<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039; สั่งด่วน เคลื่อนที่เร็วเสนารักษ์ ตรวจโควิดเชิงรุก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - มีรายงานข่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการไปยังเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเสนารักษ์ &amp;nbsp;หรือ เจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมจากสถานพยาบาลร่วมกับ กทม. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp;กว่า 100 ชุด ลงพื้นที่ตรวจโควิดเชิงรุก โดยใช้ Rapid Antigen Test ให้กับประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล แบบเคาะประตูบ้าน หากพบผู้ป่วยจะเรียกรถนำส่งโรงพยาบาลสนามทันที &amp;nbsp;แต่หากเป็นกลุ่มเสี่ยง บุคคลใกล้ชิด แจกจ่ายยาฟ้าทลายโจร ยาลดไข้ และแนะนำข้อปฏิบัติ เพื่อลดผู้ป่วยสีเขียว แบ่งเบาภาระสถานพยาบาล และโรงพยายาลสนามให้รับแต่ผู้ป่วยสีเหลือง และสีแดง โดยเริ่มลงพื้นที่ปฏิบัติงานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109951</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เคลื่อนที่เร็ว, เร็วเสนารัก, เหล่าทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a373a7792c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล อสม. ตำรวจ ทหาร ที่ร่วมแรงดูแลประชาชนช่วงโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ให้มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และขอให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนต่อการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และเต็มกำลังความสามารถ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลประชาชนในช่วงนี้ โดยการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล วิชาชีพสุขภาพทุกวิชาชีพ ได้เข้ามาช่วยดูแลรักษาตั้งแต่ผู้ที่อยู่ในช่วงสังเกตอาการ ผู้ป่วยติดเชื้อ รวมถึงผู้ป่วยหนักที่จะต้องช่วยกันรักษา โดยบุคลากรทางการแพทย์ได้ทุ่มเทสรรพกำลังในการดูแลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างสุดความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบันที่ต้องปฏิบัติงานภายใต้ความกดดัน ความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในการที่ต้องตรวจคัดกรอง ดูแลรักษาผู้ป่วย อีกทั้งมีความกดดันอีกมากจากสังคม ซึ่งผู้ป่วยมีความคาดหวังต่อบุคลากรทางการแพทย์สูง จนบางครั้งนำไปสู่การกระทบกระทั่งด้วยความเข้าใจผิดกันบ้าง และอาจทำให้บุคลากรทางการแพทย์ เสียขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงขอให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีขวัญและกำลังใจที่ดีต่อไปในการปฏิบัติหน้าที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยดูแลความสะดวกเรียบร้อย ทั้งในเรื่องการเดินทางสัญจรของประชาชน และที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลสงกรานต์ด้วย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน ที่ปฏิบัติหน้าที่ลาดตะเวนบริเวณชายแดนเพื่อป้องกันอธิปไตย และการลักลอบหลบหนีเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย นายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล วิชาชีพสุขภาพทุกวิชาชีพ อสม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือนทุกหน่วยงาน ที่ต้องปฎิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทเพื่อความสุขของคนไทยทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99568</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์, ปฏิบัติหน้าที่, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_60695e6dbfa8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ขอแรงอสม.ร่วมแก้จนให้ชาวบ้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.2564 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดีเด่นระดับชาติ เนื่องในวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2564ว่า ขอแสดงความยินดีกับทั้ง 17 คน ที่ได้รับรางวัล และได้พบปะหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รวมถึงผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับบน ถึงระดับล่าง ไปจนถึงครอบครัว ประชาชนถึงพื้นที่ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มี อสม.ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่เราได้ส่งเสริมรักษาต่อยอดตามพระราโชบาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้อาจจะต้องใช้ อสม.เพิ่มเติม นอกจากเรื่องสุขภาพแล้วยังต้องขอให้ช่วยร่วมแก้ปัญหาความยากจน ในการให้ความรู้ แนะนำปรับเปลี่ยนการปลูกพืช ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตการกินอาหาร เพื่อให้ปลอดภัย จะได้ไม่ต้องไปเสียค่ารักษาพยาบาลแพงๆ ไม่ป่วยดีกว่า รวมถึงสื่อทุกคนด้วยก็ดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีก็แล้วกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96350</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, อสม., อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051a056ebfeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐมนตรีใหม่ยังต้องรอ!นายกฯบอกยังไม่ทูลเกล้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.2564 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยังว่า ยัง ตรวจสอบประวัติก่อน ต้องให้ผู้ที่มีหน้าที่ทำการตรวจสอบก่อน ตนไม่ได้มีหน้าที่ไปตรวจเขา ให้มีการตรวจสอบกันเองก่อน จะรีบไปไหนล่ะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96337</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., นายกรัฐมนตรี, ปรับคณะรัฐมนตรี, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.กลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051872ee9e99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลเผยปชช.แจ้งเบาะแสทำผิดกฎหมายอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานการดำเนินงานตามที่ได้รับการแจ้งข้อมูลเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายและการร้องเรียนที่เป็นเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รายงานผลการดำเนินงานถึง 28 กุมภาพันธ์ พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กรณีแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้รับแจ้งข้อมูล จำนวน 44 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายแล้วเสร็จ จำนวน 30 รายการ จับกุมดำเนินคดี จำนวน 5 คดี ผู้กระทำความผิด 6 ราย ตรวจสอบและไม่พบการกระทำความผิด จำนวน 25 รายการ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 14 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณีสถานที่เล่นการพนันเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้รับแจ้งข้อมูล จำนวน 314 เรื่อง โดยได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายแล้วเสร็จ จำนวน 187 รายการ จับกุมผู้กระทำความผิด 21 คดี ตรวจสอบและไม่พบการกระทำความผิดจำนวน 166รายการ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 127 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่นอกเหนือจากการเข้าเมืองผิดกฎหมายและการเปิดสถานที่เล่นการพนัน ซึ่งได้รับแจ้งข้อมูล จำนวน 231 เรื่อง โดยได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายตามที่ได้แจ้งข้อมูลแล้วเสร็จ จำนวน 89 รายการ จับกุมดำเนินคดี จำนวน 12 คดี ผู้กระทำความผิด 25 ราย และตรวจสอบและไม่พบการกระทำความผิด จำนวน 77 รายการ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 142 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามที่ได้รับการร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ และสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโควิด -19 ซึ่งได้รับแจ้งข้อมูล จำนวน 109,097 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 108,874 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 223 เรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขทุกปัญหาที่ได้รับการร้องทุกข์และการแจ้งข่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติการทั้งการจับกุมดำเนินคดีด้วย และขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งข้อมูล เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบพยานหลักฐานในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาลสนับสนุนการมีส่วนร่วมตรวจสอบภาคประชาชน หากใครพบเห็นการกระทำหรือการปล่อยปละละเว้นการกระทำซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายและส่งผลกระทบเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอย่างรุนแรง สามารถแจ้งเบาะแสมายังศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 ทำเนียบรัฐบาลได้ทุกวัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94874</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายอนุชา บูรพชัยศรี, ผิดกฎหมาย, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, โควิด-19, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e04c71112c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการบดีมธ.ให้จับตาคำวินิจฉัยศาลรธน.กรณี&#039;บิ๊กตู่&#039;จะเป็นปลาตายน้ำตื้นเหมือน&#039;สมัคร&#039;หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า บ่ายนี้ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่า การที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านพักรับรองของทหาร จนถึงปัจจุบันเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าว ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 186 และมาตรา 170&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญมาตรา 184 อยู่ในหมวด 9 เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เป็นมาตราที่ใช้บังคับกับ ส.ส.และ ส.ว. ใน (3)เขียนไว้ว่า &amp;ldquo; (3)ไม่รับเงินหรือประโยชน์ใดๆจากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากที่หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจปฏิบัติต่อบุคคลอื่นๆ ในธุรกิจการงานปกติ&amp;rdquo;
มาตรา 186 ระบุว่า &amp;ldquo;ให้นำความในมาตรา 184 มาใช้บังคับต่อรัฐมนตรีด้วยโดยอนุโลม....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรา 170 ระบุว่า &amp;ldquo; ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก .. (5) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือ มาตรา 187&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากการกระทำของพลเอก ประยุทธ์ ขัดต่อมาตรา 184 ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการเฉพาะตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า สิ่งที่พลเอก ประยุทธ์กระทำ เป็นสิ่งผิดจริยธรรม ร้ายแรง ตามที่ ส.ส.ฝ่ายค้านคนหนึ่งกล่าวหาหรือไม่ เพราะการพักอาศัยอยู่ในบ้านพักของทหารหลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว มีให้เห็นโดยทั่วไป และสำหรับพลเอก ประยุทธ์ แม้จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังคงทำงานให้ประเทศชาติ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ เหตุผลของพลเอก ประยุทธ์ที่ว่า ทำให้ง่ายต่อการรักษาความปลอดภัย จึงฟังดูสมเหตุสมผล
อย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่สำคัญจึงไม่ใช่เรื่องจริยธรรม และไม่ใช่คำถามว่า กองทัพบกอนุญาตตามระเบียบอย่างถูกต้องหรือไม่ แต่เป็นคำถามว่า การพักอาศัยในบ้านรับรองของทหาร ของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการรับประโยชน์ใดๆจากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากที่ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นๆในธุรกิจการงานปกติ ซึ่งเป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
หากพลเอก ประยุทธ์เป็นเพียงทหารเกษียณ ที่กองทัพบกอนุญาตให้พักอาศัยอยู่ในบ้านรับรองของทหาร โดยที่กองทัพบก จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟให้ โดยมีระเบียบรองรับ กรณีข้างต้น จะไม่เป็นปัญหาใดๆเลย แต่นี่พลเอก ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเรื่องน่าคิดอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 184 น่าจะไม่ต้องการให้ ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรี ได้รับประโยชน์จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นพิเศษกว่าคนอื่น เพื่อรักษาความเป็นกลางไว้นั่นเอง
กรณีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นกรณี &amp;ldquo;ปลาตายน้ำตื้น&amp;rdquo; เช่นเดียวกับคุณสมัคร สุนทรเวช หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ บ่ายนี้ครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85678</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมัคร สุนทรเวช, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35f673f2643.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ก.ต.ช.เห็นชอบ &#039;บิ๊กปั๊ด&#039; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เป็น &#039;ผบ.ตร.&#039; คนที่ 12 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เป็นประธานการประชุมคัดเลือก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) คนที่ 12 หลังจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง &amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo;เป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยสาระสำคัญจะอยู่ที่ ม.18(3) กำหนดไว้ให้ ก.ต.ช.มีอำนาจหน้าที่ &amp;nbsp;พิจารณาดำเนินการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอ โดย ม.18(3) นี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 88/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติและ ในประกาศ คสช. ฉบับเดียวกัน ก็แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 53 (1 ) เป็น &amp;quot;ซึ่งมาตรา 53 ระบุไว้ว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 44 (1 ) (2) (3) และ (4) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 44 ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง จเรตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วเสนอ ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อให้เป็น ผบ.ตร. คนต่อไป ประกอบด้วย &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. &amp;quot;บิ๊กนู&amp;quot; พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. &amp;quot;บิ๊กใหม่&amp;quot; พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. &amp;quot;บิ๊กเบิ้ม&amp;quot; พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ ส่วน &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กต้อย&amp;quot; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา หมดโอกาสชิงเก้าอี้ ผบ.ตร.เมื่อถูก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร.สั่งสำรองราชการจึงขาดคุณสมบัติทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. &amp;nbsp;ได้เสนอชื่อ &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ซึ่ง ก.ต.ช.เห็นชอบ ได้เป็น &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot;คนที่ 12 ต่อจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่ครองเก้าอี้ตัวนี้มานานกว่า 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เกษียณอายุราชการปี 2565 เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2504 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ลูกชาย พ.อ.วีร์ แจงยอดสุข สำเร็จการศึกษาตอนต้นโรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 (ตท.20) โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 (นรต.36) ดีกรีปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านหลักสูตรสำนักงานสอบสวนกลาง ประเทศสหรัฐอเมริกา รุ่น 206&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับราชการตำแหน่งสำคัญ อาทิ นายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ สมัยเป็นผู้บังคับการกองพลาธิการ ,สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรปราการ, โยกกลับเป็นนายเวรหัวหน้าฝ่ายอำนวยการกรมตำรวจ ,เป็นสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหนองแขม ,รองผู้กำกับการข่าว กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขยับเป็นรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 2 , ขึ้นผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 7, เป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ,รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, รองผู้บังคับการตำรวจจราจร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ,ขึ้นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6, ข้ามหน่วยเป็นผู้บังคับการกองวิจัย, เป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ,รองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ,รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, เลื่อนเป็นผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ,ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ,ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75805</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กปั๊ด, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48b9b49473a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
