<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมประชาฯตบเท้าให้กำลังใจ&#039;ไก่อู&#039; เจ้าตัวลั่นไม่หวั่นตอบได้ทุกคำถาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายจรูญ ไชยศร รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ประธานคณะกรรมาธิการ สามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นกระแสข่าวและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีต่อสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ ได้มีข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง กรมประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะหน่วยงานในสังกัดที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร สำนักกองที่ประจำอยู่ที่อาคารกรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานทีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รวมไปถึง ข้าราชการในพื้นที่ต่างจังหวัดซึ่งเดินทางเข้ามาติดต่อราชการ ได้ทยอยเดินทางเข้าให้กำลังใจ พล.ท.สรรเสริญ ที่ ห้องปฏิบัติงานอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;
พล.ท.สรรเสริญ ได้กล่าวขอบคุณ โดยกล่าวเปิดใจว่า &amp;quot;ที่กองทัพมันไม่มีแบบนี้ แต่ไม่เป็นไร ทำงานต่อได้ ขอบคุณทุกคนนะครับ ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานนะ เราต้องช่วยกันพากรมนี้ไปอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของทุกคน วันนี้ถือว่าผมเป็นสมาชิกของที่นี่ เป็นลูกพระอินทร์เป่าสังข์อีกคนหนึ่ง ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณทุกความตั้งใจในการทำงาน และผมมั่นใจว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ประพฤติผิด คิดทุจริต ทุกอย่างมีคำตอบและพร้อมชี้แจงข้อร้องเรียนที่มีทุกเรื่องตามกระบวนการ ตามหน้าที่ของข้าราชการ ขอบคุณทุกคนที่มาเป็นกำลังใจนะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานายจรูญมีปัญหาความไม่พอใจพล.ท.สรรเสริญ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มาโดยตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ รู้ว่าพล.ท.สรรเสริญ มีท่าทีชัดเจนว่าจะไม่กลับไปรับราชการที่กองทัพอีก และได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อย่างเต็มตัว และยังมีอายุราชการเหลืออีก 4 ปี ส่วนนายจรูญซึ่งมีโอกาสขึ้นเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนต่อไป แต่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46062</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประชาสัมพันธ์, พล.ท.สรรเสริญ, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d81ea26c9d25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;แจงปรับโฉม&#039;โฆษกรัฐบาล&#039;แค่เปลี่ยนบรรยากาศไม่เกี่ยวการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค.61 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สัปดาห์หน้าเป็นต้นไปจะมอบหมายให้นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงในนามของสำนักนายกรัฐมนตรี ในเรื่องครม.อะไรต่างๆเหล่านี้ เพราะหลายคนอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศของตนเองบ้างเหมือนกัน แต่มันเปลี่ยนไมได้ จะให้ใครไปชี้แจงแทนนายกฯโดยตรงก็ไม่ได้ ผมก็คือตัวผม จะเห็นได้ว่าระยะที่ผ่านมาอารมณ์เย็นเป็นที่สุด เปิดดูในโซเชียลมาแต่ก่อนโมโห เดี๋ยวนี้ก็ไม่โมโห เพราะไอ้คนว่าก็คนเดิมนั่นแหละ ผมก็ให้สัมภาษณ์แบบเดิม เพียงแต่ทำหน้าที่ชี้แจงแทน ซึ่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไปทำหน้าที่รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ก็แบ่งงานกันไป ยังช่วยกันไปเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าทำงานด้วยกัน รัฐบาลเดียวกัน ใครอยู่ตรงไหนก็เหมือนกัน เพียงแต่วิธีการนำเสนออาจจะได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ลุคใหม่หน่อย ไม่เบื่อหน้านายกฯ เบื่อหรือยัง จะได้หาคนมาชี้แจงแทนนายกฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ท.สรรเสริญ ยังจะรั้งตำแหน่งรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า &amp;ldquo;ก็จะแยกหน้าที่กันไปเลย แบ่งหน้าที่กันใหม่เป็นการภายในได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปออกคำสั่งอะไรใหม่หรอก คุยกันแล้วไม่มีปัญหาอะไร ทาง พล.ท.สรรเสริญ ก็สามารถจะชี้แจงได้เหมือนกัน ถ้าสงสัยตรงนี้ไปถามตรงโน้นก็ได้ ทำไมเดี๋ยวนักข่าวก็ไปบอกว่าถูกขึ้นหิ้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นการปรับกลยุทธ์การให้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า นายพุทธิพงษ์พูดภาษาง่ายๆบางทีทหารพูดเป็นทางการ แต่พล.ท.สรรเสริญ ไม่ได้บกพร่องอะไร เพียงแต่เปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้นเอง เมื่อถามอีกว่า เป็นเพราะใกล้เลือกตั้งหรือไม่ถึงได้ให้คนที่เชี่ยวชาญการเมืองอย่างนายพุทธิพงษ์เข้ามาทำหน้าที่โฆษกใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่เกี่ยวๆการเมืองก็คือการเมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20611</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, บิ๊กตู่, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ท.สรรเสริญ, โฆษกรัฐบาล, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd038cc56015.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำก็หาเสียงสองคำก็หาเสียง&#039;ไก่อู&#039;ฉุนนักการเมืองหา&#039;บิ๊กตู่&#039;ใช้โซเชียล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61 -&amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดช่องทางสื่อสารออนไลน์ของตนเอง&amp;nbsp;โดยบางฝ่ายมองว่าเป็นการเตรียมหาเสียงออนไลน์หรือไม่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp; มีการวิพากษ์วิจารณ์กันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่ตรวจราชการในกรุงเทพฯ ก็หาว่าเป็นการหาเสียง ลงพื้นที่ต่างจังหวัดก็บอกว่าหาเสียง อีกทั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกสถานที่ ก็หาว่ารุกหนักหาเสียง และเมื่อเปิดเฟซบุ๊กถูกมองว่าเป็นการหาเสียงอีก แต่หากไม่มีการติดต่อกับประชาชนเลยก็กลายเป็นเข้าถึงยาก ดังนั้นหากคนจะตำหนิก็สามารถตำหนิได้ทุกเรื่อง แต่หากเข้าใจว่าเป็นเรื่องของช่องทางหนึ่งที่นายกฯ ต้องการติดต่อสื่อสารกับประชาชนโดยตรงก็จบ ไม่น่ามีปัญหาอะไร อีกทั้งยังเห็นว่านักการเมืองแทบทุกคนที่ออกมาต่อว่าคนนั้นคนนี้ แต่ตนเองก็ทำเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ ยังกล่าวถึงกรณีที่อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย(พท.)&amp;nbsp;แนะพล.อ.ประยุทธ์ อย่าอ่านคอมเม้นต์ เพราะอาจจะต้องปิด Account เฟซบุ๊กไปได้ ว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่คนไทยหากรู้สึกเห็นด้วยหรือชอบก็อาจเฉยๆ แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบจะโพสต์ไม่เห็นด้วย หรือโพสต์ข้อความอะไรก็ตามก็เป็นเรื่องธรรมดาปกติ หากอยู่ในแวดวงนี้ก็ต้องทำใจอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ใช้ชื่อ &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; เพื่อสื่อสารตรงกับประชาชน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล โดยเปิดตัวไปเมื่อช่วงค่ำของวานนี้(14 ต.ค.) ปรากฎว่า มีประชาชนผู้ใช้เฟซบุ๊กให้ความสนใจกดไลค์เพจ และโพสต์ข้อความจำนวนมาก โดยมียอดผู้ติดตามล่าสุดถึงช่วงบ่ายของวันนี้ มีผู้ติดตามแล้วเกือบ 5 หมื่นคน โดยมีการโพสต์ข้อความโจมตี เหน็บแนม และภาพอินโฟกราฟฟิกล้อเลียน อีกทั้งยังมีการโพสต์ข้อความที่พล.อ.ประยุทธ์ เคยระบุว่า &amp;quot;วิธีทําให้ตัวเองมีความสุขคือการไม่เล่นเฟซบุ๊ก ไม่ดูโซเชียล เพื่อทำให้หัวโล่งทั้งวัน เพราะถ้าเปิดอ่านก็หมดแรงข้าวต้ม เพราะเห็นว่ามีแต่คนด่าทั้งวัน&amp;quot; ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็ได้โพสต์ข้อความชื่นชมและให้กำลังใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19955</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ใช้โซเชียล, ประยุทธ์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha, พล.ท.สรรเสริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุกไม่มีไว้ขังคนจน!ครม.ปรับหลักเกณฑ์วางเงินประกันตัวต้องมีโทษจำคุก 10 ปีขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณี การปรับหลักเกณฑ์การปล่อยตัวชั่วคราว ตามที่สำนักงานศาลยุติธรรม เสนอ สืบเนื่องมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เคยให้นโยบายไว้ว่า สังคมไทยชอบให้ข้อมูลทำนองตัดพ้อ ว่า คนจนติดคุกแต่คนรวยรอด จากเดิมกฎหมาย หลักเกณฑ์การปล่อยตัวชั่วคราวกำหนดว่า หาก ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีโทษจำคุก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีขึ้นไป หากจะได้รับการปล่อยตัว ต้องมีการวางปลักประกัน หมายความว่า คนส่วนใหญ่ที่มีโทษระหว่าง&amp;nbsp;5-9&amp;nbsp;ปี ต้องมีเงินวางประกัน ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งที่เดือดร้อนขัดสนเรื่องเงินประกันต้องอยู่ในคุก จนกลายเป็นปัญหาเรื่องพื้นที่คุมขังไม่พอต่อจำนวนนักโทษ และมีเสียงวิพากษ์วิจารณืจากประชาชน อย่างไรก็ตาม ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ได้ขอขยายเพดานโทษ หากต้องการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยต้องวางเงินประกัน ต้องมีโทษจำคุก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ขึ้นไปเท่านั้น ที่สามรถวางหลักประกันเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวได้ ส่วนที่โทษต่ำกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี สามารถทำตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีหลักการสำคัญที่ สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอ แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบ ได้แก่&amp;nbsp;1.การให้ศาลมีอำนาจ ในการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจับผู้หลบหนีภายหลังการปล่อยตัวชั่วคราว หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ว่าง จะมีตำรวจศาลที่สามารถดำเนินการได้เอง ซึ่งครม.ไม่เห็นชอบในส่วนนี้ เนื่องจากมองว่า เป็นการเพิ่มอำนาจให้เจ้าพนักงานศาลโดยไม่มีเหตุอันควร โดยได้มอบให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ศึกษากรณีดังกล่าวเพิ่มเติม&amp;nbsp;2.กำหนดให้ศาลมีคำสั่งไม่ประทับฟ้องก่อนการไต่สวนมูลฟ้องได้ กรณีที่ ราษฎรเป็นโจทก์ แล้วใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ซึ่งทางคณะกรรมการกฎษฏีกาชี้แจงว่า ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา &amp;nbsp;ได้กำหนดว่า การไต่สวนมูลฟ้อง ให้สาลเข้ามามีบทบาท ในการตรวจสอบการฟ้องคดีอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุอันจำเป็นที่ต้องให้ศาลบอกว่าไม่รับฟ้อง โดยไม่มีการไต่สวนมูลฟ้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18930</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก, คุกมีไว้ขังคนจน, พล.ท.สรรเสริญ, วงเงินประกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82bc623fbe2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2018 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2018 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้ม 3 เมืองท่องเที่ยวไทยติด 1 ใน 20 สุดยอดจุดหมายปลายทางโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดี ที่กรุงเทพมหานครได้รับการโหวตให้เป็นเมืองสุดยอดจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลก จากการสำรวจของมาสเตอร์การ์ด ฉบับที่ 7 ประจำปี 2561 ถือเป็นการครองอันดับ 1 ครั้งที่ 5 ในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่ปี 2555 และต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาพักแรมในปี 2560 จำนวน 20.05 ล้านคน ระยะเวลาพักแรมโดยเฉลี่ย 4.7 คืน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวัน 173 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ ภูเก็ตและพัทยาติดโผเข้ามาอยู่ใน 20 อันดับแรกด้วย โดยอยู่ในลำดับที่ 12 และ 18 ตามลำดับ ภูเก็ตมีจำนวนผู้พักแรม 9.29 ล้านคน ส่วนพัทยามีผู้พักแรม 8.67 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาสเตอร์การ์ดระบุว่า การที่ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวที่มีเมืองน่าเที่ยวถึง 3 แห่งติดอยู่ใน 20 อันดับแรก สะท้อนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพ การผสมผสานที่ลงตัว ระหว่างการเดินทางมาทำงานและพักผ่อน รวมไปถึงเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อื่น ๆ ในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามของหน่วยงานภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาระดับการเติบโตที่เหนือกว่ามาตรฐานของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยรัฐบาลไทยได้ออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ขยายข้อยกเว้นให้กับนักท่องเที่ยวที่พักระยะสั้น ดูแลความปลอดภัย และสร้างความประทับใจ รวมทั้งยังเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกหลายรายการในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ ขอบคุณนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่โหวตให้เมืองต่าง ๆ ของไทยเป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางที่น่าท่องเที่ยว โดยรัฐบาลยืนยันว่านักท่องเที่ยวคือแขกพิเศษของคนไทย จึงต้องการให้ทุกคนเกิดความประทับใจ มีความสุขตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศไทย และอยากจะกลับมาอีกในอนาคต ส่วนคนไทยทุกคนควรมีความภาคภูมิใจใน ประเทศไทย สร้างสิ่งดีดีให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง เพราะแม้ต่างชาติยังชื่นชมในความดีงามของเรา&amp;quot;พล.ท.สรรเสริญ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18678</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยวไทย, บิ๊กตู่, พล.ท.สรรเสริญ, พล.อ.ประยุทธ์, โฆษกรัฐบาล, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bca237168a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่อู&#039;อัดแก๊งซ้ำเติมประเทศแชร์แต่เรื่องเสียหาย เรื่องดีๆกลับไม่แชร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย 61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รับทราบรายงานของกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับกรณีที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงานประจำปี แจงรายชื่อ 38 ประเทศว่าเป็น ประเทศที่น่าละอาย โดยอ้างว่ามีการปฏิบัติไม่ดีต่อนักสิทธิมนุษยชนหรือผู้ให้ความร่วมมือกับกลุ่มสิทธิมนุษยชน และหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ที่เพิ่งถูกระบุชื่อด้วยในปีนี้ โดยรายงานประจำปีฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะใช้ประกอบการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ในส่วนของไทยถูกระบุถึง กรณีนายไมตรี จำเริญสุขสกุล และน.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ (ทนายจูน) และนำเรื่องที่ติดตามจากรายงานปีที่แล้ว เช่น กรณีฟ้องร้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภายใต้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการให้ความร่วมมือตามกลไกด้านสิทธิมนุษยชน เพราะขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามหลักกฎหมายและระเบียบ โดยนายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายหรือเจตนาจะคุกคาม ข่มขู่ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และยังให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชนให้มีความปลอดภัยและสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติงานและดำรงชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้แก่ การแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนามาตรการคุ้มครองนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิด การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแนวทางคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชน การจัดทำคู่มือสำหรับนักสิทธิมนุษยชน การลงพื้นที่ติดตามการคุ้มครองกรณีนักสิทธิมนุษยชนถูกละเมิด หรือมีความเสี่ยงต่อการถูกละเมิด การจัดทำรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 และบรรจุเรื่องของนักสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2562 &amp;ndash; 2566 รวมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ โดยมีรมว. ยุติธรรม เป็นประธานกรรมการ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าทูตไทยประจำยูเอ็น จะไปร่วมรับฟังการนำเสนอรายงานนี้ และจะใช้โอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล ระบุว่า สำหรับการที่สื่อหลายสำนักพาดหัวข่าวทำนองว่ายูเอ็นขึ้นบัญชีดำไทย นั้น อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของยูเอ็นโดยตรง แต่เป็นเรื่องของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ หรือ UNHRC (UNHCR เดิม) ซึ่งกล่าวถึงประเทศที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่การ ขึ้นบัญชีดำ แต่อย่างใด ส่วนการนำเสนอข่าวมักกล่าวถึงเพียงบางประเทศ เช่น ไทย จีน เมียนมา ทั้ง ๆ ที่มีอีกกว่า 30 กว่าประเทศที่ถูกกล่าวหา คือ แอลจีเรีย บาห์เรน บุรุนดี แคเมอรูน จีน โคลัมเบีย คิวบา คองโก จิบูตี อียิปต์ กัวเตมาลา กายอานา ฮอนดูรัส ฮังการี อินเดีย อิหร่าน อิรัก อิสราเอล ญี่ปุ่น คีร์กีซสถาน มัลดีฟส์ มาลี เม็กซิโก โมร็อกโก เมียนมา ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ รัสเซีย รวันดา ซาอุดิอาระเบีย ซูดานใต้ ไทย ตรินิแดดแอนด์โตเบโก ตุรกี เติร์กเมนิสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อูซเบกิสถาน และเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีข้อสังเกตด้วยว่า คนบางกลุ่มมักชื่นชอบการแชร์หรือส่งต่อเรื่องที่เสียหาย ราวกับต้องการซ้ำเติมประเทศตัวเอง แต่หลายเรื่องที่เป็นเรื่องดี ๆ เช่น ไทยติดอันดับ 1 ของประเทศที่ดีที่สุดสำหรับผู้คนทั่วโลก ไทยได้รับยกย่องจาก WHO ให้เป็นต้นแบบด้านการจัดการสุขภาพของโลก หรือไทยมีดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันดีขึ้น ฯลฯ กลับไม่ค่อยถูกขยายผลส่งต่อให้คนในชาติเกิดความภาคภูมิใจ&amp;rdquo;โฆษกรัฐบาล กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17625</URL_LINK>
                <HASHTAG>UNHCR, UNHRC, พล.ท.สรรเสริญ, ยูเอ็น, องค์การสหประชาชาติ, โฆษกรัฐบาล, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย, ไอ่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลโวยวงจรใส่ร้ายป้ายสี&#039;บิ๊กตู่&#039;เริ่มกลับมารับเลือกตั้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพและข้อความในโซเชียลมีเดียระบุ &amp;quot;บิ๊กตู่ติงคนไทยใช้สมองน้อย แฉมีคนจ้องทำลายทหาร-สถาบัน&amp;quot; ว่า มีความพยายามของคนบางกลุ่มที่ต้องการนำข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ไม่ถูกต้อง หรือนำเสนอเพียงบางช่วงบางตอน มาเผยแพร่อย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและลดความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เพราะใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว เมื่อตรวจสอบข่าวล่าสุดที่มีการเผยแพร่แล้วจะพบว่า เป็นข่าวเก่าที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปี 2558 โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ นายกฯ พบหอการค้า รวมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนายกฯ พูดว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนไทยเป็นคนโรแมนติก ส่วนใหญ่ใช้ความรู้สึก ใช้หัวใจเสียเป็นส่วนมาก แต่ใช้สมองน้อยในการคิดใคร่ครวญว่ามันใช่หรือไม่ใช่ ตนไม่ได้ดูถูก ดังนั้น วันนี้สิ่งแรกที่เราต้องแก้ คือ เราต้องมีความรู้ มีสติ และมีความรู้สึกในการครองชีวิต หากประเทศไทยยังใช้ความรู้สึกในการดำรงชีวิตอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม ก็คงเดินต่อไปกันไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสํานักนายกฯ กล่าวว่า ตนตั้งขอสังเกตว่าขณะนี้วงจรของการใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองเริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนทราบอย่างถูกต้องและรวดเร็วทันสถานการณ์ โดยเฉพาะทางสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการเผยแพร่และส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก เพื่อลดความสับสนวุ่นวาย พร้อมทั้งเตือนไปยังนักเลงคีย์บอร์ดทั้งหลายที่จงใจสร้างข่าวปลอม ให้ร้าย หรือตัดข้อมูลเพียงบางส่วนไปนำเสนอ เพื่อสร้างความเกลียดชังกันนั้น ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย จึงขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยหากสืบสวนพบต้นตอของข่าวและตัวผู้กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10527</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนปล่อยข่าวบิดเบือนล, บิ๊กตู่, พล.ท.สรรเสริญ, พล.อ.ประยุทธ์, โฆษกรัฐบาล, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba0d12eb3a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
