<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกงบิ๊กเซอร์ไพรส์ 3นิ้วคิดไม่ออกบอก&#039;ปวิน&#039;ช่วย!&#039;กวิ้น-ไมค์&#039;รอดแล้ว&#039;รุ้ง&#039;โดนต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์ รพ.พระรามเก้าแถลงอาการ 3 บิ๊กแกนนำ 3 นิ้ว อ่อนเพลียค่อนข้างมาก แต่ไม่มีใครแจ้งถูกบีบคอ เผยถูกส่งตัวมารักษาโดยความประสงค์ของผู้ป่วยเอง ขณะที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคำสั่งยกคำร้องฝากขัง &amp;quot;กวิ้น-ไมค์-รุ้ง&amp;quot; แล้ว แต่ &amp;quot;รุ้ง&amp;quot; เจอวิบากกรรมต่อ สน.ปทุมวันเตรียมขออายัดตัวคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อนาถ! บิ๊กเซอร์ไพรส์กลุ่ม มธ. 3 นิ้วคือคลิป &amp;quot;ปวิน&amp;quot; โผล่ติ๊กต็อกยุอย่ารับปริญญา ถ้าอยากรับให้บินไปญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 31 ต.ค. ที่ห้องประชุมใหญ่ รพ.พระรามเก้า นพ.สมชัย ลีลาศิริวงศ์ ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการ รพ.พระรามเก้า พร้อม พล.ร.ต.นพ.สุรเชษฐ์ สู่พานิช ที่ปรึกษากรรมการ &amp;nbsp;ผอ.รพ. และ นพ.อาทิตย์ เจียรนัยศิลาวงศ์ ผู้ช่วย ผอ.รพ. แถลงข่าวถึงอาการป่วยของนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์, นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำคณะราษฎร 2563 ที่เข้าพักรักษาตัวหลังถูกตำรวจ สน.ประชาชื่นอายัดตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ไปดำเนินคดีต่อ จนมีมวลชนจำนวนมากเข้าปิดล้อมรถคุมผู้ต้องหาและทุบกระจก ในช่วงดึกคืนวันที่ 30 &amp;nbsp;ต.ค.สืบเนื่องถึง 31 ต.ค.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชัยแถลงถึงอาการป่วยของนายภาณุพงศ์ว่า มีบาดแผลตามร่างกาย วูบหมดสติไปประมาณ &amp;nbsp;20 นาทีจากเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อวานนี้ (30 ต.ค.) ผู้ป่วยมีประวัติหอบหืดมาก่อน แจ้งว่าหลังจากหมดสติ มีอาการปวดต้นคอ บ่า ไหล่ ชาตามตัว แพทย์ตรวจพบมีรอยบาดแผลหลายตำแหน่งตามร่างกาย มีเศษแก้วติดตามบาดแผลหลายตำแหน่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอาการอ่อนเพลีย แพทย์ให้การรักษาตามความรุนแรงของโรค อยู่ระหว่างการตรวจหาสาเหตุของอาการหมดสติ ระหว่างนี้คนไข้จะต้องได้รับการดูแลติดตามอาการทางสมองอย่างใกล้ชิด คาดว่าคงใช้เวลาอย่างน้อย 24-48 ชม. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อาการป่วยของนายพริษฐ์ มีประวัติหอบหืดมาก่อน แพทย์ตรวจพบบาดแผลกระจายตามร่างกายหลายตำแหน่ง มีเศษแก้วในบาดแผลบางแห่ง แพทย์ให้การรักษาดูแลตามความรุนแรงของแผล ให้ยาปฏิชีวนะ ส่วนอาการอื่นยังไม่ปรากฏ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ปนัสยา มีอาการอ่อนเพลียมาก จากการประเมินคนไข้มีอาการอ่อนเพลียจากการขาดน้ำรุนแรง ขาดการพักผ่อนมาเป็นเวลานาน ตรวจพบบาดแผลที่เท้า 2 แห่ง แพทย์ให้การดูแลรักษาแผลและให้น้ำเกลือ ใช้เวลาเบื้องต้น 24-48 ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชัยกล่าวด้วยว่า คนไข้ทั้งสามรายมีอาการอ่อนเพลียค่อนข้างมาก ถ้าเป็นไปได้อยากขอความกรุณางดเยี่ยมด้วยตัวเอง ให้ส่งกำลังใจทางโซเชียล จะได้พักผ่อนเต็มที่ อาการป่วยจะได้หายเร็วขึ้น ส่วนการมารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระรามเก้า นั้นเป็นความประสงค์ของผู้ป่วยเอง ซึ่งได้รับการประสานงานจาก นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ที่เป็นคนไข้ประจำของโรงพยาบาล &amp;nbsp;เชื่อมั่นในความสามารถของโรงพยาบาล จึงแนะนำและประสานมาที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวสอบถามเกี่ยวกับการตรวจร่างกายว่าถูกบีบคอจริงหรือไม่ นพ.สมชัยระบุว่า ประเด็นนี้ไม่มีผู้ป่วยรายใดแจ้งอาการมา อาการบาดเจ็บของทั้ง 3 คนเป็นไปตามที่แถลง ส่วนสภาพจิตใจนั้นผู้ป่วยยังไม่ประสงค์ที่จะเปิดเผย รายละเอียดต้องติดตามตรวจสอบต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามเกี่ยวกับการจับกุมภายในโรงพยาบาลจะมีแนวทางอย่างไร นพ.สมชัยตอบว่า ก่อนการจับกุมได้มีการประสานจากเจ้าหน้าที่มาแล้ว ส่วนรายละเอียดการเข้าแสดงหมายจับกุมในห้องพักของนายภาณุพงศ์นั้น ตนไม่สามารถตอบแทนได้ เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ยอมรับว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยาบาลคอยดูแลอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยจริง แต่ไม่มีการใส่เครื่องพันธนาการติดกับเตียง และทั้ง 3 รายก็พักอยู่คนละชั้น&amp;nbsp;
ขออายัด &amp;#39;รุ้ง&amp;#39; ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้ากรณีการเตรียมอายัดตัวดำเนินคดีแกนนำคณะราษฎร 2563 ได้แก่ นายพริษฐ์, นายภาณุพงศ์ และ น.ส.ปนัสยา หลังตำรวจ สน.ประชาชื่นควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุมที่ สน.ประชาชื่นเมื่อคืนที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า สน.ประชาชื่นได้รับการประสานจาก สภ.เมืองอุบลราชธานี กับ &amp;nbsp;สภ.เมืองนนทบุรี แจ้งการเพิกถอนหมายจับเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงของ สภ.พระนครศรีอยุธยาที่ยังคงติดตามแกนนำทั้ง 3 ที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระรามเก้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งอำนาจการจับกุมหรืออายัดตัวดำเนินคดีต่อจากนี้จะเป็นหน้าที่ของ สภ.พระนครศรีอยุธยาที่จะพิจารณาดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ สน.ประชาชื่นเป็นเพียงเจ้าของท้องที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลางที่คุมขังผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเท่านั้น เมื่อได้รับการประสานขออายัดตัวเพื่อดำเนินคดี จึงต้องคุมตัวมาที่โรงพักเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานระบุด้วยว่า ในส่วนกลุ่มมวลชนที่ได้พยายามกีดขวางรถควบคุมตัวผู้ต้องหาระหว่างการพาตัวมายังโรงพัก ไปจนถึงมีการทำลายทุบกระจกรถจนแตกเสียหาย ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความแกนนำคณะราษฎร 2563 เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้มีคำสั่งยกคำร้องฝากขังนายพริษฐ์, นายภาณุพงศ์ และ น.ส.ปนัสยา แต่ขณะนี้ตนได้รับรายงานว่าพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันเตรียมที่จะขออายัดตัว น.ส.ปนัสยาที่โรงพยาบาลพระรามเก้าต่อ ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่ศาลแขวงปทุมวันเคยออกหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยายกคำร้องฝากขังของผู้ต้องหาทั้งสาม เท่ากับหมายจับของ &amp;nbsp;สภ.พระนครศรีอยุธยาสิ้นผลไป ในส่วนของนายพริษฐ์และนายภาณุพงศ์ไม่พบหมายจับ สน.ปทุมวันกรณีนี้ แต่อาจจะมีหมายจับอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำสั่งศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า พิเคราะห์คำร้อง คำคัดค้าน และพยานหลักฐานชั้นไต่สวนแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องสอบสวนพยานได้แล้วเสร็จ แต่คงเหลือการเสนอสำนวนการสอบสวนต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ซึ่งผู้ร้องเบิกความว่าพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งไม่ปรากฏหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหาทั้งสามจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน &amp;nbsp;หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น เนื่องจากขณะที่มีการยื่นคำร้องขอควบคุมตัวนี้ ผู้ต้องหาทั้งสามมีอาการป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามใบรับรองแพทย์ เอกสารหมาย ค.6 ถึง ค.8 จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องควบคุมหรือขังผู้ต้องหาทั้งสามไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 83, 134 &amp;nbsp;เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นตามคำคัดค้านข้ออื่น เพราะไม่เป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัย ยกคำร้อง
บุคคลประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศวันพระราชทานปริญญาบัตรของบัณฑิตและมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ยังคงมีมาตรการคัดกรองบุคคลผู้เข้าร่วมงานอย่างเข้มงวด โดยมหาวิทยาลัยได้ปิดประตูเข้าออกด้านฝั่งสนามหลวง และเปิดให้เข้าผ่านจุดคัดกรองที่ประตูฝั่งท่าพระจันทร์และท่าพระอาทิตย์เท่านั้น รวมถึงมีทหารตั้งด่านตรวจบริเวณสนามหลวงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ บริเวณข้างสนามฟุตบอล ฝั่งอาคารอเนกประสงค์ โดยจัดทำสแตนดีบุคคลที่กลุ่มเรียกว่า &amp;quot;บุคคลประชาธิปไตย&amp;quot; อาทิ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, เบอร์นาร์ด หรือบังขายถั่วที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมแจกปริญญาบัตรจำนวน 112 ใบ และใบปลิวจำนวน 100 ใบที่มี QR Code ไปยังลิงก์วิดีโอลับของคนแดนไกล ซึ่งมีบัณฑิตเพียงบางส่วนมาร่วมถ่ายรูปกับสแตนดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างการจัดกิจกรรมนั้นแกนนำกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎรได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า ได้ดึงใบปลิวที่มี QR Code ออกไปจากจุดที่แกนนำได้แปะไว้ตรงรั้วเหล็กหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยยืนยันว่าไม่ได้ดึงใบปลิวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในเวลา 13.00 น. แกนนำได้ประกาศยุติกิจกรรม แต่จะยังตั้งสแตนดีให้ประชาชนถ่ายรูปต่อไปตลอดทั้งวัน พร้อมยืนยันว่ากิจกรรมในวันนี้ไม่ได้เป็นการแกงบิ๊กเซอร์ไพรส์ เพราะเจตนาจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความยินดีกับบัณฑิตเท่านั้น ไม่ได้ต้องการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง และไม่ต้องการให้ผู้จัดกิจกรรมถูกดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายศุภณัฐ กิ่งแก้ว หรือเนย หนึ่งในแกนนำที่จัดกิจกรรมบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร แถลงยุติกิจกรรมโดยระบุว่า วันนี้ตนพร้อมด้วยทีมงานบางส่วนที่มาจัดงาน ขอแถลงปิดงานและยุติกิจกรรมทั้งหมด ซึ่งความตั้งใจเดิมจะมีการแจกปริญญาบัตรฉบับมหาวิทยาลัยราษฎรให้หมดแล้วค่อยปิดกิจกรรม แต่แล้วความหวังก็ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยสั่งผ่านคณะกรรมการบัณฑิตให้ยึดใบปริญญาบัตรและใบปลิวคิวอาร์โค้ดทั้งหมด เนื่องจากมีความเป็นห่วงเรื่องเนื้อหาว่าไม่เหมาะสม ซึ่งกลุ่มก็ได้ชี้แจงแล้วว่าเนื้อหาทั้งหมดอยู่ในขอบเขตของกฎหมายทุกประการ ไม่มีเจตนาล้อเลียนหรือพาดพิงถึงใครทั้งสิ้น เป็นเพียงสีสันของงานเท่านั้น ทั้งนี้หลังจากปิดงานแล้ว สแตนดีทั้งหมดจะยังคงตั้งอยู่ที่เดิมเพื่อให้คนมาร่วมถ่ายรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภณัฐกล่าวอีกว่า ส่วนบิ๊กเซอร์ไพรส์ในเวลา 17.00 น.นั้น เนื่องด้วยจำนวนของทีมงานที่มีจำกัดและการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังมีอีกหลายครั้ง ดังนั้นวันนี้จึงเป็นเพียงการอวยพรบัณฑิตเท่านั้น &amp;nbsp;ไม่ได้ส่งผลอะไร และเราไม่ต้องการให้ทีมงานได้รับผลกระทบทางด้านกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการแกง เพราะเราไม่ได้ต้องการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง และไม่ได้ต้องการรวบรวมมวลชน เพียงแค่ต้องการแสดงออกเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายยามารุดดิน ทรงศิริ หนึ่งในผู้จัดกิจกรรมในวันนี้ระบุว่า สองวันที่มีการรับปริญญาบัตรมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และทราบว่ามหาวิทยาลัยได้ส่งประวัตินักศึกษาให้รัฐ จึงเห็นว่ามีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับรัฐเป็นอย่างดี จึงอยากให้มหาวิทยาลัยออกมาชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้ง 2 วัน ทั้งการตรวจเข้มเข้าออก ส่วนกิจกรรมแบบนี้แกนนำระบุว่าอยากให้มีขึ้นทุกปี แต่จะมีรูปแบบอย่างไรนั้นต้องรอติดตาม ทั้งนี้ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องสวัสดิภาพหลังออกมาเคลื่อนไหว แต่ก็มั่นใจว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย
&amp;#39;ปวิน&amp;#39; คือบิ๊กเซอร์ไพรส์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวกลายเป็นส่วนเกินในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะบรรดาบัณฑิตรวมทั้งผู้ปกครอง ญาติพี่น้อง และเพื่อนของบัณฑิตที่เข้าร่วมรับปริญญา ต่างพากันมองพฤติกรรมของกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎรด้วยความไม่พอใจที่มีการล้อเลียนการรับปริญญา ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งให้กลุ่มนี้ต้องยกเลิกการทำกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การที่กลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎรได้ประกาศจะจัดกิจกรรมบิ๊กเซอร์ไพรส์ในช่วงเย็นนั้น เพจบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎรได้เฉลยว่าบิ๊กเซอร์ไพรส์คือ คลิปคำกล่าวของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการที่ลี้ภัยไปอยู่ประเทศญี่ปุ่น โดยจะมอบให้แก่บัณฑิต เป็นคลิปติ๊กต็อก ความยาว 1 &amp;nbsp;นาที เนื้อหาเป็นการพูดยุให้เลิกรับปริญญา และถ้าอยากรับกับตนเอง (ปวิน) ให้บินไปที่เกียวโต &amp;nbsp;ประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี เตรียมมายื่นหนังสือถึงบ้านตนเพื่อถามถึงการจับกุมกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมว่า ต้องขออภัยที่ตนไม่อยู่บ้านเพราะติดภารกิจของกระทรวงยุติธรรม แต่ได้มอบหมายให้นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรมรับหนังสือแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า พอจะได้ทราบประเด็นในข้อสงสัยและได้เตรียมคำอธิบายเอาไว้แล้ว คือ ประเด็นแรก การจับตัวหรือการปล่อยตัวแกนนำอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ซึ่งเดิมศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานเดียวกับกระทรวงยุติธรรม ต่อมาในปี พ.ศ.2543 สำนักงานศาลยุติธรรมได้แยกออกเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการพิจารณาคดีต่างๆ รวมถึงการพิจารณาคดีอาญาย่อมอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาล กระทรวงยุติธรรมจะมีบทบาทดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาของศาล &amp;nbsp;โดยขั้นตอนการดำเนินคดีอาญา การออกหมายจับ เป็นกรณีที่ตำรวจจะต้องไปขออำนาจศาลดำเนินการทั้งสิ้น เมื่อผู้ถูกจับอยู่ในการควบคุมของตำรวจแล้ว ตำรวจจะนำตัวมาส่งศาลในเขตอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า การสั่งให้ควบคุมตัวระหว่างดำเนินคดีอยู่ในอำนาจของศาลเช่นกัน โดยบุคคลเหล่านี้จะอยู่ในการควบคุมดูแลของเรือนจำหากไม่ได้รับการปล่อยตัว ทั้งนี้การจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวบุคคลเหล่านี้หรือไม่ ย่อมเป็นอำนาจของศาลในการพิจารณามีคำสั่ง รมว.ยุติธรรมไม่มีอำนาจสั่งการใดๆ ในการสั่งปล่อยตัวชั่วคราวบุคคลเหล่านั้นได้ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยศาลจะมีหมายปล่อยไปยังเรือนจำที่ควบคุมตัวบุคคลเหล่านี้ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากบุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว กรมราชทัณฑ์จะมีมาตรการควบคุมตัวในระหว่างการสอบสวนดำเนินคดีเป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม กรณีหากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย บุคคลเหล่านี้ย่อมใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลพิจารณาตรวจสอบถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ &amp;nbsp;สามารถให้ทนายความดำเนินการดังกล่าวแทนได้
ไม่ได้ถูกขังเดี่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า แกนนำที่ถูกจับกุมสืบเนื่องจากการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 หรือ พ.ร.ก.ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี การดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.และ พ.ร.ก.ดังกล่าวอยู่ในอำนาจของตำรวจในเขตพื้นที่ที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ซึ่งการดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุมดำเนินคดีตามคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภายใต้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 หรือ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งมีโทษทางอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมในฐานะเป็นกระทรวงปลายน้ำ กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์ สิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดคือ การดูแลผู้ต้องขังไม่ให้ถูกทำร้ายภายในเรือนจำ ซึ่งผมได้เข้าตรวจสอบด้วยตัวเอง ให้ดูแลผู้ต้องขังทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล ยึดมั่นในความถูกต้อง ยืนยันว่าเราปฏิบัติตามหลักของสากล จนถูกอีกฝ่ายโจมตีด้วยซ้ำ ผมยืนยันว่าเราปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะฝ่ายไหนหรือคดีอะไร ผมทำหน้าที่ตามหลักความยุติธรรม&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีที่เพื่อนและญาติของนายสุรนาถ &amp;nbsp;แป้นประเสริฐ หรือตัน ผู้ต้องหาคดี ม.110 ตั้งข้อสงสัยถึงการย้ายนายสุรนาถไปควบคุมที่เรือนจำกลางบางขวางว่า ตนได้รับรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า ช่วงที่นายสุรนาถถูกนำตัวมาที่เรือนจำ ห้องกักโรคมีความแออัด เนื่องจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเรือนจำที่รับตัวผู้ต้องหาและจำเลยทุกคดี ทำให้ความจุห้องกักโรคไม่เพียงพอ ประกอบกับคดีดังกล่าวมีอัตราโทษสูงเกิน 15 ปี จึงย้ายเป็นการภายในไปควบคุมที่เรือนจำใกล้เคียง คือเรือนจำกลางบางขวาง แต่ได้แจ้งให้ศาลทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ยืนยันว่าระหว่างที่นายสุรนาถถูกควบคุมที่เรือนจำกลางบางขวางไม่ได้ถูกขังเดี่ยว เพราะการขังเดี่ยวคือการลงโทษ และทนายความสามารถเข้าเยี่ยมได้ ยกเว้นญาติที่ต้องรอให้ครบกำหนดกักโรค &amp;nbsp;14 วันก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สามารถรับผู้ต้องขังเพิ่มได้แล้ว ดังนั้นจะรับตัวนายสุรนาถกลับมาขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อความสะดวกในการฝากขังผ่านจอภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทั้งหมด 3 คน &amp;nbsp;คือ นายอานนท์ นำภา, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายเอกชัย หงส์กังวาน ส่วนนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือตัน ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำบางขวาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง โพสต์รูปภาพนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำคณะราษฎร 2563 นอนหมดสติ พร้อมระบุว่า &amp;quot;ใช้หมายจับที่หมดสภาพแล้วไปจับกุมคนโดยพลการ ระหว่างเคลื่อนย้ายทำให้เขาสลบ มันป่าเถื่อนมาก ใครสั่งใครบงการย่อมเป็นที่เกลียดชัง ระบบยุติธรรมก็เสื่อมเสีย น่าอับอายไปทั่วโลก&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุภรณ์ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามกฎหมาย เพราะหมายจับยังไม่ขาดอายุความ และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการจะถูกมองว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ที่นายไมค์เป็นลมจริงหรือเสแสร้งแกล้งดรามาหรือเปล่าก็ไม่รู้ และไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายจนสลบ ดังนั้นนายจาตุรนต์ไม่ควรใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ และควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนจะพูดหรือโพสต์อะไรก็ควรระมัดระวัง &amp;nbsp;เพราะถือเป็นบุคคลสาธารณะ อีกทั้งเป็นผู้ใหญ่แล้วและอดีตเป็นถึงรัฐมนตรี อย่าเที่ยวเกาะกระแสหากินกับเด็ก ทั้งที่ข้อมูลไม่ได้ตรวจสอบแล้วเอามาโพสต์ เสียผู้ใหญ่ไปเปล่าๆ เสื่อมศรัทธาไปเรื่อยๆ ไม่ควรอย่างยิ่ง
เกาะเด็กตีกินทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณจาตุรนต์ไม่มีข้อมูล ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังใส่ร้ายป้ายสี หมดราคา หวังให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย การออกมาพูดหรือโพสต์เช่นนี้เป็นการใส่ร้ายป้ายสี เกาะเด็กตีกินทางการเมือง หวังล้มรัฐบาลเพียงเพื่อที่ตนเองจะได้กลับมามีอำนาจทางการเมืองที่ตนเองหิวโหย อยากเป็นรัฐบาลอยากกลับมาเป็นรัฐมนตรีจนตัวสั่น เหมือนผีแดร็กคูล่ากระหายเลือด น่าขยะแขยงสมเพชเวทนาที่สุด&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายจาตุรนต์แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ใช้หมายจับที่หมดสภาพแล้วไปจับกุมคนโดยพลการ ระหว่างเคลื่อนย้ายทำให้เขาสลบ มันป่าเถื่อนมาก ใครสั่งใครบงการย่อมเป็นที่เกลียดชัง ระบบยุติธรรมก็เสื่อมเสีย น่าอับอายไปทั่วโลก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเขาโพสต์อีกครั้งหลังถูกวิจารณ์ว่าบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยระบุว่า &amp;quot;ผมโพสต์ความเห็นเกี่ยวกับการอายัดตัวไมค์กับเพนกวินไปเมื่อวาน ใช้คำว่าซ้อมจนสลบ ต่อมาก็ปรับเป็นทำให้สลบ แต่ก็ได้ยืนยันว่าได้ข้อมูลว่ามีการใช้กำลัง มีการล็อกคอและทำให้สลบ เห็นข่าวไมค์ให้สัมภาษณ์เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น &amp;nbsp;ก็อยากเชิญชวนให้ท่านทั้งหลายช่วยวิเคราะห์ว่าตกลงแบบนี้เกิดอะไรขึ้นและควรจะเรียกว่าอะไร แต่ที่สำคัญกว่านี้คือต้องถามว่าทำแบบนี้ก็ได้หรือ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณศาลาด้านข้างสะพานลอยสดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ &amp;nbsp;(นปช.) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง เดินทางมาถึงบริเวณสดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ โดยได้เข้าพูดคุยกับประชาชนที่มารอร่วมวางดอกไม้เพื่อรำลึกถึงนายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ที่กระทำอัตวินิบาตกรรม บริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานไทยรัฐ เพื่อประท้วงการยึดอำนาจในปี 2549 ซึ่งครบรอบ 14 ปี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายรอบบริเวณ ก่อนจะเข้าไปวางดอกไม้และพวงหรีด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ เข้าไปวางดอกไม้และพวงหรีดเป็นคนแรก จากนั้นยืนเคารพสดมภ์อนุสรณ์เพื่อระลึกถึงนายนวมทอง ต่อด้วย นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง และนางบุญชู ไพรวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง จากนั้นถ่ายภาพร่วมกัน และเปิดให้ประชาชนเข้ามาวางดอกไม้ ท่ามกลางสายฝนที่ปรอยลงมาเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตนขอพูดเป็นสองประเด็น ประเด็นแรกเป็นสถานการณ์ฉับพลันเฉพาะหน้า กับสถานการณ์ทั่วไป สถานการณ์ฉับพลันเฉพาะหน้าต้องผ่านสื่อไปถึงนายกรัฐมนตรี ว่าการกระทำของอำนาจรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือไปคุกคาม ข่มขู่ กระทั่งไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ถึงขั้นมีการลงมือทำร้ายหรือไม่ ไม่แน่ใจ &amp;nbsp;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายพริษฐ์และนายภาณุพงศ์ เพราะศาลยกเลิกคำสั่งฝากขัง ทั้งสองคนควรได้รับสิทธิเสรีภาพ และตามกฎหมายประมวลอาญา มาตรา 68 บอกชัดว่าหมายจับสิ้นสุดไปแล้ว หลังผู้ถูกกล่าวหารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะนนทบุรี, อยุธยา หรือแม้แต่ อุบลราชธานีก็ตาม เขาได้มีการรายงานตัวเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นอำนาจรัฐ ผมใช้คำว่าอำนาจรัฐเพื่อจะได้มองเห็นชัดๆ ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบ นี่เป็นการประจานครั้งล่าสุด ว่าคุณคุกคาม ข่มขู่ประชาชนอย่างแท้จริง ฉะนั้นขอเรียกร้องให้ยุติการข่มขู่&amp;quot; นพ.เหวงกล่าวและว่า ตอนนี้ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งดูจากข่าวพบว่ามีตำรวจไปพบไมค์ และทำทีว่าจะจับตัวไป เรียนด้วยความเคารพว่าตามกฎหมายใช้ไม่ได้ เนื่องจากบอกไว้ชัดแล้วว่า หากผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหารายงานตัวเรียบร้อยแล้ว หมายจับจะสิ้นอำนาจการบังคับใช้ไปเรียบร้อย &amp;nbsp;ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น และหากมีการทำร้ายร่างกายซึ่งไม่ทราบว่าประชาชนเสียหายหรือไม่ แต่ถ้าเสียหายก็น่าจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ ให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำเกินกว่าเหตุ&amp;quot; นพ.เหวงกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82420</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ.สมชัย ลีลาศิริวงศ์, นพ.อาทิตย์ เจียรนัยศิลาวงศ์, นพ.เหวง โตจิราการ, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, พริษฐ์ ชิวารักษ์, พล.ร.ต.นพ.สุรเชษฐ์ สู่พานิช, ภาณุพงศ์ จาดนอก, ยามารุดดิน ทรงศิริ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อายุตม์ สินธพพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d6bcbc4064.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
