<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!เจอยาไอซ์ซุกถุงชา6กก.ลอยติด‘เกาะพยาม’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.64 &amp;ndash; พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค3 (ศรชล.ภาค3) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่ 29 มิ.ย.ได้รับรายงานจาก &amp;nbsp;น.อ.เพชรัตน เทียนจันทร์ รอง ผอ.ศรชล.จังหวัดระนองมอบหมายให้ ร.อ.พงศธร กือเย็น &amp;nbsp;ผู้ควบคุมเรือ ต.232ประสานการปฏิบัติร่วมกับ ศปชล.ทม. ฉก.ร.25, ตม.จังหวัดระนอง, สภ.ปากน้ำ จังหวัดระนอง และฝ่ายปกครอง อ.เมืองระนอง ปฏิบัติภารกิจแบบบูรณาการร่วม กรณีที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง จังหวัดระนอง ได้รับแจ้งจาก นายมินทูน อายุ 52 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นผู้ดูแลท่าเรือไปเกาะพยาม (เก่า) ตั้งอยู่ในพื้นที่ตลาดนัดวันเสาร์ ม.5 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จังหวัดระนอง (พิกัด แลต 9 องศา 57 ลิปดา 00 ฟิลิปดา, ลอง 98 &amp;nbsp;องศา 36 &amp;nbsp;ลิปดา 07ฟิลิปดา) ว่าพบถังน้ำสีฟ้า แบบปิดฝาและภายในถังน้ำมีวัตถุลักษณะคล้ายถุงบรรจุถุงชา 6 ถุง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังเข้าทำการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าวัตถุที่บรรจุอยู่ในถุงดังกล่าวเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 6 ถุงๆ ละ 1 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 6 กิโลกรัม จึงได้ทำการอายัดของกลางส่ง สภ.ปากน้ำ ระนอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนนทางกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108118</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงชา, ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbd5af61887.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชช.&#039;ตอกย้ำ จนท.รัฐเอี่ยว! แรงงานเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพลชี้เป้า จนท.รัฐเอี่ยวขบวนการค้าต่างด้าวเถื่อนต้นเหตุโควิดปีใหม่ หวังผนึกกำลังร่วมกันยกการ์ดสูงสู้ภัยระบาดใหม่ จี้บิ๊กตู่ฟันยกแก๊งหาประโยชน์เบื้องหลัง ด้านอดุลย์ขย่มซ้ำปล่อยโกงจนภัยมาอีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง รวมพลังกู้ชาติ โควิดปีใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,352 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20-26 ธันวาคม ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อถามถึงความเชื่อว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขบวนการฟอกตัวแรงงานต่างด้าวเถื่อน ต้นเหตุโควิดปีใหม่หรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 97.3% เชื่อว่ามี ในขณะที่ 2.7% ไม่เชื่อว่ามี นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือ 98.1% รู้สึกเซ็ง หดหู่ใจ เจ้าหน้าที่รัฐ ฟอกตัวแรงงานต่างด้าวเถื่อน ทำลายความสุขประชาชนช่วงปีใหม่ ในขณะที่ 1.9% ไม่รู้สึกอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือ 90.1% ระบุไม่โอเค เสียดาย พลาดความสุข ไม่ได้ฉลองปีใหม่ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐและขบวนการฟอกตัวแรงงานต่างด้าวเถื่อน ในขณะที่ 9.9% ยังรู้สึกโอเค ไม่เสียดายอะไร อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือ 83.3% ตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐและส่วนราชการ กระทรวงต่างๆ ที่โยนความรับผิดชอบกันไปมา ไม่มีใครออกมารับผิดชอบต่อขบวนการฟอกแรงงานต่างด้าวเถื่อนและกลุ่มต้นเหตุโควิดปีใหม่ ในขณะที่ 16.7% ไม่ตำหนิใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงแนวทางรวมพลังกู้ชาติ โควิดปีใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่ 90.7% ระบุคนไทยและแรงงานข้ามชาติทุกคน ต้องรวมพลังกู้ชาติไทย แก้โควิดปีใหม่ รองลงมาคือ 90% ระบุคนไทยจะชนะโควิดปีใหม่ ต้องยกการ์ดสูง เข้มงวดรับผิดชอบตนเองและสังคม, 88.3% ระบุขอเจ้าหน้าที่รัฐและคนไทยทุกคน เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ของแรงงานต่างด้าวที่ช่วยสร้างพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ 87.8% ขอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จัดการขั้นเด็ดขาด เจ้าหน้าที่รัฐและขบวนการฟอกแรงงานต่างด้าวเถื่อน และ 87.4% ขอผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐต่างๆ กระชากหน้ากากของผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฟอกแรงงานต่างด้าวเถื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ว่า เมื่อ 4 เดือนก่อนก็มีการจับตำรวจลักลอบขนแรงงานต่างด้าว เป็นขบวนการทุจริตรับส่วยแรงงานเถื่อนส่งให้ผู้บังคับบัญชาด้วย ซึ่งมีตัวเลขแรงงานเถื่อนนับแสนคน หากคิดหัวคิวคนละ 1 หมื่นบาท เป็นเงินหลายพันล้านบาท เงินมหาศาลเหล่านี้หล่นที่ใครบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รับรู้หรือไม่ อย่ามัวจับแต่ปลาซิวปลาสร้อย รวมทั้งการระบาดจากบ่อนการพนันแหล่งบ่มเพาะอาชญากรรมที่ต้องจ่ายส่วยให้ตำรวจ นายกฯ ที่กำกับดูแลตำรวจจะปัดสวะพ้นตัวไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวต่อว่า รัฐบาลเอาแต่เรียกร้องประชาชนอย่าการ์ดตก แต่การระบาดรอบใหม่ที่มีต้นเหตุจากแรงงานต่างด้าว และการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นที่ชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์นั่นแหละที่การ์ดตกปล่อยปละละเลยจนทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกียร์ว่าง และใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์แบบเดิมๆ จนสร้างปัญหาให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนกันทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เช่นเดียวกับการระบาดระลอกแรกที่มาจากสนามมวยลุมพินีของกองทัพบก ก็มาจากความประมาทของผู้ใต้บังคับบัญชา มารอบนี้ก็เป็นความหละหลวมของฝ่ายความมั่นคงอีก ทำให้บุคลากรทางแพทย์ต้องมารับหน้าที่หนักเพื่อสะสางปัญหาล้างขี้ที่ฝ่ายความมั่นคงก่อขึ้น จึงเป็นความผิดพลาดที่ให้อภัยไม่ได้ เพราะคนกลุ่มเดียวทำให้เกิดหายนะทั้งประเทศ&amp;rdquo; นายอดุลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวอีกว่า รัฐบาลเองก็ไม่กล้าที่จะล็อกดาวน์ประเทศเหมือนตอนระบาดระลอกแรก เพราะไม่มีเงินจะจ่ายชดเชยความเสียหายจากการปิดกิจการต่างๆ ฉะนั้นสถานการณ์ตอนนี้ ประเทศไทยเหมือนยืนอยู่บนปากเหว ปี 2564 จะเป็นปีแห่งความหายนะอย่างแท้จริง เพราะรัฐบาลไม่อาจจะควบคุมโรคระบาดได้ ปัญหาเศรษฐกิจจะซ้ำเติมอย่างสาหัส จะเดินหน้ากู้เงินอีกกี่รอบก็กอบกู้วิกฤติไม่ได้ หนี้สาธารณะจะทับถมจนคนหายใจไม่ออก สถิติคนฆ่าตัวตายอาจจะมากกว่าปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งที่ตัวเองมีอำนาจในมือสามารถปฏิรูปโครงสร้างบ้านเมืองทั้งตำรวจทหารและระบบราชการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความโปร่งใสได้ แต่กลับไม่ทำ มีงบประมาณความมั่นคงมหาศาล แต่ทางปฏิบัติกลับอ่อนแอ ปล่อยให้ชาวบ้านจมน้ำตายต่อหน้าตาแล้วยังมาทวงบุญคุณประชาชนอีก&amp;quot; นายอดุลย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุดควบคุมป้องกันชายแดน (ชค.ปชด.) รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับมาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดน พร้อมสั่งกำชับเพิ่มมาตรการคุมเข้มสกัดกั้นป้องกันการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวในช่องทางธรรมชาติให้เข้มงวด ตะเข็บแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการลักลอบของผู้ที่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาในประเทศไทยได้โดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 หรือ ศรชล.ภาค 3 กล่าวว่า ได้รับรายงานจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดระนอง ว่า ขณะที่เรือ ต.232 ทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมเจ้าหน้าที่บูรณาการการปฏิบัติ ร่วมกับศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเลไทย-เมียนมา หรือ ศปชล.ทม. ทำการลาดตระเวนสกัดกั้นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามลำน้ำกระบุรี จังหวัดระนอง แนวชายแดนไทย-เมียนมา พบเรือหางยาว 3 ลำ มีผ้าใบคลุมปิดบางอย่างไว้ จึงเรียกตรวจสอบ และพบว่าเรือทั้ง 3 ลำมีชาวเมียนมา 7 คน &amp;nbsp;ได้ลักลอบนำสินค้าทางการเกษตรยางพารา น้ำหนักประมาณ &amp;nbsp;3 ตัน ไม่ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองอยู่ในเรือหางยาวดังกล่าว &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดระนองทำการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ส่งเข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนดไว้ &amp;nbsp;และประสาน สภ.บางแก้ว หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88154</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ไพศาล หนูสังข์, พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe89dea98453.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่พังงาบาดเจ็บ5ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2563 เวลาประมาณ 08.30น. พลเรือโทเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศรชล.ภาค 3 เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทชื่อ ฟิโอน่า &amp;nbsp;ขนาด 15.98ตันกรอส ของบริษัทเลิฟ ไอแลนด์ จำกัด เหตุเกิดบริเวณท่าเทียบเรือทับละมุ จังหวัดพังงา ลูกเรือได้นำเรือฯไปยังกลางร่องน้ำทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จังหวัดพังงาเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังเรือข้างเคียงพร้อมกับขอความช่วยเหลือจากทัพเรือภาคที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม ทราบว่า &amp;nbsp;ขณะเกิดเหตุเรือลำดังกล่าวจอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรือเลิฟอันดามัน หมู่ 5 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา &amp;nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือทับละมุ &amp;nbsp; เพื่อรอรับนักท่องเที่ยวไปหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ควบคุมเรือชื่อนายมู่ฮะหมาด นิ่งวารี &amp;nbsp;ได้สตาร์ทเครื่องเรือเพื่อเตรียมความพร้อม &amp;nbsp; ได้เกิดประกายไฟบริเวณเครื่องยนต์และเกิดระเบิดขึ้นส่งผลให้กัปตันเรือพร้อมลูกเรือ ช่างเครื่อง ช่างประจำเรือ รวม 5 คน ได้รับบาดเจ็บ ในจำนวนนี้ บาดเจ็บสาหัส จำนวน 3 ราย คือ 1.นายมู่ฮะหมาด นิ่งวารี กัปตันเรือ 2.นายธนพล คำภานิล &amp;nbsp;ส่งโรงพยาบาลตะกั่วป่า จังหวัดพังงา 3. นายระพีพัฒน์ แสงช่วง ส่งต่อโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต &amp;nbsp;ส่วนอีก 2 รายบาดเจ็บเล็กน้อย นำส่งศูนย์การแพทย์เขาหลัก จังหวัดพังงา &amp;nbsp; ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้โดยสารบนเรือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ พลเรือโทเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศรชล.ภาค 3 &amp;nbsp;ได้สั่งการให้เรือหลวงปันหยีเข้าทำการช่วยเหลือและดับเพลิงจนเสร็จสมบูรณ์ &amp;nbsp;นำซากเรือดังกล่าวไปจอดบริเวณที่ไม่กีดขวางทางเดินเรือเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83160</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์, พังงา, เรือสปีดโบ๊ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa784236e35e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับหญิงชาวเมียนมาลักลอบเข้าระนองมาหาลูกสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.63-พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 (ศรชล.ภาค 3 ) กล่าวว่า &amp;nbsp;ศรชล.จังหวัด ระนองและศคท.จังหวัด ระนอง บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงศปชล.ทม.,ตม.จว.ระนอง, &amp;nbsp;เข้าตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งมีชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองทาง บ.หินช้าง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จังหวัดระนอง พบชาวเมียนมาจำนวน 1 ราย ทราบชื่อคือนางนวยหยี่ อายุ 66 ปี อาศัยอยู่ที่ ชุมชนฉ่วยฮินต่า อ.เมือง จังหวัด.เกาะสอง จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่าเดินทางเข้ามาเพื่อมาหาบุตรสาว ซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านขายของในพื้นที่ ต.บางนอน &amp;nbsp;อ.เมือง จังหวัดระนอง โดยจะให้บุตรสาวพาไปรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ บริเวณหัวเข่าที่สถานพยาบาลในพื้นที่ จังหวัดระนอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ดำเนินการตรวจคัดกรองโรคตามขั้นตอน ไม่พบไข้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจึงส่งตัวบุคคลดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ตม.ระนองดำเนินการตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81751</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวเมียนมา, พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์, ระนอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f9561f290b89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้นหาหนุ่มโปแลนด์ พายเรือกลางทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายระดมค้นหาหนุ่มนักท่องเที่ยวชาวโปแลนด์ พาสาวไทยพายเรือคายัคท่องทะเลกับเพื่อนๆ เจอคลื่นเรือล่มพายหาย ก่อนที่จะขาดการติดต่อ คาดถูกลมพัดออกกลางทะเล ยังไม่ได้วี่แวว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย เทศบาลตำบลราไวย์ กองทัพเรือภาคที่ 3 ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ออกตามหานายมาธีอุส อายุ 27 ปี นักท่องเที่ยวชาวโปแลนด์ และ น.ส.วีรกานต์ หรือหมวย ศิริวิภากรณ์ อายุ 23 ปี หลังทั้งสองได้เช่าเรือคายัคออกพายออกจากหาดยะนุ้ย ภูเก็ต เมื่อวันเสาร์ ไปล่องเรือกลางทะเล พร้อมกลุ่มเพื่อน จากนั้นเรือของนักท่องเที่ยวชาวโปแลนด์พร้อมสาวไทยได้ถูกกระแสคลื่นพัดอย่างรุนแรงจนตกทะเล และสามารถเกาะขึ้นเรือได้ แต่ไม้พายเรือได้หายไป โดยนักท่องเที่ยวชาวโปแลนด์ได้ติดต่อกลุ่มเพื่อนทางโทรศัพท์แจ้งถึงพิกัดตำบลที่ในทะเล ก่อนที่จะขาดการติดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผบก.ทท.3 พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยวและเพื่อนของผู้สูญหาย ทำการค้นหาทางอากาศ โดยเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจท่องเที่ยวได้ทำการบินสำรวจตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ในบริเวณที่คาดว่ากระแสน้ำจะพัดพาเรือออกไป เช่น หน้าเกาะมัน เกาะแก้วพิสดาร แหลมกระทิง แหลมพรหมเทพ และหาดกะรน เป็นต้น แต่ยังไม่พบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กฤษศักดิ์กล่าวว่า การค้นหามุ่งหน้าออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งแต่หาดในยาง ผ่านหาดสุรินทร์ กมลา ป่าตอง กะรน และหาดกะตะ ความยาวไม่น้อยกว่า 80 กิโลเมตร ตลอดแนวชายฝั่งออกไปทางทะเลประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ยังไม่พบวี่แววของผู้สูญหายทั้งสอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน &amp;nbsp;พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 &amp;nbsp;ได้จัดส่งอากาศยานและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญออกค้นหาผู้สูญหายต่อจากตำรวจท่องเที่ยว เนื่องจากเชื่อว่าหากผู้สูญหายไม่สามารถขึ้นฝั่งที่ใดที่หนึ่งได้ ก็อาจจะถูกกระแสลมพัดออกไปไกลกว่าที่คาดการณ์ไว้ คือไม่เกิน 6 ไมล์ทะเล การค้นหายังดำเนินการต่อเนื่องต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52031</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค, พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์, มาธีอุส, วีรกานต์ ศิริวิภากรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191208/image_big_5decf05fea932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
