<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าแจงเหตุทหารพรานยิงปืนพลาดไปถูกรถบัส สั่งปลดออกจากราชการแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ก.ย. 63 -เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงชี้แจง เหตุการณ์เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานได้เกิดอาการคลุ้มคลั่งและยิงปืนภายในฐานปฏิบัติการและกระสุนพลาดไปถูกรถบัสชาวบ้านขณะขับผ่านจุดเกิดเหตุ เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณฐานปฏิบัติการ ร้อย.ทพ.4216 หมู่ 5 ต.สาบัน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.2563)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้เร่งติดตามผู้ก่อเหตุเพื่อดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาขั้นเด็ดขาด โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้เรียบร้อยแล้ว บริเวณด่านตรวจเกาะหม้อแกง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังขับรถยนต์ส่วนตัวหลบหนีออกจากฐานปฏิบัติการ เบื้องต้น ได้นำตัวมาควบคุมไว้ยังหน่วย ทราบชื่อ คือ อส.ทพ.กสานดิ์ หนุดหล่ะ สังกัด ร้อย ทพ.4216 จากการสอบสวนเบื้องต้น อส.ทพ.กสานดิ์ฯ ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริงเนื่องจากเกิดความเครียดจากปัญหาภายในครอบครัว จนเกิดอาการคลุ้มคลั่งและได้ยิงปืนในฐานปฏิบัติการทำให้กระสุนพลาดไปโดนรถบัส ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นรถรับส่งนักเรียน โดยขณะเกิดเหตุได้ส่งนักเรียนเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และรถบัสพบว่า มีความเสียหาย จากรอยกระสุนที่พลาดไปโดน จำนวน 3 รอย และไม่มีนักเรียนอยู่ในภายรถ เป็นรถบัสเปล่าที่กลับจากส่งนักเรียนตามบ้านเป็นที่เรียบร้อย และขับผ่านมายังบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น อย่างไรก็ตามหน่วยจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดกับผู้ที่ก่อเหตุ เพื่อลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาด และได้นำตัวส่งสถานีตำรวจในท้องที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา เบื้องต้นขณะนี้ได้สั่งปลดออกจากราชการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะเกิดจากสาเหตุปัญหาส่วนตัว แต่ได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อความรู้สึก และความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน และอาจเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มที่ไม่หวังดีนำไปบิดเบือนโจมตี เพื่อสร้างความเกลียดชัง ดังที่ปรากฏให้เห็นอย่างกว้างขวางในห้วงที่ผ่านมา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรม และจะไม่ปกป้องกำลังพลผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด โดยจะลงโทษวินัยขั้นสูงสุดและหากพบมีความผิดทางอาญาก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ปกครองนักเรียนที่มีความกังวลกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขอชี้แจงสร้างความมั่นใจให้ทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวจากความเครียดปัญหาครอบครัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความมั่นคงแต่อย่างใด และไม่ได้มุ่งหวังจะทำร้ายชีวิตของผู้ใด จากนี้ก็จะได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองให้เกิดความมั่นใจต่อไป ยืนยันไม่มีการกราดยิงตามที่มีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีการกำชับกำลังพล ที่จะออกปฎิบัติราชการภาคสนามมาโดยตลอด ให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ ทั้งยังมีการคัดกรอง อบรม ให้ความรู้ แก่ผู้จะลงมาปฏิบัติหน้าที่ทั้งเรื่อง สุขภาพร่างกาย จิตใจ ตลอดจนบริบทในพื้นที่ จึงขอให้มั่นใจว่า กอ.รมน.ภาค 4 สน.จะไม่มีการปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด และพร้อมที่จะดำเนินการทั้งทางวินัยทหารด้วยการปลดออกจากราชการและดำเนินคดีอาญาให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77124</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ฐานปฏิบัติการ ร้อย.ทพ.4216, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b045a17573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ใครจะได้เป็น ผบ.ตร.&amp;quot;??? คำถามยอดฮิตในแวดวง สีกากี ช่วงนี้ แม้หลายกระแสจะฟันธง บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.คุมงานความมั่นคง นรต.36 รุ่นเดียวกับ ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวัน และยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.20 กับ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มีแรงหนุนเต็มที่ น่าจะแตะมือต่อไม้ เพื่อนแป๊ะ เป็น ผบ.ตร.คนที่ 2&amp;nbsp; ของรุ่น 36 แต่ยิ่งใกล้วันประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่ นายกฯ ตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมจะไปเป็นประธาน วันที่ 28 ส.ค. ก็ดูเหมือนฝุ่นยิ่งตลบ กรมปทุมวัน เพราะมีชื่อ บิ๊กใหม่-พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ถูกปั่นกระแสขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญ ถึงขนาดแซงหน้า บิ๊กนู-พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. นรต.38 ที่เคยเป็นแคนดิเดตคู่กับ บิ๊กปั๊ด มาตลอดหลายเดือนเลยทีเดียว ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เก้าอี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ ผบช.น. ก็เป็นอีกหนึ่งตำแหน่ง ที่เข้าสู่โค้งสุดท้ายการแต่งตั้งนายพลระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2563 ฝุ่นตลบไม่แพ้กัน เดิมเก้าอี้แม่ทัพนครบาล ของ บิ๊กอู๊ด-พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา เสริมใยเหล็กแข็งโป๊ก พอจู่ๆ มาเกิดเหตุยิงกันภายในบ่อนพระราม 3 จนมีผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย และ 1 ในนั้นเป็นตำรวจระดับสารวัตรโรงพักในนครบาล ก็มีข่าวการปรับ โผนายพล จะขยับ บิ๊กอู๊ด ให้พ้นจากเมืองหลวง เพื่อลดกระแสแรงกดดันทางสังคม สูตรแรกขยับดันขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. และโยก พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.มาเป็น ผบช.น.แทน แต่พอหินถูกโยนออกไปแรงกระเพื่อมแรงเกินต้านทาน เลยเปลี่ยนใหม่จะโยก บิ๊กหนุ่ม-พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6 นรต.36 มาเป็น ผบช.น. สลับให้ บิ๊กอู๊ด ไปเป็น ผบช.ภ.6 กระทั่งไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีข่าวทุกอย่างเคลียร์แล้ว บิ๊กอู๊ด ยังนั่งเก้าอี้ ผบช.น. ตามเดิม บิ๊กหนุ่ม ก็เป็น ผบช.ภ.6 เหมือนเดิมเช่นกัน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่มีคำชี้แจงจาก ผบ.แป๊ะ ในฐานะผู้นำสีกากี หลังจาก วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน คดีบอส กระทิงแดง ออกมาเปิดข้อมูลเรื่องที่ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบช.สกบ. อดีตผู้การกองการต่างประเทศ เป็นผู้ติดต่อกับอินเตอร์โพลในการออกหมายแดงเพื่อจับ วรยุทธ อยู่วิทยา กระทั่งถูกย้ายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไปแขวนที่กองบังคับการประจำ จ.นครราชสีมา ก่อนมาอยู่กองบังคับการกฎหมายและคดี และถูกดันขึ้น รอง ผบช.สกบ. หน้างานที่ไม่ถนัด รวมทั้ง อาจารย์วิชา ยังฝากสื่อมวลชนช่วยจับตาดูเรื่องการโยกย้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสัปดาห์หน้าว่า พล.ต.ต.อภิชาติ จะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ด้วย&amp;nbsp; เพราะการออกมาระบุเช่นนี้นับว่ากระเทือนกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ในทำนองไม่มีความเป็นธรรม ทั้งๆ ที่ ผบ.แป๊ะ ยืนยันมาตลอด 4-5 ปีที่นั่งบนเก้าอี้ ผบ.ตร. เป็นผู้ทำบัญชีแต่งตั้งเองทั้งหมด และทำด้วยความเป็นธรรมและเหมาะสม ดังนั้นกรณีนี้ ผบ.แป๊ะ คงต้องมีคำอธิบาย ไม่เช่นนั้นถึงจะเกษียณราชการไปแล้ว ก็จะกลายเป็นรอยด่างไม่สง่างาม ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เงียบกริบไปแล้วกระแส &amp;quot;ยี้&amp;quot; จากเหล่าสีกากี ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้ง ตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เข้ามาเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่มี &amp;quot;นิโรธ สุนทรเลขา&amp;quot; เป็นประธาน เพราะทุกวันนี้ ตั๊น-จิตภัสร์ ก็ทำหน้าที่รอง กมธ.ตำรวจต่อเนื่อง ล่าสุดก็ไปร่วมกับ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย,&amp;nbsp; พล.ต.ต.โชคชัย เหลืองอ่อน, พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร&amp;nbsp; ผกก.สน.บางยี่ขัน กก.ตร. และประชาชนในพื้นที่เปิดโครงการ ชุมชนสีขาว ต้านยาเสพติด ที่ศาลาศึกษาธรรม วัดดาวดึงษาราม แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ อย่างขยันขันแข็ง ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้ตำรวจเหมือนอย่างที่พวกปั่นกระแสต้านกังวล ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนที่จะนำ โผทหาร ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ปีนี้เรียกได้ว่าเข้มข้น-ดุเดือด ในทุกเหล่าทัพ ไล่ตั้งแต่กองทัพบก การจัดทัพ 5 เสือ ทบ.ครั้งนี้ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไม่ได้จับวางอย่างใจนึก ต้องมีการจัดสมดุลลดความขัดแย้งในช่วงสถานการณ์ที่กองทัพต้องเจอกับการตรวจสอบอย่างหนักหน่วงจากฝ่ายการเมือง ก่อนที่จะเคาะชื่อ บิ๊กบี้-พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) นายทหารที่ทำหน้าที่ รอง ผบ.หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904) หรือ ทหารคอแดง ที่ได้มีการวางตัวไว้ตั้งแต่ต้น ทว่ามาสะดุดเมื่อมีชื่อของ บิ๊กเล็ก-พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. ที่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องการให้มีการพิจารณาเรื่องผลงานและอาวุโสเข้ามาแคนดิเดตด้วย ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่ลงมาที่ระดับกองทัพภาค ก่อนที่จะมีชื่อ บิ๊กต่อ-พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 บิ๊กหม่อง-พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กลับไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 บิ๊กโชค-พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 เคเค-พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ก็มีการขยับปรับทัพอยู่หลายรอบ เพราะบนหน้าตักของ บิ๊กแดง ยังมีเพื่อนนายทหารจากเตรียมทหาร 21 (ตท.21) ที่ต้องแบ่งเค้กให้ ทำให้การจัดโผกับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ว่าที่ ผบ.ทบ. ตท.22 จึงเกิดการเบียดชิงกันหลายตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งในสายของ บูรพาพยัคฆ์ เองที่ บิ๊กแดง ก็เกรงใจ นายกรัฐมนตรีจะไปหักหรือเปลี่ยนธงมาให้ วงศ์เทวัญ ก็คงเป็นเรื่องน่าหนักใจ ๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 มีทั้งทหารเสือราชินี และบูรพาปราจีณฯ ได้กลับมาเข้าไลน์ในตำแหน่งคุมกำลังอีกครั้ง ได้แก่ พล.ท.เจริญชัย ซึ่งเป็นอดีตผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จากแม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 และมี บิ๊กโต-พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รองแม่ทัพภาคที่ 1 มาเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 โดยมีชื่อของ ผู้การใหญ่-พ.อ.อมฤต บุญสุยา รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ไปเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) ในขณะที่ พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผบ.พล.ร.2 รอ. และ พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผบ.พล.ร.9&amp;nbsp; เข้ามาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กองทัพภาคที่ 2-3-4 ยังเป็นไปตามสูตรที่ บิ๊กแดง วางไว้ โดยคืนสัญญาให้ พล.ท.ธเนศ&amp;nbsp; วงศ์ชะอุ่ม ที่เดิมดำรงตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 2 เข้ามาเป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก 1 ปี ได้กลับไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ขณะที่ พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 หลังจากมีแรงเสียดทานระหว่างแม่ทัพใหญ่และแม่ทัพน้อยมาพอสมควร ทำให้คู่ชิงอย่าง บิ๊กโม-พล.ต.จิรเดช&amp;nbsp; กมลเพ็ชร รองแม่ทัพภาคที่ 3 ต้องไปนั่งเก้าอี้ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าแทน เช่นเดียวกับกองทัพภาคที่ 4 ที่ชื่อของ พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp; จากการผลักดันของ บิ๊กเดฟ-พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 โดยที่ พล.ท.สิทธิพร มุสิกะสิน แม่ทัพน้อยที่ 4 ที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ผลักดันต้องหลุดโผในโค้งสุดท้าย ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75246</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.จิรเดช  กมลเพ็ชร, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์, พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม, พล.ท.ธเนศ  วงศ์ชะอุ่ม, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ท.สิทธิพร มุสิกะสิน, พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่านนท์ยกเลิกผ่อนปรน &#039;ภูเก็ต&#039;ป่วยเพิ่มอีก10ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ นนทบุรีถอยยกเลิกผ่อนปรน 38 สถานที่ให้ทำมาหากิน ให้เปิดเฉพาะศูนย์โทรศัพท์ในห้าง ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 10 รายอยู่ในพื้นที่บางเทาทั้งหมด ปัตตานีปิด 3 ตำบลหลังป่วยเพิ่ม 5 คน แม่ทัพภาค 4 พร้อมรับเปิดด่านไทย-มาเลย์ สกัดทุกช่องนำคนเข้าระบบคัดกรอง ผู้ป่วยรายที่ 5 ขอนแก่นอาการหนักปอดหายเกินครึ่ง ไล่เช็กไทม์ไลน์หากลุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ชี้แจงถึงกรณีได้ออกคำสั่งจังหวัดนนทบุรี ที่ 1072/2563 เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 9) ผ่อนปรนเปิด 38 &amp;nbsp;สถานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ ร้านตัดผม เสริมสวย (เฉพาะทำผม) ร้านรับส่งพัสดุ แผงค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ร้านวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน ร้านวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือ/ระบบสื่อสาร ร้านขายซ่อมอุปกรณ์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว ตั้งแต่วันที่ 15 &amp;nbsp;เม.ย.เป็นต้นไป แต่ภายหลังได้ออกคำสั่งฉบับที่ 10 ให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว แต่ให้เปิดได้เฉพาะศูนย์โทรศัพท์ในห้างเท่านั้น เริ่มวันที่ 15 เม.ย.63 และคงคำสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนถึงวันที่ &amp;nbsp;30 เม.ย.63 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุจินต์กล่าวว่าต้องการจะเปิดเพื่อทดลอง เพราะสถานที่ดังกล่าวทั้ง 5 ประเภทนั้นคนไม่เยอะ เราก็เฝ้าระวังได้ง่าย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์อยู่ติดกัน รวมทั้งวัสดุก่อสร้าง &amp;nbsp;ร้านตัดผมและเสริมสวย ไม่มีข้อตกลงกับใคร แค่อยากทดลองระบบ ไม่ใช่เอาชีวิตคนมาทดลอง แต่เป็นพื้นที่ที่ควบคุมง่ายกว่าตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตที่คนยังเข้าไปใช้เป็นจำนวนมาก จะเน้นด้านการใช้หน้ากากอนามัย การใช้เจล การทำความสะอาดล้างมือ แต่เมื่อมีเสียงสะท้อนจากประชาชน รวมทั้งผู้ใหญ่ได้ให้คำแนะนำมา ยอมรับอาจไม่รอบคอบพอ จะทำไปพร้อมๆ กันในวันที่ 30 เม.ย.นี้ จึงเอากลับมาทบทวนและยกเลิก และขออภัยผู้ประกอบการและประชาชนที่ทำให้ไม่สบายใจ ตนก็เป็นทุกข์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;ว่ามีผู้ป่วยยืนยันแล้วจำนวน&amp;nbsp;188&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;(รายใหม่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย)&amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย ทั้งหมดเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พักอาศัยในบ้านเดียวกัน ทำงานในที่เดียวกันกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ ในพื้นที่บางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์การปฏิบัติร่วมกันเพื่อยุติสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19 ครั้งที่ 2/2563 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต ว่าได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เข้มข้นมาอย่างต่อเนื่อง ผลปรากฏว่าอัตราการพบผู้ป่วยติดเชื้อต่อวันลดลงอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.IMPORT CASE หรือการเข้ามาใหม่ของกลุ่มคนที่มีสภาวะเสี่ยง 2.กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับซอยบางลา ตำบลป่าตอง และ 3.กลุ่มใหม่ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล ทั้งนี้จังหวัดมีเป้าหมายยุติสถานการณ์ COVID-19 ภายในวันที่ 30 &amp;nbsp;เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนต่างชาติที่ยังตกค้างในภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตได้ทำการสำรวจสัญชาติต่างๆ รวมจำนวน 4,117 คน กระทรวงมหาดไทยรายงานว่ามีชาวอเมริกันรอกลับประเทศ 1,327 คน อาจต้องเตรียมการไปขึ้นเครื่องบินที่กรุงเทพฯ หรืออาจบินลงมารับที่ภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 10 รายอยู่ในพื้นที่บางเทา ตำบลเชิงทะเล เป็นเครือญาติกันและเป็นเพื่อนบ้าน ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุ 97 ปีรวมอยู่ด้วย โชคดีที่เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการ ทั้งนี้การจัดการโรคโควิด-19 ในพื้นที่บางลา ป่าตอง สามารถดำเนินการได้หมดแล้ว ส่วนพื้นที่บางเทาเป็นชุมชน มีวิถีชีวิตประจำวัน ในการเปลี่ยนวิถีชีวิตของชุมชนนั้นค่อนข้างยาก หากมีผู้ป่วยต้องรีบนำตัวออกจากชุมชนเข้าไปยังสถานที่กำหนดไว้ จึงต้องเร่งดำเนินการค้นหาผู้สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ ทำการตรวจคัดกรองให้ครอบคลุมทุกราย
ติดเชื้อ 5 รายปิด 3 ตำบล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย รวมมียอดผู้ป่วยสะสม&amp;nbsp;82&amp;nbsp;ราย เป็นคน อ.ทุ่งยางแดง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมกิจกรรมทางศาสนาและสัมผัสตัวกัน และ อ.ยะรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย โดยเป็นผู้ที่สัมผัสบุคคลที่ติดเชื้อ ขณะนี้ได้มีการปิด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดงแล้ว เพื่อดำเนินการคัดกรองสอบสวนชาวบ้านทุกคนอย่างเข้มข้นที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามกีฬากลางจังหวัดปัตตานีได้เตรียมจัดสถานที่รองรับกลุ่มคนไทยที่จะกลับจากประเทศมาเลเซียในวันที่ 18 เม.ย. โดยสามารถรองรับการตรวจคัดกรองไม่ต่ำกว่าวันละ 300 &amp;nbsp;คน โดยนายชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เมื่อคัดกรองเสร็จจะให้ผู้มีเหตุอันสงสัยว่าจะติดเชื้อไปพักที่โรงยิมสนาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะรอผลตรวจ 1-2 วัน และเมื่อผลออกมาแล้วจะแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ติดเชื้อโควิด-19 นำไปพักที่โรงพยาบาลสนามที่ ต.บานา ส่วนคนที่ผลออกมาเป็นลบจะให้กลับไปกักตัวที่อำเภอที่ได้รองรับไว้ในแต่ละอำเภอ นอกจากนี้กลุ่มที่ไม่มีอาการป่วยจะให้อำเภอนำตัวไปกักกันตัวที่ทางอำเภอเตรียมไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ยอดผู้ป่วยสะสมยังอยู่ที่&amp;nbsp;56&amp;nbsp;คน เป็นผู้ป่วยทั่วไป&amp;nbsp;37&amp;nbsp;คน ซึ่งนิ่งและไม่เพิ่มมา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;วันแล้ว และผู้ป่วยกลุ่มดาวะห์ที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;19&amp;nbsp;คน ซึ่งยอดนิ่งแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลคือ จะมีแรงงานไทยจากประเทศอินโดนีเซียเดินทางกลับประเทศทางด่านพรมแดนสะเดา เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เม.ย.นี้อีกกว่า&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;คน รวมถึงแรงงานไทยจากมาเลเซียที่จะเดินทางกลับมาด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่าจะมีจำนวนคนทะลักเข้ามาในพื้นที่กว่าแสนคนในการเปิดด่านไทย-มาเลเซีย ในวันที่ 18 เม.ย.ว่า ไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจากการทำงานมาหลายสัปดาห์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานทูตได้เปิดการลงทะเบียนออนไลน์และการให้มารายงานตัวด้วยตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ภาคประชาสังคมและประธานกลุ่มอาสาสมัครคนไทยในต่างแดนลงพื้นที่สำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่าตัวเลขที่ยืนยันมีจำนวนไม่เกิน 8,000 คนที่ขอเข้าประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) &amp;nbsp;กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางการกลับมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจนในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;5 &amp;nbsp;ช่องทาง วันละ 150 คน แต่ละจังหวัดได้เตรียมการไว้แล้ว แต่มาตรการที่ดีที่สุดคือคนไทยควรคงอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านไว้ก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากสถานการณ์คลี่คลายก็สามารถทำงานต่อได้ทันที ทั้งนี้รัฐบาลไทยก็ยังคงมีมาตรการดูแลคุณภาพชีวิตแม้จะอยู่ในต่างแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการหารือร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ มีสถานทูต สถานกงสุล ภาคประชาสังคม และผู้ประกอบการที่มีประธานกลุ่มในทุกรัฐเร่งดำเนินการลงทะเบียนเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ได้เตรียมตัวและประสานกับทุกจังหวัดในชายแดนภาคใต้ และได้ร่วมกับ ศอ.บต.ตั้งกองอำนวยการร่วมเพื่อเป็นมาตรฐานร่วมกับทุกจังหวัด ทุกคนที่ผ่านเข้ามาต้องมีการคัดกรองและแยกเป็นรายจังหวัด &amp;nbsp;ส่วนด้านกำลังทหาร กองร้อยป้องกันชายแดน ทหารราบต่างๆ ทำงานตรวจทุกช่องทาง หาการลักลอบเข้ามาด้วยแบบว่ายน้ำมาหรือล่องเรือข้ามมา เมื่อจับได้จะดำเนินการตามกระบวนการเปรียบเทียบปรับ &amp;nbsp;หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายและเข้ากระบวนการของจังหวัด
ผู้ป่วยขอนแก่นอาการหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;รายที่ 5 ของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นหญิงวัย 63 ปี ชาวบ้านกุดน้ำใส หมู่ที่ 1 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชายโชติกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการสอบสวนโรคทราบว่าผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำพอง และมีลูกชายเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งลูกชายเป็นบุคคลประเภทที่ 3 (สาวประเภท 2) เดินทางกลับจากประเทศบาห์เรนกับเพื่อน 3 คน โดยเพื่อนตรวจสุขภาพไม่ผ่าน 2 คน แต่ลูกชายของผู้ป่วยตรวจผ่านจึงได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยและเดินทางถึงที่บ้านเกิดวันที่ 28 ก.พ.63 และกักตัวตามมาตรการป้องกัน ต่อมาวันที่ 6 มี.ค. ลูกชายผู้ป่วยเดินทางไปพัทยาและกลับบ้านวันที่ 18 มี.ค.63 และกักตัวอีกครั้งจนครบ 14 วันโดยไม่มีอาการใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งวันที่ 1 เม.ย.63 ผู้ป่วยรายที่ 5 ซึ่งเป็นแม่มีอาการเริ่มต้นจึงเดินทางมารับบริการที่ รพ.สต.กุดน้ำใส ด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว มีน้ำมูกใส และได้ให้ประวัติกับแพทย์ว่าลูกชายเพิ่งกลับมาจากประเทศบาห์เรนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และตรวจโรคผ่านแล้ว แพทย์จึงให้ยาตามอาการ แต่อาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยมีไข้ จึงไปพบแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่งในตลาดน้ำพองวันที่ 5 เม.ย.63 ซึ่งรับประทานยาต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 8 เม.ย. อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงเดินทางแอดมิตที่โรงพยาบาลน้ำพอง ด้วยอาการไข้ อ่อนเพลีย หายใจไม่สะดวก มีปอดอักเสบ บวกกับคนไข้มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลน้ำพองจนถึงวันที่ 13 เม.ย.63 ก่อนจะส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชาญชัยกล่าวว่า เราอาจจะถูกหลอกให้เข้าใจว่าผู้ป่วยรายนี้ติดจากลูกที่กลับมาจากบาห์เรน &amp;nbsp;เพราะว่าลูกกลับมาจากบาห์เรนนานเกิน 1 เดือน จึงตัดประเด็นนี้ทิ้งไป และเชื่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ลูกเดินทางกลับมาจากพัทยา ซึ่งจากการสอบสวนโรคจากตัวผู้ป่วยทำให้ข้อมูลในส่วนนี้หายไป เพราะแม่ไม่ทราบว่าลูกไปพัทยาต่อ และได้สอบสวนโรคจากตัวลูกของผู้ป่วยทำให้ทราบว่า หลังจากกลับจากพัทยาก็มีอาการไข้หวัด แต่อาการไม่หนักและทานยาเองจนหาย ซึ่งคนที่มีเชื้อในตัวอาจจะไม่แสดงอาการ บางรายคนหนุ่มอาจจะเป็นไม่หนักและอาจจะหายแล้วเหมือนเช่นลูกของผู้ป่วยที่นำเชื้อมาแพร่ &amp;nbsp;พอเชื้อแพร่มาถึงแม่ซึ่งเป็นผู้ที่อายุเยอะและมีโรคประจำตัว ทำให้เชื้อแพร่ได้อย่างรวดเร็วและแสดงอาการหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาการล่าสุดของผู้ป่วยติดเชื้อรัสโควิด-19 รายที่ 5 นั้น อาการโดยรวมยังถือว่าหนักที่สุด เชื้อได้ทำลายปอดไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง หายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ปอดมีการอักเสบ พักรักษาตัวอยู่ในห้องความดันลบของโรงพยาบาลขอนแก่นโดยมีแพทย์ให้การรักษาอย่างใกล้ชิด&amp;quot; นพ.ชาญชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ได้เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ให้เข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมีมติให้เปิดหมู่บ้านท่าอ่าง ม.3&amp;nbsp;ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย ซึ่งครบกำหนดเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน หลังพบมีชาวบ้านติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา โดยประเมินทุกด้านแล้วปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมเหมะบุตร กองบัญชาการกองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังสุรนารี จากนั้นได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์ประสานงานพื้นที่ชายแดน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง โดยเฉพาะมาตรการป้องกันโรคของรถยนต์ที่ยังคงผ่านเข้าออกด้านชายแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการดำเนินการต่อแรงงานชาวกัมพูชาที่ต้องการเดินทางผ่านแดนกลับเข้าประเทศกัมพูชา ที่ยังคงตกค้างอยู่บริเวณตลาดช่องจอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ได้มีมาตรการเยียวยาพ่อค้าแม่ค้า ด้วยการงดเก็บค่าวางขายของ (ตั๋วตลาด) ค่าไฟฟ้า ค่ารักษาความสะอาด จากผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาขายสินค้าภายในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. - 15 มิ.ย.63.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63153</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95b7ef6cfbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยะลาคุมเข้มศูนย์ดาวะห์ มุกดาหารเร่งล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ตพบผู้ป่วยรายใหม่ 9 ราย แม่ทัพภาค 4 ตรวจเยี่ยมเช็กความพร้อม รพ.สนาม ไทยมุสลิมกลับจากอินโดฯ ยังเจอติดเชื้อเพิ่ม สงขลา 8 ปัตตานี 1 ยะลาอีก 6 ผู้ว่าฯ ปิดหมู่บ้านคุมเข้มศูนย์ดาวะห์ 24 ชม. มุกดาหารล็อกดาวน์สกัดคนแห่กลับช่วงเทศกาล บุรีรัมย์ห้ามจัดกิจกรรมสงกรานต์ นอภ.พนัสนิคมปัดข่าวเซียนมวยแพร่โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 เมษายน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งข้อมูลสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-9 เม.ย.2563 มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 170 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย และจากการตรวจเชิงรุก 4 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อยืนยันทั้ง 9 ราย รับไว้รักษาตัวที่โรงพยาบาล และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค ทั้งหมดเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยัน จากข้อมูลนี้จะเห็นได้ว่าโรคโควิด-19 นี้สามารถติดต่อจากคนไปสู่คนได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ที่เดียวกัน ทำงานใกล้ชิดกัน มีการพูดคุย สัมผัส หรือใช้สิ่งของร่วมกัน จึงอยากจะเน้นย้ำเรื่องมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ถึงแม้จะไม่มีอาการป่วย ก็ควรแยกตัวเองออกจากบุคคลอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมด่านตรวจท่าฉัตรไชยภูเก็ต โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 และโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 พร้อมทั้งได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโอกาสตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 (ศูนย์กีฬา PSU SPORT COMPLEX) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ของภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดภูเก็ต มีผู้ป่วยจำนวนสูงขึ้น ในเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นห่วงมาก รวมถึงอีก 3-4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเดินทางมาครั้งนี้ ในฐานะ กอ.รมน.ภาค 4 มาเพื่อติดตามว่าจะช่วยเหลือทางจังหวัดภูเก็ตได้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ความพร้อมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ที่หอประชุมศาลากลางหลังใหม่ รับได้ 110 เตียง ตอนนี้ใช้อยู่ 50 เตียง เพื่อมั่นใจว่ามีแผนรองรับอย่างดี ยืนยันว่าแพทย์สาธารณสุขของไทยไม่เป็นรองใครในโลกนี้ โดยเฉพาะภูเก็ต เป็นอันดับต้นของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่-นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา ซึ่งใช้เป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้มีการส่งตัวกลุ่มดาวะห์ที่เดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซียและถูกกักตัวอยู่ที่สนามกีฬาเมืองหลักพรุค้างคาว อ.หาดใหญ่ เข้ามารักษาเพิ่มอีก 8 คน หลังจากยืนยันผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19 จากที่ก่อนหน้านี้ได้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 และถูกส่งตัวมารักษาแล้ว 11 คน ทำให้ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 19 คน แต่มี 2 คนที่อาการทรุดเนื่องจากปอดบวมและมีไข้สูง จึงส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ทั้งนี้เหลือเพียง 3 คนที่ยังคงกักตัวเพื่อสังเกตอาการอยู่ที่สนามกีฬาเมืองหลักพรุค้างคาวเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ได้แพร่ระบาดของโรคในหลายอำเภอ และพบว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี จึงได้ออกคำสั่งให้ 23 หมู่บ้าน ใน 9 อำเภอ เป็นพื้นที่ที่มีการติดเชื้อโควิด-19 ห้ามประชาชนเข้า-ออกพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ หมู่ที่ 6 ต.นาประดู่ และหมู่ที่ 2 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ พื้นที่หมู่ที่ 4 ต.บางเขา หมู่ที่ 3 ต.ท่ากำชำ หมู่ที่ 1 ต.คอลอตันหยง และหมู่ที่ 4 ต.ตุยง อ.หนองจิก &amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่ 1,3,5 ต.เขาตูม หมู่ที่ 3, 4 ต.ปิตูมุดี หมู่ที่ 5 ต.ยะรัง หมู่ที่ 4 ต.สะดาวา และหมู่ที่ 5 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง &amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ไทรทอง และหมู่ที่ 3 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น พื้นที่หมู่ที่ 4 ต.มะนังดาลำ หมู่ที่ 8 ต.กะดุนง และหมู่ที่ 3 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี พื้นที่หมู่ที่ 8 ต.ตะลุโบะ อ.เมืองปัตตานี พื้นที่หมู่ที่ 2 ต.ตันหยงจึงงา &amp;nbsp;อ.ยะหริ่ง พื้นที่หมู่ที่ 5 ต.ลางา อ.มายอ และพื้นที่หมู่ที่ 6 (คุ้มบ้านกำปงบารู บ้านโต๊ะชูด) ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7-30 เม.ย.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 รายในอำเภอหนองจิก เป็นกลุ่มที่กลับมาจากอินโดนีเซีย ทำให้ยอดผู้ป่วยเพิ่มเป็น 67 คน
ยะลาคุมเข้มศูนย์ดาวะห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 6 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมที่ 77 ราย รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 49 ราย และรักษาหายแล้วจำนวน 26 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตยังคงที่ 2 ราย ทั้งนี้ นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ออกคำสั่งให้ควบคุมพื้นที่ชุมชนเพิ่มเติม คือพื้นที่หมู่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา ซึ่งเป็นชุมชนที่มีศูนย์ดาวะห์ หรือมัรกัส ที่ใหญ่ที่สุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปิดเส้นทางเข้า-ออกทุกเส้นทางในพื้นที่หมู่ 3 ให้มีเส้นทางเข้า-ออกชุมชนเพียงเส้นทางเดียว และให้กำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครหมู่บ้าน เข้าเวรยามตั้งด่านตรวจคัดกรองผู้เข้า-ออก และทำการปิดเส้นทางเข้า-ออกตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. ไปจนถึงวันที่ 25 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ปล่อยรถแห่ที่จะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เป็นภาษามลายูท้องถิ่น และภาษาไทย รณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับป้องกันและตระหนักถึงโรคระบาดโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่ 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กระบี่ ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศล็อกดาวน์ใน 8 อำเภอนั้น พบว่าที่ลานเทรับซื้อปาล์มน้ำมันในหมู่บ้านหนหนัง ม.3 ต.เขาคราม อ.เมืองฯ ของนายย่าโกบ กุลหลัง ได้ปิดไปโดยปริยาย เนื่องจากชาวสวนปาล์มที่ต้องการกันตัดปาล์มมาขาย ก็ไม่สามารถบรรทุกผลปาล์มมาขายให้ได้ ทั้งนี้ นายย่าโกบระบุว่า เดือดร้อนมาก หากเป็นไปได้อยากให้เจ้าหน้าที่เอาแท่งซีเมนต์ที่กั้นอยู่ปากทางออกเพื่อให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มนำผลปาล์มมาขายได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้เหตุผลว่า การปิดหรือยกเลิกด่านต้องให้จังหวัดเป็นคนประกาศ หรือผู้เดือดร้อนต้องแจ้งให้นายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้สั่งยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช รวมผู้ป่วยสะสม 7 ราย รักษาหายแล้ว 4 ราย รักษาอยู่โรงพยาบาล 3 ราย ส่งตรวจไม่พบเชื้อ 177 ราย รอผลตรวจ 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตราด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการปิดจังหวัดห้ามคนต่างพื้นที่เข้าจังหวัดตราดของผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ปรากฏว่ายังมีการลักลอบของประชาชนเข้ามาโดยผ่านช่องทางติดต่อกับจังหวัดจันทบุรี ที่บริเวณ ต.ประณีต ที่มีจำนวน 10 จุด ยกเว้นที่บ้านนาแกลง ต.ประณีต ที่ใช้เป็นที่ตั้งจุดคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้ทำการปิดกั้นด้วยแท่นปูนแบริเออร์ และแท่งพลาสติก ถังน้ำมัน และดินลูกรัง เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ข้างสวนสาธารณะเทศบาลเมืองพนัสนิคม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี นำรถพ่นฉีดยาฆ่าเชื้อ 2 คัน มาฉีดรอบเขตเทศบาลเมืองพนัสนิคม เนื่องจากชาวบ้านวิตกกังวลหลังมีข่าวพบเซียนมวยคนหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองพนัสนิคมเกิดล้มหมดสติขณะกำลังวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะ ทีมแพทย์นำไปตรวจพบว่าติดเชื้อโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม นายวิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพนัสนิคม &amp;nbsp;ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะได้มีการปิดสวนสาธารณะทั้งหมดหลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่อาจเป็นความเข้าใจผิด เพราะวันที่ 6 มี.ค. มีเซียนมวยป่วยจริง แต่ก็กักตัวและรักษาตัวจนหายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น, &amp;nbsp; พล.ต.ปราโมทย์ นาคจันทึก ผบ.มทบ.23 และ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นำคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น เข้าพบนายสมบัติ เพ็งพระจันทร์ กงสุลใหญ่ สปป.ลาว &amp;nbsp;ประจำ จ.ขอนแก่น ประเทศไทย พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมการให้บริการประชาชน ของคณะกรรมการโรคติดต่อ ให้กับชาวลาวและชาวต่างชาติที่เดินทางมาติดต่อขอรับเอกสารรับรองเพื่อขออยู่ต่อในประเทศไทย ภายหลังจากที่ไทยและ สปป.ลาวมีมติในการปิดด่านพรมแดนทุกจุด ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;จึงทำให้มีประชาชนชาวลาวตกค้างอยู่ในประเทศไทยจำนวนมาก
ล็อกดาวน์มุกดาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.มุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหารได้ประชุมร่วมกับนายอำเภอและกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งจังหวัด จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ถึงความจำเป็นที่จังหวัดมุกดาหารต้องดำเนินการปิดเส้นทางเข้า-ออกจังหวัดทุกช่องทาง โดยห้ามคนและรถโดยสารและรถรับจ้างทุกประเภทที่ไม่จำเป็นเข้าจังหวัดโดยเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 11-30 เม.ย. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ยังคงไม่ลดลง ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อแล้ว 4 ราย และทุกฝ่ายเชื่อว่าในช่วงสงกรานต์จะมีคนไทยบางส่วนที่จะเดินทางเข้ามาสู่จังหวัดมุกดาหารเพื่อเยี่ยมญาติตามประเพณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ส่งหนังสือที่ บร.0032/ว 2467 ลงวันที่ 10 เม.ย.2563 ถึงหัวหน้าส่วนราชการทุกแห่ง นายอำเภอทุกอำเภอ นายกองค์การบริหารจังหวัดบุรีรัมย์ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง และนายกเทศมนตรีเมืองชุมเห็ด เรื่องงดจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ ปี 2563 โดยขอให้ทุกส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคส่วนต่างๆ งดการจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ งานวันครอบครัว และงานวันผู้สูงอายุ ประจำปี 2563 ทั้งนี้ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 ประกอบกับมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 สำหรับอำเภอให้แจ้งเทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บรรยากาศที่บ้านหัวถนน หมู่ 7 ต.โนนเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 หมู่บ้านที่คณะกรรมการโรคติดต่อมีมติสั่งปิดเป็นพื้นที่ควบคุมห้ามคนเข้า-ออกเป็นเวลา 14 วัน หลังจากพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 4 รายนั้น ในช่วงเช้ายังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อส. อสม. และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ตั้งด่านตรวจสกัดคนเข้า-ออกนอกหมู่บ้านอย่างเข้มงวด จนกว่าจะถึงเวลา 16.00 น. ที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมีคำสั่งปลดล็อกเปิดให้เข้า-ออกได้ตามปกติ หลังครบกำหนด 14 วันแล้ว และไม่มีการแพร่กระจายเชื้อเพิ่มในพื้นที่ ขณะที่อีก 2 หมู่บ้านคือ หมู่ 7 บ้านตากอง และหมู่ 12 บ้านสระกลาง ต.หนองตะครอง อ.ละหานทราย ที่พบผู้ป่วย 1 ราย และถูกสั่งปิด ก็มีคำสั่งปลดล็อกเปิดให้เข้า-ออกในเวลา 16.00 น.เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อำนาจเจริญ ผวจ.อำนาจเจริญได้มีคำสั่งปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 10-17 เม.ย.63 ดังนี้ ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านกาแฟ ที่จัดให้มีบริการนั่งรับประทานในร้าน (ให้เปิดเฉพาะจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น) ร้านอาหารในลักษณะรถเข็นและแผงลอยจำหน่ายอาหาร ที่จัดให้มีบริการนั่งรับประทานในร้าน (ให้เปิดเฉพาะจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น) ร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง (แต่สามารถจำหน่ายสินค้าบริโภคและบริโภคอื่นๆ ในร้านได้) ห้ามผู้ใดรวมกลุ่มหรือมั่วสุมกัน หรือจัดเลี้ยงสุราสังสรรค์ หรือจัดงานรื่นเริงทุกประเภท งดเว้นการจัดงานประเพณีสงกรานต์ประจำปี ในทุกระดับ โดยให้จัดเฉพาะในครัวเรือนเท่านั้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงห้ามจำหน่ายสุราตั้งแต่วันที่ 10-17 เม.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ขณะที่ผู้ติดเชื้อสะสม 2 รายนั้น รายแรกหญิงอายุ 63 ปี จากการตรวจร่างกายผู้ป่วยพบว่าหายดีเป็นปกติแล้ว จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ ส่วนอีกรายซึ่งเป็นแม่บ้านที่เดินทางมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ อาการดีขึ้นเป็นลำดับ คาดว่าภายใน 7 วันจะหายเป็นปกติและกลับบ้านได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยันต์ ศิริมาศ, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์, ไพโรจน์ จริตงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e906b16c8d80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพภาค4สั่งเกาะติดโควิด19ในพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มีนาคม 2563 - &amp;nbsp;ณ สโมสรนายทหารสัญญาบัตร &amp;nbsp;กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พล.ท.พรศักดิ์ &amp;nbsp;พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อสรุปผลการปฏิบัติงานตามนโยบายและสั่งการของ ผอ.รมน.ภาค 4 &amp;nbsp;โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส, หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า, สาธารณสุขจังหวัด และส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพียงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการชี้แจงผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ตามนโยบายและข้อสั่งการของแม่ทัพภาคที่ 4 ในการดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งเรื่องของการดูแลความปลอดภัยในแต่ละพื้นที่ การเพิ่มมาตรการดูแลเส้นทางการเข้าออกในหมู่บ้าน พื้นที่ป่า หรือภูเขา ที่อาจเป็นเส้นทางเข้าออกของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เพิ่มมาตรการเชิงรุกในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานเป็นหัวใจหลักในการแก้ไขปัญหา และดำเนินการปฏิบัติงานตามแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อยอดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมาดำเนินงาน &amp;nbsp;โดยใช้สภาสันติสุขตำบลเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อผนึกกำลังร่วมกันในทุก ๆ ภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ,ผู้นำท้องที่,ผู้นำท้องถิ่น,ผู้นำศาสนา,ผู้นำทางศรัทธา,และประชาชนในพื้นที่ระดับหมู่บ้าน,ระดับตำบล ให้บูรณาการการมีส่วนร่วมในการสะท้อนแก้ไขปัญหา เกิดการพัฒนาที่แท้จริงตรงตามความต้องการของคนในพื้นที่ ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาสร้างสังคมที่สงบสุข โดยปราศจากเงื่อนไข เอาความจริงใจพูดคุยกัน ยุติปัญหาและเหตุรุนแรง ให้มีบรรยากาศเกื้อกูลต่อการพัฒนาและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ที่ประชุมได้ติดตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid - 19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กำลังศึกษาอยู่ในต่างประเทศที่เป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid &amp;ndash; 19
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้บริเวณก่อนเข้าเข้าห้องประชุม ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการตรวจคัดครองโรคติดต่ออันตราย ไวรัสโคโรนา 2019 โดยทุกคน เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยงานราชการทุกหน่วยงานที่จะเข้าห้องประชุมต้องผ่านจุดคัดกรอง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
&amp;nbsp;
พล.ท.พรศักดิ์เผยว่า นอกจากติดตามงานตามสั่งการแล้ว เรื่องสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid - 19 โดยขณะนี้ กองทัพภาค 4 ได้จัดเตรียมทีมแพทย์เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับ การป้องกันโรคไวรัส Covid - 19 แก่เจ้าหน้าที่ทหาร และประชาชน &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือและดูแลพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ติดตามสถานการณ์และดูแลรักษาสุขอนามัยของตนเองเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรค
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59424</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พล.ท.พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์, แม่ทัพภาคที่ 4, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e684a42dafe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงสนั่นเขาตะเว ดับผู้ก่อเหตุ5ศพ ผงะ!จ่อบึ้มใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารปะทะเดือดกลุ่มบีอาร์เอ็นที่เทือกเขาตะเว อ.เจาะไอร้อง ก่อนเด็ดชีพผู้ก่อเหตุได้ 5 ราย ยึดอาวุธสงครามอีก 7 กระบอก ระเบิดอื้อคาดเตรียมก่อเหตุใหญ่ พร้อมเปิดปฏิบัติการไล่ล่าผู้หลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.10 น. วันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ. พ.อ.ทรงเดช สุกนุ้ย ผู้บังคับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส ได้ร่วมสนธิกำลังจำนวน 5 ชุด ขึ้นพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนตัวและแหล่งพักพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบนเทือกเขาตะเว ช่วงบริเวณบ้านไอสะเตียร์ ม.8 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดยได้เปิดยุทธการกดดันไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงตั้งแต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งพบบุคคลต้องสงสัย 7-8 คน กระจายกำลังอยู่บนเทือกเขา เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ฝ่ายตรงข้าม เมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ส่งสัญญาณและใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 20 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่จึงได้เคลียร์พื้นที่ พบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 5 คน พร้อมทั้งได้ตรวจยึดอาวุธปืนได้ 7 กระบอก แยกเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16A1 จำนวน 5 กระบอก และอาวุธปืน HK33 จำนวน 2 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนและอุปกรณ์ยังชีพในป่าจำนวนหนึ่ง ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้ติดตามไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่สามารถอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ พร้อมกันนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเคลียร์พื้นที่จุดเกิดเหตุ และตรวจสอบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิตทั้ง 5 คนว่าเป็นบุคคลใดบ้าง และมีประวัติในทำเนียบแฟ้มบุคคลที่ก่อเหตุความมั่นคงพื้นที่ใดบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้แจ้งประสานไปยัง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับทราบ ก่อนประสานไปยัง พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เพื่อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรในแต่ละ สภ.ที่มีเขตพื้นที่รอยต่อกับ อ.เจาะไอร้อง ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่ขับขี่ยานพาหนะทุกชนิด สกัดกั้นไม่ให้สมาชิกของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแอบนำยานพาหนะมารับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีลงจากเทือกเขา และอาจหนีพื้นที่ราบหรือหมู่บ้าน รวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ พบเห็นผู้ต้องสงสัยที่อาจเป็นกลุ่มคนร้ายแจ้งความเคลื่อนไหวให้เจ้าหน้าที่ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเวลาใกล้กัน ร.ต.อ.กอบเกียรติ มณีโชติ ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งจาก ฉก.พท.48 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ว่ามีเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารพรานกับแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จว.นราธิวาส และชุดเก็บกู้ระเบิดเข้าไปยังที่เกิดเหตุ แต่เมื่อไปถึงเชิงเขาไม่สามารถเข้าที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากกำลังจาก ฉก.ทพ.48 ยังคงปิดล้อมเทือกเขา และยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติการไล่ล่าปิดล้อมพื้นที่เทือกเขาตะเวทั้งหมด และมีการส่งเฮลิคอปเตอร์ติดกันชิปบินร่วมปฏิบัติการกับกองกำลังภาคพื้นที่ เพื่อติดตามแนวร่วมที่ยังคงหลบหนีในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.สมดุลย์ระบุว่า พล.ท.พรศักดิ์ได้ให้กำลังทหารพรานจาก ฉก.พท.45, 48 และ 49 สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการในเทือกเขาตะเว ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. เนื่องจากสายข่าวแจ้งว่ามีกำลังของขบวนการบีอาร์เอ็นเคลื่อนไหวอยู่ จึงส่งกำลังเข้าปิดล้อม จนเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 23 ก.พ. กำลังส่วนหน้า ซึ่งลาดตระเวนถึงเทือกเขาบ้านไอสะเดียร์ถูกแนวร่วมบีอาร์เอ็นเปิดฉากยิงใส่ จึงปะทะกันนาน 20 นาที ก่อนที่บีอาร์เอ็นแยกย้ายกันหลบหนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบล่าสุด พบอาวุธปืนเอ็ม 16A จำนวน 1 กระบอก ถูกปล้นจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 ส่วนปืน HK33 นั้นมีหนึ่งกระบอกที่มีหมายเลขประจำปืน 151523 พบว่าเป็นอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนประจำฐานปฏิบัติการชุด ชคต.ร่มไทร ที่กลุ่มคนร้ายได้ขโมยไปหลังจากที่บุกโจมตีฐานเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2563 จึงเชื่อว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวที่เข้าโจมตี อส.ชคต.ร่มไทร ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุอื่นๆ ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังตรวจยึดระเบิดและอุปกรณ์ประกอบระเบิดในเป้สนามอีก 15 ใบ โดยคาดว่าคนร้ายเตรียมก่อเหตุขนาดใหญ่ในพื้นที่ แต่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ก่อน ซึ่งสามารถระงับการสูญเสียขนาดใหญ่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เจ้าหน้าที่วิสามัญฯ เสียชีวิตทั้ง 5 รายนั้น เป็นกลุ่มของนายชุลกิฟลี มานะ ผู้ต้องหาหลบหนีหมาย ป.วิ อาญา ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายกำลังตรวจสอบ เนื่องจากไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ บ่งบอกว่าเป็นใคร แต่คาดว่าในเบื้องต้น 1 ใน 5 คือนายยากี เวาะงอย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงหลายคดี&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประกาศไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปในเทือกเขาตะเวและเทือกเขานางจันทร์ เพื่อหาของป่าตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57992</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.ทรงเดช สุกนุ้ย, พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, ร.ต.อ.กอบเกียรติ มณีโชติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e527fd4b442e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศอ.บต.จ่อชงแผนฟื้นชายแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เตรียมนำ ครม.สัญจรนราธิวาส 20-21 ม.ค.นี้ พร้อมตรวจราชการกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ สั่งเปิดศูนย์ร้องทุกข์ ย้ำห้ามกีดกัน ปชช.เข้าร้องเรียน &amp;quot;แม่ทัพภาค 4&amp;quot; สั่งคุมเข้มรักษาความปลอดภัย &amp;quot;ศอ.บต.&amp;quot; เล็งชงแพ็กเกจฟื้น ศก.ชายแดนใต้ &amp;quot;สมเกียรติ&amp;quot; เผยดับไฟใต้ดีขึ้นความรุนแรงลด &amp;nbsp;ปชช.ให้ความร่วมมือเพิ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานว่าในวันที่ 20 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจราชการกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย นราธิวาส, ปัตตานี และยะลา รวมทั้งจะประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) &amp;nbsp;นัดแรกของปีที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 20-21 ม.ค.นี้ เพื่อติดตามงานพัฒนาด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการค้าชายแดนและเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ SEC ภายใต้โครงการเมืองต้นแบบ &amp;quot;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;quot; พร้อมพบปะตัวแทนหลากหลายกลุ่มในสังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม &amp;nbsp;รวมถึงติดตามการรักษาความสงบและความปลอดภัยของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามกำหนดการ พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ตรวจราชการในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 20 ม.ค. ก่อนที่ช่วงบ่ายจะเดินทางไปยังวัดประชุมชลธารา เพื่อเยี่ยมเยียนพบปะประชาชนชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม ก่อนจะเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมพูดคุยกับผู้นำทางศาสนาและประชาชนชาวไทยมุสลิม จากนั้นวันอังคารที่ 21 ม.ค. ช่วงเช้านายกฯ จะเป็นประธานการประชุมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส, ปัตตานี และยะลา) และจะเป็นประธานการประชุม ครม.สัญจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งคุมเข้มเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยระหว่างการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.นราธิวาส โดยกำชับกองกำลังทั้ง 3 ฝ่าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส, ยะลา, ปัตตานี) ให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ตรวจสอบและเข้าถึงทุกพื้นที่อย่างละเอียด เน้นย้ำอย่าประมาท ต้องมีสติในการปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ &amp;nbsp;เชื่อมั่นทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ ในฐานะการเป็นเจ้าบ้านที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ น.อ.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ กองทัพเรือ สั่งการให้กำลังพลปฏิบัติการทั้งทางบกและทางน้ำเพื่อคุมเข้มพื้นที่ และเตรียมความพร้อมทุกฝ่ายอย่างเต็มที่
ชงแพ็กเกจฟื้น ศก.ใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร) กล่าวว่า ในฐานะที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบหมายจากจังหวัดให้เตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่จัดประชุม ครม.สัญจร ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งเรื่องสถานที่ บุคลากร และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และขอให้มั่นใจในศักยภาพของมหาวิทยาลัย ที่จะทำหน้าที่ในฐานะเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับ ครม.สัญจรในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจศูนย์บริการประชาชนและศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้า พร้อมประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์บริการประชาชน เพื่อรับเรื่องร้องเรียนในช่วงการประชุม ครม.สัญจร โดยมีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนราธิวาสเข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยิ่ง ถือโอกาสเปิดศักราชปีใหม่ 2563 ลงมาตรวจเยี่ยมและประชุม ครม.สัญจร เพื่อติดตามเร่งรัดการแก้ไขปัญหาและผลักดันนโยบายสู่พี่น้องภาคใต้ เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน นำนโยบายที่ดีๆ ของรัฐบาลมาสู่พี่น้องประชาชน ด้วยความห่วงใยทุ่มเทจริงใจอย่างยิ่ง ทั้งนี้นายกฯ มีบัญชาสั่งการให้เปิดศูนย์บริการประชาชน รับฟังเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องบริการให้เกิดความประทับใจมากที่สุด และที่สำคัญอย่ากีดกันขัดขวางพี่น้องประชาชน หรือกลุ่มมวลที่จะมาร้องเรียนเด็ดขาด ให้ทุกหน่วยงานทั้ง 27 หน่วยงาน ทุกกระทรวงที่บูรณาการทำงานร่วมกันได้ช่วยรับฟังปัญหาอย่างใกล้ชิด นำเรื่องต่างๆ ไปสู่การดำเนินการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาตามขั้นตอนตามกระบวนการอย่างเร่งด่วนต่อไป พร้อมให้รายงานผลความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้มาร้องเรียนได้ทราบโดยเร่งด่วนที่สุด&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม.สัญจร ตลอดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูความคืบหน้าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา) โดยช่วงเช้าดูการดำเนินงานที่ด่านสุไหงโก-ลก เมืองต้นแบบด่านการค้าชายแดน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักกฤช อุเทนสุต นายด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก กล่าวว่า ด่านสุไหงโก-ลกเปิดใช้งานมา 89 ปี &amp;nbsp;เน้นเรื่องความมั่นคงและอำนวยความสะดวกด้านการค้า โดยทำงานควบคู่กับกองทัพภาคที่ 4 ในการแบ่งปันข้อมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและยังมีระบบไบโอเมทริกซ์เข้ามาใช้ในด่าน โดยสามารถใช้ตรวจอัตลักษณ์ได้ผล 100% โดยเฉพาะผู้ต้องสงสัยและบุคคลที่ติดแบล็กลิสต์จะไม่สามารถผ่านด่านตรวจได้ ขณะที่มูลค่าการค้าอยู่ที่ 3,200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไทยยังเสียดุลการค้าให้มาเลเซียที่ส่วนใหญ่นำเข้าไม้แปรรูปและอาหารทะเลสด แต่เนื่องจากปีนี้สถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้มูลค่าการค้าลดลงเหลือ 2,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะเสนอขออนุมัติเป็นแพ็กเกจใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการร้านค้าปลอดอากร ให้คนไทยที่มีบัตรประชาชนมีสิทธิ์ซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ที่ตั้งในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี, อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยจะได้รับการยกเว้นภาษีและอากรศุลกากร แต่ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% โดยใช้จ่ายในวงเงินสูงสุด &amp;nbsp;20,000 บาทต่อครั้ง เมื่อครบระยะเวลา 30 วันจึงจะซื้อครั้งถัดไปได้ ทั้งนี้เป็นโมเดลใหม่ของประเทศตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในพื้นที่ 3 &amp;nbsp;อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;quot; นายจักกฤชกล่าว&amp;nbsp;
ไฟใต้ดีขึ้นเหตุรุนแรงลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ข้อเสนอของกลุ่มจังหวัดเพื่อให้ ครม.พิจารณาในการลงพื้นที่ครั้งนี้แบ่งเป็น 5 ด้าน คือ &amp;nbsp;ด้านโครงสร้างพื้นฐาน, ด้านการค้าการลงทุน, ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต, ด้านการท่องเที่ยว และด้านจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวม 12 โครงการ เช่น ข้อเสนอการจัดซื้อที่ดินสำหรับการดำเนินงานในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส เนื้อที่ประมาณ 1,683 ไร่ โดยให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหน่วยจัดซื้อ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาสเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว รวมถึงการขอรับการสนับสนุนด้านอัตรากำลัง เพื่อมาเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.00 น.ที่ด่านบ้านบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พาสื่อมวลชนเยี่ยมชมด่าน โดยกล่าวกับสื่อมวลชนว่า ไทยกับมาเลเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวจะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งพัฒนา 9 ด่าน โดยเฉพาะที่ด่านบ้านบูเก๊ะตาซึ่งมีขนาดพื้นที่ 262 ไร่ อยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาเป็นด่านเชิงเดี่ยวให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี &amp;nbsp;2563 โดยขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการเวนคืนที่ดินเพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารและจัดวางระบบต่างๆ &amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่ด่านฝั่งมาเลเซียเสร็จสมบูรณ์แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากการพัฒนาด่านฝั่งไทยเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมาเลเซียวางไว้ว่าจะเป็นด่านสำคัญของการนำเข้าและส่งออกสินค้าของมาเลเซียเช่นกัน ขณะเดียวกันด่านดังกล่าวจะเป็นจุดที่นำไปสู่การเชื่อมต่อกับเมืองต่างๆ ในมาเลเซีย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขนส่งสินค้าผ่านทางรถบรรทุก อย่างไรก็ตามถ้าเศรษฐกิจในพื้นที่บ้านบูเก๊ะตาฟื้นขึ้นมาได้ ก็จะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลกด้วยเช่นกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ศอ.บต.กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตัวเลขความถี่ของความรุนแรงลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากศักยภาพการทำหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงที่จำกัดเสรีภาพของผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีมิติการพัฒนาที่ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ในสถาบันการศึกษามีส่วนร่วมในกิจกรรมกับภาครัฐมากขึ้นตามลำดับ ทำให้เกิดพื้นที่สันติสุขขนาดเล็กเชื่อมโยงกันหลายแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์ความรุนแรงลดลงค่อนข้างมากจากในอดีต ในมิติของจำนวนความถี่และความสูญเสีย &amp;nbsp;แต่ยอมรับเหตุการณ์ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาบังคับใช้กฎหมาย ยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงมีความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนบุคคลหัวรุนแรงสองสัญชาติ ไทยได้ทำการรวบรวมข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ ได้ส่งข้อมูลประสานให้ประเทศเพื่อนบ้านช่วยติดตาม&amp;quot; เลขาฯ ศอ.บต.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54986</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักกฤช อุเทนสุต, ผศ.ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e2461780d193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
