<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน&#039;ฉัตรเฉลิม-คู่สมรส&#039;อู้ฟู่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.62 - เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง และกรรมการในรัฐวิสาหกิจจำนวนหลายราย รายชื่อที่น่าสนใจ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข อดีตเสนาธิการทหารบก ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินแก่ ป.ป.ช. กรณีพ้นจากตำแหน่งประธานการยางแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562 มีทรัพย์สินรวมคู่สมรสทั้งสิ้น 95,841,771 บาท ไม่มีหนี้สิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นของ พล.อ.ฉัตรเฉลิม 11,230,553 บาท ได้แก่ เงินฝาก 7 บัญชี 6,233,055 บาท เงินลงทุน 4 รายการ (เป็นกองทุนธนาคาร และกองทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์) 4,497,498 บาท ห้องชุด 1 ห้อง 5 แสนบาท​ และมีรายได้ระหว่างดำรงตำแหน่งทั้งสิ้น 23,238,763 บาท เป็นเงินเดือนข้าราชการ 2,764,080 บาท ค่าตอบแทนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 4,568,042 บาท ค่าตอบแทนกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4,568,042 บาท ค่าตอบแทนกรรมการ อสมท. 2,005,599 บาท ค่าตอบแทนประธานการยางแห่งประเทศไทย 970,890 บาท จ่ายเงินผลประโยชน์กรุงเทพประกันชีวิต มูลค่า 3,311,276 บาท มีรายจ่ายรวม 5,636,202 บาท ค่าใช้จ่ายประจำปี 59-61 จำนวน 2,340,000 บาท หักภาษีรายได้ประจำปี 59-61 จำนวน 3,296,202 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นางวรรัตน์ เฉลิมสุข คู่สมรส มีทรัพย์สิน 84,611,217 บาท เป็นเงินฝาก 14 บัญชี 7,588,989 บาท เงินลงทุน 5 รายการ (เป็นกองทุนธนาคาร และกองทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์) 11,889,228 บาท ที่ดิน 22 แปลง 54,433,000 บาท บ้าน 1 หลัง ห้องชุด 2 ห้อง 9.2 ล้านบาท รถยนต์ (BENZ) 1 คัน 1.5 ล้านบาท&amp;nbsp; และมีรายได้ระหว่างดำรงตำแหน่ง 21,360,942 บาท เป็นเงินเดือนข้าราชการบำนาญ 828,000 บาท สลากออมสิน งวดที่ 80 I 9031946-9061945 มูลค่า 1,545,000 บาท สลากออมสิน งวดที่ 66 Z 4718743-4758742 มูลค่า 696,666 บาท ที่ดินมรดก โฉนดหมายเลข 40767, 40768 มูลค่า 14,980,000 บาท มีรายจ่ายรวม เป็นค่าใช้จ่ายปี 59-61 จำนวน 1,620,000 บาท หักภาษีรายได้ประจำปี 59-61 จำนวน 71,343 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทรัพย์สินของ นางวรรัตน์ เฉลิมสุข มีที่ดิน 22 แปลง รวมมูลค่า 54,433,000 บาท อยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี 17 แปลง จ.พะเยา 2 แปลง และเขตบางเขน กทม. 2 แปลง โดยแปลงที่มูลค่าสูงที่สุด เป็นโฉนดเลขที่ 18916 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้มาเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2558 มูลค่า 10 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เมื่อปี 2556 เป็นรองเสนาธิการทหารบก เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. เมื่อปี 2557 เป็นเสนาธิการทหารบก และได้รับการแต่งตั้งเป็น สนช. หลังจากนั้นเกษียณราชการในปี 2558 ได้รับการแต่งตั้งเป็นบอร์ด อสมท. บอร์ด ปตท. และประธานการยางแห่งประเทศไทย ส่วนนางวรรัตน์ เฉลิมสุข เป็นอดีตข้าราชการครู โรงเรียนอนุบาลสามเสน .&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข, แสดงบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190727/image_big_5d3c1d5be0218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรฮึ่ม!จี้ประยุทธ์ ปลดบอร์ด&#039;กยท.&#039;ยกชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวสวนยางสุดทน! เตรียมร่อนหนังสือถึง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ปลดบอร์ด กยท.ยกชุด อัดแทนที่จะยกชีวิตเกษตรกรกลับทำร้ายและซ้ำเติม ผลงานก็สุดบู่ ทำขาดทุน แต่กลับละเลงงบประมาณพะเรอเกวียน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายศิวะ ศรีชาย แกนนำเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารงานของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ว่า นับตั้งแต่มีพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 &amp;nbsp;กยท.ไม่ประสบความสำเร็จการบริหารงานเลย โดยมีปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญไม่ได้ช่วยยกระดับความเป็นอยู่เกษตรกร ทำให้ในสัปดาห์นี้เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางจะยื่นหนังสือจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้ปลด พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานบอร์ด รวมทั้งบอร์ด กยท.ออกไป และเร่งจัดหาคนที่มีความรู้ความสามารถเรื่องยางมาทำหน้าที่ดูแลโดยเร็ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกษตรกรชาวสวนยางเดือดร้อนราคายางตกต่ำมาหลายปี และยังไม่มีทิศทางดีขึ้น เราทนไม่ได้ ปัญหาสะสมมา ไม่มีใครแก้ไขให้ได้ แทนที่ กยท.เป็นหน่วยงานใหม่จะเข้ามาแก้ไข แต่กลับเป็นหน่วยงานสร้างปัญหาซ้ำเติมเกษตรกรให้เลวร้ายขึ้นไปอีก มาตรการแก้ไขจากรัฐบาลไปไม่ถึงเกษตรกร แม้แต่งบช่วยน้ำท่วม และเห็นชัดเจนเรื่องปุ๋ย ผ่านมา 2 ปี เกษตรกรเข้าโครงการปลูกทดแทนยางยังไม่ได้รับปุ๋ยและเงินส่งเสริม เพราะการจัดหาปุ๋ยมีความล่าช้า ได้ปุ๋ยไม่เต็มสูตร และยังมีราคาแพงกว่าท้องตลาดกิโลกรัมละ 3 บาท&amp;rdquo; นายศิวะกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิวะยังระบุว่า การแทรกแซงราคายางตั้งบริษัทร่วมกับ 5 เสือ ก็สร้างความเสียหาย จึงขอเรียกร้องให้มีคนมีความรู้เข้าใจการตลาด เข้าใจหัวอกเกษตรกรสวนยาง รู้กระบวนการผลิตยางดีกว่านี้ ถ้าปล่อยแบบนี้ชาวสวนยางแย่ทั้งประเทศ ตอนนี้รายได้หายไปครึ่งต่อครึ่ง ขณะที่สินค้าอื่นๆ สูงขึ้น ดังนั้นภายในสัปดาห์นี้ ม็อบยางยกระดับทั่วประเทศ ขับไล่ประธานบอร์ดและผู้ว่าฯ กยท.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวุฒิ รักษ์ทอง แกนนำเกษตรกรชาวสวนยางพาราใน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้เร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และอธิบายเหตุผลความจำเป็นในการยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ที่ให้เลิก กยท.ชุดปัจจุบัน โดยเป้าหมายหลักการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ต้องการให้ปลดคณะบอร์ด กยท.ทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมาได้บริหารงานล้มเหลวถึง 2 เรื่องใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องแรกคือ การเปิดให้เอกชนเข้ามาเก็บเงินค่าธรรมเนียมส่งออกยางพารา (เงินเซส) ที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเข้ามากินหัวคิวแต่ละปีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท ทั้งที่ในความเป็นจริง แม้ไม่มีบริษัทนี้ ทางผู้ส่งออกยางต้องมีหน้าที่นำส่งค่าธรรมเนียมให้ กยท.อยู่แล้ว และเรื่องที่ 2 การที่ กยท.ไปร่วมทุนกับบริษัทเอกชนในนามบริษัท ร่วมทุนยางไทย จำกัด โดยวาดฝันให้บริษัทร่วมทุนซื้อยางในราคานำตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ แต่โครงการนี้กลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสถาบันการเกษตรได้พยายามทักท้วงแล้ว แต่ไม่เป็นผล จนล่าสุดขาดทุนไปกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการชำระบัญชี เนื่องจากได้ปิดบริษัทไปแล้ว ถือว่าทำความเสียหายให้กับราชการและสูญเสียเงินแผ่นดินไปแล้ว จึงขอให้ดำเนินคดีอาญากับคณะบอร์ด กยท.ทั้งหมดด้วย&amp;rdquo; นายวุฒิกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวุฒิยืนยันว่า การทำงานของบอร์ด กยท.มีความผิดพลาดมาโดยตลอด คล้ายกับให้คนไม่มีความรู้เรื่องยางพารามาออกนโยบายเพื่อประโยชน์บริษัทเอกชน แต่ไม่ได้ทำเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง จนถึงวันนี้เราเลิกเรียกร้องเรื่องราคายางพารา เลิกพูดถึงเรื่องตลาดโลก แต่จะพูดถึงเรื่องการบริหารงานของ กยท.เท่านั้น และถึงเวลาแล้วที่ต้องเลิกเอาผู้ที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่เข้าใจการทำงานมากุมชะตาพี่น้องชาวสวนยางอีกต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(สยยท.) กล่าวว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กำลังตรวจสอบเรื่องการจัดประมูลปุ๋ย 6 หมื่นตันของ กยท.ที่ราคาแพงกว่าเกษตรกรซื้อเองถึง 3 บาทต่อ กก. ซึ่งการบริหารงานขาดทุนของ กยท. 800 ล้านบาทต่อปี ส่วนหนึ่งมาจากไม่ยอมรัดเข็มขัด มาจากค่าเช่ารถประจำตำแหน่งผู้บริหาร 65,000 บาทต่อเดือน ค่ารักษาพยาบาลใช้โรงพยาบาลเอกชนเกือบ 300 ล้านบาทต่อปี ทำให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯเคยแถลงว่า ถ้า กยท.ขาดทุนมากๆ ก็ยุบทิ้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ตรงใจเกษตรกรสวนยาง ที่อยากให้ยุบ กยท. เพราะบริหารไม่เป็น ถ้างดเก็บเงินเซส &amp;nbsp;เกษตรกรก็จะได้เพิ่มขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม ให้เกษตรกรพึ่งตนเองจะดีกว่าที่มีคนไม่รู้เรื่องมากำกับดูแล ถ้าอย่างนี้รัฐปล่อยเหมือนปาล์มน้ำมัน ข้าว และผลไม้จะดีกว่า&amp;quot; นายอุทัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่ 4/2561 ลงวันที่ 20 มี.ค.2561 เรื่องให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีคำสั่งให้นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าฯ กยท. ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักนายกฯ เป็นการชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษแล้ว โดยปัจจุบันมีนายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ กรรมการและเลขานุการ กยท. ทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าฯ กยท.อยู่
วันเดียวกัน เว็บไซต์ thaigov.go.th ได้เผยแพร่ข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ยินดีที่กระทรวงอุตสาหกรรมเริ่มเดินหน้าการพัฒนาศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างศูนย์ดังกล่าว ถือเป็นแห่งแรกของเอเชีย เพื่อดึงดูดการลงทุนสู่พื้นที่ EEC คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการ และเปิดให้บริการแบบครบวงจรได้ในปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไทยมีความเข้มแข็ง จึงหวังให้ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไม่ต้องส่งผลิตภัณฑ์ออกไปทดสอบและขอใบรับรองจากต่างประเทศ และยังจะช่วยดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราในไทยมากขึ้น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10610</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ, การยางแห่งประเทศไทย, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชีวิตเกษตรกร, พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วุฒิ รักษ์ทอง, สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย, สวนยาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทัย สอนหลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f3a85f0ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
