<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจารณ์กันเสียงขรม พ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่ หลังผ่านมติ ครม. ในทำนองโดนแปลงสาร เปิดช่องวิ่งเต้นโยกย้ายเหมือนเดิม จน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาชี้แจงแถลงไข พ.ร.บ.ตำรวจใหม่ มีกรรมการพิทักษ์คุณธรรมตำรวจ (กพค.) ทำหน้าที่ตรวจสอบกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเสร็จสิ้น ใครรู้สึกไม่เป็นธรรมให้ส่งเรื่องมาที่ กพค.ตรวจสอบ ถ้าพบว่าไม่เป็นธรรมก็สามารถส่งเรื่องต่อไปยังศาลปกครองได้ แทนวิธีการเดิมที่ให้ส่งเรื่องไปยังศาลปกครองทางเดียว รวมถึงปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้ายจากเดิมที่หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายอยู่นอกกฎหมายทำให้เปลี่ยนได้ทุกปี ครั้งนี้นำมาไว้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เช่นระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไปให้ยึดอาวุโส 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับผู้บัญชาการลงมาถึงผู้บังคับการยึดอาวุโส 50 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่านั้นลงมายึดอาวุโส&amp;nbsp; 33 เปอร์เซ็นต์....แต่ &amp;quot;สีกากี&amp;quot; หลายคนก็ยังไม่สบายใจ กฎหมายจะขีดเส้นบังคับการแต่งตั้งไว้อย่างไร&amp;nbsp; เมื่อยังไม่มีการเขียนบังคับไว้ &amp;quot;ห้ามยกเว้นหลักเกณฑ์&amp;quot; พวกเหาะเหินเดินอากาศได้ก็ยังขี่หัวเพื่อนเหมือนเดิม ยกเว้น &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ว่าที่ ผบ.ตร.จะแข็งจริงแบบไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะหากทำได้รับรองความยุติธรรมภายในรั้ว &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; เกิดขึ้นแน่ ๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าสู่ช่วงสุดท้ายในชีวิตราชการตำรวจของ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี เริ่มเดินสายอำลาตำแหน่ง ล่าสุดไปที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตรวจเยี่ยมและอำลาหน่วยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมตรวจพลขบวนแถวเกียรติยศ มอบสิ่งของที่ระลึกให้ผู้แทนหน่วยในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และเปิดห้องประชุมชัยจินดา ณ บก.กฝ.บช.ตชด. โดย &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; เปิดใจตอนหนึ่ง....&amp;quot;ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนาย ทั้งที่อยู่ และไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนี้&amp;nbsp; พึงระลึกเสมอว่า การที่เราได้อาสามาเป็นตำรวจนั้น หน้าที่หลักคือ การดูแลทุกข์สุขของประชาชน เสียสละ อุทิศกาย อุทิศใจ ให้กับการทำงาน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างความเชื่อมั่น และสร้างความศรัทธาให้กับประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้กับสังคม&amp;rdquo; หากตำรวจทุกนายทำได้อย่างที่ &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; บอกเอาไว้ รับรองภาพพจน์ &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; ที่ติดลบในสายตาชาวบ้านจะฟื้นกลับคืนมาอีกอักโข ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เสียชื่อ &amp;quot;อาจารย์สายสืบสวน&amp;quot; สำหรับ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.และว่าที่ ผบ.ตร. ไปเป็นประธานพิธีเปิดโครงการ &amp;quot;พัฒนาประสิทธิภาพทีมงานผู้ปฏิบัติงานสืบสวน กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการสอบสวนกลาง&amp;quot; หรือโครงการ โรงเรียนสืบสวนกองปราบ รุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการที่เริ่มต้นเมื่อปี 2561 มี บิ๊กก้อง-พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) สมัยเป็น รอง ผบก.ป.ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสืบสวน เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านการสืบสวนของข้าราชการตำรวจ โดยจัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านงานสืบสวนระดับประเทศ มาให้ความรู้และสอนเทคนิคการสืบสวนต่างๆ ให้แก่ข้าราชการตำรวจรุ่นใหม่ในสังกัด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือว่ามีประโยชน์ต่อองค์กรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp; และมีผู้เข้ารับการอบรมจากหน่วยงานตำรวจทั่วประเทศ ทำให้หลายคนมองกันว่าในการแต่งตั้งตำรวจหลังจากนี้ &amp;quot;นักสืบ&amp;quot; จะกลับมาเข้าที่เข้าทางตามสายงานถนัดทั่วประเทศเสียที หลังจากหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;quot;ตำรวจนักสืบ&amp;quot; แพ้ &amp;quot;ตำรวจนักลงทุน&amp;quot; จนต้องกระเด็นกระดอนกันไปคนละทิศละทาง เพราะ อาจารย์สืบสวน มีอำนาจจัดทัพเอง คงไม่ทำให้ ลูกศิษย์ ผิดหวัง คงต้องติดตามสิ้นเดือน พ.ย. เดดไลน์การแต่งตั้งระดับ &amp;quot;นายพัน&amp;quot; วาระประจำปี ได้รู้กัน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนประกาศ &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ข่าวลือเรื่องรัฐประหารก็เริ่มออกมาเป็นระยะ ยิ่งออกช้าเท่าไหร่ความอึมครึมก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น พอมาประกอบร่างสร้างเรื่องกับสถานการณ์การชุมนุมก็ทำให้วิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ในที่สุดหัวค่ำคืนวันศุกร์ก่อน ม็อบ 19 ก.ย. จะชุมนุม โผทหาร ก็ประกาศออกมา ส่งผลให้แรงกระเพื่อมและข่าวลือสะพัดสงบลง โดยเฉพาะข่าวที่ว่า บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งข้อความถึง บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ถามถึงที่มาที่ไป คลิปเสียง ผู้ประกาศข่าวอ่านรายชื่อ&amp;nbsp; &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ก่อนมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ราวจะกระทุ้งให้ประกาศรายชื่อเร็วๆ เรียกได้ว่า &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ล็อตนี้ยุติลงด้วยความโล่งใจแบบเฉียดฉิว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นปีที่ &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ได้สร้างประวัติศาสตร์หลายอย่างในแผง 5 เสืออากาศ หลังจากไม่เคยเกิดขึ้นพักใหญ่มาเป็นทศวรรษ คือ 1.เป็นนักบินลำเลียง 2 คน 2.เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ 1 คน 3.เป็นนักบินขับไล่ (ไอพ่น) 1 คน 4.ไม่ได้เป็นนักบิน 1 คน ไล่ตั้งแต่ชื่อ บิ๊กแอร์-พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ นักบินเครื่องบินลำเลียง C-130 คนแรกที่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์ ว่าที่รอง ผบ.ทอ.&amp;nbsp; อดีตเจ้ากรมการช่างโยธาอากาศ และไม่ได้เป็นนักบิน พล.อ.ท.เดชอุดม คงศรี ว่าที่ ผช.ผบ.ทอ. ก็เป็นนักบินเครื่องบินลำเลียง 1 ใน 2 ในตำแหน่ง 5 เสืออากาศ ขณะที่ บิ๊กโหน่ง-พล.อ.ท.ปราโมทย์ ศิริธรรมกุล เป็นว่าที่ ผช.ผบ.ทอ. และเป็นนักบินปีกหมุนหรือเฮลิคอปเตอร์ ส่วน บิ๊กหนึ่ง-พล.อ.ท.ชานนท์ มุ่งธัญญา ว่าที่เสนาธิการทหารอากาศ เป็นนักบินเอฟ-16 ที่ถูกวางตัวไว้ให้ขึ้น ผบ.ทอ.ปีหน้า ซึ่ง&amp;nbsp; &amp;quot;แอร์บูล&amp;quot; เปรียบเหมือนสูตรการแลกเปลี่ยนเพื่อขัดตาทัพก่อนเข้าสู่แผนการพัฒนา ทอ.ในระยะต่อไป&amp;nbsp; แต่ตอนนี้คนที่ดูเหมือนจะเครียดคงเป็น บิ๊กนัต-พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ที่ต้องมองยาว เสียสละ-กลืนเลือดในส่วนน้อย เพื่อรักษาส่วนร่วมที่หมายถึงอนาคตของ ทอ.ในการก้าวไปในยุทธศาสตร์ที่วางไว้ แม้คำว่า 6 ประการ 10 คิวจะนำมาอธิบายผ่าน &amp;quot;เสืออากาศ&amp;quot; คอลัมนิสต์จะเหมือนเป็นการยกแม่น้ำทั้ง 5 แต่คงดีกว่าการนิ่งเงียบ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;quot;กองทัพเรือ&amp;quot; สูตรหยิบไข่ออกนอกตะกร้า ใช้ทั้งธรรมะ ความอดทนของร่างกาย-จิตใจ ผ่านสภาวะร่างกาย &amp;quot;ชนกำแพง&amp;quot; มาในการแข่งขัน ฟูลมาราธอน จนปล่อยวางกับเสียงคนรอบข้างที่มีทั้งรัก-ทั้งเกลียดมาแล้ว บิ๊กลือ-พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ที่กำลังจะเกษียณ อาจต้องเจอคลื่นใต้น้ำอีกหลายลูก เพราะไข่ในตะกร้าที่เหลือ ทั้ง บิ๊กอุ้ย-พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน&amp;nbsp; ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม ว่าที่รอง ผบ.ทร. พล.ร.ท.ทรงวุฒิ&amp;nbsp; บุญอินทร์ ว่าที่ ผช.ผบ.ทร. พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ ว่าที่เสนาธิการทหารเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีข่าวแว่วว่ามีการ &amp;quot;ทิ้งบอมบ์&amp;quot; ของผู้พลาดหวังในตำแหน่งไว้ และยังมีระเบิดเวลาหลายลูกเรื่องโครงการจัดซื้อจัดหา ที่มีการส่งไปถึงฝ่ายการเมืองแบบรัวๆ ทำให้ ทัพน้ำ ในมือ &amp;quot;บิ๊กอุ้ย&amp;quot; อาจต้องเจอทางวิบากมากกว่าที่คิด ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพไทยถือว่าเป็นเหล่าทัพที่ &amp;quot;ชิลล์&amp;quot; ที่สุด เพราะ บิ๊กกบ-พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เตรียมส่งไม้ให้ บิ๊กแก้ว-พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร แบบไม่ต้องมีใครส่งคนมาเสียบ เนื่องจากการวางตัว-วางไลน์มาพักใหญ่ ด้วยการที่ส่ง บิ๊กแก้ว มาวางไว้ก่อนล่วงหน้า ทำให้แจ้งวัฒนะ ลมสงบ ไม่มีพายุเหมือนเหล่าทัพอื่นๆ ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77964</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a00ea210d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงคลอดโผ792นายพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลอด &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; 792 ตำแหน่งก่อนม็อบ 19 ก.ย. จับตา ทบ.ในมือ &amp;quot;ณรงค์พันธ์&amp;quot; 3 ปีท่ามกลางแรงกดดันปฏิรูปสถาบัน ด้าน &amp;quot;บูรพาพยัคฆ์-ทหารเสือราชินี&amp;quot; คุม ทภ.1 ฟ้าลิขิต &amp;quot;แอร์บูล&amp;quot; นั่งเก้าอี้ ผบ.ทอ. &amp;quot;ชานนท์&amp;quot; ทะลุพรวดต่อคิวปีหน้า &amp;quot;ชาติชาย&amp;quot; นั่ง ทร. ลุ้นดันเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อค่ำวันที่ 18 ก.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้นายทหารรับราชการ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวนทั้งสิ้น 792 นาย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตำแหน่งที่สำคัญๆ อาทิ พล.อ.นเรศรักษ์ ฐิตะฐาน (ตท.19) เป็นจเรทหารทั่วไป สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ชูชาติ บัวขาว (ตท.20) เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม, &amp;nbsp;พล.อ.ชัยพฤกษ์ พูนสวัสดิ์ (ตท.20) เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อ.ธรินทร์ ปุณศรี (ตท.20) เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.สมควร ทองนาค (ตท.20) เป็นผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกลาโหม, พล.ท.วรวิช มลาสานต์ (ตท.20) เป็นเจ้ากรมเสมียนตรา, พล.ท.สราวุธ รัชตะนาวิน (ตท.21) เป็นผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพไทย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร (ตท.21) ขึ้นเป็น ผบ.ทสส.คนต่อไป, พล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ (ตท.20) เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ (ตท.20) เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.คำรณ เครือวิชญยาจารย์ เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ ต่ายทอง (ตท.21) เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เป็นเสนาธิการทหาร, พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล (ตท.21) ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.), พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ เป็นรองเสนาธิการทหาร (ตา.20), พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี (ตท.23) เป็น รอง ผบ.วิทยาลัยเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ (ตท.22) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) เป็น ผบ.ทบ., พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ (ตท.19) เสนาธิการทหารบก เป็นรอง ผบ.ทบ., พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ (ตท.20) แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ., &amp;nbsp;พล.ท.ธรรมนูญ วิถี (ตท.22) แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ., &amp;nbsp;พล.ท.วรเกียรติ รัตนานนท์ (ตท.20) รองเสนาธิการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก, พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ (ตท.23) แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง (ตท.23) ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1, พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) เป็นรองเสนาธิการทหารบก, พล.ท.ธเนศ วงศ์ชอุ่ม (ตท.21) เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นแม่ทัพภาคที่ 2, พล.ต.ปรีชา จึงมั่นคง (ตท.21) รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 2, พล.ต.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ (ตท.21) รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3, พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ (ตท.22) รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน (ตท.20) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ &amp;nbsp;ขึ้นเป็น ผบ.ทร., พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ (ตท.20) เป็นรองผู้บัญชาการทหารเรือ, &amp;nbsp;พล.ร.ท.ทรงวุฒิ บุญอินทร์ (ตท.22) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ (ตท.21) เป็นเสนาธิการทหารเรือ, &amp;nbsp;พล.ร.ท.สุทธินัน สมานรักษ์ (ตท.22) เป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกองทัพอากาศ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ (ตท.20) เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.อ.ท.ชานนท์ มุ่งธัญญา (ตท.23) รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็น เสนาธิการทหารอากาศ, พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์ เป็นรองผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.อ.อ.สฤษฎพงศ์ วัฒนวรางกูร เป็นผู้บัญชาการกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ, พล.อ.ท.เดชอุดม คงศรี เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทางอากาศ, พล.อ.ท.ปราโมทย์ ศิริธรรมกุล เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวประกาศรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปีออกมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.2563 แต่ปรากฏว่ายังไม่มีราชกิจจานุเบกษาออกมาอย่างเป็นทางการ &amp;nbsp; ทำให้เกิดข่าวลือเรื่องความไม่มั่นใจของรัฐบาล รวมไปถึงข่าวลือเรื่องการรัฐประหาร ช่วงรอยต่อผู้นำกองทัพที่จะมาทำหน้าที่ต่อในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ประกอบกับช่วงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 ก.ย.ที่ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904) ทำหน้าที่ถวายพระเกียรติ และปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยสถาบันฯ จะอยู่ในตำแหน่งถึง 3 ปี จนถูกจับตามองว่าท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีกลุ่มที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันอย่างต่อเนื่องจะเป็นอย่างไร นอกจากนั้น ในการปรับย้ายในส่วนคุมกำลังของกองทัพภาคที่ 1 มีชื่อของ พล.ท.เจริญชัย อดีตผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 รอ.) ทหารเสือราชินี เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ขณะที่ พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รองแม่ทัพภาคที่ 1 น้องรักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขยับเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 เช่นเดียวกับ พ.อ.อมฤต บุญสุยา รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ อดีต ผบ.ร.21 รอ. ได้กลับไปเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) โดยทั้งหมดยังปฏิบัติหน้าที่ให้ ฉก.ทม.รอ.904 ด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กองทัพไทย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร ซึ่งดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ก็อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดถึง 3 ปีเช่นกัน กองทัพอากาศ นอกจาก พล.อ.อ.แอร์บูล ที่ชะตาฟ้าลิขิตขึ้นจากกรุให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ทอ.1 ปี โดยมีชื่อบิ๊กหนึ่ง พล.อ.ท.ชานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศแค่ 6 เดือน รองเสนาธิการทหารอากาศ 6 เดือน เป็นเสนาธิการทหารอากาศ ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. ในส่วนของกองทัพเรือ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็น ผบ.ทร. สานต่อโครงการเรือดำน้ำลำที่ 2-3.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77881</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน, พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม, พล.อ.นเรศรักษ์ ฐิตะฐาน, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64c990e772a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสธ.ทร.&#039;เมินตอบเจรจาจีนเลื่อนจัดซื้อเรือดำน้ำ1ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค. 63 - ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 63 แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเจราจากับจีน หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีคำสั่งชะลอการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ออกไปอีก 1 ปี&amp;nbsp; โดย พล.ร.อ.สิทธิพร ได้เดินดิ่งขึ้นตึก สมช. ไปทันที โดยไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับสื่อมวลชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76038</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, บิ๊กตู่, พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม, เรือดำน้ำ, เสธ.ทร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f439af20f562.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ค้าน&#039; ตามใบสั่งจากฝั่ง &#039;แค้น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กองทัพ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็น &amp;quot;ปราการด่านหน้า&amp;quot; ประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จักรวรรดิอำนาจตะวันตก หรือใครก็ตาม ถ้าต้องการเป็นเจ้าเข้าครองประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องทำลายกองทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือทำให้กองทัพง่อยเปลี้ยเสียขาไปให้ได้ก่อนเท่านั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ขบวนการไส้ศึกคราบ ส.ส.ซีกค้าน ๒-๓ พรรค ใช้อำนาจผู้พิจารณางบประมาณ เรียกเหล่าทัพมา จิก-ตบ-กัด ยังกะกองทัพเป็นทาส ซานมาซบขอเงิน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทัพเรือ&amp;quot;.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีซื้อเรือดำน้ำอีก ๒ ลำ มูลค่า ๒๒,๕๐๐ ล้าน ตามตกลงเดิมกับจีน ความจริงไม่น่าเป็นประเด็นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะนอกจากสถานการณ์ภูมิภาคทางทะเลเปลี่ยนไปเวลานี้ เรือดำน้ำ จึงไม่ใช่แค่ &amp;quot;ของต้องมี&amp;quot; อย่างที่เพื่อนบ้านแต่ละประเทศเขามีเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแต่มันถึงจุด &amp;quot;จำเป็นต้องมี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่เอาไปรบกับใคร หากแต่มันช่วยป้องกันไม่ให้ใครมารบหรือรุกรานเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยภูมิศาสตร์ทางทะเล ไทยเชื่อมกลางระหว่างทะเลจีนใต้-มหาสมุทรแปซิฟิก กับทะเลอันดามัน-มหาสมุทรอินเดีย มีช่องแคบมะละกา เป็นทางลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนอยู่ท่ามกลางเขาควาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซ้ายจีน-ขวาสหรัฐฯ&amp;quot; ด้วยความเป็น &amp;quot;จุดยุทธศาสตร์&amp;quot; ทางทะเลเชื่อมสองมหาสมุทร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่วันใด-วันหนึ่ง ภูมิภาคตรงนี้ ยากหนีพ้น ที่จะถูกใช้เป็นเวทีสัประยุทธ์ระหว่าง ๒ ยักษ์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขารบกันอยู่ใต้ทะเล เรานอนตูดโด่งอยู่บนดิน จะรู้ต่อเมื่อเรือดำน้ำประเทศใด-ประเทศหนึ่ง โผล่พรวดเข้ามาถึงมุ้งคือปากอ่าวแล้วนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ เคยทำกับเรามาแล้ว เรามีแต่ ช้าง, ม้า ไม่มีเรือรบ ได้แต่นั่งดูตาปริบๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอยากได้ดินแดนตรงไหน ก็ต้องทูนหัวให้เขา ไม่ทูนให้ มันก็ยิงปืนเรือใส่ ตูม..ตูม ถึงไม่หมอบราบ ก็จำยอมคาบแก้วให้เขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชคดี ที่บรรพบุรุษเรายังรักษาพื้นที่ประเทศส่วนใหญ่ไว้ได้ จนไอ้ลูกหลาน ได้ยืนชู ๓ นิ้ว ถึงวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทเรียนก็มีมาแล้ว และสถานการณ์โลกวันนี้ มันส่งสัญญาณแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศรอบบ้าน ล้วนมีเรือดำน้ำ เป็นยามตรวจตราให้ประเทศ เว้นแต่ไทยเราเท่านั้น มีแต่กะเบือ ไม่มีเรือดำน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่อ่าวไทย เขตติดต่อทั้งเขมร, มาเลย์, พม่า, เวียดนาม รวมถึง สิงคโปร์, อินโดฯ เว้นลาวประเทศเดียว ไม่มีพื้นที่ทางทะเล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่พูดด้านมั่นคง พูดด้านทรัพยากรทางทะเล, คุ้มกันเส้นทางเดินเรือ, ลักลอบขนคน/ขนของผิดกฎหมาย, จารกรรมทางทะเล, อุบัติภัยทางทะเล ด้านสิ่งแวดล้อม และ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรามัวแต่ว่ายกรรเชียงอยู่บนผิวน้ำ แต่เขาว่ายกบผลุบๆ เข้ามา กว่าจะรู้ ก็ต่อเมื่อเขาโผล่พรวดกลางอ่าวไทย เราก็ชักแหง็กๆ ไปเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุคนี้ บุกทางน้ำ, ทางอากาศ ส่วนทางบก ไว้สำหรับตอนยึดพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถึงได้บอก เรือดำน้ำวันนี้ มันไม่ใช่ของต้องมี หากแต่มันเป็น &amp;quot;ของจำเป็น&amp;quot; ต้องมี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓ ลำ แค่พอกล้อมแกล้ม จะคล่องตัวต้องซักครึ่งฝูง แต่แค่นี้ ยังถูกการเมืองชังชาติถล่มเละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;quot;มีธง&amp;quot; อัดทหาร นั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาจึงลากเรื่องในโต๊ะประชุม ไปแถลงบิดเบือนข้อมูลข้างนอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลัวสังคมจะไม่ &amp;quot;เกลียดกองทัพ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงใช้ตรรกะโจร ยกเรื่องซื้อเรือเทียบกับความยากจน ให้ผู้คนจินตนาการว่า ชาวบ้านกำลังอดอยาก แทนจะช่วยชาวบ้าน กลับเอาไปซื้อเรือดำน้ำ ก็หวังเปอร์เซ็นต์ ประมาณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดอิฐ มันก็ถูกอิฐนะ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือดำน้ำมันกินไม่ได้ สู้ข้าวไม่ได้ มันกินได้ คนเพื่อไทยจึงกินกันบรรลัยวอด ๕-๖ แสนล้าน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือคงทนพฤติกรรมบิดเบือนไม่ไหว เมื่อวาน (๒๔ ส.ค.๖๓) จึงออกมาแถลงข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่างว่า สังคมส่วนหนึ่งเวลานี้ ไม่ต้องการข้อเท็จจริง ไม่ต้องการเหตุผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องการ &amp;quot;ความพอใจ-สะใจ&amp;quot; ตามที่ถูกฝังหัวให้เชื่อ-ให้ทำอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองอยู่ช่วง &amp;quot;ผีป่าเข้าธานี-อัปรีย์สิงเมือง&amp;quot; อะไรๆ มันก็วิบัติเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ให้เขาไปสุดสายป่าน (ก่อน)......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนไฟป่า &amp;quot;เผาตัวเอง&amp;quot; มอดไหม้แล้ว จึงจะเป็นไฟมอดเชื้อ เหมือนน้ำหลาก ต่อให้เขื่อนกั้นก็บรรลัย ต้องปล่อยถะถั่งไประยะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเหมือนผีตาย ต่อเมื่อ ๗ วันแล้ว จึงจะรู้ว่าตาย นั่งร้องไห้กับร่างไร้วิญญาณตัวเอง!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม&amp;quot; เสนาธิการทหารเรือ เอ่ยนำแถลง ส่วนหนึ่ง ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากที่กองทัพเรือเข้าชี้แจงอนุ กมธ.วันที่ ๒๑ ส.ค.ก่อนมีอนุ กมธ.บางคน นำข้อมูลไม่ครบถ้วนมาแถลง โดยหวังผลทางการเมืองและสร้างผลกระทบต่อรัฐบาล.....&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์&amp;quot; รองเสธฯ ทร.ชี้แจง เงิน ๒๒,๕๐๐ ล้านบาท ไม่ได้จัดซื้อในปี ๖๔ &amp;nbsp;ครั้งเดียว แต่แบ่งจ่ายใน ๗ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังที่พูดกันถือเป็นการสร้างความเกลียดชังให้สังคม เรื่องนี้เป็นความลับของราชการ การนำเนื้อหาการจัดซื้อมาโจมตีและให้ข่าวที่ผิด ถือเป็นเรื่องการเมืองและเห็นแก่ตัวที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่กล่าวหาว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เป็นสัญญาเก๊ ไม่เป็นความจริง จำนำข้าวที่พรรคเพื่อไทยทำต่างหากที่เป็นจีทูจีเก๊ และไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กองทัพเรือทำการซื้อแบบจีทูจีอย่างถูกต้อง โปร่งใส ขอสังคมอย่าตกเป็นเหยื่อเรื่องการเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ&amp;quot; ปลัดบัญชี ทร.แจกแจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นการตั้งงบแบบผูกพัน ไม่ใช่การตั้งงบใหม่ กองทัพเรือ เข้าใจถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือได้ขอทางการจีนชะลอการจ่ายงวดปี ๖๓ ไปแล้ว ๓,๓๗๕ ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนำเงินส่วนนี้ ส่งคืนให้รัฐบาล ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบ ๔,๑๓๐ ล้านบาท คิดเป็น ๘.๗๘% ทำให้ต้องขยับกรอบชำระจากปี ๖๓-๖๙ เป็นถึงปี ๗๐&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแบ่งจ่ายแต่ละงวด จะเป็นประมาณนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๖๔ วงเงิน ๓,๙๒๕ ล้าน ปี ๖๕ วงเงิน ๒,๖๔๐ ล้าน ปี ๖๖ วงเงิน ๒,๕๐๐ ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๖๗ วงเงิน ๓,๐๖๐ ล้าน ปี ๖๘ วงเงิน ๓,๕๐๐ ล้าน ปี ๖๙ วงเงิน ๓,๕๐๐ ล้าน และปี ๗๐ วงเงิน &amp;nbsp;๓,๓๗๕ ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ร.ต.อรรถพล เพชรฉาย&amp;quot; ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ &amp;quot;น.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล&amp;quot; รอง ผอ.ฯ แถลงร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่บอกว่า &amp;#39;จีทูจีปลอม&amp;#39; เป็นการให้ข้อมูลเท็จ เนื่องจาก ครม.มีมติอนุมัติและมอบอำนาจให้ ผบ.ทร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ ผบ.ทร.อนุมัติให้ประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำและเสนาธิการทหารเรือเป็นผู้แทน ในการลงนามข้อตกลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความถูกต้อง พิจารณารอบคอบตามระเบียบวิธีราชการทุกประการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รัฐบาลจีนสั่งการให้หน่วยงาน SASTIND ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐของจีน สำหรับการบริหารงานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการส่งออกอาวุธ มอบอำนาจให้บริษัท CSOC และมอบอำนาจให้ประธานบริษัท CSOC มาลงนามแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ผู้มาลงนามของจีน ได้รับมอบอำนาจมาอย่างชัดเจน จึงเป็นจีทูจีของจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ยังคลาดเคลื่อน เรื่องการทำสัญญาระหว่างรัฐบาลจีนกับไทย เนื่องจากเป็นจีทูจี คือ ความเอื้อเฟื้อมิตรไมตรีระหว่างรัฐบาล จึงไม่ใช้คำว่า &amp;#39;สัญญา&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และใช้คำว่า &amp;#39;ข้อตกลง&amp;#39; ทำให้มีผู้เข้าใจผิด ไปแปลว่า ข้อตกลง คือ MOU ที่ต้องลงนามโดยนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหม ทั้งที่ข้อตกลงนี้ เป็น Agreement ไม่ใช่ MOU&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ร.ท.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์&amp;quot; เจ้ากรมยุทธการ ทร.แถลงน่าสนใจ ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อดีต ไทยมีเรือดำน้ำ และสามารถข่มขวัญประเทศที่รุกรานน่านน้ำให้ถอยกลับไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพเรือพยายามจัดซื้อเรือดำน้ำมาหลายปี แม้จะยังไม่เห็นสงครามโลกในขณะนี้ แต่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในน่านน้ำ อีกทั้งสหรัฐฯ ส่งเรือรบเข้าไปในพื้นที่ทะเลจีนใต้มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเราไม่มีกำลังที่เข้มแข็งเพียงพอ ผลประโยชน์ของชาติย่อมกระทบแน่นอน แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ในทะเลจีนใต้ จะไม่มีเหตุการณ์ปะทะนองเลือด?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเชื่อว่ามี และอย่าลืมว่า จัดซื้อวันนี้ อีก ๖ ปี จึงจะได้เรือลำน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ ๒-๓ ราคา ๒๒,๕๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบผลประโยชน์ของชาติทางทะเล คิดเป็นร้อยละ ๐.๐๙๓ เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ รวมถึงคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงการวางกำลังทางเรือสหรัฐฯ ในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเป็นไปได้ว่า &amp;#39;จะมีการปะทะกัน&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งส่งผลต่อเส้นทางการเดินเรือและผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศมูลค่ามหาศาล รวมถึงปี ๒๕๗๒ ข้อตกลงระหว่างไทยกับมาเลเซีย ในการพัฒนาพื้นที่ร่วมทางทะเลหรือ เจดีเอ จะยุติลง คาดว่าจะมีการพูดคุยเพื่อทำสัญญาก่อนปี ๒๕๗๒ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การที่เรามีเรือดำน้ำในปี ๒๕๗๐ จะส่งผลต่อการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ส่งผลให้ไทยไม่เสียเปรียบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อืมมมม....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ถ้าไทยซื้อเรือดำน้ำฝรั่งเศส เยอรมัน สวีเดน จ่ายค่ายยุโรป หรือรัสเซีย คงไม่มีใครเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะซื้อหยวนคลาส S26T คู่กัดสหรัฐฯ กระมัง สมุนจึงต้องทำงานตามใบสั่ง ชนิดไม่คำนึงกระทั่งคำว่า &amp;quot;ชาติบ้านเมือง&amp;quot; ตัวเอง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75457</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล, พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ, พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์, พล.ร.ท.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์, พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จมเรือดำน้ำกลางสภาฯ วัดใจ กมธ.งบ เดินหน้าหรือถอย?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปประเด็นสำคัญในการแถลงข่าวของกองทัพเรือ ในเรื่องการจัดซื้อ &amp;quot;เรือดำน้ำ&amp;quot; ซึ่งแถลงต่อสื่อมวลชน เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่นำทีมโดย พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ แม้มีรายละเอียดหลายส่วน แต่ประเด็นหลักๆ ก็คือกองทัพเรือ ย้ำถึงเหตุผล-ความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่ารวมทั้งหมด 22,500 ล้านบาท จากประเทศจีน ที่เป็นโครงการงบผูกพันที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณากันอยู่ในชั้นกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะแถลงข่าวของกองทัพเรือย้ำว่า โครงการดังกล่าวมีความจำเป็นตามแผนยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ (การซ้อมรบ-การทดสอบยิงขีปนาวุธจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา-จีน-ไต้หวัน) ตลอดจนในคาบสมุทรเกาหลี กองทัพเรือ จึงยืนยันว่า หากกองทัพเรือไม่มีกำลังที่เข้มแข็งเพียงพอ อาจมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าสถานการณ์วันข้างหน้าในทะเลจีนใต้จะไม่เกิดเหตุเผชิญหน้ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกประเด็นสำคัญก็คือ เรื่องการจ่ายเงินเพื่อจัดซื้อเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำ กองทัพเรือย้ำว่า ไม่ได้จ่ายทีเดียวเลย 22,500 ล้านบาท แต่ใช้วิธีทยอยจ่าย และเรื่องนี้ไม่ใช่โครงการใหม่ แต่เป็นโครงการในการเสริมสร้างกำลังของกองทัพที่เริ่มตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2569 เป็นการทยอยตั้งงบประมาณรายปีภายในงบประมาณที่กองทัพเรือได้รับตามปกติ ไม่ได้มีการขอรับงบประมาณเพิ่มเติมแต่อย่างใด และรายการนี้ได้ตราไว้แล้วใน พ.ร.บ.งบ ปี 2563 และยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่มีจีทูจีปลอม แต่ลักษณะการทำนิติกรรมระหว่างกองทัพเรือไทยกับทางจีน เป็นลักษณะ Agreement ข้อตกลง จึงไม่ต้องทำ MOU กองทัพเรือจึงย้ำว่าโครงการนี้ไม่มีแน่จีทูจีปลอม แต่พรรคเพื่อไทยต่างหากที่ทำจีทูจีเก๊ในโครงการรับจำนำข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนประเด็นที่หลายคนสนใจว่า หากสุดท้ายกระแสสังคมและแรงกดดันทางการเมือง ทำให้คณะกรรมาธิการงบชุดใหญ่มีมติ &amp;quot;ตัดงบโครงการ&amp;quot; ออกไปจากร่าง พ.ร.บ.งบ จะมีผลอย่างไร ทีมแถลงข่าวกองทัพเรือแจงว่า หากเกิดกรณีดังกล่าว กองทัพเรือไทยอาจไม่ต้องจ่ายค่าปรับ แต่เกรงว่าจะเกิดปัญหาเรื่องราคาที่อาจจะสูงขึ้นมาก ตลอดจนจะกระทบความน่าเชื่อถือในเชิงพาณิชย์ ทั้งที่ไทยจะได้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พล.ร.ท.เถลิงศักดิ์-เสนาธิการทหารเรือ&amp;quot; แถลงตอนหนึ่งว่า ในอดีตที่ประเทศไทยเคยมีเรือดำน้ำและสามารถข่มขวัญประเทศที่รุกรานน่านน้ำให้ถอยกลับไปได้ ซึ่งกองทัพเรือพยายามจัดซื้อเรือดำน้ำมาหลายปี แม้จะยังไม่เห็นสงครามโลกในขณะนี้ แต่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในน่านน้ำ อีกทั้งสหรัฐส่งเรือรบเข้าไปในพื้นที่ทะเลจีนใต้มากขึ้น หากเราไม่มีกำลังที่เข้มแข็งเพียงพอ ผลประโยชน์ของชาติย่อมกระทบแน่นอน แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ในทะเลจีนใต้จะไม่มีเหตุการณ์ปะทะนองเลือด ซึ่งตนเชื่อว่ามี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จากสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ รวมถึงคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงการวางกำลังทางเรือสหรัฐ ในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ความขัดแย้งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปะทะกัน ซึ่งส่งผลต่อเส้นทางการเดินเรือและผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศมูลค่ามหาศาล รวมถึงปี 2572 ข้อตกลงระหว่างไทยกับมาเลเซียในการพัฒนาพื้นที่ร่วมทางทะเลหรือเจดีเอจะยุติลง ซึ่งคาดว่าจะมีการพูดคุยเพื่อทำสัญญาก่อนปี 2572 ดังนั้นการที่เรามีเรือดำน้ำในปี 2570 จะส่งผลต่อการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ส่งผลให้ไทยไม่เสียเปรียบ&amp;rdquo; พล.ร.ท.เถลิงศักดิ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื้อหา-ประเด็นการแถลงข่าวของกองทัพเรือเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเห็นชัดว่า ต้องการเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อไป ไม่ได้มีท่าทีอยากถอย หลังโดนกระแสสังคมและฝ่ายการเมือง แม้แต่จาก ส.ส.-แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์ออกมาคัดค้าน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมหลายภาคส่วน ที่สร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนไทยจำนวนมาก กับคำพูด-กระแสที่ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประชาชนกำลังอดตาย แต่จะซื้อเรือดำน้ำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ทำให้แม้แต่กองเชียร์รัฐบาลจำนวนไม่น้อยก็ไม่เห็นด้วยกับการเดินหน้าจัดซื้อเรือดำน้ำในช่วงเวลานี้ ที่ประเทศไทยและคนไทยกำลังประสบปัญหาจากผลกระทบโควิด โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง คนว่างงาน ที่แม้กองทัพเรือจะมีการแบ่งจ่ายเงินเป็นงวดๆ ประมาณสามพันล้านบาทต่อปี เพราะมองว่าหากรัฐบาลชะลอหรือยกเลิกการจัดซื้อไปก่อน แล้วนำเงินสามพันล้านบาทดังกล่าวมาแก้ปัญหาให้ประชาชนในยามที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า แต่ก็อาจมีหลายคน ที่เมื่อได้ติดตามการแถลงข่าวของกองทัพเรือ จากเดิมที่อาจไม่เห็นด้วย แต่เมื่อได้ฟังข้อมูลบางอย่างที่ฝ่ายค้าน-นักการเมืองไม่เคยนำเสนอ ก็อาจมองว่า กองทัพเรือก็มีเหตุผลระดับหนึ่ง ทว่ากระแสสังคมที่ออกมา คนส่วนใหญ่ก็ยังมองว่าถ้าเป็นไปได้ การชะลอ-ทบทวนโครงการดังกล่าวไว้ก่อน ก็น่าจะเป็นผลดีมากกว่า โดยเฉพาะกับรัฐบาลและตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นทั้งนายกฯ และ รมว.กลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเรื่องเรือดำน้ำต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่สร้างกระแสความรู้สึกกับประชาชนได้ง่าย ให้คัดค้านโครงการดังกล่าว ยิ่งเวลานี้ พลเอกประยุทธ์ กำลังโดนรุกไล่อย่างหนักจากม็อบนักศึกษา-ประชาชน-คนรุ่นใหม่ เมื่อมาเกิดประเด็นเรื่องเรือดำน้ำแทรกเข้ามาอีก ก็ยิ่งสร้างกระแสความไม่พอใจจากประชาชนมากขึ้นไปอีก ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง ที่พลเอกประยุทธ์ก็ต้องประเมินสถานการณ์มากพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูว่าการประชุม กมธ.งบชุดใหญ่ วันพุธที่ 26 ส.ค. เสียงส่วนใหญ่ที่ก็เป็น กมธ.จากฝ่ายรัฐบาล-พรรคร่วมรัฐบาล จะว่าอย่างไร จะลงมติ เดินหน้าหรือถอยหลัง โดยเฉพาะ กมธ.งบจากพรรคประชาธิปัตย์ หลังแกนนำพรรคบางส่วนแสดงความเห็นคัดค้านโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งตามกระบวนการ หากสุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ใน กมธ.งบชุดใหญ่ไม่มีการตัดงบโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำออกไป ก็เชื่อได้ว่าจะมีกรรมาธิการงบจากพรรคฝ่ายค้านใช้สิทธิ กมธ.เสียงข้างน้อย ทำการ ขอสงวนความเห็น เพื่อนำไปอภิปรายในที่ประชุมใหญ่ ตอนร่าง พ.ร.บ.งบกลับเข้าสภาฯ วาระ 2 และ 3 ในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ เพื่อขอให้สภาฯ ตัดงบดังกล่าวในวาระ 2 ที่หากถึงตอนนั้น กระแสคัดค้านแรงหนักมาก รัฐบาลก็ยังสามารถถอยได้ โดยสั่งให้ ส.ส.รัฐบาลลงมติตาม กมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นให้ตัดงบดังกล่าวในวาระ 2 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่ากับว่า โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำยังต้องฝ่าอีก 2 ด่าน คือด่านที่ประชุมใหญ่ กมธ.งบพุธนี้ กับด่านที่ประชุมใหญ่สภาฯ กลางเดือนหน้า เรือดำน้ำจากจีนจึงยังต้องลุ้นว่าจะโดนจมกลางสภาฯ หรือไม่ เพราะหากกระแสสังคมคัดค้านอย่างหนัก ก็ไม่แน่บิ๊กตู่อาจสั่งถอยก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75453</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43d6d9c12ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
