<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา!&#039;บิ๊กตู่&#039;เตรียมจ้อเทป2ผ่านเพจไทยคู่ฟ้าเย็นวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตา!&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;เตรียมจ้อเทป2ผ่านเพจไทยคู่ฟ้าบ่ายสามวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ต.ค.62- เมื่อวันศุกร์ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยไม่มีวาระงานหรือกำหนดการอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในเวลา 15.00 น นายกรัฐมนตรี จะออกรายการ Government weekly ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ไทยคู่ฟ้า โดยรายการในวันนี้จะเป็นรูปแบบรายการทอร์ค พูดคุยกันในประเด็นต่างๆโดยมีตนเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมด้วย ทั้งนี้เนื้อหาหลักจะเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงประชาชน ส่วนนายกรัฐมนตรีจะออกรายการทุกวันศุกร์เหมือนก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยต้องดูวาระงานและภาระกิจนายกรัฐมนตรีเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกรายการของพล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่2 โดยครั้งแรกได้ออกรายการดังกล่าวไปเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสรุปภารกิจการเยือนสหรัฐอเมริกาและเปิดใจในประเด็นต่างๆ โดนนายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า จะสื่อสารกับประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47298</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เพจไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96c6340ce55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เพื่อไทยโวย&#039;ประยุทธ์&#039;ไม่เป็นผู้นำแก้รธน.เหตุต้องการใช้ประโยชน์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;4ต.ค.62-น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงท่าทีชัดเจนเรื่องการไม่เอาด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า เป็นเรื่องไม่เหนือความคาดหมาย ขอตั้งคำถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปใช่หรือไม่ แม้จะรู้ดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามากมาย แม้กระทั่งกับรัฐบาลชุดนี้เองที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานเป็นอย่างมาก แต่หากเทียบกับผลประโยชน์ทางการเมืองที่จะได้รับ โดยเฉพาะการสืบทอดอำนาจออกไปเรื่อยๆ เชื่อว่าทั้งพล.อ.ประยุทธ์และเครือข่าย จะยังคงขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเรา อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ได้คาดหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะกลับใจมาถือธงนำในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเขาเป็นคนยึดอำนาจและฉีกรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ก่อนจะให้ลูกสมุนเนติบริกรทั้งหลายยกร่างขึ้นมาใหม่&amp;nbsp; แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์น่าจะสำนึกบ้างว่า ได้ทำอะไรอย่างที่เคยให้สัญญากับประชาชนไว้หรือไม่ ทั้งการปฎิรูปการเมือง การสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาความยากจน หรือการขอเวลาอีกไม่นานในการเป็นผู้นำจากรัฐประหารที่ใช้อำนาจพิเศษ แต่สิ่งที่ผู้คนเห็นอยู่ในขณะนี้ กลับตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิงโดยเฉพาะเรื่องการแก้ความยากจน ที่มีตัวเลขคนจนเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย นอกจากจะไม่รู้สึกรู้สาแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังหวังจะอยู่ในอำนาจต่อไป โดยอาศัยกลไกพิเศษที่ถูกออกแบบเอาไว้ใช่หรือไม่ โดยเฉพาะ 250 สว.ที่โหวตเลือกนายกฯได้ถึง 2 สมัย โดยไม่สนใจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่แม้แต่รัฐบาลของตัวเองก็ยังไม่สามารถแก้ได้ อันเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบมาเพื่อการสืบทอดอำนาจไม่ใช่เพื่อแก้เศรษฐกิจ&amp;quot;นายอนุดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากจะไม่ยอมรับความจริงแล้ว&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ยังคงคอยพูดอบรมสั่งสอน ตำหนิติติงประชาชนในเรื่องต่าง ๆ ในลักษณะอวดรู้หรือยกตนข่มท่าน ซึ่งในแต่ละเรื่องที่ตำหนิประชาชน ต่างก็ย้อนแย้งกับสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์กำลังกระทำแทบทั้งสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ ควรเลิกทำตัวเป็นผู้ชายช่างตัดพ้อ หรือกระทำในสิ่งที่ย้อนแย้งกับคำพูดของตัวเอง ที่พูดออกมาอย่างหนึ่ง แต่ในใจคิดดัง ๆ ออกมาให้คนดูได้ยินอีกอย่างหนึ่ง เพราะนอกจากจะไม่ทำให้ตัวเองดูดีแล้ว จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่ผู้คนไม่ค่อยเชื่อมั่นในความสามารถของผู้นำอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47292</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นายกฯสืบทอดอำนาจ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พูดให้รักชาติก็ไม่ได้!&#039;สส.ส้มหวาน&#039;อัด&#039;บิ๊กตู่&#039;ยังติดอยู่ในยุคสงครามเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ต.ค.62-น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kunthida Rungruengkiat - กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ มีเนื้อหาดังนี้
นี่คือพ.ศ.2562 แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ยังคงติดอยู่ในวิธีการเรียนการสอนในยุคสงครามเย็น ที่เน้นเฉพาะความรักชาติ ที่แท้จริงแล้วมีเส้นบางๆระหว่าง &amp;ldquo;คลั่งชาติ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;รักชาติ&amp;rdquo;
ในขณะที่ปัจจุบันโลกกำลังถกเถียงถึงเรื่องพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมที่ตนเองอยู่ และเป็นพลเมืองของโลก
ที่สามารถเข้าอกเข้าใจวัฒนธรรมของตนเอง พร้อมกับที่ยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป
ส่วนเรื่องครอบครัวแหว่งกลาง หรือครอบครัวที่ปู่ย่าตายายต้องเป็นผู้เลี้ยงดูหลานนั้นเป็นปัญหารุนแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยูนิเซฟเคยสำรวจเอาไว้ว่ามีเด็กกลุ่มนี้ถึง 3 ล้านคน
การจะกล่าวโทษว่าครอบครัวไม่อบอุ่น พ่อแม่เอาแต่เล่นโซเชียลมีเดียนั้นง่าย แต่ไม่ได้วิเคราะห์ถึงปัญหาภาพใหญ่เลย นั่นคือการย้ายถิ่นออกไปทำงานของพ่อแม่
รัฐบาลมีหน้าที่โดยตรงที่จะรับผิดชอบจัดการเรื่องนี้ แต่กลับมีหัวหน้าคณะทำงานที่ยังไม่สามารถเข้าใจปัญหาพื้นฐานได้เลย เรื่องนี้ถือว่าน่าผิดหวังที่คุณประยุทธ์ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เลย
อีกทั้งมุมมองเรื่องการดิ้นรนหาชีวิตที่ดีขึ้นเป็นเรื่องเชื่อมโยงกับศีลธรรมอย่างเดียวก็ไม่ยุติธรรมนัก ต้องย้อนถามว่า ถ้าเกิดมาอยู่ในครอบครัวทั้งยากดีมีจน
การอยากมีชีวิตที่มีคุณภาพนั้นเป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำหรือ ดังนั้นการต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นจึงไม่ควรต้องเชื่อมโยงกับความผิดถูกแต่อย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับงานของรัฐที่มีหน้าที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น คุณประยุทธ์กลับไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย
ต้องอย่าลืมว่าในขณะที่ประชาชนมีหน้าที่ในฐานะพลเมือง รัฐก็มีหน้าดูแลและบริหารประเทศให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้อย่างถ้วนหน้าเช่นกัน และหน้าที่นั้นไม่ใช่การสั่งให้ใครท่องจำว่าสิ่งไหนผิดหรือถูก
แต่คือการเรียนรู้เรื่องสิทธิและความรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักหน้าที่ของตนเอง ส่วนนี้ทำโดยการท่องจำไม่ได้ ทำโดยการสั่งไม่ได้
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวิธีเช่นนี้ไม่ได้ผล สิ่งที่ควรจะเป็นคือการสร้างสิ่งแวดล้อมทั้งในโรงเรียนและครอบครัวให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบหน้าที่ต่างๆ ยกตัวอย่างวิชาหน้าที่พลเมือง ต้องไม่ใช่การชี้ผิดชี้ถูกโดยครูเพียงฝ่ายเดียวเหมือนที่คุณประยุทธ์กำลังทำอยู่ หากแต่ต้องมีทั้งการฝึกวิเคราะห์ ถกเถียง ให้เหตุผล จนเกิดความเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47291</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รักชาติ-คลั่งชาติ, สงครามเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96b3fd7f402.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระอุ!&#039;ทอน&#039;ฉะ&#039;ลุงตู่&#039;นำเรื่องที่ตัวเองหาข้อมูลจากกูเกิลมาเหยียดหยามปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ก.ย.62-นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ Thanathorn Juangroongruangkit @Thanathorn_FWP&amp;nbsp; ระบุว่า
ผมสอนลูกอยู่เสมอ เวลาค้นหาความรู้โดยใช้กูเกิล ต้องระวังค.ถูกต้อง-ค.น่าเชื่อถือของข้อมูลเป็นอย่างยิ่ง แต่นี่คุณประยุทธ์กลับนำเรื่องที่ตัวเองหาข้อมูลจากกูเกิลมาเหยียดหยาม ปชช ที่ไม่เปิดกูเกิลว่าเป็นคนไม่เรียนรู้ เป็นพวกมีปัญหา นายกที่ดีย่อมไม่ดูถูก ปชช และไม่บริหารประเทศด้วยกูเกิล
ทั้งนี้การโพสต์ข้อความดังกล่าวสืบเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกับผู้บริหารเอเชียโซไซตี้ ตอนหนึ่งว่า &amp;quot;พวกเราเป็นนักบริหารจะเปิด (กูเกิล) ส่วนใหญ่ ประชาชนจะไม่ค่อยเปิด นั่นแหละจึงทำให้ปัญหามันเกิดขึ้น เพราะว่าเค้าไม่เรียนรู้ไง&amp;rdquo;เมื่อวันที่ 25 กันยายน เวลา 12.05 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46736</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หาข้อมูลจากกูเกิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190727/image_big_5d3b9337512b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯถกเลขาฯยูเอ็นไทยพร้อมมีบทบาทอย่างเข้มแข็งแก้ไขประเด็นท้าทายสำคัญ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ก.ย.62เมื่อวันที่ 26 กันยายน เวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ อาคารสำนักเลขาธิการ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พบหารือกับ นายอันโตนิอู กุแตเรซ (Mr. Ant&amp;oacute;nio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้
&amp;nbsp;
นายกรัฐมนตรีชื่นชมบทบาทของเลขาธิการสหประชาชาติที่พยายามผลักดันการปฏิรูปองค์กรในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาการทำงานของสหประชาชาติให้มีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชนในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการพัฒนา การบริหารจัดการองค์กร ตลอดจนการเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคง ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนการดำเนินนโยบายเพื่อการปฏิรูปดังกล่าว เพื่อช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการพัฒนาสหประชาชาติ ทั้งนี้ ไทยพร้อมมีบทบาทที่เข้มแข็งอย่างต่อเนื่องในประเด็นท้าทายที่ไทยให้ความสำคัญ อาทิ การพัฒนาที่ยั่งยืน การสาธารณสุข และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพร้อมแสดงบทบาทในการเป็นสมาชิก Ecosoc ในปีหน้า
&amp;nbsp;
เลขาธิการสหประชาชาติขอบคุณบทบาทที่ชัดเจนของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับโลก ทั้งนี้ ชื่นชมไทยในฐานะประธานอาเซียนที่ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความยั่งยืนเช่นเดียวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
&amp;nbsp;
นายกรัฐมนตรี ยืนยันแนวทางของไทยในการส่งเสริมให้อาเซียน เป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และพร้อมขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2573 (ค.ศ. 2030) ซึ่งไทยมีแนวทางการดำเนินงานด้านการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีย้ำว่าการแก้ปัญหาในโลกไม่มีประเทศใดทำได้ลำพัง ต้องมีความร่วมมือกัน ไม่ใช่เพียงแต่ทวิภาคี แต่ต้องดำเนินการแบบไตรภาคีและพหุภาคีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี นครนิวยอร์ก เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันศุกร์ที่ 27 กันยายน เวลา 21.55 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46735</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอันโตนิอู กุแตเรซ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8d67b580512.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดกำหนดการนายกฯร่วมเวทีประชุมยูเอ็น21-27ก.ย.ที่สหรัฐพร้อมถกผู้นำนานาประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ก.ย.62-ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันที่ 21-27 กันยายน 2562 นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ (United Nations General Assembly &amp;ndash; UNGA) ครั้งที่ 74 และเข้าร่วมการประชุมสำคัญที่เกี่ยวเนื่อง ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมที่สอดคล้องกับวาระการเป็นประธานอาเซียน เพื่อแสดงบทบาทในวาระระดับโลกที่สำคัญสอดคล้องกับ 3 เสาหลักสหประชาติและผลประโยชน์ของไทย ได้แก่ 1. การประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อแสดงบทบาทที่แข็งขันของไทยในด้านสาธารณสุข แสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงนโยบายของไทยในการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 3 และผลักดันระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งไทยมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ UHC เป็นวาระระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ (UN Climate Action Summit) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งวาระสำคัญของโลกที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) เพื่อทบทวนและติดตามผลการอนุมัติวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ในระดับผู้นำเป็นครั้งแรกภายหลังจากที่ผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยได้รับรองเมื่อปี 2558 ซึ่งไทยจะกล่าวถ้อยแถลงในนามอาเซียน โดยย้ำ 3 ประเด็น 1.Acceleration การเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อสร้างความเชื่อมโยง ลดความเหลื่อมล้ำ รักษาสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน 2. Localization การดำเนินนโยบายให้เข้าถึงระดับท้องถิ่นโดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ชูหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ 3.Cooperation การเสริมสร้างความร่วมมือโดยย้ำว่าอาเซียนพร้อมร่วมมือกับสหประชาชาติและประเทศต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบกับภาคส่วนสำคัญได้แก่ 1.Asia Society ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะได้ย้ำบทบาทไทยในภูมิภาคและความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในฐานะประธานอาเซียน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บทบาทไทยในอนุภูมิภาค การเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ Smart City และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และ2. สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) จะใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพด้านเศรษฐกิจของไทย โดยแจ้งถึงการดำเนินการของไทยในการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ อาทิ ด้านภาษีศุลกากร เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ ย้ำจุดแข็งของ EEC ในการเชื่อมโยงไปยังอนุภูมิภาคต่างๆ เปิดโอกาสให้แก่นักลงทุนต่างชาติให้มาร่วมมือกันในฐานะ Key Player&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างนี้นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการพบปะหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ ได้แก่ นายสกอตต์ มอริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย รวมทั้งหารือกับนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ และนาย Tijjane Muhammad Bande ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 74 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำหนดการวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 23.10 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน เวลา 11.05 น. โดยในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะรับฟังการบรรยายสรุปการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และกิจกรรมอื่นๆ จากนั้นเวลา 15.30 น. นายกรัฐมนตรีจะพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2562 ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะของการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ จากนั้นในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีปิดการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอังคารที่ 24 กันยายน 2562ช่วงเช้าเลขาธิการสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองเพื่อต้อนรับประมุข หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และคู่สมรส จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการเปิดอภิปรายทั่วไปการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 โดยในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และในช่วงค่ำประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ และภริยาเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุข หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันพุธที่ 25 กันยายน ช่วงเที่ยง นายกรัฐมนตรีมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ ณ องค์กร Asia Society และในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำและพบปะกับคณะผู้บริหารของ USABC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางออกจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน เวลา 12.00 น. และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562 เวลา 21.55 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46192</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอันโตนิอู กุแตเรซ, ประธานอาเซียน, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน, สหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc2606a9f372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 06:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทกภัยรุนแรง!นายกฯสั่งยกระดับบรรเทาภัยพิบัติ4จว.อีสานเป็นระดับ3เร่งดันงบฯช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ก.ย.62-เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดี ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ยกระดับการป้องกันและบรรเเทาสาธารณภัยเป็นระดับ 3 ในพื้นที่ 4 จังหวัดได้แก่ ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี ศรีษะเกษ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยยังรุนแรงกว่าในพื้นที่ 28 จังหวัดที่อยู่ประกาศอยู่ในระดับ 2 เนื่องจากอยู่ในระยะฟื้นฟูแล้ว ซึ่งการยกระดับเป็นระดับ 3 นั้น จะสามารถบูรณาการทุกหน่วยงาน เน้นให้เกิดความรวดเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ หากมีเรื่องใดจำเป้นต้องขอยกเว้นขั้นตอนก็ต้องดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยตำแหน่ง ซึ่งในวันจันทร์ที่ 23 กันยายนนี้ ที่ กรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เนื่องจากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศ และตนเองจะวีดีโอคอนเฟอเร้นไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ซึ่งมีทั้งจังหวัดที่ประสบภัย และจังหวัดที่จะต้องเตรียมความพร้อมรับมือ อย่างเช่นในพื้นที่ภาคใต้ ที่อาจจะประสบอุทกภัยหลังจากนี้ รวมถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งในบางพื้นที่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ส่วนการเยียวยาฟื้นฟูบ้านเรือน ใน 28 จังหวัดจะมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการซ่อมแซ่มบ้านเรือน ทั้งทหาร ตำรวจ สถาบันอาชีวศึกษา เป็นต้น ทั้งนี้การเยียวยาขึ้นอยู่กับความพร้อมแต่ละพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งพื้นที่เกษตร และบ้านเรือน รัฐบาลจะต้องเร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่ที่อยู่ในช่วงของการฟื้นฟูแล้ว ในทุกด้าน และย้ำว่าจะต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ตกหล่น หากส่วนใดที่จำเป็นต้องของบประมาณฉุกเฉินก็ขอให้ส่งเรื่องเข้ามา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46183</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ, อุทกภัยรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d76316001df6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
