<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทัพบก&#039;ยันไม่เลื่อนรับตัว &#039;ทหารใหม่&#039;จ่อรายงานตัว 1 พ.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2564 พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าเลื่อนกำหนดการการส่งตัวทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2564 เข้ายังหน่วยต่างๆ จากวันที่ 1 พ.ค. เป็นวันที่ 1 มิ.ย.2564 ว่า จากการตรวจสอบเบิ้องต้น ยังคงยืนยัน การรายงานตัว ตามกำหนดเดิมในวันที่ 1 พ.ค.นี้ โดยทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2564 เข้ารายงานตามปกติ ทั้งนี้ ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 กองทัพบก( ศบค.19 ทบ.)ได้ออกมาตรการในการปฏิบัติในเรื่องต่างๆอย่างต่อเนื่องในทุกเรื่อง โดยเฉพาะการรับทหารใหม่ที่จะเข้ามาในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ก็มีมาตรการในการดำเนินการอย่างรัดกุมในทุกๆเรื่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเรียบร้อยที่สุด
ด้านเพจ Smart Soldier Strong Army ของกองทัพบกระบุถึงขั้นตอนในการรับรายงานตัว ของทุกหน่วย ตามมาตรการต่างๆ อย่างเคร่งรัด คือ 1.ขั้นตอนการรายงานตัว ณ เขต อำเภอ เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ด้านธุรการ ในห้วงปลาย เม.ย. นี้ ให้สัสดีเขต สัสดีอำเภอ ตรวจคัดกรองทหารกองเกินทุกนาย บันทึกอุณหภูมิร่างกาย จัดสถานที่รายงานตัวให้มีความเหมาะสมและโปร่งโล่ง ให้มีอากาศถ่ายเทใหลเวียนได้สะดวก โดยหากตรวจพบทหารกองเกินมีอุณหภูมิร่างกายไม่ปกติ ให้ดำเนินการจดบันทึกข้อมูลบุคคลและส่งตัวไปยัง โรงพยาบาลของรัฐเพื่อพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของทหารกองเกินว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือถูกกำหนดให้กักตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน โดยมีเอกสาร หลักฐานยืนยันอย่างเป็นทางการ ให้เร่งดำเนินการจำหน่ายทหารกองเกินรายนั้นเพื่อให้ทำการรักษา หรือกักตัวให้ครบ 14 วันก่อน ทั้งนี้ เมื่อรักษาหายแล้ว หรือพ้นระยะเวลาการกักตัวแล้ว ต้องดำเนินการแจ้งให้ผู้นั้นรายงานตัวเข้าหน่วย ณ ที่ว่าการอำเภอศาลากลางจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีการนัดหมายในการส่งตัวเข้าหน่วยข้ามกองทัพภาค ให้ชี้แจงหรือนัดหมายในห้วงเย็นจากตำบลนัดหมาย (อำเภอ) ไปยังตำบลขึ้นทะเบียน (จังหวัด) และเริ่มออกเดินทางในเวลากลางคืนเพื่อไปถึงที่หมายในห้วงเช้าของวันถัดไปเพื่อลดความคับคั่งในการใช้ห้องน้ำกับประชาชนทั่วไป ในสถานีบริการน้ำมันตลอดการพักระหว่างทาง และเมื่อถึงปลายทางในเวลากลางวัน จะสะดวกในการบริหารจัดการได้อย่างครอบคลุม รัดกุมและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เน้นย้ำให้ทหารกองเกินทุกนายนำโทรศัพท์มาด้วยในวันเข้ากองประจำการ พร้อมโหลดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น ไทยชนะ หมอชนะ เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่อไปสำหรับทหารกองเกินหรือผู้ปกครองท่านใดมีข้อสงสัย สามารถโทรสอบถามไปที่หน่วยงานสัสดีอำเภอ และสัสดีจังหวัดที่ทหารกองเกินผู้นั้นรายงานตัวได้ในวันเวลาทำการ หรือสามารถสอบถามได้ที่กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 02-2233259.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเกณฑ์, พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ, ไม่เลื่อนรับตัวทหารใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fbebe007e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทบ.ยกระดับป้องโควิดพิทักษ์กำลังพลและครอบครัวหนุนรัฐบาลดูแลประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.64 - พลโท สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก/โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในห้วงเดือนที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อแพร่กระจายไปทั่วเป็นจำนวนมากจากกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่ ซึ่งเชื่อมโยงกับหลายกลุ่มคนและสถานที่หลายแห่ง รัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จึงได้ปรับมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยเฉพาะในช่วงเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งต้องมีการเดินทางสัญจรของผู้คนเป็นจำนวนมาก พร้อมกับมีการเฉลิมฉลองสังสรรค์ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก จึงได้ปรับมาตรการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยได้กำหนด &amp;ldquo;มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกำลังพลหน่วยทหารและค่ายทหาร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;rdquo; ซึ่งเน้นย้ำกำลังพลและหน่วยทหารให้ปฏิบัติตามวินัยทหารต้านโควิด-19 อย่างเคร่งครัด อาทิ การบันทึกไทม์ไลน์สถานที่เดินทาง, หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่แออัด, การแสกนแอปพลิเคชันไทยชนะ/หมอชนะ ในทุกสถานที่ ที่ได้เดินทางไปตลอดห้วงเทศกาลหรือช่วงลาพักกลับภูมิลำเนา จนกระทั่งกลับเข้าทำงานตามปกติ กรณีเป็นผู้ที่พักอาศัยบ้านพักของทางราชการ จะต้องแจ้งข้อมูลการเดินทางให้หัวหน้าที่พักอาศัยทราบ รวมถึงเมื่อกลับจากการเดินทางแล้ว จะต้องตรวจคัดกรองโรคก่อนกลับเข้าพักอาศัย นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อาทิ เว้นระยะห่างทางสังคม, สวมหน้ากากอนามัย, หมั่นล้างมือ และใช้เจลแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน่วยทหาร ให้งดจัดกิจกรรมสงกรานต์ เว้นการสรงน้ำพระ และเมื่อเปิดทำการหลังเทศกาล จะต้องตรวจคัดกรองกำลังพลทุกนายก่อนกลับเข้าปฏิบัติงาน โดยกองรักษาการณ์ของทุกหน่วยทหารจะต้องทำหน้าที่เฝ้าระวัง บันทึกข้อมูลการเข้า-ออก พร้อมคัดกรองโรคอย่างเคร่งครัด ในส่วนของการจัดตั้งจุดบริการและอำนวยความสะดวกประชาชนห้วงเทศกาลสงกรานต์ ให้เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองอย่างเข้มงวดตลอดการปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยกระดับมาตรการช่วงสงกรานต์นี้ เป็นการพิทักษ์กำลังพลและครอบครัวให้ปลอดภัยจากโควิด พร้อมปฏิบัติงานและสนับสนุนรัฐบาลในการอำนวยความสะดวก ดูแลช่วยเหลือ และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างเข้มแข็งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98873</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, การป้องกันโควิด-19, พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fbebe007e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.เข้มกฎเหล็กห้ามกำลังพลยุ่งการเมือง ยกคำสั่ง 388/2563 ขู่ฟันวินัย-อาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.64 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ประกาศชุมนุมต่อเนื่องว่า กองทัพบกมีระเบียบวินัยสำหรับกำลังพล โดยกองทัพบกได้ออกคำสั่งที่ 388 / 2563 ที่กำหนดไว้ว่ากำลังพลสามารถทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง รวมถึงการโพชส์ข้อความตามโซเชียลต่างๆ เรามีข้อห้ามชัดเจนและหากกำลังพลกระทำผิด กองทัพบกก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหากพบว่ามีความผิดก็ต้องได้รับโทษ หากเป็นความผิดทางวินัยก็ดำเนินการตามขั้นตอน แต่ถ้าไปเกี่ยวข้องกับคดีอาญาก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้ทหารทำได้เพียงการติดตามข้อมูลข่าวสารการชุมนุมเท่านั้น ยืนยันว่าการชุมนุมเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถทำได้ หากไม่ขัดต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมากรมกำลังพลทหารบกได้ออกคำสั่งได้ออกข้อควรปฏิบัติและข้อไม่ควรปฏิบัติของกำลังพลสังกัดกองทัพบกโดยอ้างอิงจาก1.ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยข้าราชการกลาโหมกับการเมืองพ.ศ 2499 2. คําสั่งกองทัพบกที่ 388 / 2563 ลง 9 ก.ย.2563 เรื่องแนวทางการดำเนินการต่อกำลังพลที่กระทำผิดและหาก ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบังคับกระทรวงกลาโหมและคำสั่งกองทัพบกถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาทหารมาตรา 33 ,11 และ 32 ตามแต่กรณี ทั้งนี้ กองทัพบก ได้ทำโปสเตอร์ติดภายในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยระบุ สิ่งที่กำลังพลสามารถทำได้ดังนี้ 1.การสมัครเข้าเป็นสมาชิกในพรรคการเมืองใดต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงผู้บัญชาการทหารบกทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การเข้าร่วมประชุมทางการเมืองในฐานะส่วนตัวได้แต่ต้องไม่สวมเครื่องแบบและไม่ใช้ในเวลาราชการ 3. ปฏิบัติราชการในหน้าที่ด้วยการวางตนเป็นกลางโดยไม่มุ่งหวังประโยชน์ของพรรคการเมืองใดโดยเฉพาะแต่ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล 4. ลงคะแนนเสียง/ แสดงความคิดเห็นส่วนตัวต่อผู้ลงสมัครได้5. การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองสามารถกระทำได้โดยไม่แต่งเครื่องแบบและไม่ใช้เวลาราชการทั้งนี้ในการเข้าร่วมประชุมในที่สาธารณะนั้นต้องเป็นไปอย่างสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสิ่งที่กำลังพลไม่สามารถกระทำได้ มีดังนี้1. ไม่กระทำการใดๆอันมีลักษณะพาดพิง ส่อเสียด ล้อเลียน สถาบัน รัฐบาล และผู้บังคับบัญชา 2. ไม่แต่งเครื่องแบบหรือชุดอื่นใดรวมถึงใช้ตราสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นทหารเข้าร่วมประชุมกับพรรคการเมืองหรือไปร่วมชุมนุมในที่สาธารณะอันเป็นการประชุมที่มีลักษณะทางการเมือง 3. ไม่ประดับเครื่องหมายหรือแต่งเครื่องแบบของพรรคการเมืองเข้าไปในสถานที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ไม่บังคับผู้อยู่ในบังคับบัญชา ทั้งโดย ตรงหรือโดยปริยายให้เป็นสมาชิกในพรรคการเมืองใดและไม่กระทำการในทางให้คุณหรือให้โทษ 5. ไม่แทรกแซงในทางการเมืองหรือใช้การเมืองเป็นเครื่องมือเพื่อการทำกิจการต่างๆ 6. ไม่แสดงออกโดยตรงหรือโดยปริยายที่จะเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งในระยะเวลา ที่มีการสมัครรับเลือกตั้ง 7. ไม่โพสต์ข้อความทางการเมืองในเวลาราชการในสถานที่ราชการหรือใช้คอมพิวเตอร์ของราชการรวมถึงห้ามใช้ account ของราชการร่วมกิจกรรมทางการเมืองบนสื่อสังคมออนไลน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98398</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ad6bfecadc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.โต้เฟกนิวส์ส่งเสบียงทหารเมียนมา แจงภาพค้าขายชายแดนปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 64 - พลโทสันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีที่มีปรากฎภาพในเพจและนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการค้าขายในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา และมีการวิจารณ์ให้เข้าใจผิดว่าเป็นการส่งเสบียงทางทหารนั้นว่า จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่านแดนชั่วคราว หรือด่านชายแดนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในปัจจุบันยังคงเปิดให้มีการผ่านเข้า-ออกภายใต้มาตรการควบคุมการป้องกันโรคโควิด-19 และ เป็นไปตามกฎหมายระเบียบในการข้ามแดนของบุคคลและสินค้า-สิ่งของโดยมีส่วนราชการในพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกันทั้ง ตำรวจ ฝ่ายปกครองของจังหวัด เจ้าหน้าที่ศุลกากร, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นต้น โดยในการขนส่งสินค้าข้ามแดนต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 เป็นหลัก และพิจารณาร่วมกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในการอนุญาตสินค้าบางประเภท เช่น พ.ร.บ.กักพืช กระทรวงเกษตรฯ, การนำเข้าสินค้า-ส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนสามารถดำเนินการค้าขาย ขนส่งสินค้าข้ามแดนได้ตามระเบียบและกฎหมายตามความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ตามปกติ โดยเฉพาะในสินค้าที่เป็นเครื่องอุปโภคบริโภคและจำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิต ทั้งนี้ต้องไม่ได้เป็นสิ่งของต้องห้ามตามกฎหมายหรือยุทธภัณฑ์ที่อยู่ในการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการค้าขายสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย &amp;ndash; เมียนมา ในขณะนี้นั้น เป็นเรื่องของผู้ประกอบการโดยตรง เป็นการค้าชายแดนตามปกติ กองทัพไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไปดำเนินในเรื่องเหล่านี้ และ จนท.ไม่ได้ปิดกั้นการค้าขายชายแดน หากดำเนินการในกรอบของกฎหมายและเป็นไปตามขั้นตอนของศุลกากรตามที่กล่าวมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนตามแนวชายแดน รวมถึงการค้าขายของผู้ประกอบการที่มีการส่งสินค้าตามช่องทางต่างๆ ก็ยังคงต้องผ่านการตรวจสอบและกำกับดูแลจากทหารเมียนมาตามระเบียบปฏิบัติของทางการเมียนมาตามปกติเช่นกัน
ปัจจุบัน กองกำลังชายแดน ยังคงภารกิจปกป้องอธิปไตย สร้างความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน สกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ การลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการคัดกรองโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้วอีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คืออำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินการค้าขายตามแนวผ่านจุดผ่านแดน จุดผ่อนปรนทางการค้า ช่วยตรวจสอบคัดกรองสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งผิดกฎหมายไม่ให้มีการผ่านเข้า-ออก หรือมีการลักลอบขนส่งสินค้าข้ามแดนโดยไม่ผ่านการตรวจสอบตามกระบวนการศุลกากร โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมดูแลสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนของประเทศเพื่อนบ้าน การนำเสนอข่าวสาร ด้วยความระมัดระวัง ไม่กระทบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและไม่เป็นการก้าวล่วงกิจการภายในของประเทศอื่น เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าข้อมูลนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะอาจจะสร้างผลกระทบในทางลบต่อผลประโยชน์ของประเทศหรือประชาชนชาวไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันในขณะนี้คือ สร้างความรักความสามัคคี สร้างการรับรู้ในข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกเรื่องเดินหน้าไปด้วยความเรียบร้อย บ้านเมืองสงบสุข และช่วยกันดูแลคนไทยประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96865</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าขายชายแดน, ทบ., พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ, ส่งเสบียงทหารเมียนมา, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60582f55a79c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จับคำให้สัมภาษณ์ ผบ.ปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี หลังโดนสื่อซักเรื่อง บิ๊กหลวง-พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.เพิ่มสุข ศิริพละ ผกก.สภ.ภูเขียว ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 (ศปก.ภ.3) เนื่องจากปล่อยให้กลุ่มราษฎรชุมนุมทำกิจกรรมหน้าโรงพัก แถมตบหน้า &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; ด้วยการแขวนป้ายเรียกร้องปฏิรูปสภาบันทับป้ายโรงพักภูเขียว จ.ชัยภูมิ &amp;quot;เราก็ไม่อยากต้องลงโทษกันแบบนี้ตลอดเวลา เพราะที่ผ่านมามีการกำชับและอบรมแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังไม่เรียบร้อย เราปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้ ในเมื่อย้ำหลายครั้งแล้ว ถ้าใครทำงานไม่ได้ก็เปลี่ยนหน้าที่&amp;quot; บ่งบอกถึงอารมณ์ ผบ.ปั๊ด ได้อย่างชัดเจน แบบไม่ต้องอธิบาย เพราะก่อนหน้านี้โรงพักคลองหลวง จ.ปทุมธานี ก็ทำงามหน้ามาแล้วครั้งหนึ่ง ปล่อยให้การ์ดวีโวปลดธงชาติไทยบริเวณเสาธงหน้าโรงพักออก แล้วเปลี่ยนธงแดง 112 ขึ้นสู่ยอดเสาแทน ก็ถูกเพ่งเล็ง ถูกตำหนิมาแล้ว พอโรงพักภูเขียวมาปล่อยให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก หากควันไม่ออกหูก็แปลกแล้ว ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูอย่าง บิ๊กหลวง-พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 ในฐานะผู้บังคับบัญชา ยังไม่ทันสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นหน้าโรงพักภูเขียว แค่เห็นภาพป้ายข้อความดังกล่าวทับป้ายโรงพัก ถึงขนาดแสดงความรับผิดชอบด้วยการโกนหัวเพื่อธำรงวินัย โดยให้เหตุผล &amp;quot;เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาไร้ระเบียบวินัย ในฐานะผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 จึงต้องโกนหัวเพื่อธำรงวินัย&amp;quot; แต่ที่น่าแปลกใจคือ ท่าทีของผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ พ.ต.อ.เพิ่มสุข ศิริพละ ผกก.สภ.ภูเขียว อย่าง พล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ อดีตผู้การระยอง ที่เพิ่งถูกย้ายเมื่อคำสั่งแต่งตั้งนายพลวาระ 63 ที่ผ่านมา และเคยถูกคำสั่งช่วยราชการครั้งที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอบุกจับกุมบ่อนพนันใหญ่ในพื้นที่ระยอง กลับเงียบหายไม่มีข่าวคราวใดๆ ออกมากับสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงพักภูเขียว จนชาวบ้านถามกันระงม ผู้การชัยภูมิหายไปไหน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากยึดผลงานการตรวจสอบกรณี อมเบี้ยเลี้ยงโควิด กับการตรวจสอบ บ่อนพนันพื้นที่ภาคตะวันออก ที่เป็นต้นตอการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบสอง ก็ต้องเชื่อใจ บิ๊กหิน-พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในการรับเผือกร้อนอีกเรื่องกับการตรวจสอบกรณี ผบ.ร้อย ตชด.ภ.4 ร้องเรียน ผบก.ตชด.สั่งให้ผู้บังคับการกองร้อยทุกนาย จำนวน 16 หน่วย และ ผกก.ทุกนาย จำนวน 4 กองกำกับการ นำเงินมามอบให้ทุกการประชุมประจำเดือน ซึ่งเขียนเส้นใต้เอาไว้ 5 วันน่าจะรู้ผลสอบเบื้องต้น แต่พอฟังบทสัมภาษณ์ที่ บิ๊กหิน บอก &amp;quot;ที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนไม่เคยมีปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ เนื่องจากเป็นหน่วยที่มีวินัย และภารกิจของหน่วยไม่ได้มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจะต้องสอบด้วยว่ากรณีที่มีการร้องเรียนเกิดขึ้น เป็นเพราะผู้ร้องกับผู้ถูกร้องขัดแย้งหรือมีปัญหาส่วนตัวกันหรือไม่ด้วย&amp;quot;...บอกตรงๆ หวั่นใจเรื่องจะโดนโยนไปที่ความขัดแย้งส่วนตัวแล้วปล่อยเงียบ ทั้งๆ ที่บริบทของการร้องเรียนและสังคมอยากรู้ คือ จริงๆ แล้วมีการไถเงินลูกน้องรายเดือนจริงหรือเปล่า บิ๊กหิน ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ยิ่ง พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผบช.ตชด.มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.ชวลิต สุขสุวรรณ์ ผบก.ตชด.ภาค 4 ไปช่วยราชการ ศปก.ตชด.เพื่อเปิดโอกาสให้มีการสอบข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนแล้ว การสอบสวนชุด บิ๊กหิน ก็น่าจะสะดวกและเจาะลึกลงไปได้มากขึ้น ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เสียแรงเป็นขุนศึกของ นารายณ์ 1-พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก. เพราะทั้ง หนุมาน กองปราบปราม และคอมมานโด บก.ปพ.สลับกันสร้างผลงานต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวันพฤหัสฯ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. ผู้ปลุกปั้นชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ ก็เข้าเปิดปฏิบัติการ ชัตดาวน์กาแล็กซี่ออนไลน์ จับกุมเสี่ยโป้ ตัวการใหญ่พนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนนับพันล้านบาทได้แล้ว พอมาอีกวัน บิ๊กต่อ ก็ยิ้มแก้มปริอีก เมื่อคอมมานโด บก.ปพ.เปิดยุทธการ จันทบูรณ์ออนไลน์ ทลาย 4 เว็บไซต์พนันออนไลน์ รวบ 34 แอดมิน เงินหมุนเวียนพันล้าน สร้างชื่อเสียงเป็นหน้าเป็นตาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ในยามที่ สีกากี กำลังเป๋ จากผลพวงบ่อนพนันพื้นที่ภาคตะวันออก ที่สังคมต่างติติงตำรวจที่ปล่อยให้บ่อนพนันเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด จนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบสอง ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจะครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์กราดยิงโคราช กองทัพบกส่ง &amp;quot;ทีมโฆษก&amp;quot; แถลงความคืบหน้าการเยียวยาบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และการปรับปรุงระบบสวัสดิการกำลังพล ที่สำคัญคือระบบคุมบัญชีอาวุธ รวมถึงระบบการรักษาความปลอดภัยของคลังแสงให้เป็นไปตามมาตรฐาน มีความรัดกุมในการเก็บรักษามากขึ้น โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้ บิ๊กหนุ่ย-พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการจัดทำแผนและดำเนินการให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในคลังแสงขนาดใหญ่ต้องวางระบบใหม่ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น มีการใช้ระบบการตรวจสอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหารและอิเล็กทรอนิกส์ควบคู่กันไปด้วย ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดการแถลงของ บิ๊กติ่ง-พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน โฆษกกองทัพบก พร้อมทีมงาน จะใช้คำว่าการปรับปรุง พัฒนา เสมือนกับการปฏิรูปกองทัพ โดยหลีกเลี่ยงจะใช้คำว่า ปฏิรูป โดยตรง ราวกับเป็นคำแสลง แต่โดยเนื้อหาคือมีการจัดทำเป็นแผนระยะ 3 ปี ตามอายุราชการของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2566 โดยกำหนดไว้ ตั้งแต่ช่วง 1 ต.ค.63 ถึง 30 ก.ย.66 โดยในปี 64 จะมุ่งจัดระเบียบกำหนดแผนงานให้ชัดเจน ปี 65 มุ่งเน้นตามแผนงานและหลักการเพื่อปฏิรูปกองทัพในทุกมิติ และปี 66 นำผลการปฏิบัติสู่การปรับปรุงแก้ไข พร้อมย้ำว่ากองทัพบกเป็นองค์กรขนาดใหญ่ จึงต้องใช้เวลาในการปฏิรูปให้เหมาะสม โดยจะเป็นรูปธรรมในปี 2565 ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกได้ว่า 3 ปีในเก้าอี้ ผบ.ทบ.ของ &amp;quot;บิ๊กบี้&amp;quot; เป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการปรับปรุงกองทัพให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมตามที่กำหนดไว้ ถ้ามีความตั้งใจและจิตแข็งพอกับแรงกดดันภายในและแรงบีบจากภายนอก ยิ่งช่วงปีแรกของการรับตำแหน่งเป็นธรรมชาติที่ต้องถนอมตัว เจ้าตัวก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะแตะในประเด็นการเมือง เมื่อผู้สื่อข่าวถามในประเด็นรัฐประหาร ก็ประกาศว่า &amp;ldquo;ไม่มีคำว่าอยู่ในหัว&amp;rdquo; อยู่หลายครั้ง และที่สำคัญไม่มีคำว่า รัฐประหาร ออกมาจากปากแม้แต่คำเดียว แต่ความเป็น ผบ.ทบ.ย่อมถูกโฟกัสทุกคำพูด แม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภารกิจทหาร ก็ย่อมถูกนำคำตอบไปวิเคราะห์วิจารณ์ ทัศนคติ ในเรื่องต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงไม่แปลกถ้าการเปรียบเทียบการจัดหาอาวุธทดแทนของเก่าที่ปลดประจำการ กับการใช้ ทิชชู จึงกลายเป็นประเด็นฮือฮา อื้ออึงไปทั้งโซเชียลมีเดีย ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หันมาดูแนวทางแผนการจัดหายุทโธกรณ์เข้าประจำการ ที่ประกาศว่าจะลดและเลิกการจัดหาจากต่างประเทศ ยกเว้นในโครงการที่มีความทันสมัยและเทคโนโลยีของกองทัพยังไปไม่ถึง และถ้าจัดซื้อก็ต้องเป็นไปในลักษณะที่เป็นประโยชน์กับหลายส่วน โดยเฉพาะกับประชาชน &amp;quot;บิ๊กติ่ง&amp;quot; ยกตัวอย่างการปรับเปลี่ยนโครงการจัดหาอากาศยานเดินทางของผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลสำคัญ มาเป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง C-295 มีขีดความสามารถในการบรรทุกกำลังพลถึง 71 นาย สามารถทำการบินได้สูงถึง 1.3-3 หมื่นฟุต ทำการฝึกโดดร่มได้ทั้งแบบ Halo และ Static และในกรณีที่ใช้ในภารกิจโดดร่มสามารถบรรทุกเครื่องอุปกรณ์และกำลังพลได้ประมาณ 54 นาย ถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่าเครื่องบินวีไอพีที่สามารถบรรทุกคนได้เพียง 10 ที่นั่ง อีกทั้งยังนำไปใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชนได้อีกด้วย... และเมื่อพูดถึงเรื่องโดดร่ม &amp;quot;บิ๊กติ่ง&amp;quot; แจกแจงรายละเอียดได้เป็นฉากๆ เพราะถือเป็นกีฬาที่รัก ภารกิจที่ชอบ ตั้งแต่เมื่อครั้งฝึกหลักสูตรทหารเสือราชินี รับราชการในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ทำให้ข้อมูลในการตอบลื่นไหลกว่าการชี้แจงประเด็นข่าวที่การเมืองพาดพิงกองทัพเป็นไหนๆ ส่วนแนวโน้มว่าแผน 3 ปีจะเป็นรูปธรรมตามเป้าที่วางไว้ หรือเป็นแค่การขายฝันลดกระแส คงต้องรอชม ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92217</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ, พล.อ.ธรรมนูญ วิถี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a00ea210d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปกองทัพ!ทบ.ขึงขังเลิก-ลดซื้ออาวุธจากต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 - พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าหนึ่งในแนวทางการปฏิรูปกองทัพ คือยกเลิกหรือลดจำนวนโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ราคาสูงจากต่างประเทศให้มากที่สุด และสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศมาใช้มากขึ้น ลดการใช้งบประมาณสำหรับกองทัพบกเพื่อนำไปใช้บรรเทาความเดือนร้อนประชาชนด้านอื่น ๆ รวมไปถึงการปรับปรุงโครงสร้างกำลัง ทบ.ไปสู่การจัดหน่วยแบบ เบา ประหยัด มีความคล่องตัวสูง และมีประสิทธิภาพ บริหารจัดการตนเองภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณ &amp;nbsp;แต่ในปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาวุธก้าวหน้าไปมาก สิ่งใดที่เราดำเนินการเองไม่ได้ ก็ต้องจัดหาสำหรับการที่ฝ่ายค้านต้องการให้ตัดงบประมาณปี 2565 &amp;nbsp;ของกองทัพบกวงเงิน 6 พันล้านในหมวดจัดหายุทโธปกรณ์นั้น อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 &amp;nbsp;โดยภาพรวมถูกปรับลดลงไป 5- 6% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพบก &amp;nbsp;ยกตัวอย่างว่า แนวทางของกองทัพบกในปีนี้ในการจัดทำโครงการจัดหาอาวุธได้มีการปรับเปลี่ยนโครงการจัดหาอากาศยานเดินทางของผู้บัญชา หรือ บุคคบลสำคัญ มาเป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง &amp;nbsp;C -295 มีขีดความสามารถในการบรรทุกกำลังพลถึง &amp;nbsp;71 นาย สามารถทำการบินได้สูงถึง 1.3 &amp;ndash; 3 หมื่นฟุต ทำการฝึกโดดร่มได้ทั้งแบบ ฮาโล และ Static &amp;nbsp; &amp;nbsp;และในกรณีที่ใช้ในภารกิจโดดร่มสามารถบรรทุกเครื่องอุปกรณ์และกำลังพลได้ประมาณ 54 นาย &amp;nbsp;ถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่าเครื่องบินวีไอพีที่สามารถบรรทุกคนได้เพียง 10 ที่นั่ง &amp;nbsp;ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ใกล้เคียงกับเครื่องบินสำหรับผู้บังคับบัญชา แต่คุ้มค่า และสามารถใช้ในภารกิจบรรเทาสาธารณภัย &amp;nbsp;ช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92004</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ซื้ออาวุธ, ปฏิรูปกองทัพ, พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f800da0b3757.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกณฑ์ทหาร’64 ยึด‘นิวนอร์มอล’ ขยายวันคัดเลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพบก&amp;quot; ปรับรูปแบบการเกณฑ์ทหารปี 2564 ยึดมาตรการกระทรวงสาธารณสุขแบบนิวนอร์มอล ป้องกันโควิด-19 เพิ่มวันตรวจเลือกลดความคับคั่ง มั่นใจเดือน ก.พ.สถานการณ์คลี่คลาย ย้ำหากยังเลวร้ายคงต้องเลื่อนออกไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก วันที่ 18 ม.ค. พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการ ประจำปี 2564 หรือเกณฑ์ทหาร ในวันที่ 1-12 เม.ย.2564 ว่า ได้มีการประชุมพิจารณาแล้วเบื้องต้นเชื่อมั่นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะดีขึ้นในช่วงเดือน ก.พ.นี้ หลังจากรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มความเข้มงวด และประชาชนก็ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจเลือกอาจมีการเพิ่มวันตรวจเลือก เพราะแต่ละหน่วยอาจจะไม่เท่ากัน เช่น จาก 8 วัน เป็น 12 วัน หรือจาก 12 วัน เป็น 15 วัน เพื่อลดความคับคั่งของผู้ที่จะมาตรวจเลือก แต่หากสถานการณ์เลวร้ายจริงๆ ก็จะต้องพิจารณาเลื่อนออกไปก่อน แต่มั่นใจว่าสถานการณ์จะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องมีการปรับรูปแบบในการเกณฑ์ทหารเพื่อให้สอดคล้องการเว้นระยะห่าง&amp;quot; โฆษกกองทัพบกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.หญิงปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้กองทัพบกได้ปรับโควตาการสอบเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนนายสิบ โดย 80% ให้มาจากทหารเกณฑ์ และอีก 20% เป็นพลเรือน ในรูปทหารพลอาสา เพื่อนำไปสู่การยกเลิกเกณฑ์ทหารในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กองทัพบกได้เพิ่มโควตาให้กับเยาวชนในเขตทุรกันดารที่มีความสนใจอยากเป็นทหารเรือเข้ามาสอบนักเรียนเตรียมทหารเฉพาะกลุ่มพิเศษ ซึ่งจะเปิดให้มีการสมัครออนไลน์จนถึงวันที่ 31 ม.ค.2564 โดยงดเว้นค่าธรรมเนียม และหากพลาดโอกาสในครั้งนี้ยังสามารถสอบในรอบปกติได้&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบกกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90237</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.หญิงปวีณา ศรีบัวชุม, พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_600576e708b8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
