<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้รื้อบ้านศาล มทภ.3ระแวง &#039;การเมือง&#039;จุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเชียงใหม่ชุมนุมใหญ่ทวงสัญญาป่าแหว่ง ทำพิธีสาปแช่งเผาพริกเผาเกลือ บี้รัฐบาลรื้อทิ้งบ้านพักศาลดอยสุเทพโดยเร็ว แม่ทัพภาค 3 ห่วงกลุ่มการเมืองแทรก ยันทุกฝ่ายกำลังหาทางแก้ปัญหาให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานประตูท่าแพ อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 09.30 น. เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดกิจกรรม &amp;ldquo;รวมพลังหัวใจสีเขียว ทวงสัญญาป่าแหว่ง&amp;rdquo; แม่น้ำร้อยสายไหลรวมเป็นหนึ่ง โดยมีประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ ใกล้เคียง รวมถึงภาคอื่น ๆ ประมาณ 2,000 คน เดินทางมาร่วมกิจกรรม เป็นการชุมนุมใหญ่เพื่อทวงสัญญากรณีการแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บนพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการเรียกร้องผ่านมากว่า 4 เดือน นับตั้งแต่มีการเจรจาร่วมกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและมีข้อสรุปตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ซึ่งล่าสุดสำนักงานศาลยุติธรรมมีมติจะย้ายไปก่อสร้างใหม่ที่ จ.เชียงราย ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้รัฐบาลให้ความชัดเจนเรื่องการรื้อบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ที่รุกล้ำแนวเขตป่าดั้งเดิม พร้อมทั้งทำการฟื้นฟูโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเครือข่ายฯ ทำกิจกรรมปั่นจักรยานผูกริบบิ้นสีเขียว ออกรณรงค์ตามบริเวณพื้นที่รอบคูเมืองเชียงใหม่เพื่อเชิญชวนชาวเชียงใหม่ให้ออกมาร่วมกันเพื่อเรียกร้องขอคืนป่าแหว่ง ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ทั้งตำรวจนอกและในเครื่องแบบ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ดูแลรักษาความปลอดภัยให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบนเวทีกลาง มีกลุ่มแกนนำสลับขึ้นพูดคุยเชิญชวนผู้เข้าร่วม โดยไม่ให้ใช้คำหยาบ การพูดจาที่รุนแรง นอกจากนี้มีกิจกรรมให้เขียนข้อความระบายความในใจลงบนผืนผ้าสีเขียว กิจกรรมปักธงเขียว กิจกรรมกราฟฟิตี้ นิทรรศการดอยสุเทพ จุดถ่ายรูปเช็กอินป่าแหว่ง และเขียนคำสาปแช่งลงในกระดาษ ซึ่งมีตัวแทนเครือข่ายฯ จากทั่วประเทศมาร่วมปราศรัยสลับกับดนตรีเพื่อป่าดอยสุเทพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.00 น. นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ แกนนำเครือข่ายฯ ได้จุดไฟประกอบพิธีตามประเพณีล้านนา &amp;quot;เผาพริกเผาเกลือ&amp;quot; และวางดอกไม้จันทน์เผาบ้านพักตุลาการจำลอง เพื่อสาปแช่งกลุ่มบุคคลที่ไม่ยอมรับมติคณะกรรมการระดับจังหวัด ท่ามกลางเสียงตะโกนสาปแช่งของผู้เข้าร่วมชุมนุมว่า ต้องรื้อ หรือเตขว้างเท่านั้น พร้อมประกาศจะออกมาร่วมชุมนุม หากเรื่องที่เสนอไปยังรัฐบาลหายเงียบไป กระทั่งเวลา 12.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดได้สลายตัวอย่างสงบ โดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 &amp;nbsp;กล่าวว่า หากเป็นการชุมนุมโดยสงบ ขออนุญาตอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่ไม่ขัดขวาง อย่างไรก็ตาม เกรงว่าการที่กลุ่มการเมือง นำโดยนายพิชิต ตามูล หรือดาบชิต หนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เชียงใหม่ แฝงตัวมาเข้าร่วมชุมนุมด้วย จะทำให้วัตถุประสงค์การชุมนุมผิดเพี้ยนไป ส่วนข้อเรียกร้องต่างๆ ของเครือข่ายฯ อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ต้องเข้าใจการปฏิบัติงานต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ว่าต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เพราะสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นถือเป็นทรัพย์สินของราชการ ไม่ใช่อยากจะรื้อก็รื้อได้ทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยืนยันว่าในส่วนของบ้านพัก 45 หลัง ไม่มีใครเข้าไปอาศัยหรือใช้ประโยชน์แล้ว ส่วนอาคารชุดมีเพียงข้าราชการระดับกลางและระดับล่างที่พักอาศัยอยู่นาน หากจะให้ย้ายออก แล้วจะให้เจ้าหน้าที่ไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังหาทางแก้ปัญหาให้ดีที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16208</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b82a97a9e963.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยโคลนถล่มจ.น่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยครอบครัวผู้ประสบภัยโคลนถล่ม จ.น่าน โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบเป็นขวัญกำลังใจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เสียใจ สั่งจังหวัดเยียวยาทุกครอบครัว &amp;quot;มท.1&amp;quot; เตรียมบินลงพื้นที่เกิดเหตุ &amp;quot;มทภ.3&amp;quot; ส่งทหารสำรวจ 4 จว.ภาคเหนือเสี่ยงดินถล่มอีก &amp;quot;อุตุฯ&amp;quot; เตือนทั่ว ปท.ระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ก.ค. เวลา 13.35 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขปัญหาการเกิดภัยพิบัติ (ดินโคลนถล่ม) ในพื้นที่บ้านห้วยขาบ หมู่ที่ 7 อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ณ หอประชุมที่ว่าการ อ.บ่อเกลือ เสร็จแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 261 ถุง ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติ (ดินโคลนถล่ม) ที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ซึ่งเกิดฝนตกหนักทำให้เกิดดินโคลนสไลด์ทับบ้านเรือนราษฎรบ้านห้วยขาบ หมู่ที่ 7 อ.บ่อเกลือ ทำให้ราษฎรเสียชีวิต 8 ราย บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ 261 ครอบครัว ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านสะหว้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดภัยพิบัติให้ได้รับทราบ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่ จ.น่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย โดยเบื้องต้นได้รับรายงานสาเหตุของการเกิดดินโคลนถล่มในครั้งนี้ เกิดจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ดินภูเขาไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทางจังหวัดช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เป็นห่วงพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศ เพราะในช่วงนี้กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หรือน้ำท่วมฉับพลันขึ้นได้ จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 30 ก.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังจากเกิดเหตุดินถล่มที่อำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน โดย พล.อ.อนุพงษ์จะออกเดินทางจาก บน.6 กองทัพอากาศ เวลา 07.00 น. และจะมุ่งหน้าไปที่เกิดเหตุทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้กำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประสบสาธารณภัยที่ จ.น่าน และจังหวัดอื่นๆ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รายงานให้ทราบว่าได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีผู้ประสบภัยในเรื่องการมอบเงินช่วยเหลือ ทั้งในด้านการเสียชีวิต บ้านเรือนเสียหาย รวมทั้งช่วยเหลือเครื่องอุปโภค เครื่องใช้จำเป็น รัฐบาลมอบนโยบายว่าการมอบเงินและความช่วยเหลือด้านอื่นให้กระทำอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสมพาศกล่าวเสริมถึงมาตรการเยียวยาเหตุดินถล่มที่ จ.น่าน จนมีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 รายว่า กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จะจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นค่าจัดงานศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท ส่วนกรณีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง กองทุนจะจ่ายเงินเป็นค่าวัสดุซ่อมแซมบ้านหลังละไม่เกิน 2.3 แสนบาท กรณีบ้านเสียหายมาก หลังละไม่เกิน 7 หมื่นบาท และกรณีเสียหายเล็กน้อย หลังละไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท โดยเงินดังกล่าวสามารถนำจ่ายได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวเรื่องนี้ว่า บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4 หลัง มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ซึ่ง ปภ.จ.น่านได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน โดยได้อพยพประชาชนในพื้นที่กว่า 100 คนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านสว้า ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ พร้อมให้การดูแลในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;
มทภ.3ห่วง4จว.ดินสไลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยดินโคลนถล่มบ้านห้วยขาบ ณ โรงเรียนบ้านสว้า จ.น่าน นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าฯ จ.น่าน พร้อมด้วยนางโศภาพรรณ วิมลรัตน์ นายกเหล่ากาชาด จ.น่าน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิต พร้อมมอบถุงยังชีพ ผ้าห่ม แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 120 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาลกล่าวว่า ขอให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย และจะดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยต่อไป ด้านการช่วยเหลือประชาชนนั้น มีทั้งภาครัฐภาคเอกชนร่วมให้การช่วยเหลือ อาทิ ด้านการดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย จิตใจ เครื่องนอน ผ้าห่ม อาหาร น้ำอุปโภคบริโภค จากรถประปาเคลื่อนที่ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพอากาศในพื้นที่ขณะนี้ยังมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทางจังหวัดได้มีการแจ้งเตือนไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่อื่นๆ ให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มในระยะนี้อย่างใกล้ชิด&amp;quot; ผู้ว่าฯ จ.น่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (มทภ.3) กล่าวว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กองทัพภาคที่ 3 สำรวจจุดเสี่ยงในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จ.ตาก แม่ฮ่องสอน น่าน และเพชรบูรณ์ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ดินสไลด์ถล่มเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา ที่มีการทับถมตามเส้นทางสัญจรต่างๆ โดยนำสถิติการเกิดเหตุมาเป็นแนวทาง และเหตุการณ์ที่ จ.น่าน ก็เป็นพื้นที่จุดเสี่ยงที่ทางกองทัพภาค 3 เฝ้าระวังอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไม่เกิดเหตุการณ์ดินโคลนสไลด์ทับถล่มบ้านเรือนเหมือนในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งทหารเข้าไปให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ทั้งอาสาสมัครทหารพราน และทหารหลักที่อยู่ในพื้นที่ จ.น่าน ทั้งกองพันทหารม้าที่ 10 กองพันทหารม้าที่ 15 และกรมทหารพรานที่ 32 โดยมีมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นผู้กำกับดูแล พร้อมส่งยุทโธปกรณ์เข้าไปเสริมการปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย และมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นอาสาสมัครทหารพรานประสบเหตุการณ์สูญเสียไป 1 ครอบครัวเช่นกัน&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 7 เรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;quot; ระบุว่า ในช่วงวันที่ 29-31 ก.ค.61 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออก ให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) กล่าวว่า บก.ปภ.ช.ได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัยรับมือฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม รวมถึงคลื่นลมแรงซัดชายฝั่ง กรณีเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มให้แจ้งเตือนประชาชนรับทราบ และชี้แจงถึงความจำเป็นในการต้องอพยพประชาชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากสถานการณ์รุนแรงเกินศักยภาพที่จังหวัดสามารถรับมือสถานการณ์ภัยได้ ให้แจ้ง บก.ปภ.ช.เพื่อประสานให้การช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน รวมทั้งชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ตลอดจนนักท่องเที่ยวควรงดการประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภท&amp;quot; ปลัด มท.กล่าว
หลายจังหวัดเริ่มจมบาดาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าฯ จ.นครพนม กล่าวว่า ได้รับแจ้งเตือนจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม ให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงติดลำน้ำก่ำและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันความเสียหาย ประชาชนควรขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง คือ 1.บ้านนาขาม ต.วังยาง 2.บ้านนาคู่ ต.นาคู่ อ.นาแก 3. บ้านน้ำก่ำ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม 4.บ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร 5.บ้านตับเต่า ต.หนองเทาใหญ่ อ.ปลาปาก 6.บ้านโพธิ์ทอง ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม และพื้นที่ใกล้เคียง 7.บ้านหนองบึง ต.นาด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อำเภอธาตุพนมได้รายงานสถานการณ์แม่น้ำโขงได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและเส้นทางจักรยานในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ดอนนางหงส์ น้ำท่วมความยาวตามแนวตลิ่งประมาณ 2.7 กม. ส่วนพื้นที่การเกษตรริมโขงน้ำท่วมทั้งหมด และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วน้ำจะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่ตำบลนาถ่อนเรื่อยมาจนถึงเขตธาตุพนม&amp;quot; ผู้ว่าฯ จ.นครพนมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.นครพนมมีทั้งหมด 12 อำเภอ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ คือ 1.ท่าอุเทน 2.เรณูนคร 3.ธาตุพนม 4.โพนสวรรค์ 5.บ้านแพง 6.ปลาปาก 7.เมืองนครพนม และ 8.นาแก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สกลนคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกลงมาอย่างหนักใน จ.สกลนคร ส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณน้ำหนุนสูง ที่หมู่บ้านโพนแคใหญ่ หมู่ 2 ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอโพนนาแก้ว ปริมาณน้ำลำห้วยซิ ได้เอ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 40 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องอพยพขนข้าวของขึ้นที่สูง ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนชั้น 2 ของตัวบ้าน และต้องตัดไฟฟ้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงออกไปที่แห้งเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำบางส่วนท่วมสูงถึง 1 เมตร 30 เซนติเมตร ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนเก็บและเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไม่ทัน การสัญจรในพื้นที่ขณะนี้ต้องพึ่งเรือและประชาชนต้องการเทียนไข ไฟฉาย อาหาร น้ำดื่ม เพราะไม่สามารถประกอบอาหารได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี นายธนสาร ฐานะวุฑฒ์ วิศวกรระดับ 11 เขื่อนวชิราลงกรณ ทำการแทนผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้รายงานสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ถึงนายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดกาญจนบุรี ระบุว่า ปริมาณน้ำในเขื่อน ณ ปัจจุบัน
&amp;nbsp;อยู่ที่ 77% สูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 2 เมตร เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำและช่วงเวลาเดียวกันกับสถิติปีก่อนหน้า (28 ก.ค.ของทุกปี) พบว่าปีนี้สูงที่สุดในรอบ 34 ปีเช่นเดียวกัน เหลือความจุรองรับน้ำได้อีก 2,056 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 23% รวมทั้งยังคงมีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนมากอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 00.00-12.00 น. มีน้ำไหลเข้าเขื่อนรวม 80 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อบริหารจัดการน้ำในอ่างให้เหมาะสม เกิดผลกระทบในภาพรวมน้อยที่สุด อาจจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำมากขึ้นเพื่อทยอยพร่องน้ำออกไป เนื่องจากเขื่อนยังต้องรับน้ำที่จะมีมากตลอดฤดูกาลของฝนอีกกว่า 2 เดือน ดังนั้นเขื่อนวชิราลงกรณจะปรับแผนการระบายน้ำตามการประสานงานกับคณะกรรมการบริหารน้ำและชลประทาน และขอยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot; วิศวกรเขื่อนวชิราลงกรณระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14328</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ชยพล ธิติศักดิ์, ธนสาร ฐานะวุฑฒ์, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมชาย วิทย์ดำรงค์, สมพาศ นิลพันธ์, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โศภาพรรณ วิมลรัตน์, ไพศาล วิมลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5dcc3095943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มมีกลิ่นอายการแต่งตั้ง นายพลตำรวจ วาระประจำปี 2561 ที่แม้ตามระเบียบคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หรือเทียบเท่า ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี กำหนดให้ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.ของทุกปี ตามรายชื่อบัญชีเกษียณอายุราชการปีงบประมาณ 2561 มี นายพล เกษียณทั้งสิ้น 77 ราย&amp;nbsp; คัดเด่นๆ เก้าอี้เน้นๆ อาทิ พล.ต.อ.กวี สุภานันท์ ที่ปรึกษา (สบ 10), พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์&amp;nbsp; ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.วีรพงษ์ ชื่นภักดี&amp;nbsp; ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก., พล.ต.ท.เติมพงษ์ สิทธิประเสริฐ จตร.,&amp;nbsp; พล.ต.ท.ธณัท วงศ์สุวรรณ ผบช.สกพ., พล.ต.ท.นพดล เผือกโสมณ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประพันธ์ จันทร์เอม ผบช.ตชด., พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส., พล.ต.ท.สรศักดิ์&amp;nbsp; เย็นเปรม ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. เป็นต้น ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนระดับ ผบก.ที่เกษียณ มีอาทิ พล.ต.ต.จักรพร แท่นทอง ผบก.ศฝร.ศชต., พล.ต.ต.ชัยรัตน์&amp;nbsp; ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พล.ต.ต.ดุสิต สมศักดิ์ ผบก.น.6, พล.ต.ต.ไตรศูล เนียมทรัพย์ ผบก.ภ.จว.ระยอง, พล.ต.ต.ทวีโรจน์ ศิริสวัสดิบุตร ผบก.ภ.จว.ตราด, พล.ต.ต.บรรลือ ชูเวทย์ ผบก.คด., พล.ต.ต.พงศ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี, พล.ต.ต.พัฒนินท์ นพจินดา ผบก.อก.บช.ก.,&amp;nbsp; พล.ต.ต.ภัสรวินทร์ พงศ์ภิภัทรภาคิน ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี, พล.ต.ต.มนต์ชัย เรืองจรัส ผบก.ตชด.ภาค 3, พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์, พล.ต.ต.ยุทธพล แก้วเจริญ ผบก.สสน.บช.ตชด., พล.ต.ต.วิชัย เตียะเพชร ผบก.ส.2, พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ ผบก.ภ.จว.สกลนคร, พล.ต.ต.สมคิด ประสพทรัพย์ ผบก.ฝรก., พล.ต.ต.สมจิตร์&amp;nbsp; ทองแท่ง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย, พล.ต.ต.สมชาย ชูชื่น ผบก.วจ., พล.ต.ต.สัมพันธ์ เบญจศิริ ผบก.ประจำ&amp;nbsp; ภ.2, พล.ต.ต.สุดพิเศษ เอกศิริ ผบก.ภ.จว.เลย, พล.ต.ต.สุรนาท วรรณวรรค ผบก.ศฝร.ภ.6,&amp;nbsp; พล.ต.ต.อัครพล ศรีเสาวลักษณ์ ผบก.อก.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.อุดม พรหมสุรินทร์ ผบก.ศฝร.ภ.5 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ ขณะที่สัญญาณการจัดทำ โผสีกากี ก็มีความเคลื่อนไหวขยับกันฝุ่นตลบบ้างแล้ว โดยเฉพาะเก้าอี้ ผู้บัญชาการ หรือ ผบช. ตำแหน่งระดับ หัวหน้าหน่วย โผแหลม โผรู้ โผกูรู แพลมๆ เอาไว้ บิ๊กบัว-พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ถึงจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 ของ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพกรมปทุมวัน แต่อาจจะทนแรงเสียดทานจากผู้มีอำนาจมากกว่าไม่ไหว จำต้องลุกจากสวนพลูไปอยู่แถววิภาวดี นั่งเก้าอี้ ผบช.ภ.1 แทนที่ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1&amp;nbsp; ที่เจ้าตัวอยากกลับถิ่นเก่าไปคุมนครบาล ทว่าจะมีแรงส่งแค่ไหนต้องลุ้น หากดีไม่ดีมีโอกาสถูกดันขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็มีสูง ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายนี้ไม่ต้องลุ้นเพราะอยากขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. มา 2 คำสั่งแล้ว บิ๊กเด่น-พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 เที่ยวนี้มีชื่อขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อไปลุ้นยาวๆ ตามประสานักเรียนนายร้อย (นรต.) รุ่น 38 อาจจะมี รอง ผบช.น. คนใดคนหนึ่งขยับขึ้นไปแทนที่ เช่นเดียวกับ พล.ต.ท.ทวิชชาติ&amp;nbsp; พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 สายใกล้ชิด บิ๊กป๊อด-พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายพี่ป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เกษียณอายุราชการปี 2562 เลยไม่ขอขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขอโยกไปอยู่ตัวเลขสวยๆ ทั้ง 7 หรือ 8 ก็โอหมด โดยเฉพาะ 8 นั้น เข้าล็อกตรงที่ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 นรต.35 เกษียณอายุราชการพอดิบพอดี ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาที่ โผทหาร เห็นสีหน้า บิ๊กอ้อม-พล.อ.วีรชัย อินทุโสภน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในกิจกรรมการขับร้องเพลง &amp;quot;สยามินทร์ราชามหาวชิราลงกรณ์&amp;quot; ที่กองบัญชาการกองทัพบกวันก่อนไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะโค้งสุดท้ายของการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี ก่อนปิดแฟ้ม&amp;nbsp; ชื่อของ &amp;quot;บิ๊กอ้อม&amp;quot; ไม่อยู่ในทำเนียบ 5 เสือ ทบ. จนต้องไปลุ้นเก้าอี้ อัตราพลเอกพิเศษนอกกองทัพบก&amp;nbsp; ซึ่งมีทั้งตำแหน่ง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ.ทสส.) และรองปลัดกระทรวงกลาโหม แต่หลายคนยังมั่นใจในพลัง &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ที่น่าจะออกแรงในการดันน้องรักขึ้นเก้าอี้ ผบ.ทสส.ในเฮือกสุดท้าย แต่ดูจากแผง ผบ.เหล่าทัพที่แข็งแกร่งขนาดนี้ เห็น ท่าจะยาก เก้าอี้ที่จะรองรับ บิ๊กอ้อม ที่น่าจะขยับลงได้คงมีแค่ รองปลัด กห., รอง ผบ.ทสส. และประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่น่าสนใจคือ ชื่อของ บิ๊กนัย-พล.ท.สุนัย ประภูชะเนย์&amp;nbsp; ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) ยังอยู่ที่เดิม เพราะการจัดทัพใน 5 เสือ ทบ. บิ๊กเจี๊ยบ-พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อยากให้ ผบ.ทบ.คนใหม่ได้จัดทีมงานตนเอง นอกจาก บิ๊กตี๋-พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ที่ &amp;quot;บิ๊กเจี๊ยบ&amp;quot; การันตีแล้ว คนอื่นที่จะเบียดแทรกเข้ามาคงต้องใช้กำลังภายในมากกว่านั้น แม้ &amp;quot;บิ๊กนัย&amp;quot; จะเป็นทหารรบพิเศษด้วยกัน แต่งานนี้ต้องผ่าน บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่ถูกวางตัวเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่ในการจัดทัพด้วย แต่ พลัง ของ &amp;quot;บิ๊กนัย&amp;quot; ก็ไม่ธรรมดา&amp;nbsp; เพราะ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เคยดึงมาทำหน้าที่หัวหน้า รปภ. ในช่วงดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมรอบแรก ในโค้งสุดท้ายก็น่าลุ้นว่า 5 เสือ ทบ.จะเปลี่ยนอีกรอบหรือไม่ แต่คนในโผแรกที่เก้าอี้สั่นไหวมากที่สุดคงเป็น&amp;nbsp; บิ๊กเป้ง-พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์&amp;nbsp; รองเสนาธิการทหารบก (รอง เสธ.ทบ.) เพราะวัฒนธรรมกองทัพ ใครไม่มีแบ็กก็ยากจะเติบโต๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นึกถึงนายทหารอีกนายที่น่าเห็นใจ นั่นก็คือ บิ๊กแช-พล.อ.วิชัย แชจอหอ รองเสนาธิการทหาร ที่ครั้งหนึ่งต้องหลุดโผ 5 เสือ ทบ.กลางอากาศ ด้วยเหตุผลที่ &amp;quot;อายุราชการ&amp;quot; ที่เหลืออยู่น่ากลัว นอกจากต้องหลีกทางให้ สายแข็ง แล้ว ในช่วงนั้นต้องถูกดีดออกไปกองทัพไทย เพื่อหลีกทางให้ &amp;quot;บิ๊กอ้อม&amp;quot;&amp;nbsp; ที่ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ส่งเข้ามาอยู่ใน 5 เสือ ทบ. หลังจากที่มีสายรบพิเศษ และ วงศ์เทวัญ มาวางไลน์ไว้ ในการปรับย้ายนายทหารปีนี้ชื่อของ &amp;quot;บิ๊กแช&amp;quot; ได้ขยับขึ้นเป็นรอง ผบ.ทสส. อัตราพลเอกพิเศษ&amp;nbsp; แม้จะไม่ทันเวลาในการเข้าฮอส แต่ก็ถือได้ว่าเป็นจังหวะเวลาที่ดีในช่วงสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการในปี 2562 ๐ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว จ.ส.อ.ชัชชนันท์ เขื่อนแก้ว ผู้บังคับหมู่ หมู่เครื่องยิงลูกระเบิด กองบังคับการหมวดเครื่องยิงลูกระเบิดที่ 60 กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่&amp;nbsp; 17 และตำแหน่งในสนาม นายสิบส่งกำลังบำรุง กองร้อยทหารราบที่ 1743 ซึ่งได้รับบาดเจ็บมีแผลไฟไหม้ตามร่างกายและถูกส่งไปรับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลตั้งแต่เกิดเหตุ แต่ที่สุดก็ได้เสียชีวิตลง&amp;nbsp; จากเหตุการณ์เครื่องบินเล็กของกองทัพบกประสบอุบัติเหตุตกที่ ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หลังจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลและเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเบื้องต้นได้รับเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการและสินไหมประกันชีวิตจากกองทัพบกประมาณ 1.8 ล้านบาท พร้อมกันนี้กองทัพบกได้ปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ชั้น และขอรับพระราชทานยศสูงขึ้น เลื่อนยศเป็น พันโท ด้วย๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จดหมายน้อยจาก คนใกล้ชิดจ่าแซม-น.ต.สมาน กุนัน&amp;nbsp; ส่งสารผ่านเพื่อนพ้องน้องพี่เล่าให้ฟังถึงเหล่า มนุษย์กบ ที่ย้ายบ้านมาการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ช่วงปี 49 เข้าเป็น จนท.ฝ่ายรักษาความปลอดภัย 3 ด้วยคุณสมบัติพิเศษ คือ ต้องจบนักเรียนนายสิบทหารบก นักเรียนจ่าทหารเรือ&amp;nbsp; นักเรียนจ่าทหารอากาศ และมีประสบการณ์ด้านการทำงานไม่ต่ำกว่า 5 ปี เงินเดือนเริ่มต้นต่ำสุดเทียบเท่า ป.ตรี หรือมากกว่าตามประสบการณ์การทำงาน ซึ่งพวกพี่ๆ คุณสมบัติถ้าได้ยินแล้วไม่ธรรมดาเลย&amp;nbsp; ส่วนมากจะเคยติดทีมชาติมาแล้วเกือบทั้งหมด ฝึกการต่อต้านการก่อการร้ายสากลเป็นชุดโจมตี หรือสไนเปอร์กันมาทั้งนั้น แต่ทำงานมา 13 ปีให้เป็นแค่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 4 เท่านั้น ซึ่งเปรียบเทียบกับฝ่ายอื่นๆ ใน ทอท.ที่เข้ามาพร้อมกัน ตอนนี้ทั้งหมดได้ระดับพนักงาน 6 หมดแล้ว ด้วยการสูญเสียของจ่าแซมนั้น ทำให้เห็นว่าจ่าแซมสร้างประโยชน์ให้ ทอท.มหาศาล คนทั้งโลกได้รู้จัก ทอท.โดยไม่ต้องเสียงบประมาณการโฆษณา แล้ว ทอท.ล่ะ ได้มองเห็นหรือไม่?...เสียงเล็กๆ ที่สังคมได้สดับ ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.กวี สุภานันท์, พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, พล.ต.อ.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์, พล.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์, พล.ต.อ.วีรพงษ์ ชื่นภักดี, พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร, พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พล.อ.วีรชัย อินทุโสภน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหนือตอนล่างเฮ ขยายทางรถไฟ เชื่อมที่ท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ประชุม ครม.สัญจรนครสวรรค์ &amp;nbsp; ถือโอกาสวันพระกราบ &amp;ldquo;หลวงปู่ลี&amp;rdquo; บอกพระสงฆ์ดี จะอยู่อย่างง่ายและสงบ พร้อมรับข้อเสนอกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน-จัดการแหล่งน้ำ ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.สภาพัฒน์ฉบับใหม่ สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดแผนทุก 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp; (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เดินทางเข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่ลี ตาณังกะโร เจ้าอาวาสวัดหัวตลุกวนาราม (วัดป่าหัวตลุก) ต.สระแก้ว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ลูกศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดย พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้ถวายภัตตาหารเช้า &amp;nbsp;เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม และสนทนาธรรมกับหลวงปู่ลี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้เข้าไปบีบนวดขาให้หลวงปู่ลี ก่อนระบุว่า ตนจะคอยบีบนวดขาให้บิดาเสมอ เพราะบิดาอายุมากแล้ว วันนี้เป็นวันพระ ซึ่งถือเป็นวันดี จึงถือโอกาสเข้ามากราบนมัสการ โดยหลวงปู่ลีได้มอบ &amp;ldquo;คชสิงห์หลวงปู่ลี&amp;rdquo; ปี 2551 และหนังสือชีวประวัติชื่อ &amp;ldquo;นะโมพุทธอัสสะ&amp;rdquo; ให้นายกฯ และคณะด้วย ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวกับคนสนิทด้วยว่า &amp;ldquo;พระสงฆ์ดี จะอยู่อย่างง่ายและสงบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหลวงปู่ลี เดิมเป็นชาวจังหวัดขอนแก่น เกิด พ.ศ.2479 โดนงูเห่ากัดเมื่อตอนเด็ก โดยชาวบ้านคิดว่าจะต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอน เพราะสมัยก่อนยังไม่มีโรงพยาบาล แต่ก็เกิดปาฏิหาริย์ ทำให้อาการดีขึ้นด้วยการรักษาแบบชาวบ้าน มีปัญหาเพียงนิ้วกลางที่หยิกงอ จากนั้นจึงได้เริ่มเข้าบวชเรียน และได้ถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง พระป่ากรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ก่อนจะเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น และจากวัตรปฏิบัติที่ดีงาม จึงเป็นที่เลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนจนถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 08.20 น. ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ได้แก่ จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี ก่อนจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2561 หรือ ครม.สัญจร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.สัญจรว่า เป็นการประชุมนอกสถานที่อีกครั้ง เหมือนกับที่ผ่านมาตลอด 4 ปี ซึ่งดำเนินการในลักษณะนี้ อย่าคิดว่าเราไปทำเพื่อความมุ่งหมายอย่างอื่น ซึ่งก่อนประชุม ครม. ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการต่างๆ ของกลุ่มจังหวัด เพื่อดูความต้องการที่มาจากภาคเอกชน ธุรกิจ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ โดยสิ่งที่มีการขอให้รัฐบาลพิจารณาคือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เช่นรถไฟ ถนน เรามีแผนดำเนินการตามแผนงาน อะไรที่จำเป็นต้องปรับ เอางบประมาณ ปี 62 มาทำให้เร็วขึ้น หรือบางอย่างที่ต้องทำต่อเนื่อง รัฐบาลจะรับไปพิจารณา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการจัดการแหล่งน้ำบึงสีไฟและบึงบอระเพ็ด ที่ลงทุนไปแล้วส่วนหนึ่ง ทำให้ได้น้ำเพิ่มขึ้น อาจได้ถึง 10 เท่า จาก 5 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็น 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องทำ อีกทั้งยังแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ในแผนบริหารจัดการน้ำของสำนักงานบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่จะบูรณาการทุกภูมิภาค รวมถึงใน กทม.ด้วย ขณะเดียวกัน ต้นปี 62 จะมีการสำรวจ ศึกษา จัดเตรียมงบประมาณในการขุดลอกและทำประตูน้ำในลุ่มแม่น้ำน่านและแม่น้ำพิจิตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องเกษตร คนยังมีความกังวลเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร ไม่เข้าใจสิ่งที่รัฐบาลมีมาตรการลงมา เขาจะมีส่วนร่วมได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจำนำข้าวไว้ในยุ้งฉางของ ธ.ก.ส. มีมาตรการทุกอย่างที่เป็นไปตามกฎหมาย แต่หลายคนไม่ทราบจะเข้าสู่กระบวนการนี้อย่างไร ขอฝากสื่อและหน่วยงานที่เกี่ยว ต้องช่วยทำความเข้าใจให้มากขึ้น ในฤดูกาลต่อไปนี้ ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าเราจะมีการประกันราคาตามห้วงระยะเวลาที่มีอยู่ โดยหลักเกณฑ์ราคา 3 ปี และหารเฉลี่ยออกมาว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ ดังนั้นเมื่อประชาชนรู้ว่าราคาข้าวแต่ละชนิดมีราคาเท่าไหร่ ก็สามารถนำมาฝากที่ ธ.ก.ส.ได้ และเมื่อราคาเป็นที่พอใจ ก็นำออกมาขาย ก็จะได้กำไรจากส่วนต่างตรงนี้ ไม่อย่างนั้นทุกคนจะบอกว่าข้าวราคาสูงแต่ไม่ได้อะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากให้เกษตรกรแก้ไขปัญหาที่การผลิต โดยมีการรวมกลุ่ม ลดต้นทุนการผลิต มองหาตลาดที่มีความต้องการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะวันนี้ปัญหาสำคัญคือการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ดังที่มีปัญหาสับปะรด ข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ขอชื่นชมชาวจังหวัดนครราชสีมา ที่ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการรับซื้อผลิตภัณฑ์สับปะรด 7 ตัน หมดภายใน 3 ชั่วโมง โดยคนไทยต้องช่วยกัน จึงจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น&amp;rdquo; พล.อ.ประประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องเส้นทางหรือทางรถไฟที่ขอเพิ่มมา ต้องบรรจุอยู่ในแผน อะไรที่ทำได้ในปี 61-62 และมีงบประมาณก็จะทำให้ แต่อันไหนที่ยังไม่ผ่านขั้นตอนการศึกษาผลกระทบ จะบรรจุไว้ในแผนแม่บทในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่อไป ในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ตนได้แนะนำว่า ในพื้นที่ใดมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม ก็ให้จัดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวท้องถิ่นในพื้นที่ด้วยการขึ้นรถไฟและมาขึ้นรถนำเที่ยวในพื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ ยังกล่าวถึงเรื่องวัฒนธรรมว่า ประเทศไทยมีวัฒนธรรม หลายเชื้อชาติที่แตกต่างกัน แต่ก็อยู่ด้วยกันอย่างสันติวิธีมาโดยตลอด ทั้งคนไทยเชื้อสายจีน มุสลิม พุทธคือคนไทยทั้งสิ้น หน้าที่ของรัฐบาลต้องดูแลทุกคน ทุกฝ่ายตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ไม่อยากให้ไปหลงเชื่อในคำบิดเบือนต่างๆ มันเป็นไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับใหม่ จากฉบับเดิมคือ พ.ร.บ.พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ 2521 โดยกำหนดให้สภาพัฒน์มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน และประธาน 1 คน และกรรมการโดยตำแหน่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ก.พ.ร. เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาตร์ชาติ ทั้ง 6 ด้าน และเลขาธิการสภาพัฒน์ รวมทั้งหมด 24 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพรกล่าวว่า สภาพัฒน์จะมีอำนาจกำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และสภาพทางการเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และของโลก นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่จัดทำร่างเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีหน้าที่ให้ความเห็น คำปรึกษา และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแผนงานและโครงการพัฒนา รวมถึงมีหน้าที่เสนอ และพิจารณางบประมาณประจำปีของรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ใช่องค์การมหาชน อีกทั้งสภาพัฒน์มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่อง เพื่อดำเนินการในเรื่องที่เห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องพิจารณาดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพรกล่าวอีกว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดให้ต้องมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทุกๆ 5 ปี ที่ต้องสอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ สภาพการทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และของโลก โดยกำหนดชัดเจนว่าต้องมีเนื้อหาด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืน เทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาเมืองและภูมิภาค การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยสภาพัฒน์เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาฯ ในแต่ละด้าน อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนาฯ สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ เมื่อสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของโลกเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ เมื่อแผนพัฒนาฯ ถูกประกาศใช้ หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี และจะต้องรายงานการปฏิบัติงาน และประเมินผลการปฏิบัติราชการต่อสำนักงานสภาพัฒน์ทุกๆ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บทเฉพาะกาลกำหนดว่า คณะกรรมการสภาพัฒน์ชุดปัจจุบันจะสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ไม่เกิน 180 วันนับตั้งแต่ พ.ร.บ.ฉบับมีผลใช้บังคับ ขณะที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 จะสามารถใช้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2565
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวภายหลังการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า นายกฯ ได้ตีกลับข้อเสนอของทางสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนครสวรรค์ ที่เสนอให้รัฐบาลผลักดันสนามบินเกษตร จ.นครสวรรค์ เป็นสนามบินพาณิชย์ เพราะเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งทำในตอนนี้ เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาความเหมาะสมด้านจำนวนผู้โดยสารที่จะเข้ามาใช้บริการ และยังไม่รู้ว่ามีสายการบินใดบ้างที่สนใจเข้ามาเปิดเที่ยวบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งการเดินทางจากกรุงเทพฯ มายัง จ.นครสวรรค์ ยังสามารถเดินทางด้วยรถยนต์และรถไฟได้อยู่แล้ว จึงยังไม่เห็นชอบข้อเสนอดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การเดินทางจากกรุงเทพฯ มาจังหวัดนครสรรค์ด้วยเครื่องบิน คงเป็นเส้นทางที่ใกล้เกินไป และสามารถเดินทางมาด้วยรถยนต์และรถไฟจะสะดวกมากกว่า แต่ในอนาคตอาจพัฒนาเป็นสนามบินที่เชื่อมระหว่างภูมิภาคได้ เช่น จากนครสวรรค์ไปภาคใต้ หรืออีสาน หรือเป็นสนามบินที่รองรับเครื่องบินขนาดเล็ก ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะกลับไปศึกษาความเหมาะสมของการพัฒนาสนามบินนครสววรค์ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11245</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, ธนาคม จงจิระ, บึงสีไฟ, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พิจิตร, สำนักงานบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงปู่ลี, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, เจ้าอาวาสวัดหัวตลุกวนาราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1fde29040e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่ง &#039;รมต.&#039; แก้ปมบ้านพักศาลซ่อนดาบสอง &#039;ม.44&#039; ปิดฉาก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลตัดสินใจส่ง &amp;ldquo;สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ&amp;rdquo; รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงไปแก้ปัญหาโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 บนพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังยืดเยื้อยาวนาน ยังหาทางลงกันไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยายามใช้กลไกในพื้นที่แก้ปัญหา ตั้งแต่ส่ง พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ไปเปิดเวทีสาธารณะเพื่อร่วมกันหาทางออก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้บทสรุป กลับยิ่งลุกลามบานปลายเข้าไปใหญ่ จากต่อต้านกระจุกแค่ระดับพื้นที่ ขยายเป็นระดับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนดัง คนมีชื่อเสียง ทยอยเข้าสมทบ รวมตัวคัดค้านบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ กับเหล่าประชาชน มีอีเวนต์เชิงสัญลักษณ์หนักและถี่ ไม่ว่าเจรจากี่ทีต่อกี่ที ข้อเสนอของประชาชนยังคงหนักแน่นว่า ต้อง &amp;ldquo;รื้อ&amp;rdquo; เพื่อคืนผืนป่า ไร้วี่แววว่าจะล่าถอย หรือสร่างซาแม้แต่นิดเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นพลังขับเคลื่อนบริสุทธิ์ที่มุ่งอนุรักษ์ ยิ่งขยายใหญ่ยิ่งไม่ส่งผลดีต่อประเทศโดยรวม เหมือนที่ &amp;ldquo;เนติบริกร&amp;rdquo; วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ระบุ ตอนนี้ยังไม่มีการเมืองแทรกแซง แต่หากปล่อยนานเกินไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อาจไม่แน่&amp;rdquo;!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ แม้จะมีความพยายามหาทางออกให้กับทั้ง 2 ฝ่ายตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่ว่ากันตามความจริง วิธีการแก้ปัญหาในช่วงที่ผ่านมา ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการ &amp;ldquo;การเจรจา&amp;rdquo; เพราะเดดล็อกที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของ &amp;ldquo;กฎหมาย&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;สำนึกอนุรักษ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ไม่มีใครผิด ใครถูก!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายศาลยุติธรรมแม้ใจอยากยอมถอย ตามกระแสเรียกร้องคนในประเทศ แต่สนองไม่ได้ในเงื่อนไขกฎหมายที่ค้ำคอ ขณะที่ฝ่ายประชาชนไม่ได้หวังทำลายตัวบทกฎหมาย เพียงเพราะความไม่พอใจ แต่ข้อเรียกร้องเกิดขึ้นภายใต้สำนึกที่หวงแหวนผืนป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันยื้อกันมาจนไร้ทางออก แต่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังกุมมาตรา 44 ไว้แน่น ไม่เอามาใช้ แม้จะมีหลายฝ่ายปรารถนาวิธีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนรู้มันน่าจะเป็น &amp;ldquo;ทางเดียว&amp;rdquo; ที่ปลดเปลื้องปัญหานี้ได้ แต่ คสช.ยังไม่ใช้ แต่ให้ &amp;ldquo;สุวพันธุ์&amp;rdquo; ลงพื้นที่เชียงใหม่ในวันที่ 6 พ.ค. เพื่อไปแก้ปัญหากันอีกรอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนในรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม, วิษณุ หรือแม้แต่ &amp;ldquo;สุวพันธุ์&amp;rdquo; เองแสดงความเชื่อมั่นว่า จะจบได้สวย แต่ขณะที่หลายฝ่ายรู้ดีว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยาก&amp;rdquo;!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงพื้นที่ของ &amp;ldquo;สุวพันธุ์&amp;rdquo; ครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการลงไป &amp;ldquo;เชิงสัญลักษณ์&amp;rdquo; ว่า เรื่องมาอยู่ในมือรัฐบาลโดยตรงแล้ว แม้ก่อนหน้านี้จะมีกองทัพภาคที่ 3 ดูแล แต่การที่รัฐมนตรีในรัฐบาลลงไป เหมือนเป็นการแสดงให้เห็นว่า งานนี้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลยังหวังว่า ปัญหานี้จบลงได้ที่ &amp;ldquo;โต๊ะเจรจา&amp;rdquo; หลังพบว่า ยังมีเสียงบางส่วนที่รับได้หากไม่ต้องจบที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รื้อทั้งหมด&amp;rdquo;!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก่อนลงไปรัฐบาลก็รู้ดีว่า มันไม่ง่ายเหมือนที่แสดงความมั่นใจกัน เพราะการคัดค้านครั้งนี้ไม่ใช่ม็อบการเมืองที่มีแกนนำเป็นตัวเป็นตน แต่เกิดจากความคิดเห็นที่สอดคล้องกันเรื่อง &amp;ldquo;อนุรักษ์&amp;rdquo; แล้วมารวมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ปรากฏตัวว่า เป็นเหมือนแกนนำของการคัดค้านครั้งนี้ แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถชี้หรือสั่งผู้ชุมนุมให้ &amp;ldquo;รับ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ไม่รับ&amp;rdquo; ข้อเสนอได้ เพราะแกนนำแต่ละคนยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มวลชนส่วนหนึ่งอาจรับได้ แต่มวลชนส่วนหนึ่งอาจรับไม่ได้ ความยากของปัญหานี้คือ ทำให้ทุกคน &amp;ldquo;รับได้&amp;rdquo; ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือก &amp;ldquo;สุวพันธุ์&amp;rdquo; ลงไปในพื้นที่ ประเด็นหลักไม่ใช่เพราะเคยเป็น &amp;ldquo;รมว.ยุติธรรม&amp;rdquo; แต่เพราะเป็นรัฐมนตรีที่มีบุคลิก &amp;ldquo;รอมชอม&amp;rdquo; เคยถูกส่งลงไปแก้ปัญหาลักษณะนี้หลายต่อหลายครั้ง และยังเป็นรัฐมนตรีที่ทำงานเกี่ยวกับการประสานงานมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันไม่ใช่ &amp;ldquo;เผือกร้อน&amp;rdquo; ที่รัฐบาลมอบหมายให้ &amp;ldquo;สุวพันธุ์&amp;rdquo; รับหน้าเสื่อ แต่เป็นอีกยุทธวิธีที่รัฐบาลต้องการยื้อเป็นครั้งสุดท้ายหมายให้จบที่ &amp;ldquo;วงเจรจา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความล้มเหลวของ &amp;ldquo;สุวพันธุ์&amp;rdquo; ถ้ามันเกิดขึ้นจากการลงไปครั้งนี้ จะไม่ใช่ความผิด หากแต่มันจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า รัฐบาลได้พยายามทุกทางแล้วที่จะใช้วิธีปกติแก้ปัญหา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในเมื่อไม่สามารถ &amp;ldquo;ปลดล็อก&amp;rdquo; ได้ ถึงตอนนั้นการใช้มาตรา 44 จะมีความชอบธรรมทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เอง จะได้แต้มตัวนั้นมาไม่น้อยเหมือนกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, บ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ ภาค 5, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ, รมต., วงเจรจา, สำนึกอนุรักษ์, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb2d345f338.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดถกอีกรอบบ้านพักศาล! ผู้ตรวจฯขยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; โยนปัญหาหาบ้านพักศาลเกิดมาก่อนรัฐบาลนี้ ชี้ทุบทิ้งง่ายแต่ต้องมีคนรับผิดชอบงบประมาณที่เสียไป &amp;ldquo;ผบ.ทบ.&amp;rdquo; สั่ง มทภ.3 ถกร่วมผู้ว่าฯ เชียงใหม่หารือใช้ประโยชน์บ้านพัก 45 หลังอย่างไร คาด 29 เม.ย.รู้แน่ ผู้ตรวจการแผ่นดินมาแรง ยกพระบรมราโชวาทรัชกาลที่ 9 กฎหมายต้องขยายถึงศีลธรรม-จรรยา&amp;nbsp;
เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความเคลื่อนไหวในปัญหาการก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 และที่พักข้าราชการตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ ใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุยใน ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้สอบถามข้อมูลรายละเอียด พบว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับการอนุมัติมาก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา โดยมีพื้นที่ 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดตั้งสำนักงานศาลยุติธรรม ส่วนที่สองเป็นการก่อสร้างสถานที่พัก ซึ่งมีปัญหาอยู่ เนื่องจากประชาชนไม่เห็นด้วย และพื้นที่ส่วนที่สาม ซึ่งในส่วนนี้ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ถึงจะมีการขออนุญาตมาแล้วก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำว่า โครงการนี้เกิดมาก่อนหน้าที่รัฐบาลเข้ามา แต่รัฐบาลก็ต้องแก้ไขให้เกิดความชัดเจน ให้เป็นไปตามกฎหมาย และตามที่ประชาชนต้องการ ซึ่งก็เสียดาย เพราะที่ผ่านมามีการก่อสร้างเป็นไปตามลำดับ เป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง มีสัญญา จะไปรื้อทั้งหมดคงลำบาก ซึ่งรัฐบาลได้ให้ คสช.และกองทัพภาคที่ 3 กระทรวงมหาดไทย ไปทำความเข้าใจกับกลุ่มที่คัดค้านว่าจะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่า ในส่วนสำนักงานศาลยุติธรรม จากการหารือขั้นต้น คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ในส่วนปัญหาของที่พัก ก็ต้องมาดู เพราะมีการอนุมัติงบประมาณของรัฐไปแล้วจนใกล้จะเสร็จแล้ว ซึ่งมีสัญญาระหว่างรัฐและผู้รับเหมา ก็มีโอกาสฟ้องร้องกันตรงนี้ ก็ต้องไปดูว่าจะแก้ไขกันอย่างไร แต่มีหลายคนเสนอให้ทุบทิ้ง แล้วงบประมาณที่ใช้ไปตรงนี้จะทำอย่างไร งบประมาณภาครัฐไม่ใช่ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ จะต้องมีคนรับผิดชอบ เรื่องนี้นานแล้ว ต้องไปดูว่าจะนำไปใช้ในด้านอื่นได้หรือไม่ หรือให้ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ เพราะศาลคงใช้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากประชาชนออกมาประท้วง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เรื่องนี้ขออย่าเอาไปเกี่ยวพันกับการรื้อรีสอร์ตของภาคเอกชน เป็นคนละเรื่อง เรื่องนั้นทำผิดกฎหมายโดยชัดเจน ก็ต้องดำเนินคดี ส่วนการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ เป็นงบของราชการที่อนุมัติงบประมาณโดยรัฐบาลที่ผ่านมา เรื่องจะผิดจะถูกไปว่ากันอีกครั้ง ต้องมีกระบวนการสอบสวนกันต่อไป ใครเกี่ยวข้องบ้าง ขอให้ใจเย็น อย่ามาเดินขบวนกันอีกเลย คุยกันให้รู้เรื่องว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรดีกว่า ถ้าทุบทิ้งทำง่าย แต่ต้องมีคนรับผิดชอบงบประมาณตรงนี้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปฏิเสธเรื่องนี้ว่า ยังไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากไม่ได้ไปร่วมประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการ คสช. กล่าวว่า พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ประชุมเสวนาในพื้นที่เมื่อวันที่ 9 เม.ย.กับผู้ไม่เห็นด้วย ซึ่งได้ข้อสรุปว่าเขาต้องการให้รื้อบ้านพัก 45 หลังที่อยู่บริเวณด้านบนในพื้นที่ 47 ไร่ ส่วนอาคารสำนักงานศาลและอาคารที่พักไม่ติดใจ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 3 และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จะตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบรายละเอียดว่ามีความจำเป็นต้องรื้อในส่วนใดบ้าง และรายงานให้รับทราบในวันที่ 29 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนของศาลนั้น สำนักงานเลขานุการศาลยุติธรรมได้ทำหนังสือเสนอมาที่รัฐบาล โดยมีแนวทางเป็นเรื่องของรายละเอียดทางศาล ซึ่งต้องนำทุกส่วนมาบูรณาการแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้ ได้รับคำสั่งจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่แนวทางเบื้องต้นคือไม่ให้มีผลกระทบกับผู้ประกอบการ โดยควรให้ดำเนินการให้ได้ข้อยุติเสร็จสิ้นภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ส่วนพื้นที่ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องคิดว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด คิดว่าศาลจะเข้าใจในประเด็นนี้ &amp;nbsp;
ผบ.ทบ.กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นใครจะรับผิดชอบต่อการดำเนินการก่อสร้างบ้านจำนวน 45 หลังนั้น เพราะมีบางกระแสให้ข้อคิดเห็นว่าควรทุบทิ้ง แต่ในแง่กฎหมายคือเงินกว่า 300 ล้านบาทที่สร้างบ้านพัก และมีการทุบทิ้ง ใครจะรับผิดชอบ เพราะจะเป็นการเสียประโยชน์ไปโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่ หรือเราควรใช้พื้นที่ดังกล่าวใช้เป็นประโยชน์ในภาพรวมของ จ.เชียงใหม่ เช่น การสร้างศูนย์เรียนรู้ เป็นต้น และต้องปรับภูมิทัศน์ให้สอดรับกับพื้นที่ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง และต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน โดยทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และคิดว่าศาลคงไม่มีปัญหา โดยจะเสนอ พล.อ.ประวิตรอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทุบทิ้งเป็นสิ่งที่ง่าย แต่จะมีผลกระทบตามมา เพราะการทำให้ภูมิประเทศกลับมาเหมือนเดิมยาก และใช้เวลา แต่จะทำอย่างไรไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติเสียหายไป และให้เป็นความรับผิดชอบของคนเชียงใหม่ว่าจะปรับให้พื้นที่เป็นอย่างไร แม่ทัพภาคที่ 3 ต้องไปคุยกับผู้ว่าฯ เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ดีที่สุด และผมคิดว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหา&amp;rdquo; พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงเหตุผลศาลไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ว่า นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้พิจารณาเห็นแล้วว่าทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 นั้นไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ ในเรื่องดังกล่าวนี้ได้ จึงไม่อาจส่งบุคคลใดเข้าร่วมตามคำเชิญได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp; กล่าวว่า หากมีผู้ร้องมาที่ผู้ตรวจฯ ก็พร้อมพิจารณา แต่เบื้องต้นผู้ตรวจฯ ก็ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว และเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามแก้ไขปัญหาอยู่ ซึ่งส่วนตัวมองว่าปัญหาของผู้เป็นเจ้าของพื้นที่เขาก็ห่วงเรื่องป่า แต่ศาลยุติธรรมก็ได้ที่ดินมาโดยชอบ และโครงการก็เดินหน้ามาค่อนข้างไกล จะยกเลิกเลยศาลก็ไม่มีอำนาจ เพราะถ้ายกเลิกก็ต้องมีเรื่องความรับผิดชอบของงบประมาณที่เสียไป เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว &amp;nbsp;จึงคิดว่าป่ากับคนต้องอยู่กันให้ได้ โดยให้ยึดพระบรมราโชวาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า กฎหมายมันไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดินก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรม จรรยา ตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย &amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากจะมีผู้ร้องมาที่ผู้ตรวจฯ ซึ่งก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่ใช้พื้นที่ป่านั้น แต่อาจเป็นผู้ที่พบเห็นปัญหาความเดือดร้อน ก็สามารถร้องเรียนได้ ซึ่งผู้ตรวจฯก็มีหน้าที่ให้คำแนะนำกับ ครม.อยู่แล้ว ซึ่งการให้คำแนะนำก็ครอบคลุมไปถึงเรื่องของการรักษาป่าไม้อยู่แล้ว&amp;rdquo;พล.อ.วิทวัสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6894</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพยากรธรรมชาติเสียหาย, ที่พักข้าราชการตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ, บ้านพักศาล, ปัญหาความเดือดร้อน, ผลกระทบ, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทยานแห่งชาติสุเทพ, โยนปัญหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accc715c8671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
