<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจการแผ่นดินยกคณะลงปัตตานีแก้ปัญหาซากเรือประมงเวียดนาม65ลำจอดทิ้งกลางแม่น้ำปัตตานี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17มี.ค.2564 - ที่ท่าเรือ คานเบอร์ 5 อุตสาหกรรมประมงจังหวัดปัตตานี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร &amp;nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมต้อนรับ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ &amp;nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต &amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน พร้อมคณะฯ ในการลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อตรวจสอบซากเรือประมงที่จอดทิ้งไว้กลางแม่น้ำปัตตานี จำนวน 65 ลำ โดยมี นายราชิต สุดพุ่ม &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลปัตตานี, ผู้อำนวยการกองกฎหมายกรมประมง, ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี, สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 (ปัตตานี), สำนักงานประมงจังหวัดปัตตานี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับพร้อมร่วมประชุมด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้ประชุมพิจารณามาตรการในการบริหารจัดการซากเรือประมงดังกล่าว เนื่องจากทำให้ร่องน้ำตื้นเขิน เป็นปัญหาอุปสรรคในการเดินเรือ จึงมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่า 50 คน และประชุมมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการเรือของกลางให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เร่งรัดประเมินราคา และขายทอดตลาด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ย้ำในที่ประชุมว่า เรือส่วนใหญ่ที่ดำเนินคดีเสร็จเรียบร้อย และตกเป็นทรัพย์ของแผ่นดินแล้วนั้น จะเข้าสู่กระบวนการกำจัดทิ้งต่อไป อย่างไรก็ตามต้องมีหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบหลัก หรืออาจจะมีวิธีการที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ อีก เช่น อาจขนย้ายนำไปเป็นบ้านปลา - บ้านปะการังใต้ทะเล บางลำอาจต้องนำไปทำลาย โดยทุกกระบวนการต้องเป็นไปตามความถูกต้องของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96302</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลางแม่น้ำปัตตานี, ปัตตานี, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์, ศอ.บต., เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60515b229f41f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่านนท์ยกเลิกผ่อนปรน &#039;ภูเก็ต&#039;ป่วยเพิ่มอีก10ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ นนทบุรีถอยยกเลิกผ่อนปรน 38 สถานที่ให้ทำมาหากิน ให้เปิดเฉพาะศูนย์โทรศัพท์ในห้าง ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 10 รายอยู่ในพื้นที่บางเทาทั้งหมด ปัตตานีปิด 3 ตำบลหลังป่วยเพิ่ม 5 คน แม่ทัพภาค 4 พร้อมรับเปิดด่านไทย-มาเลย์ สกัดทุกช่องนำคนเข้าระบบคัดกรอง ผู้ป่วยรายที่ 5 ขอนแก่นอาการหนักปอดหายเกินครึ่ง ไล่เช็กไทม์ไลน์หากลุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ชี้แจงถึงกรณีได้ออกคำสั่งจังหวัดนนทบุรี ที่ 1072/2563 เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 9) ผ่อนปรนเปิด 38 &amp;nbsp;สถานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ ร้านตัดผม เสริมสวย (เฉพาะทำผม) ร้านรับส่งพัสดุ แผงค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ร้านวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน ร้านวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือ/ระบบสื่อสาร ร้านขายซ่อมอุปกรณ์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว ตั้งแต่วันที่ 15 &amp;nbsp;เม.ย.เป็นต้นไป แต่ภายหลังได้ออกคำสั่งฉบับที่ 10 ให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว แต่ให้เปิดได้เฉพาะศูนย์โทรศัพท์ในห้างเท่านั้น เริ่มวันที่ 15 เม.ย.63 และคงคำสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนถึงวันที่ &amp;nbsp;30 เม.ย.63 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุจินต์กล่าวว่าต้องการจะเปิดเพื่อทดลอง เพราะสถานที่ดังกล่าวทั้ง 5 ประเภทนั้นคนไม่เยอะ เราก็เฝ้าระวังได้ง่าย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์อยู่ติดกัน รวมทั้งวัสดุก่อสร้าง &amp;nbsp;ร้านตัดผมและเสริมสวย ไม่มีข้อตกลงกับใคร แค่อยากทดลองระบบ ไม่ใช่เอาชีวิตคนมาทดลอง แต่เป็นพื้นที่ที่ควบคุมง่ายกว่าตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตที่คนยังเข้าไปใช้เป็นจำนวนมาก จะเน้นด้านการใช้หน้ากากอนามัย การใช้เจล การทำความสะอาดล้างมือ แต่เมื่อมีเสียงสะท้อนจากประชาชน รวมทั้งผู้ใหญ่ได้ให้คำแนะนำมา ยอมรับอาจไม่รอบคอบพอ จะทำไปพร้อมๆ กันในวันที่ 30 เม.ย.นี้ จึงเอากลับมาทบทวนและยกเลิก และขออภัยผู้ประกอบการและประชาชนที่ทำให้ไม่สบายใจ ตนก็เป็นทุกข์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;ว่ามีผู้ป่วยยืนยันแล้วจำนวน&amp;nbsp;188&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;(รายใหม่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย)&amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย ทั้งหมดเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พักอาศัยในบ้านเดียวกัน ทำงานในที่เดียวกันกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ ในพื้นที่บางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์การปฏิบัติร่วมกันเพื่อยุติสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19 ครั้งที่ 2/2563 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต ว่าได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เข้มข้นมาอย่างต่อเนื่อง ผลปรากฏว่าอัตราการพบผู้ป่วยติดเชื้อต่อวันลดลงอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.IMPORT CASE หรือการเข้ามาใหม่ของกลุ่มคนที่มีสภาวะเสี่ยง 2.กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับซอยบางลา ตำบลป่าตอง และ 3.กลุ่มใหม่ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล ทั้งนี้จังหวัดมีเป้าหมายยุติสถานการณ์ COVID-19 ภายในวันที่ 30 &amp;nbsp;เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนต่างชาติที่ยังตกค้างในภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตได้ทำการสำรวจสัญชาติต่างๆ รวมจำนวน 4,117 คน กระทรวงมหาดไทยรายงานว่ามีชาวอเมริกันรอกลับประเทศ 1,327 คน อาจต้องเตรียมการไปขึ้นเครื่องบินที่กรุงเทพฯ หรืออาจบินลงมารับที่ภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 10 รายอยู่ในพื้นที่บางเทา ตำบลเชิงทะเล เป็นเครือญาติกันและเป็นเพื่อนบ้าน ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุ 97 ปีรวมอยู่ด้วย โชคดีที่เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการ ทั้งนี้การจัดการโรคโควิด-19 ในพื้นที่บางลา ป่าตอง สามารถดำเนินการได้หมดแล้ว ส่วนพื้นที่บางเทาเป็นชุมชน มีวิถีชีวิตประจำวัน ในการเปลี่ยนวิถีชีวิตของชุมชนนั้นค่อนข้างยาก หากมีผู้ป่วยต้องรีบนำตัวออกจากชุมชนเข้าไปยังสถานที่กำหนดไว้ จึงต้องเร่งดำเนินการค้นหาผู้สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ ทำการตรวจคัดกรองให้ครอบคลุมทุกราย
ติดเชื้อ 5 รายปิด 3 ตำบล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย รวมมียอดผู้ป่วยสะสม&amp;nbsp;82&amp;nbsp;ราย เป็นคน อ.ทุ่งยางแดง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมกิจกรรมทางศาสนาและสัมผัสตัวกัน และ อ.ยะรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย โดยเป็นผู้ที่สัมผัสบุคคลที่ติดเชื้อ ขณะนี้ได้มีการปิด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดงแล้ว เพื่อดำเนินการคัดกรองสอบสวนชาวบ้านทุกคนอย่างเข้มข้นที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามกีฬากลางจังหวัดปัตตานีได้เตรียมจัดสถานที่รองรับกลุ่มคนไทยที่จะกลับจากประเทศมาเลเซียในวันที่ 18 เม.ย. โดยสามารถรองรับการตรวจคัดกรองไม่ต่ำกว่าวันละ 300 &amp;nbsp;คน โดยนายชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เมื่อคัดกรองเสร็จจะให้ผู้มีเหตุอันสงสัยว่าจะติดเชื้อไปพักที่โรงยิมสนาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะรอผลตรวจ 1-2 วัน และเมื่อผลออกมาแล้วจะแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ติดเชื้อโควิด-19 นำไปพักที่โรงพยาบาลสนามที่ ต.บานา ส่วนคนที่ผลออกมาเป็นลบจะให้กลับไปกักตัวที่อำเภอที่ได้รองรับไว้ในแต่ละอำเภอ นอกจากนี้กลุ่มที่ไม่มีอาการป่วยจะให้อำเภอนำตัวไปกักกันตัวที่ทางอำเภอเตรียมไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ยอดผู้ป่วยสะสมยังอยู่ที่&amp;nbsp;56&amp;nbsp;คน เป็นผู้ป่วยทั่วไป&amp;nbsp;37&amp;nbsp;คน ซึ่งนิ่งและไม่เพิ่มมา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;วันแล้ว และผู้ป่วยกลุ่มดาวะห์ที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;19&amp;nbsp;คน ซึ่งยอดนิ่งแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลคือ จะมีแรงงานไทยจากประเทศอินโดนีเซียเดินทางกลับประเทศทางด่านพรมแดนสะเดา เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เม.ย.นี้อีกกว่า&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;คน รวมถึงแรงงานไทยจากมาเลเซียที่จะเดินทางกลับมาด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่าจะมีจำนวนคนทะลักเข้ามาในพื้นที่กว่าแสนคนในการเปิดด่านไทย-มาเลเซีย ในวันที่ 18 เม.ย.ว่า ไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจากการทำงานมาหลายสัปดาห์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานทูตได้เปิดการลงทะเบียนออนไลน์และการให้มารายงานตัวด้วยตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ภาคประชาสังคมและประธานกลุ่มอาสาสมัครคนไทยในต่างแดนลงพื้นที่สำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่าตัวเลขที่ยืนยันมีจำนวนไม่เกิน 8,000 คนที่ขอเข้าประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) &amp;nbsp;กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางการกลับมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจนในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;5 &amp;nbsp;ช่องทาง วันละ 150 คน แต่ละจังหวัดได้เตรียมการไว้แล้ว แต่มาตรการที่ดีที่สุดคือคนไทยควรคงอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านไว้ก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากสถานการณ์คลี่คลายก็สามารถทำงานต่อได้ทันที ทั้งนี้รัฐบาลไทยก็ยังคงมีมาตรการดูแลคุณภาพชีวิตแม้จะอยู่ในต่างแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการหารือร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ มีสถานทูต สถานกงสุล ภาคประชาสังคม และผู้ประกอบการที่มีประธานกลุ่มในทุกรัฐเร่งดำเนินการลงทะเบียนเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ได้เตรียมตัวและประสานกับทุกจังหวัดในชายแดนภาคใต้ และได้ร่วมกับ ศอ.บต.ตั้งกองอำนวยการร่วมเพื่อเป็นมาตรฐานร่วมกับทุกจังหวัด ทุกคนที่ผ่านเข้ามาต้องมีการคัดกรองและแยกเป็นรายจังหวัด &amp;nbsp;ส่วนด้านกำลังทหาร กองร้อยป้องกันชายแดน ทหารราบต่างๆ ทำงานตรวจทุกช่องทาง หาการลักลอบเข้ามาด้วยแบบว่ายน้ำมาหรือล่องเรือข้ามมา เมื่อจับได้จะดำเนินการตามกระบวนการเปรียบเทียบปรับ &amp;nbsp;หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายและเข้ากระบวนการของจังหวัด
ผู้ป่วยขอนแก่นอาการหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;รายที่ 5 ของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นหญิงวัย 63 ปี ชาวบ้านกุดน้ำใส หมู่ที่ 1 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชายโชติกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการสอบสวนโรคทราบว่าผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำพอง และมีลูกชายเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งลูกชายเป็นบุคคลประเภทที่ 3 (สาวประเภท 2) เดินทางกลับจากประเทศบาห์เรนกับเพื่อน 3 คน โดยเพื่อนตรวจสุขภาพไม่ผ่าน 2 คน แต่ลูกชายของผู้ป่วยตรวจผ่านจึงได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยและเดินทางถึงที่บ้านเกิดวันที่ 28 ก.พ.63 และกักตัวตามมาตรการป้องกัน ต่อมาวันที่ 6 มี.ค. ลูกชายผู้ป่วยเดินทางไปพัทยาและกลับบ้านวันที่ 18 มี.ค.63 และกักตัวอีกครั้งจนครบ 14 วันโดยไม่มีอาการใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งวันที่ 1 เม.ย.63 ผู้ป่วยรายที่ 5 ซึ่งเป็นแม่มีอาการเริ่มต้นจึงเดินทางมารับบริการที่ รพ.สต.กุดน้ำใส ด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว มีน้ำมูกใส และได้ให้ประวัติกับแพทย์ว่าลูกชายเพิ่งกลับมาจากประเทศบาห์เรนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และตรวจโรคผ่านแล้ว แพทย์จึงให้ยาตามอาการ แต่อาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยมีไข้ จึงไปพบแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่งในตลาดน้ำพองวันที่ 5 เม.ย.63 ซึ่งรับประทานยาต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 8 เม.ย. อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงเดินทางแอดมิตที่โรงพยาบาลน้ำพอง ด้วยอาการไข้ อ่อนเพลีย หายใจไม่สะดวก มีปอดอักเสบ บวกกับคนไข้มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลน้ำพองจนถึงวันที่ 13 เม.ย.63 ก่อนจะส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชาญชัยกล่าวว่า เราอาจจะถูกหลอกให้เข้าใจว่าผู้ป่วยรายนี้ติดจากลูกที่กลับมาจากบาห์เรน &amp;nbsp;เพราะว่าลูกกลับมาจากบาห์เรนนานเกิน 1 เดือน จึงตัดประเด็นนี้ทิ้งไป และเชื่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ลูกเดินทางกลับมาจากพัทยา ซึ่งจากการสอบสวนโรคจากตัวผู้ป่วยทำให้ข้อมูลในส่วนนี้หายไป เพราะแม่ไม่ทราบว่าลูกไปพัทยาต่อ และได้สอบสวนโรคจากตัวลูกของผู้ป่วยทำให้ทราบว่า หลังจากกลับจากพัทยาก็มีอาการไข้หวัด แต่อาการไม่หนักและทานยาเองจนหาย ซึ่งคนที่มีเชื้อในตัวอาจจะไม่แสดงอาการ บางรายคนหนุ่มอาจจะเป็นไม่หนักและอาจจะหายแล้วเหมือนเช่นลูกของผู้ป่วยที่นำเชื้อมาแพร่ &amp;nbsp;พอเชื้อแพร่มาถึงแม่ซึ่งเป็นผู้ที่อายุเยอะและมีโรคประจำตัว ทำให้เชื้อแพร่ได้อย่างรวดเร็วและแสดงอาการหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาการล่าสุดของผู้ป่วยติดเชื้อรัสโควิด-19 รายที่ 5 นั้น อาการโดยรวมยังถือว่าหนักที่สุด เชื้อได้ทำลายปอดไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง หายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ปอดมีการอักเสบ พักรักษาตัวอยู่ในห้องความดันลบของโรงพยาบาลขอนแก่นโดยมีแพทย์ให้การรักษาอย่างใกล้ชิด&amp;quot; นพ.ชาญชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ได้เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ให้เข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมีมติให้เปิดหมู่บ้านท่าอ่าง ม.3&amp;nbsp;ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย ซึ่งครบกำหนดเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน หลังพบมีชาวบ้านติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา โดยประเมินทุกด้านแล้วปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมเหมะบุตร กองบัญชาการกองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังสุรนารี จากนั้นได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์ประสานงานพื้นที่ชายแดน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง โดยเฉพาะมาตรการป้องกันโรคของรถยนต์ที่ยังคงผ่านเข้าออกด้านชายแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการดำเนินการต่อแรงงานชาวกัมพูชาที่ต้องการเดินทางผ่านแดนกลับเข้าประเทศกัมพูชา ที่ยังคงตกค้างอยู่บริเวณตลาดช่องจอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ได้มีมาตรการเยียวยาพ่อค้าแม่ค้า ด้วยการงดเก็บค่าวางขายของ (ตั๋วตลาด) ค่าไฟฟ้า ค่ารักษาความสะอาด จากผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาขายสินค้าภายในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. - 15 มิ.ย.63.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63153</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95b7ef6cfbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศอ.บต.จัดพิธีถวายสักการะ &#039;5พระเถระ&#039; ผู้มีวัตรปฏิบัติงดงามในพื้นที่ชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - ที่วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในพิธีถวายเมตตาสักการะยกย่องพระเถระผู้ควรกระทำอัญชลี 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี พ.ศ.2563 โดยมีนายวิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ นายกสมาคมพุทธสมาคมจังหวัดยะลา คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนิกชนเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพิธีถวายเมตตาสักการะยกย่องพระเถระผู้ควรกระทำอัญชลี 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดขึ้นโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับสมาคมพุทธสมาคม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเผยแผ่และจรรโลงพระพุทธศาสนาและถวายเมตตาสักการะยกย่องพระเถระที่ปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้คัดเลือกพระเถระผู้ทรงคุณในฐานะผู้ทรงศีล มีวัตรปฏิบัติที่งดงามเป็นที่ยอมรับและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจังหวัดละ 1 รูป ได้แก่ 1.พระราชศีลสังวร เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสตูล ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสงขลา-สตูล 2.พระราชปัญญามุนี เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน เจ้าคณะจังหวัดยะลา 3.พระสิริจริยาลังการ เจ้าอาวาสวัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง จังหวัดปัตตานี 4.พระครูรัตนคุณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่ามะนังชโลธาร จังหวัดสตูล ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลคอหงส์ รัตนภูมิ-สตูล และ 5.พระครูสถิตสีลขันธ์ เจ้าอาวาสวัดโบราณสถิตย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56487</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระเถระชายแดนใต้, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, ศอ.บต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3bf1f8e6c27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯศอ.บต.&#039;ชี้ชายแดนใต้ความรุนแรงลดลงคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมรัฐมากขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.63- ที่ด่านบ้านบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส &amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พาสื่อมวลชนเยี่ยมชมด่านบ้านบูเก๊ะตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ต.สมเกียรติ กล่าวว่า ไทย-มาเลเซีย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งพัฒนา 9 ด่าน โดยเฉพาะที่ด่านบ้านบูเก๊ะตา ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 262 ไร่ อยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาเป็นด่านเชิงเดี่ยวให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2563 โดยขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการเวนคืนที่ดิน เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารและจัดวางระบบต่างๆ ขณะที่พื้นที่ด่านฝั่งมาเลเซียได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ทั้งนี้ หลังจากการพัฒนาด่านฝั่งไทยเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมาเลเซียวางไว้ว่าจะเป็นด่านสำคัญของการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของมาเลเซียเช่นกัน ขณะเดียวกันด่านดังกล่าวจะเป็นจุดที่นำไปสู่การเชื่อมต่อกับเมืองต่างๆในมาเลเซีย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขนส่งสินค้าผ่านทางรถบรรทุก อย่างไรก็ตาม ถ้าเศรษฐกิจในพื้นที่บ้านบูเก๊ะตาฟื้นขึ้นมาได้ ก็จะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาพรวมสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตัวเลขความถี่ของความรุนแรงลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากศักยภาพการทำหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงที่จำกัดความเป็นเสรีภาพของผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังมีมิติการพัฒนาส่งผลให้คนรุ่นใหม่ในสถาบันการศึกษามีส่วนร่วมในกิจกรรมกับภาครัฐมากขึ้นตามลำดับ ทำให้เกิดพื้นที่สันติสุขขนาดเล็กเชื่อมโยงกันหลายแห่ง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ต.สมเกียรติ กล่าวว่า ยอมรับเหตุการณ์ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาบังคับใช้กฎหมาย ยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงมีความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนบุคคลหัวรุนแรงสองสัญชาติ ทางไทยได้ทำการรวบข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ ได้ส่งข้อมูลประสานให้ประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยติดตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54955</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรง, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, ศอ.บต., เหตุความไม่สงบ, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e241422f1a4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา!ซุก&#039;คาร์บอมบ์&#039; บช.ภ.9สั่งจับตารถขโมย สอบเครียด6ผู้ต้องสงสัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนท.แยก 6 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวยิงถล่ม ชรบ.ลำพะยาสอบเครียด หน่วยความมั่นคงพบ 2 &amp;nbsp;เดือนก่อน BRN ส่งเยาวชนรุ่นใหม่ฝึกรบกองโจร 4 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คนเข้าก่อเหตุ 3 จว.ใต้ 4 อำเภอสงขลา &amp;quot;บช.ภ.9&amp;quot; สั่งจับตากระบะไทรทันถูกขโมยทำคาร์บอมบ์ &amp;quot;ชาวบ้านต้นหยี&amp;quot; แจงผ้าก๊อซพันแผลที่โดนทหารยึดของผู้ป่วยมะเร็งไม่ใช่ของคนร้าย &amp;quot;เลขาฯ ศอ.บต.&amp;quot; ลั่นรัฐไม่ทิ้งครอบครัวผู้สูญเสีย &amp;quot;จตุพร&amp;quot; แนะเลิกแบ่งพวกทุกฝ่ายต้องร่วมแก้ไฟใต้ &amp;quot;ไพศาล&amp;quot; หนุนประกาศเคอร์ฟิวพื้นที่เขตเขา จ.นราธิวาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าภายหลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร จำนวน 200 &amp;nbsp;นายเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา เข้าตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยจำนวน 6 จุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รอยต่อเขต อ.เมืองยะลา และในพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวน 13 จุด ซึ่งในการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลสอบปากคำจากผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 รายที่ถูกควบคุมตัวมาก่อนหน้านี้ และจากพยานหลักฐานที่สำคัญสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 6 ราย เชื่อมโยงเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อมจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จนทำให้มี ชรบ.และชาวบ้านเสียชีวิต &amp;nbsp;15 ราย บาดเจ็บอีก 5 รายนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พ.ย. มีรายงานจากชุดควบคุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 คนระบุว่า ขณะนี้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 คนไปสอบสวนที่ศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี จำนวน 2 ราย ศูนย์ซักถามกรมทหารพรานที่ 41 จำนวน 2 ราย และที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จำนวน 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการซักถามผู้ต้องสงสัยให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เกรงผู้ที่ถูกซัดทอดจะหลบหนี ส่วนขั้นตอนการสืบสวนขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานที่ยึดได้จากบ้านผู้ต้องสงสัย โดยเฉพาะเสื้อผ้าและอีกหลายรายการ ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดสืบสวนแจ้งว่า ในวันเกิดเหตุชาวบ้านแจ้งเบาะแสพบผู้ต้องสงสัยพร้อมอาวุธปืนยาว แต่งกายชุดดำ สวมหมวกไหมพรม หลบหนีเข้าข้างทาง จำนวน 6 คน กำลังเดินเท้าไปทางมัสยิด บ.น้ำเย็น-ลำใหม่ จากนั้น ฉก.ทพ.43 และ ฉก.ยะลา 12 จึงได้ส่งกำลังตรวจพิสูจน์ทราบแต่ไม่พบ เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ระบุว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาขบวนการบีอาร์เอ็นได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษที่ผ่านการฝึกหลักสูตรการโจมตีแบบกองโจร RKK จากประเทศอินโดนีเซีย &amp;nbsp;เข้ามาเปิดปฏิบัติการในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง 4 ชุด นั่นคือมีเป้าหมายให้เปิดปฏิบัติการใน &amp;nbsp;จ.ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ อ.จะนะ, เทพา, นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นดังกล่าวได้ลงมือทำงานกันไปแล้วอย่างน้อย 2 เหตุการณ์ คือ คาร์บอมบ์ที่หน้า สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานีเมื่อหลายวันก่อน กับล่าสุดการรวมตัวบุกโจมตีเพื่อละลายฐาน &amp;nbsp;ชรบ.ที่บ้านทางลุ่ม ต.ลำพะยา อีกทั้งยังเชื่อว่าจะมีปฏิบัติการตามมาอีกหลายเหตุการณ์ในช่วงเวลา 2 &amp;nbsp;เดือนที่เหลือของปี 2562&amp;quot; หน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นทั้ง 4 ชุดดังกล่าว มีการจัดกำลังไว้ชุดละ 6 คนที่ล้วนเป็น &amp;quot;PERMUDA&amp;quot; ทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงเป็นแนวร่วมเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุมาก่อน &amp;nbsp;เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนไหว แต่ยุ่งยากสำหรับเจ้าหน้าที่ในการติดตามไล่ล่าหรือเข้าจับกุม โดยในการปฏิบัติการแต่ละครั้งจะมอบให้แนวร่วมระดับต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ประกอบกำลังเข้าร่วมด้วยครั้งละประมาณ 20 คนขึ้นไป ซึ่งก็แล้วแต่เป้าหมายว่าจะเล็กหรือใหญ่หรือมีความสำคัญแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาขบวนการบีอาร์เอ็นได้บ่มเพาะเยาวชนเข้าสู่ขบวนการ เพื่อให้เป็นแนวร่วมในระดับต่างๆ ไว้ได้เพียงประมาณ 800 คน แต่เมื่อมาถึงวันนี้กลับมีเยาวชนที่ผ่านการบ่มเพาะจากขบวนการบีอาร์เอ็นเพิ่มเป็นกว่า 10,000 คนแล้ว ทำให้หน่วยงานความมั่นคงต้องระวังเป็นพิเศษ&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
จับตากระบะคาร์บอมบ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศปก.สน. บช.ภ.9 ได้มีวิทยุด่วนให้เจ้าหน้าที่ทุก สภ.และชุดปฏิบัติการ จุดตรวจ จุดสกัด ทำการตรวจสอบรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีน้ำตาล ทะเบียน บฉ 4868 นราธิวาส &amp;nbsp;ซึ่งจอดไว้ที่บ้านตันหยง ม.3 ต.ม่วงเตี้ย อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และถูกโจรกรรมไป ซึ่งอาจจะเป็นการกระทำของแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพื่อนำไปประกอบเป็นคาร์บอมบ์ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 3 &amp;nbsp;จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา จึงให้ทุกหน่วยเร่งตรวจสอบติดตามรถยนต์คันดังกล่าวโดยด่วน รวมทั้งให้กองกำลังทุกหน่วยในพื้นที่ระวังป้องกันเหตุคาร์บอมบ์ที่อาจจะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านเลขที่ 125/2 ม.7 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา นางธาริณี มะมิง ชาวบ้านต้นหยี ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ชี้แจงต่อสื่อมวลชนกรณีมีภาพข่าวพบอุปกรณ์ทำแผล ทั้งผ้าก๊อซ ยาทาแผล สำลีทายา ในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเหตุยิงชุด ชรบ.ต.ลำพะยา และเจ้าหน้าที่คาดว่าจะนำไปช่วยเหลือกลุ่มคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บว่า ผ้าก๊อซพันแผลและอุปกรณ์ที่พบเป็นของตนเองที่ใช้ทำแผลให้แม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งคอหอยระยะที่ 3 ที่ต้องเจาะคอและหน้าท้อง มีแผลต้องทายาวันละ 2 ครั้ง และทุกวันพฤหัสบดีจะนำไปวางทิ้งไว้ที่ริมถนนหน้าบ้าน ทำให้ในเช้าวันเสาร์เจ้าหน้าที่มาตรวจค้นผู้ต้องสงสัยและพบอุปกรณ์เหล่านี้ จากนั้นขอนำไปตรวจ DNA ตนจึงให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้คิดว่าจะมีข่าวออกไปว่าเป็นของผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวไปได้ 1 คนซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ จึงขอมาชี้แจงว่าผ้าก๊อซและอุปกรณ์ทำแผลเป็นของตนเอง ไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัย หรือจะนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ก่อเหตุแน่นอน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจ DNA ดูได้ และพร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ไปสอบปากคำ&amp;quot; นางธาริณีกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านต้นหยีรายนี้ระบุว่า ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดกับชาวบ้านชุมชนลำพะยาที่รักกันดี และตนเองก็เสียใจกับเหตุความสูญเสียที่เกิดขึ้นด้วย จึงไม่อยากให้พี่น้องชาวไทยพุทธเข้าใจผิด ซึ่งผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดต่างเป็นเพื่อนที่รู้จักกันดี เช่น นายสุนทร-นางรัชนก พูลแก้ว ตนเองก็เสียใจกับเหตุการณ์นี้มากเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปรีดี มะมิง กล่าวทั้งน้ำตาว่าเสียใจกับการเสียชีวิตของ ชรบ.และประชาชนทั้ง 15 คน ซึ่งตนเองก็ถือเป็นเพื่อนเป็นลูกน้องที่ทำงานด้วยกันมาก่อน จึงไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงครอบครัวผู้ต้องสงสัย ที่ยืนยันว่าอุปกรณ์ทั้งหมดไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัย และไม่ได้นำไปใช้ช่วยเหลือผู้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า ในมิติของฝ่ายพลเรือนได้ลงพื้นที่เยี่ยมปลอบขวัญ แสดงความเสียใจและให้กำลังใจ ทุกครอบครัวที่ได้รับความสูญเสียในครั้งนี้ เพื่อที่จะทำการเยียวยาแต่ละครอบครัวซึ่งมีความเป็นอยู่ที่ไม่เหมือนกัน เราจะต้องช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียสละทุกวิถีทาง ให้เขามีอาชีพมีรายได้ ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ดูแลครอบครัวเหล่านี้ให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน รัฐต้องรับผิดชอบในการช่วยเหลือในทุกวิถีทาง &amp;nbsp;เราจะไม่ทิ้งครอบครัวเหล่านี้ไว้ข้างหลัง เราจะต้องดูแลเป็นอย่างดี และนอกจากนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่รักสามัคคีกันมากขึ้น รวมทั้งในมิติของการรักษาความสงบ หน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้การดูแลความปลอดภัยของประชาชนรัดกุมยิ่งขึ้น&amp;quot; เลขาฯ ศอ.บต.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมณ์ พรหมรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูลจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งติดตามการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี โดยช่วงเช้าได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเพื่อเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจำนวน 4 ราย โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจยะลา 12 &amp;nbsp;เป็นผู้นำคณะเข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและญาติ และผู้แทน ศอ.บต.เป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต ช่วงบ่ายได้เดินทางไปยัง สภ.ลำใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานจากญาติผู้เสียชีวิต รวมทั้งร่วมฟังสวดพระอภิธรรม&amp;nbsp;
ชี้ต้องร่วมกันแก้ไฟใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมนายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.เขต 3 &amp;nbsp;จ.ยะลา, นายมุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา, ดร.ระเด่น สะมะแอ รองนายก อบจ.ยะลา ก็เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบกระเช้าดอกไม้แก่ ชรบ.ลำพะยาที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตนมาในฐานะคนพื้นที่เป็นห่วงพร้อมให้กำลังใจ ชรบ.ที่ได้รับบาดเจ็บทุกคน เชื่อว่าทุกกำลังใจที่มาเยี่ยมนี้จะเป็นเกราะสร้างความสัมพันธ์ความรู้สึกของพี่น้องในพื้นที่ให้แน่นแฟ้นขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง และขอประณามผู้ร้ายที่กระทำการเหี้ยมโหดกับชุด ชรบ.ที่มีแต่อาวุธลูกซองไว้ป้องกันตัวเท่านั้น ถือว่าเป็นการลอบกัด ไม่ใช่การสู้แบบสันติภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐต้องมีมาตรการเสริมทั้งระเบียบวินัยให้กับผู้รักษาความปลอดภัยทุกคนให้มากกว่านี้ ต้องแก้จุดบกพร่องของเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายด้วย เมื่อมีความแข็งแกร่งแล้วนานเข้าความอ่อนล้าก็เกิดขึ้น ความเผอเรออย่าให้เกิดขึ้น เพราะจะเป็นจุดอ่อนให้ผู้ร้ายโจมตี ในจุดนี้จากเหตุการณ์ยิงชาวบ้านไอร์ปาแยในมัสยิดตาย 10 คน และเหตุการณ์ยิง ชรบ.ลำพะยาตาย 15 คน ก็ยังหาคำตอบจากผู้หลักผู้ใหญ่ยังไม่ชัดเจน หรือทุกปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จะโยนเข้ากับกระบวนการ BRN หมด&amp;quot; หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ปัญหาชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่งคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งชาติ อยากเสนอให้แต่ละฝ่ายตั้งสติ ทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้วเพื่อให้ 15 ชีวิตนี้เป็นการสูญเสียครั้งสุดท้าย เปลี่ยนพื้นที่ให้เกิดสันติภาพ นำเอาบทเรียน 15 ปีไฟใต้นี้มาร่วมกันพูดคุยด้วยข้อเท็จจริง สังคายนาวิธีแก้ปัญหาใหม่ ในการดำเนินคดีก็ว่ากันไป แต่ต้องพูดคุยกันว่า 15 ปีที่ผ่านมานี้ความไม่สำเร็จเกิดจากองค์ประกอบใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อว่าแต่ละฝ่ายในพื้นที่ต่างก็รู้ปัญหาที่แท้จริง เพียงแต่ไม่มีใครพูดกัน โดยรัฐและประชาชนต้องมาร่วมกันแก้ไข&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกฯ (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวตอนหนึ่งว่า ถ้าหากเปรียบเทียบยะลาเป็นเมืองหลวงของพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องเปรียบจังหวัดนราธิวาสว่าเป็นฐานทัพของการก่อความไม่สงบนั้น &amp;nbsp;ภูมิประเทศของจังหวัดนราธิวาสเป็นเขตภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน คือตั้งแต่บริเวณบ้านวังน้ำใสมายังเขตอำเภอแว้ง อำเภอสุไหงโก-ลก ไปจนถึงอำเภอตากใบ มีเขตเขาสำคัญคือเขาปูโยะและเขาปกโยะ ซึ่งอีกด้านหนึ่งติดกับจังหวัดยะลา รวมทั้งเขาน้ำค้าง เขาบูเลเต๊ะ เขาบาโจ เขากาลูบีและเขาตะเว มีพื้นที่ราบระหว่างเขตเขาในเขตอำเภอกะพ้อ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร มาจนถึงพื้นที่ราบเขตอำเภอระแงะ ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบตลอดมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การควบคุมพื้นที่เขตเขามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ต่อการลดทอนความเคลื่อนไหวของกองกำลังฝ่ายตรงกันข้าม ซึ่งควรพิจารณาประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่เขตเขาเหล่านี้ เพื่อให้เหลือพื้นที่ราบระหว่างเขตเขาและพื้นที่ชายทะเลที่จะต้องดูแลรักษาความปลอดภัย โดยไม่ให้มีเขตที่มั่นหรือเขตจรยุทธ์ดำรงอยู่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส แม้ว่าพื้นที่เขตเขาทั้งหมดจะสูงชันสลับซับซ้อนและมีอันตราย แต่แท้จริงสามารถควบคุมได้โดยง่าย&amp;quot; นายไพศาลกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49962</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองโจร RKK, จตุพร พรหมพันธุ์, ประเทศอินโดนีเซีย, ปรีดี มะมิง, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, สมณ์ พรหมรส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc808a69ac25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ6คนก๊วนยิงชรบ. ค้นปัตตานี-ยะลา19จุดพบผ้าพันแผล-เป้สนาม/คุมเข้มหาดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิกำลัง 200 นายปูพรมค้นพื้นที่ต้องสงสัยปัตตานี-ยะลา 19 จุด รวบผู้ต้องสงสัยสังหารหมู่ ชรบ.ได้ 6 คน มีทั้งหมายจับและมีหมาย พ.ร.ก. เจอหลักฐานผ้าพันแผล เป้สนาม &amp;nbsp; คุมเข้ม 3 ด่านก่อนเข้าหาดใหญ่ 24 ชั่วโมง หวั่นก่อเหตุซ้ำรับลอยกระทง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 พ.ย. พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับการกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้, พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 ได้ร่วมปล่อยกองกำลังร่วม จำนวน 200 นาย เข้าทำการตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัย จำนวน 6 จุด ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รอยต่อเขต อ.เมืองยะลา ซึ่งมีกองกำลังเจ้าหน้าที่ จ.ยะลา เข้าทำการตรวจค้นเช่นเดียวกัน จำนวน 13 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลสอบปากคำจากผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 รายที่ถูกควบคุมตัวมาก่อนหน้านี้ และจากพยานหลักฐานที่สำคัญ กรณีเหตุคนร้ายถล่มยิงป้อมจุดตรวจชุดคุ้มครอง ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จนทำให้มีชาวบ้านซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเสียชีวิตจำนวน 15 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการปฏิบัติครั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 9 ราย ทำประวัติพบไม่เกี่ยวข้อง 3 ราย จึงได้ปล่อยกลับ คงเหลือควบคุมผู้ต้องสงสัย จำนวน 6 ราย พร้อมของกลางเป็นผ้าพันแผล เป้สนามจำนวนหนึ่ง จึงได้นำตัวทั้งหมดไปควบคุมตัวที่กองอำนวยการร่วมชั่วคราวภายใน วัดลำใหม่ อ.เมืองยะลา ซึ่งจากการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยทั้ง 6 คนนั้น ปรากฏว่าบางรายมีหมายจับและมีหมาย พ.ร.ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิบัติครั้งนี้ พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า เป็นการเปิดแผนปฏิบัติการร่วมในการบังคับใช้กฎหมายตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในการเร่งติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากผู้ต้องสงสัยที่ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ ทำให้การตรวจค้นถือว่าเป็นเป้าหมายที่ความชัดเจน จนนำไปสู่การควบคุมตัว 6 ผู้ต้องสงสัยตามเป้า แต่ยังมีอีกบางส่วนที่เชื่อว่าน่าจะไหลตัวหลบหนีไปก่อนหน้านี้ เชื่อว่าคงหนีได้ไม่ไกลและไม่มีทางหลบหนีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวนั้น จากการตรวจสอบจากแฟ้มประวัติคดีความมั่นคง บางรายมีหมายจับและมีหมาย พ.ร.ก. ซึ่งกำลังตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง โดยเน้นย้ำในการใช้หลักการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐาน ทั้งอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน ผลเลือดของคนร้ายที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ
คุมเข้ม 3 ด่านก่อนเข้าหาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การเปิดแผนครั้งนี้ยังคงมีต่อเนื่อง ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับให้ติดตามไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่าได้เบาะแสคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บและกำลังหลบซ่อนตัวในพื้นที่ของเป้าหมายที่กำลังจะตรวจค้น โดยพบว่ามีแนวร่วมในพื้นที่เตรียมการที่จะเคลื่อนย้ายหลบหนีพร้อมกับคนอื่นๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการกระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมดแล้ว เตรียมเข้าจู่โจมอีกครั้ง เชื่อว่าน่าจะสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังตรวจเข้มบริเวณด่านตรวจด้านความมั่นคงขาเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ทั้ง 3 แห่งที่ถนนเพชรเกษม ถนนกาญจนวนิช และถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ รับเทศกาลลอยกระทงและป้องกันการเข้ามาก่อเหตุความไม่สงบเชื่อมโยงกับเหตุความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลังจากเกิดเหตุยิงถล่มจุดตรวจในพื้นที่ จ.ยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.สงขลา ได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เสี่ยงของ จ.สงขลาสูงสุด ทั้งเมืองเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เช่น อ.หาดใหญ่ อ.สะเดา และ อ.เมืองสงขลา รวมถึงในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการลอบทำร้ายจากกลุ่มก่อความไม่สงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่มีการเผยแพร่เอกสารที่เป็น จดหมาย ที่อ้างว่าเป็นของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ที่ออกมารับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ถล่มป้อม ชรบ. จนทำให้มี ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บสาหัส 5 ราย โดยมีการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของบีอาร์เอ็นได้ทำการตรวจสอบลักษณะจดหมายของการขึ้นต้นและเนื้อความแล้ว เชื่อว่าเป็นเอกสารที่มือที่สามเป็นผู้ทำขึ้น หรือหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ทำขึ้นเพื่อหวังผลในทางทำ &amp;quot;ไอโอ&amp;quot; และต้องการที่จะให้คนในพื้นที่เห็นถึงความโหดเหี้ยมของบีอาร์เอ็นที่กระทำต่อกองกำลังประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นพลเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการตั้งข้อสังเกตว่า บีอาร์เอ็นยังต้องการดำรงความเป็นองค์กรลับต่อไป โดยที่ไม่รับว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง แต่ไม่ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ เพราะบีอาร์เอ็นยังไม่มีความพร้อมในการที่จะเปิดหน้าชนหรือเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะมวลชนของบีอาร์เอ็นยังไม่มากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจดหมายเป็นของบีอาร์เอ็นจริง ต้องมีต้นฉบับเป็นภาษารูมี และถูกแปลเป็นภาษาไทย แต่เอกสารที่มีการนำมาเผยแพร่เป็นภาษาไทย และลักษณะของเนื้อความมีความ &amp;quot;แปลกแปร่ง&amp;quot; ที่เป็นความพยายามเลียนแบบให้เหมือนกับจดหมายที่บีอาร์เอ็นเคยส่งในโซเชียลเพื่อสื่อสารถึงผู้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ท่าทีบีอาร์เอ็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการตั้งข้อสังเกตว่าจดหมายดังกล่าวเป็นการเผยแพร่ของ หน่วยงานบางหน่วยในพื้นที่ เพื่อทำไอโอให้บีอาร์เอ็นเป็นจำเลยของสังคม และต้องการทดสอบว่าบีอาร์เอ็นจะออกมาปฏิเสธหรือไม่ ซึ่งหากบีอาร์เอ็นไม่ออกมาปฏิเสธ ก็จะกลายเป็นจำเลยของสังคม และจะมีผลต่อคนในพื้นที่ ซึ่งส่วนหนึ่งยังไม่เชื่อว่าบีอาร์เอ็น เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการสร้างความรุนแรงในพื้นที่ เพื่อที่จะได้ไม่ให้การสนับสนุนแนวร่วมของขบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าจดหมายที่มีการเผยแพร่และอ้างว่าเป็นของบีอาร์เอ็น ที่ยอมรับว่าเป็นผู้สั่งการให้แนวร่วมในพื้นที่เป็นผู้โจมตีชุด ชรบ.จริง ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ที่บีอาร์เอ็นออกมายอมรับว่าได้สั่งการให้ปฏิบัติการต่อกำลังภาคประชาชนจริง แสดงให้เห็นว่าบีอาร์เอ็นพร้อมที่จะเปิดหน้าชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ และมีแผนในการปฏิบัติทั้งในพื้นที่และในสหประชาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ได้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ โดยแหล่งข่าวความมั่นคงกล่าวว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าไม่ได้ให้ความสำคัญแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการติดตามสืบหาแหล่งของคนร้ายหรือแนวร่วมที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับ ชรบ. ซึ่งเชื่อว่ามีผู้บาดเจ็บ 2-3 คน และหนึ่งในนั้นบาดเจ็บสาหัสมีการตัดไม้ทำเปลหามเพื่อไปรักษาพยาบาล ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทหารพรานในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา ยังไม่พบร่องรอย เบาะแส หรือ แหล่งที่กบดานของคนเจ็บที่ถูกนำไปรักษาพยาบาลแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอาซิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี พร้อมด้วยนายศักดิ์กรียา บินแสละ ประธานกรรมการอิสลาม จ.สงขลา, &amp;nbsp;ดร.วิสุทธิ์ บินล่าเต๊ะ ผอ.ศูนย์ประสานสำนักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้ และนายซากีย์ พิทักษ์คุมพล รองเลขานุการจุฬาราชมนตรี ได้เดินทางไปยังวัดสิริปุณณาราม หรือวัดลำพะยา เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ จุฬาราชมนตรีได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกด้วย จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังบ้านเลขที่ 17/9 หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เพื่อไปเยี่ยมครอบครัวของนายซัมซามี สามะ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมพูดคุยและมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ต่อมาได้เดินทางไปยัง รพ.ยะลา เพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวอีกจำนวน 4 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 รายนั้น แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.มอ.หาดใหญ่
ความรักความสามัคคี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาซิสกล่าวถึงการเดินทางในครั้งนี้ว่า ต้องการเดินทางมาให้กำลังใจกับครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ ทั้งประชาชนชาวไทยพุทธและประชาชนชาวไทยมุสลิม ในชีวิตของคนเรา จากเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้น นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจ ยากเกินบรรยาย เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์นี้ โดยปกติแล้วจะมีความดีงาม ความสุขก็จะเข้ามา ขอให้ทุกคนได้อดทน เข้มแข็งไว้ ทุกครอบครัวต้องยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ อยู่ให้ได้ และความดีก็จะตามมา ทุกคนเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จุฬาราชมนตรียังได้อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนด้วยว่า เราต้องอยู่ด้วยความเข้าใจ อยู่กันด้วยความรักความสามัคคี ในฐานะของเพื่อนร่วมชาติ และให้แสดงน้ำใจต่อกัน และเหตุการณ์ต่างๆ ก็จะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวธิดารัตน์ ยอดแก้ว อายุ 24 ปี เปิดเผยว่า ดีใจ และขอบคุณที่จุฬาราชมนตรีเข้ามาเยี่ยมเยียน เห็นใจผู้ที่ถูกกระทำ ซึ่งตนเอง พ่อและแม่ต้องสูญเสียจากเหตุการณ์นี้ ขอบคุณอีกครั้งที่ท่านเข้ามาเยี่ยมเยียน ช่วยเหลือ ถึงไม่มากมาย อย่างน้อยก็ดีใจ ไม่ว่าศาสนาไหนก็มีความห่วงใยเอื้ออาทรต่อกัน การสูญเสียที่เกิดขึ้น ยิ่งกว่าความสูญเสีย ซึ่งพ่อและแม่เป็นหัวแรงหลักที่บ้าน ไม่รู้จะบอกยังไง ทำอะไรไม่ถูก ก็ต้องอยู่ให้ได้ ชุมชนลำพะยาที่ผ่านมาการอยู่ร่วมกันทั้งพุทธ มุสลิม อยู่ร่วมกันได้ดีเสมอมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าสาเหตุคืออะไร และตอนนี้ไม่สามารถแก้ไขอะไร ก็หวังภาครัฐช่วยเหลือ ช่วยดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เพื่อนเยี่ยมครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตจำนวน 2 ครอบครัว คือครอบครัวนายธวัชชัย สุพงษ์ ซึ่งเสียชีวิตในการปะทะที่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ 6 ต.ลำพญา &amp;nbsp;มีบุตรจำนวน 4 คน และครอบครัวนายสุนทร ยอดแก้ว และนางรัชนี ยอดแก้ว &amp;nbsp;2 สามีภรรยา ซึ่งเสียชีวิตทั้ง 2 คน ที่บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ 4 ต.ลำพญา ซึ่งครอบครัวนี้มีบุตร 3 คนด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเลขาธิการ ศอ.บต.กล่าวว่า ตั้งใจที่จะลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยือนครอบครัวผู้สูญเสียทุกครอบครัว เบื้องต้นเป็นการให้กำลังใจแก่ทุกครอบครัวที่สูญเสียสมาชิกในครอบครัวอันเป็นที่รัก และเป็นการขอบคุณทุกท่านที่ได้สละชีวิตในการปกป้องชุมชน สังคม และบ้านเมืองของเรา&amp;nbsp;
โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ตลอดเวลา 16 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐได้ใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถในการที่จะแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้คนที่อยู่ร่วมกันทุกเชื้อชาติ ศาสนาทุกเผ่าพันธุ์ อยู่ร่วมกันในดินแดนแห่งนี้อย่างเป็นสุข แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากผู้เห็นต่างที่ใช้วิธีผิดๆ ที่ทำให้ใน 16 ปี ต้องสูญเสียพี่น้องร่วมชาติมากมาย รวมทั้งกลายเป็นภาระหน้าที่ของประชาชน และอาสาสมัครในการดูแลปกป้องพื้นที่ เพื่อแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ และครั้งนี้ได้รับความสูญเสียถึง 15 ศพ บาดเจ็บอีก 5 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าหลังจากนี้การเสียชีวิตของทั้ง 15 รายจะไม่สูญเปล่า &amp;nbsp;วีรกรรมของทุกท่านจะเป็นที่จดจำของทุกคนในพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้และคนทั้งประเทศ และจะทำให้คนในพื้นที่หันหน้าเข้าหากัน ทำให้แผ่นดินเกิดสันติสุขในอนาคตข้างหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติกล่าวว่า สำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ภาครัฐจะไม่มีการทอดทิ้ง นอกจากการจ่ายค่าเยียวยาเบื้องต้น 500,000 บาทแล้ว ยังต้องดูแลบุคคลในครอบครัวอย่างสุดความสามารถ เช่น การส่งเสริมสนับสนุนด้านอาชีพ การศึกษา ให้เขาสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว และมีที่ยืนในสังคมอย่างภาคภูมิใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ปัญหาในระยะยาวจะต้องนำวาระการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่พอเกิดเหตุแล้วใช้อารมณ์ เรามีกฎหมาย เรามีงบประมาณ เราทุ่มเทซื้ออาวุธไปจำนวนมาก ใช้งบประมาณเป็นหมื่นล้าน แต่บางทีเราอาจจะต้องใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา โดยให้ประชาชนทั้งพุทธและมุสลิมมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตาชีวิตตนเอง โดยเฉพาะพี่น้องชาวพุทธ เพราะจู่ๆ เขาก็ถูกฆ่าตาย เราต้องนำปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาของทุกคน ผมเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ปัญหา เพราะหากใช้กำลังความมั่นคงอย่างเดียว เขาเป็นข้าราชการ สุดท้ายเขาก็ออกไปจากพื้นที่ แต่ประชาชนยังต้องอยู่ในพื้นที่ เพราะเป็นบ้านของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องแนวคิดการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า หากถอนกำลังทหารออกไป พี่น้องชาวไทยพุทธก็จะอยู่กันอย่างหวาดระแวง แต่เราจะต้องจัดรูปแบบ เช่น ในพื้นที่ให้มีกำลังของตำรวจเป็นหลักและทหารคอยสนับสนุน ส่วนเรื่องกฎหมายพิเศษจะต้องไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น บางครั้งจะจับกุมคนร้าย แต่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผมคิดว่ารูปแบบกฎหมายที่เหมาะสมก็คือให้นำกฎหมายพิเศษทั้งสามฉบับมาบูรณาการกัน ว่าเจ้าหน้าที่จะทำได้แค่ไหน และจะทำอย่างไรหากประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จะมีช่องทางให้เขาได้เข้าถึงความยุติธรรมตรงนี้เรื่องสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49911</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา, พ.อ.หาญพล เพชรม่วง, พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191109/image_big_5dc6a46e77b97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติครม.แต่งตั้ง&#039;พล.ร.ต.สมเกียรติ​ ผลประยูร&#039;เป็นเลขาฯศอ.บต.คนใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62 - พ.อ.หญิง​ ทักษดา​ สังขจันทร์​ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ที่ประชุม​ ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง​ พล.ร.ต.สมเกียรติ​ ผลประยูร​ รองเลขาธิการ​ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้​ (ศอ.บต.)​ &amp;nbsp;ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ​ ศอ.บต.​ แทนนายศุภณัฐ​ สิรันทวิเนติ​ ที่เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่​ 30​ ก.ย.61&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27214</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, มติครม., รองเลขาธิการศอ.บต., เลขาธิการศอ.บต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c46c547d533c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
