<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; แจงผลแพทย์วินิจฉัย &#039;พล.ท.มนัส&#039; หัวใจวายเฉียบพลันขณะเดินออกกำลังกาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - กรมราชทัณฑ์​ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของ พล.ท.มนัส คงแป้น ภายใต้การควบคุมของกรมราชทัณฑ์ นั้น ขอเรียนว่า พล.ท. มนัส อายุ 65 ปีถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม และย้ายเข้ารับการรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2561 เนื่องจากมีโรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง ไขมันในโลหิตสูง และหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ โดยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2564 ขณะเดินออกกำลังกาย มีอาการวูบหมดสติไม่รู้สึกตัว นอนนิ่ง ไม่หายใจ คลำชีพจรไม่ได้ ผู้เห็นเหตุการณ์จึงได้แจ้งผู้คุมและเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพยาบาลแรกรับคลำชีพจรไม่ได้ ม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสง จึงได้ทำการกู้ชีพ กดนวดหัวใจ (CPR) และใส่ท่อช่วยหายใจ จากนั้นเวลา 19.00 น. ตามวันดังกล่าว แพทย์ได้ทำการรักษาเพื่อช่วยชีวิตตามกระบวนการทางการแพทย์อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งนอกจากนี้ยังได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยผลตรวจไม่พบเชื้อแต่อย่างใด รวมทั้งได้เอ็กซเรย์ปอด พบหัวใจโต จึงทำการกดนวดหัวใจเป็นเวลา 40 นาที พบว่า ร่างกายไม่มีการตอบสนองไม่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และเสียชีวิตในเวลา 19.40 น. แพทย์จึงได้ทำการวินิจฉัยพบว่า ร่างกายเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105168</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, คดีค้ามนุษย์, คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา, พล.ท.มนัส คงแป้น, ภาวะหัวใจล้มเหลว, เรือนจำกลางคลองเปรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8775d6d65b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พล.ท.มนัส คงแป้น&#039; ผู้ต้องขังคดีดังค้ามนุษย์ เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ www.llpch.news &amp;ldquo; ลับลวงพรางแชนแนล&amp;rdquo; และเพจของ Wassana N anuam รายงานว่า &amp;quot;พล.ท.มนัส คงแป้น&amp;quot; อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. ผู้ต้องขังคดีค้ามนุษย์ที่โดนจับ ยุค คสช. ตั้งแต่ปี 2558 เสียชีวิตแล้ว ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ขณะออกกำลังกายและถูกส่งเข้ารพ.ราชทัณฑ์แต่ก็เสียชีวิต เมื่อคืนนี้ ราว 20.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า ศพของ พลโทมนัส อยู่ที่สถาบันนิติเวช โดยญาติจะทำพิธีศพในวันที่ 4 มิ.ย.2564 ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดชลประทานฯ โดยมีพิธีรดน้ำเวลา 16.00 น. และ สวดอภิธรรมต่อถึงวันเสาร์ที่ 5 มิ.ย.2564 จากนั้นวันอาทิตย์ที่ 6 มิ.ย. 2564 จะมีพิธีฌาปนกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ถือเป็นคดีใหญ่ที่มี ทหารยศพลโท ถูกฟ้องร่วมขบวนการ เป็นคดีในยุค คสช.ที่กำลังต้องการจะทำให้สหรัฐอเมริกาและยุโรป เห็นว่า รัฐบาลไทยเอาจริงในการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ ที่ในตอนนั้น Tip Report ของสหรัฐฯ จัดไทยให้อยู่ในอันดับ Tier 3 พลโทมนัส เป็น คนนครศรีธรรมราช จบ เตรียมทหาร 16 เติบโตในภาคใต้ เคยเป็น ผบ.ร.15พัน2 ผบ.ร.25 ,เสธ.พล.ร.5, ผบ.จทบ.ชุมพร, ผบ.มทบ.42&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คดีนี้ ศาลมี คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีค้ามนุษย์ ผู้ต้องหา 103 คน ในความผิดฐานสมคบกันค้ามนุษย์ รวมทั้งพล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก เพิ่มโทษจำคุกจาก 27 ปี เป็น 82 ปี โดยให้ได้รับโทษและเมื่อรวมกับโทษจำคุกฐานร่วมกันฟอกเงินอีก 20 ปี อัยการแยกฟ้องคดีไว้ โทษจำคุก พล.ท.มนัส ขณะนี้รวม 70 ปี และ พิพากษาเพิ่มโทษ พล.ท.มนัส ความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ 4 กรรม และความผิดฐานให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรฯ จากเดิมจำคุก 27 ปี เป็นจำคุก 82 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105147</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.มนัส คงแป้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8775d6d65b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์! คดี &#039;พล.ท.มนัส&#039; ค้ามนุษย์โรฮีนจาพร้อมจำเลยนับร้อยคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.62 - ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีค้ามนุษย์โรฮิงญาหรือโรฮีนจา ชาวบังคลาเทศและเมียนมา หมายเลขดำ คม.27/2558 ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ ประกอบด้วยทหาร ตำรวจ ผู้บริหารการเมืองท้องถิ่น และพลเรือนทั้งไทยและสัญชาติเมียนมาร์ รวม 103 คน ในความผิดฐานสมคบกันค้ามนุษย์ กับบุคคลที่อายุไม่เกิน 15 ปี และไม่เกิน 18 ปี, มีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติฯ และความผิดอื่น โดยระหว่างพิจารณาคดี นายสุรีชัย อาหะหมัด จำเลยที่ 26 ได้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยเจ้าหน้าที่รัฐรายสำคัญ อาทิ นายบรรจง หรือโกจง ปองพล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1, นายอ่าสัน หรือหมู่สัน หรือบังสัน อินทธนู อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2 , นายประสิทธิ์ หรือเดช หรือบังเบส หรือบังเค เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6, นายอาบู หรือ ส.จ.บู ฮะอุรา อดีตสมาชิก อบจ.อำเภอควนโดน จ.สตูล จำเลยที่ 14, นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ. จ.สตูล จำเลยที่ 29, พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกและอดีต ผอ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยกที่ 1 ระนอง จำเลยที่ 54 ส่วนพลเรือนจำเลยที่สำคัญ คือนายซอเนียง อานู หรืออันวา หรือโซไนท์ จำเลยที่ 46 ซึ่งมีสัญชาติเมียนมาร์ มีพฤติการณ์เป็นนายหน้าขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2560 ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษา 500 หน้า นานร่วม 13 ชม. ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเวลา 22.00 น. คำพิพากษาศาลชั้นต้นครั้งนั้นให้ลงโทษจำคุกนายบรรจง หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1, นายอ่าสัน หรือบังสัน อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2,นายประสิทธิ์ หรือเดช อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6 จำคุกคนละ 78 ปี (ศาลให้นับโทษจำเลยที่ 6 จากคดีศาลจังหวัดนาทวีด้วย คดีหมายเลขแดง 459/2560) นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ. จ.สตูล จำเลยที่ 29 จำคุก 75 ปี, นายซอเนียง จำเลยที่ 46 ซึ่งเป็นนายหน้าขบวนการค้ามนุษย์ จำคุก 94 ปี, พล.ท.มนัส อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 54 จำคุก 27 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 10 ,11 , 53 ,99 ,101 จำคุกคนละ 74 ปี / จำเลยที่ 39 ,56 จำคุกคนละ 37 ปี /จำเลยที่ 4 จำคุก 57 ปี /จำเลยที่ 12 ,47 จำคุก 78 ปี/ จำเลยที่ 5 จำคุก 79 ปี /จำเลยที่ 18 จำคุก 77 ปี /จำเลยที่ 28 จำคุก 57 ปี 9 เดือน / จำเลยที่ 43 จำคุก 50 ปี 16 เดือน / จำเลยที่ 40 จำคุก 50 ปี / จำเลยที่ 16 , 38 จำคุกคนละ 75 ปี / จำเลยที่ 57 , 58 จำคุกคนละ 76ปี / จำเลยที่ 3 , 20 จำคุก 14 ปี 8 เดือน / จำเลยที่ 17 , 96 จำคุก คนละ 22 ปี /จำเลยที่ 7 จำคุก 4 ปี /จำเลยที่ 13 ,19 จำคุกคนละ 17 ปี 3 เดือน/จำเลยที่ 44 จำคุก 15ปี 4 เดือน / จำเลยที่ 21 , 55 จำคุกคนละ 11 ปี 6เดือน / จำเลยที่ 8 ,30 ,45 ,81 จำคุกคนละ 23 ปี / จำเลยที่ 14 , 31 ,33 จำคุกคนละ 27 ปี /จำเลยที่ 22 จำคุก 79 ปี /จำเลยที่ 27 ,48 จำคุก 77 ปี /จำเลยที่ 25 จำคุก 57 ปี 9 เดือน / จำเลยที่ 78 ,88 จำคุกคนละ 14 ปี 3 เดือน /จำเลยที่ 59 ,60 ,65 ,66 ,67 ,74 ,79 ,87 ,88 ,97 และ 100 จำคุก 19 ปี / จำเลยที่ 42 จำคุก 6ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงของจำเลย 1, 2 ,4 ,5 ,6 ,10, 11, 12 ,16, 18, 22, 25, 27, 28 ,29, 38, 43 ,46 ,47, 48 ,53, 57 ,58, 99, 101 จำคุกสูงสุดคนละ 50 ปี พร้อมทั้งมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กรวม 7 ราย ทุนทรัพย์ตั้งแต่ 54,500-159,000 บาท และผู้เสียหายซึ่งมีอายุเกินกว่า 15 ปี รวม 51 ราย ทุนทรัพย์ตั้งแต่ 59,000 &amp;ndash; 265,500 บาท รวมทุนทรัพย์ค่าเสียหายทั้งหมด 4,400,250 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพิพากษายกฟ้องจำเลย 40 ราย แต่ยังให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ประกอบด้วย จำเลยที่ 9 , &amp;nbsp;24 , 32 , 34 , 35 , 36, 37 , 52 ,63 , 71 72 ,73 ,75, 76, 77 ,80, 82 ,83, 84 ,85, 86, 89, 90 ,91, 92 , 94 ,95, 98 ส่วนจำเลยที่ยกฟ้องแต่ไม่ได้สั่งขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ คือจำเลยที่ 15, 23, 41, 61, 62, 64, 68, 69, 70, 93, 102, 103&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ครั้งนี้ ศาลจัดให้จำเลยที่มีจำนวนมาก และทนายความ นั่งฟังคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดี 704 ส่วนกลุ่มญาติที่ติดตามมาฟังคำพิพากษาด้วยนั้น และสื่อมวลชน จัดพื้นที่ให้นั่งฟังที่ห้อง 701 (ที่มีพื้นที่นั่งประมาณ 100-200 คน) โดยมีการถ่ายทอดภาพและเสียงการอ่านคำพิพากษาคดี ผ่านกล้องวงจรปิด-จอโปรเจคเตอร์ เพื่อรักษาความเรียบร้อยและความปลอดภัยบริเวณศาล ขณะที่วันนี้ก็มีญาติของจำเลยในคดีดังกล่าวมาร่วมให้กำลังใจเต็มห้องพิจารณา 701 ขณะที่ญาติของจำเลยบางส่วนออกมานั่งนอกห้องพิจารณาด้วย เนื่องจากที่นั่งไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันศาลได้ดูแลการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีเจ้าพนักงานตำรวจศาล (Court Marshal) หลายสิบนาย กระจายบริเวณห้องพิจารณาทั้งสอง รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ได้ยืนประจำตามจุดต่างๆ หน้าห้องพิจารณาคดี ส่วนบริเวณรอบศาลอาญา ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน คอยดูแลอำนวยความปลอดภัยและความสะดวกการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น เนื่องจากมีจำเลยจำนวนมาก ศาลได้เริ่มเช็คชื่อจำเลยก่อนในเวลา 10.00 น.เศษ กระทั่งเมื่อเวลา 10.57 น.จึงเริ่มอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งคาดว่าจะอ่านคำพิพากษายาวไปจนถึงช่วงบ่าย ซึ่งจำเลยสำคัญที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการประกันตัว วันนี้ศาลก็ได้เบิกตัวมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้มีจำเลยที่ศาลชั้นต้นพิพากษาและไม่มีคู่ความฝ่ายใดยื่นอุทธรณ์ ซึ่งทำให้คดียุติไปตามผลคำพิพากษาชั้นต้นให้ยกฟ้อง คือ จำเลยที่ 15 , 41 , 61 , 62 , 64 , 68 , 69 , 70 , 93 , 102 , 103&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49254</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา, พล.ท.มนัส คงแป้น, ฟอกเงิน-ค้ามนุษย์, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dba73a37510d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุกอ่วม‘แก๊งค้ามนุษย์’ พล.ท.มนัสโดน2เด้ง47ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลพิพากษาจำคุกอีก 20 ปี &amp;quot;พล.ท.มนัส&amp;quot; อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ฟอกเงินค้ามนุษย์โรฮีนจา รวมคดีเก่าอีก 27 ปี เป็น 47 ปี ขณะที่พวกรวมแก๊งอีก 53 ราย ถูกศาลสั่งจำคุกอ่วมเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันฟอกเงิน ค้ามนุษย์โรฮีนจา หมายเลขดำ ฟย.16/2559 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายชลชาสน์ ไชยมณี จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 54 คน เป็นจำเลย สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 6, 9, 60 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างปี 2554-2558 พวกจำเลยได้สมคบและตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินจากการค้ามนุษย์โรฮีนจา โดยร่วมกันกระทำความผิดเปิดบัญชีธนาคารรับโอนเงิน ฝากเงิน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน และการกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาซึ่งแหล่งที่ตั้งการจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอันเป็นการฟอกเงิน รวมยอดเงินหมุนเวียนในการกระทำความผิด 443,389,468 บาท แล้วนำเงินไปซื้อที่ดิน 27 แปลง ใน จ.สตูล รวม 7,709,308 บาท, ก่อสร้างโรงแรมมายด์เซเว่น ราคา 27 ล้านบาท, ซื้อรถยนต์ 4 คัน ราคา 14.1 ล้านบาท เรือเร็ว 1 ลำ ราคา 4.5 ล้านบาท และเรืออีก 1 ลำ ราคา 1.6 ล้านบาท เป็นต้น เหตุเกิดที่ จ.ระนอง จ.สงขลา จ.สตูล จ.กระบี่ เกี่ยวพันกัน พวกจำเลยให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำเลยคนสำคัญในคดีร่วมกันฟอกเงินนี้ มีนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 14 ตัวการใหญ่ค้ามนุษย์ใน จ.สตูล, นายบรรณจง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ ตัวการเครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.สงขลา จำเลยที่ 45, พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 46, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ อดีตรอง สว.ป.กก.สส.ภ.จว.ระนอง จำเลยที่ 47, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง สว.ธร.สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 48 รวมจำเลย 54 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พวกจำเลยร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาให้จำคุกนายบรรณจง, พล.ท.มนัส, ร.ต.ต.นราทอน, พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 45-48 ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 6 (1), 9 วรรค 1 วรรคสอง, 10 วรรค 1, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ฐานสมคบตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่มีการสมคบกัน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเหตุที่มีการสมคบกัน เนื่องจากจำเลยที่ 45-48 เป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการทหาร และตำรวจ จึงต้องระวางโทษเป็นสองเท่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงให้ลงโทษจำคุกนายบรรณจง จำเลยที่ 45 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุก พล.ท.มนัส จำเลยที่ 46 รวม 2 ข้อหา 40 ปี แต่ให้จำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายมาตรา 90 (2), จำคุก ร.ต.ต.นราทอน จำเลยที่ 47 รวม 12 ปี, จำคุก พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 48 รวม 10 ปี ส่วนนายปริญญา หรือโกโต้ง จำเลยที่ 14 จำคุกรวม 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และให้จำคุกจำเลยที่ 1, 5, 11, 12, 13, 16, 17, 19, 20, 22, 27 ฐานสมคบกันฟอกเงิน คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที่ 8, 54 คนละ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 35 มีกำหนด 6 ปี, จำคุกจำเลยที่ 53 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 15, 26, 42 คนละ 4 ปี, จำคุกจำเลยที่ 2, 3 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที่ 51 ไว้ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 21, 37, 52 คนละ 1 ปี, จำคุกจำเลยที่ 30 ไว้ 16 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำเลยที่ 4, 6, 7, 10, 24, 31, 32, 34, 36, 38, 40, 41, 43, 50 มีความผิดฐานสนับสนุนกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 10, 31, 36, 43 คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที่ 7 ไว้ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ 7 ปี, จำคุกจำเลยที่ 40 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 24, 41 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที่ 6, 34 คนละ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 38 ไว้ 1 ปี, จำเลยที่ 32 ไว้ 2 ปี และจำคุกจำเลยที่ 50 ไว้ 4 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ยกฟ้อง ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ระวังภัย จำเลยที่ 8, น.ส.ศิริพร อุดมฤกษ์ จำเลยที่ 9, นายวิทยา จีระธัญญาสกุล จำเลยที่ 18, นายหมุดสอและ กำพวน จำเลยที่ 23, นายอาแซ เจ๊บากา จำเลยที่ 25, นายจารึก สุวรรณรัตน์ จำเลยที่ 28, นางศรัญญา เตะมาหมัด จำเลยที่ 29, น.ส.ฉันทนา วันทอง จำเลยที่ 33, นายประสิทธิ์ เหล็มแหล๊ะ จำเลยที่ 44 และ ร.อ.วิสูตร์ บุนนาค จำเลยที่ 49 เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2560 ศาลอาญาได้มีพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา หมายเลขดำ คม.19, 27, 28, 29, 32, 35, 36, 40, 41, 47, 63/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ คม.33, 34, 35, 36, 37, 38, 39, 40, 41, 42, 43/2560 รวม 11 สำนวน ที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ฟ้องยื่นฟ้องจำเลยจำนวน 103 คน ที่ประกอบด้วยทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน โดยจำเลยคนสำคัญ คือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลพิพากษาจำคุกจำเลยที่สำคัญ เช่น นายบรรณจง หรือโกจง ปองพล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1, นายอ่าสัน หรือหมู่สัน หรือบังสัน อินทธนู อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2 และนายประสิทธิ์ หรือเดช หรือบังเบส หรือบังเค เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6 ที่เป็นอดีตผู้บริหารท้องถิ่นและอดีตสมาชิกท้องถิ่น คนละ 78 ปี ฐานค้ามนุษย์บุคคลที่อายุไม่เกิน 15 ปี และอายุเกิน 15 ปี กับอายุเกิน 18 ปี และมีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติฯ จำคุกนายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29 มีกำหนด 75 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ท.มนัส อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก จำเลยที่ 54, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง จำเลยที่ 31, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ จำเลยที่ 33 และนายอาบู หรือ ส.จ.บู ฮะอุรา อดีต ส.อบจ. อ.ควนโดน จ.สตูล จำเลยที่ 14 จำคุกไว้คนละ 27 ปี รวมทั้งให้จำเลยรวม 62 ราย ที่ศาลพิพากษาลงโทษ ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายต่อเสรีภาพกับทุกข์ต่อจิตใจและร่างกาย และการขาดรายได้ทำมากินกับผู้เสียหายทั้งที่เป็นเด็กชาย 7 ราย กับและผู้เสียหายที่อายุกว่า 15 ถึง 18 ปี จำนวน 58 รายด้วย ตั้งแต่รายละ 50,000-159,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,400,250 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์โรฮีนจา, พล.ท.มนัส คงแป้น, หนังสือพิมพ์, หมายเลขดำ ฟย.16/2559, อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdad80347944.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับใช้กรรม!ศาลสั่งจำคุก&#039;พล.ท.มนัส&#039;รวม47ปี คดีฟอกเงิน-ค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันฟอกเงิน ค้ามนุษย์โรฮินจา หมายเลขดำ ฟย.16/2559 ที่ พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชลชาสน์ ไชยมณี จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 54 คน เป็นจำเลย สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 6, 9, 60 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างปี 2554 -2558 พวกจำเลยได้สมคบและตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินจากการค้ามนุษย์โรฮินจา โดยร่วมกันกระทำความผิดเปิดบัญชีธนาคารรับโอนเงิน ฝากเงิน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน และการกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรือ อำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาซึ่งแหล่งที่ตั้งการจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอันเป็นการฟอกเงิน &amp;nbsp;รวมยอดเงินหมุนเวียนในการกระทำความผิด 443,389,468 บาท แล้วนำเงินไปซื้อที่ดิน 27 แปลง ใน จ.สตูล รวม 7,709,308 บาท, ก่อสร้างโรงแรมมายด์เซเว่น ราคา 27 ล้านบาท, ซื้อรถยนต์ 4 คัน ราคา 14.1 ล้านบาท เรือเร็ว 1 ลำ ราคา 4.5 ล้านบาท และเรืออีก 1 ลำ ราคา 1.6 ล้านบาท เป็นต้น เหตุเกิดที่ จ.ระนอง จ.สงขลา จ.สตูล จ.กระบี่ เกี่ยวพันกัน พวกจำเลยให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยคนสำคัญในคดีร่วมกันฟอกเงินนี้ มีนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 14 ตัวการใหญ่ค้ามนุษย์ใน จ.สตูล, นายบรรณจง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ ตัวการเครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.สงขลา จำเลยที่ 45, พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 46, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ อดีตรอง สว.ป.กก.สส.ภ.จว.ระนอง จำเลยที่ 47, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง สว.ธร.สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 48 รวมจำเลย 54 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พวกจำเลยร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาให้จำคุกนายบรรณจง, พล.ท.มนัส, ร.ต.ต.นราทอน, พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 45-48 ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5(1)(2), 6(1), 9 วรรค 1 วรรคสอง, 10 วรรค 1, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ฐานสมคบตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่มีการสมคบกัน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเหตุที่มีการสมคบกัน เนื่องจากจำเลยที่ 45-48 เป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการทหาร และตำรวจ จึงต้องระวางโทษเป็นสองเท่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงให้ลงโทษจำคุกนายบรรณจง จำเลยที่ 45 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุก พล.ท.มนัส จำเลยที่ 46 รวม 2 ข้อหา 40 ปี แต่ให้จำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายมาตรา 90(2), จำคุก ร.ต.ต.นราทอน จำเลยที่ 47 รวม 12 ปี, จำคุก พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 48 รวม 10 ปี ส่วนนายปริญญา หรือโกโต้ง จำเลยที่ 14 จำคุกรวม 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และให้จำคุกจำเลยที่ 1, 5, 11, 12, 13, 16, 17, 19, 20, 22, 27 ฐานสมคบกันฟอกเงิน คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที่ 8,54 คนละ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 35 มีกำหนด 6 ปี, จำคุกจำเลยที่ 53 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 15, 26, 42 คนละ 4 ปี, จำคุกจำเลยที่ 2, 3 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที่ 51 ไว้ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 21, 37, 52 คนละ 1 ปี, จำคุกจำเลยที่ 30 ไว้ 16 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 4, 6, 7, 10, 24, 31, 32, 34, 36, 38, 40, 41, 43, 50 มีความผิดฐานสนับสนุนกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 10, 31, 36, 43 คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที 7 ไว้ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ 7 ปี, จำคุกจำเลยที่ 40 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 24, 41 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที 6, 34 คนละ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 38 ไว้ 1 ปี, จำเลยที่ 32 ไว้ 2 ปี และจำคุกจำเลยที่ 50 ไว้ 4 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ยกฟ้อง ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ระวังภัย จำเลยที่ 8, น.ส.ศิริพร อุดมฤกษ์ จำเลยที่ 9, นายวิทยา จีระธัญญาสกุล จำเลยที่ 18, นายหมุดสอและ กำพวน จำเลยที่ 23, นายอาแซ เจ๊บากา จำเลยที่ 25, นายจารึก สุวรรณรัตน์ จำเลยที่ 28, นางศรัญญา เตะมาหมัด จำเลยที่ 29, น.ส.ฉันทนา วันทอง จำเลยที่ 33, นายประสิทธิ์ &amp;nbsp;เหล็มแหล๊ะ จำเลยที่ 44 และ ร.อ.วิสูตร์ บุนนาค จำเลยที่ 49 เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2560 ศาลอาญาได้มีพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮินจา หมายเลขดำ &amp;nbsp;คม.19, 27, 28, 29, 32, 35, 36, 40, 41, 47, 63/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ คม.33, 34, 35, 36, 37, 38, 39, 40, 41, 42, 43/2560 รวม 11 สำนวน ที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องยื่นฟ้องจำเลยจำนวน 103 คนที่ประกอบด้วยทั้ง ทหาร ตำรวจและพลเรือน โดยจำเลยคนสำคัญ คือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิพากษาจำคุกจำเลยที่สำคัญ เช่น นายบรรณจง หรือโกจง ปองพล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1, นายอ่าสัน หรือหมู่สัน หรือบังสัน อินทธนู อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2 และนายประสิทธิ์ หรือเดช หรือบังเบส หรือบังเค เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6 ที่เป็นอดีตผู้บริหารท้องถิ่นและอดีตสมาชิกท้องถิ่น คนละ 78 ปี ฐานค้ามนุษย์บุคคลที่อายุไม่เกิน 15 ปีและอายุเกิน 15 ปีกับอายุเกิน 18 ปี และมีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติฯ จำคุกนายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29 มีกำหนด 75 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วน พล.ท.มนัส อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก จำเลยที่ 54, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง จำเลยที่ 31, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ จำเลยที่ 33 และนายอาบู หรือ ส.จ.บู ฮะอุรา อดีต ส.อบจ. อ.ควนโดน จ.สตูล จำเลยที่ 14 จำคุกไว้คนละ 27 ปี รวมทั้งให้จำเลยรวม 62 ราย ที่ศาลพิพากษาลงโทษ ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายต่อเสรีภาพกับทุกข์ต่อจิตใจและร่างกาย และการขาดรายได้ทำมากินกับผู้เสียหายทั้งที่เป็นเด็กชาย 7 ราย กับและผู้เสียหายที่อายุกว่า 15 ถึง 18 ปี จำนวน 58 รายด้วย ตั้งแต่รายละ 50,000 - 159,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,400,250 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35842</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก 47 ปี, ค้ามนุษย์โรฮีนจา, พล.ท.มนัส คงแป้น, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda988e0c680.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
