<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2018 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดแถลงใหญ่!จับจระเข้ภูเก็ตได้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2561 - นายนรภัทร ปลอดทอง &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นายโกวิทย์ &amp;nbsp;เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต และนายนิคมสุขสวัสดิ์ หัวหน้าชุดไกรทอง ลุ่มน้ำตาปีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แถลงข่าวผลการจับจระเข้ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5(ภูเก็ต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรภัทรกล่าวว่า ตามที่ได้มีผู้พบเห็นจระเข้ในทะเลภูเก็ตบริเวณหาดยะนุ้ย ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. &amp;nbsp;ทางจังหวัดได้ดำเนินการจัดตั้งชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ พร้อมติดป้ายแจ้งเตือนประชาชนและจัดเจ้าหน้าที่ลาดตะเวนรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว &amp;nbsp; ตลอดเวลา 12 วันที่ผ่านมาชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ ได้ดำเนินการค้นหาจระเข้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ &amp;nbsp;28 ก.ค.ปฏิบัติการค้นหาจระเข้ เดินเท้ามาตลอดทั้งคืน บริเวณปลายแหลมเกาะทะ หาดลายัน จนกระทั่งในเวลาประมาณ 04.00 น. ได้เห็นดวงตาของจระเข้ ทีมปฏิบัติการจึงวางแผนจับโดยใช้วิธีการอวนล้อม 2 ชั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จระเข้ตัวนี้น่าที่จะมาจากการเลี้ยง โดยมีข้อมูลที่ชัดเจนคือมีตะไคร้น้ำบนหลังของจระเข้ ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าน่าจะอยู่ในที่ที่มีน้ำขังเป็นเวลานาน ประกอบกับหากเป็นจระเข้ตามธรรมชาติจะจับยากมาก ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้โดรนมาเป็นตัวในการตรวจสอบพิกัดทั้งนี้อุปสรรคที่สำคัญอย่างยิ่งในการจับจระเข้คือคลื่นลม โดยการดำเนินงานทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความอดทนความพยายามในการเกาะติดเพื่อติดตามโดยตลอดซึ่งใช้เวลาถึง 12 วันและขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทั้งทัพเรือภาคที่ 3 ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,สำนักงานประมงจังหวัดทีมประมงพื้นบ้าน จนทำให้การปฏิบัติภารกิจสำเร็จ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ทัพเรือภาคที่ 3 ได้ร่วมปฏิบัติการกับชุดไกรทองตลอดเวลาเพื่อเป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันหากเกิดเหตุการณ์ในขั้นต้นทางทัพเรือภาคที่ 3 จะได้ดำเนินการป้องกันได้ ทั้งนี้จากการเฝ้าสังเกตนักท่องเที่ยวปรากฏว่านักท่องเที่ยวไม่กังวลจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเล่นน้ำ ตามปกติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14300</URL_LINK>
                <HASHTAG>จระเข้, นรภัทร ปลอดทอง, ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, ผู้ว่าราชการ, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5d382178014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวดึงเชื่อมั่นภาพลักษณ์ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 61 - พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศรชล.เขต 3 เป็น ประธานการประชุม การจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มี นายสนิท ศรีวิหค รองผวจ.ภูเก็ต และหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม &amp;nbsp;ที่ ห้องประชุม กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.สมนึก&amp;nbsp;กล่าวว่า การประชุมวันนี้เพื่อระดมความคิดเห็นในการกำหนดแนวทางการบูรณาการร่วมในการดูแลเรือท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต สืบเนื่องจากเหตุการณ์เรือล่มเมื่อ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตจำนวน 47 คน โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว ศรชล.เขต 3 มีการหารือร่วมกับหน่วยปฏิบัติการหลักในศรชล.เขต 3 เมื่อ 12 กรกฎาคมได้ข้อยุติในเบื้องต้นในการจัดกำลังพลจาก ทัพเรือภาคที่ 3 กรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำ ร่วมในการตรวจบริเวณท่าเรือหลักจำนวน 4 ท่า ได้แก่ ท่าเรืออ่าวฉลอง ท่าเรืออ่าวปอแกรนด์มารีน่า ท่าเรือรัษฎา ท่าเรือวิสิษฐ์พันวา และการจัดเรือลาดตระเวนตรวจการณ์ในพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนเรือหากสภาพอากาศจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดระเบียบเรือยังมีข้อจำกัดด้านข้อกฏหมายที่ตัองมีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ดังนั้นการเชิญทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมเพื่อจะได้ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาหารือ และร่วมมือกันในการวางมาตรการและแนวทางในการจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มีความเป็นรูปธรรม ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)มีความตื่นตัวในการเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวให้มีไลฟ์การ์ด เรือช่วยชีวิต ติดต่อประสานงานกับทัพเรือภาคที่ 3 อย่างใกล้ชิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.สมนึก กล่าวว่าขอให้อปท.ขึ้นทะเบียนกับทัพเรือภาคที่3หากมีเหตุจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที โดยจะใช้เครือข่ายจัดระเบียบหาดประสานการปฏิบัติเป็นโมเดล ส่วนจัดระเบียบเรือจะใช้แนวทางตรวจเรือของPIPOดำเนินการปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดย ศรชล.เขต3 บูรณาการร่วมกับหน่วยต่างๆให้มีเอกภาพในการแก้ปัญหาทิศทางเดียวกัน ทางศรชล.เขต 3 ขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการบังคับใช้กฏหมาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ นอกจากนี้ การกระจายข่าวหรือแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในพื้นที่นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ จึงขอให้หน่วยต่างๆช่วยกระจายข่าวหากนักท่องเที่ยวประสบเหตุสามารถแจ้งที่สายด่วน กองทัพเรือ หมายเลข 1696 หรือกรณีที่มีสภาพคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยดูแลและแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวหัวโทง &amp;nbsp;เรือสปีดโบ๊ท เรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป ทางศรชล.เขต 3 จะให้มีการตรวจสอบใบหน้าบุคคลก่อนลงเรือตามกรอบของจังหวัดที่ทางDEPAทำแบบฟอร์มไว้ให้ถือปฏิบัติกันต่อไป&amp;quot; พล.ร.ท.สมนึก กล่าวและว่า&amp;nbsp;ศรชล.เขต3จะให้ศูนย์PIPOอบรมเรือประมงในการช่วยเหลือขั้นตอนการกู้ชีพกู้ภัยหากประสบเหตุในทะเล &amp;nbsp;และ ศรชล.เขต 3 จะมีการทบทวนเพื่อกำหนดเส้นทางเดินเรือในช่วงที่มีมรสุม จะหารือกรณีเส้นทางเดินเรือช่วงมรสุมในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสนิท ศรีวิหค รองผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ทางจังหวัดจะมีการเข้มงวดการออกเรือจากท่าเรือ 4 แห่งดังกล่าวส่วนท่าเรือย่อยต้องมีฐานข้อมูลรายงานรายละเอียดผู้ลงเรือการเดินทางต้องมีใบรายงานแต่ละท่าให้ข้อมูลน้อยมากจึงให้ DEPA ออกแบบโปรแกรมเพื่อให้ดาวน์โหลดรายงานมาที่จังหวัดและจะให้ทัองถิ่นทุกแห่งทำทะเบียนเรือประมงที่นำนักท่องเที่ยวออกไปท่องเที่ยว โดยเทศบาลต่างๆพร้อมให้ความร่วมมือและเรือประมงถ้าทำเรือท่องเที่ยวต้องทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยวต้องแจ้งตามขั้นตอนกรมเจ้าท่าและพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ต้องมีอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยในเรือ ทาง อปท.ได้ขอให้กรมประมงอบรมเรือประมงในการช่วยเหลือกู้ชีพกู้ภัยทางทะเล เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยในทะเลอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตร่วมส่งกำลังตรวจท่าเรือ 4 แห่งด้วยเพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยและตำรวจจะหมุนเวียนกำลังไปให้ครบทุกท่าเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ถอดบทเรียนการเกิดเหตุการณ์เรือล่มจำนวน 3 ลำ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.61แก่หน่วยงานที่ร่วมประชุม ได้เข้าใจขั้นตอนแนวทางการช่วยเหลือและค้นหาผู้ประสบภัยได้เป็นผลสำเร็จ พร้อมขอให้ทุกภาคส่วนร่วมตื่นตัวเฝ้าระวังภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นสร้างภาพลักษ์ที่ดีของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13577</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดระเบียบเรือท่องเที่ยว, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4dc24fc7586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชงคุมทัวร์ ภูเก็ตลุยตรวจ &#039;ท่าเรือรัษฎา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตตรวจท่าเรือรัษฎา ลุยจัดระเบียบความปลอดภัย แจงย้ายเจ้าท่าภูเก็ตเอื้อสอบสวนเหตุเรือล่ม เจ้าของฟีนิกซ์ปฏิเสธข้อหาประมาท ตร.คุมตัวฝากขังศาล ชี้ทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบท่องเที่ยวไทย ชงกม.คุมเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 11.00 น. นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นางศิรวี วาเล๊าะ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต, นายสาคร ปู่ดำ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ &amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบท่าเทียบเรือรัษฎา อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบระบบการบริหารจัดการขึ้น-ลงท่าเทียบเรือของผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว ตลอดจนการตรวจสอบท่าเทียบเรือรัษฎา ในการตรวจสอบรายชื่อจำนวนผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว รวมถึงลูกเรือที่ออกเดินทางไปยังเกาะแก่งต่างๆ ก่อนที่จะทำการปล่อยเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือรัษฎาได้มีการนำระบบคีย์การ์ด &amp;nbsp;มาใช้ในการตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารที่ขึ้น-ลงเรือในแต่ละเที่ยว และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบให้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของผู้โดยสารและลูกเรือที่จะลงเรือในแต่ละเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า กองทัพเรือได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ในการดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ และจัดเรือในศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เขต 3 รวมทั้งเรือของกองทัพเรือ ร่วมกันลาดตระเวน และอยู่ในบริเวณที่มีนักท่องเที่ยว เพื่อแจ้งเตือนภัยให้กับเรือที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ให้กลับเข้าฝั่งก่อนจะเกิดเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบท่าเทียบเรือ พบปัญหาเรือมีหลายประเภท รวมทั้งจำนวนไกด์ของเรือแต่ละลำมีจำนวนไม่เท่ากัน จะต้องมีการกำหนดมาตรฐานเรื่องไกด์ที่จะควบคุมดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึงในการอำนวยความสะดวกหรือสาธิตวิธีการปฏิบัติตน และคอยแนะนำหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการประชุมร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย และกำหนดมาตรการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์และความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเร่งด่วนในขณะนี้ จะมีการใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในการปกครองดำเนินการไปก่อนชั่วคราว ในการขอความร่วมมือหรือสั่งการในเรื่องต่างๆ โดยมีผมเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ การตรวจสอบท่าเทียบเรือ จะมีการประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานภูมิภาคสาขาภูเก็ต ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานโดยตรง หากเห็นว่าไม่ปลอดภัย จะให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตเป็นผู้สั่งงดไม่ให้เรือออกจากท่าโดยเด็ดขาด&amp;quot; พล.ร.ท.สมนึกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนรภัทรกล่าวว่า จากเหตุการณ์เรือล่มเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เข้าสู่วันที่ 11 แล้ว จึงเดินทางมาตรวจสอบข้อมูลการเข้า การลงเรือ การกลับขึ้นฝั่ง และกระบวนการปฏิบัติในการลงเรือ ซึ่งเป็นเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ ว่ามีวิธีการปฏิบัติอย่างไร โดยทางจังหวัดพร้อมด้วยทัพเรือภาคที่ 3 ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน จัดเจ้าหน้าที่ทหารเรือเข้ามาร่วมปฏิบัติงานในท่าเทียบเรือหลักๆ พร้อมทั้งจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประชุมร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรในการสร้างมาตรฐาน เนื่องจากเรือมีหลายประเภท สำหรับปัญหาในขณะนี้คือ การมีท่าเทียบเรือจำกัด &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องหารือร่วมกันว่าจะมีระบบการจัดการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตยังกล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเรือล่มที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 47 รายว่า ศพที่ 47 ที่ติดใต้เรือฟีนิกซ์นั้น เจ้าหน้าที่ทำการกู้ร่างผู้เสียชีวิตทุกวัน เพื่อต้องการนำขึ้นมาให้ได้ มีการปฏิบัติการร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและจีน หากได้ศพขึ้นมาจะนำขึ้นที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งทางจังหวัดร่วมกับกงสุลจีน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปรับศพ จากนั้นจะนำไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ขณะที่ศูนย์อำนวยการเหตุการณ์ช่วยเหลือเรือล่มจังหวัดภูเก็ตยังเปิดดำเนินการเพื่อรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ทั้งหมดจากญาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดการศพ ได้เผาศพจำนวน 39 ราย นำกลับไปประเทศจีนจำนวน 7 ศพ ส่วนการจ่ายเงินเยียวยา ดำเนินการแล้ว 29 คน เหลือเยียวยาส่วนที่เหลือรอเอกสารเพิ่มเติม ถ้าครบจำนวนจ่ายเงินทันที ส่วนการกู้เรือฟีนิกซ์ เจ้าท่ามีหน้าที่รับผิดชอบ ใช้เวลาประมาณ 15-20 วันในการกู้เรือ โดยจะมีผู้ชำนาญการร่วมดำเนินการกับเจ้าท่าอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การย้ายเจ้าท่าภูเก็ตไปช่วยราชการที่สำนักงานเจ้าท่าเขต 5 นั้น เพื่อให้มีการสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นไปโดยเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้จับกุมตัว น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล กรรมการผู้จัดการเรือฟีนิกซ์ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต โดยแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นการทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.ฉลอง และในวันที่ 16 ก.ค.นี้ จะทำการฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ส่วนช่างเครื่องเรือฟีนิกซ์ได้จับกุมเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าหากหลักฐานโยงถึงใคร ดำเนินคดีทุกคนไม่ละเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;ทัวร์ศูนย์เหรียญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-12 ก.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,268 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 58.36 ระบุว่ามีผลกระทบมาก รองลงมา ร้อยละ 17.59 ระบุว่ามีผลกระทบมากที่สุด โดยให้เหตุผลว่า ทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ สูญเสียรายได้ที่จะเข้าประเทศ และทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติถูกทำลาย, ร้อยละ 14.91 ระบุว่าไม่ค่อยมีผลกระทบ, ร้อยละ 7.96 ระบุว่าไม่มีผลกระทบเลย โดยให้เหตุผลว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย นักท่องเที่ยวให้ความสนใจสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต พบว่า ประชาชนร้อยละ 5.44 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นมากที่สุด, ร้อยละ 51.03 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นมาก โดยผู้ที่ระบุว่าเชื่อมั่นมาก-มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่าภูเก็ตมีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ดี พร้อมกับมีหน่วยงานที่เก่งและมีความสามารถ, ร้อยละ 33.99 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่น, ร้อยละ 5.91 ระบุว่าไม่มีความเชื่อมั่นเลย โดยให้เหตุผลว่า ส่วนราชการไม่มีความโปร่งใส ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.41 ระบุว่า การกระตุ้นมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 36.36 ระบุว่าการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น, ร้อยละ 33.52 ระบุว่า การปฏิบัติตนของประชาชนในการเป็นเจ้าภาพที่ดีให้กับประเทศ, ร้อยละ 32.26 ระบุว่าการจัดตั้งศูนย์ดูแลนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะให้ภาครัฐ/ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการกับทัวร์ศูนย์เหรียญ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.78 ระบุว่าออกกฎหมาย/บทลงโทษ ในการควบคุมบริษัทนำเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 31.07 ระบุว่ายึดใบอนุญาตบริษัทนำเที่ยว, ร้อยละ 27.68 ระบุว่าควบคุมจำนวนทัวร์ศูนย์เหรียญ, ร้อยละ 26.74 ระบุว่าจับ/ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ, ร้อยละ 0.71 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่ให้ดำเนินกิจการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13465</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรภัทร ปลอดทอง, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล, ศิรวี วาเล๊าะ, สาคร ปู่ดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b5d4544fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมนำแนวทางควบคุมเรือประมงปรับใช้เรือท่องเที่ยวหวังลดอุบัติภัยทางทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.61 - พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์เรือล่ม เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ในฐานะเป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล.เขต 3) ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 หน่วยงานมประกอบด้วย กองทัพเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า กรมประมง&amp;nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการดำเนินการแก้ปัญหาของงานต่างๆเริ่มตั้งแต่การออกจากท่าเรือ ร่วมมือกับกรมประมงในการให้กวดขันอาชญาบัตรต่างๆที่กัปตันเรือต้องมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชัดเจน เส้นทางการท่องเที่ยวไปที่ใดบ้าง จากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวขัองแบ่งกันทำหน้าที่ต่างๆเพิ่มความระมัดระวังแจ้งเตือนให้รีบกลับหากเกิดสภาพอากาศไม่ดี ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นต้นที่เริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.สมนึก กล่าวว่าช่วงบ่ายวันนี้จะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นรูปธรรมได้รวดเร็วมากขึ้นแม้ว่ากฏหมายต่างๆต้องมีการปรับปรุงในภายภาคหน้า แต่ต้องทำวันนี้ในรูปแบบนี้ก่อน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นกับรัฐบาลในการทำงาน&amp;nbsp;ซึ่งกองทัพเรือให้ความสำคัญสิ่งเหล่านี้มาก โชคดีที่มี 6 หน่วยงานร่วมทำงานในศรชล.เขต 3 จึงทำให้การวางแนวทางใหม่ในการปฏิบัติกับเรือท่องเที่ยวน่าจะราบรื่นและทำได้ไม่น่ามีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับแรกคือ เจ้าท่าต้องกำหนดท่าเรือที่จะให้เรือท่องเที่ยวออกเรือก่อน เพื่อเกิดความคล่องตัวสามารถควบคุมได้ การออกเรือไปนั้นต้องมีการกำกับดูแลทั้งหมด และสามารถตรวจสอบได้เชื่อมโยงข้อมูลได้ทั้งหมด อาจใช้แนวทางของPIPOเพื่อปรับใช้กับเรือท่องเที่ยว ซึ่งหน่วยงาน 6 หน่วยภายใต้ ศรชล.เขต 3 ทำงานนี้กับเรือประมงอยู่แล้ว คาดว่า ไม่น่ายากต่อการดำเนินการปฏิบัติดังกล่าว เพราะว่าปัญหาทุกวันนี้ไม่ทราบจำนวนนักท่องเที่ยวในการเดินทางทางทะเลที่ชัดเจนจึงตั้งใจทำให้เกิดความปลอดภัย เราห่วงประเทศไทย คนไทยที่ทำอาชีพนี้ อาจมีคนที่เสียประโยชน์บ้างอาจยุ่งยากบ้างแต่ต้องยอมรับว่าปัญหาเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วแก้ไขยาก&amp;nbsp;

ดังนั้น ถ้าได้ทำตามแนวคิดนี้คาดว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน ในการปรับการทำงาน&amp;nbsp; การช่วยเหลือค้นหาเมื่อเกิดประสบภัยขึ้นจะได้มีฐานข้อมูล ไม่เกิดความสับสนในตัวเลขและข้อมูล นักท่องเที่ยว&amp;nbsp; หากเรือท่องเที่ยวลำใดไม่ออกเรือ ตามท่าเรือ ที่กำหนด ถือว่า ผิดกฏหมายต้องให้เจ้าท่าประกาศ ว่า จะให้เรือท่องเที่ยวออกท่าเรือใดได้บ้าง เช่น ท่าเรืออ่าวฉลอง ท่าเรืออ่าวปอต้องกำหนด มีมารตรการออกมานำมาปรับใชัให้ถูกต้องการทำงานจะได้สมบูรณ์มากขึ้น การปรับแนวทางใช้กับเรือท่องเที่ยว อาจทำให้&amp;nbsp; ท่าเรือเล็กๆ เดือดร้อน เพราะว่า เมื่อกำหนดจุดการเข้าออกท่าเรือต้องถือปฏิบัติตามนั้น&amp;nbsp; ต้องออกเรือเฉพาะท่าที่กำหนดเท่านั้น &amp;quot; พล.ร.ท.สมนึก&amp;nbsp; กล่าวและว่า&amp;nbsp;

ขณะนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น จะเริ่มดำเนินการ ที่ จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดแรก&amp;nbsp; จากนั้น ขยายผลการปฏิบัติ ไปยังจังหวัดต่างๆ ภายใต้ความรับผิดชอบพื้นที่ของศรชล.เขต 3&amp;nbsp; ที่รับผิดชอบพื้นที่ 6 จังหวัดทางฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้ต้องมีการหารือทั้ง 6 จังหวัด ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; ทางจังหวัดต่างๆในภาคใต้เริ่มปฏิบัติกันบ้างแล้วแต่ศรชล.เขต 3 จะกำกับเป็นรูปธรรมให้ดียิ่งขึ้น ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13272</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, ศรชล., เรือท่องเที่ยว, เรือประมง, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b46f545eb371.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งล้อมคอกเรือล่ม/จ่อฟันทัวร์จีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ บินภูเก็ตปลอบขวัญเหยื่อเรือล่ม ยันไทย-จีนพี่น้องกันดูแลเต็มที่ ลั่นต้องไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก พบศพเพิ่ม 1 รอดชีวิต 5 ติดอยู่ใต้เรือ 1 เหลือผู้สูญหาย 4 ราย จ่ายเยียวยาผู้ประสบภัย 63 ล้าน &amp;nbsp;ตร.ลุยเอาผิดทัวร์ศูนย์เหรียญ ล้างบางนอมินีต่างชาติฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม เวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และคณะ เดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ไปท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์เรือล่มกลางทะเล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทันทีที่ถึงท่าอากาศยานภูเก็ต นายกฯ ได้ตรวจเยี่ยมด่านตรวจคนเข้าเมือง พร้อมพูดคุยสอบถามการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยขอให้ดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการท่องเที่ยวกลางทะเลในช่วงนี้ควรมีการแจ้งเตือนและกำชับห้ามนำเรือท่องเที่ยวออกอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;และให้เรือตรวจการณ์ในทะเลคอยตรวจสอบ หากพบมีเรือฝ่าฝืนออกให้เร่งนำเรือเข้าฝั่งโดยทันที เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเรือล่มเหมือนที่ผ่านมา พร้อมกันนี้นายกฯ ยังสั่งให้เพิ่มแสงสว่างภายในอาคารด่านตรวจคนเข้าเมืองอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางไปประชุมและรับฟังความคืบหน้าของสถานการณ์ ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง โดยนายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่า การบูรณาการเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รับผิดชอบสถานการณ์ทั้งหมดในระดับพื้นที่ ส่วนรัฐบาลในฐานะหัวหน้าใหญ่จะดูแลภาพรวมทั้งหมด แต่ต้องสั่งการตามลำดับขั้นตอนลงมา โดยต้องให้เกิดความปลอดภัยให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกฯ ได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยสอบถามว่าจำเป็นต้องมีระบบใดบ้าง เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ก่อนกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า &amp;quot;หรือมีแค่นี้ก็พอใจแล้ว ควรจะมีระบบอื่นอะไรอีกไหม เคยไปดูงานต่างประเทศหรือเปล่า แล้วใครไปดูงานต่างประเทศ ก็ลูกพี่คุณไงเล่า หากไม่มีอะไรมาเปลี่ยนให้คุณ ก็ต้องไปด่าลูกพี่คุณ เข้าใจหรือเปล่า คุณต้องรู้ว่าเรือมันอยู่ตรงไหน ถ้าไม่มีก็ขอมา มีแต่ขอบ้าบอคอแตก อย่าเถียง ถ้าผมพูดไม่ถูกก็ว่ามา แต่ถ้าผมพูดถูก อย่าเถียง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า วันนี้น่ายินดีที่ได้พบกับทูตจีน รวมถึงตัวแทนฝ่ายจีน พร้อมนำความจากประธานาธิบดีจีนมาถึงตน โดยไม่มีการกดดันใดๆ เพียงแต่ขอให้มีการดูแลผู้ประสบเหตุอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;ซึ่งตนได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจไปแล้ว ซึ่งประธานาธิบดีจีนขอบคุณในการดูแลของเรา ทั้งนี้ได้ฝากบอกทูตจีนด้วยว่าไทยกับจีนเป็นพี่น้องกันเสมอมา ดังนั้นไม่ว่าจีนหรือไทยถือว่าเป็นประเทศเดียวกัน เราได้ดำเนินการช่วยเหลือตามมาตรฐานสากล ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้นจะต้องมีการเพิ่มเติมในด้านของเทคโนโลยี โดยปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจีนยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือ ขอให้ทุกคนเชื่อฟังประกาศของทางราชการ และที่เกิดปัญหาขึ้นจะต้องมีการตรวจสอบว่าออกเรืออย่างถูกต้องหรือไม่ มิเช่นนั้นความผิดจะกลับมาที่เจ้าหน้าที่ เราไม่สามารถหยุดการสูญเสียที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ แต่จะต้องทำให้ไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้ในประเทศไทยเพียงประเทศเดียว แต่เกิดขึ้นได้กับทุกประเทศ สิ่งสำคัญคือความร่วมมือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องคำนึงถึงข้อกฎหมายอย่างถูกต้องทุกประการเพื่อให้มีการท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะต้องไม่ลืมว่าคนยิ่งมากความเสี่ยงก็ยิ่งมาก &amp;nbsp;ไม่ลงทุนอะไรเลย ไม่มีการซักซ้อม ไม่ตรวจสอบ ความสูญเสียจะเกิดขึ้นมากกว่านี้อีก วันนี้มาเพื่อให้กำลังใจ ไม่ได้ต้องการตำหนิใคร ผมเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาล จึงเป็นความรับผิดชอบของผม ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี จึงขอร้องเจ้าหน้าที่ให้ทำให้ดีที่สุด อย่าทำอะไรที่ไม่ควร เราต้องเป็นเจ้าภาพที่ดี &amp;nbsp;และต้องเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อวางแผนงานต่อไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ พร้อมกับกล่าวขอบคุณคนจีนเป็นภาษาจีนด้วยว่า &amp;quot;เซียะเซียะ&amp;quot;&amp;nbsp;
บิ๊กตู่เยี่ยมเหยื่อเรือล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ และคณะเดินทางเข้าเยี่ยมผู้ประสบภัยและครอบครัวของผู้ประสบภัย ที่โรงพยาบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยมอบกระเช้าดอกไม้และกระเช้าผลไม้แก่ผู้ป่วยและญาติ พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสอบถามว่าต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องไหนบ้าง ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่และแพทย์ดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างดีที่สุด รวมถึงการส่งศพของผู้เสียชีวิตกลับประเทศ ภายหลังตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคลเรียบร้อยแล้ว โดยนำเครื่องบินซี 130 &amp;nbsp;ส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานญาตินักท่องเที่ยวชาวจีนที่ประสบเหตุเรือล่ม โดยสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงขั้นตอนการทำงานและความคืบหน้า รวมทั้งข้อมูลต่างๆ ของญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ายังมีผู้เสียชีวิต 7 รายที่ยังไม่มีญาติมาติดต่อ และ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้พูดคุยกับล่ามอาสาสมัครแปลภาษาจีน พร้อมปลอบขวัญและให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตชาวจีนที่กำลังร้องไห้ ก่อนตรวจเยี่ยมห้องสืบสวนสอบสวนที่อยู่บริเวณชั้น 2 ของโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศภายในโรงพยาบาล ระหว่างที่นายกฯ เดินเยี่ยมชมจุดต่างๆ มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและประชาชนที่มาใช้บริการมาต้อนรับและให้กำลังใจ ซึ่งนายกฯ ได้ขอให้ช่วยกันสวดมนต์ให้กำลังใจผู้ประสบภัยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงว่าจากการทำงานร่วมกันระหว่างกงสุลจีน ตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปข้อมูลล่าสุดว่าวันที่เกิดเหตุ 5 &amp;nbsp;ก.ค. มีนักท่องเที่ยวลงเรือฟีนิกซ์ทั้งหมด 89 คน เป็นนักท่องเที่ยวยุโรป 2 คน และจีน 87 คน โดยไม่ได้ลงเรือ 4 คน ดังนั้นเท่ากับรอดชีวิต 37 คน เสียชีวิต 41 ราย สูญหาย 11 ราย ในจำนวนที่สูญหายอยู่ระหว่างตรวจสอบได้มีการพบตัวแล้ว 5 คนรอดชีวิต แต่ต้องมีการยืนยันร่วมกันระหว่างกงสุลจีนกับไทย และตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้ง จึงมีคนสูญหาย 6 คน ในจำนวนนี้มี 1 รายที่ถูกเรือทับอยู่ต้องกู้ศพขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า การค้นหาผู้สูญหายจะขยายพื้นที่ออกไปให้ครอบคลุมในพื้นที่ จ.กระบี่ ตรัง สตูล ทำการลาดตระเวนทางเท้า ชายฝั่ง และลาดตระเวนทางเรือตามเกาะแก่งต่างๆ รวมทั้งประสานกับสมาคมประมงต่างๆ ช่วยตรวจสอบในพื้นที่ทำประมง และเครือข่าย ทสปช.ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันค้นหาในพื้นที่ด้วยแล้ว ส่วนศพที่ถูกเรือทับอยู่นั้น &amp;nbsp;จะเก็บกู้โดยนักประดาน้ำกองทัพเรือ ใช้วิธีการพ่นทรายแล้วดึงศพออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้มีการตรวจชันสูตรพลิกศพ พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลจำนวน 41 ราย ทำเสร็จแล้วจำนวน 37 ศพ ในจำนวนนี้รู้ว่าเป็นใครและมีญาติมายืนยันแล้ว 33 ราย ยังไม่ยืนยัน 4 ราย ในส่วนที่พิสูจน์และยืนยันแล้วพร้อมมอบศพให้ญาติรับไปดำเนินการต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.00 น. เรือ ต.113 ของกองทัพเรือซึ่งออกลาดตระเวนค้นหาร่างผู้สูญหายตามที่ได้รับแจ้ง จนพบศพลอยอยู่บริเวณเกาะไม้ท่อน 1 ราย จึงเข้าทำการกู้ขึ้นบนเรือก่อนนำเข้าฝั่งที่ถ้าเทียบเรือศูนย์วิจัย เพื่อส่งต่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพลำเลียงต่อไปยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดย น.อ.ภุชงค์ รอดนิกร ผู้อำนวยการกองยุทธการ ทัพเรือภาค 3 เปิดเผยว่าผู้สูญหายรายนี้เป็นเพศหญิง&amp;nbsp;
จ่ายเยียวยา 63 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงมติการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกรณีพิเศษเร่งด่วน เพื่อพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ตว่า ที่ประชุมอนุมัติงบช่วยเหลือเยียวยาแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุเรือล่ม รวม 63,960,000 บาท ดังนี้ 1.กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยารายละ 1 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 56 ล้านบาท 2.ค่ารักษาพยาบาลรายละไม่เกิน 500,000 บาท &amp;nbsp;เบื้องต้นจำนวน 10 คน 3.กรณีฟื้นฟูสภาพจิตใจหรือค่าทำขวัญ จำนวน 74 ราย จะได้รับเงินเยียวรายละ 20,000 บาท 4.กรณีหยุดชะงักของการเดินทาง จะได้รับเงินเยียวยารายละ 20,000 บาท โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะทำพิธีมอบผ่านเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เร็วที่สุดภายในวันที่ 12 &amp;nbsp;ก.ค. ที่ จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) กล่าวถึงการดำเนินคดีกับนอมินีบริษัททัวร์ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวในไทยว่า ที่ผ่านมานายกฯ ได้สั่งการให้ปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ นอมินีข้ามชาติอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2558 หลังจาก บช.ทท.ใช้วิธีการปราบปรามการสวมบัตรประชาชนอย่างจริงจัง นายทุนเหล่านี้จึงเปลี่ยนมาเป็นการจ้างให้คนไทยเป็นเจ้าของกิจการแทน หลังเกิดเหตุเรือล่มครั้งนี้เจ้าของกิจการคนไทยที่เป็นเจ้าของจริงๆ ได้ให้ข้อมูลมากมาย ต่อจากนี้เราจะดำเนินการไล่ทั้งหมดทั้งเรื่องการตรวจสอบภาษี เงินทุนเอามาจากไหน &amp;nbsp;ใครจะมาจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว จะถูกตรวจสอบว่าปีที่ผ่านมามีการเสียภาษีเท่าไหร่ มีรายได้เท่าไหร่ &amp;nbsp;ต้องดำเนินคดีกับคนไทยทั้งหมดที่ทำอย่างนี้ ขอเตือนคนไทยที่เป็นนอมินีให้เตรียมตัวได้เลย จะใช้มาตรการกฎหมายอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชื่อนายทุนที่เป็นชาวต่างชาติมีข้อมูลหมดแล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดิม มีบางส่วนที่เป็นกลุ่มใหม่ &amp;nbsp;ต้องเอาออกนอกประเทศให้หมด เราจะดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดในฝั่งทะเลอันดามัน ถ้าไม่ปราบปรามตั้งแต่วันนี้ วิธีการอย่างนี้จะเข้ามาใช้ทรัพยากรในประเทศและนำเงินออกไปนอกประเทศ การกระทำดังกล่าวคนไทยจะไม่มีที่ยืน ไกด์คนไทยจะไม่มีงานทำ ดังนั้นการกระทำดังกล่าวต้องหมดไปจากประเทศไทย จะต้องไม่มีบริษัทอย่างนี้ สำหรับผู้จัดการบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล ที่เช่าเรือเซเนเรต้าซึ่งเป็นคนจีน ผมได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าไปแล้ว และนำตัวไปควบคุมที่ห้องกักของ ตม.ภูเก็ต พร้อมแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาท&amp;quot; พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะของบริษัทนำเที่ยว 2 บริษัท คือ บริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด และบริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเรือที่ล่มที่จังหวัดภูเก็ตแล้วว่าเจ้าของธุรกิจที่แท้จริงเป็นใคร โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่าทั้ง 2 บริษัทจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและเป็นบริษัทคนไทย จึงขอให้ตรวจสอบเชิงลึกหาเบื้องหลังการทำธุรกิจว่าทำตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ หรือทำธุรกิจผิดกฎหมายการท่องเที่ยวหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมฯ จะลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานราชการในจังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทุกกรณีและตรวจสอบว่าเป็นนอมินีหรือไม่ หากพบว่ามีคนไทยถือหุ้นแทน กรรมการบริษัทจะต้องรับผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี &amp;nbsp;หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับวันละ 1-5 หมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13094</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลณี อิศดิศัย, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b437ac90973a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์บินด่วนลงภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ บินภูเก็ตตามเหตุเรือล่ม-เยี่ยมผู้ประสบภัย ทัพเรือภาค 3 ปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ยังไม่พบเพิ่ม ทูตจีนบี้ไทยหาให้ครบทุกคน รัฐ-เอกชนร่วมดูแลญาติเหยื่อเต็มที่ พร้อมเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทน กรมเจ้าท่ายกเลิกใบอนุญาตเรือฟีนิกซ์-เซเรนาต้าแล้ว ตร.เดินหน้าดำเนินคดี สาวคนผิดเพิ่ม ยันประมาททั้ง 2 ลำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประภัยและผู้ค้นหาผู้สูญหายจากกรณีอุบัติเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต รวมทั้งติดตามการช่วยเหลือเยียวยา การอำนวยความสะดวกกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รวมถึงจะติดตามการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ต เวลา 16.00 น. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัยเรือล่ม ซึ่งผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 41 ราย ค้นหา 15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์กล่าวว่า การมอบศพคืนญาติต้องให้ข้อมูลสัมพันธ์กันกับญาติจริง หากต้องมีค่าใช้จ่ายทางรัฐบาลยินดีทำพิธีกรรมทางศาสนาให้หากญาติต้องการ โดยดูแลอำนวยความสะดวกแก่ญาติที่เข้ามาติดต่อในการให้บริการรถรับ-ส่งโรงแรมที่พัก โทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศฟรี ขณะนี้ภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ตจัดที่พักพร้อมอาหารให้ฟรี จำนวน 500 ห้อง เชื่อว่าจะมีญาติเข้ามาติดต่อจำนวนหลายร้อยคนขึ้นไป มีรถบริการเพียงพอ มีศพบางศพพร้อมส่งคืนได้ อยู่ระหว่างรอญาติมาติดต่อ ส่วนการค้นหาดำเนินการต่อไป การค้นหาสาเหตุอย่างเข้มงวด และการช่วยญาติตามความต้องการของญาติที่ติดต่อเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้สึกเสียใจ สะเทือนใจไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจ (จากนั้นได้ยืนพร้อมกันโค้งคำนับต่อการเกิดเหตุครั้งนี้) ตอนนี้จำนวนศพยังอยู่ที่ 41 ราย ส่วนศพที่เรือทับอยู่นั้นยังไม่นับ ถ้าเอาขึ้นมายังไม่นับ ขอให้เอาขึ้นมาก่อนจึงนับเพิ่มจำนวนศพได้ และเมื่อพลิกเรือ เอาศพออกมานั้น อาจมีอีกหลายรายเพิ่มขึ้นมาก็เป็นได้ หรืออาจไม่มี แต่ตอนนี้มี 1 รายที่ติดใต้ท้องเรือ&amp;quot; นายวีระศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้ประสบเหตุ มีการตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้ประสบเหตุที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ที่ รพ.วชิระภูเก็ต ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ติดต่อโทร.ถามข้อมูลทั่วไปได้ 0-7668-5394-5&amp;nbsp;
ยันดูแลเหตุเรือล่มเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี รองนายกฯ และอีกหลายคนในคณะรัฐบาล ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ได้ขอให้ดูแลอย่างเต็มที่กับหน่วยงานต่างๆ ในการติดตามช่วยเหลือค้นหาและทางคดี ต้องไปให้สุดทาง ไม่ละเว้นใคร ให้ตรวจสอบเข้มงวดระวังเหตุไม่ให้เกิดขึ้นอีก หากสิ่งใดขาดไปในการช่วยเหลือค้นหานั้น ทางการจีนยินดีสนับสนุนความร่วมมืออย่างเต็มที่ เป็นความร่วมมือเป็นพิเศษอย่างยิ่ง เป็นการเกิดอุบัติภัยทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดรองจากภัยสึนามิ ซึ่งเหตุการณ์นี้ถ้าร่วมกันคลี่คลายช่วยเหลือไปได้ด้วยดี จะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ในการสร้างความเชื่อมั่น เกิดความมั่นใจของทุกฝ่ายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรภัทรกล่าวว่า ความคืบหน้าศพยังไม่พบเพิ่มเติม แต่จะค้นหาต่อเนื่องทางพื้นผิวน้ำ ทางอากาศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดพังงา กระบี่ อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง ซึ่งทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จึงไม่สามารถคิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายในการค้นหาตามที่สื่อมวลชนจีนถามถึงค่าใช้จ่ายในการค้นหาได้ ทุกอย่างฟรีหมด ไม่คิดมูลค่า ทุกคนมาด้วยใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า ทำการลาดตระเวนค้นหาในทะเลต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน ร่วมกับเรือตำรวจน้ำและเรือประมง ดำเนินการค้นหาขยายพื้นที่ทางอากาศ ค้นหาศพที่คาดว่าเริ่มลอยขึ้นผิวน้ำ และได้จัดหน่วยค้นหาทางบก เดินลาดตระเวนทางเท้าบริเวณชายหาดที่คาดว่าอาจลอยขึ้นมาติด แต่ยังไม่พบ เราทำต่อเนื่องเพื่อต้องการค้นพบให้ได้ทั้งหมด ส่วนศพที่ติดอยู่ใต้ท้องเรือ ตั้งใจนำออกมา แต่เครื่องมือไม่พร้อมในการเป่าให้ทรายเป็นร่องเพื่อดึงศพออกมา ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีคลื่นแรงกระแสน้ำลึก 45 เมตร จึงเริ่มดำเนินการใหม่ในวันที่ 9 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สรศักดิ์กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นมี 2 คดี คือ เรือเซเรนาต้า คดีอาญาที่ 1104/2561 ได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับนายเมธา หลิมสกุล อายุ 56 ปี กัปตันเรือเซเรนาต้า และนายเผิง ค้าชิง อานุ 26 ปี ผู้จัดการบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด (สัญชาติไทย) จะไปร่วมสอบสวนและเร่งรัดคดีนี้อย่างใกล้ชิด แจ้งข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และคดีที่ 1105/2561 ดำเนินคดีกับนายสมจริง บุญธรรม อายุ 50 ปี กัปตันเรือฟีนิกซ์ เมื่อเหตุเกิดได้รวบรวมพยานหลักฐานเริ่มจากกัปตันเรือสอบสวนขยายผลไปเรื่อยๆ สาวถึงใครก็ดำเนินคดี ถ้าพบว่ามีความผิดร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้เรียกผู้ต้องหา 2 คดีมาสอบปากคำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต จะต้องแจ้งข้อหาเพิ่มอีก ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน โดยสืบสวนสอบสวนจากพยานจากผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธ ได้สอบปากคำทุกปากที่เกี่ยวข้องกว่า 40 ปาก ยืนยันได้ว่าที่เขากระทำแจ้งข้อหาได้ว่าประมาทใน 2 คดีนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า ศพนักท่องเที่ยวจำนวน 41 ราย แยกเป็นเด็กชาย 8 ราย เด็กหญิง 5 ราย ผู้ชาย 10 ราย ผู้หญิง 18 ราย ในจำนวน 41 รายได้ตรวจชันสูตรพลิกศพโดยแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ในการพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์ ดีเอ็นเอ ตรวจฟัน ลายนิ้วมือ เสร็จแล้วทั้ง 41 รายแล้ว ส่วนพิสูจน์หลักฐานจากรูปถ่ายก่อนเกิดเหตุ สอบถามข้อมูลจากญาติ ทำให้ระบุได้ว่าผู้ตายเป็นใคร และมีภาพที่ส่งมาจากท่าเรือก่อนกลุ่มนักท่องเที่ยวลงเรือ จำนวน 33 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งข้อมูลจากตรวจคนเข้าเมือง ส่งภาพนักท่องเที่ยวจำนวน 97 รายมาพร้อมกัน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบมากขึ้น ในการเปรียบเทียบข้อมูลกับญาติกับข้อมูลศพ สามารถตรวจพิสูจน์ได้ตรงจำนวน 7 ราย และเร่งตรวจพิสูจน์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าวันที่ 9 ก.ค. คงได้ตัวเลขคืบหน้ามากกว่านี้ ส่วนศพตั้งไว้ที่วัดโฆษิตวิหาร มีตู้คอนเทนเนอร์และโลงเย็นบรรจุอย่างดีและสมเกียรติ จะมีการจัดพิธีให้อย่างดีที่สุด
ทูตจีนบี้หาให้พบทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ทางการจีนให้ความสำคัญในการร่วมกันจัดการอุบัติเหตุ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญได้ให้ความร่วมมือไทย-จีน ดำเนินไปรอบด้านทุกอย่าง ตอนนี้ยังมีชาวจีนหายไป ยังหาไม่เจอ จะทำการค้นหาต่อไปจนกว่าจะเจอ ขอให้หน่วยงานของไทยและจีน ต้องพยายาม 100% ให้เต็มที่ในการค้นหาชาวจีนให้ครบทุกคน รวมทั้งเรื่องคดี ตำรวจรับแจ้งทำคดีแล้ว ทางผู้เชี่ยวชาญจีนส่งคนร่วมสอบสวนหาสาเหตุครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางการไทยแจ้งว่า มีการตั้งจุดอำนวยความสะดวกที่สนามบินภูเก็ต ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต มีล่ามแปลทุกจุด และมีตั้งศูนย์ข้อมูลที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยผู้นำของไทยและจีนติดตามเรื่องนี้ มีคำสั่งให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เร่งด่วนรอบด้านทุกด้าน และขอให้ไทยรักษาศพชาวจีนอย่างเรียบร้อย รักษาในสิทธิมนุษยชนของชาวจีนทุกคน รวมทั้งญาติผู้ประสบเหตุได้เข้ามาติดต่อแล้วจำนวนกว่า 50 ครอบครัว ขอให้ดูแลอำนวยความสะดวกญาติผู้ประสบเหตุให้ดีที่สุดด้วย ขอย้ำอีกครั้งว่า การค้นหาต้องเร็วที่สุด และหวังว่าเรื่องไม่ดีจะเป็นเรื่องดีได้ ทางการไทยต้องมีความปลอดภัยให้มากที่สุด เพื่อส่งเสริมความร่วมมือการท่องเที่ยวร่วมกัน เป็นการยกระดับการท่องเที่ยวของไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต &amp;nbsp;นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;เปิดเผยว่า มีญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่เดินทางมาจากต่างประเทศ มาลงทะเบียนที่จุดบริการสนามบินนานาชาติภูเก็ตแล้ว 73 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 พล.ร.ท.สมนึก &amp;nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า ที่สรุปผลการประชุมให้ดำเนินการควบคู่กันไประหว่างการเก็บร่างผู้เสียชีวิตและการพลิกเรือ เก็บกู้เรือ ทั้งนี้ การพลิกเรือและกู้เรือ ให้กรมเจ้าท่าเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติกำหนดมาตรการในการค้นหาเพิ่มเติม โดยให้หมวดรักษาความสงบเรียบร้อยทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเกาะภูเก็ต และเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเกาะลันตาน้อย สำรวจพื้นที่ชายหาดและเกาะแก่งในพื้นที่รับผิดชอบทางเท้าเพื่อค้นหากรณีมีร่างผู้เสียชีวิตขึ้นตามชายหาดและเกาะต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ปรับพื้นที่การค้นหาไปทางตะวันออก บริเวณระหว่างเกาะยาว-เกาะพีพี ตามที่กรมอุทกศาสตร์ ( อศ.) กองทัพเรือได้ทำนาย และให้ทำการสำรวจภายในตัวเรืออีกครั้ง ให้แน่ใจว่าไม่มีร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในตัวเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว มีการประสานงานแบบบูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, บริษัทสายการบิน, ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทภก., ศุลกากร, สถานกงสุลจีน, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจภูธรสาคู, สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ), สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (เอทีทีเอ), สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (พีทีเอ) และชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุและการประสานญาติผู้เสียชีวิต ในการดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศูนย์ดังกล่าวฯ จัดตั้ง 3 บริเวณ ดังนี้ 1.ห้องโถงเช็กอินผู้โดยสารขาออก ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-7635-2363 2.ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-7635-2363 และ 3.ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 0-7635-1005 และสามารถส่งข้อมูลผ่าน E-mail: pornpawee.n@airportthai.co.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ยกเลิกใบอนุญาตทั้ง 2 ลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการยกเลิกทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือฟีนิกซ์และเรือเซเรนาต้า รวมถึงยกเลิกใบประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถของผู้ควบคุมเรือทั้ง 2 ลำแล้ว หลังเกิดอับปางลงที่ จ.ภูเก็ต ทั้งนี้ ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย ชัยวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้แทนภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดภูเก็ต สภาทนายความจังหวัดภูเก็ต และบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด กล่าวว่า ภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ตได้แสดงเจตจำนงในการช่วยเหลือในเหตุการณ์ในครั้งนี้ ได้แก่ การจัดที่พักให้ฟรีแก่ญาติผู้ประสบภัยจากต่างประเทศจนถึงวันเดินทางกลับ จัดรถรับ-ส่งแก่ญาติผู้ประสบภัยในระหว่างการเดินทาง &amp;nbsp;จัดทีมมัคคุเทศก์และอาสาสมัครล่ามภาษาจีนอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานจนเสร็จสิ้นกระบวนการและจัดทีมทนายความให้ความรู้ในสิทธิที่ผู้ประสบภัยและครอบครัวพึงจะได้รับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ตลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวผู้ประสบภัยที่อยู่ในเรือทั้งสองลำได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยเรือฟีนิกซ์มีบริษัท T.C.BLUE DREAM จำกัด ได้มีกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ไว้กับ บมจ.กรุงเทพประกันภัย จำนวน 2 ฉบับ ในส่วนของเรือเซเรนาต้า ซึ่งมีบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด จำนวน 1 ฉบับ ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลือในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ให้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้บาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิตได้รับค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า บริษัทนำเที่ยว T.C. Blue Dream จำกัด ได้มีการทำประกันภัยมัคคุเทศก์ไว้กับบริษัทจำนวน 2 กรมธรรม์ มีจำนวนผู้เอาประกันภัยรวม 94 คน และบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด จำนวน 1 กรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยรวม 33 คน โดยให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยกรณีเสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาลรายละ 5 แสนบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการดูแลค่ารักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด ยืนยันพร้อมที่จะดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบภัยในครั้งนี้อย่างเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13018</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์ วิศาลจิตร, นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, นายนรภัทร ปลอดทอง, นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, พนัส ธีรวณิชย์กุล, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สุทธิพล ทวีชัยการ, สุรชัย ชัยวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลู่ย์ เจี้ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b422bd0b891c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยายพื้นที่หาผู้สูญหายภูเก็ตถึงเกาะพีพี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.2561 - พล.ร.ท.สมนึก &amp;nbsp;เปรมปราโมทย์ &amp;nbsp;ผู้บัญชการทัพเรือภาคที่ 3 (ผบ.ทรภ.3) &amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม เตรียมการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณี เรือ CC PHOENIX DIVING &amp;nbsp;ประสบเหตุจมลง บริเวณเกาะเฮ จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;ณ &amp;nbsp;ห้องประชุม บก.ทรภ.3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.สมนึก กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการประชุมให้ดำเนินการควบคู่กันไประหว่างการเก็บร่างผู้เสียชีวิตการพลิกเรือ และเก็บกู้เรือ โดยการพลิกเรือและกู้เรือให้กรมเจ้าท่าเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ ส่วนมาตรการในการค้นหาเพิ่มเติม ได้ให้หมวดรักษาความสงบเรียบร้อยทัพเรือภาคที่ 3 &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเกาะภูเก็ต และเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเกาะลันตาน้อยสำรวจพื้นที่ชายหาด และเกาะแก่งในพื้นที่รับผิดชอบทางเท้าเพื่อค้นหากรณีมีร่างผู้เสียชีวิตขึ้นตามชายหาดและเกาะต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้ปรับพื้นที่การค้นหาไปทางตะวันออก บริเวณระหว่างเกาะยาว -เกาะพีพี ตามที่กรมอุทกศาสตร์( อศ.)กองทัพเรือได้ทำนาย &amp;nbsp; และให้ทำการสำรวจภายในตัวเรืออีกครั้ง ให้แน่ใจว่าไม่มีร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในตัวเรือ ส่วนผลการปฏิบัติจะแจ้งให้ทราบต่อไป&amp;rdquo;พล.ร.ท.สมนึกระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทรภ.3, ผู้บัญชการทัพเรือภาคที่ 3, ผู้ประสบภัย, พล.ร.ท.สมนึก  เปรมปราโมทย์, ภูเก็ต, เกาะเฮ, เรือ CC PHOENIX DIVING</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b417963c0f39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
