<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กจิ๋ว&#039; เปิดใจแตกหัก &#039;หญิงหลุยส์&#039; ยกบ้านที่นครพนมให้คนอื่น จนต้องฟ้องเรียกทรัพย์สินคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.64 - พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี อายุ 88 ปี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการฟ้องร้องคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ อดีตภรรยาว่า สัญญาในใบหย่า ได้มอบทรัพย์สินให้คุณหญิงพันธุ์เครือมีเจตนาเพื่อให้เเบ่งสรรปันส่วนให้ลูกหลาน แต่กลับนำไปขายเเละจำนองโดยไม่ทราบว่านำเงินไปทำอะไร จึงมีการฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สินและศาลนัดพิจารณาในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ทั้งนี้การที่ไม่ยอมเปลี่ยนกลับไปใช้นามสกุลเดิมของตนเองถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะหย่าขาดจากกันแล้ว อีกทั้งตนไม่พอใจที่นำบ้านที่จ.นครพนม ไปมอบให้กับผู้อื่นซึ่งไม่ได้เกี่ยวพันธุ์กันทางสายเลือด เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการหย่า ความจริงตนไม่ต้องการหย่า เเต่คุณหญิงพันธุ์เครือชวนไปหย่า และคุณหญิงพันธุ์เครือเป็นคนเเรกที่เซ็นใบหย่า ทั้งนี้คนเป็นชายชาติทหารต้องเคารพสตรีโดยเฉพาะภรรยา การนำบ้านที่ตนยังให้ไปขายมอบให้คนอื่นคือปัญหาสำคัญสำหรับคนที่รักในศักดิ์ศรีตระกูล ตนมีแต่ความรู้สึกที่ดีที่มอบให้ แต่คุณหญิงพันธุ์เครือไม่ดูแลตน แม้แต่ตอนหกล้มเมื่อปี 59&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92744</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, หญิงหลุยส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09c16076286.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา &#039;บิ๊กจิ๋ว&#039; แต่งเครื่องแบบทหารเยี่ยม &#039;หลานแดง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และ อดีตผบ.ทบ. เดินทางมาที่ กองทัพบก พบกับ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่เปรียบเป็นหลานชาย เพราะพลเอกชวลิตเป็นเพื่อนร่วมรุ่น จปร.1 กับบิ๊กจ๊อด พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ บิดาของพลเอกอภิรัชต์ และเห็น พลเอกอภิรัชต์ มาตั้งแต่เด็กๆ และวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก ก่อนที่ พลเอกอภิรัชต์ จะส่งมอบหน้าที่ให้กับ บิ๊กบี้พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.คนใหม่ ในเช้าวันที่ 29 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก อภิรัชต์ กราบสวัสดี &amp;ldquo;อาจิ๋ว&amp;rdquo; ด้วยความเคารพ และตื่นตัน ที่ &amp;ldquo;อาจิ๋ว&amp;rdquo; มาเยี่ยมมาหาในวันสุดท้าย ของการเป็นผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็พูดคุยกับ อาจิ๋ว บ้าง แต่ก็ไม่ได้มาเยี่ยมมาหา เพราะกลัวถูกมองว่า เป็นเรื่องการเมือง แต่ความจริงแล้วยังรัก และเคารพ &amp;ldquo;อาจิ๋ว&amp;rdquo;อยู่เสมอเพราะท่านเห็นผมมาตั้งแต่เด็กๆ ท่านเรียกผมเป็น &amp;ldquo;อินเดียนแดง&amp;rdquo;อยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกชวลิต ยังมีความเป็นทหารเต็มตัว และมาร่วมงานกองทัพทุกครั้งที่สามารถมาได้มทั้งการแต่งเครื่องแบบทหาร และการแต่งชุดขาว และชุดต่างๆโดยเฉพาะ การเฝ้ารับเสด็จฯ และงานพระราชพิธีต่างๆ ถ้าท่านมาไว้ ท่านจะมาด้วยทุกครั้ง แม้จะอายุ 88 ปีแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พลเอกชวลิต กล่าวว่า เห็นพลเอกอภิรัชต์ เป็นผู้บัญชาการทหารบก เราก็มีความสุข แต่เสียดายเวลาน้อยไปนิด 2 ปี &amp;ldquo;แต่ก็ไปทำหน้าที่ รับใช้ใต้เบื้องยุคลบาท ที่จะนำความเจริญ ความสุข มาสู่ประเทศไทย ในไม่ช้านี้มีภาระหน้าที่ที่สำคัญ ทั้งการทำให้พระองค์มีความสุข และประเทศชาติมีความสุข ประชาชนมีความรุ่งเรือง &amp;ldquo;รับใช้ประเทศชาติ ราชบัลลังก์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78908</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, ทหาร, บิ๊กจิ๋ว, บิ๊กแดง, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71da5a5d058.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039;จ้อทิ้งทวนยก&#039;เปรม-จิ๋ว&#039;บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;หาทางลงก่อน19ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายในญัตติซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ว่า รัฐบาลบริหารงานมา 5-6 ปี ล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ อ้างว่าเพราะสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ ยังไม่นับคนตกงาน คนว่างงานอีกมาก ที่เกิดจากผู้นำขาดความรู้ความสามารถ ความล้มเหลวนี้จึงไม่ได้เกิดจากโควิด-19หรือเศรษฐกิจตกต่ำ แต่เกิดจากผู้นำที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม อยากให้รัฐบาลรับฟังสภาฯ วันนี้ และหวังว่าท่านจะตัดสินใจเพื่อบ้านเมือง เพื่อคนไทย และเพื่อภาวะวิกฤติ หนี้สินที่รัฐบาลไปกู้มา ก็เพราะท่านตั้งรายจ่ายไว้สูง แต่รายรับของท่านมันต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พึ่งจะเคยเห็นว่า รัฐบาลเอาเงินไปแจกชาวบ้าน แทนที่เขาจะชื่นชมและดีใจ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลถูกด่ามาตลอด เพราะการเยียวยาทำอย่างไม่ทั่วถึง รัฐบาลประเทศอื่นเวลาเยียวยาเขาทำอย่างเสมอหน้า และทั่วถึง ในระยะเวลาที่ไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน แต่เงินที่รัฐบาลเยียวยานั้นเกิดปัญหาในทุกด้าน ถ้าท่านยังเป็นรัฐบาลต่อไป ท่านก็ต้องกู้ต่อไปเรื่อยๆ จึงห่วงว่า ถ้ายังอยู่บริหารต่อจะยิ่งกู้ไม่รู้จบ กู้แล้วก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาใช้หนี้วิธีไหน ส่วนใหญ่ใช้แต่ดอกเบี้ย เป็นการบริหารงานที่ไม่คิดถึงอนาคตลูกหลาน สร้างหนี้สินให้คนรุ่นลูก รุ่นหลานต้องมาชดใช้แทน เขาจึงไม่เอารัฐบาลนี้ เพราะมีแต่กู้ๆๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ยังไม่รวมถึงการใช้อำนาจแทรกแซงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้มาตรา 44 สั่งยุบรวม อปท. สข. สั่งยุบพรรคการเมืองที่มีสมาชิกนับล้าน หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ขนาดเด็กยังรู้ว่าใช้กฎกติกาที่ฉ้อฉล แล้วท่านจะนำพาบ้านเมืองนี้ไปอย่างไร ขอแนะนำให้เห็นแก่บ้านเมือง เห็นแก่ประชาชน วันนี้หมดเวลาของท่านแล้ว ขอให้ลงจากอำนาจอย่างสง่างาม ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่างกรณี 2 พล.อ.คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่รู้จักพอ เมื่อลงจากอำนาจก็อยู่ในสังคมไทยอย่างปกติสุข ขณะที่อีก 1 พล.อ. และอีก 1 จอมพล ซึ่งตนไม่ขอเอ่ยนาม ต้องหนีไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ โดยคนหนึ่งเสียชีวิตในต่างประเทศ ขณะที่อีกคนกลับมาโดยต้องห่มผ้าเหลือง และทรัพย์สมบัติของครอบครัวก็ถูกยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวอย่างให้ท่านดูว่าท่านจะเอาแบบไหน อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ท่านเลือกเส้นทางที่สวยงาม ท่านยังมีเวลาตัดสินใจก่อนถึงวันที่ 19 ก.ย. ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะพูดว่า หมดเวลาของท่านแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76913</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาชาติ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, มาตรา 152, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f586a8ca4e84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.-ปชป.กัดกันลั่นทุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; รับตายก่อนแน่หากอยู่ถึง 10 ปีตามคำพ่อใหญ่จิ๋ว &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; ข้องใจซูเปอร์โพลทำไมสำรวจแบบเจาะจงเขย่า รมต.กปปส. &amp;ldquo;เทพไท-ธนกร&amp;rdquo; ฟาดปากเมามันทำน้องสุนัขสะดุ้ง ฝ่ายหนึ่งซัดยกทฤษฎีเห็บหมา อีกฝ่ายสวน &amp;quot;หมาเลียปาก&amp;quot; บิ๊กตู่ยังไม่เคาะเลือกตั้งท้องถิ่น รอ กกต.ชงเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาวิเคราะห์ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่ยาวถึง 10 ปี โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์แบบมีรอยยิ้มว่า &amp;quot;ไม่รู้ อันนี้ต้องไปถาม พล.อ.ชวลิต&amp;quot; เมื่อถามต่อเนื่องว่าจะอยู่ 10 ปีไหวหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบทันทีว่า &amp;ldquo;ไม่ไหว ตายก่อน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงผลสำรวจซูเปอร์โพลที่บอกว่า ประชาชน 90.8% ระบุควรปรับรัฐมนตรีที่เป็นอดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ออกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า &amp;quot;ไม่รู้ใครทำโพล ให้ไปถามคนนั้น&amp;quot;
ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องนำเรื่องดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;อยู่ที่นายกฯ คนเดียวนะ&amp;quot; และเมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวออกมาช่วงฝุ่นตลบเรื่องการปรับ ครม. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการสำรวจดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับคนที่ต้องการตำแหน่งหรืออยากให้ปรับ ครม.หรือไม่&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตรย้ำว่า &amp;quot;ไม่มี ทุกคนชัดเจนหมดนะว่าแล้วแต่นายกฯ คนเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รองหัวหน้า พปชร. และอดีตแกนนำ กปปส.ตั้งข้อสังเกตว่าต้องดูว่าโพลทำไมถามเฉพาะเจาะจงขนาดนั้น ส่วนจะเป็นเกมหรือมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่นั้น อันนี้ตอบไม่ได้ แต่ประชาชนคงจะตัดสินใจเองว่าโพลที่ทำมาทำเพื่ออะไร ตอนไหน จังหวะอะไร และไม่ได้กังวลเพราะการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าคิดว่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของนายกฯ หรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่าก็มีความเป็นไปได้ แต่ก็ทำงานเต็มที่ในหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ ไม่ได้กังวลอะไร ถ้าประชาชนคิดว่าเป็นอย่างนั้นก็เป็นเสียงของประชาชน นายกฯ คงต้องรับฟัง ส่วนท่านจะตัดสินใจอย่างไรนั้น ท่านคงเห็นการทำงานที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง แต่ย้ำว่าไม่ได้กังวล คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองที่เมื่อมีการพูดถึงตรงนี้จะมีกระแสต่างๆ ออกมา อยากให้ประชาชนดูและตัดสินใจด้วยตัวเอง บางทีการเมืองเก่าๆ อาจต้องปรับเปลี่ยน เพราะประเทศกำลังจะเดินไปในแนวทางที่จะต้องร่วมมือกันไปข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงพุ่งเป้ามาที่รัฐมนตรีที่เป็นอดีตแกนนำ กปปส. นายณัฏฐพล กล่าวว่าอาจเป็นแค่จุดแรก ต่อไปอาจเป็นคณะอื่นๆ กลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นการเมืองแบบเดิมๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าแสดงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองชัดเจนใช่หรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่า &amp;quot;ก็ไม่แน่ ไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นโพลของเอกชน ต้องไปดูที่มาที่ไปของโพล กลุ่มทำโพลมีการเชื่อมโยงกันอย่างไร คิดว่าสื่อมวลชนคงหาทางเชื่อมโยงตรงนี้ได้ หากลองย้อนกลับไปดูว่ามีความเกี่ยวพันกันอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าพรรค พปชร.มีการทำโพลสอบถามความเห็นของประชาชนหรือไม่ในเรื่องผลงานรัฐมนตรี นายณัฏฐพลกล่าวว่า เราก็มีโพลภายในของพวกเราเอง ในการทำงานการเมืองต้องมีการสอบถามความคิดเห็นประชาชนอยู่ตลอดเวลา ซึ่ง พปชร.เองมั่นใจว่าแนวทางที่เราทำงานอยู่มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีความเป็นไปหรือไม่ว่า เป็นฝีมือของคนที่อยู่ตรงข้ามตนเองในพรรค พปชร. นายณัฏฐพลกล่าวว่าไม่อยากคิดว่ามาจากไหน เพราะมันเป็นเรื่องที่สร้างความขัดแย้ง วันนี้ประเทศไม่ต้องการความขัดแย้ง ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า ซึ่งนายกฯ มีแนวทางที่ชัดเจนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษก พปชร. และ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรค พปชร.พาดพิงการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ว่าในฐานะอดีตโฆษกส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ เมื่อเห็นการสัมภาษณ์ลักษณะเสียดสี บิดเบือนข้อเท็จจริง พาดพิงให้นายอภิสิทธิ์ได้รับความเสียหาย จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแทนนายอภิสิทธิ์ที่ได้ว่างเว้นจากการเป็น ส.ส.ไปแล้ว
ซัดทฤษฎี &amp;#39;เห็บหมา&amp;#39;
นายเทพไทกล่าวอีกว่า ที่นายอภิสิทธิ์ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองครั้งนี้ ก็เพราะได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรในเวทีเสวนา ต้องแสดงความเห็นตามหัวข้อ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นข้อมูลทางวิชาการ ไม่ได้เจตนาดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ให้เสียหาย และนายอภิสิทธิ์ยังเสนอแนะเรื่องการปรับ ครม.แก่ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ควรให้โอกาสคนมีความสามารถช่วยบริหารประเทศด้วย แต่กลับมีลิ่วล้อของพรรค พปชร.บางคนที่หลุดจากตำแหน่งโฆษกพรรค และกำลังจะตกงานจากการปรับ ครม.ในครั้งนี้ ออกมาฟาดงวงฟาดงาพูดจาเลอะเทอะ เรียกราคาค่างวดให้ตัวเองเพื่อหวังให้ผู้มีอำนาจได้เห็นความดี หวังจะได้รับความชอบเพื่อปูนบำเหน็จให้ได้รับตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ อีกครั้ง
&amp;ldquo;ที่ผ่านมาซื้อหวยผิด กระโดดออกจากกลุ่มสามมิตรมารับใช้กลุ่ม 4 กุมารอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู สุดท้ายเมื่อกลุ่ม 4 กุมารถูกลอยแพ ต้องลาออกจากสมาชิกพรรค พปชร. ตัวเองก็พลอยตกกระป๋องไปด้วย&amp;nbsp; ไม่กล้าลาออกตาม จึงหวังจะกระโดดจากกลุ่ม 4 กุมารเพื่อกลับไปกลุ่มสามมิตรอีกครั้ง ซึ่งเป็นปกติของนักการเมืองบางจำพวกที่ใช้ทฤษฎีเห็บหมา เมื่อหมาตัวเดิมตาย เห็บก็กระโดดไปเกาะหมาตัวใหม่ จึงจำเป็นต้องออกมาพูดจาพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวอีกว่า เหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ อยากถามว่าในตอนนั้นนายธนกรยืนอยู่ข้างฝ่ายใด อยู่ในกลุ่มที่เป็นนั่งร้านให้ระบอบทักษิณใช่หรือไม่ เมื่อระบอบทักษิณล่มสลายก็เปลี่ยนมาเป็นนั่งร้านให้ระบอบ คสช.หรือระบอบประยุทธ์ในปัจจุบัน และหลังจากนี้จะย้ายไปเป็นนั่งร้านให้กลุ่มใดอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทยังกล่าวถึงกรณี น.ส.พัชรินทร์ออกมาชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่รับฟังได้ การพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์บ้างในบางประเด็นถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ถือสา เพราะเป็นโฆษกมือใหม่หัดขับ และถือว่าเป็นโฆษกป้ายแดงใจกว้างกว่าโฆษกพรรคคนเก่า ซึ่งในฐานะที่เป็นโฆษกรุ่นพี่ก็อยากให้ข้อคิดกับโฆษกรุ่นหลังให้ทราบว่า การทำหน้าที่โฆษกที่ดีต้องรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ที่สูงที่ต่ำ ชกข้ามรุ่นหรือแบกน้ำหนัก ระวังจะถูกน็อกเสียมวยได้ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกรโต้ว่า ไม่ได้พูดให้ร้ายนายอภิสิทธิ์ให้เสียหาย แต่พูดด้วยความให้เกียรติ ซึ่งเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงว่า พล.อ.ประยุทธ์มีนโยบายมากมายที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้มีแค่เรื่องความสงบเหมือนที่นายอภิสิทธิ์พูด ที่สำคัญไม่ได้พูดถึงนายเทพไทเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งนี้เข้าใจว่านายเทพไทอยากเอาใจนายอภิสิทธิ์ แต่ก็ควรดูข้อเท็จจริงก่อน พูดจาด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช่ออกมาดูถูกดูแคลนคนอื่น ทำตัวเป็น ส.ส.เทวดาแตะต้องไม่ได้ และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนรู้นิสัยนายเทพไทดี เพราะที่ผ่านมาเป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล แต่ไร้มารยาททางการเมืองออกมาดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์อยู่ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ถ้านายเทพไทคิดว่าตัวเองแน่จริง ได้เป็น ส.ส.เพราะตัวเอง ไม่ใช่เพราะพรรค ก็น่าจะออกไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ จะได้ไม่ทำให้พรรค ปชป.ที่เป็นสถาบันทางการเมืองที่ประชาชนชื่นชมมานานต้องมัวหมองไปด้วย เพราะความปากพร่อยของคนเพียงคนเดียว ส่วนที่นายเทพไทดูถูกดูแคลนตนเองสารพัดนั้นไม่ได้ถือสาอะไร เหมือนสุภาษิตเล่นกับหมา หมาเลียปาก ส่วนที่พาดพิงว่าแทงหวยผิด เป็นจำพวกนักการเมืองที่ใช้ทฤษฎีเห็บหมานั้น นายเทพไทคงต้องเก็บไว้ใช้กับตัวเองดีกว่า นักการเมืองอย่างนายเทพไทไม่เคยให้ราคา อยู่ในประเภทปากกล้าขาสั่น พอถูกฟ้องหมิ่นประมาทแทบคลานไปขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คดี ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ เสียชื่อ ส.ส.ฝีปากกล้าหมด
&amp;ldquo;อยากให้ดูนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวอย่าง ซึ่งผมให้ความเคารพเสมอมา&amp;nbsp; และผมก็ไม่ได้เป็นนั่งร้านให้ระบอบทักษิณเหมือนที่นายเทพไทกล่าวหา วันหลังจะด่าใครก็หัดทำการบ้านบ้าง ถ้าไม่อยากถูกเด็กเมื่อวานซืนถอนหงอกเอา นายเทพไทอุตส่าห์ได้เป็น ส.ส.ก็ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้นักการเมืองรุ่นหลังบ้าง เพราะเห็นว่าเดือน ส.ค.นี้มีคดีต้องขึ้นโรงขึ้นศาล จะส่งผลถึงตำแหน่ง ส.ส.ด้วยหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ หัดตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาบ้างก็ดี&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว
รอ กกต.ชงเรื่องก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ถึงการเตรียมการเพื่อจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า &amp;quot;ยังไม่รู้ ยังไม่ทราบเลย เดี๋ยวคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เขาก็จะทำเรื่องมาก่อน แต่ในปีนี้ก็จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นแน่นอน ส่วนจะเป็นพื้นที่ไหนที่จะเริ่มก่อนก็จะตัดสินใจเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่ายังไม่ได้มาหารือ ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นที่นายกฯ เคยระบุว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง 1 ครั้งในปี 2563 นั้น หมายถึงการเลือกตั้งประเภทหนึ่ง ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นมีด้วยกัน 4 ประเภท คือ 1.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 2.องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 3.เทศบาล และ 4.พื้นที่พิเศษ คือ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นอกจากกระทรวงมหาดไทยแล้วต้องหารือกับ กกต.ด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าต้องคุยหลายฝ่าย ซึ่งจะมีการเชิญ กกต.มาคุยด้วย แต่ยังไม่ได้นัดวัน หากได้ข้อมูลทั้งหมดก็จะแจ้งให้ ครม. รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า พล.อ.ประยุทธ์พูดมาตลอดว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดในปีนี้ หากนายกฯ จริงใจในการเลือกตั้งท้องถิ่นจริง ก็ควรเร่งประกาศไทม์ไลน์ให้ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และมีรูปแบบอย่างไร และที่เคยบอกว่าเงินไม่พอ&amp;nbsp; วันนี้เงินก็พอแล้ว หรือถ้าไม่พอจริงๆ สามารถตัดงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มาใช้ได้ หากไม่ต้องการเป็นรัฐราชการรวมศูนย์อำนาจก็ต้องรีบประกาศไทม์ไลน์การเลือกตั้งท้องถิ่น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71359</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c6ac502519.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่10ปีแค่ประชด! ตุ๊ดตู่ถอดรหัสคำพูดลุงจิ๋ว พปชร.เดือดแห่สวนมาร์ค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพลเผย ปชช.พอใจรัฐบาลแก้ปัญหาโควิด แต่ยังไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ &amp;nbsp;แนะถึงเวลาต้องปรับ ครม.เพราะ ศก.ไม่ดีอยากให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน พปชร.เรียงหน้าโต้ &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; โฆษกยันพรรคมีหลายนโยบาย ลุงตู่แก้ปัญหา ปชช.ได้จริงไม่ใช่แค่เรื่องสงบ &amp;quot;ธนกร&amp;quot; ย้อนเจ็บยังคิดไม่ได้หรือเพราะไม่หนุน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปชป.ถึงแพ้เลือกตั้ง &amp;quot;ราเมศ&amp;quot; อ้าง &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; พูดในเวทีวิชาการอย่าสุมไฟขัดแย้ง &amp;quot;จตุพร&amp;quot; อ่านทะลุใจ &amp;quot;พ่อใหญ่จิ๋ว&amp;quot; บอก &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; อยู่ 10 ปีแค่ประชดประชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;quot;ประชาชนคิดอย่างไร? กับกระแสข่าวการปรับ ครม.&amp;quot; กลุ่มตัวอย่าง 1,269 คน สำรวจระหว่างวันที่ 8-11 ก.ค.63 พบว่าผลงานรัฐบาลที่ประชาชน &amp;quot;พอใจ/เข้าตา&amp;quot; คือ อันดับ 1 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ 50.80% อันดับ 2 มาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 ที่ 34.67% อันดับ 3 การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้สูงอายุ คนพิการ 12.93% อันดับ 4 ขยายเส้นทางรถไฟฟ้า เส้นทางการคมนาคม 8.27% อันดับ 5 การควบคุมสถานการณ์ความสงบของบ้านเมือง 6.40%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลงานรัฐบาลที่ประชาชน &amp;quot;ยังไม่พอใจ/ต้องปรับปรุง&amp;quot; คือ อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ 61.15% อันดับ 2 ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพสูง ปัญหาความยากจน 22.85% อันดับ 3 การจ่ายเงินช่วยเหลือล่าช้า ไม่ทั่วถึง 13.80% อันดับ 4 การป้องกันและปราบปรามการทุจริต 12.36% อันดับ 5 การใช้งบประมาณ การกู้ยืมเงิน ทำให้มีหนี้เพิ่ม 9.60%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องมีการปรับ ครม. อันดับ 1 ถึงเวลาแล้ว 67.85% เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าแพง ประชาชนลำบาก คนตกงาน ว่างงาน หนี้สินเยอะ อยากให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถมาแก้ปัญหา คัดเลือกคนที่เหมาะสม ฯลฯ อันดับ &amp;nbsp;2 ปรับหรือไม่ปรับก็ได้ 23.40% เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ ปรับหรือไม่ปรับก็น่าจะเหมือนเดิม เป็นการหมุนเปลี่ยนตำแหน่งทางการเมือง ฯลฯ อันดับ 3 ยังไม่ถึงเวลา 8.75% เพราะมีเรื่องอื่นที่สำคัญและควรดำเนินการก่อน เร่งแก้ปัญหาอื่นก่อน ทุกคนต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประชาชน ฯลฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมส่งสัญญาณพร้อมปรับ ครม. แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ทำงานเหมือนไม่มีสถานการณ์อะไรฉุกเฉิน ยังคงขี่ม้าเลียบค่าย เดินสายทำงานแบบสังคมลมโชยเผาเวลา ทั้งที่วิกฤติโควิด-19 ลามวิกฤติเศรษฐกิจเป็นมหาวิกฤติโลกซ้อนวิกฤติประเทศ เหมือนนั่งดูหนังสยองขวัญแล้วมาเฉลยแบบหักมุมตอนท้ายว่าเรื่องจริงๆ เป็นอย่างไร แต่ละเป้าหมายที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีพูด ทั้งประกาศภายในปี &amp;nbsp;2561 คนจนจะหมดไปจากประเทศ แต่พอเกิดปัญหาบอกว่าอยากรู้ตัวเลขเศรษฐกิจต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แถมยังสารภาพถอดใจมาหลายปีแล้ว&amp;nbsp;
ปชช.สิ้นหวังรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชนฟังแล้วรู้สึกสิ้นหวัง สถานการณ์วิกฤติขนาดนี้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะนี้ไม่เพียงแต่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจดับยกแผง ขนาดหาคนมาขับเคลื่อนยังไม่สามารถหาได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเขียนได้ แต่แผนงานฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี จะดำเนินการแก้วิกฤติอย่างไร กลับไม่มีให้เห็น หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะบริหารประเทศแบบเน้นเขียนจดหมายและเดินสายขอให้คนช่วยไปตลอด&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;กล่าวตอบโต้นายอนุสรณ์ว่า นายอนุสรณ์น่าจะตกข่าว ไม่สนใจทำการบ้านศึกษาหาข้อมูลก่อนวิจารณ์ &amp;nbsp;จึงไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีรูปแบบการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ขึ้น โดยจะมีนายกฯ เป็นประธาน สะท้อนให้เห็นว่านายกฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างฉุกเฉินเร่งด่วน ที่ผ่านมารัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; และยังมีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร &amp;nbsp;ผู้ประกอบการและแรงงานในระบบ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า พักการชำระหนี้ต่างๆ &amp;nbsp;เมื่อมีการผ่อนคลายจึงดำเนินมาตรการเชิงรุก เช่น มาตรการ &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot; มาตรการช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ทุกอย่างยึดโยงกับปัญหาปากท้องของประชาชนทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รู้สึกผิดหวังที่โฆษกพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตระหนักถึงเหตุผลในการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ ว่าเป็นไปเพื่อบังคับใช้เครื่องมือต่างๆ ในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลตั้งใจที่จะกอบกู้เศรษฐกิจให้ฟื้นกลับคืนมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่สั่งสมมานาน เป็นภาระประชาชนมาหลายปีที่ถูกวิจารณ์ว่ากู้มาโกง ก่อนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาบริหารประเทศ&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์​ ส.ส.กทม.​ ในฐานะโฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ พาดพิงพรรค พปชร.ว่าได้เป็นรัฐบาลเพราะนโยบายเดียว คือนโยบายความสงบเท่านั้น ว่า​นโยบายความสงบเป็นประเด็นที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างมาก แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายพรรคเท่านั้น ที่พรรค พปชร.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยังมีอีกหลายเหตุผล ทั้งการที่พรรค พปชร.เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ในการเลือกตั้งปี 2562 โดยพิจารณาจากผลงานในขณะที่ท่านเป็นผู้นำรัฐบาลชุดก่อน ตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นความสงบ เรียกความเชื่อมั่นจากประชาคมโลก และนโยบายอื่นๆ ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, รถไฟฟ้าทั่วกรุง, ปลดหนี้นอกระบบ คืนทรัพย์สินให้ลูกหนี้ เป็นต้น อันเป็นที่ประจักษ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ยังเปิดกว้างทางความคิด ไม่เลือกว่าเป็นความคิดของพรรคใด สิ่งใดที่ดีมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านก็นำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศอย่างเหมาะสม​ จากเหตุผลข้างต้น พรรคพลังประชารัฐมีเจตนาที่จะสานต่อผลงานดังกล่าวให้ต่อเนื่อง เป็นรูปธรรมมากขึ้น ดังนั้นนโยบายต่างๆ จึงสอดคล้องกับการบริหารของรัฐบาลชุดก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ประจักษ์อยู่แล้ว การที่นายอภิสิทธิ์แสดงความเห็นในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นความงดงามในระบอบประชาธิปไตย ที่มีการเสนอความเห็นที่แตกต่างกันและวิพากษ์วิจารณ์กันได้&amp;quot; น.ส.พัชรินทร์กล่าว&amp;nbsp;
มาร์คไม่หนุนลุงตู่ ปชป.จึงแพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง และอดีตโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า นึกไม่ถึงว่านายอภิสิทธิ์จะมีความคิดเช่นนี้ เพราะหากย้อนไปตอนเลือกตั้ง พรรค พปชร.มีนโยบายมากมายที่นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในทุกเวที สิ่งหนึ่งที่สามารถเอาชนะใจพี่น้องประชาชนได้คือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนได้สิทธิ์ถึง 14.6 ล้านคน ส่วนเรื่องเน้นความสงบนั้นเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องการ เพราะที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำมามาก บ้านเมืองไม่สงบเกิดความขัดแย้งถึงขนาดมีการเผาบ้านเผาเมือง นายอภิสิทธิ์เองก็น่าจะรับรู้สถานการณ์ดี เพราะขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ไม่ใช่หรือที่นั่งบริหารประเทศอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงวันนี้นายอภิสิทธิ์ยังคิดไม่ได้อีกหรือว่า การที่นายอภิสิทธิ์ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ย่อยยับจนต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.ประยุทธ์จึงอยากให้นายอภิสิทธิ์ตั้งสติแล้วคิดทบทวนเสียใหม่ ปรับวิธีคิดทางการเมืองใหม่แบบนิวนอร์มอล จะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่า&amp;quot; นายธนกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตอบโต้นายธนกรว่า ถ้าเป็นความเห็นที่มีการพูดในเชิงวิชาการก็ควรรับฟัง ส่วนกรณีที่มีการให้ร้ายหลักการก็ต้องชี้แจง กรณีนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงรัฐบาลในเวทีเสวนาวิชาการ ก็วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงแลกเปลี่ยนความเห็นโดยปกติทั่วไป แต่นายธนกรไม่ควรพาดพิงมายังพรรค เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาต่อสู้ตามกระบวนการ ไม่ใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงิน เดินตามหลักการแนวทางการเมืองสุจริต พรรคลงเลือกตั้งเราก็ต้องสนับสนุนคนที่เป็นหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ จะให้ไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ก็คงไม่ใช่ เมื่อผลเลือกตั้งออกมาทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป ทุกคนในพรรคทำงานกันอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือประชาชน ปัจจุบันสังคมไม่อยากเห็นการเมืองที่มีแต่ความขัดแย้ง เรื่องความคิดเห็นอาจจะไม่ตรงกันบ้างก็ติติงกันด้วยเหตุผล ถ้าสุมไฟอยู่เรื่อยประชาชนไม่ได้ประโยชน์เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ผมเห็นข่าวการให้สัมภาษณ์ของอดีตโฆษก พปชร.กับโฆษก พปชร.คนปัจจุบันพาดพิงคุณอภิสิทธิ์แล้ว ในฐานะที่เคยเป็นโฆษกมาก่อน พรุ่งนี้จะเปิดคอร์สอบรมการเป็นโฆษกที่ดีให้ฟังเป็นเบื้องต้น เพื่อวิทยาทานให้แก่นักการเมืองรุ่นน้อง ยินดีจัดให้จัดเต็ม เพื่อให้คอการเมืองได้รับฟังกัน อดใจรอกันนะครับ&amp;quot;
ลุงตู่อยู่ 10 ปีแค่ประชดประชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่มองปรากฏการณ์หลายชั้น และ พล.อ.ชวลิตพูดถึงคำว่า 10 ปีนั้น เป็นท่วงทำนองของการตอบคำถามแบบประชดประชัน แต่รายละเอียดทางการเมืองที่บอกว่า 88 ปีไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงนั้นคือคำตอบ เพราะ พล.อ.ชวลิตคือเจ้าของคำที่ว่าการเมืองไทยเป็นวงจรอุบาทว์ คือมีเลือกตั้งก็มีการยึดอำนาจ มีการต่อสู้ของประชาชนและบาดเจ็บล้มตายแล้วก็เลือกตั้ง แล้วก็ยึดอำนาจ สลับเข้ามามีอำนาจ การต่อสู้วันนี้เอาคดีเดิมๆ ตายกลับกี่ชาติก็ไม่รู้จะครบหมดหรือไม่ ที่ผ่านมาอาจจะกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจบ้าง แต่ไม่เลวร้ายจนถึงทุกวันนี้ถึงขั้นที่จะเป็นวิกฤติอย่างรุนแรง ดังนั้นหากยังคิดกันแบบเดิมไม่มีทางจะพาประเทศไทยไปรอดได้ การต่อสู้ทางการเมืองนั้นตนยืนยันว่าไม่ควรจะมีใครต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว &amp;nbsp;เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองเป็นทัศนคติทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสัมมนารัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรคว่า เป็นเรื่องดีที่มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความเห็นการเมืองในบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นส่วนตัว จะหาโอกาสจัดให้มีการพบปะกันแบบนี้บ่อยขึ้น และผลที่ปรากฏออกมาก็ถือว่าทุกคนช่วยกันระดมความคิดความอ่าน ในการช่วยหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะช่วยกันพาพรรคไปข้างหน้า นำไปสู่การพัฒนาเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้นได้ ประชาชนและสมาชิกพรรคทั้งประเทศก็อยากเห็นผลงานของพรรคที่ปรากฏเป็นรูปธรรม รวมถึงความเป็นเอกภาพภายในพรรค ซึ่งทั้งสองข้อนี้เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ ทุกคนพยายามร่วมมือร่วมใจกันเพื่อแสดงความคิดเห็นให้เดินไปสู่เป้าหมายนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่าจะมีกระบวนการประเมินเป็นการภายใน และการสำรวจความเห็นของประชาชนที่มีต่อการทำงานของรัฐมนตรีและ ส.ส. เพราะทุกคนถือว่าเป็นคนที่ประชาชนให้โอกาสมาทำงาน คะแนนรวมของรัฐมนตรีและ ส.ส.รวมถึงสมาชิกคนสำคัญของพรรค สุดท้ายก็จะกลายเป็นคะแนนรวมของพรรคที่ประชาชนจะตัดสินใจในการลงคะแนนให้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคจะต้องมีผลงานจับต้องได้เป็นรูปธรรมบวกความเป็นเอกภาพ ซึ่งทุกคนทราบว่าแล้วว่าอะไรเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.กล่าวว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ ส.ส.ของพรรคและรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพูดคุยกันเกือบครบ 100% และทุกคนได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;นับว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรของ ปชป.ที่มีมายาวนาน ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถทำได้แบบนี้ ส่วนตัวพอใจในข้อสรุปของการพูดคุยกัน เมื่อผู้บริหารของพรรครับข้อเสนอของที่ประชุมและจะนำไปแก้ไข &amp;nbsp;เช่น 1.จะมีการทำโพลสำรวจกระแสความนิยมของพรรคในทุกระดับภายใน 1 เดือน 2.จะมีการประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคทุกคนภายใน 2 สัปดาห์ 3.จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการสื่อสารของพรรคใหม่ในทันที โดยเฉพาะสื่อทางโซเชียลมีเดียทั้งหมด 4.จะสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ของ ส.ส.ทุกคนอย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71245</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ทิพานัน ศิริชนะ, ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์​, ราเมศ รัตนะเชวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b11281b0fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;มองทะลุใจ&#039;พ่อใหญ่จิ๋ว&#039;ชี้ที่บอกลุงตู่อยู่ถึง10ปีแค่ประชดประชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.63-นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวตอนหนึ่งระหว่างจัดรายการลมหายใจพีซทีวีเวทีทัศน์ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี ถึงกรณีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ถึง 10 ปีว่า พล.อ.ชวลิตมองปรากฏการณ์หลายชั้น ที่พูดถึงคำว่า 10 ปีนั้นเป็นท่วงทำนองของการตอบคำถามแบบประชดประชัน แต่รายละเอียดทางการเมืองที่บอกว่า 88 ปีไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงนั้นคือคำตอบ เพราะพล.อ.ชวลิตคือเจ้าของคำที่ว่าการเมืองไทยเป็นวงจรอุบาทว์ คือ มีเลือกตั้งก็มีการยึดอำนาจ มีการต่อสู้ของประชาชนและบาดเจ็บล้มตายแล้วก็เลือกตั้ง แล้วก็ยึดอำนาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างที่เราได้พูดกันทุกครั้งว่าการสลับเข้ามามีอำนาจ ก็อยู่ระหว่างทหารกับนักการเมืองและทหารก็เป็นส่วนใหญ่ นักการเมืองเป็นส่วนน้อย ประเทศไทยอยู่ในสถานะลุ่มๆดอนๆมาโดยตลอดแต่ฝ่ายที่ตายคือประชาชน และไม่ว่าทหาร หรือ นักการเมือง เข้ามามีอำนาจ ประชาชนก็ยังเป็นประชาชนอยู่วันยังค่ำนี่เป็นสัจธรรมที่ไม่เคยเปลี่ยน หากไม่คิดกันอย่างครบถ้วนในการต้องระดมคนดีมีฝีมือไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม ก็ยากที่จะฝ่าฟันทุกสถานการณ์นี้ไปได้ แต่ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าความขัดแย้งที่ร้าวลึกมาอย่างยาวนานนั้น มันยาก เพราะหลักใหญ่ใจความคือเราอยู่ในสถานการณ์ที่ความรู้สึกแตกต่างกันอยู่เหนือปัญหาชาติ การต่อสู้วันนี้เอาคดีเดิมๆ ตายกลับกี่ชาติก็ไม่รู้จะครบหมดหรือไม่ แต่ความรู้สึกเดิมๆที่ประสบการณ์มานั้นสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในแต่ละเวลาไม่เหมือนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า พฤษภา 35 เราไม่เกิดปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจแต่เรามีปัญหาทางการเมือง การชุมนุมแต่ละครั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอาจจะกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจบ้าง แต่ไม่เลวร้ายจนถึงทุกวันนี้ถึงขั้นที่จะเป็นวิกฤติอย่างรุนแรง ดังนั้นหากยังคิดกันแบบเดิมไม่มีทางจะพาประเทศไทยไปรอดได้และตนก็ไม่รู้อีกกี่วัน คุกก็จ่อรออยู่ข้างหน้า ได้สอบถามเพื่อนในเรือนจำก็เป็นห่วง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์และ นพ.เหวง โตจิราการ ไม่รู้เมื่อไหร่เรือนจำจะส่งตัวไปยัง โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพราะสังขารไม่เอื้ออำนวย มีโอกาสได้แลกเปลี่ยน ทัศนคติกับคนที่มีมุมมองทางการเมืองแตกต่างกัน มีการยกตัวอย่างกรณีว่า ประเทศไทยในการพิจารณาคดีความทางการเมืองนั้นประเทศไทยไม่มีวิธีพิจารณาความทางการเมือง จึงนำวิธีพิจารณาความทางอาญามาใช้พิจารณาความทางการเมือง ดังนั้นโทษก็จะเป็นโทษทางอาญา แต่การต่อสู้ทางการเมืองนั้นตนยืนยันว่า ไม่ควรจะมีใครต้องติดคุกเเม้แต่วันเดียว เนื่องจาก การชุมนุมทางการเมืองเป็นทัศนคติทางการเมือง แต่สุดท้ายเมื่อไม่มี วิธีพิจารณาความคดีทางการเมือง ก็ไปใช้ประมวลวิธีพิจารณาความทางอาญา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71217</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0ae0e767a2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมภาพชุด ช็อตต่อช็อต &#039;พ่อใหญ่จิ๋ว&#039; หอบสังขารในวัย 88 วิเคราะห์การเมืองร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ในวัย 88 ปี นัดสื่อให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง&amp;nbsp;ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดี เวลา 11.00 น. ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนแรง ก่อนการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71125</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, บิ๊กจิ๋ว, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, สถานการณ์การเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f094feba5ba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
