื่อติดตามสถานการณ์และผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ได้นำคณะผู้บังคับบัญชาที่จะปฏิบัติงานในปีหน้ามาร่วมประชุมด้วย สำหรับผลการประชุมเป็นการสรุปผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ซึ่งโดยภาพรวมแล้วด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การก่อเหตุรุนแรงลดลงกว่าปีที่ผ่านมา ประมาณร้อยละ 21 ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่ก็ยังมีประเด็นว่าในช่วงเดือน ส.ค.61 มีการก่อเหตุหลายครั้ง ซึ่งก็ได้เน้นย้ำกับหน่วยปฏิบัติขอให้ดำเนินการดูแล แก้ไข และติดตามผู้ที่กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลระบุว่า พล.อ.เฉลิมชัยได้เน้นย้ำเรื่องการรับส่งหน้าที่ ไม่ให้มีปัญหาในช่วงรอยต่อ และให้ระมัดระวังในเรื่องการปฏิบัติการ เพราะตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.นี้เป็นต้นไปจะมีการสับเปลี่ยนกำลังของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งอาจจะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้จังหวะนี้สร้างสถานการณ์ได้ ส่วนในภาพรวมการบริหารงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากเรื่องสถิติการก่อเหตุรุนแรงที่ลดลงแล้ว ด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การลงทุนในพื้นที่มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ให้การสนับสนุนในเรื่องความมั่นคงค่อนข้างเป็นรูปธรรม ทำให้การดำเนินการต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายได้ในเร็ววันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ยังกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่คือความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องไทยพุทธ ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ได้เข้าไปดูแล และสร้างความเข้มแข็งให้พี่น้องไทยพุทธ รวมถึงสร้างมาตรการเพื่อให้มีความมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น ส่วนประเด็นในเรื่องยาเสพติด &amp;nbsp;ที่ผ่านมาแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ดำเนินการเป็นภารกิจหลัก ซึ่งจากการดำเนินงานก็มีผลออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนอกจากในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 4 แล้ว ในประเทศไทยก็มีการเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา ทั้งด้านการปราบปราม สร้างแนวป้องกันและแนวความคิดให้แก่ประชาชน ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งดำเนินการอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ปัญหายาเสพติดจะหมดไปได้ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วย โดยเริ่มจากการชี้เบาะแส และการดูแลให้คนในครอบครัวไม่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด&amp;quot; เอกสารข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์ฯ ให้ข้อมูลด้วยว่า พล.อ.เฉลิมชัยยังให้ความมั่นใจในการรับหน้าที่ของผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ว่าจะสามารถสานต่องานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปได้ ในขณะเดียวกันกลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าก็ยังคงทำงานอยู่ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด เพราะฉะนั้นแนวความคิดในการพัฒนาจะเป็นไปตามกรอบเดิมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่เรือนรับรองมณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ท.ปิยวัฒน์ พร้อมด้วย พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี ฝ่ายตรวจและฝ่ายปกครอง ร่วมกันรับการรายงานตัวของกลุ่มผู้เห็นต่างที่มีความหวาดระแวง จำนวน 4 ราย จากพื้นที่ปัตตานี 2 &amp;nbsp;ราย และนราธิวาส 2 ราย ซึ่งเป็นไปตามโครงการพาคนกลับบ้านของ กอ.รมน.ภาค 4 สน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เห็นต่างทั้ง 4 รายนั้นมีทั้งหมายจับและไม่มีหมายจับ แต่เป็นผู้ที่เคยให้การสนับสนุนกลุ่มก่อเหตุรุนแรง เนื่องจากถูกบังคับและเป็นแค่คนดูต้นทาง แต่พออยู่ไปนานๆ ก็ให้ไปก่อเหตุ จึงจำเป็นต้องหนีออกมา บางคนเป็น อส.มาหลายปี แต่ถูกบังคับและเกรงว่าลูกเมียจะไม่ปลอดภัยจึงเข้าร่วมขบวนการ และบางคนยิงพ่อค้ายาเสพติดในหมู่บ้านและหนีเข้าป่า บางคนถูกยัดเยียดข้อหาว่ายิงคนทั้งๆ ที่ไม่เคยยิงจึงต้องหนีเข้าป่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าวว่า ในการรายงานตัวผู้มีคดีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนผู้ไม่มีคดีก็ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อรายงานตัวแล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่มีวิชาชีพให้ ส่วนครอบครัวสามารถเยี่ยมได้ตามปกติ &amp;nbsp;การมารายงานตัวเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะถ้ายังหลบหนีก็จะถูกเจ้าหน้าที่ 5 หมื่นคนตามล่า แต่เมื่อเข้าโครงการเจ้าหน้าที่ 5 หมื่นคนก็จะดูแลได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุนายดอเลาะ นิเลาะ อายุ 61 ปี ชาวบ้านกรือเซะ &amp;nbsp;ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองปัตตานี ซึ่งเป็นลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนทหาร 4,500 บาท และทำหน้าที่ รักษาความปลอดภัยโรงเรียนชุมชนบ้านกรือเซะ ยามรักษาความปลอดภัยฮวงซุ้ยลิ้มก่อเหนี่ยว และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ถูกคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจ่อยิงศีรษะ 2 นัดเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานให้ข้อมูลว่า ปกตินายดอเลาะจะขี่รถจักรยานยนต์มารับหลานจากเรียนอัลกุรอ่าน (กีรออาตี) บริเวณปากซอยกำนัน ม.1 บ้านสุไหงปาแน ต.บานา อ.เมืองปัตตานี ติดริมถนนทางหลวงสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาสเป็นประจำ โดยจะนั่งรอบนม้านั่งหินอ่อนหันหลังให้ถนน วันเกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาประชิดด้านหลัง จากนั้นใช้อาวุธปืนพกสั้นจ่อยิงศีรษะ 2 นัดแล้วเร่งเครื่องหลบหนีไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17259</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9680481563f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 22:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่นายกฯตลอดชีพ คนเพชรเชียร์&#039;ใจถึงพึ่งได้&#039; พท.ชูสมชายแซงเจ๊หน่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเมืองเพชรเชียร์ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; เป็นนายกฯ ตลอดชีวิต ชื่นชมใจถึงพึ่งได้ ก่อนยิงคำถามนายกฯ อยู่พรรคไหน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; รับปลื้มใจ แนะเลือกตั้งให้ดี ปล่อยมุกอยู่พักผ่อน &amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; นำทีมจดตั้งพรรครปช. ยันไม่ใช่ร่างทรง &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; พร้อมหนุน &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; นั่งนายกฯ หากมาในบัญชีพรรค &amp;quot;แม้ว-ปู&amp;quot; โฉบมาฮ่องกง &amp;nbsp;สมุนจัดวันเกิดย้อนหลังให้ ประธาน กกต.สวนหมัด สนช.เป็นคนกำหนดให้ออกระเบียบจะมาโทษไม่ได้ ท้าพบใครขาดคุณสมบัติให้มาบอกจะพิจารณาให้ &amp;quot;ประวิตร-วิษณุ&amp;quot; เชื่อไม่กระทบเลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันพุธ ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบนโยบายและฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในจ.เพชรบุรี ได้ไปตรวจดูการระบายน้ำที่บริเวณสันเขื่อนเพชร และระหว่างพบปะกับชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวได้มีประชาชนตะโกนว่า ขอให้เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า &amp;rdquo;วันนี้ไม่ได้มาการเมืองนะเนี่ย มาเฉพาะนายกฯ ทหาร และคสช. ไม่ได้มาทำการเมือง เดี๋ยวเขาหาว่าผมมาเอาเปรียบเขาอีก&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ขึ้นรถพร้อมโบกมือทักทายประชาชน และกล่าวอีกด้วยว่า &amp;quot;เลือกตั้งให้ดีแล้วกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่วัดคุ้งตำหนัก ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม พล.อ.ประยุทธ์เยี่ยมชมการทำงานของเรือผลักดันน้ำ 26 เครื่อง หลังจากนั้นได้พบปะประชาชนประมาณ 200 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนาน การจะเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยนั้น เป็นคนละเรื่องกัน อย่าทำร้ายประวัติศาสตร์ของเรา ส่วนตัวอยากลงพื้นที่ในทุกจังหวัด เพราะต้องเป็นรัฐบาลที่สามารถเดินทางไปได้ทุกที่ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้เป็นแบบนี้ ดังนั้นจึงต้องเลิกความขัดแย้ง มันอยู่ที่พวกเรา ความขัดแย้งจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามประชาชนว่า เกลียดทหารกันหรือไม่ ทหารเกเรหรือเปล่า พร้อมกล่าวว่า ฝากดูแลด้วย เพราะทหารไม่ได้รังแกใคร ถ้าไม่มีทหารแล้วใครจะช่วยตน หลายคนบอกว่าไม่ต้องมีเกณฑ์ทหารก็ได้ แต่การเป็นทหารอย่างน้อยก็ได้อะไรขึ้นมา ซึ่งทหารก็มีทั้งส่วนดีและไม่ดี แต่ส่วนดีมีมากกว่า จึงต้องแยกแยะให้ออก ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาของประเทศไทยจะต้องแก้ทั้งระบบ ทำให้เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านคนหนึ่งได้ลุกขึ้นมาจับมือและโอบกอดนายกฯ พร้อมบอกว่า ขอบคุณนายกฯ ที่มา เพราะไม่เคยมีนายกฯ คนไหนมาที่นี่เลย ดีใจมากๆ &amp;nbsp;ชาวบ้านยังได้ขอให้นายกฯ แบกคน 70 ล้านคนต่อไป โดย พล.อ.ประยุทธ์ถามว่า &amp;ldquo;ทำไมต้องเป็นผม&amp;ldquo; ชาวบ้านตอบว่า &amp;ldquo;เพราะใจถึงพึ่งได้&amp;rdquo; จากนั้นชาวบ้านจึงบอกว่า &amp;ldquo;อยากให้เป็นนายกฯ ไปตลอดชีวิตได้ไหม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;ไปดูว่าการเลือกตั้งนั่นเขาเลือกกันอย่างไร ใครจะเป็นนายกฯ ได้อย่างไร เข้าไปดู เพราะวันนี้มี 74 พรรคการเมืองที่ขอจดทะเบียนกับ กกต. ขอให้ไปดูนโยบายพรรคเขา&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นชาวบ้านจึงถามกลับว่า &amp;ldquo;ต้องถามก่อนว่านายกฯ อยู่พรรคไหน&amp;rdquo; ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวพร้อมอมยิ้มว่า &amp;ldquo;ยังไม่ตอบ เดี๋ยวหาว่ามาการเมือง ผมไม่ได้มาการเมือง แต่มาทำการบ้าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเป็นนายกฯ แต่เมื่อได้เห็นทุกคนก็ทำให้มีกำลังใจ ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุดในชาตินี้ ชาตินี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น โดยทำเพื่อลูกหลานของเรา รักทุกคน เลือกตั้งให้ดีก็แล้วกัน
เชียร์เป็นนายกฯ จนชินแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า จะเห็นได้ว่าผู้ที่ลงมาทำงานวันนี้มีแต่ทหาร เพราะทหารมีกำลังพล ถ้าเราไม่ต้องเกณฑ์ทหารอย่างที่มีข้อเสนอขึ้นมา แล้วเราจะเอาใครที่ไหนทำงาน ที่ลงพื้นที่มานั้นไม่ได้ มีเรื่องการเมือง ยืนยันว่าไม่ได้มาด้วยการเมือง มาทำงานแบบนี้ตลอด วันนี้ถ้าเป็นนักการเมืองไปไม่ได้ทุกพื้นที่ แต่ตนไปได้ทุกพื้นที่ แล้วเป็นนักการเมืองหรือเปล่า วันหน้าใครเป็นนักการเมืองก็ต้องไปให้ทุกพื้นที่เหมือนตนไปก็แล้วกัน ตนมาตามว่างบประมาณเมื่อปีที่แล้วที่ให้ไป 300 ล้านบาท ขยายคลองชลประทานได้ไปถึงไหน วันนี้ก็ได้เห็นกับตาแล้ว ไม่ใช่ไม่ตามเรื่อง ปัญหาติดอยู่ตรงไหน เมื่อรู้ก็จะไปทำต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ประชาชนเชียร์ให้เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น ชาชินเสียแล้ว มีแต่ความรู้สึกปกติ แต่ผมไม่เกี่ยวกับนักการเมือง&amp;rdquo; เมื่อถามต่อว่า ชาวบ้านถามว่าตัดสินใจจะไปอยู่กับพรรคการเมืองไหน พล.อ.ประยุทธ์หันมาตอบสั้นๆ ว่า &amp;quot;พักผ่อนมั้ง&amp;quot; เมื่อถามว่าเรื่องนี้นายกฯ จะตอบได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์สะบัดหน้าก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องปลดล็อกพูดไปตั้งแต่คราวก่อนแล้ว จบไปแล้ว และขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดวัน ที่ คสช.จะร่วมคุยกับพรรคการเมือง ส่วนกรณีพรรคการเมืองจะสามารถเดินสายพบประชาชนนั้น ถ้าขออนุญาต ก็ทำได้หมด แต่ถ้าไม่ขออนุญาตก็ผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. จัดขบวนคาราวานพบปะประชาชนว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ได้มีการประชุม คสช.เรื่องดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งมีแนวทางผ่อนคลายตามห้วงเวลาว่าสามารถดำเนินการได้ ส่วนการผ่อนคลายยังไม่ได้คุยรายละเอียด แต่มีแนวทางอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากนายสุเทพร้องขอมา จะสามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ยัง ถ้าให้ก็ต้องให้ทั้งหมด เข้าใจว่าการเลือกตั้งอยู่ข้างหน้า ทุกคนก็อยากหาเสียง แต่อยากให้ทุกอย่างพร้อม แล้วเดินไปพร้อมๆ กัน ไม่มีใครได้และเสียเปรียบ ส่วนจะผ่อนคลายก่อนเดือนกันยายนนี้หรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการหารือ ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่คิดว่าคงไม่นาน จะมีขั้นตอนดำเนินการ แต่ไม่ได้ผ่อนคลายทั้งหมด แต่จะผ่อนคลายเพื่อให้ทุกส่วนสามารถดำเนินการได้ ไม่ให้เสียเปรียบได้เปรียบและเกิดผลกระทบที่ตามมา ขอให้ใจเย็นๆ เดือนหน้านี้จะรู้ผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณีหายสุเทพลงพื้นที่ภาคใต้ แล้วเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผิดคำสั่ง คสช.ก็จะจับหรือไม่ ว่าไม่ว่าจะเป็นพวกใด กลุ่มใดก็ตาม ถ้าเป็นคนไทย ทำผิดกฎหมาย ตนก็จับหมด ตั้งแต่หัวสุดยันท้ายสุด ไม่อยากจะไปเตือนอะไรกับใครว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรตามกรอบกฎหมาย เพราะพวกนักการเมืองย่อมรู้หลักกฎหมายดีกว่าตนเสียอีก ก็ขอเพียงทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำภายใต้กฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ว่าที่หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย นำทีมกรรมการบริหารพรรค ยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองที่ กกต.แล้ว โดยมีทุนประเดิม 30,350,000 บาท และผู้ร่วมก่อตั้ง 607 คน โดยต่อจากนี้เป็นขั้นตอนการหาสมาชิกเป็นการภายใน จนกว่าจะมีการปลดล็อกทางการเมืองจึงจะขับเคลื่อนกิจกรรมอื่นได้ ส่วนกรณีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ซึ่งเคยมีข่าวว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคนั้น เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้สื่อคาดการณ์กันไปเอง เพราะในวันประชุมวันแรก ตนยังเป็นคนจุดธูปเทียนเลย และนายเอนกก็ไม่ได้มีปัญหาที่ไม่มีตำแหน่ง โดยบอกว่าจะคอยดูการทำงานของตน
รปช.พร้อมหนุนบิ๊กตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีใครไปเถียงกับนายสุเทพ เพราะเป็นคนหัวแข็ง ซึ่งผมก็หัวแข็งเช่นเดียวกัน แต่อาจจะนิสัยดีกว่า ดังนั้นต้องคุยตกลงต่อรองกัน และในทางเทคนิค ผมเป็นผู้มีอำนาจเซ็นชื่อ นายสุเทพเซ็นอะไรก็ไม่เกิด แต่ผมเซ็นอะไรอยากให้เกิดก็เกิด&amp;quot; ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวต่อคำถามว่าแม้จะเป็นหัวหน้าพรรค แต่อาจถูกมองว่าเป็นได้แค่เงาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการหนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ได้ขัดข้อง ขึ้นอยู่กับว่าท่านจะลงปาร์ตี้ลิสต์พรรคไหน ถ้าไม่ลงจะให้หนุนได้อย่างไร และยังไม่สามารถระบุได้ว่าในบัญชีรายชื่อของ รปช.จะทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ แต่ถ้าไม่มาในระบบปาร์ตี้ลิสต์นายกฯ ของพรรคการเมืองก็จะเป็นเรื่องยาก เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเหมือนการเลือกนายกฯ ไปด้วย ถ้าท่านไม่ลงในรอบแรก แล้วมารอบสอง จะตอบพรรคที่หนุนท่าน และตอบประชาชนได้อย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่หัวหน้าพรรค รปช.ยังเสนอแนวคิดให้ทุกพรรคการเมืองร่วมมือกันทำงาน แต่ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มองว่าการเมืองขณะนี้แบ่งเป็นสามก๊ก ประเทศเป็นของทุกคนที่ต้องร่วมกันทำงานเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ &amp;quot;เต่านา&amp;quot; บุตรสาว ออกมาระบุว่าจะไม่สนับสนุนพรรค รปช.นั้น ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะบุตรของตนสองคนก็ชอบการเมืองแตกต่างกัน โดยชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วน ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ก็ยืนยันที่จะอยู่กับพรรค ปชป. ส่วนทำให้ต้องตัดสินใจอย่างนั้น ตนก็ไม่เคยถาม เพราะยอมรับการตัดสินใจของลูก จึงไม่คิดว่าเป็นปัญหา แต่สังคมควรมองว่าเป็นเพราะตนเลี้ยงลูกดี มีความคิดเป็นของตัวเองมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุเทพกล่าวว่า จากนี้พรรคการเมืองของประชาชนที่ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคที่แท้จริง เป็นพรรคการเมืองถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย พร้อมทำหน้าที่เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พระศาสนา และประชาชาติไทยอย่างเข้มแข็ง ผลักดันการปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนให้เป็นผลสำเร็จให้จงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคปชป. ที่กล่าวหาในทำนองว่าระบอบทักษิณใช้แผนทำร้ายประเทศโดยการใช้สื่ออินโดนีเซียว่า เป็นการใช้วาทกรรมกล่าวหาเท็จที่ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย คนระดับเลขาธิการพรรค ปชป.ไม่ควรทำ บ้านเมืองเวลานี้ ถ้าเราใช้วาทกรรมให้น้อย ใช้ข้อเท็จจริงให้มาก จะช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองได้ คงไม่มีวิญญูชนใดไปใช้ให้ใครเขียนบทความในจาการ์ตาโพสต์ตามอ้าง และไม่มีใครใช้แผนทำร้ายประเทศตามที่กล่าวหา เพราะคนเขียนเป็นใครก็ไม่รู้จัก และเป็นเพียงบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ส่วนที่มีบางท่านในรัฐบาลตั้งคำถามว่าอาจมีการจ้างวานให้เขียนนั้น ถ้ายังไม่มีข้อมูล กรุณาอย่าพูดให้คนตีความและเข้าใจผิด การเมืองไทยควรลดการใช้วาทกรรมดิสเครดิตอีกฝ่ายโดยไม่อยู่บนข้อเท็จจริง ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อบุคคลที่ถูกพาดพิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขณะนี้ได้เดินทางมายังเกาะฮ่องกง ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. ล่าสุด มีอดีต ส.ส.ภาคอีสานนับสิบคนเดินทางไปพบ และวันที่ 10 ส.ค. จะมีอดีตส.ส.เดินทางไปสมทบอีกประมาณ 30 คน มีการจัดเตรียมเค้กวันเกิดให้นายทักษิณ เพื่อจัดงานวันเกิดย้อนหลัง เนื่องจากมีอดีต ส.ส.ที่ไม่ได้เดินทางไปร่วมงานวันเกิดที่ประเทศอังกฤษ ได้ร่วมอวยพรวันเกิด ทั้งนี้ มีการประสานสมาชิกพรรคที่เดินทางไปเข้าพบนายทักษิณในครั้งนี้ไม่ให้พูดถึงเรื่องการเมือง เพราะนายทักษิณไม่อยากให้ตัวเองถูกเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย เพียงแต่อยากเปิดโอกาสให้อดีต ส.ส.ที่ไม่ค่อยได้เจอนายทักษิณได้เข้าพบเท่านั้น&amp;nbsp;
ปธ.กกต.สวนหมัด สนช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้นำพรรคเพื่อไทยที่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนนั้น อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ไปพบนายทักษิณ ก่อนหน้านี้ ได้สะท้อนว่าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะไม่ได้รับการยอมรับ เมื่อนายทักษิณไม่ระบุอะไรชัดเจนในเรื่องดังกล่าว จึงเป็นที่เข้าใจกันว่าคนนำพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ใช่คุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่งชื่อที่โดดเด่นขึ้นมาคือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เพราะทุกคนในพรรคให้ความเกรงใจ และที่ผ่านมาไม่เคยกล่าวว่าร้ายใคร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงเสียงวิจารณ์การคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งว่ารีบร้อนผิดมารยาทว่า ไม่อยากตอบโต้ให้เสียเวลา เพราะทุกท่านที่ออกมาให้ความเห็นเป็นบุคคลที่รู้จัก ชอบพอกัน สนช.เป็นคนกำหนดให้ กกต.เป็นผู้ระเบียบดังกล่าว กว่าจะออกเป็นระเบียบ กกต.ได้มีการถกเถียงทุกแง่มุม เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ดังนั้น สนช.จะมาโทษว่าระเบียบ กกต.ไม่รอบคอบรัดกุมไม่ได้ ต้องโทษตัวท่านเองว่าออกกฎหมายไม่รัดกุม โดยเฉพาะ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.เป็นการออกกฎหมายที่ขัดต่อหลักนิติธรรม นิติรัฐ นิติประเพณี ขาดความเสมอภาค ไม่เท่าเทียมกับพ.ร.ป.ฉบับอื่นๆ ท่านก็รู้อยู่แก่ใจ ไม่อยากจะฟื้นฝอยหาตะเข็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กกต.กล่าวว่า ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่คัดเลือกไว้ 616 คน ได้ส่งไปปิดประกาศให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดตรวจสอบ หากมีข้อมูลหรือเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้าม สามารถแจ้งมายังกกต.ประจำจังหวัดภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศรายชื่อ แล้วแจ้งผลการตรวจสอบให้สำนักงาน กกต.ทราบภายใน 10 วัน เพื่อเสนอ กกต.ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง ทั้งนี้ ผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่มีอำนาจในการทำสำนวนร้องเรียน แต่มีหน้าที่ตรวจสอบการเลือกตั้งเท่านั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ กกต.ชุดตนจะไปวางคนของตัวเอง เพราะเราไม่ได้เป็นนักการเมือง และไม่คิดจะลงเล่นการเมืองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้า สนช.มีข้อมูลว่าผู้ได้รับคัดเลือก ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม สามารถส่งมาให้สำนักงาน กกต.พิจารณาได้ ส่วนหากมีการโละผู้ที่ได้รับคัดเลือกทั้ง 616 คน คงจะไม่ชี้นำให้ไปฟ้องร้อง เป็นเรื่องที่ทั้ง 616 คนจะไปว่ากันเอง ทั้งนี้ คิดว่าการจะโละผู้ได้รับคัดเลือกทำได้เป็นรายบุคคล หากบุคคลดังกล่าวถูกร้องเรียน แต่ไม่สามารถจะโละทั้งหมดได้&amp;quot; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม กล่าวถึงผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คนที่คัดมาแล้วจะต้องโละใหม่หรือไม่ว่า นายกฯระบุแล้วให้ กกต.ชุดเก่าและชุดใหม่ไปคุยกัน รัฐบาลไม่เกี่ยว และไม่อยากจะเข้าไปเกี่ยว ส่วน สนช.ยืนยันจะแก้ &amp;nbsp;ถือเป็นสิทธิ์ของ สนช.ตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะดึงการเลือกตั้งให้ช้าตามที่หลายคนกังวล ไม่เกี่ยวกัน เพราะกรอบเวลาเลือกตั้งกำหนดในรัฐธรรมนูญ ไม่มีกฎหมายใดสามารถมาดึงมันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของ กกต.และ สนช. ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เรื่องนี้จะไม่กระทบโรดแมปการเลือกตั้ง เพราะยืนยันแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงต้นปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหมือนเด็กเล่นขายของ พ.ร.ป.กกต.เป็นกฎหมายลูกที่ สนช.เพิ่งให้ความเห็นชอบออกมาเอง กกต.ได้ดำเนินการตามกฎหมายที่ สนช.ออกมาเอง จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะไปลบล้างการดำเนินการตามกฎหมาย ถึงขนาดต้องแก้กฎหมายที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ สนช.เป็นหนึ่งในแม่น้ำ 5 สาย คงมิได้ดำเนินการโดยพลการ คงได้รับไฟเขียวให้มาดำเนินการ ท่านแช่แข็งประเทศทางด้านการเมืองมาอย่างเข้าปีที่ 5 แล้ว จะเป็นการทำบาปแก่ประเทศและประชาชนอย่างยิ่ง หากเศรษฐกิจฐานรากและคนชั้นกลางต้องเสียหายไปกับการเมือง การปกครองที่ไม่ปกตินานเกินเหตุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15012</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ ไกรฤกษ์, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ทักษิณ ชินวัตร, นพดล ปัทมะ, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรคเพื่อไทย, พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, วิษณุ เครืองาม, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6b05a1bc96d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทภ.4แจงเหตุ  เด็ก11แต่งงาน  เรื่องส่วนบุคคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มทภ.4 แจงเด็กหญิงไทยวัย 11 ขวบถูกจับแต่งกับหนุ่มมาเลย์เป็นเรื่องส่วนบุคคล แค่แต่งแบบหมั้นไว้ก่อน จองตัว ไม่ผิดอะไร ไม่ได้อยู่ด้วยกัน จนกว่าเด็กจะอายุถึงเกณฑ์ ขณะที่ &amp;quot;รัชดา&amp;quot; แฉจังหวัดชายแดนภาคใต้กลายเป็นแหล่งออกใบอนุญาตให้มีการแต่งงานเด็ก ไม่ต่างค้ามนุษย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของต่างประเทศว่า 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้เด็กแต่งงาน หลังเกิดกรณีชายชาวมาเลเซีย อายุ 41 ปี จัดพิธีแต่งงานกับเด็กอายุ 11 ขวบ จ.นราธิวาส ว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในความดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เกี่ยวกับหน่วยงานความมั่นคง แต่หากมีการร้องขอ เราก็จะเข้าไปดูแล อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล เท่าที่ทราบเป็นการแต่งงาน แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งเหมือนเป็นการหมั้นไว้ก่อน เมื่อเด็กอายุถึงเกณฑ์ คงคิดว่าจะแต่งงานกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมองว่ามีการใช้คำพูดผิด ถ้าใช้คำว่าหมั้นก็โอเค แต่เราไปใช้คำว่าแต่ง ก็กลายเป็นว่าเขาเข้าหอด้วยกันเลย นี่เขาแต่งจริง แต่เขาต่างคนต่างอยู่ จนกว่าจะอายุครบตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถึงจะไปอยู่บ้านเจ้าบ่าว เปรียบเหมือนการหมั้นหมาย เช่น มีผู้ชายจะไปหมั้นกับเด็กอายุ 11 ปี ก็หมั้นได้ ไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่จองตัวไว้ก่อน ถ้าเด็กอายุครบ 20 ปี แล้วค่อยมาแต่งงานกัน มองว่าไม่ผิดอะไร เพราะหมั้นกันไม่ได้หมายความว่าต้องไปเข้าหอลงโรง แต่งงาน แบบนี้ไม่ใช่ เพียงแต่ใช้คำว่าแต่งกับหมั้น มันคนละอย่างกัน ถ้าใช้คำว่าหมั้นก็จบไปแล้ว คิดว่าเขาไปเล่นข่าวมากกว่า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในมาเลเซียมีกฎห้ามแต่งกับเด็ก พล.ท.ปิยวัฒน์ตอบว่า ใช่ เขาก็ต่อต้าน เพราะว่าคำว่าแต่ง หมายรวมถึงการเข้าหอ ซึ่งเด็กอายุต่ำกว่า 11 ปีทำไม่ได้อยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีเด็กแต่งงานก่อนอายุอันควรมากน้อยแค่ไหน แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า มีเป็นจำนวนมาก เพราะมุสลิมสามารถมีภรรยาได้ 4 คน แต่เราไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายกับสิทธิเขา ส่วนใหญ่ผู้หญิงอายุ 14 ปีบ้าง 16 ปีบ้าง 17 ปีบ้าง ก็แล้วแต่เขา เราไม่เข้าไปก้าวก่ายศาสนา แต่ทั้งนี้ยอมรับว่าเด็กที่แต่งงานก่อนอายุอันควร จะส่งผลต่อความเป็นอยู่ในอนาคต หากสามีไม่เลี้ยงดูหรือหย่าร้าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า หลังเกิดกรณีดังกล่าว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีนโยบายจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้สั่งการอะไร ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องทางศาสนาของเขา ว่ากันไป เราไปยุ่งกับศาสนาเขาไม่ได้ ทหารดูเรื่องความมั่นคงเท่านั้น เรื่องดังกล่าวละเอียดอ่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปไตย แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;วอนรัฐ..ปกป้องสิทธิเด็กของทีมหมูป่าแล้ว เดินหน้าปกป้องเด็กหญิงจังหวัดชายแดนใต้ที่ถูกคลุมถุงชนด้วย โดยระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลันที่เห็นข่าวรองนายกฯ วิษณุ และรองปลัดกระทรวงยุติธรรมออกมาตำหนิสื่อต่างประเทศที่ไปสัมภาษณ์ทีมหมูป่า เหตุเพราะเกรงจะกระทบจิตใจและเข้าข่ายการละเมิดสิทธิเด็ก ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าภาครัฐสนใจที่จะปกป้องสิทธิเด็กของเด็กหญิงไทยวัย 11 ปีที่ถูกจับแต่งงานกับชายมาเลย์วัย 41 ปีที่นราธิวาส เพื่อไปเป็นภรรยาคนที่สาม เช่นเดียวกับที่ห่วงใยทีมหมูป่าก็คงดีไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนบ้านมาเลเซีย รองนายกรัฐมนตรีวาน อาซิซาห์ วานอิสมาแอ ออกโรงตำหนิการแต่งงานครั้งนี้เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และศาลอิสลามที่รัฐกลันตันก็ตัดสินให้การแต่งงานเป็นโมฆะ และปรับชายผู้นี้เป็นเงินประมาณ 14,700 บาท ในขณะที่ฝั่งไทยไม่มีเสียงใดๆ จากภาครัฐเลย ทั้งๆ ที่การแต่งงานนี้ขัดต่อกฎหมายไทยเรื่องอายุขั้นต่ำในการแต่งงาน และในทางกฎหมายอิสลาม เด็กเล็กขนาดนี้ยังไม่มีประจำเดือน ซึ่งก็ไม่ควรได้รับการเห็นชอบให้แต่งอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่รัฐควรเร่งดำเนินการคือ การทำความเข้าใจกับผู้ปกครองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ให้ตระหนักถึงผลเสียของการจับเด็กแต่งงาน ทั้งเรื่องสภาพจิตใจ สุขภาพหากต้องตั้งครรภ์ การเสียโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือ สูญเสียอิสรภาพ กลายเป็นบุคคลที่ต้องพึ่งพาสามีไปทั้งชีวิต อย่างนี้คือละเมิดสิทธิเด็กอย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่สำคัญ การจับเด็กแต่งงานเช่นนี้ ไม่ได้มีครั้งนี้เป็นครั้งแรก พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นแหล่งออกใบอนุญาตให้มีการแต่งงานเด็ก แล้วมันจะต่างอะไรกับการค้ามนุษย์ล่ะ เมื่อเด็กถูกจับแต่ง แต่งเพราะที่บ้านยากจน แต่งไปแล้วจะเป็นอย่างไรไม่รู้ เพราะสถานะทางกฎหมายที่มาเลย์ไม่ได้รับรอง ก็ได้แต่หวังว่า เรื่องที่รัฐควรทำก็อย่าลืมแล้วกัน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13853</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาธิปไตย, พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, รัชดา ธนาดิเรก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาซิซาห์ วานอิสมาแอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180721/image_big_5b53465f0ca5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบรกกำนันสุเทพ เดินสายหาพวก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; โปรยยาหอมสนับสนุนทุกพรรค ชี้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; เหยียบเบรก สุเทพสวมรองเท้าคู่เก่าเดินหาสมาชิก ลั่นยังไม่ปลดล็อกห้ามขยับ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วคำสั่งหัวหน้า คสช.ไม่ขัด รธน. &amp;ldquo;เด็ก ปชป.&amp;rdquo; น้อมรับแต่โอดครวญ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; รับกฎหมายลูก 2 ฉบับถึงมือแล้ว ย้ำเลือกตั้ง ก.พ. 62 แน่ไม่ต้องมาเซ้าซี้ เตือนใช้กฎหมายเด็ดขาดฟันโลกโซเชียลสร้างความวุ่นวาย
เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกในกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ว่า วันนี้มีพรรคตั้งใหม่หลายสิบพรรค ซึ่งก็เป็นไปตามกติกาหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งเรื่องคุณสมบัติ สมาชิกพรรค เงินสนับสนุนพรรค ถือเป็นสิ่งที่ควรเป็น ควรเกิดขึ้นกับการเมืองไทย ไม่ใช่ต้องการไปลดสมาชิกพรรคของเขา เพื่อสนับสนุนพรรคที่สนับสนุนรัฐบาล นั่นเป็นคนละเรื่องกัน จริงๆ แล้วถ้าใครจะเป็นตัวแทนประชาชน จะต้องมีความชัดเจนเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมาชิกพรรค การใช้จ่ายอะไรต่างๆ เพื่อได้มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล
&amp;ldquo;ไม่ว่าจะพรรคใคร พรรคของนายสุเทพหรืออะไรต่างๆ ถ้าตั้งใจจริง ก็ขอให้ประสบความสำเร็จ จะแสดงความยินดีด้วย พรรคใดก็ได้ ใครก็ได้ ที่นำพาประเทศชาติของเราให้เข้มแข็ง เป็นรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล มีการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ชาติ นั่นคือสิ่งที่ผมสนับสนุนทุกพรรค ซึ่งเคยบอกไปแล้ว ไม่ใช่เพราะเขามาสนับสนุนผม รัฐบาล คสช. แล้วผมต้องสนับสนุนเขากลับ แต่ผมสนับสนุนทุกพรรค ถ้าสร้างสรรค์&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนลืมไปหรือไม่ ไม่ว่าพรรคใดก็ตาม จะเป็นพรรคเก่าหรือใหม่ ทั้งพรรคที่สนับสนุนตนเอง หรือตนเองสนับสนุนพรรคนั้น ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ประชาชนจะเป็นผู้กาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งไม่ได้เข้าไปกับประชาชนทุกคนด้วยในการเลือกตั้ง เข้าคูหาก็ไม่ได้เข้ากับเขา จึงบังคับวิธีไม่ได้ ต่อให้คนชอบตนเองทั้งประเทศ แต่เวลาเลือกตั้งเขาไม่ได้เลือกตนเองใช่ไหม เขาเลือก ส.ส. แล้วตนเองเป็น ส.ส.ได้หรือไม่ ทำไมมามองกันแต่ตรงนี้จนวุ่นวายไปหมด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมลงเลือกตั้งไม่ได้ แต่มันก็เป็นเรื่องของกลไกในรัฐธรรมนูญ และกลไกการเลือกตั้ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ส.และ ส.ว. ทั้งหมดเขียนไว้อยู่แล้วว่าใครจะเป็น อะไรตรงไหนบ้าง มันต้องอยู่ในกรอบนี้ ใครจะไปใครจะมา ประชาชนเป็นผู้ตัดสินทั้งสิ้น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ เผยอีกว่า วันนี้เรากำลังสร้างการรับรู้ว่าจะมีประชาธิปไตยสากล จะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังคงตีกันไปมาเช่นนี้ แล้วใครจะเชื่อมั่นเชื่อถือเรา วันนี้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ การลงทุนเกิดขึ้นมากมายพอสมควร เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้ว เราจะทำลายกันไปทำไม วันนี้จะเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันเลือก เหลือเวลาอีกหลายเดือน ทุกคนก็ทำเหมือนเป็นยกสุดท้าย สื่อโซเชียลมีเดีย ก็ประโคมปี่กลองเชิดกันใหญ่ ต้องน็อกกันให้ได้ แล้วอย่างนี้ประเทศชาติจะไปตรงไหนกัน ขอถามหน่อย ทำไมเราไม่ทำให้บ้านเมืองมีความสุขสงบเรียบร้อย ให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ไม่ละเมิดผู้อื่น หรือให้ร้ายกล่าวว่าโดยไม่มีข้อเท็จจริง สิ่งเหล่านี้ต้องเตือนประชาชน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อย่ากล่าวให้ร้ายกันต่อไปอีกเลย วันข้างหน้ามีการเลือกตั้งจะเกิดเหตุการณ์ยิ่งกว่านี้หรือไม่ ถ้าตีกันตั้งแต่วันนี้ มันไม่ใช่ ทุกคนต้องการอย่างนั้นหรือไม่ ขอถามสื่อโซเชียลฯ ต้องการแบบนี้หรือไม่ ถ้าต้องการกันแบบนี้ ท่านก็ทำกันต่อไป ผมก็ทำเท่าที่ผมทำได้ บางเรื่องกฎหมายก็ใช้ไม่ได้ทุกตัว เพราะจะเดือดร้อนกับคนอื่นที่เกี่ยวข้องกันไปหมด อย่าลืมว่ามีคนสนใจการเมืองส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งก็ไม่ได้สนใจ หากแต่ทำมาหากินเลี้ยงชีพกันต่อไป ไม่สงสารเขาหรือ ถ้าเกิดความวุ่นวายแล้วเขาหากินกันไม่ได้ จะทำอย่างไร ไม่มองอนาคตกันบ้างหรือ จะตีกันตั้งแต่วันนี้กันหรืออย่างไร เอาประเทศชาติมาก่อน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ ยังย้ำอีกครั้งในเรื่องนี้ว่า ถ้ายังมีปัญหาส่วนนั้นส่วนนี้ ยังขัดแย้งแบบนี้ หรือด่ากันไปว่ากันมา บิดเบือนกันอยู่แบบนี้ ซึ่งนับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะเลือกตั้งกันไหวหรือไม่ เป็นเรื่องของสื่อโซเชียลฯ เลือกได้ไม่ได้ไม่ใช่เรื่องของตนเอง เพราะเพียงแต่ดูแลความปลอดภัย ชีวิตทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก แต่ใครที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงปลอดภัย ไปสู่การเลือกตั้งไม่ได้ ก็ต้องถูกดำเนินการลงโทษโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นก็พูดกันเลอะเทอะไปเรื่อย จำเป็นต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ได้
&amp;ldquo;ป้อม&amp;rdquo;เบรกลุงกำนัน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงประเด็นนายสุเทพประกาศจะใช้รองเท้าคู่เดิมเดินสายไปหามวลชนว่า ถ้าเดินคนเดียวก็เดินได้ แต่ถ้าจะเดินไปเพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองยังทำไม่ได้ และยังไม่เห็นคำขออนุญาตดำเนินการทางการเมืองจากพรรค รปช. ซึ่งนายสุเทพจะทำกิจกรรมทางการเมืองก่อนพรรคอื่นไม่ได้ หากนายสุเทพอยากไปคนเดียวก็ไปได้ แต่อย่าไปในเชิงการเมือง เพราะ คสช.ยังไม่ปลดล็อกให้ทำกิจกรรม&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หากนายสุเทพเดินเท้าไปคนเดียวแล้วมีผู้ที่ชื่นชอบมาให้การสนับสนุนทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทำไม่ได้ หากต้องการเดินเข้าหามวลชนจะทำได้ก็ต่อเมื่อปลดล็อกทางการเมือง ส่วนจะอนุญาตให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้เมื่อใดนั้น ขอให้ได้คุยกับพรรคการเมืองในเดือน มิ.ย.ก่อน &amp;nbsp;ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าจะพูดคุยวันไหน แต่น่าจะปลายเดือน มิ.ย.
พล.อ.ประวิตรยังปฏิเสธความรู้จักกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งระบุว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัย ว่าพรรคนี้อยู่ที่ไหน ของใคร ไม่รู้จัก เป็นรัฐบาล ยังไม่รู้เรื่องเลย ถ้าเขาจะสนับสนุนก็ว่ากันไป&amp;nbsp;
พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงพรรค รปช.ว่าถือเป็นเรื่องดี ทำให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ส่วนที่นายสุเทพระบุว่าจะเดินเท้าไปทั่วประเทศนั้น ตอนนี้ยังไม่เดิน คงเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้วในตอนนั้น
พล.อ.วัลลภยังกล่าวถึงการใช้โซเชียลมีเดียบิดเบือนโจมตีรัฐบาลจำนวนมากในระยะนี้ว่า สมช.ยังติดตามต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มที่ทำดังกล่าวมีความเชื่อมโยงทั้งจากในและนอกประเทศ ซึ่งช่วงใกล้เลือกตั้งจะมีการกระทำในลักษณะนี้มากขึ้น&amp;nbsp;
ด้าน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.กองทัพภาค 4) กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องดี เพราะถือว่าทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการ ตามกฎและระเบียบ ใครจะตั้งพรรคอะไรก็ตั้งไป แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถือว่าให้มาเล่นการเมืองข้างบน ก็จะทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลได้ เพราะทหารจะเป็นกลาง ดูแลทุกพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร เพราะคำลวงย่อมไร้ผลสำหรับคนไม่เชื่อ แต่คนที่เคยเชื่อจำนวนหนึ่งคงเจ็บปวดบ้าง เพราะรู้สึกเหมือนลุงกำนันที่เคยเดินเป่านกหวีดพูดกลับไปกลับมา แล้วจะใช้น้ำตาล้างสมองคน คงสำเร็จไม่ทุกราย&amp;nbsp;
เต้นได้ทียกหางตัวเอง
นายณัฐวุฒิยังกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้อยากให้สังคมไทยสรุปบทเรียนว่า ในความขัดแย้งกว่า 10 ปี ถึงที่สุดทุกฝ่ายก็ต้องมาพบกันในสนามเลือกตั้ง กลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งพรรคการเมือง ชื่อพรรคการเมืองใหม่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ตั้งพรรคมาตุภูมิ กลุ่ม กปปส.ตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย รัฐบาล คสช.ถูกพูดถึงว่ากำลังตั้งพรรคพลังประชารัฐ แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งบอยคอตมา 2 ครั้งก็ยังร้องโหยหวนหาการเลือกตั้ง ถ้าวิธีการนอกระบบไปต่อได้จริงไม่มีทางที่คนเหล่านี้จะถอยกลับมา ส่วนพรรคเพื่อไทยและ นปช.ไม่เคยปฏิเสธสิ่งนี้ ข้อเรียกร้องทุกครั้งในการต่อสู้คือเลือกตั้ง แม้กติกาและกลไกอำนาจจ้องเล่นงานก็พร้อมลงสนาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนบางกลุ่มพอเห็นว่าแพ้แน่ ก็อ้างโน่นอ้างนี่แล้วล้มกระดาน พอกติกาได้เปรียบและฝ่ายตรงข้ามบอบช้ำก็เปิดตัวลงแข่ง ผมคิดว่าประชาชนคนธรรมดาใจถึงกว่ามาก แพ้ชนะไม่รู้ แต่ขอสู้ในระบบที่ทุกคนมี 1 เสียงเท่าเทียมกัน เพราะการรักษาหลักการที่ถูกต้องคือชัยชนะที่แท้จริงของประเทศ ถ้าไม่ตกผลึกร่วมกันในเรื่องนี้ ก็ไม่เห็นช่องทางที่จะออกจากวิกฤติได้&amp;quot; แกนนำ นปช.กล่าว
ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อปรากฏการณ์กำนันสุเทพครั้งที่ 2 บอกอะไรการเมืองไทย ว่าคำประกาศของนายสุเทพเป็นคำตอบในตัวว่าการปฏิรูปประเทศยังไม่เสร็จ จึงเป็นภาระหน้าที่ต้องผลักดันให้เสร็จตามเจตจำนงเมื่อครั้งกำเนิดมวลมหาประชาชน แต่น่าเสียดายที่มีการมอง ปรากฏการณ์กำนันสุเทพครั้งที่ 2 มีการเลือกจับบางประเด็น และตีความว่ากำนันสุเทพตระบัดสัตย์หรือไม่ &amp;nbsp;ทั้งที่จริงถ้าฟังอย่างไม่มีอคติ ก็ยังยืนอยู่ในจุดยืนเดิมที่ประกาศไว้ คือไม่เข้าสู่การเมืองไม่รับตำแหน่งใดๆ ในทางการเมือง ซึ่งไม่ต้องไปตีความให้เสียเวลา ถ้าถึงวันที่กำนันสุเทพก้าวข้ามเขตแดนนี้ คำว่าตระบัดสัตย์ถึงจะฟังขึ้น
&amp;ldquo;ผมไม่แปลกใจ และคาดการณ์ไม่ผิดที่จะมีถ้อยคำเหน็บแนม ถากถางกระทั่งเย้ยหยันสารพัดพุ่งไปที่กำนันสุเทพ โดยเฉพาะจากกลุ่มก้อนนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค แต่ที่แปลกใจค่อนข้างมาก ไม่เห็นกำนันสุเทพตอบโต้ เอาคืนในแบบที่เราเคยเห็นหรือแบบที่นักการเมืองถนัดและทำกันอย่างเมามันในขณะนี้ แม้แต่พรรค รปช.ก็เช่นกัน ไม่เห็นผู้ก่อตั้งพรรคคนใดออกมาชี้หน้า ท้าทายปั้นสำนวน สร้างโวหารสาดใส่ พรรคการเมืองอื่นหรือผู้วิจารณ์แม้แต่ครั้งเดียว&amp;rdquo; นายสุริยะใสระบุ
นายสุริยะใสยังระบุว่า วันเปิดตัวผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนพรรคของ รปช. ได้เห็นสิ่งใหม่ที่เป็นนวัตกรรมทางการเมืองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับพรรคการเมืองทั่วไป ที่เริ่มต้นก็ประกาศชื่อหัวหน้า ชื่อเลขาธิการ หรือเจ้าของพรรคตัวจริงกันเลย แต่ รปช.สร้างข้อตกลงใหม่ๆ ให้สมาชิกเป็นผู้ชี้ขาดโดยตรง ทั้งตำแหน่งผู้บริหารพรรค นโยบายพรรค การสรรหาผู้สมัครฯ หรือแม้แต่การสร้างโรงเรียนการเมืองของพรรค เพื่อหลอมรวมอุดมการณ์ของพรรค และวินัยหรือจริยธรรมในพรรค
&amp;ldquo;กำนันสุเทพและขบวน รปช.จะประสบความสำเร็จ ในการเลือกตั้งหรือไม่ อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ เท่ากับการสร้างพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชน เป็นพื้นที่เป็นช่องทางให้ประชาชนใกล้ชิดและเข้าถึงอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง นี่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สร้างความหวัง การเมืองแบบนี้ชนะตั้งแต่ต้นไม่มีคำว่าแพ้ เพราะไม่ได้ไปแข่งกับใคร แต่ช่วยกันทำให้การเมืองดีขึ้น อย่างที่ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ พูดไว้นั่นเอง&amp;rdquo; นายสุริยะใสกล่าว
คำสั่งหัวหน้า คสช.ไม่ขัด รธน.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 140 และมาตรา 141 วรรคหนึ่ง (5) และวรรคสอง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 และมาตรา 45 หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยประเด็นที่หนึ่งในมาตรา 140 นั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 และมาตรา 45 ส่วนประเด็นที่สอง มาตรา 141 วรรคหนึ่ง (5) และวรรคสองนั้น ก็มีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเช่นกัน เพราะทั้งสองประเด็นดังกล่าวไม่เป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล
นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า มีความเห็นสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำสั่งที่ 53/2560 ไม่ใช่ประเด็นสร้างผลกระทบใดกับพรรคการเมือง ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการรีเซตสมาชิกพรรค และอาจมีผลกระทบกับการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัคร ส.ส. หรือ ไพรมารีโหวตนั้น เป็นคนละประเด็น&amp;nbsp;
นายอุดมกล่าวต่อว่า เรื่องไพรมารีโหวต สำหรับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ไม่มีปัญหา เพราะมีสมาชิกพรรคที่ยืนยันเป็นจำนวนที่มากพอ แต่หากจะมีปัญหา คือ พรรคการเมืองขนาดเล็ก เพราะก่อนมีกฎหมายใหม่ พรรคมีสมาชิกหลักร้อย แต่เมื่อต้องยืนยันสมาชิกพรรคตามกฎหมายใหม่ อาจไม่มีผู้ใดยืนยันความเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งจะส่งผลให้สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองและไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ตามกฎหมายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเด็นที่นักการเมืองยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เป็นเพียงการสร้างประเด็นทางการเมือง ที่หลายฝ่ายมองว่า คสช.ไม่ควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 &amp;nbsp;เพราะกระทบรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิเสรีภาพนั้น อาจมองเช่นนั้นได้ แต่ต้องทำความเข้าใจว่ารัฐบาล คสช.เป็นรอยต่อก่อนมีรัฐบาลใหม่ ดังนั้นการตรากฎหมายบางครั้งอาจมีเงื่อนไขที่ใช้เวลา ซึ่งมาตรา 44 เป็นเครื่องมือตัดสินใจ และเป็นกลไกทำให้การออกกฎหมายฉับไวมากขึ้น&amp;rdquo; นายอุดมกล่าว
ปชป.น้อมรับคำตัดสิน
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า พรรคได้ทำหน้าที่ในการปกป้องสมาชิกพรรคและสิทธิของประชาชนอย่างเต็มที่สุดความสามารถแล้ว เพราะเห็นว่าคำสั่งที่ 53/2560 ของ คสช.ไม่เป็นธรรมต่อสมาชิก ปชป. เพื่อขอพึ่งบารมีศาลในการปกป้องสิทธิของประชาชน แต่วันนี้ทุกอย่างยุติลงแล้วด้วยคำวินิจฉัยนี้ ซึ่งพรรคก็น้อมรับ สมาชิกพรรคที่สิ้นสมาชิกภาพตามคำสั่งของ คสช. แต่เราเชื่อว่าจะไม่สิ้นสุดความผูกพันระหว่างพี่น้องประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อศาลตัดสินออกมาเช่นนี้แล้ว เราก็เคารพ และต้องว่าตามที่ศาลสั่ง แม้ว่าเดิมพรรคมีสมาชิกพรรค 2.4 ล้านคน ถ้าไม่มีคำสั่งที่ 53/2560 ก็ยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่หรือยังมีสิทธิ์เป็นสมาชิกพรรคต่อได้อีก 4 ปี แต่เมื่อมีคำสั่งนี้ออกมา และไม่สามารถยืนยันตนได้ภายในวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา สมาชิกภาพก็สิ้นสุดลง ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะคืนความเป็นสมาชิกพรรคได้อีกเมื่อใด จึงเป็นภาระอย่างยิ่งต่อสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อศาลชี้ว่าไม่เป็นภาระทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นภาระ เราก็ยินดีน้อมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความคืบหน้าการประกาศใช้กฎหมายลูก 2 ฉบับ หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งเรื่องมาแล้ว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ว่าเสนอมาแล้วเมื่อไม่ขัดแย้ง ก็ต้องดำเนินการเลือกตั้งทันที โดยกฎหมายได้เขียนไว้อยู่แล้ว คำสั่ง ม.44 ก็มีอยู่ เลือกตั้งก็ต้องเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.2562 ไม่ต้องมาถามตรงนี้ มันเป็นตามขั้นตอนอยู่ เลือกตั้งอย่างไรก็ ก.พ. พูดยืนยันแบบนี้
สำหรับความคืบหน้ากฎหมายการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นทั้ง 6 ฉบับนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ สนช. ส่วนจะเลือกตั้งได้หรือไม่ได้นั้น ถ้าเรียบร้อยทุกอย่างก็เลือกตั้งได้&amp;nbsp;
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวประเด็นนี้ว่า ได้พยายามเร่งแก้ไขกฎหมายทั้ง 6 ฉบับให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งหากกฎหมายเสร็จเร็ว มีช่องให้เลือกตั้งท้องถิ่น ก็น่าจะทำได้ เพราะไทม์ไลน์ของเลือกตั้งใหญ่นั้นมีแน่นอนอยู่แล้ว ใน 45 วันก็พร้อมทำได้เลย โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นน่าจะเป็นก่อนสิ้นปี เพราะโรดแมปกำหนดว่าการเลือกตั้งใหญ่ต้องมีขึ้นในต้นปีหน้า&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่เกรงว่าหากเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้งใหญ่ในเวลาใกล้กัน แล้วจะเกิดความวุ่นวาย นั่นก็เป็นแนวความคิด ดังนั้นต้องมีระยะที่พอดี แต่ก่อนอื่นต้องดูความพร้อมของกฎหมาย ถ้าเสร็จเร็ว และมีช่วงว่างมาก แล้วห่างกันซักหน่อยหนึ่งก็น่าจะดี ไม่วุ่นวาย ประชาชนจะได้ไม่สับสน ทั้งนี้ โดยส่วนตัวคิดว่ามีความพร้อม และหากเลือกได้บางส่วนอย่างที่ว่าไว้ ถ้าทำได้ก็ทำ&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์ระบุ
ไม่ให้ราคาอนาคตใหม่
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐคุกคามสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ว่า ขอถามว่าเขาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ใครจะไปแตะต้องเขาได้ และไม่ได้ให้นโยบายว่าจะต้องไปติดตาม แต่ถ้าเขามีปัญหา ก็ต้องมีคนไปเตือน หรือแจ้งว่าไม่ควรทำ เพราะวันข้างหน้าก็ผิดกฎหมายได้ ถ้าเขาไม่เตือนจะเป็นอย่างไรต่อไป เขาก็ออกมาด่าไปเรื่อย โขมงโฉงเฉง บางคนก็บอกว่ารัฐบาลไม่เอาจริง ทำไมปล่อยให้คนพวกนี้ด่าอยู่ได้
&amp;ldquo;นี่แหละรัฐบาล ไม่ได้พยายามใช้กฎหมายเต็มที่ แต่ก็อาจจำเป็นถ้าสถานการณ์รุนแรงมากกว่านี้ คนบางคนไม่ควรมีสิทธิ์มาพูดในสื่อโซเชียลฯ อีกแล้ว ผมถามว่าจะไปขยายความให้เขาทำไม ในเมื่อความผิดชัดเจนอยู่หลายคน อย่ามองแค่ประเด็นความเป็นเด็ก เป็นนักศึกษา แล้วผิดมากี่ครั้ง สังคมเขาเบื่อหน่ายหรือไม่ ถ้าสังคมเห็นชอบดีงาม จะทำอะไรก็ทำ ผมไม่ยุ่ง แต่บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ขอฝากไว้ด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมอ่านแถลงการณ์หน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ว่า ต้องถามว่ามากันกี่คน ถ้ามาจำนวนมากก็ไม่สามารถทำได้ และถ้าเป็นเรื่องของการเมืองก็ไม่ควรมาเกิน 5 คน ถ้ามาไม่เกิน 5 คนฝ่ายความมั่นคงก็ไม่ต้องไปจับตาอะไร&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หากแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งมาอ่านแถลงการณ์เพียง 3 คน แต่มีประชาชนมาดู มาให้กำลังใจ ทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้ เพราะถือว่ามีส่วนร่วมด้วย ส่วนตำรวจจะจับกุมทันทีเลยหรือไม่นั้น ไม่รู้&amp;nbsp;
พล.อ.วัลลภกล่าวเรื่องนี้ว่า ต้องดูกรอบของกฎหมาย ถ้าเป็นการทำโดยบริสุทธิ์สุจริตก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะขัดต่อคำสั่งหัวหน้า คสช.หรือไม่ ไม่แน่ใจ แต่ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลตามปกติ เช่นที่เคยดูแลการชุมนุมในครั้งก่อนๆ&amp;nbsp;
ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมเห็นชอบในหลักการร่างยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ แต่เนื่องจากที่ประชุมมีข้อสังเกตและความเห็นหลายประการ ที่ประชุมจึงมอบหมาย สศช.ให้รวบรวมความเห็นของ ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ครบภายในเวลา 18.00 น. จากนั้นให้ปรับแก้ก่อนส่งให้ สนช.พิจารณา โดยไม่ต้องนำกลับมาเข้าที่ประชุม ครม.อีก
&amp;ldquo;ครม.ใช้เวลาพิจารณายุทธศาสตร์ชาตินานถึง 40 นาที โดยนายกฯ ซักอย่างละเอียด เช่น ดัชนีชี้วัดการทำงานของรัฐบาลในวันข้างหน้า ต้องต่างไปจากอดีตที่เมื่อพรรคการเมืองเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว จะเสนอนโยบายขายฝันให้ประชาชน ซึ่งต่อไปจะทำไม่ได้ พรรคการเมืองต้องนำแผนแม่บท แผนของหน่วยงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติมาพิจารณา ทุกรัฐบาลต้องดำเนินการตามแผนแม่บทนั้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้แปลร่างยุทธศาสตร์ชาติเป็นภาษาอังกฤษด้วย&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10774</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการเลือกตั้ง, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย, ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1696d567f4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พา’อดีตบีอาร์เอ็น’กลับบ้านอีก 2 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 &amp;ndash; พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 &amp;nbsp;เดินทางไปยังศูนย์อาชาบำบัดกองทัพบก ม.2 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน ที่ &amp;nbsp;4409 เพื่อรับตัวผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านจำนวน 2 คน ที่ติดต่อขอเข้ามอบตัวและเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการทางกฎหมาย คือ นายอับดุล รอเซะหยีกะจิ อายุ 60 ปี อดีตกลุ่มบีอาร์เอ็น &amp;nbsp;เป็นคน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลบหนีเข้าอยู่มาเลเซียมา 30 ปียึดอาชีพแบกข้าวสาร ถูกข้อหาเคยฆ่าคนตายเมื่อปี 2529 &amp;nbsp;และนายอาลีย๊ะ &amp;nbsp;อามิง อายุ 36 ปี อดีตกลุ่มบีอาร์เอ็นเช่นกัน เป็นคนพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา หลบหนีเข้าอยู่มาเลเซียมา 5 ปี &amp;nbsp;ยึดอาชีพกรีดยาง เคยร่วมก่อเหตุหลายครั้ง ปี 2556-2558 &amp;nbsp; มีหมาย ป.วิอาญา จำนวน 1 หมาย &amp;nbsp;คดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา &amp;nbsp;โดยทำหน้าที่ ชี้เป้าหมาย จนนำไปสู่การออก หมาย ป.วิอาญาปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ดำเนินโครงการพาคนกลับบ้านอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพียงแค่เปิดใจและหันมาพูดคุยกันโดยไม่ต้องมีความหวาดระแวงต่อกัน ซึ่งผู้ประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 092 532 4989 และหน่วยงานราชการใกล้บ้าน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็จะดูแลในด้านการประกอบอาชีพ ซึ่งทางภาครัฐได้เตรียมอาชีพต่างๆ รองรับ ไว้แล้ว พร้อมทั้งให้การดูแลถึงครอบครัวด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรง, บีอาร์เอ็น, ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, แม่ทัพภาคที่ 4, โครงการพาคนกลับบ้าน, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adbfd89303a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มทภ.4&#039;เยี่ยมชมป่าชุมชนบ้านต้นตาลยี่งอ จ.นราธิวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.61-พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะ เดินทางไปยังหมูบ้านต้นตาล หมู่ 2 ต.จอเบาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เพื่อเยี่ยมชม โครงการป่าชุมชนบ้านต้นตาล โดยมี นาวาเอกเลอศักดิ์ คชนันทน์ ผู้บังคับการ กรมหน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และนาวาเอกบุญเกิด มูลกัน ผู้บังคับการ กรมทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ พร้อมด้วยกลุ่มชาวบ้านในโครงการป่าชุมชนบ้านต้ตาล ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เยี่ยมชม ฝายชะลอ จัดทำขึ้นมา ซึ่งจัดทำขึ้นมาเป็นชั้น ๆ โดยอาศัยความสามัคคีของคนในชุมชม ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและใช้วัสดุก่อสร้าง ที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อกักเก็บน้ำและสร้างความชุมชื้น ในรอบบริเวณป่า ที่จดทะเบียนเป็นป่าชุมชน บนเนื้อที่ : 173 ไร่ 2 งาน 0 ตารางวา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบูงอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าวว่า โครงการป่าชุมชนบ้านต้นตาลเป็นการริเริ่มโดยคนในพื้นที่ชุมชน เป็นสิ่งที่ชาวบ้านทำขึ้นมา ด้วยความจริงใจ และหวงแหนทรัพยากรในพื้นที่บ้านเกิดเมืองนอน ถือได้ว่ากลุ่มชาวบ้านมีความรู้ความสามารถ ทำได้ดี ทางกองทัพภาคที่ 4 พร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มที่ และจากการดูพื้นที่ บางส่วนเหมาะกับการปลูก พันธ์ไผ่ จึงจะให้การสนับสนุนพันธ์กล้าไผ่ตง ซึ่งมีประโยชน์มากใน อนุรักษ์ธรรมชาติ ป้องกันพังทลายของดินและอื่นๆแล้วมากมาย และยังสามารถนำมาขาย ไม่ว่าจะเป็นลำต้น หน่อไม้ จะขายดิบหรือแปรรูป มาจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ในอนาคต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5310</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, ต้นไผ่, พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, มทภ.4, อ.ยี่งอ, โครงการป่าชุมชนบ้านต้นตาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf37db4d22b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
