<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สว.คนละ&#039;5หมื่น&#039; บริจาคสู้โคโรนา สส.ชิ่งไม่เอาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรเพชร&amp;quot; ขอความร่วมมือ ส.ว.​หักเงินเดือน เม.ย.ขั้นต่ำคนละ 5 หมื่นบาท ตั้งกองทุนช่วยต้านโควิด-19 แต่กลับเสียงแตก &amp;quot;เสรี&amp;quot; หนุนเต็มที่ &amp;quot;กิตติศักดิ์&amp;quot; ไม่เอาด้วย อ้างอย่าแค่เอามันทางการเมือง ส่วน &amp;quot;ส.ส.&amp;quot; โอดต้องใช้จ่ายในการลงพื้นที่ &amp;quot;สุทิน&amp;quot; หวั่นบริจาคแล้วใช้ไม่คุ้มค่า ทั้งอาจถูกหักหัวคิวอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 เม.ย.63 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ทำหนังสือถึงสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทุกคน โดยระบุว่าตามที่เกิดสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ &amp;nbsp;เพื่อให้ ส.ว.ได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ดังกล่าวของประเทศ นายพรเพชร &amp;nbsp;วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้ประชุมหารือร่วมกับ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 &amp;nbsp;นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) มีความเห็นว่า สมาชิก ส.ว.ทุกคนควรมีบทบาทร่วมกันในนามของวุฒิสภาเพื่อที่จะหาหนทางช่วยกันคลี่คลาย และแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ดังกล่าวของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะได้ขอความร่วมมือจากสมาชิก ส.ว.ทุกคนร่วมกันบริจาคเงินขั้นต่ำคนละ 50,000 บาท เพื่อเป็นกองทุนบรรเทาทุกข์ประชาชนในนามของวุฒิสภา โดยจะมีการหักเงินจำนวนดังกล่าวจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งประจำเดือนเมษายน 2563 ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับเงินบริจาคจะได้ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาในรายละเอียดตามความเหมาะสมต่อไป โดยมอบหมายให้เลขาธิการวุฒิสภาชี้แจงรายละเอียดกับประธานกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาทุกคณะ เพื่อแจ้งให้สมาชิก ส.ว.ในแต่ละคณะกรรมาธิการทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ส่วนตัวยินดีสละเงินเดือน ส.ว.ทั้งหมด เพื่อนำไปช่วยเหลือคลี่คลายการระบาดของเชื้อโควิด-19 และเชื่อว่า ส.ว.ทุกคนก็เห็นด้วยกับหลักการสละเงินเดือนเพื่อนำไปช่วยเหลือจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือให้รัฐบาลนำไปใช้จ่ายในการหยุดยั้งการแพร่ระบาด ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะสละเงินเดือนได้มากน้อยเพียงใด เพราะแต่ละคนมีภาระความจำเป็นในการใช้จ่ายไม่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรีกล่าวว่า ในสภาวะโรคระบาดเช่นนี้การช่วยเหลือกันเป็นสิ่งสมควร ส.ว.ทุกคนทำงานกันตลอด ไม่ได้อยู่เฉยๆ มีการหารือกันตลอดเวลา ที่ผ่านมานำสิ่งของไปแจกประชาชนตลอด มีทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ส่วนที่รัฐบาลจะกู้เงิน 1.6 ล้านล้านบาทมาใช้แก้สถานการณ์โควิด-19 นั้น ถือเป็นความจำเป็น แต่เมื่อกู้แล้วต้องบริหารจัดการใช้เงินให้ดี มีความระมัดระวังในการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนจริงๆ ไม่ไปเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดหรือไปสร้างภาระในอนาคตมากเกินไป แต่ถ้าจะไม่ให้กู้เลยก็คงไม่ได้ เพราะถ้ากลัวไปหมดทุกเรื่องก็แก้ปัญหาไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากจะให้ ส.ว.สละเงินเดือนทั้งหมดไปช่วยแก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด ต่อให้ ส.ส.-ส.ว.สละเงินเดือน 3 เดือนก็ได้เงินมากสุดแค่ &amp;nbsp;300 กว่าล้านบาท ไม่สามารถนำไปแก้ไขอะไรได้มาก ส.ส.และ ส.ว.ทุกคนไม่ได้รวยเหมือนกันทุกคน &amp;nbsp;บางคนมีแค่เงินเดือนอย่างเดียว แต่มีภาระค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่มาก ดังนั้นการสละเงินเดือนจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยยังไม่สิ้นไร้ไม้ตอก ถังแตกถึงขนาดที่ต้องให้ ส.ส., ส.ว.และข้าราชการต้องสละเงินเดือนทั้งหมด รัฐบาลมีงบประมาณช่วยเหลืออยู่แล้ว คนที่เสนอประเด็นนี้มาอย่าแค่เอามันทางการเมือง &amp;nbsp; ที่ผ่านมา ส.ว.ทุกคนสละเงินเดือนบางส่วนนำไปบริจาค ซื้อของและหน้ากากแจกชาวบ้าน ทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่ประกาศตัวเป็นข่าว เราไม่ได้อยู่เฉยๆ โดยไม่ช่วยเหลือประชาชนเลย คนที่ไม่ชอบส.ว.อย่ามาจุดประเด็นเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องดรามา&amp;quot; นายกิตติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขอความร่วมมือ ส.ว.หักเงินเดือนขั้นต่ำ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมื่นบาทต่อคน เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ว่า ในส่วน ส.ส.แต่ละคนได้ช่วยเหลือในพื้นที่อยู่แล้ว&amp;nbsp;ไม่เหมือนกับ ส.ว.ที่ไม่ได้ทำพื้นที่ &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ส.ส.จัดซื้อทั้งหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ และอื่นๆ ดูแลประชาชน ซึ่งนั่นคือเรื่องส่วนตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในนามส่วนรวมก็คงต้องมีด้วย โดยตนจะได้หารือเรื่องนี้กับ ส.ส.อีก&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;คนในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เม.ย. ว่าจะมีการบริจาคในนามพรรคให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งเราจะสอบถามก่อนว่าขาดอะไรบ้าง แล้วจะได้เติมเต็มให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า การบริจาคของ ส.ว.เป็นเรื่องที่น่าส่งเสริม มีข้อดีทางด้านจิตวิทยา สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน แต่เมื่อนำจำนวนเงินไปเทียบกับปัญหาการแพร่ระบาดโควิด ถือว่าน้อยมากและไม่น่าจะเพียงพอ รวมถึงยังห่างไกลกับขนาดของปัญหาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินเสนอว่า นอกเหนือจากการบริจาคแล้ว อยากให้รัฐบาลออกมายืนยันและสร้างความสบายใจให้ผู้บริจาคว่าจะใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และต่อไปจะไม่มีข่าวการทุจริตเครื่องมือแพทย์ หรือหักหัวคิวชุดตรวจโควิด เพราะวันนี้คนได้ยินว่ามีทุจริตหักหัวคิวคนจึงไม่อยากบริจาค ทั้งนี้ถ้าจัดการเรื่องทุจริตหักหัวคิวได้จริงจะทำให้ได้เงินมากกว่าการบริจาคของ ส.ส.และ ส.ว.รวมกันหลายเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าในส่วนของ ส.ส.ไม่มีใครแล้งน้ำใจ แต่ธรรมชาติของ ส.ส.และ ส.ว.ต่างกัน อาทิ ส.ส.หลายคนใช้เงินลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ แต่ ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ได้ลงพื้นที่อาจจะเลือกใช้วิธีการบริจาค&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า อดีต ส.ส.และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ตนเองพูดเรื่องรัฐประหารโควิด เสรีภาพกับสุขภาพสำคัญเท่ากัน แล้วถูกฝ่ายตรงข้ามเยาะเย้ยว่า ถ้าได้ฟังตนพูดทั้งหมดในรายการ Interregnum ผ่าน Podcast ประมาณ 35 &amp;nbsp;นาที จะเห็นได้ชัดว่าตนไม่ได้ตำหนิติเตียนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใดๆ เลย มีแต่การวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมานั้นมีความบกพร่องจริงๆ เป็นการแก้ไขปัญหาในลักษณะวิ่งตามไปเรื่อยๆ ออกมาตรการแต่ละอย่างคิดได้แบบไม่ครบถ้วนทั้งระบบ พอออกมาตรการเรื่องหนึ่ง เกิดผลร้ายจากมาตรการนั้น ต้องไปตามแก้อีก แทนที่การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะสามารถทำให้รัฐบาลมีอำนาจมากขึ้นในการแก้ปัญหาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตรงกันข้ามทุกท่านเห็นแล้วว่าแม้จะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยืนยันว่าในท้ายที่สุดแล้ว การแก้ปัญหาครั้งนี้ถ้าหากเรามีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพจริงๆ ผมคิดว่าถ้าคุณประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขนาดนี้แล้ว มันน่าจะแก้ไขได้ ตรงกันข้ามตอนนี้ทำไปทำมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศขึ้นไปมันอาจจะแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ แต่ท้ายที่สุดยืนยันว่าเอาใจช่วยรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาเรื่องวิกฤติโควิดให้ได้ เพราะเรื่องนี้มันหนักจริงๆ&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวด้วยว่า เราวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลด้วยความปรารถนาดีหวังดีทั้งนั้น มีข้อเสนอแนะโดยตลอด ส.ส.พรรคฝ่ายค้านหลายคนก็ทำข้อเสนอ อยากจะให้มองว่าการวิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะต่างๆ ทำด้วยความหวังดีทั้งนั้น ทำงานร่วมกับรัฐบาลนั่นเอง ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ถ้าไม่เสนอแนะวิพากษ์วิจารณ์กันเลย ตนคิดว่ามันอาจจะไม่ดี ต้องช่วยกัน เท่าที่ตนพบเจอกับพี่น้องประชาชนและคุยกับพวกเราด้วย ไม่มีใครที่จะไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพียงแต่ขอมาตรการให้ชัดเจน คิดรอบด้านทั้งระบบ ถ้าตัดสินใจทำทุกคนเจ็บไปด้วยกัน ถูกจำกัดเสรีภาพด้วยกัน ต้องมีมาตรการต่างๆ รองรับตามมาด้วย ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้เปรียบเสมือนประชาชนกำลังกลั้นหายใจอยู่ การล็อกดาวน์มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลต้องใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ต้องมีการตรวจเชิงรุก ทำสต๊อกอุปกรณ์การแพทย์ที่เกี่ยวข้อง มีการคิดล่วงหน้า &amp;nbsp;ถ้าล็อกดาวน์มากกว่านี้ต้องเตรียมระบบโลจิสติกส์ครั้งใหญ่ ที่จะต้องเอาปัจจัย 4 ไปถึงพี่น้องประชาชนให้ได้ ความสำเร็จของรัฐบาลคือความสำเร็จของประเทศไทย จากนี้ตนก็จะไปประชุม ส.ส.ผ่านระบบ &amp;nbsp;Zoom เพื่อประเมินสถานการณ์และทำกิจกรรมที่เหมาะสม เป็นฝ่ายค้านสร้างสรรค์ ทำให้ประเทศไทยกลั้นหายใจให้น้อยที่สุด กลับมาหายใจได้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธากล่าวด้วยว่า อีก 32 วันจะเข้าหน้าฝน ปกติผู้ป่วยไข้เลือดออก 15,000 คน ไข้หวัดใหญ่ &amp;nbsp;20,000 คน ปอดบวม 14,000 คน เตียงทั้งประเทศมี 140,000 ไอซียู 7,700 เครื่องฟอกไต ปั๊มหัวใจมีอยู่เท่าไหร่ เป็นสิ่งที่พวกตนอยากเตรียม เราอยู่กับโควิดมา 100 วันแล้ว จะเอาเวลามาเตรียม 100 วันข้างหน้า โรงเรียนต้องเปิด เครดิตบูโร 90 วัน อาจจะเกิดหนี้เสียจำนวนมาก เราจะช่วยเตรียมเช็กลิสต์ให้รัฐบาล ไม่ให้เกิดการตามมาแก้ปัญหาภายหลัง จะเตรียมตัวเลขไว้ให้ช่วยกันคิด ถ้าเกิดสถานการณ์ผู้ป่วยจากหน้าฝนเกือบ 50,000 คน บวกกับโควิด เตียงในประเทศพอหรือไม่ ไอซียูในกรุงเทพฯ มี 2,000 จังหวัดน้อยที่สุดมีแค่ 3 ห้อง ถ้าโควิดไปอยู่ภาคใดที่มีไอซียูแค่ 3 เตียงจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราเตรียมตั้งแต่วันนี้จะแก้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วทุกภูมิภาคของประเทศว่า หลังการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การใช้มาตรการเคอร์ฟิวเพื่อจำกัดการเดินทางของประชาชน ถ้าผลออกมาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง ที่อาจเป็นสัญญาณว่า บุคลากรทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขของประเทศเริ่มที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ หากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ภาครัฐต้องผ่อนปรนบางมาตรการเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประเภทสามารถกลับมาขับเคลื่อนได้ ไม่ใช่ไปจับคนฝ่าฝืนเคอร์ฟิวคืนละร้อยกว่าคน แล้วพยายามสื่อสารในลักษณะข่มขู่ประชาชนว่า ถ้าประชาชนไม่ร่วมมือจะต้องประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า กรณีการตีความจดหมายราชการของกระทรวงมหาดไทยที่ให้เตรียมพร้อมและยกระดับมาตรการรับมือโควิด-19 แล้วบอกว่าเป็นการตีความผิด แสดงว่าประชาชนบางส่วนตื่นตระหนกและไม่เชื่อมั่นในมาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐออกมา เพราะที่ผ่านมาหลายมาตรการของภาครัฐ ลักลั่น สับสน ไม่มีมาตรการรองรับ ช้ากว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเสมอ หากการประกาศเคอร์ฟิว 4 ทุ่มถึงตี 4 ไม่ได้ผล ไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อได้ แล้วรัฐบาลจะขยายเวลาในการประกาศเคอร์ฟิวเป็น 24 ชั่วโมง จะมีอะไรมาการันตีว่าการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคจะได้ผล เกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดก็ไม่ได้ใช้วิธีการประกาศเคอร์ฟิว 24 &amp;nbsp;ชั่วโมง ในขณะที่พบข้อมูลการติดเชื้อของคนในบ้านเป็นการติดเชื้อที่สูงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากรัฐมีมาตรการที่เข้มขึ้นถึงขนาดห้ามออกจากเคหสถาน 24 ชั่วโมง อยากถามว่ารัฐบาลเตรียมการรับมือในเรื่องนี้ไว้หรือไม่ อย่างไร&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62442</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร, วิรัช รัตนเศรษฐ, ศุภชัย สมเจริญ, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c7fad9ecff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สแกน กรรมการสิทธิฯชุดที่ 4 ทำไม? คลอดยากคลอดเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดที่ 4 จะก่อกำเนิดเป็นตัวเป็นตน ช่างยากเย็นแสนเข็ญอะไรเช่นนี้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงดาบฟันฉับ ด้วยบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิฯ (พรป.กสม.) พ.ศ.2560 ให้ กสม.ชุดที่ 3 ที่มีนายวัส ติงสมิตร เป็นประธานพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ พรป.กสม.ใช้บังคับ หรือที่เรียกกันว่าเซตซีโร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยกระบวนการสรรหาและคัดเลือกเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้กาลเวลาล่วงผ่านมาจะครบ 2 ปีก็ยังไม่ได้ กสม.ชุดใหม่ 7 คนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าล่าสุด วุฒิสภาเพิ่งประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 15 คนไปตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็น กสม. 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการฯ มีอาทิ พล.อ.อู๊ด เบื้องบน, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, นายวันชัย สอนศิริ, นายตวง อันทะไชย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ผ่านมาการสรรหาเป็น กสม. 5 คน ได้แก่ นายสุชาติ เศรษฐมาลินี, นายวิชัย ศรีรัตน์, นายบุญเลิศ คชายุทธเดช, &amp;nbsp; นางสาวลม้าย มานะการ และนางปรีดา คงแป้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการฯ จะเชิญให้ทั้ง 5 คนมาตอบข้อซักถามต่างๆ จากนั้นก็ทำรายงานเสนอให้วุฒิสภาประชุมลับเพื่ออภิปรายและลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การให้ความเห็นชอบ จะต้องได้คะแนนจาก ส.ว.เกินกว่ากึ่งหนึ่ง นั่นคือต้องได้ถึง 126 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่ ส.ว.คัดเลือก 5 คน ทั้งๆ ที่ กสม.มีทั้งสิ้น 7 คน ก็เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติให้ความเห็นชอบไว้แล้ว 2 คน คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนางพรประไพ กาญจนรินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีก 5 คนที่คณะกรรมการสรรหาส่งชื่อไป ซึ่งเป็นเอ็นจีโอ ได้คะแนนจากที่ประชุม สนช.ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะกรรมาธิการฯ ของ สนช.ใช้เวลาตรวจสอบประวัติผู้ผ่านการสรรหา 7 คน นานถึง 90 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เริ่มมีการเปิดรับสมัครเพื่อสรรหากันใหม่ (ครั้งที่ 2) มีขึ้นในเดือนมกราคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่าจะได้ผู้ผ่านการสรรหา 5 คน มาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา 15 คนมาตรวจสอบประวัติ เพื่อให้ ส.ว. 250 คน ลงมติใช้เวลาเป็นปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางวิบากสู่ กสม. ต้องบันทึกไว้ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสรรหา 10 คน ต้องเปิดรับสมัครและคัดสรรถึง 4 ครั้ง เหตุผลเพราะเมื่อคณะกรรมการสรรหาลงคะแนนถึง 3 ครั้ง ผู้สมัครก็ยังได้คะแนนจากกรรมการไม่ถึง 2 ใน 3 กล่าวคือ ไม่ถึง 7 ใน 10 คน ทำให้ต้องล้มการสรรหาครั้งนั้นแล้วเปิดรับสมัครกันใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสรรหาครั้งที่ 3 ต้นเดือนสิงหาคม ได้เปลี่ยนองค์ประกอบกรรมการสรรหาโดยประธานสภานิติบัญญัติฯ (นายพรเพชร วิชิตชลชัย) พ้นตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร (นายชวน หลีกภัย) และผู้นำฝ่ายค้าน (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์) เข้ามาเป็นกรรมการสรรหาแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสรรหาครั้งที่ 4 ประธานกรรมการสรรหาที่เป็นประธานศาลฎีกา เปลี่ยนจากนายชีพ จุลมนต์ ซึ่งเกษียณอายุราชการ เป็นนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ กสม.ชุดใหม่ไม่เกิด กสม.ชุดที่ถูกเซตซีโรเหลือแค่ 3 คน คือ นายวัส ติงสมิตร, นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ และนางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง ก็ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะไม่ครบองค์ประชุม เนื่องจากนางเตือนใจ ดีเทศน์, นางอังคณา ลีนะไพจิตร ได้พร้อมใจกันลาออกเนื่องจากอึดอัดใจในการทำงาน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น น.พ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ก็ประเดิมลาออกเป็นรายแรก และต่อมานายชาติชาย สุทธิกลม ก็ลาออกอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นมา กสม.ตกในสภาพ &amp;ldquo;แพแตก&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไม่มีองค์กรอิสระมาทำหน้าที่ส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องของผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิคั่งค้างเป็นจำนวนมาก ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลกตกต่ำลง ฯลฯ นี่คือผลกระทบในทางเสียหายที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดได้ออกคำสั่งแต่งตั้งบุคคลมาปฏิบัติหน้าที่เป็น กสม.ชั่วคราวอีก 4 คน เพื่อให้ครบ 7 คนตามจำนวน กสม.ที่พึงมี ซึ่งเป็นไปตาม พรป.กสม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 4 คน ได้แก่ นายสมณ์ พรหมรส, นางสาอารีวรรณ จตุทอง, นางภิรมย์ ศรีประเสริฐ และนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 7 คนได้ประชุมกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตกลงกันว่าจะนัดประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมกับมอบหมายให้แต่ละคนลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานด้านคุ้มครอง ตรวจสอบและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนใน 6 ภูมิภาค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่า 4 เดือนครึ่ง (1 สิงหาคม-12 พฤศจิกายน) ประเทศไทยไม่มี กสม.ปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเมื่อไร กสม.ชุดใหม่จะเข้ามารับงานอย่างเป็นทางการ วุฒิสภาจะต้องคำถามนี้จะเร่งคัดเลือก กสม.ให้เสร็จเร็วในเดือนธันวาคมก็สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือจะลากยาวไปถึงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ปีหน้าก็ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะให้ความเห็นชอบทั้ง 5 คนไปเติมเต็มกับ 2 คน ได้ กสม.ครบ 7 คน หรือจะคว่ำบางคน หรือหลายคนทำให้ได้ กสม.ไม่ครบ 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ขึ้นกับ ส.ว.ส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้ามีใครถูกคว่ำก็ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่ง ให้คณะกรรมการสรรหาเปิดรับสมัครเป็นครั้งที่ 5 กว่าจะได้ครบ 7 คน อาจทอดยาวไปถึงกลางปีหรือปลายปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าเป็นกรรมของประเทศก็แล้วกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50368</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายตวง อันทะไชย, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.อู๊ด เบื้องบน, วันชัย สอนศิริ, วัส ติงสมิตร, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dcead1988b0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอข่าวเก็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนถึงวันหยุดยาว 3 วัน ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม บรรยากาศการทำงานของนักข่าวก็จะคึกคักหน่อย ไม่ใช่เพราะได้หยุดยาวกับเขานะ แต่ด้วยวิถีการทำงาน ที่ต้องหาข่าวเก็บไว้ออกอากาศหรือตีพิมพ์ในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ ที่มักจะมีข่าวน้อยนั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยที่ทำเนียบรัฐบาล ปกติก่อนวันหยุดยาวๆ นักข่าวก็จะขอเข้าสัมภาษณ์หรือดักสัมภาษณ์บรรดารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ประจำอยู่ทำเนียบฯ โดยขาประจำที่เมตตาให้ข่าวพวกเราก็เช่น&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กฉัตร&amp;quot; พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี &amp;quot;อาจารย์วิษณุ&amp;quot; วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอตกเย็น ได้เวลาราชการเลิกงาน นักข่าวก็มารอดักสัมภาษณ์ &amp;quot;อาจารย์วิษณุ&amp;quot; ตรงบันไดทางขึ้นตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้นอาจารย์เดินลงมาจากห้องทำงาน เจอหน้านักข่าวยืนส่งยิ้มให้ ก็เป็นอันรู้กัน อาจารย์เลยยิงมุก แซวทันใดว่า &amp;quot;พวกคุณไม่มีข่าวละสิ เลยมาหาผม วันหยุดยาวหลายวัน&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำนักข่าวหัวเราะกันใหญ่ ขณะที่อาจารย์ก็ใจดี ให้สัมภาษณ์เป็นข่าวเก็บไว้ออกได้อีกหลายวันเช่นเคย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และพอสัมภาษณ์กันเสร็จสรรพ ก่อนกลับอาจารย์ยังหันมาถามให้แน่ใจอีกรอบว่า &amp;quot;จะถามอะไรกันอีกไหม ผมจะไปแล้วนะ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่นักข่าวบอก ขอถามถึงอนาคตการทำงานของอาจารย์ต่อจากนี้ได้ไหม? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านอาจารย์รีบตอบทันทีว่า &amp;quot;ผมไม่ตอบ เพราะไม่ได้วางเอาไว้&amp;quot; ก่อนยิ้มให้พร้อมกับขึ้นรถเดินทางกลับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม..เรียกว่าทำงานอยู่ด้วยกันหลายปีจนรู้ใจ แค่เห็นหน้านักข่าว สบตา ส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้ &amp;quot;อาจารย์&amp;quot; ก็รู้แล้วละว่า เราต้องการข่าวเก็บ ฮ่าๆๆ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;แสงทราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35101</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, วิษณุ เครืองาม, แสงทราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;quot;เราจะสืบสานรักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป&amp;quot; ...พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 .. &amp;quot;ไทยโพสต์&amp;quot; www.thaipost.net อิสรภาพแห่งความคิด Line ID:@thaipost ขอบันทึกไว้เหนือเกล้าฯ และร่วมเปล่งวาจา &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; เพราะประเทศไทยพัฒนายืนหยัดเป็นไทอยู่จนทุกวันนี้ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ของสถาบันพระมหากษัตริย์!!! ...0 พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีได้รับการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระราชประเพณีอันงดงามไปทั่วโลก นับเป็นบุญตาของเหล่าพสกนิกรไทยทั่วหล้า ..ในฐานะประชาชนคนไทยจึงขอร่วมส่งคำ &amp;quot;ขอบคุณ&amp;quot; และให้กำลังใจกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่สามารถปฏิบัติภารกิจขับเคลื่อนงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงามและสมพระเกียรติตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.เป็นต้นมา ...0 เป่านกหวีดเริ่มปฏิบัติราชการตามปกติ 7 พ.ค. มีอะไรมากมายที่รอให้ &amp;quot;รัฐบาลรักษาการ&amp;quot; สะสาง เริ่มตั้งแต่การประกาศรายชื่อ &amp;quot;วุฒิสมาชิก&amp;quot; ที่ทำกันแบบปิดๆ บังๆ กันมานานกว่า 3 เดือน ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แพลมแล้วว่า 10 พ.ค.นี้..รู้กัน!! ใครเป็นใคร ...0 แต่ดูเหมือนว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง สายลับแอบอยู่ในซอกลึกๆ รายงานว่า ได้เห็นใบลาออกจาก รมต.อย่างน้อย 6 นาย เคยใส่ชุดทหารกันทั้งนั้น ตั้งแต่ &amp;quot;บิ๊กนมชง&amp;quot; เพื่อนซี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ตามด้วย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ นอกจากนั้นก็ยังมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว กับคุณหมอ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์...0 ส่วนคนนอก ครม. แต่เป็นสมาชิกใน สนช.ที่เห็นชัดๆ ก็คงต้องเป็น พรเพชร วิชิตชลชัย กับ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อย่างไรก็ตามที่ต้องตามลุ้นกันต่อว่าชัวร์หรือมั่วนิ่ม ก็คงต้องเป็นชื่อของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นั่นเอง...0 เรื่องต้องปวดหัวรอ รมว.คมนาคมคนใหม่มาฟันธงคงไม่พ้น &amp;quot;ค่าโง่โฮปเวลล์&amp;quot; ถึงแม้ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รักษาการ รมว.คมนาคมจะบอกกับคณะทำงานหาทางออกว่า รัฐบาลหาเงินมาจ่ายค่าโง่ได้อยู่ แต่ก็ยังเป็นโจทย์ปัญหาที่ท้าทาย เพราะต้องหาผู้รับผิดชอบความเสียหายให้เจอ ..ขุดศพขึ้นมาถามรับรองก็ไม่ได้คำตอบ ...0 บันทึกว่าด้วยกระทรวงคมนาคมแล้ว ต้องเล็งไปที่เก้าอี้ใหม่ถอดด้าม &amp;quot;อธิบดี&amp;quot; กรมการขนส่งทางราง มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบบริหารจัดการระบบขนส่งทางรางทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟและรถไฟฟ้า เพราะรถไฟที่เป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อความคล่องตัวนั้น ยังขาดทุนยับเยิน แล้วดึงกลับเข้าไปสู่ระบบราชการมันจะไม่เป็นสาละวันเตี้ยลงกระนั้นหรือ??? ...0 จึงไม่แปลกใจที่มีข่าวว่า &amp;quot;บิ๊กคมนาคม&amp;quot; วิ่งหนีเก้าอี้ตัวนี้เป็นการใหญ่&amp;nbsp; เพราะมันคงร้อนก้นไม่ต่ำกว่า 10 ปีจึงจะเห็นอนาคต สุดท้ายหาใครไม่ได้อาจจะลงเอยที่ จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ผู้เก่งกาจสามารถก็ได้ ...0 บันทึกบรรทัดส่งท้าย ขอแสดงความยินดีกับกลุ่มบุคคลที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสมหามิ่งมงคลพระบรมราชาภิเษก โดยเฉพาะ 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไล่ตั้งแต่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง-พิภพ ธงไชย-สมศักดิ์ โกศัยสุข-สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และ สุริยะใส กตะศิลา นอกจากนั้นยังมี จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน กับ &amp;quot;กำนันเป๊าะ&amp;quot; สมชาย คุณปลื้ม และ ชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ และ วิทยา เทียนทอง อดีตเลขานุการ รมว.เกษตรฯ ได้รับอานิสงส์ในครั้งนี้ด้วย ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35091</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬา สุขมานพ, บันทึกหน้า 4, ปิยสาร์, พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2019 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2019 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กฉัตร&#039;บอก1-2วันรู้เรื่องใครไขก๊อก!ทีมงานบิ๊กจินถ่ายรูปหน้าตึกไทยฯเป็นที่ระลึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.62 - พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภายหลังมีชื่อรัฐมนตรีหลายคนได้รับการคัดเลือกเป็นส.ว. และมีรายงานข่าวพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง และได้มีการจัดงานเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับข้าราชการเพื่ออำลา รวมถึงได้มีการเก็บของออกจากห้องทำงาน ว่า ในส่วนของตนยังไม่ได้รับสัญญาณอะไรยังอยู่เฉยๆ ให้รอดูเดี๋ยวก็รู้แล้ว อีกวันสองวันนี้ก็รู้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันในส่วนของพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม มีแนวโน้มสูงที่จะไปเป็นส.ว.ซึ่งในวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาทีมงาน พล.อ.อ.ประจิน ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร โฆษกประจำตัว พล.อ.อ.ประจิน พร้อมทีมงานได้ร่วมกันถ่ายภาพหมู่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าเป็นที่ระลึก โดยมีรายงานว่าในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวว่า ไม่ทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35034</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a447d8e857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลห่วงอีสานแล้งหนัก!เผย 7 เขื่อนน้ำลดฮวบ-วอนใช้อย่างประหยัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย. 62 &amp;ndash;  พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ว่า ตอนนี้เรามีปริมาณน้ำในเขื่อนโดยรวมอยู่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าดี แต่ถ้าดูลงในรายละเอียด จะพบว่าเขื่อนบางแห่งมีน้ำมาก บางแห่งมีน้ำน้อย และสิ่งที่น่าระมัดระวังคือพบว่าจำนวนเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของความจุทั้งหมดนั้น มี 20 เขื่อน หมายความว่าการบริหารจัดการน้ำในแต่ละเขื่อนจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ส่วนปริมาณน้ำที่มีน้อยในขณะนี้เทียบเคียงได้กับเมื่อปี 2558 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน โดยมี 7 เขื่อนที่มีน้ำน้อยมาก โดยการที่น้ำในเขตชลประทานลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะมีการปลูกพืชผลทางการเกษตรจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว ประมาณ 1.3 ล้านไร่ ซึ่งทำให้ต้องใช้น้ำจำนวนมากไปดูแลพืชผล เพื่อไม่ให้เกษตรกรเสียประโยชน์ ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทานมีการปลูกพืชจำนวนมากเกินเช่นกัน ประมาณ 1.4 แสนไร่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ผมได้ประชุมและกำหนดแนวทางกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วว่าต้องจัดลำดับการบริหารจัดการน้ำใหม่ทั้งหมด โดยต้องระมัดระวังไม่ควรให้มีการปลูกพืชในช่วงฤดูแล้งนี้ แต่ถ้าพื้นที่ใดมีการปลูกพืชแล้ว ก็ต้องพยายามดูแลให้ดี ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงการรักษาระบบนิเวศด้วย รวมถึงต้องไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค และดูแลเรื่องน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรมด้วย ถ้าพื้นที่ใดที่มีน้ำในผิวดินและน้ำใต้ดินไม่เพียงพอ ต้องมีการขนน้ำมาจากแหล่งน้ำอื่นไปช่วยประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รองนายกฯ &amp;nbsp;คาดการณ์ว่าในฤดูแล้งนี้พอจะผ่านไปได้ เพราะยังคงมีพื้นที่ 10 อำเภอใน 4 จังหวัดซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง แต่ต้องระวังเรื่องของฤดูฝนที่กำลังจะมา แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะประเมินว่าจะมีฝนตกในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ค.นี้ แต่เรายังไม่ค่อยไว้วางใจ เพราะข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. และข้อมูลที่เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศของต่างประเทศ มีความเห็นตรงกันว่าในปี 2562 มีโอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งถ้ามาเกิดในประเทศไทย จะทำให้เรามีปริมาณฝนน้อย ส่งผลให้เราต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ในเรื่องของน้ำในพื้นที่เขตชลประทานและพื้นที่นอกเขตชลประทาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ได้ขอร้องประชาชนทั่วไปใช้น้ำอย่างประหยัดและระมัดระวัง นอกจากนี้ ได้สั่งการส่วนราชการต่างๆด้วยว่าให้นำรูปแบบเมื่อปี 2558 ที่มีปริมาณน้ำน้อยเช่นกัน มาใช้แก้ปัญหาเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งไปได้ อย่างไรก็ตาม หลังผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว ตนจะไปลงพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง เพื่อกำกับดูแลการแก้ปัญหานี้อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อถามว่าการใช้น้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีผลกระทบในเรื่องการใช้น้ำโดยรวมหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบ เพราะช่วงเทศกาลสงกรานต์ประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำในแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว แต่ขอให้ประชาชนทุกคนใช้น้ำอย่างระมัดระวังด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33548</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเกษตรกรรม, ปริมาณน้ำ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, ฤดูร้อน, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a447d8e857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขีดเส้น7วันดับควันภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เผยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกำชับเร่งแก้วิกฤติหมอกควันภาคเหนือโดยเร็ว รัฐบาลพร้อมหนุนเครื่องมือ-งบประมาณ ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ขีดเส้น 7 วันแก้ไขให้ได้ สั่ง ผวจ.ใช้อำนาจเด็ดขาดตรวจสอบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พบพื้นที่ไหนไม่แก้ไขลงโทษ-ปลดออก สั่งทำรายงานทุกวันเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงรับทราบ คมนาคมระบุหมอกควันทำเที่ยวบิน 20% ดีเลย์ นักท่องเที่ยวลดลง 15%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข, พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 1 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง ไปลงที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจราชการและติดตามสถานการณ์การจัดการและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ที่กำลังมีปัญหาในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางถึงมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ ต.วัดเกต อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติงาน จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดที่ใดก็ตาม ขอให้รีบดับ อาจจะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ อากาศยานเข้ามาช่วย ซึ่งต้องใช้ให้เหมาะสม วันนี้ที่มาเพื่อให้เกิดการบูรณาการภาพกว้างมากยิ่งขึ้น ขอให้ทุกคนทุ่มเท เสียสละ ขอบคุณทุกๆ คนที่ทุ่มเทแก้ปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงกำชับมาให้แก้ปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เราต้องทำเพื่อถวายพระเกียรติ ซึ่งใกล้จะถึงงานพระราชพิธีสำคัญ ที่ใกล้จะมีพิธีตักน้ำพลีกรรม ขอให้ทุกคนทำงานเพื่อถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในงานพระราชพิธีด้วย ขอให้ทุกคนสู้ๆ โดยสู้กับความไม่ดี ความอันตรายต่างๆ ถ้าเราคนไทยไม่ช่วยกันใครจะช่วย ต้องช่วยกันแก้ปัญหาประเทศไทยในทุกเรื่อง ใครก็ตามที่บ่อนทำลายความสงบเรียบร้อย ฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีทุกอย่าง&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.15 น. ที่ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ นายกฯ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ โดยก่อนการประชุม นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ที่มาต้องการจะรับฟังการแก้ปัญหาและอุปสรรคของการทำงานในช่วงที่ผ่านมา พร้อมขอทราบแนวทางการปฏิบัติทั้งหมด และจะกำชับในการปฏิบัติงานอีกครั้ง มีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมติดตามสถานการณ์ ช่วยกันระดมสติปัญญาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ครบทุกมิติ ซึ่งจะต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้ภายใน 7 วันข้างหน้า ทั้งในป่าภูเขา พื้นที่การเกษตร และพื้นที่เขตเมือง หากมีปัญหาอุปสรรคใดๆ รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุน และยืนยันว่าไม่มีปัญหาในเรื่องของงบประมาณที่จะลงมาในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาได้ตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าถึงสถานการณ์การแก้ไขปัญหา โดยนายกฯ กล่าวว่า ฝากภาคเอกชน นักวิชาการ รวมถึงครู อาจารย์ ช่วยกันสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชน และนักเรียน นักศึกษา ช่วยกันระดมสร้างความดีให้กับประเทศชาติ การจัดกิจกรรมออกค่ายอาสาให้เห็นข้อปัญหาข้อเท็จจริง เพื่อขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ส่วนของหน่วยงานภาครัฐขอให้ทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน นำปฏิบัติการถ้ำหลวงมาเป็นแบบอย่างการทำงานที่ดี &amp;nbsp;ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหา ตรวจสอบการทำงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ที่ยังเกิดปัญหา หากไม่แก้ไขให้ลงโทษ และปลดออกตามลำดับ รวมถึงให้ทำรายงานสรุปสถานการณ์ประจำวันให้เห็นถึงความเคลื่อนไหว เสนอตามสายงาน และส่งให้นายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบต่อไป
ขีดเส้น 7 วันแก้ให้เสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการทำงานในพื้นที่ ขอให้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน อาสาสมัครลงพื้นที่เข้าไปยังจุดฮอตสปอตแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที จัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนกันขยายพื้นที่ รวมถึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ระมัดระวังไม่ให้เกิดความสูญเสีย ในระยะสั้นนายกฯ ได้กำชับจังหวัดและกองทัพในพื้นที่เพิ่มความถี่ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ จัดพื้นที่เซฟตี้โซนสำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อใช้เป็นศูนย์พักพิงสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เด็กและผู้สูงอายุ ให้มีการตรวจและการปราบปรามการลักลอบเผาป่าและจับกุมผู้กระทำความผิด บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่ 7 วันจะแก้เสร็จทั้งหมด เพราะมีหลายปัญหาทับซ้อนกัน แต่ตนได้สั่งการให้เห็นผล 7 วัน ในเรื่องการลดฮอตสปอตหรือจุดความร้อน เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นทันที เร่งด่วน อย่าใจร้อน แต่ในระยะยาวต้องมีการปลูกจิตสำนึก สร้างความจูงใจด้านเกษตรกรรม การปรับเปลี่ยนการปลูกพืช การปรับพฤติกรรมการกิน ทั้งหมดต้องใช้เวลา มีแผนแม่บท แผนยุทธศาสตร์ชาติ สิ่งที่ตนย้ำใน 7 วัน ต้องแก้ปัญหาจุดที่เผาไหม้ จึงแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่คือ 1.พื้นที่เขตเมือง จะทำอย่างไรในเรื่องสุขภาพของประชาชน 2.พื้นที่ทำกิน ซึ่งมีทั้งพื้นที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายที่มีการบุกรุก และ 3.พื้นที่ป่าภูเขา ซึ่งมีความสูงไม่เหมือนกับภาคอื่นๆ บางครั้งมีการเผาบนยอดเขา ขึ้นเครื่องบินเราเห็นหมด เราต้องแก้ด้วยจิตสำนึก ทุกคนจะต้องไม่เผาป่า ต้องเลิกพฤติกรรมเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมโทษใครไม่ได้ ถ้ารัฐบาลจะใช้มาตรการเด็ดขาดก็ควบคุมประชาชนทั้งหมดห้ามเข้าป่าได้ไหมล่ะ วันนี้ก็มีมาตรการคนอยู่กับป่า ป่าชุมชนให้เข้าได้ แต่ไม่ใช่ไปเผาป่า ที่ผ่านมามีการจับผู้กระทำผิดแล้วก็ไม่เห็นหยุด แต่ท่านก็ต้องเห็นใจเขาบ้างเหมือนกัน เพราะท้ายที่สุดเขาก็บอกรังแกคนจน วันนี้ผมได้สั่งใช้กฎหมายเต็มที่แล้ว เดี๋ยวตำรวจก็จับหมด ในส่วนการปลูกข้าวโพดข้างบน ข้อมูลกระทรวงเกษตรฯ เขาคุมอยู่แล้ว ต่อไปนี้ต้องสำรวจ หากปลูกในพื้นที่บุกรุกเราจะไม่ซื้อ ปิดเส้นทางทั้งหมด เพราะฉะนั้นนายทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนกันด้วย วันนี้ก็มีรายงานว่ามีการจุดธูปในป่าด้วย จุดเพื่อไหวหรือเพื่ออะไรก็ไม่รู้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้กำหนดพื้นที่ชัดเจนขึ้น มีแผนงานในการปฏิบัติ มีการรวมศูนย์ มีการจัดพลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร สุนัขตำรวจ ที่ต้องไปสืบสวนสอบสวน จับกุมดำเนินคดีผู้ที่ตักเตือนแล้วยังปฏิบัติอยู่ ตนได้เข้มงวดย้ำไปยังผู้ว่าฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. ให้ช่วยกัน และขอขอบคุณชาวเชียงใหม่ ภาคเอกชนก็มีการสนับสนุนในการซื้อของดูแลเจ้าหน้าที่ ตนได้สั่งเครื่องมือขึ้นมาเพิ่มเติมอีก เป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว มีการเอาเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปอีกหลายลำ เพื่อผลัดเปลี่ยนในการขนน้ำ การประกาศภัยพิบัติมันคนละเรื่องกัน เพราะนี่เป็นภัยพิบัติที่ประเมินยาก ส่วนเรื่องของงบประมาณเรามีความพร้อม ขอให้เสนอขึ้นมา มีงบประมาณของกระทรวงต่างๆ งบท้องถิ่น งบกลาง เงินสนับสนุนผู้ว่าฯ มีอยู่ทุกอัน ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย กล่าวว่า การแก้ปัญหาเร่งด่วนคือลดค่าฝุ่นละอองที่เกิดมาจากการเผาป่าทั้งในและนอกประเทศ จึงต้องป้องกันไม่ให้เกิดการเผาขึ้นอีก และรีบดับไฟที่มีอยู่ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วนโดยใช้กฎหมาย การป้องกันบรรเทาสาธารณภัยให้แต่ละพื้นที่ที่มีการเผา จัดตั้งศูนย์การแก้ปัญหาทั้งการป้องกันการเผาและดับไฟ แล้วรายงานมายังระดับจังหวัด สัปดาห์ที่ผ่านมาเรามีจุดฮอตปอต หรือจุดที่เกิดความร้อนกว่า 3 พันจุด ตอนนี้ลดเหลือพันกว่า โดยเราจะเร่งทำให้หมดไป ส่วนการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะนี้มีการแจกหน้ากากอนามัยไปแล้วหลักแสนชิ้น โดยใช้งบประมาณของท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนมีเครื่องป้องกัน ท้องถิ่นมีงบที่ใช้ได้ในทันทีอยู่ อีกทั้งยังมีงบป้องกันของทางจังหวัด หากไม่เพียงพอสามารถของบฉุกเฉินได้ ส่วนในระยะยาวต้องทำความเข้าใจประชาชนไม่ให้เกิดการเผา
เที่ยวบินดีเลย์ 20%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. กล่าวว่า &amp;nbsp;กองทัพภาคที่ 3 และกองทัพภาคที่ 2 ได้ระดมกำลังหลายพันนายร่วมกับหน่วยราชการอื่น และวันนี้นายกฯ ได้สั่งการให้กองทัพบกนำเฮลิคอปเตอร์ MI 17 จำนวน 4 ลำ และเครื่องบินของกองทัพอากาศ เร่งแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;ทุกครั้งบ้านเมืองเกิดภัยพิบัติ หรือเกิดเหตุการณ์ใดๆ คนไทย ข้าราชการ ทุกหน่วยได้มีการร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยในเรื่องการเกิดไฟป่าที่เผาไหม้ทุกปีมาเป็นเวลานาน และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ท่านก็ทรงห่วงเรื่องนี้ มีรับสั่งว่าทหารได้มีการฝึกฝนการผจญเพลิงในป่าหรือไม่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าองค์พระมหากษัตริย์ไทยทรงพระปรีชาสามารถและคิดเรื่องนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้กองทัพบกได้นำพระราชดำรัสและพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพฯ ขยายผล โดยติดต่อไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกาและสถานทูตออสเตรเลีย ที่มีหน่วยดับเพลิงในป่าโดยเฉพาะ ทั้งนี้ เพื่อเอามาปรับปรุง ส่งเจ้าหน้าที่ไปเรียน ไปอบรม ซึ่งทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาและสถานทูตออสเตรเลียได้ให้ความร่วมมือและสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งคนมาฝึกให้กับกำลังพล&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 1เม.ย. ตนได้พบกับ พล.ท.ฮุน มาเนต ผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา เราได้มีการหารือการดับไฟป่า การช่วยเหลือกันและกัน ร่วมมือกันในกลุ่มประเทศ เช่นเดียวกับประเทศเมียนมาซึ่งปัจจุบันขอเรียนว่ากองทัพบกยุคนี้เป็นยุคที่มีการพัฒนาปรับปรุงให้มีความทันสมัย ผู้บัญชาการทหารบกมีการสื่อสารทางแอปพลิเคชันไลน์ ทั้งลาวเมียนมา กัมพูชาและมาเลเซีย และมีการติดต่อกัน มีความรัก ความสามัคคี และมีสัมพันธ์อันดี ประเทศเพื่อนบ้านมีความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันและค่าฝุ่นละอองเกินระดับมาตรฐานในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ 9 จังหวัดนั้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพราะสนามบิน รวมถึงเที่ยวบินการเดินทางนั้น ได้รับกระทบไปด้วย โดยเฉพาะที่สนามบินเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ซึ่งข้อมูลตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 2 เม.ย.62 เฉพาะสนามบินแม่ฮ่องสอน มีการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินไปแล้วถึง 40 เที่ยวบิน จากทั้งหมด 400 เที่ยวบิน หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20% นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนเส้นทางการบินด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า สนามบินแม่ฮ่องสอนนั้นพบปัญหาเที่ยวบินล่าช้าแทบจะทุกวัน และคาดว่าปัญหาดังกล่าวยังคงจะอยู่ต่อไปอีกสักระยะ ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของไฟป่าและกระแสลม ยังกระจายไปส่งผลกระทบถึงสนามบินและเที่ยวบินของประเทศเวียดนาม ในเมืองฮานอย ไม่สามารถลงจอดในสนามบินได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า เที่ยวบินจากสนาสบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองที่ทำการบินขึ้นสู่ภาคเหนือยังมีแนวโน้มลดลงจากปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น เบื้องต้นประเมินว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังภาคเหนือโดยสารการบินอยู่ที่195,000 คน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปภาคเหนือประมาณ 203,000 คน ในเดือนล่าสุดหรือเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวเดินทางไปภาคเหนือลดลงเหลือเพียง 170,000 คน หรือลดลง 15% เมื่อเทียบกับเมื่อช่วงต้นปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32850</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca38057a1825.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
