<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.เหล่าทัพตบเท้าพบ &#039;บิ๊กตู่&#039;  อำลาเกษียณอายุราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 61 - ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ และพล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่ออำลาในโอกาสเกษียณอายุราชการ โอกาสนี้คณะผู้บัญชาการเหล่าทัพได้นำมาลัยดอกไม้มอบให้กับนายกรัฐมนตรี โดย นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอวยพรและขอบคุณคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ร่วมกันทำงานในวาระการดำรงตำแหน่งอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ก่อนคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพเดินทางกลับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18567</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5baca93cf1b14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มั่นใจเอาอยู่น้ำท่วมเพชรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เตรียมลงขันนอตพื้นที่แก่งกระจาน ดูแลบริหารจัดการน้ำ ชม &amp;quot;ผู้ว่าฯ เมืองเพชร&amp;quot; รับมือเยี่ยม &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; รับ 9 จังหวัดริมโขงน่าวิตก &amp;quot;กฤษฎา&amp;quot; แจงใช้ 3 วิธีระบายน้ำ เชื่อเอาอยู่หากไม่มีฝนซ้ำ ลั่นไม่ซ้ำรอยปี 2554 แน่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานให้ทราบว่ามีการเตรียมการเป็นอย่างดี จึงขอชมเชยผู้ว่าราชการจังหวัดที่เตรียมการรับมือ โดยวันที่ 8 ส.ค. จะลงพื้นที่เพื่อไปดูระดับน้ำ เนื่องจากมีระดับน้ำที่สูง จึงต้องไปดูแผนที่เตรียมการไว้ว่าครบถ้วนหรือไม่ พร้อมตรวจดูการทำงานของหน่วยป้องกันภัยของพลเรือนที่ร่วมบูรณาการทำงานกับฝ่ายทหาร เตรียมการรองรับกรณีน้ำเข้ามามากกว่าปริมาณที่สามารถรองรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้คาดว่าปริมาณน้ำยังคงทรงตัวและลดลงหลังจากที่ได้ระบายน้ำออกแล้ว ทั้งนี้ หลายคนเป็นห่วงการระบายน้ำบริเวณเขื่อนกรณีน้ำล้นสปิลเวย์ โดยการระบายน้ำออก จะต้องดูว่าเขื่อนมีความแข็งแรงที่จะพอรองรับได้หรือไม่ พร้อมดูน้ำที่ระบายออกมาว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ เพื่อที่ภาคประชาชนจะได้เตรียมการรองรับ&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า จะไปตรวจงานในเรื่องเหล่านี้ หลายพื้นที่อาจต้องมีแผนอพยพประชาชน จึงขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์ฝนและสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา จากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือกูเกิล ว่าเดือน ส.ค.น้ำแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร ซึ่งบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำ เขตการระบายน้ำออกต้องเตรียมการรับมือ โดยเก็บข้าวของไว้ในที่สูง พร้อมเตรียมอพยพไปในพื้นที่ปลอดภัย หากมีปริมาณน้ำมากขึ้น โดยรัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา ได้ตัดตอนน้ำทั้งก่อนเข้าเขื่อนและท้ายเขื่อน พร้อมทำทางระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยสอดคล้องกับที่ผมได้สั่งการไปแล้ว ว่าให้ขุดขยายเส้นทางน้ำตามธรรมชาติ เพื่อเก็บกักและระบายน้ำไว้ในพื้นที่แก้มลิง พร้อมชดเชยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และเตรียมสนับสนุนสร้างอาชีพให้กับประชาชน เช่น ทำประมงพื้นบ้านเหมือนที่ได้ทำไปแล้วที่ จ.พิษณุโลก และ ต.บางระกำ จ.พระบครศรีอยุธยา โดยประชาชนมีความพอใจ วันนี้มีปลาเยอะแยะ และวันนี้ก็ได้ขอห้องเย็นมาอีกเพื่อเก็บปลาจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นอาชีพเสริมขึ้นมาในช่วงตอนทำนาไม่ได้ รัฐบาลคิดทุกมิติ เพราะเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทำอย่างไรจึงจะเสียหายน้อยที่สุด และรัฐบาลต้องดูแล ที่สำคัญคือสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าต้องเตรียมการอย่างไร โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องช่วยกัน ซึ่งพรุ่งนี้ผมจะบังคับบัญชาในเรื่องนี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า ได้ให้แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้ในอนาคต เพราะหลายพื้นที่ทำโครงการใหม่ๆ แล้วสามารถระบายน้ำได้ เช่นเดียวกับที่เขื่อนแก่งกระจาน ในประตูระบายน้ำคลอง D9 โดยตอนนี้ทำได้แล้ว 50% ซึ่งได้สั่งให้เปิดการระบายน้ำออกด้านข้างด้วย เพราะจะลดปริมาณน้ำได้กว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร จากนั้นจะเหลือกว่า 100 ล้าน ลบ.ม. เพราะถ้าปล่อยออกช่องทางเดิมทั้งหมด น้ำก็จะท่วมทั้งหมด รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมาก โดยให้ความสำคัญตั้งแต่แรก ก่อนมีสถานการณ์น้ำเกิดขึ้น
เตรียมตรวจคลอง D9
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกำหนดการการลงพื้นที่ของคณะ พล.อ.ประยุทธ์ในวันที่ 8 ก.ค.นั้น จะออกเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากสนาม ฮ.พล ม.2 ในเวลา 08.30 น.ไปยัง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และเดินทางต่อด้วยรถยนต์ไปยังเขื่อนเพชร เพื่อดูการบริหารจัดการน้ำที่มาจากเขื่อนแก่งกระจาน รวมทั้งตรวจระดับน้ำและรับฟังการบรรยายสรุปก่อนมอบนโยบายให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ หลังจากนั้นจะเดินทางไปยังประตูระบายน้ำคลอง D9 เพื่อดูการขยายคลองชลประทานเชื่อมต่อกับคลองระบายน้ำ D9 และในช่วงบ่ายจะเดินทางไปยังวัดคุ้งตำหนัก ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม เพื่อตรวจการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและระดับน้ำเปรียบเทียบก่อนเดินทางกลับ กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ฉัตรชัยได้รายงานถึงการลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำที่ จ.เพชรบุรี ว่ามีการพร่องน้ำอย่างไร และเหตุใดถึงมีการพร่องน้ำตอนนี้ โดย พล.อ.ฉัตรชัยชี้แจงว่า มีมาตรการในการรักษาระดับน้ำให้อยู่ 60% ส่วนที่ห่วงใยว่าเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร เขื่อนแก่งกระจานมีระดับเต็มความจุของเขื่อน ขณะที่เขื่อนศรีนครินทร์ &amp;nbsp;เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนปราณบุรี มีระดับน้ำเกือบเต็มความจุเขื่อนนั้น ขอให้มั่นใจเขื่อนมีศักยภาพรับน้ำได้ เนื่องจากมีสปิลเวย์หรือทางรับน้ำที่จะยืดหยุ่น ยืนยันว่ายังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ไม่มีโอกาสที่น้ำจะล้นสันเขื่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ได้สั่งผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อไปดูรายละเอียดเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนในแต่ละเขื่อน ซึ่งเป็นเทคนิคที่สูงว่าสปิลเวย์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าแม้เกิดแผ่นดินไหวเขื่อนก็จะรับได้ โดยยืนยันที่ประชุมไม่ได้มีการเปรียบเทียบตัวเลขน้ำเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แต่อย่างใด&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งเตรียมการในด้านอุปกรณ์ในการช่วยเหลือในพื้นที่ที่คาดว่าน้ำจะไปถึง ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังดำเนินการขุดทางระบายน้ำ 418 จุด ส่วนการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนนั้น ก็เป็นหน้าที่ที่เขาดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งการแจ้งเตือนไม่ถือว่าช้าเกินไป เพราะยังไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้น หรือเรารู้ว่าฝนจะมา ปริมาณน้ำมากขึ้น ก็แจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงปริมาณน้ำปีนี้ที่ใกล้เคียงกับปี 2554 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาบริหารจัดการน้ำอยู่ แต่ยังมี 9 จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงที่ปริมาณน้ำยังสูงอยู่ ไม่รู้ว่าปล่อยมาจากที่อื่น หรือมาจากฝนที่ตกลงมาสะสม นอกนั้นก็มีการบริหารจัดการน้ำที่ดีและเราเตรียมการป้องกันไว้ทั้งหมด
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์การระบายน้ำที่เขื่อนแก่งกระจานว่า มั่นใจว่าจะบริหารจัดการและรับมือสถานการณ์ได้ แม้มีน้ำล้นสปิลเวย์หรือมีน้ำทะเลหนุนในช่วง 2 วันนี้ แต่สถานการณ์ไม่รุนแรง มีการระบายน้ำได้ โดยจะมี 4 อำเภอที่อาจได้รับผลกระทบบ้างคือ อ.เมืองฯ อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด และ อ.บ้านแหลม โดยได้กำชับให้ฝ่ายปกครองเฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมสำหรับการแจ้งเตือน คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมาก มีเพียงบริเวณที่อยู่ใกล้น้ำเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ
ลั่นไม่ซ้ำรอยปี 2554
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแก่งกระจานได้ใช้ 3 ช่องทาง คือ ประตูปิด-เปิดธรรมดา ช่องทางน้ำล้น (สปิลเวย์) และเครื่องสูบน้ำออก ซึ่งน้ำทั้งหมดจะลงมาสู่แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งมวลน้ำใหญ่กำลังเคลื่อนตัวลงมา โดยกระทรวงและสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แยกมวลน้ำดังกล่าวให้ออกไปทางซ้ายและขวาของแม่น้ำเพชรบุรี โดยส่วนหนึ่งใช้เครื่องสูบน้ำเป็นทางลัดสู่อ่าวไทย อีกส่วนกำลังดูพื้นที่ว่างที่ยังไม่มีการทำเกษตรให้น้ำลงพื้นที่นั้น เป็นโมเดลเดียวกับที่ทำในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องสูบน้ำ และการผันน้ำออกทางซ้ายขวา ทำให้น้ำที่จะลงไปสู่ตัวเมืองเพชรบุรีลงไปช้าและมีปริมาณน้อยลง จึงมีเวลาให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมความพร้อม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎากล่าวว่า ส่วนราชการทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลางจะพยายามเร่งระบายน้ำตามวิธีดังกล่าวให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในเมืองเพชรบุรีให้น้อยที่สุด โดยรายงานล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. ระดับน้ำยังอยู่ในระดับล่าง ไม่ขึ้นมาริมตลิ่ง ซึ่งการบริหารจัดการน้ำยังเป็นไปตามแผน แต่ปัจจัยที่เรายังไม่กล่าวถึงคือ ฝนที่จะตกลงมาใหม่หรือไม่ โดยตลอด 24 ชม. ที่ผ่านมายังไม่มีฝนมากตกลงมา แต่หากตกลงมาต้องดูปริมาณน้ำก่อน ถ้ามีปริมาณน้ำไหลอยู่ที่ประมาณ 70-80 ลบ.ม.ต่อวินาทีไม่มีปัญหา แต่ถ้าขึ้นมา 200-300 ลบ.ม.ต่อวินาที จะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำในเมือง จ.เพชรบุรี น้ำท่วม แต่จะไม่ท่วมกระจายเหมือนเมื่อก่อน เพราะเรามีพนังกั้น และเครื่องสูบน้ำคอยรองรับไว้จากกรมชลประทาน 35 เครื่อง ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มสูบน้ำออกไปแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ใช้หลักการระบายน้ำแบบเดียวกัน ส่วนพื้นที่อื่นตามลุ่มแม่น้ำโขง ที่ตอนนี้ประสบปัญหาเช่นกันนั้น ขณะนี้ยังบริหารจัดการได้ แต่ด้วยน้ำในแม่น้ำโขงมีปริมาณที่มาก ทำให้ระบายได้ช้า ทั้งนี้ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังคงรับน้ำได้อยู่ น้ำจะไม่ท่วมแบบปี 2554 แน่นอน&amp;rdquo; นายกฤษฎายืนยัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงการสนับสนุนความช่วยเหลือจากกองทัพเรือในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.เพชรบุรี ว่าได้ส่งเรือผลักดันน้ำจำนวน 20 ลำ เพื่อเร่งระบายน้ำ และยังได้ส่งหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ไปช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของ ช่วยเหลือเรื่องการเดินทาง และลาดตระเวนตรวจการณ์ระดับน้ำที่ริมแม่น้ำโขง ซึ่งมีน้ำเอ่อล้น เชื่อว่าการสนับสนุนของกองทัพเรือจะช่วยผ่อนคลายความเสียหายของสถานการณ์อุทกภัยได้บางส่วน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬากล่าวถึงข้อวิตกกังวลของสถานประกอบการกรณีที่ปริมาณน้ำเริ่มท่วมทะลักเข้ามายังตัวเมืองเพชรบุรี ว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจเรียบร้อยแล้ว แต่เบื้องต้นเท่าที่ได้รับรายงานยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก ผู้ประกอบการและเจ้าของรีสอร์ตต่างๆ มีความตื่นตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวหลังประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีอุทกภัยว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ. ได้สั่งให้ทุกฝ่ายมีการเตรียมความพร้อมรับมือ จึงได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการทางการแพทย์ตอบโต้สถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ที่เฝ้าระวังอย่างเข้มข้นคือที่ รพ.พระจอมเกล้า และ รพ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพราะมีการเบี่ยงทางน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการท่วม ก็สั่งการให้วางกระสอบทรายเป็นแนวกั้นน้ำเตรียมไว้ และมีการวางแผนว่าหากจำเป็นต้องอพยพจะขนผู้ป่วยวิกฤติออกจาก รพ.อย่างไร โดยประเมินสถานการณ์กันวันต่อวัน พร้อมทั้งเปิดศูนย์ติดต่อสำหรับประชาชนตลอด 24 ชม. หรือสามารถโทร.มาที่สายด่วน 1669 ได้&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14937</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69b0b81fe63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดลงนามถวายพระพร ร.10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา สำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรลงนามถวายพระพร 28 ก.ค. กรมศิลป์ยกย่องพระอัจฉริยภาพด้านศิลปกรรม &amp;quot;ร.10&amp;quot; เหล่าทัพ-ตร.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ทำเนียบฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเป็น ขรก.ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเทศกาลเข้าพรรษา พุทธศักราช 2561 โดยเลขาธิการพระราชวังรับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ&amp;nbsp;สั่งว่า การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเทศกาลเข้าพรรษา พุทธศักราช 2561 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันศุกร์ที่ 27 ก.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน &amp;nbsp; พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 17.00 น. เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนพรรษาบูชาพระรัตนตรัย ถวายพุ่มเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ ทรงประเคนพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระภิกษุนาคหลวงแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเสาร์ที่ 28 ก.ค. เวลา 07.00 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 150 รูป เข้าไปรับพระราชทานอาหารบิณฑบาตของหลวงที่ในพระบรมมหาราชวัง ตามราชประเพณี เนื่องด้วยพระราชกุศลเข้าพรรษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร &amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนพรรษาบูชาพระรัตนตรัย ถวายพุ่มเทียนบูชาพระพุทธชินสีห์ ถวายสักการะพระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า &amp;nbsp;กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระราชอุปัธยาจารย์ในรัชกาลที่ 9 ถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9 ถวายพุ่มดอกไม้ธูปเทียนแด่สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาส จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากพระอุโบสถ ไปยังพระเจดีย์หลังพระอุโบสถ ทรงพระสุหร่าย ทรงถือสายสูตรยกนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตรสุม) ขึ้นเหนือคูหาพระเจดีย์ แล้วถวายพุ่มเทียน ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ทรงคม เสด็จออกจากพระเจดีย์ไปทรงจุดเทียนพรรษาบูชาพระรัตนตรัย ถวายพุ่มเทียนบูชา ณ ปูชนียสถานในพระอารามนี้แล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ในวันเดียวกัน เวลา 18.00 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์เสด็จไปยังพระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงจุดเทียนพรรษาบูชาพระรัตนตรัย ถวายพุ่มเทียนบูชาพระพุทธเทวปฏิมากร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการและเครื่องราชสักการะ แล้วเสด็จไปทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป ณ ปูชนียสถานต่างๆ ถวายพุ่มเทียนบูชาพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ที่ตำหนัก และถวายพุ่มดอกไม้ธูปเทียนแด่พระราชาคณะเจ้าอาวาส กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์เสด็จไปยังพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ทรงจุดธูปเทียนพรรษาบูชาพระรัตนตรัย ถวายพุ่มเทียนบูชาพระพุทธชินราช แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการและเครื่องราชสักการะ และถวายพุ่มดอกไม้ธูปเทียนแด่พระราชาคณะเจ้าอาวาส แล้วเสด็จไปทรงจุดเทียนพรรษาถวายพุ่มเทียน ณ ปูชนียสถานในพระอารามนี้
เปิดให้ลงนามถวายพระพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้ เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปีนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเสาร์ที่ &amp;nbsp;28 ก.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สำนักพระราชวังได้จัดที่สำหรับลงนามและลงนามถวายพระพรไว้ที่ในพระบรมมหาราชวัง ส่วนเวลา 12.00 น. ทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ จะได้ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ฝ่ายละ 21 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวังแจ้งว่า เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันอาสาฬหบูชา เทศกาลเข้าพรรษา และการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงให้งดการเข้าชมพระบรมมหาราชวังและพระอุโบสถ ระหว่างวันที่ 27-28 ก.ค.2561 ตลอดทั้งวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง &amp;nbsp;เวลา 08.00 น. นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษา งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา พ.ศ.2561 พร้อมด้วยนายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา(ศน.) หน่วยงานในสังกัด วธ. กระทรวงต่างๆ สภาวัฒนธรรมเขตกรุงเทพมหานคร องค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา สถานศึกษา และชุมชนคุณธรรม เข้าร่วมในพิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางฉวีรัตน์กล่าวว่า วธ. โดยกรมการศาสนา จัดพิธีปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษา เพื่อนำไปถวายพระอารามหลวง 10 วัด ได้แก่ 1.วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 2.วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 3.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ 4.วัดบวรนิเวศวิหาร 5.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 6.วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม 7.วัดชนะสงคราม 8.วัดสุทัศนเทพวราราม 9.วัดบุรณศิริมาตยาราม 10.วัดปรินายก เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีแต่โบราณ เนื่องจากในสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้า ชาวพุทธจึงนิยมถวายเทียนพรรษาให้พระภิกษุสามเณรได้จุดเป็นแสงสว่างในการศึกษาพระธรรมวินัย อย่างไรก็ตาม แม้ ปัจจุบันนี้มีไฟฟ้าให้แสงสว่างแล้ว แต่พุทธศาสนิกชนยังนิยมถวายเทียนพรรษา พร้อมทั้งถวายหลอดไฟฟ้า เพื่อสืบสานประเพณีเข้าพรรษา ที่สำคัญมีความเชื่อว่า การถวายเทียน หลอดไฟ เป็นการนำแสงสว่างความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิต ซึ่งประเพณีแห่เทียนพรรษาจะเป็นแบบอย่างให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษา อีกทั้งยังเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอศิลป เจ้าฟ้า สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร จัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;ใต้ร่มพระมหากรุณา มหาวชิราลงกรณ&amp;rdquo; เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2561 โดยนายอำพล สัมมาวุฒธิ นักวิชาการช่างศิลป์เชี่ยวชาญ (วิจัยและพัฒนาศิลปกรรม) กรมศิลปากร กล่าวในหัวข้อ &amp;quot;พระมหากรุณาธิคุณต่อวงการศิลปกรรม&amp;quot; ว่า &amp;nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์ทำให้ศิลปวัฒนธรรมสืบทอดและพัฒนา ถ้าไม่มีสถาบันกษัตริย์ ศิลปะและรากเหง้าจะสูญหาย เพราะขาดการทำนุบำรุงรักษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ทั้งทางตรงในการพระราชพิธีต่างๆ อีกทั้งการที่ประชาชนและรัฐบาลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณมีการจัดสร้างถวาย ซึ่งเป็นการรักษาอนุรักษ์ศิลปกรรมชาติทางอ้อม&amp;nbsp;
พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยในหลวง ร.9 ทรงวางรากฐานศิลปกรรมของชาติได้งดงามยิ่ง ทรงสนพระทัยศิลปกรรม ตั้งแต่ทรงไปเรียนต่างประเทศ ทุกแขนง ทรงศึกษาเรียนรู้ วิธีการเทคนิคการใช้สี การปั้น และทรงนำมาปฏิบัติให้มีความรู้ความเข้าใจ พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปกรรม ประติมากรรมฝีพระหัตถ์มีความแม่น ทรงจับน้ำหนัก พระรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อย่างดีเยี่ยม ขณะเดียวกันประติมากรรมที่ทรงมีพระราชวินิจฉัยแก่ประติมากรพระพุทธรูป ปางประทานพร ภปร. ที่มีความอ่อนโยน ไม่แข็งกระด้าง นอกจากนี้ ทรงชี้แนะพระพุทธรูปปางประจำรัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 8 เพื่อให้เกิดพุทธลักษณะที่งดงาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำพลกล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยด้านศิลปะอย่างยิ่งยวด ทรงเป็นองค์ประธานคณะกรรมการอำนวยการในโครงการก่อสร้างพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ &amp;quot;พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา&amp;quot; ทรงดูแลโดยละเอียด ทุกขั้นตอนอยู่ในสายพระเนตร ร.10 พระราชทานคำแนะนำออกแบบลายเส้น ทำให้ผลงานชิ้นสำคัญนี้ออกมาสวยงาม พระวิสัยทัศน์ด้านศิลปกรรมไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าพระบรมราชชนก ทรง เข้าใจศิลปะไทย ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปกรรม ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 กรมศิลปากรได้รับมอบหมายให้ออกแบบพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ พระองค์ทรงพระราชวินิจฉัยเพื่อความสมบูรณ์ สวยงาม และสมพระเกียรติของศิลปกรรมแขนงต่างๆ ประกอบพระเมรุมาศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถด้านจิตรกรรม พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ทำบัตรอวยพร 4 แบบ นำรายได้ถวายเป็นพระราชกุศลในรัชกาลที่ 9 และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ งานด้านประณีตศิลป์และงานช่างสิบหมู่ ในหลวง ร.10 ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ และมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายและสติปัญญาในการอนุรักษ์วัฒนธรรม ศิลปกรรม และมรดกประวัติศาสตร์ชาติให้คงอยู่ เป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติ&amp;quot; นายอำพล ระบุ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร รัตนวราหะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-โขน) กล่าวในหัวข้อ &amp;quot;พระมหากรุณาธิคุณต่อวงการนาฏดุริยางคศิลป์ไทย&amp;quot; ว่า มีโอกาสเข้าถวายการสอนนาฏศิลป์โขนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ในบทบาทวิรุฬจำบัง เป็นยักษ์ที่มีอิทธิฤทธิ์สามารถหายตัวได้ มีม้าคู่ใจนิลพาหุ ซึ่งยกทัพไปทำสงครามกับพระรามและพลวานร โดยพระองค์ท่านทรงเรียนพร้อมพระสหาย ตนเริ่มต้นถวายการสอนโขนยักษ์ ตั้งแต่ตบเข่า ถองสะเอว เต้นเสา ถีบเหลี่ยม ฉีดขา ครูปรบมือให้จังหวะ ทรงมีความมานะ ตรัสถามครูท่ารำถูกต้องหรือไม่ ถ้าผิดให้แก้ เพราะการแสดงโขนไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวละครยักษ์สำคัญที่สุด มีบทบาทการแสดงมากที่สุด ตัวยักษ์ต้องรำด้วยความสง่างาม ผึ่งผาย ในขณะที่ถวายการสอนพระองค์สนพระทัยในการเรียนมาก ทรงพระเกษมสำราญ ทรงโปรดท่าม้ากระโดด ในการแสดงปิดภาคเรียนโรงเรียนสวนจิตรลดาทรงร่วมซ้อมใหญ่การแสดงโขน วันแสดงจริงทรงเล่นโขนยังความปลื้มปีติแก่ครูผู้สอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังเสด็จฯ กลับจากศึกษาต่อต่างประเทศ เคยมีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จ มีพระราชประสงค์พบครูทั้งหมดที่เคยถวายการสอนโขน รับสั่งท่าที่ต่อให้ยังไม่ลืม แต่ด้วยพระราชกรณียกิจมากมาย อย่างไรก็ตาม การได้มีโอกาสถวายการสอน เป็นสิ่งภาคภูมิใจมาก และโชคดีในชีวิตในวิชานาฏศิลป์&amp;quot; นายจตุพรกล่าวด้วยความตื้นตันใจ
ถวายสัตย์ปฏิญาณ ขรก.ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.2561 โดยมีข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พนักงานราชการ ตลอดจนลูกจ้าง เข้าร่วมในพิธี หลังจากนั้นข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ได้ร่วมกันลงนามถวายพระพรชัยมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯพร้อมด้วยนางเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกฯ ได้เดินตรวจความเรียบร้อยการจัดเตรียมงานกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 ก.ค.2561 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ก.ค. ในบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วยคู่สมรสจะร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา ที่ตึกสันติไมตรี ก่อนที่นายกฯ จะเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม &amp;ldquo;จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ&amp;rdquo; ร่วมกิจกรรมฉีดน้ำล้างถนนและเก็บกอวัชพืชที่รุกล้ำลำน้ำ ในคลองเปรมประชากร และคลองผดุงกรุงเกษม ตั้งแต่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ไปจนถึงสะพานอรทัย ถนนลูกหลวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขุดดินและย้ายอ่างบัวบริเวณสนามหญ้าหน้าศาลพระภูมิ และศาลตา-ยาย ด้านหน้าห้องผู้สื่อข่าว เพื่อเตรียมพร้อมให้นายกฯ ปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา ประกอบด้วยกิจกรรมถวายพระเกียรติ ได้แก่ พิธีถวายราชสักการะและถวายพระพรชัยมงคล กิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล ได้แก่ การบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล และกิจกรรมเผยแพร่พระเกียรติคุณ ได้แก่ การจัดนิทรรศการเผยแพร่ พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 25 ก.ค.-6 ส.ค.61 ภายใน บก.ทบ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองทัพเรือ พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 ก.ค.2561 ประกอบด้วยพิธีต่างๆ พิธีตักบาตรพระสงฆ์ถวายเป็นพระราชกุศล จำนวน 67 รูป ณ ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ ห้องเจ้าพระยา กิจกรรมฟังเทศน์ฟังธรรม ที่ห้องชมชลธี และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา โดยจัดให้มีพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้สดถวายราชสักการะ การกล่าวคำถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พิธีสวดมนต์เจริญชัยมงคลคาถาถวายพระพรชัยมงคล พิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ 67 รูป พิธีลงนามถวายพระพร และกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานในพิธีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ ถวายราชสักการะและถวายพระพรชัยมงคล และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14123</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร รัตนวราหะ, ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร, พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.วิลาศ อรุณศรี, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, มานัส ทารัตน์ใจ, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b588d6a0e3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมงานใหญ่ ขอบคุณทุกฝ่าย กู้13ชีวิตหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอบคุณทุกฝ่ายช่วยเด็กติดถ้ำและเรือล่มภูเก็ต &amp;quot;บัวแก้ว&amp;quot; เปิดรับฟังเสียงสะท้อนต่างประเทศกรณีถ้ำหลวง &amp;quot;รบ.&amp;quot; เตรียมขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้ &amp;quot;พระลานพระราชวังดุสิต&amp;quot; จัดเลี้ยงจนท.ช่วยทีมหมูป่า &amp;quot;มท.1&amp;quot; ยันให้สัญชาติไทยต้องทำตาม กม. &amp;quot;ทร.&amp;quot; สั่ง &amp;quot;ซีล&amp;quot; สรุปแผนปฏิบัติการ &amp;quot;เชียงราย&amp;quot; ตั้งโต๊ะนำ &amp;quot;โค้ช-เด็กๆ 13 ชีวิต&amp;quot; พบสื่อ 18 ก.ค.นี้ เวลา 18.00 น. ใช้ช่วงเดินหน้าประเทศไทยถ่ายทอดสด ก่อนให้ออกจาก รพ.กลับบ้านได้ &amp;quot;หมอภาคย์&amp;quot; ยอมรับดำน้ำเข้าถ้ำยากลำบาก ฝากน้องๆ เติบโตเป็นคนดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) กล่าวถึงปฏิบัติการช่วยเหลือโค้ชและเยาวชน 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย และการช่วยเหลือเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ตว่า ต้องขอขอบคุณอีกครั้งกับการแก้ปัญหาของพวกเราในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทั้งวิกฤติและโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี หรือการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตจำนวนมากพอสมควรจากเหตุเรือล่มที่ภูเก็ต ซึ่งเราก็เสียใจ และเราก็ต้องกลับมาทบทวนในกระบวนการทั้งหมด เพราะมีส่วนร่วมหลายฝ่าย เราไม่อยากโทษใคร เพราะท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลต้องมาแก้ปัญหาในภาพรวม ก็ต้องขอความร่วมมือจากบรรดาผู้ประกอบการ บริษัททัวร์ต่างๆ ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือขอบคุณทุกประเทศที่ให้ช่วยไปแล้ว และกำลังพิจารณาขอบคุณสื่อมวลชนต่างประเทศที่นำเสนอข่าวสารให้คนทั่วโลกได้รับทราบ ทำให้ประเทศไทยได้รับการช่วยเหลือมากขึ้น และเหตุการณ์ในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีการนำเสนอเรื่องราวของประเทศไทยให้ต่างชาติได้รับทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังรวบรวมเสียงสะท้อนในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับกรณีถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่ต่างประเทศสะท้อนผ่านสถานทูตไทยในประเทศตัวเอง เพื่อมาพิจารณาว่าควรจะดำเนินการไปในทิศทางใด&amp;quot; รมว.การต่างประเทศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตขอใช้สถานที่ที่พระลานพระราชวังดุสิต เพื่อเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง เพราะสถานที่ดังกล่าวมีความกว้างขวาง สามารถรองรับคนได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงจะต้องทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้สถานที่ไปก่อน ส่วนกำหนดการการจัดงานเลี้ยงทั้งหมด รัฐบาลกำหนดไว้เบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะจัดขึ้นในวันไหนต้องหารือกันอีกครั้ง คำนึงถึงความสะดวกของเจ้าหน้าที่ที่มาร่วมงาน นอกจากนี้รัฐบาลจะเตรียมสถานที่พักระหว่างทางสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เพราะแต่ละคนเดินทางมาไกล อยู่ในหลากหลายจังหวัด&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยยังกล่าวถึงการให้สัญชาติไทยกับเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีว่า การจะให้สัญชาติไม่ได้อยู่ที่ผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ รมว.มหาดไทย ที่อยากจะให้สัญชาติกับใครก็ได้ เพราะเรื่องนี้มีเงื่อนไขระบุกลุ่มคนที่ให้สัญชาติได้อยู่แล้ว ซึ่งจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตรงตามเงื่อนไขนั้น ถ้าให้สัญชาติผิดคนแล้ว ไม่ว่าจะไม่ตรงเงื่อนไขหรือว่าให้ผิดโดยใช้กฎหมายผิด ผู้ที่ดำเนินการต้องถือว่ามีความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองเรือยุทธการ จะประชุมสรุปรวบรวมอุปสรรค ปัญหา ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่างๆ รวบรวมและนำความรู้ที่ได้รับจากนานาชาติไปพัฒนาต่อยอดการปฏิบัติงานของกองทัพเรือให้มีประสิทธิภาพ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพเรือจะจัดหาเครื่องมือในการปฏิบัติงานให้เหมาะสม เหมือนกับที่ต่างชาติมี และนำมาใช้ในปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิต โดยจะสรุปรายละเอียดของเครื่องมือและจัดหาต่อไป&amp;quot; ผบ.ทร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแถลงข่าวของน้องๆทีมหมูป่าฯ ว่า นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประสานขอความร่วมมือกรมประชาสัมพันธ์ จัดให้มีการพบปะกันระหว่างทีมหมูป่าฯ กับสื่อมวลชน ตนจึงเสนอให้ช่วงเวลาของรายการเดินหน้าประเทศไทย ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ โดยจะจัดสรรเวลาให้ประมาณ 45 นาที ตั้งแต่ 18.00 น. ซึ่งช่อง 5, 9, 11 จะถ่ายทอดจนจบ ส่วนช่องอื่นเราไม่ได้บังคับว่าจะเกาะเกี่ยวสัญญาณจนจบหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รูปแบบรายการจะมีผู้ดำเนินรายการ 1 คน ที่เป็นสื่อมวลชนและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีความอาวุโสพอสมควร เพื่อพิจาณาได้ว่าจะใช้คำถามอย่างไรที่เหมาะสม และจะให้สื่อมวลชนอื่นๆ ส่งคำถามผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด และจะมีนักจิตวิทยาคอยคัดกรองคำถามด้วยว่าคำถามใดเด็กควรตอบ ก็จะอนุญาตให้ตอบ แต่ตอนนี้ยังไม่กำหนดว่าผู้ดำเนินรายการจะเป็นใคร ซึ่งในรายการจะมีทั้งแพทย์ นักจิตวิทยา ครอบครัว และหน่วยซีล ร่วมพูดคุยด้วย&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า หลังจบรายการเด็กๆ ทีมหมูป่าฯ จะกลับบ้านทันที ซึ่งเป็นเรื่องตามอัธยาศัยของแต่ละคนที่จะสัมภาษณ์ต่อ แต่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเด็กและสังคม อีกทั้งแพทย์จิตวิทยาอาจจะมีอะไรฝากเพื่อเป็นข้อคิดข้อสังเกตว่าอะไรที่จะดูเป็นการกดดันเด็กไป หรืออะไรที่พอจะไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานที่จัดรายการอาจเป็นห้องประชุมโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ หรือสนามฟุตบอล ซึ่งเราต้องการให้เป็นบรรยากาศแบบสบายๆ นั่งคุยกัน ไม่ใช่เหมือนการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองพันเสนารักษ์ที่ 3 กองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ทำงานที่หน่วยวันแรก หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตหมูป่า โดยมีผู้ใต้บังคับบัญชาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.นพ.ภาคย์กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์แบบนี้ เป็นบทเรียนที่ทุกคนทุกประเทศต้องนำไปศึกษาเรียนรู้ ซึ่งทุกคนมีความสำคัญทั้งหมด หากขาดใครคนใดคนหนึ่งไป ภารกิจครั้งนี้ก็จะไม่สำเร็จ โดยช่วงระยะทางในการดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่บริเวณเนินนมสาวในถ้ำหลวง เป็นระยะทางที่ยากลำบากมาก ตนและหน่วยซีลคนอื่นๆ ต้องแบกและใช้ถังออกซิเจนมากถึงคนละ 4 ถัง ดำน้ำติดตัวเข้าไปถึงจะถึงบริเวณเนินนมสาวที่เด็กๆ อยู่ได้ แต่เด็กๆ ทุกคนก็มีสภาพจิตใจและความพร้อมมากทางด้านร่างกายที่จะดำน้ำออกมาจากถ้ำหลวง ส่วนนักดำน้ำต่างชาติทุกคนเป็นมืออาชีพมาก รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร สำหรับพวกเราคงจะต้องไปพัฒนาวิทยาการการดำน้ำเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากสามารถบอกไปถึงจ่าแซมได้ ผมก็จะขอบอกกล่าวดังๆ เลยว่า จ่าแซมเป็นฮีโร่ และอยู่ในดวงใจของคนทั้งโลก ซึ่งจ่าแซมได้รับมอบหมายภารกิจให้นำถังออกซิเจนไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในถ้ำ เพราะหากขาดถังออกซิเจน ภารกิจทั้งหมดก็ไม่มีทางสำเร็จได้เลย&amp;quot; พ.ท.นพ.ภาคย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.พัน.สร.3 กล่าวว่า อยากฝากไปถึงเด็กๆ ทีมหมูป่า น้องๆ ได้รู้และได้เห็นความเสียสละของพี่น้องชาวไทย และการเสียสละในครั้งนี้จะทำให้น้องๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ยอดเยี่ยม และเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่มีคนพูดว่าผมเป็นหมอที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีนั้น คนที่แข็งแรงก็มีมากมาย ผมขอขอบคุณที่มีคนตั้งฉายาให้ ซึ่งก็คงเหมือนกับการ์ตูนที่ชอบอ่าน แต่ผมไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี และไม่อยากใครมองว่าเป็นที่สุดอะไร เพราะไม่มีคำว่าที่สุดจริงๆ&amp;quot; ผบ.พัน.สร.3 กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13612</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ดอน ปรมัตถ์วินัย, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, พระลานพระราชวังดุสิต, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4e037e3e8bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติเข้าเยี่ยม13หมูป่า แพทย์เผยทำกิจวัตรได้เองแล้ว/ฮูย่า!ซีลกลับฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 ชีวิตแข็งแรงดี ทำกิจวัตรได้เองแล้ว ผู้ปกครองเยี่ยมถึงข้างเตียงได้ หมอแนะทีมช่วยเหลืออย่าเพิ่งทำกิจกรรมหนักช่วง 2 สัปดาห์ &amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; ดังสนั่นรับซีลและทหาร 159 นายกลับมาตุภูมิ ผบ.กองเรือยุทธการชื่นชมสมเป็นลูกประดู่ที่ปฏิญาณเคียงข้างประชาชน &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผบ.ซีล&amp;rdquo; เผยศรีภรรยาเป็นกำลังใจ น.อ.อนันต์รับภารกิจสุดเสี่ยง มีโอกาสลุ้น 50-50 &amp;ldquo;ไทย&amp;rdquo; มอบอีลิทการ์ดให้ทีมต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยใน 5 ปี ส่วนงานฉลอง &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; รับหน้าเสื่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงอาการของนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิตที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งได้รับการช่วยเหลือและดูแลรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่านพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการ รพ.เชียงรายฯ ได้รายงานว่าทีมแพทย์และพยาบาลยังคงให้การดูแลรักษาและควบคุมป้องกันโรคแก่น้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีอย่างใกล้ชิด โดยช่วงเช้าทุกคนไม่ต้องให้สารละลายน้ำเกลือทางเส้นเลือด สามารถทำกิจวัตรต่างๆ ได้เอง และญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ข้างเตียงได้ทั้ง 13 คน โดยสวมเสื้อกาวน์และหน้ากากอนามัย ส่วนผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการไม่พบโรคติดต่ออันตราย แต่อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อไวรัสบางชนิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวอีกว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติได้ ขับถ่ายปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้ออาการดีขึ้น ทุกรายรอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ มีไข้ต่ำ 2 คน สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี ไม่มีอาการผิดปกติอื่น รอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน ส่วนกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี มีไข้ 3 คน แนวโน้มไข้ลดลง สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ สำหรับ 3 รายที่มีอาการปวดหูร่วมกับหูอื้อ ตรวจร่างกายเพิ่มเติมพบมีภาวะติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลาง ได้ให้ยารักษาอาการ และรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติ ทีมจิตแพทย์ของ รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลตั้งแต่เริ่มค้นหา ณ จุดบริการบริเวณหน้าถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และเริ่มให้การดูแลจิตใจผู้ป่วยทันทีที่ออกจากถ้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ซึ่งทุกคนที่อยู่ใน รพ.ไม่มีความเครียด นอนหลับได้ดี&amp;rdquo; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวถึงหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล กองเรือยุทธการ
4 นาย ว่า รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเสร็จสิ้นภารกิจ โดยตรวจร่างกายเบื้องต้น ทั้งผลเลือดและเอกซเรย์ปอดปกติ รพ.ในสังกัดจึงรับตัวไปดูแลต่อ ทั้งนี้ภายใน 2 สัปดาห์ ขอให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงฯ ทั้งส่วนราชการและอาสาสมัคร ปฏิบัติตามคำแนะนำบัตรเฝ้าระวังโรค พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง งดการออกไปร่วมสังสรรค์หรือมีกิจกรรมนอกบ้าน และสังเกตอาการผิดปกติ หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ และหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ที่ รพ.ใกล้บ้านทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจ ด้านการรักษาพยาบาลทั้งร่างกายและจิตใจ ทีมแพทย์ จิตแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพของ รพ.เชียงรายฯ ดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คนแข็งแรงปลอดภัยกลับสู่ครอบครัว&amp;rdquo;นพ.เจษฎายืนยัน
ขณะเดียวกัน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ลงพื้นที่มอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากการรับน้ำโดยรอบพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดสันปูเลย ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีพื้นที่เสียหายทั้งหมด 1,266.75 ไร่ จำนวนเกษตรกร 126 ราย เป็นวงเงินการขอรับความช่วยเหลือ 1,409,892.75 บาท ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ว่าฯ ที่สามารถอนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรได้ทันที และสำนักงานเกษตร อ.แม่สาย จะจัดทีมลงไปสำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือ รวมทั้งให้ความรู้ในการฟื้นฟูและดูแลพื้นที่หลังน้ำลดทันที
&amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; สนั่นรับซีลกลับฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานต้อนรับกำลังพลของกองทัพเรือที่เดินทางกลับที่ตั้ง หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยคณะทั้งหมดมีจำนวน 159 นาย ประกอบด้วยหน่วยซีล 127 นาย นำโดย พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล นอกจากนั้นเป็นกำลังพลจากชุดเวชศาสตร์ทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และส่วนอื่นๆ อีก 32 นาย ซึ่งเดินทางมาถึงโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 ของกองทัพอากาศ และเครื่องบินแอมแบร์ของกองทัพเรือ โดยมีญาติรวมถึงกำลังพลของกองทัพเรือ หน่วยซีล และประชาชนในพื้นที่มารอต้อนรับและมอบดอกไม้ให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ ทร.ได้จัดอุโมงค์น้ำเป็นเกียรติให้เครื่องบินเที่ยวนี้ และเมื่อเดินทางมาถึง ได้มีพิธีต้อนรับ และร่วมร้องคำว่า ฮูย่า พร้อมกันด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวแสดงการขอบคุณ พร้อมเชิดชูเกียรติแด่เหล่าทหารทุกนาย ที่ได้สละแรงกาย แรงใจ และเสี่ยงชีวิตในการเข้าช่วยเหลือทีมนักกีฬาฟุตบอล 13 ชีวิตจนสามารถรอดชีวิตกลับมาสู่อ้อมอกครอบครัวได้อย่างน่าชื่นชม สมเกียรติการเป็นชายชาติทหาร ดังคำปฏิญาณของทหารเรือที่ว่า ทหารเรือจะเคียงข้างประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรกล่าวว่า หลังได้รับมอบหมายภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ก็รีบจัดกำลังพลเดินทางไปช่วยเหลือทันที เมื่อมีอุปสรรคตรงหน้าเราก็ไม่ท้อถอย เราบอกว่าเราสู้ เมื่อสู้แล้วมีกำลังใจเยอะ และมีคนสนับสนุนเรามากมาย เพราะคนที่จะเข้าไปถึงน้องๆ ได้ก็คงต้องเป็นหน่วยซีลหน่วยเดียวเท่านั้น เราจึงต้องเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เพื่อนพ้องน้องพี่ซีลที่ปลดประจำการไปแล้วก็มาร่วมงานกับพวกเรา แม้ไม่ได้อยู่ในราชการ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ มากมายมาช่วย เป็นที่ประจักษ์ว่า ถ้าเราสู้และไม่ย่อท้อ ก็จะมีคนสนับสนุนเยอะมาก ซึ่งในสิ่งที่เราทำลงไปถือว่ามีความเสี่ยงต่อกำลังพล แต่เราถูกฝึกมาให้อดทนเพื่อการณ์นี้ เราฝึกคนมาเพื่อทำงานเสี่ยงๆ ถ้างานง่ายๆ ไม่ต้องถึงมือเราหรอก แต่งานนี้ถือว่าเป็นงานยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นในกำลังพลทุกคน และประจักษ์ว่ากำลังพลของหน่วยทุกคนยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณกำลังพลของผมทุกคนที่ได้ทำงานนี้จนประสบผลสำเร็จค่อนข้างสมบูรณ์ เราก็เหมือนเฟืองตัวเล็กๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนเครื่องจักรให้สมบูรณ์ การสู้ครั้งนี้เป็นเรื่องยาก และต้องใช้ใจทำงาน ซึ่งภารกิจครั้งนี้ได้สูญเสีย 1 นายคือ จ.อ.สมาน กุนัน ที่เป็นผู้เสียสละ แต่เราก็ไม่เสียขวัญ เพราะเขาจากไปแบบวีรบุรุษของชาวโลก ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจ&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรยังสัมภาษณ์เปิดใจเพิ่มเติมยอมรับว่า เป็น ผบ.นสร.ใครๆ ก็ฟังและกลัวหมด แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่กลัว เขาก็จะให้คำแนะนำว่าสิ่งที่ทำจะเป็นอย่างไรบ้าง คือภรรยา เพราะมีประสบการณ์มาก เคยขึ้นเขาเอเวอเรสต์ และเคยไปแอนตาร์กติกา 4 เดือน จึงช่วยในการประสานเครือข่ายต่างๆ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ ซึ่งภารกิจครั้งนี้มีเครือข่ายอยู่หลายส่วน มีทั้งเปิดตัวแล้วไม่เปิดตัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภรรยาผมถือเป็นกำลังใจที่ดี ให้การสนับสนุนตลอด ถ้าผมไม่ได้เขาก็ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ ที่ผ่านมาภรรยาไม่เคยออกหน้าเลย เพราะขออยู่ข้างหลังตลอด ก็ขอขอบคุณเอื้อย (ศศิวิมล อยู่คงแก้ว) ด้วย&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว และว่า ส่วนจะนำบทเรียนในภารกิจถ้ำหลวงฯ มาใส่ในการฝึกซีลหรือไม่นั้น ขอให้คอยดู เพราะอยู่ในขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;
รับภารกิจเสี่ยงครึ่งๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 นสร. กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมากำลังเรียนรู้ประสบการณ์และแก้ปัญหาวันต่อวัน ถือเป็นความเสี่ยง การส่งนักดำน้ำไปทำงาน คิดอยู่เสมอว่ามีความสำเร็จ 50% และไม่สำเร็จหรือสูญเสีย 50% แม้จะมองโอกาสความสำเร็จ 40% แต่เราจะมองประเด็นที่ความสำเร็จมากกว่าความสูญเสีย ภูมิใจกับทีมงานซีลทุกคน เมื่อต้องออกไปปฏิบัติงาน ก็จะทำเต็มที่ ไม่มีเกี่ยงงอน &amp;nbsp;ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้นำไปแก้ไขให้เกิดความพร้อมทุกๆ ภารกิจที่มีความเสี่ยงเช่นนี้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำงานในถ้ำ ไม่รู้ว่าวันไหน นอนก็นอนในถ้ำตรงโถงสาม ตื่นบ้างพักบ้าง ลูกน้องก็สลับสับเปลี่ยนกันเข้าไปทำงาน ส่วนลูกน้อง 3 คนที่ขาดการติดต่อไป 23 ชม. หลังตรวจร่างกายก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก วันนี้ก็เดินทางกลับมาพร้อมคณะด้วย&amp;rdquo; น.อ.อนันต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ต.ค่าย โตชัยภูมิ อดีตหน่วยซีลรุ่น 9 และอดีตครูฝึกหน่วยซีลที่เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ กล่าวถึงการเสริมบทเรียนการดำน้ำในถ้ำว่า ที่ผ่านมามีการฝึกขั้นพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ เช่น เขาหลัก ตะกั่วป่า ภูเก็ต มีชาวต่างชาติเปิดสอนอยู่ แต่ต้องเสริมหลักสูตร Cave Diving Technic ซึ่งได้ยินจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ซึ่งตรงกับที่คิดในการเสริมขั้นสูง เพราะทีมที่ไปทำภารกิจเจอครั้งแรก ไม่เคยไปฝึกที่ภาคใต้ งงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่รู้จะใช้อะไร แต่มีการจัดการที่ดีในการปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่จะทำให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรขึ้นอีกมาก ซึ่งการผลิตบุคลากรด้านนี้ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ แต่เน้นที่คุณภาพ&amp;rdquo; น.ต.ค่ายระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการถอดบทเรียนจากปฏิบัติการดังกล่าวนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า หน่วยซีลเตรียมเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเขาไม่เคยดำน้ำในถ้ำ ที่ผ่านมาเขาเคยแต่ดำน้ำในทะเล ก็คิดว่าเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าความมืดในถ้ำกับในทะเลนั้นแตกต่างกัน ประกอบกับมีดินโคลนและพื้นที่แคบด้วย ซึ่งคงถอดบทเรียนต่างๆ เพื่อนำไปสอนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า แม้ศูนย์ส่วนหน้าจะปิดตัวลงแล้ว แต่ศูนย์ของจังหวัดยังคงต้องทำงาน ขณะนี้กำลังดำเนินการสำรวจอุปกรณ์และของใช้ต่างๆ เพราะบางส่วนติดอยู่ในถ้ำ รวมถึงสรุปว่าหน่วยงานต่างๆ จะใช้งบประมาณจากส่วนใด ซึ่งบางส่วนเขาก็มีงบประมาณของตัวเอง เช่น รัฐวิสาหกิจ แต่ส่วนอื่นต้องหาทางพิจารณาช่วยเหลือ อย่างเอกชนบางส่วนของติดอยู่ข้างในก็มี ที่ทราบอย่างเชฟรอนเขาให้เลย &amp;nbsp;แม้ติดอยู่ข้างใน ทางซีลก็บอกว่าถ้าน้ำลดแล้วค่อยมาเก็บกัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ยังต้องมาทำการทบทวนหลังการปฏิบัติงาน โดยทบทวนทั้งหมด ตั้งแต่ทำอะไรบ้าง แต่ละส่วนประกอบด้วยใครบ้าง ทั้งหมด แล้วสรุปออกมาเป็นบทเรียน ว่าต่อไปต้องทำอย่างไร เพราะยังไม่เคยมีเหตุการณ์นี้ที่ใดในโลก ดังนั้นจึงต้องทำหลายๆ อย่าง ซึ่งจะไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะประเทศเรา ส่วนเครื่องมือช่วยเหลือของทีมต่างชาติ เขาดำน้ำได้นานมาก ของเราดำได้ไม่กี่ชั่วโมง เราก็ต้องรีบสรุปบทเรียนแล้วนำเรียนให้รัฐบาลทราบ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังทำกันอยู่ ทั้งนี้ ได้ให้ปลัด มท.ติดต่อกับทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานทั้งหมดเพื่อไล่เรียงการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการกล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอแนะวิธีการดำเนินการในการถอดบทเรียนในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต้องทำให้รอบด้าน ทั้งการเอาตัวรอด การใช้ชีวิตอยู่เมื่อตกอยู่ในภาวะคับขัน และที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นตัวภายหลังเจออาการความเครียดหลังจากเหตุการณ์สะเทือนใจ รวมถึงการถอดบทเรียนในแง่ดี ทั้งในเรื่องการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนทีมงานเก็บข้อมูลทั้งหมดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเอาข้อมูลจากสื่อและการบอกเล่าเท่านั้น &amp;nbsp;และหลังจากการรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว ก็จะหารือกันอีกครั้งว่าจะถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ในรูปแบบใด เพราะหากทำเป็นหลักสูตรขึ้นมา สิ่งที่ได้ก็จะมีหนังสือเพิ่มขึ้นมาอีกเล่ม รวมถึงต้องดูด้วยว่าปีๆ หนึ่งมีคนไปถ้ำเท่าใด ดังนั้นรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ต้องดูด้วยว่าเหตุการณ์มันคล้ายกับอะไร และค่อยสอนนักเรียนทีเดียว&amp;ldquo; นพ.ธีระเกียรติกล่าว
มท.เจ้าภาพจัดเลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวสั้นๆ ก่อนเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ถึงการเตรียมการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจการช่วยเหลือโค้ชและเด็กทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ว่าเจ้าหน้าที่เตรียมการอยู่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้กองพิธีการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการจัดทำบัตรเชิญหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการพา 13 ชีวิตกลับบ้านมาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่ จ.เชียงราย แต่ยังไม่ได้กำหนดวันและสถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการปูนบำเหน็จตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานว่า หน่วยงานจะพิจารณาเอง เขาจะเสนอขึ้นมา ไม่ขัดข้องถ้าเขาจะเสนอบำเหน็จพิเศษต่างๆ มา เจ้าหน้าที่เขาทุ่มเท ไม่ได้หลับได้นอน ส่วนกองทัพจะเลี้ยงขอบคุณหรือไม่นั้น คงต้องให้เขาเป็นผู้พิจารณา แต่ได้ให้กำลังใจไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวในเรื่องนี้สั้นๆ ว่า การจัดงานเลี้ยงกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการ กำลังรวบรวมรายชื่อและหารายละเอียด รวมทั้งสถานที่จัดงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในนามรัฐบาลไทย ได้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้ทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษที่ช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่มีกำหนดเดินทางกลับในคืนวันที่ 12 ก.ค. โดยพาไปท่องเที่ยววัดร่องขุ่น ซึ่งได้พบกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรไทยผู้สร้างวัด ซึ่งได้จัดทำภาพพิเศษเป็นที่ระลึกมอบให้กับทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษด้วย จากนั้นได้พาไปทานอาหารพื้นเมือง ที่ร้านท่าน้ำภูแล และไปสปาที่โรงแรมเลเจ้นท์ และเปิดห้องให้พักผ่อน พร้อมอาหารเย็นในห้องอาหารอิตาเลียนในโรงแรม ก่อนไปยังสนามบินเชียงราย และต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ว่าอาสาสมัครชาวต่างชาติที่ประสงค์จะอยู่ต่อหลังเสร็จสิ้นภารกิจ จะจัดโปรแกรมท่องเที่ยวใน กทม.และ จ.เชียงราย ก่อนเดินทางกลับมาตุภูมิ ส่วนอาสาสมัครชาวต่างชาติที่จำเป็นต้องรีบเดินทางกลับก่อน จะเชิญให้เดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ 1 ครั้งในระยะเวลา 5 ปี โดย ททท.จะมอบบัตรสมาชิก Thailand Elite Card ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์วีซ่า 5 ปี และบริการอำนวยความสะดวกที่สนามบิน ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นธุรกิจจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และจัดโปรแกรมท่องเที่ยวในไทย 1 สัปดาห์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์เผยแพร่หนังสือราชการ ซึ่งลงนามโดย ศ.พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ ศธ.0527/11178 เรื่อง การสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย โดยส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุว่า มหาวิทยาลัยนเรศวรยินดีช่วยเหลือและสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน หากต้องการและสนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอกของมหาวิทยาลัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13312</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ.สมาน กุนัน, น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สมชาย ชาญณรงค์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b47699cf2461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นตลบเก้าอี้ 5 เสือ ทบ. ทีม &quot;บิ๊กแดง&quot; กระจายรุ่น?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3 สิงหาคมนี้ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพส่ง &amp;ldquo;โผทหาร&amp;rdquo; รอบแรก ตามวาระปกติ ก่อนที่จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลตามกฎหมายและพิธีกรรม จึงจะเข้าช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อ &amp;ldquo;บิ๊กไฟว์&amp;rdquo; คนใหม่แทน พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ที่จะเกษียณหมดยกแผง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังเป็นปกติที่แสงไฟยังจับจ้องมาที่กองทัพบก เหล่าทัพที่มีพลังอำนาจแฝง ปีนี้ &amp;ldquo;เต็งหนึ่ง&amp;rdquo; ยังคงเป็นชื่อของ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ที่จะได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป ซึ่งการจัดวางคนใน 5 เสือ ทบ.นั้น พล.อ.อภิรัชต์ได้มีส่วนเข้ามาร่วมพิจารณาด้วย ตามนโยบายของ &amp;ldquo;บิ๊กเจี๊ยบ&amp;rdquo; พล.อ.เฉลิมชัย ที่ต้องการเน้นให้คนที่เป็นผู้นำได้เลือก &amp;ldquo;ทีม&amp;rdquo; ของตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นเก้าอี้ 5 เสือ ทบ.มีอยู่ 5 ตัว เมื่อตัดเก้าอี้ ผบ.ทบ.ไปแล้ว ก็จะเหลือตำแหน่ง รอง ผบ.ทบ. (อัตราพลเอกพิเศษ) 1 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ทบ. 2 ตำแหน่ง และเสนาธิการทหารบก 1 ตำแหน่ง แต่ปรากฏว่ามีหลายคนต่างหวังที่จะได้นั่งเก้าอี้ 4 ตัวที่เหลือนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีกระแสข่าวหนาหูว่า &amp;ldquo;บิ๊กเล็ก&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก อาจจะนั่งทำหน้าที่เดิมไปก่อน เพราะเป็นมือทำงาน อีกทั้งเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 20 ของ พล.อ.อภิรัชต์ด้วย แต่ดูเหมือนว่า &amp;ldquo;สมการ&amp;rdquo; ดังกล่าวไม่ลงตัว เพราะผู้มุ่งหวังจะเข้าใน 5 เสือ ทบ.ต่างเป็นรุ่นพี่ของ พล.อ.ณัฐพลด้วยกันทั้งนั้น จึงมีสูตรในการขยับ พล.อ.ณัฐพลขึ้นเป็นรอง ผบ.ทบ.แทน เพื่อให้แผงของผู้ช่วย ผบ.ทบ.และเสนาธิการทหารบกไหลลื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คราวนี้มาดูว่า มีใครบ้างที่ปรากฏในความเคลื่อนไหวที่จะเข้ามาใน 3 เก้าอี้ที่เหลือ ไล่ตั้งแต่ระนาบแม่ทัพ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 เตรียมทหารรุ่น (ตท.20) พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 (ตท.18) พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.18) ซึ่งมีแนวโน้มว่า พล.ท.กู้เกียรติน่าจะมีภาษีมากที่สุด รองลงมาคือ พล.ท.วิจักขฐ์ ส่วน &amp;ldquo;บิ๊กแบล็ก&amp;rdquo; พล.ท.ธรากร เด็กในคาถาของ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; คงจะยากในการฝ่าด่านเข้ามา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมีชื่อของ พล.ท.สุนัย ประภูชเนย์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) ตท.21 พล.ท.สุชาติ ผ่องพุฒิ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.18) จากสายของมูลนิธิป่ารอยต่อฯ แต่ที่มาแรงมากในโค้งสุดท้ายใน &amp;ldquo;ทีมบิ๊กแดง&amp;rdquo; คือ พล.ท.จักรชัย โมกขะสมิต เจ้ากรมการทหารช่าง (ตท.18)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก คาดว่าจะใช้สูตรเดิมในการ &amp;ldquo;รันงาน&amp;rdquo; คือคนที่เติบโตมาจากสายยุทธการ ซึ่งในแผงของรองเสนาธิการทหารบก ก็มีชื่อของ พล.ท.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.19 ) และ พล.ท.ชูชาติ บัวขาว รองเสนาธิการทหารบก (ตท.20) แต่ก็มีแนวโน้ม พล.ท.ชูชาติ จะไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม (อัตราพลเอก) เพื่อขยับขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมในปีหน้า ทำงานคู่กับ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ว่าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม ส่วน &amp;ldquo;บิ๊กเป้ง&amp;ldquo; พล.ท.ธีรวัฒน์ มีสิทธิ์ได้ลุ้นเก้าอี้เสนาธิการทหารบก ตามนโยบายกระจายรุ่นของ พล.อ.อภิรัชต์ และ พล.อ.เฉลิมชัย ที่ได้วางไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กระนั้น ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 ชื่อของ &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo; พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.22) ยังคงเป็น &amp;ldquo;เต็งหาม&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ ทำให้ ทบ.ต้องหาเก้าอี้ให้กับเหล่าบรรดา ตท.22 ที่อาวุโสและขึ้นมาจ่อตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนหน้านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่ตั้งแต่ &amp;ldquo;บิ๊กหนุ่ย&amp;rdquo; พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 ที่ช่วงหนึ่งมีชื่อแผ่วๆ ในตำแหน่งเสนาธิการทหารบก แต่ตอนหลังก็มีเก้าอี้เยียวยาอีกหลายโผ ไล่ตั้งแต่ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน รวมถึง &amp;ldquo;บิ๊กติ่ง&amp;rdquo; พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่มีชื่อในทำเนียบรองเสนาธิการทหารบก และแม่ทัพภาคที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าสนใจว่า พล.อ.เฉลิมชัย ที่จะเกษียณอายุในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้จะจัดสูตรให้ทุกกลุ่มพอใจได้แค่ไหน ก่อนที่เจ้าตัวจะได้ไป &amp;quot;บวช&amp;quot; ตามที่ตั้งใจไว้หนึ่งพรรษาอย่างสงบ...รอชม!!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13099</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.ท.ธรรมนูญ วิถี, พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร, พล.ท.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b4388324d3fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2018 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งตั้งกก.สอบสวนความผิดเจ้าของเรือ-คนขับฝืนออกเรือไม่ฟังคำเตือนกรมอุตุฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ค.61- ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ว่า ได้รับรายงานว่าตอนที่เรือออกไปไม่มีลม แต่เมื่อออกไปแล้วเจอลมกรรโชก ทำให้เรือสูญเสียการทรงตัว และล่มไปถึง 3 ลำ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบผู้สูญหายอีก 58 คน ซึ่งคาดว่าจะติดอยู่ภายในเรือ โดยเจ้าหน้าที่กำลังบินหาจุดที่เรือล่มกันอยู่ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่กรณีนี้ถือเป็นเรื่องอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้สอบถามเขาว่าทำไมเรือถึงออกไป เขาบอกว่าที่ออกไปเพราะเห็นว่าไม่มีลม แต่ก่อนหน้านี้กรมอุตุนิยมวิทยาก็เตือนให้ระวังวันที่ 4-6ก.ค. แล้ว แต่ก็ไม่ฟัง เป็นเพราะคนขับเรือ เจ้าของเรือ ออกไปโดยไม่ฟังคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา เจ้าของเรือและคนขับเรือจึงถือว่ามีความผิด ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ไม่ต้องห่วง&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานกงสุลประเทศต่างๆของนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุครั้งนี้ มีการประสานมาหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เราให้ความร่วมมือเต็มที่อยู่แล้ว ใช้ทั้งเครื่องบินและเรือ โดยเฉพาะเรือใช้เกือบ 10 ลำ ส่วนเครื่องบินก็บินวนอยู่รอบๆ จนกระทั่งได้เจอศพหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่ามีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเรือที่ประสบเหตุบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ก็รู้พอๆกับสื่อ จะมาถามตนทำไม เหตุเพิ่งจะเกิด ตอนนี้รอตรวจสอบกันอยู่ ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ดังนั้นจะมาถามตนคนเดียวไม่ได้ เมื่อถามว่า 58 คนที่สูญหาย ถามอีกพอจะทราบหรือไม่ว่าเป็นชาติไหนว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นเรือ 3ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพลเรือเอกนริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงการช่วยเหลือ นักท่องเที่ยว ที่ประสบเหตุเรือล่ม&amp;nbsp; ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทัพเรือภาค 3 ส่งเรือของกองทัพเข้าค้นหา และช่วยเหลือทันที 3 ลำ&amp;nbsp; พร้อมเจ้าหน้าที่ และชุดดำน้ำจาก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือหรือหน่วยซีล เร่งช่วยเหลือเพราะขณะนี้ยังมีผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พอจะทราบตำแหน่งของเรือแล้ว โดยในช่วงเวลานี้ ขอให้ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว หมั่นตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะนำเรือออก เนื่องจากเรือโดยสารนั้นต้องรับผิดชอบคนเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือได้เตรียมความพร้อม&amp;nbsp; ในการจัดเรือ และเจ้าหน้าที่ หากเกิดเหตุเหมือนที่ผ่านมา&amp;quot;ผบ.ทร. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12855</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ทหารเรือ, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3efefe6e561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
