<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วน&#039;พระราชฐาน&#039;! แฉม็อบ3นิ้วเคลื่อนประชิด/ระดมตร.15กองร้อยคุมเข้ม150ม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฉม็อบ 3 นิ้วมีแผนเคลื่อนมวลชนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเข้าพระลานพระราชวังดุสิตและสวนอัมพร เขียนข้อความพับเป็นเครื่องร่อน พุ่งเข้าเขตพระราชฐาน 23 พ.ย. กระตุ้นชุมนุมทั่วประเทศ ปิดศูนย์ราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคงจับตา ส่งตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 15 กองร้อยประจำจุด ห้ามเข้าใกล้รัศมี 150 เมตร &amp;quot;ม็อบตุ้งติ้ง&amp;quot; ปิดถนนย่านดาวน์ทาวน์ เรียกร้องเสรีภาพทางเพศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;หลวงปู่พุทธะอิสระ&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความระบุว่า มีข่าวลับมาบอก ข่าวแจ้งมาว่า แกนนำรุ่นสองของกลุ่มคณะราษฎร คือ นายณัฐชนน ไพโรจน์ มีการนัดประชุมกันที่โรงแรมนิมิต บูทีค โฮเทล คอลเลคชั่น เขตวัฒนา กรุงเทพ โดยมีนายณัฐชนน และนายอรรถพล บัวพัฒน์ เป็นประธานในที่ประชุม ได้มีการกำหนดแผนการการขับเคลื่อนของม็อบวันที่ 8 พ.ย. ที่วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยใช้รถบรรทุกขยายเสียงขนาดใหญ่พร้อมมีเวทีปราศรัยในตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนัดประชุมใหญ่ในครั้งนี้ก็เพื่อเช็กจำนวนมวลชน หากมีมวลชนมากันจำนวนมาก ก็จะมีการนำพามวลชนขับเคลื่อนไปยังพระลานพระราชวังดุสิตและสวนอัมพร เพื่อทำกิจกรรมให้มวลชนเขียนข้อความใส่กระดาษ แล้วพับเป็นรูปเครื่องบินร่อน พุ่งให้เข้าไปในเขตพระราชฐาน นอกจากนั้นในที่ประชุมยังมีการกำหนดวันนัดการชุมนุมในรอบต่อจากวันที่ 8 พ.ย. คือวันที่ 23 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวันที่ 23 พ.ย.นี้ จะกระตุ้นให้มีการจัดชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันหรือศูนย์ราชการ เพื่อปิดการดำเนินงานของข้าราชการ กิจกรรมทั้งหมดนี้แกนนำในแต่ละจังหวัดสามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากส่วนกลางได้ แต่มีการกำชับกันในที่ประชุมว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือ นายกฯ ลาออก แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ปฏิรูปสถาบัน จึงขอแจ้งข่าวลับนี้ให้ท่านทั้งหลายทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในทำนองเดียวกันว่า กาเหว่ากำลังกลายพันธุ์ อ้างปฏิรูปสถาบันบังหน้า แต่วันที่ 8 พ.ย. จะชักชวนกันไปเขียนข้อความใส่กระดาษ พับเป็นนกร่อนเข้าไปในพระราชวังสวนดุสิต-สวนอัมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือการระรานรังแกพระมหากษัตริย์มากไปแล้ว!!!! &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกเด็กเล็กๆ นักเรียนนิสิตนักศึกษา คอยติดตามเหตุการณ์อยู่ที่บ้านเถิด แล้วปล่อยให้พวกหัวโจกแกนนำเปิดหน้าเป็นอริราชศัตรูให้ชัดไปเลย!!!! เห็นชัดหรือยังว่าเขาหลอก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากว่าปฏิรูป แต่กำลังทำการล้มเจ้า!!!!&amp;quot; นายไพศาลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยถึงกรณีกลุ่มราษฎรประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 พ.ย. เวลา 16.00 น. เพื่อทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน รวมทั้งจะมีการเคลื่อนขบวนด้วยว่า เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่เป็นหลักปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 โดยในวันดังกล่าวจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 15 กองร้อย คอยสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทำหน้าที่ประจำจุดต่างๆรอบพื้นที่การชุมนุม เพื่อดูแลความปลอดภัย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยดูแลอำนวยความสะดวกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเน้นย้ำผู้ชุมนุมถึงข้อสำคัญว่า ห้ามชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานในรัศมี 150 เมตรอย่างเด็ดขาด เพราะคาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า
ผบ.ทบ.เกาะติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กรณีที่มีข้อกังวลว่าจะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคณะราษฎรกับกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ที่สวมใส่เสื้อเหลืองนัดชุมนุมในวันเดียว และจุดเดียวกัน แต่จะใช้บริเวณด้านฝั่งหน้าร้านเมธาวลัยศรแดง ขณะที่กลุ่มราษฎรจะใช้ฝั่งหน้าร้านแมคโดนัลด์และโรงเรียนสตรีวิทยานั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำแผงเหล็กไปกั้นระหว่างกลาง พร้อมทั้งนำกำลังไปตั้งแถวเพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างกัน ถ้าเป็นไปได้ จะพยายามพูดคุยขอให้ทางกลุ่ม ศปปส.ขยับออกห่างจุดชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร แต่คาดว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะทั้งสองกลุ่มก็ถือว่าเป็นปัญญาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ &amp;nbsp;8 พ.ย. ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหาร พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ., พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วยผบ.ทบ. และ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 จะร่วมกันติดตามสถานการณ์ด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) มอนิเตอร์การชุมนุมตั้งแต่ก่อนเริ่มจนถึงหลังประกาศยุติการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว ว่า ในส่วนการเตรียมรับมือของรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่ได้มีการกำชับหรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่นายกฯ กังวลคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อีกทั้งอยากให้เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย และไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน โดยดูเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ขณะเดียวกันขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบ และขอให้เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี ศปปส.จะเข้าไปสังเกตการณ์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน ห่วงว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากันหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ในเรื่องนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยพยายามใช้วิธีการเพื่อไม่ให้แต่ละฝ่ายมีการยั่วยุหรือเผชิญหน้ากัน จนอาจเกิดเหตุความรุนแรงได้ และทำให้เกิดภาพความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เผยแพร่แผนการประกาศจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ 2564 โดยมีแผนจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะหลายรายการ ที่น่าสนใจ อาทิ ลวดหนามหีบเพลง จำนวน 1,000 ชุด งบประมาณ 2,664,000 บาท, รถปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุม จำนวน 5 คัน งบประมาณ 87,950,000 บาท, โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการโล่ใส จำนวน 18,534 โล่ งบประมาณ 60,050,160 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการชุดป้องกันสะเกิ้ด จำนวน 16,620 ชุด งบประมาณ 54,181,000 บาท, โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการหมวกปราบจลาจล จำนวน 15,781 ใบ งบประมาณ 59,336,560 บาท, โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการกระบองยาง หรืออุปกรณ์ใช้ตี (Baton) จำนวน 16,620 อัน งบประมาณ 17,617,200 บาท, เครื่องรบกวนสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุแบบติดตั้งบนยานพาหนะ จำนวน 7 เครื่อง งบประมาณ 34,828,500 บาท
นักเรียนไท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สนามหลวง น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือเมนู พร้อมเพื่อนอีก 3 คน ร่วมกันอ่านแถลงการณ์เปิดตัวกลุ่ม &amp;ldquo;นักเรียนไท&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของคณะราษฎร 2563 โดยตรง มีเนื้อหาสรุปได้ว่า เยาวชนเป็นกลุ่มคนที่ถูกกดทับมาตลอด ถูกลิดรอนสิทธิจากโครงสร้างรัฐและสังคม การเลี้ยงดูอย่างไร้ความรับผิดชอบจากผู้ให้กำเนิดบางคน และการไม่พยายามแก้ไขปัญหาของเยาวชนในด้านต่างๆ อย่างยั่งยืนจากรัฐ เขาคิดว่าเราไม่ควรมีสิทธิแสดงความคิดเห็นเพียงเพราะเขามองว่าเราเป็นเด็ก ห้ามคิด ห้ามถาม ห้ามวิจารณ์ มิฉะนั้นจะเป็นเด็กเนรคุณ เพราะระบอบอำนาจนิยมในสังคมไทยที่แบ่งแยกผู้น้อยผู้ใหญ่กดทับเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ผู้มีอำนาจไม่สามารถขัดสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ จากนี้ไปเราจะไม่ทนต่อการใช้อำนาจล้าหลังมากดทับเยาวชนอีกแล้ว เสียงของพวกเราต้องถูกรับฟัง สิทธิของเยาวชนต้องถูกรับรอง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ เป็นพลเมืองที่จะร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป กลุ่มนักเรียนไทขอสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพต้องลาออกทันที ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เปลี่ยนประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ข้อเรียกร้องทั้งสามเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุพิชฌาย์ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มว่า กลุ่มเรามีเป้าหมายหลักรวมแนวร่วมแกนนำจากทุกภูมิภาค คือการขยายแนวร่วมแบบแกนนอน จะเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับคณะราษฎร เพื่อประกาศตัวนักเรียนคือหนึ่งในราษฎรเหมือนกัน หน้าที่ของเราคือการรวมตัวทุกคนมาอยู่ด้วยกันด้วยอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน คอนเนกชั่นกลุ่มแนวร่วม ไม่ใช่สร้างกลุ่มแยกเพื่อสร้างชื่อเสียง เราต้องการขับเคลื่อนประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยรวมแกนนำทุกคนเข้ามาอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราสลัดคราบชุดนักเรียนเพื่อประกาศว่าเราคือนักเรียนที่เป็นหนึ่งในประชาชนของประเทศนี้เหมือนกัน เรากำลังต่อสู้กับระบบอาวุโสที่ปิดกั้นความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ กระแสเรียกร้องประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเดียวที่ประเทศไทยต้องขับเคลื่อน ต้องเอาความเชื่อบางอย่างที่ล้าหลังออกไป มิฉะนั้นประเทศเราจะเดินหน้าไม่ได้เลย ถ้าเราอยู่ในระบบความคิดเดิมๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุพิชฌาย์ยังกล่าวว่า กลุ่มนักเรียนไทจะเป็นกลุ่มหนึ่งในพลังของนักเรียนที่พยายามขับเคลื่อนไปด้วยกัน พลังของนักเรียนในตอนนี้อ่อนแอ เราโดนกดทับจากทั้งโรงเรียน กดทับจากทั้งครอบครัว กดทับจากทางสังคมที่มองว่าเราเป็นเด็กอยู่ พลังของนักเรียนเติบโตขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ แต่ว่ายังมีความอ่อนแออยู่ ซึ่งการที่จะทำให้พลังของนักเรียนเข้มแข็งเท่ากับพลังของนักศึกษาประชาชนได้มันต้องใช้เวลา ซึ่งพลังของเรา กลุ่มนักเรียนไทจะเป็นหนึ่งในพลังที่พยายามขับเคลื่อนการเป็นนักเรียนให้ก้าวไปสู่พลังของการเปลี่ยนแปลงของประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.00 น. วันเดียวกันนี้ ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ การชุมนุมของกลุ่ม &amp;quot;ม็อบตุ้งติ้ง 2&amp;quot; แยกสามย่าน กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยรวมตัวหน้าสามย่านมิตรทาวน์ ก่อนจะเดินขบวนไปย่านสีลม แสดงสัญลักษณ์เรียกร้องของกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBT) เพื่อส่งเสียงของผู้ถูกกดขี่ ว่าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว โดยผู้ที่มาร่วมชุมนุมต่างแต่งกายอย่างหลากสีสัน หลายคนแต่งชุดแฟนซี เพื่อแสดงถึงเสรีภาพทางเพศ ต่อต้านระบอบชายเป็นใหญ่ มีธงสีรุ้งซึ่งเป็นสีแห่งความหลากหลายทางเพศด้วย
สีดาลุยไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ก่อนการเริ่มเดินขบวนได้มีการซ้อมการแสดง &amp;quot;สีดาลุยไฟ&amp;quot; ที่มีแนวคิดจากนางสีดาที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งมีเนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับความรุนแรง การถูกข่มขืน ที่ผู้หญิงต้องเผชิญเกี่ยวกับความรุนแรงทั้งทางเพศและทางร่างกาย โดยการแสดงดังกล่าวจะมีการเต้นในการเคลื่อนขบวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิรภพ อัตโตหิ หรือแรพเตอร์ แกนนำกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า การจัดงานวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อหนุน 3 ข้อเรียกร้องของขบวนการประชาธิปไตย ยกระดับมาตรฐานสังคมไทยด้วยความเป็นธรรมทางเพศ โดยวาระเร่งด่วนตอนนี้คือเรื่องการคุกคามทางเพศทั้งนอกและในขบวนการประชาธิปไตย เพราะท่ามกลางสังคมชายเป็นใหญ่ ยังมีนักกิจกรรมการเมืองเพศหญิงถูกคุกคามทางเพศทั้งในโลกออนไลน์และในความเป็นจริง ส่วนกิจกรรม เป็นกิจกรรมไพรด์พาเหรด เป็นการแสดงอัตลักษณ์ของตัวเอง เป็นความภูมิใจของคนหลากหลายทางเพศ แล้วเราก็จะปราศรัยเรื่องความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากประชาธิปไตยเป็นความเท่าเทียมกันในทุกมิติ ฉะนั้นการขับเคลื่อนเรื่องควรเป็นธรรมทางเพศ ก็ควรอยู่ในข้อเรียกร้องที่ไปด้วยกันกับเรื่องประชาธิปไตย จากนั้นเมื่อจบการปราศรัยก็จะชักชวนให้ประชาชนไปเที่ยวที่ย่านสีลมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิรภพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังจะเรียกร้องเรื่องการสมรสอย่างเท่าเทียมจะต้องเกิดขึ้น เพราะศักดิ์ของ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ก็ยังไม่เท่าเทียมคู่รักชายหญิงปกติ เรายังอยากเห็นพรรคการเมืองที่ให้สัดส่วนของผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มองว่าการที่นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็น ส.ส.เพศทางเลือกคนแรกที่ถูกกดดันออกจากรัฐสภา ทำให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศถูกลดทอนความสำคัญลงไปอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของ &amp;quot;ม็อบตุ้งติ้ง 2&amp;quot; ว่าเบื้องต้นทราบว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้แจ้งขออนุญาตการชุมนุมไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว โดยตำรวจได้เตรียมกำลังไว้จำนวนหนึ่ง และพร้อมจะมีการปรับกำลังโดยประเมินจากจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก เบื้องต้นประเมินไว้ประมาณ 500-600 คน อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมทุกกลุ่ม พร้อมปรับแผนในการดูแลอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้ &amp;quot;แตะโครงสร้าง 1 เทรดฟอเร็กซ์ไปกับโบรกฯ ที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลก IC Markets 2.รูปแบบรัฐ อำนาจอธิปไตย และหลักประกันสิทธิเสรีภาพ ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญของไทยและบางประเทศมีการห้ามการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐและระบอบการปกครองไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ประเทศไทยต้องเป็นรัฐเดี่ยวและมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ในบางประเทศมีการให้ทำประชามติได้ว่าประชาชนชอบอย่างไรเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญตายตัวเกินไป พูดง่ายๆ คือฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ด้วย ดังนั้นใครอยากเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้จึงทำไม่ได้ นอกจากขอเปิดช่องให้มีการฟังเสียงประชาชนตามระยะเวลา เช่นครั้งละ 20 ปี เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ ความพยายามเรียกร้องให้ไทยเป็นสหพันธรัฐจึงเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งขนาดของประเทศเล็ก การแยกตัวแบบนั้นจะทำให้การค้าขายยากลำบาก ต้นทุนสูง ในยุโรปนิยมรวมตัวกันเป็นรัฐขนาดใหญ่ เช่น สหภาพยุโรป เพราะอำนาจต่อรองมากกว่าและต้นทุนสินค้าในกลุ่มเดียวกันถูกลง เป็นต้น ทางออกในเรื่องนี้คือการคืนอำนาจให้ทัองถิ่นมากกว่าสหพันธรัฐ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83114</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์, พล.ท.พงศกร รอดชมภู, พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.อ.ธรรมนูญ วิถี, สิรภพ อัตโตหิ, สุพิชฌาย์ ชัยลอม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา บูรพชัยศรี, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa6957063676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยืนยันชัดเจนจาก บิ๊กแรก-พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มานั่งเป็นประธาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เป็นการประชุมตามวงรอบปกติ ไม่มีวาระพิเศษ ส่วนใหญ่จะเป็นการรับรองมติของอนุ ก.ตร.คณะต่างๆ และการลงโทษข้าราชการตำรวจ โดยการไล่ออก&amp;nbsp; ปลดออก เฉพาะในเดือนตุลาคม มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น 23 ราย เป็นการไล่ออก 15 ราย&amp;nbsp; ปลดออก 4 ราย และให้ออก 4 ราย ในภาพรวมตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงปัจจุบันมีการลงโทษข้าราชการตำรวจที่กระทำความผิดทั้งสิ้น 342 ราย เป็นการไล่ออก 245 ราย ปลดออก 53 ราย ให้ออกจากราชการ 44 ราย ไม่มีประเด็นการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2563 อย่างที่หลายคนรอลุ้นกันอยู่ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาละซิ! โดนล้วงคองูเห่าเสียแล้ว บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี หากทุกอย่างเป็นไปตามที่ ส.ต.ท.วุฒิชัย หงษ์สำโรง ผบ.หมู่ กก.ตชด.21 (จว.สุรินทร์) บช.ตชด. ชุดควบคุมฝูงชนชุดที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งปรากฏเป็นผู้ชูป้ายข้อความ &amp;quot;ทำงานแทบตายนายแดกหัวคิว&amp;quot; เผยแพร่ในโซเชียล ออกมาปฏิเสธไม่ได้ทำป้ายมาประท้วงนาย เพียงแต่ขณะนั่งรถกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ และระหว่างลงจากรถได้เห็นป้ายข้อความติดอยู่ข้างรถบัสที่ใช้ขน ส่งกำลังพล จำนวน 2 แผ่น จึงได้ดึงออกเพื่อจะนำเอาไปทิ้งถังขยะ แต่มีเพื่อนที่อยากเห็นจึงยกข้อความชูให้เพื่อนดู โดยมีการถ่ายภาพและแชร์กันในกลุ่มไลน์เพื่อนตำรวจเล่น...นั่นแสดงว่ามี ไอ้โม่ง มาลองของ แอบนำป้ายข้อความดังกล่าวมาติดรถตำรวจ ถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา ครั้งนี้โชคดีเป็นแค่ป้ายข้อความ ถ้าหนักหนาสาหัสเป็นระเบิด เป็นวัตถุอันตรายอื่นๆ ไม่แย่ไปกว่านี้หรือ เพราะเท่าที่รู้ป้ายข้อความติดที่รถกำลังพลทุกคัน หาก บิ๊กปั๊ด นักสืบมือฉมัง จับมือใครดมเพื่อนำมาลงโทษไม่ได้ เสียชื่อนักสืบระดับ &amp;quot;ซือแป๋&amp;quot; หมด ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉาวโฉ่ๆ ตอนนี้มีกระแสสะพัดรุนแรงจาก แมลงวันต่างด้าว แถวๆ แจ้งวัฒนะ มีการมอบนโยบายให้ทำยอดได้ไม่ต่ำกว่าเดิม ทั้งๆ ที่ตอนนี้ในสถานการณ์โควิดทำให้บรรยากาศรอบประเทศไม่เป็นใจ การกำหนดเป้าหมายขนาดนี้ก็พานอ้างไปว่าจะต้องมีการส่งไปถึงข้างบนให้มีความสุขกันอย่างทั่วถึง ขนาดยอมลดตัวลดตำแหน่งตัวเองลงมาควบคุมการปฏิบัติถึงระดับงานในกองกำกับ หนำซ้ำยังเอาบุคคลนอกราชการเข้ามาทำงานเป็นคนคัดกรองและกำหนดเป้าหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่คนทำงานได้แต่นั่งมองหน้ากันตาปริบๆ จนมีเสียงนินทาว่ามีหนี้สินเยอะมากหรือไรถึงขยันทำมาหากินถึงขนาดนี้ ไม่เพียงแค่นี้ขนาด แมลงวันยุโรป ที่ทำมาหากินอยู่ข้างใน ยังโดนเพิ่มค่าอำนวยความสะดวกเพิ่มอีกเกือบเท่าตัว เพราะต้องทดแทนกับยอด แมลงวันสเปน ที่ลดลง แว่วๆ มาว่าเขามีแบ็กดี หัวหน้าคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งสูงสุดเมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา มีความสนิทสนมเป็นอย่างดี สงสัยอย่างนี้นี่เองที่ทำให้ความฮึกเหิมเพิ่มขึ้นอย่างมาก เฮ้อ...เพลาๆ มือหน่อยเดี๋ยวจะเสียชื่อหน่วย ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายสาย กากี แสดงความยินดีกับ บิ๊กหิน-พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ และ บิ๊กเด่น-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบเข็มเชิดชูเกียรติที่มอบแก่ข้าราชการตำรวจผู้ให้การสนับสนุนกิจการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยมี บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์&amp;nbsp; แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เป็นผู้มอบให้ ก่อนที่จะเริ่มการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2563 ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำสั่งโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งภายในของหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (ฉก.ทม.รอ.904) ออกมาพักใหญ่ สำนักงานเลขานุการกองทัพบกจึงต้องทำป้ายโปสเตอร์มาแจกจ่ายให้ผู้สื่อข่าว และหน่วยขึ้นตรงทั่วประเทศ ปรากฏว่าภาพของ บิ๊กบี้-พล.อ.ณรงค์พันธ์​ จิตต์แก้วแท้​ ผู้บัญชาการทหารบก​ (ผบ.ทบ.) ได้ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์​ 904 (ผบ.ฉก.ทมอ.รอ.904) ที่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ​ รับตำแหน่งแทน &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์​ คงสมพงษ์​ อดีต​ผบ.ทบ. ซึ่งขณะนี้ไปรับหน้าที่​ รองเลขาฯ พระราชวัง​หลังเกษียณอายุราชการ ไม่ได้เป็นเรื่องฮือฮา หรือฉับพลันทันด่วนในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อน เป็นวาระปกติที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ทบ.เนื่องจากเกษียณอายุราชการ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมีการปรับโครงสร้างและตำแหน่งภายใน โดย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 ดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ทม.รอ.904 โดยมี พล.ต.ทรงพล สาดเสาเงิน ผู้บัญชาการกองพลที่&amp;nbsp; 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) เป็นเสนาธิการ ฉก.ทม.รอ.904 รวมทั้งในระดับหน่วย ฉก.เอ ฉก.บี ก็จะมีการขยับไปตามการปรับย้ายหน่วยคุมกำลังต่างๆ ตามวาระด้วย โดยในโปสเตอร์ชาร์ตรายชื่อของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก รวมไปถึงรองเสนาธิการ แม่ทัพภาค และเทียบเท่า ใครที่ดำรงตำแหน่งใน ฉก.ทม.รอ.904 เท่านั้นจึงจะมีตำแหน่งกำกับไว้ ซึ่งมีการพิมพ์ไว้ตั้งแต่โปสเตอร์ดังกล่าวแล้วตั้งแต่ยุค พล.อ.อภิรัชต์ดำรงตำแหน่ง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจัยทางการเมืองขณะนี้ทำให้หลายฝ่ายพุ่งเป้าไปที่ท่าทีของ บิ๊กบี้-พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แต่ภารกิจสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงเป็นงานในหน้าที่ปกติ ทั้งไปตรวจกองกำลังเทพสตรี จ.ระนอง ซึ่งเน้นหนักภารกิจตรวจสอบมาตรการคุมเข้มโควิด-19 เลยไปถึงการลงนามเอ็มโอยูในนามกองทัพบกที่จะเข้าไปช่วยพัฒนาพื้นที่สวนป่าเบญจกิติ รวมทั้งภารกิจประดับยศและมอบประกาศนียบัตร หลักสูตรนักเรียนนายสิบทหารบก เหล่าราบ 1 ปี 6 เดือน รุ่นที่ 23 จำนวน 454&amp;nbsp; นาย พร้อมกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า เน้นย้ำอุดมการณ์ของการเป็นทหารอาชีพที่พร้อมจะเสียสละอุทิศตนในการพิทักษ์ราชบัลลังก์ ปกป้องประชาชน และรักษาชาติบ้านเมืองให้มีความมั่นคง ตลอดจนเป็นกำลังหลักที่จะทำให้กองทัพบกขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเข้มแข็ง เป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของชาติ ที่มีความสง่างาม และสามารถเป็นที่พึ่งหวังให้ประชาชนในทุกโอกาส ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงการประชุมสภากลาโหมที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน แน่นอนว่าต้องมีการหารือถึงสถานการณ์การชุมนุมในปัจจุบัน แม้ ผบ.เหล่าทัพ ชุดใหม่จะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการม็อบเท่าช่วงที่ บิ๊กแดง ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.เพราะยังไม่มีใครกล้าเปิดปากเรื่องการเมือง แต่ในสถานะของกองทัพที่ยังเป็นปัจจัยตัวแปรของสถานการณ์ อีกไม่นานคงถูกกล่าวถึงในม็อบ ยิ่งแกนนำผู้ชุมนุมหลายคนออกมาตีกันเรื่องการรัฐประหาร และพร้อมจะรุกกลับกองทัพอย่างหนักหากก่อการจริง การประเมินสถานการณ์ต่างๆ ย่อมต้องเกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82408</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ทรงพล สาดเสาเงิน, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข, พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.อ.ณรงค์พันธ์​ จิตต์แก้วแท้​, พล.อ.ธรรมนูญ วิถี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพภาค 1 ระดมทหารเข้ากรุงเสริมทัพตำรวจคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.63 - เวลา 08.30 น. รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประกาศบังคับใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่กทม. เพื่อควบคุมและดูแลสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง กรณีการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 และมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับปฏิบัติงาน หัวหน้ารับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยให้ทหารปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้มีคำสั่งด่วนเรียกผู้บังคับกองพันทุกกองพันของกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) และกองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) เข้ามาประชุมที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 เพื่อเตรียมความพร้อมดูแลสถานการณ์ในกทม. โดยมอบหมายให้ร.9 พัน.1 ร.9 พัน.2 และร.9 พัน.3 จัดเจ้าหน้าที่ทหารกองพันละ 1 กองร้อยเข้าดูแลความเรียบร้อยภายในทำเนียบรัฐบาล สำหรับส่วนที่เหลือให้เตรียมความพร้อมไว้ในที่ตั้ง หากเกินสถานการณ์ฉุกเฉินให้เข้าสมทบทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80583</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แม่ทัพภาคที่ 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87b158d07c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กต่อ&#039; แม่ทัพภาค 1 คนใหม่ ลั่นเทิดทูนพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต ให้สมเป็นหน่วยทหารที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - เมื่อเวลา 07.19 น. ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 มีการจัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชาตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ระหว่าง พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วยผบ.ทบ.) ในฐานะอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 กับพล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ธรรมนูญ กล่าวมอบหน้าที่ว่าตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ได้ปฏิบัติหน้าที่แม่ทัพภาค 1 ได้รับความร่วมมือร่วมใจอย่างดีจากผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานทุกคน ส่งผลให้ภารกิจต่างๆ ลุล่วงไปด้วยดี จนเป็นที่เชื่อมั่นของผู้บังคับบัญชา และเป็นที่ยอมรับของประชาชน แม้ว่าตนจะออกจากกองทัพภาคที่ 1 ไปแล้ว ภาพแห่งความรักความสามัคคี ความผูกพัน รวมถึงความจริงใจของทุกคนจะอยู่ในใจตนตลอดไป หากมีสิ่งใดที่ตนช่วยเหลือสนับสนุนได้ก็ยินดีอย่างยิ่ง สำหรับแม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ปฏิบัติราชการในกองทัพภาคที่ 1 เป็นระยะเวลายาวนาน โดยดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพภาคี่ 1 มาโดยตลอด จึงมั่นใจว่ากองทัพภาคที่ 1 ภายใต้การนำของแม่ทัพภาค 1 คนใหม่จะมีความเจริญก้าวหน้า เป็นกำลังหลักของกองทัพบกในการปกป้อง เทิดทูนสถาบัน รักษาอธิปไตยของชาติ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน พัฒนาประเทศ เพื่อสร้างความผาสุขให้ประชาชน และประเทศชาติอย่างยั่งยืนตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.เจริญชัย กล่าวรับหน้าที่ว่า กองทัพภาคที่ 1 เป็นหน่วยทหารที่พระกษัตริย์ทรงจัดตั้งขึ้น และทรงไว้วางพระราชหฤทัยในการเป็นหน่วยทหาร &amp;nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ปกปักษ์รักษาความมั่นคงของประเทศ รักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหกษัตริย์เจ้า เป็นที่เชื่อถือศรัทธาต่อประชาชนโดยตลอด ถือเป็นแนวทาง นโยบายการปฏิบัติงานของอดีตผู้บังคับบัญชาทุกคนในการเทิดทูนพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ด้วยชีวิต และพร้อมเป็นหลักรักษาความมั่นคง ปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติตลอดไป ซึ่ง พล.ท.ธรรมนูญ ทุ่มเท ตั้งใจปฏิบัติงาน จนเป็นที่ประจักษ์ต่อกำลังพล ที่สำคัญแสดงออกด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบัน และจากความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานส่งผลให้ กองทัพภาคที่1ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด ที่กองทัพบกรับมอบหมาย สิ่งเหล่านี้ตนต้องสืบงาน ตามแนวทางนี้ต่อไปให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79168</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพภาคที่ 1, พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์, แม่ทัพภาคที่ 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f753f105f7f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
