<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทภ.4ฟุ้งคดีมั่นคงลด35%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาค 4 เชื่อดับไฟใต้มาถูกทาง &amp;nbsp;คดีมั่นคงลดกว่า 35% ควบคู่ใช้โมเดล &amp;quot;CAMP 35&amp;quot; แก้ปัญหายาเสพติด ผบ.ทร.สั่งเพิ่มมาตรการด้านการข่าว-สร้างความไว้ใจคนในพื้นที่ คุมเข้มช่วงวันเข้าพรรษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อม พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการ ศปก.ตร.สน. แถลงสรุปผลการปฏิบัติด้านความมั่นคงและยาเสพติดในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้ ไตรมาส&amp;nbsp;3 (เม.ย-มิ.ย.&amp;nbsp;62)&amp;nbsp;โดยมีเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและยาเสพติดในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 &amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4 ส่วนหน้า ได้ร่วมกับ ศปก.ตร.สน. และตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนด้านการควบคุมพื้นที่ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม บูรณาการการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งกำลังประจำถิ่นและภาคประชาชนมาช่วยดูแลหมู่บ้านชุมชน ใช้ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน รวม&amp;nbsp;775&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการ เข้าปฏิบัติงานในหมู่บ้านร่วมกับผู้นำ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เสาหลัก ทั้งคณะกรรมการหมู่บ้านและชุดรักษาความปลอดภัย เพื่อกดดันจำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่ให้ใช้หมู่บ้านเป็นแหล่งพักพิง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจและช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและความเชื่อมั่นศรัทธาในรัฐที่เข้มแข็ง ทำให้สถิติเหตุการณ์ในคดีความมั่นคงลดลงจากปี&amp;nbsp;61 กว่าร้อยละ&amp;nbsp;35.18&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือว่าสถานการณ์ในภาพรวมมีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้น สำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้&amp;nbsp;CAMP 35&amp;nbsp;เป็นโมเดลในการบำบัดทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และชุมชนบำบัด พบว่าร้อยละ 70 &amp;nbsp;สามารถเลิกขาดจากยาเสพติดได้ นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยจะนำโมเดล&amp;nbsp;CAMP 35&amp;nbsp;ไปดำเนินการในพื้นที่อื่นๆให้ครอบคลุมทั้ง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดต่อไป เชื่อว่ามาถูกทางแล้ว&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าวว่า คดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;พบว่าลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีคดีความมั่นคงเพียง&amp;nbsp;115&amp;nbsp;คดี คดียาเสพติดสามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น&amp;nbsp;4,709&amp;nbsp;คดี ผู้ต้องหา&amp;nbsp;5,256&amp;nbsp;คน สามารถตรวจยึดทรัพย์สินได้กว่า&amp;nbsp;56,930,565&amp;nbsp;บาท ถือเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ดำเนินงานตามนโยบายอย่างเด็ดขาดเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธินกองทัพเรือ ขณะปฏิบัติหน้าที่ ริมถนนสายบ้านทอน-บาเจาะ ช่วงบริเวณบ้านดูกู หมู่ 3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้ทหารพรานนาวิกโยธินที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำรถยนต์ลาดตระเวนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย พันจ่าเอกเชิดชัย อินต๊ะวิกุด, อาสาสมัครทหารพรานธีระวัฒน์ ศรีสุข และอาสาสมัครทหารพรานวิทยา อักขชาติ เมื่อวันที่่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้ง 3 นายถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบาเจาะ ทั้งหมดอาการปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า เส้นทางที่ถูกลอบวางระเบิดในครั้งนี้ เป็นเส้นทางที่พระสงฆ์และพี่น้องประชาชนในพื้นที่สัญจรไปมาอยู่เป็นประจำ ดังนั้นเพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกคนให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข รวมทั้งเตรียมความสงบเรียบร้อยก่อนวันพระใหญ่ ในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา กองทัพเรือจึงได้จัดกำลังทำการลาดตระเวนและคุ้มครองเส้นทางดังกล่าว โดยกำลังพลของกองทัพเรือทุกนายจะยังคงมุ่งมั่นทุ่มเทในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อให้ความคุ้มครองในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นฝ่ายใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ร.อ.เอกลือชัย รุดดิษฐ์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารเรือ มีความห่วงใยและกำชับกำลังพลให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท เพิ่มมาตรการด้านการข่าวและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งมอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่แก่กำลังพลทุกนายที่ว่า ทหารเรือต้องเป็นกองทัพทหารของประชาชน หายใจ เชื่อมใจ และมีชะตาชีวิตร่วมกันกับประชาชน สู้เพื่อรับใช้ประชาชน ที่ใดมีศัตรู ที่ใดมีอันตราย ที่นั่นย่อมมีทหารของกองทัพเรือ ให้สมกับคุณค่าที่ส่งมอบให้กับสังคม เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ&amp;rdquo; พล.ร.ท.กาญจน์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41168</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล, พล.ร.อ.เอกลือชัย รุดดิษฐ์, พันจ่าเอกเชิดชัย อินต๊ะวิกุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2de5062890c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทัพเรือ&#039;แจงยิบ บ้านกลางทะเล ภัยคุกคามใหม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพเรือแจงยิบปฏิบัติตามขั้นตอน กม. ปัดไล่ล่าเอาชีวิต 2 สามีภรรยาสร้างบ้านลอยทะเลใกล้ภูเก็ต ชี้ภัยคุกคามมั่นคงรูปแบบใหม่ ตม.ถอนวีซ่าผัวมะกันแล้ว ตร.เร่งรวบรวมหลักฐานชงอัยการเอาผิด ม.119 พร้อมขยายผลอีกหลายข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 เมษายน พล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ศร.ชล.เขต 3) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการทางกฎหมายกับนายแชด แอนดริว เอลวอทอวสกี ชาวอเมริกัน และนาเดีย หรือนางสุปราณี เทพเดช ภรรยาชาวไทย ประกาศความสำเร็จในการตั้งเขตปกครองตนเองกลางทะเลสากลใกล้ จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งเรื่องต่ออัยการตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อดำเนินการกับสองสามีภรรยาดังกล่าว ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 เนื่องจากพบว่ามีการเชิญชวนคนมาสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่ในทะเล ถือว่าเป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ อีกทั้งจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการขยายผลในข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย โดย ศร.ชล.เขต 3 จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สิทธิพรกล่าวว่า ล่าสุดสิ่งปลูกสร้างยังคงอยู่ที่เดิม โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตลอดเวลา ซึ่งยังไม่มีการดำเนินการกลับมาใช้ประโยชน์ใดๆ เพิ่มเติมอีก ทั้งนี้ หากคดีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว จะต้องมีการรื้อและยึดสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ส่วนที่สองสามีภรรยาร้องเรียนสื่อต่างประเทศว่าถูกทหารไทยคุกคามตามล่าจนเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิต และขอลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่และพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายปกติทุกขั้นตอน ไม่เคยข่มขู่คุกคามหรือตามล่า ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวสองสามีภรรยา เบื้องต้นทราบว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ยื่นถอนวีซ่าสามีที่เป็นคนต่างชาติเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากนี้เจ้าหน้าที่ ศร.ชล. และทัพเรือภาคที่ 3 จะต้องดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกัน เพราะถือว่าเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และต้องขอร้องให้ชาวบ้านในทุกพื้นที่ช่วยกันตื่นตัว เฝ้าระวัง และร่วมมือกันป้องกันดูแลพื้นที่ของตนเองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ (ทร.) ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า สองสามีภรรยาดังกล่าว ได้ดำเนินการก่อสร้างที่พักอาศัยลอยน้ำ ตามแนวคิดการตั้งถิ่นฐานในทะเลนอกน่านน้ำทะเลอาณาเขต (Seasteading) ในนามของ Ocean Builders โดยมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า Seasteading ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ของบริษัท Phuket Premier Boatyard Co,Ltd. ตั้งอยู่ที่บ้านหยิด หมู่ 7 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และถูกนำไปติดตั้งสำเร็จในพิกัด ละติจูด 7 องศา 29.37 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 34.81 ลิปดาตะวันออก หรือบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะราชาใหญ่ ระยะห่างประมาณ 14 ไมล์ทะเล ซึ่งพิกัดดังกล่าวอยู่ในเขตต่อเนื่องของประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทร. โดยทัพเรือภาคที่ 3 ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ศร.ชล.เขต 3 ดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการเอาผิดกับเจ้าของบ้านลอยน้ำแล้ว อาทิ ตม.ภูเก็ต ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวของนายเชด แอนดริว เอลวอทอวสกี และขอให้บันทึกรายชื่อลงระบบข้อมูล (ระบบ PIBICS) เป็นบุคคลต้องห้าม, สภ.วิชิต รับแจ้งความจากทัพเรือภาคที่ 3/ศร.ชล.เขต 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 พร้อมทั้งดำเนินการสอบปากคำนายทหารพระธรรมนูญ ทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อนำส่งให้อัยการสูงสุด ด้านจังหวัดภูเก็ตประสานกระทรวงการต่างประเทศในการเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาให้รับทราบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตจะหารือกรมเจ้าท่า เพื่อพิจารณาสั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตใช้อำนาจตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ในการออกคำสั่งทางปกครอง ให้เจ้าของ Seasteading เคลื่อนย้ายวัตถุพยานออกไปภายใน 30 วัน สรุปแนวทางการดำเนินการต่อไป คือ ให้พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการรับเป็นคดีแล้ว จึงจะดำเนินการยึดของกลาง (บ้านลอยน้ำ) ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าสู่ฝั่ง ทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต สภ.วิชิต สภ.เมืองภูเก็ต และจังหวัดภูเก็ต ขั้นตอนการปฏิบัติงานดังนี้ ขั้นที่ 1 วางแผนเตรียมการตรวจสอบโครงสร้างบ้านลอยน้ำ, ขั้นที่ 2 ออกเรือนำทีมเจ้าหน้าที่จาก กองโรงงาน ฐานทัพเรือพังงา และชุดปฏิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 3 เข้าตรวจสอบโครงสร้าง, ขั้นที่ 3 ปรับแผนการปฏิบัติ และเตรียมอุปกรณ์ในการลากบ้านลอยน้ำ, ขั้นที่ 4 ดำเนินการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าฝั่ง, ขั้นที่ 5 ดำเนินการเก็บรักษาบ้านลอยน้ำ ณ สถานที่เก็บ โดยทำการส่งมอบให้กับ สภ.วิชิต เพื่อดำเนินการเก็บรักษาเป็นของกลางในการดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทร.มีหน้าที่ในการรักษาเอกราช อธิปไตยและความมั่นคงของชาติทางทะเล จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้กระทำการเป็นกลุ่มบุคคลที่มีแนวความคิดจะสร้างถิ่นฐานถาวรกลางทะเลนอกเขตอำนาจอธิปไตยของรัฐต่างๆ โดยพยายามอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายมาดำเนินการ โดยมิได้ดำเนินการขออนุญาตต่อทางการของประเทศไทย รวมทั้งยังเชิญชวนให้กลุ่มคนที่มีแนวความคิดเดียวกันเข้ามาพักอาศัยหรือสร้างเพิ่มเติม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวแสดงออกถึงความมีเจตนาไม่เคารพต่อกฎหมายของประเทศไทยในฐานะรัฐชายฝั่ง และจะทำให้เกิดรัฐใหม่ในอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวอาจจะขยายวงกว้างและยากที่จะแก้ไข อันจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทย รวมทั้งจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมหาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่า ทร.ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเมื่อตรวจพบการกระทำผิด ก็ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามกระบวนการตามอำนาจหน้าที่ โดยปัจจุบันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ กองทัพเรือไม่ได้ส่งกำลังพลติดตามหรือคุกคามตามที่นายเชด แอนดริว เอลวอทอวสกี และภรรยา ให้ข่าวกับสื่อต่างประเทศทั้งสิ้น&amp;quot; โฆษก ทร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กองทัพเรือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันการฝ่าฝืนกฎหมายในการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ หรือการติดตั้งสิ่งก่อสร้าง อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิ์ของไทยที่เป็นรัฐชายฝั่งในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และผลกระทบอื่นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้มีการแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนที่เกิดขึ้นในทะเล คือ ส่วนของบ้านพัก ในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์จากนายทหารรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ดังนั้นอัยการสูงสุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในคดีนี้ 2.ส่วนเป็นความผิดบนบก ซึ่งเกิดขึ้นในราชอาณาจักร คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.เดินเรือทะเล เนื่องจากมีสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางการเดินเรือในทะเล ต้องรอเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่ามาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดี สำหรับโรงงานที่ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ต้องดูว่ามีการขออนุญาตหรือไม่ หากมีการขออนุญาต การที่สร้างสิ่งปลูกสร้างในทะเลจะมีความผิดเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ พบว่าชาวต่างชาติดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักรในลักษณะนักท่องเที่ยว ซึ่ง ตม.ได้ดำเนินการในบางส่วนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34022</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัพเรือ, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9cc0ea921c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
