<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูท่าน่าจะต้องรอเพลงรอกันต่อไป เหล่า &amp;quot;นายพันสีกากี&amp;quot; ที่กำลังรอสัญญาณการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.)-สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2561 เพราะมีรายการ แทรกคิว ระดับ นายพล เข้ามาเพิ่มเติม พร้อมๆ กับกระแสข่าวลือเพื่อแก้ปัญหาร้องเรียนคาราคาซัง จน &amp;quot;การแต่งตั้งนายพล&amp;quot; วาระประจำปี ที่ผ่านมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ไปแล้วไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องชงเรื่องเข้าวงประชุม ก.ตร.เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เสนอปรับลดตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษระดับ พล.ต.อ. 5 ตำแหน่ง ลงมาเป็นระดับ&amp;nbsp; พล.ต.ท. และขอกำหนดตำแหน่งผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพิ่ม 3&amp;nbsp; ตำแหน่ง สำหรับการประสานงานรัฐสภา ศาลยุติธรรม อัยการ แม้ในวงประชุม ก.ตร.ยังไม่ตีตราประทับผ่านฉลุยคราวเดียว โยนไม้ต่อให้วงประชุมบริหารที่มี บิ๊กอวบ-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.เป็นประธาน ไปหารือพูดคุยกับ รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และผู้ช่วย ผบ.ตร. ถกกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และเสนอวงประชุม ก.ตร.อีกครั้งก็ไม่น่าจะมีใครหาญกล้าหักธงแน่ๆ (ฮาฮา) ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากทุกอย่างเป็นไปตามคิวที่วางกันไว้ เมื่อ ก.ตร.รอบใหม่ตีตราประทับไฟเขียวทั้ง 8 ตำแหน่ง นายพลระดับ ผบช. เชื่อว่า บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี คงเสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้งทั้ง 8 ตำแหน่ง รวมทั้งทดแทนตำแหน่งที่ขยับสูงขึ้นอีก 8 แท่ง รวมๆ น่าจะเกือบ 20 ตำแหน่ง เข้าวงประชุม ก.ตร.ที่มี บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมนั่งหัวโต๊ะประธาน ก.ตร.อนุมัติ ไม่น่าจะเกินต้นเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งก็น่าจะต้องปาดหน้าการแต่งตั้งตำรวจระดับ นายพัน ก่อนอย่างแน่นอน เพราะการแต่งตั้ง นายพล ทั้ง 8 ตำแหน่ง ถือเป็นวาระร้อนๆ วาระจำเป็นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรีบปลดล็อกให้การแต่งตั้งทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นเหล่าบรรดา นายพัน คงต้องร้องเพลงรอกันไปก่อน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน นายพัน จะต้องร้องเพลงรอกันกี่เพลงนั้น หากยึดตามที่ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย รักษาการผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงแถลงไขเอาไว้ &amp;quot;การแต่งตั้งระดับ รอง ผบ.ก.ยังเป็นไปตามกรอบกำหนด เวลาที่ ก.ตร.ได้อนุมัติไว้คือต้องแต่งตั้งก่อนวันที่ 30 ธ.ค.ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าทันตามกำหนดไม่มีการขยายเวลาแต่อย่างใด&amp;quot; แม้จะฟังแล้วใจชื้น เปิดปฏิทินนับจากวันนี้ถึงวันสุดท้ายปลายปีก็ยังมีเวลาอีกถึง 40 กว่าวัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้แวดวงสีกากีอุ่นใจ เพราะต่างก็รู้ ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ยิ่งตอนนี้เริ่มมีกระแสข่าวลือกันหนาหู การแต่งตั้ง นายพัน วาระประจำปี 2561 อาจจะลากยาวๆ ข้ามปี ไปทำกันในช่วงเดือน มี.ค.62 โน้น ก็ยิ่งทำให้หลายคนถอนหายใจ...เฮ้อ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัดเจนแจ่มแจ้ง เดอะแจ็ค-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ตั้งโต๊ะแถลงคำสั่งเด้ง 5 เสือโรงพักกะทู้&amp;nbsp; จ.ภูเก็ต ที่ พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้มีคำสั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp; พร้อมสั่งให้ตำรวจตั้งแต่ระดับ ผกก., รอง ผกก.ป., รอง ผกก.สส., สวป.และ สว.สส.ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งกำชับการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องทำให้เสร็จโดยเร็วและเป็นธรรม ให้เกิดความกระจ่างแก่สังคมนั้น สาเหตุมาจากเจ้าหน้าที่ทหารบุกทลายบ่อนพนันไพ่เสือมังกรในบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 3 อ.กะทู้ จับกุมนักพนันชายหญิง 56 คน ยึดเงินสด&amp;nbsp; 195,910 บาท อุปกรณ์การเล่นพนันอีกหลายรายการ ซึ่งนโยบาย ผบ.แป๊ะ กำชับทุกพื้นที่มาตลอดในการป้องกัน ปราบปราม ไม่ให้มีการปล่อยปละละเลยอบายมุข บ่อนการพนัน สถานบริการ หรือการค้ามนุษย์ หากมีหน่วยอื่นเข้าไปตรวจค้นจับกุม หน่วยพื้นที่ต้องรับผิดชอบตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 แต่ในส่วนคำสั่งที่ พล.ต.อ.ดุสิต สังขะเมฆะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งเด้ง พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.สภ.บางบัวทอง&amp;nbsp; จ.นนทบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. โดยให้ขาดจากต้นสังกัดนั้น ไม่ได้มีคำชี้แจงมาจากอะไรกันแน่ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยากาศของทุกหน่วยในกองทัพเรือตอนนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะตลอด 6 เดือนต่อจากนี้ จะมี อีเวนต์ ใหญ่ตามนโยบาย บิ๊กลือ-พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในการจัดไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ แนวคิดทาง ยุทธศาสตร์ ที่นำไปสู่ ยุทธวิธี ในการให้ผู้บังคับหน่วยระดับ ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้การเรือ ซึ่งเป็นหน่วยกำลังรบจะต้องเข้าแข่งขันในระดับของโอลิมปิก&amp;nbsp; นั่นเท่ากับทุกคนต้องฝึกซ้อมว่ายน้ำ 1.5 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 40 กิโลเมตร วิ่ง 10 กิโลเมตร และใน 6&amp;nbsp; หน่วยรบหลักต้องจัดทีมส่งแข่งในระดับ ฟูลไอรอนแมน ว่ายน้ำ 3.8 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 180&amp;nbsp; กิโลเมตร วิ่ง 42 กิโลเมตร แม้จะไม่ได้นำมาพิจารณาเรื่องการปรับย้าย แต่ถือเป็นนโยบายที่ต้องปฏิบัติ&amp;nbsp; แต่ในแง่ของการฝึกซ้อมก็เป็นตัวอย่างให้กำลังพลในหน่วยนั้นได้ตื่นตัวในการออกกำลังกาย โดยเฉพาะระดับ &amp;quot;บิ๊ก&amp;quot; ที่ขึ้นเวทีวันแถลงข่าว ทั้ง พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พล.ร.ท.ชุตินธร ทัตตานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 พล.ร.ท.สิทธิชัย มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&amp;nbsp; 3 พล.ร.ต.ศังกร พงษ์ศิริ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พล.ร.ต.รพีพงศ์ สุวรรณ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง คงต้อง ฝึกซ้อม หนักเพื่อเตรียมตัวลงสนาม ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับจากตรวจเยี่ยม กองทัพภาคที่ 2 ช่วงเย็นๆ กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์&amp;nbsp; คงสมพงษ์&amp;nbsp; ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ 904 ก็พุ่งเข้าไปสนามกีฬากองทัพบก เพื่อเข้าร่วมเตรียมงาน &amp;quot;ไบค์ฟอร์อุ่นไอรัก&amp;quot; ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ และต้องเตรียมความพร้อมในการจัดการจราจรและการรักษาความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ โดยวันที่ 15 พ.ย.61 เริ่มประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ https://www.bikeunairak2018.com วันที่ 19 พ.ย.61-เริ่มลงทะเบียนเพื่อร่วมปั่นจักรยาน 1.https://www.bikeunairak2018.com 2.คลิกลงทะเบียน ระบบจะให้เลือกปั่นในกรุงเทพฯ ระบบจะ redirect ไปที่ https://register.bikeunairak2018.com และปั่นในจังหวัด ระบบจะ redirect ไปที่ https://www.bikeunairak2018.moi.go.th อย่างไรก็ตาม การกรอกข้อมูลตามขั้นตอนจนจบจะได้รับบัตรแสดงตนลงทะเบียน เน้นการกรอกข้อมูล เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อนำบัตรประชาชนไปรับเสื้อพระราชทาน, หมายเลขโทรศัพท์/อีเมล (ถ้ามี)-ระบบจะยืนยันแจ้งผลการลงทะเบียนกลับไป, การเลือกสถานที่ปั่นในกรุงเทพฯ (จุดที่จะเริ่มปั่นจักรยาน) เพื่อไปรายงานตัววันที่&amp;nbsp; 1-2 ธ.ค.61 - กำหนดรับสิ่งของพระราชทานที่สนามกีฬาศุภชลาศัย ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานโดยพร้อมกันทั่วประเทศ รายละเอียดและกำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนและตอบข้อซักถาม (Contract Center โทร.1111)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทหารไทยยังคงออกปฏิบัติการเพื่อสันติภาพนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศซูดานที่ถือเป็นประเทศครั้งที่ 2 ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ธิติชัย เทียนทอง รองเจ้ากรมยุทธการทหาร ตรวจเยี่ยมการจัดการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ทางเรือ ของกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ ไทย/เซาท์ซูดาน&amp;nbsp; ที่ท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.ต.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กรมยุทธการทหารให้การต้อนรับ ทั้งนี้เพื่อเตรียมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน (United Nations Mission in South&amp;nbsp; Sudan: UNMISS) โดยการเคลื่อนย้ายในครั้งนี้ สหประชาชาติรับผิดชอบการเคลื่อนย้ายในลักษณะ Door to Door จากกองพลทหารช่าง จังหวัดราชบุรี ไปยังเมืองจูบา สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน โดยได้ว่าจ้างบริษัท Scan Global Logistic ดำเนินการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์โดยจะถึงสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน วันที่ 17 ธ.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ต.ธิติชัย เทียนทอง, พล.ต.อ.ดุสิต สังขะเมฆะ, พล.ร.ต.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์, พล.ร.ต.รพีพงศ์ สุวรรณ, พล.ร.ต.ศังกร พงษ์ศิริ, พล.ร.ท.ชุตินธร ทัตตานนท์, พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง, พล.ร.ท.สิทธิชัย มาศเกษม, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารเรือสกัดจับ เรือขนน้ำมันเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารเรือร่วมกับสรรพสามิตสกัดจับเรือขนน้ำมันเถื่อน 2.4 แสนลิตร มูลค่า 6 ล้านบาท กลางทะเล คุมตัว 6 ลูกเรือดำเนินคดี เผยเตรียมส่งให้ลูกค้าที่ท่าเรือมหาชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 กันยายนนี้ พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1/ผอ.ศรชล.เขต 1 ได้รับรายงานตรวจพบเรือต้องสงสัยลักลอบขนน้ำมันเถื่อน อยู่บนน่านน้ำแหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี จึงได้สั่งการให้ พล.ร.ต.สำเริง จันทร์โส เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 นำเรือตรวจการณ์ ต.264 มี ร.อ.ธนรัตน์ จันทนกรณ์ เป็นผู้ควบคุมเรือ ร่วมกับนายนิคม เหล็กศิริ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการพิเศษ, นายปรีดา บุญภา เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส ประจำสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 เข้าทำการตรวจสอบ โดยกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ออกลาดตระเวนค้นหาในรัศมีโดยรอบพิกัดที่ได้รับแจ้ง พบเรือบรรทุกน้ำมัน ช.ธาราสมุทร 2 ลักษณะเป็นเรือเหล็ก ตัวเรือสีน้ำเงิน เก๋งเรือสีขาว ขนาด 150 ตันกรอส ลอยลำอยู่ในพิกัดแบริ่ง 110 ระยะ 17 ไมล์ จากแหลมผักเบี้ย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรวจสอบพบลูกเรือสัญชาติไทย 6 คน ไม่มีสัญญาจ้างงาน ไม่พบเอกสารแสดงประเภทเรือ และไม่มีเอกสารกำกับน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล ที่ตรวจพบอยู่ในระวางห้องใต้ท้องเรือ วัดขนาดความกว้าง 6 เมตร ยาว 40 เมตร บรรจุน้ำมันจำนวน 240,000 ลิตร จึงได้ควบคุมเรือ พร้อมลูกเรือ เข้าเทียบยังท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อทำการสอบสวนขยายผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนนายชัยณรงค์ มีนุ่น อายุ 50 ปี ไต๋เรือ อยู่บ้านเลขที่ 235/15 หมู่ 1 ต.บางพระ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ให้การว่า ได้รับหน้าที่ให้มาควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลที่ไปรับมาจากทะเลนอกอาณาเขต ไปส่งมอบให้ลูกค้าที่ท่าเรือมหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ร.ท.บรรจบเปิดเผยว่า การสกัดจับเรือลักลอบบรรทุกน้ำมันเถื่อนครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือกับสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 ถือเป็นการจับน้ำมันเถื่อนที่มีมูลค่ามากถึง 6 ล้านบาท ซึ่งหากน้ำมันในจำนวนนี้เล็ดลอดไปได้ จะทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 1.6 ล้านบาท นับเป็นการสร้างความเสียหายต่อภาครัฐอย่างมาก ขณะนี้ได้เตรียมขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17252</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9678b5a964c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
