<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.เหล่าทัพ พร้อมนายพลรวม 2,845 นาย เตรียมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน 18 มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17&amp;nbsp;มี.ค.64 -&amp;nbsp;ในวันที่ 18 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายทหารและนายตำรวจชั้นนายพลทุกชั้นยศที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศสูงขึ้นวาระประจำปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น 2,845&amp;nbsp;นาย เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ในเวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น. ที่ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา&amp;nbsp;โดยมี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96406</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60520f97ad627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; คัมแบ็กสภาฯ ในบทตัวรุก สอบงบทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการขยับเดินทางการเมือง ที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาไม่น้อย กับกลยุทธ์ใหม่ของ&amp;nbsp; พรรคก้าวไกล-คณะก้าวหน้า ที่เดินหมากทางการเมืองแบบคู่ขนาน ทั้งในสภาที่ขับเคลื่อนผ่านพรรคก้าวไกล โดยการนำของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และนอกสภากับ คณะก้าวหน้า โดยการนำของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยการที่ &amp;quot;พรรคก้าวไกล&amp;quot; เสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้คัมแบ็ก กลับเข้าสู่รันเวย์การเมืองในสภาอีกครั้ง ในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 ที่จะประชุมนัดแรก วันพุธที่ 8 ก.ค.นี้ เพื่อเลือกประธาน กมธ.และตำแหน่งอื่นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิเคราะห์ได้ว่า สาเหตุที่พรรคก้าวไกลต้องเข็น ธนาธร กลับมาอีกรอบ อาจเพราะต้องการปรับจุดโฟกัสให้ธนาธร-คณะก้าวหน้า อยู่ในโฟกัสทางการเมืองของสาธารณชนมากขึ้น โดยเฉพาะการเมืองกระแสหลัก เพราะคงมองว่าจะไปหวังใช้แต่ช่องทางการแสดงความเห็น และการเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านโซเชียลมีเดีย ในพื้นที่ของคณะก้าวหน้า-แฟนคลับพรรคก้าวไกล-แฟนคลับธนาธร เท่านั้นคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องให้ธนาธรกลับเข้าสู่เส้นทางการเมืองในกระแสหลักด้วย เพื่อทำให้การขับเคลื่อนของตัวเขาและคณะก้าวหน้าได้รับการพูดถึงและถูกจับตามองมากขึ้น ไม่ใช่แค่กับแฟนคลับกลุ่มเดิมๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคก้าวไกล จึงจับมือกับ ธนาธร-คณะก้าวหน้า ในการเสนอชื่อธนาธรกลับมาเป็นกรรมาธิการงบประมาณปี 2564 อีกรอบอย่างที่เห็น &amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่คาดหมายได้เลยว่าเป้าหมายหลักของ ธนาธร ในการคัมแบ็ก รอบนี้ ก็คือการเข้าไปเล่นบทบาทหัวหอกหลักในการตรวจสอบงบประมาณ กระทรวงกลาโหม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังก่อนหน้านี้ตอนเป็น กมธ.งบฯ ปี 2562 ก่อนที่จะลาออกกลางคันทิ้งเก้าอี้ไปแบบดื้อๆ ตอนนั้น ธนาธรก็เป็น กมธ.งบฯ จากซีกฝ่ายค้าน ที่คอยรุกไล่ตรวจสอบงบประมาณกระทรวงกลาโหมอย่างเข้มข้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นได้จากที่มีการซักไซ้ไล่เลียงผู้นำเหล่าทัพที่มาชี้แจงต่อ กมธ.งบฯ เมื่อ 28 พ.ย.62 ที่ประกอบด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ., พล.ร.อ.ลือชัย&amp;nbsp; รุดดิษฐ์ ผบ.ทร., พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. โดยในวันดังกล่าว &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เล่นบทไล่จี้ถามผู้นำเหล่าทัพ ถึงเรื่อง ที่มาของรายได้นอกงบประมาณร่วม 18,657 ล้านบาท ที่ไม่ได้ถูกส่งกลับเข้าคลัง และไม่มีการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีการขอให้ผู้นำกองทัพชี้แจงรายละเอียดในเรื่องต่างๆ เช่น รายได้จากการใช้ทรัพยากรคลื่นวิทยุย้อนหลัง 10 ปี, รายชื่อบริษัทผู้รับบริหารสัมปทานคลื่นวิทยุ และสัญญากับทุกบริษัท, สัญญาระหว่างกองทัพบกกับช่อง 7 ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2512, รายได้จากการให้สัมปทานช่อง 7 ทุกปี ตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2512, รายได้อัตราค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดิน หรือ MUX &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งตอนนั้น ธนาธร ระบุว่า &amp;quot;ประชาชนตั้งคำถามว่า ทำไมบรรดานายพลจึงร่ำรวยผิดปกติ&amp;nbsp; เพราะเมื่อดูจากบัญชีทรัพย์สินที่แสดงต่อ ป.ป.ช.เมื่อพฤษภาคม 2562 รายได้ของนายพล 81 คน ที่เป็นสมาชิก สนช. มีทรัพย์สินเฉลี่ย 78 ล้าน รายได้เฉลี่ย 12.72 ล้านบาทต่อปี ซึ่งรายได้และทรัพย์สินเหล่านี้ไม่สามารถได้มาโดยลำพังเงินเดือนการเป็นทหารอย่างเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การคัมแบ็กของธนาธรรอบนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งหมากทางการเมืองที่ พรรคก้าวไกล-คณะก้าวหน้า จับมือกัน เพื่อเตรียมเปิดหน้าชนกับ กองทัพ ผ่านการตรวจสอบงบทหารอย่างเข้มข้นในชั้น กมธ.งบฯ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70599</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.ร.อ.ลือชัย  รุดดิษฐ์, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01d808ba969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเหล่าทัพเกาะติด สถานการณ์ทั่วโลก ชี้ขัดแย้งหลายมิติ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;rdquo; นำทัพประชุมสภากลาโหมเต็มคณะครั้งแรก &amp;nbsp;หลังคลายล็อกโควิด-19 สั่งเหล่าทัพติดตาม-วิเคราะห์สถานการณ์ขัดแย้งทั่วโลกที่มีหลากหลายมิติและซับซ้อน กำหนดบทบาทกลาโหมที่เหมาะสม สั่ง ทบ.-ทร.เกาะติดปัญหา 3 จชต. เข้มความมั่นคงชายแดนป้องโรคอุบัติใหม่ พร้อมมอบเหล่าทัพศึกษาผลกระทบความมั่นคงรับ &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) เวลา 08.55 น. วันที่ 25 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ เป็นประธาน​การประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 5 /2563 ประจำเดือน พ.ค. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์​สุวรรณ​ รอง​นายก​รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะที่ปรึกษาสภากลาโหม, &amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวง​กลาโหม, ผู้บัญชาการเหล่าทัพ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะที่ปรึกษาสภากลาโหม และหน่วยขึ้นตรงกระทรวง​กลาโหม​ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการประชุมสภากลาโหมในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมที่กระทรวงกลาโหมด้วยตนเอง หลังจากห่างหายไปนานกว่า 3 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญทำหน้าที่แทน และในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นายกรัฐมนตรีจะประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.ค.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์มอบเป็นนโยบายให้กับหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและ ผบ.เหล่าทัพ ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมโลก ที่มีหลากหลายมิติและมีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อพิจารณากำหนดนโยบายและท่าทีที่เหมาะสม ต่อการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมในอนาคต โดยคำนึงถึงบทบาทหลักการของอาเซียน ในการสนับสนุนความเป็นแกนกลางด้านความมั่นคงของภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นที่สร้างสรรค์ ทั้งนี้ คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติในระยะยาวเป็นสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ค.คงชีพกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมย้ำให้กองทัพบกและกองทัพเรือในบทบาทการทำหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ดำรงความต่อเนื่องการปฏิบัติงานร่วมกัน และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการด้านความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติให้ครอบคลุม เกื้อกูลระหว่างกัน ทั้งทางบกและทางทะเล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จชต. การลักลอบผ่านแดนตามเส้นทางธรรมชาติ การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานทางทะเล และการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย ตลอดจนการดำรงความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ ขอให้เฝ้าระวังการแฝงเข้ามาของระบาดของโรคอุบัติใหม่และผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ย้ำถึงการสนับสนุนรัฐบาลแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 โดยให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพยังคงความต่อเนื่องสนับสนุนการดำเนินการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) รวมทั้งสนับสนุนการอำนวยการจัดการพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine) และพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดจนพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการมาตรการคัดกรอง และสถานที่กักตัวควบคุมโรคดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ให้เพียงพอสำหรับรองรับคนไทยในต่างประเทศจำนวนมากที่ลงทะเบียนกับกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งชาวต่างประเทศที่มีใบอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ซึ่งประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามเข้าใจความรู้สึกและดูแลทุกคนตลอดเวลาเข้าพักกักตัวควบคุมโรค ให้เสมือนคนในครอบครัว ขอให้เพิ่มการเฝ้าระวังมากขึ้นกับกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ที่เดินทางเข้าประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติรองรับ &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo; ของกระทรวงกลาโหมว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั่วโลก จะส่งผลกระทบต่อสังคมไทยไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทุกมิติ ต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและวิถีชีวิต และส่งผลให้การปฏิบัติภารกิจหลายอย่างจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมหารือร่วมกับเหล่าทัพ ศึกษาถึงผลกระทบความมั่นคงและบทบาททางทหารของภูมิภาค จัดทำแนวทางปฏิบัติรองรับ &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo; ในภาพรวมของกระทรวงกลาโหม ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านกำลังพล ด้านยุทธการ การฝึกศึกษาและพัฒนาหลักนิยม เพื่อรักษาขีดความสามารถในการรองรับสถานการณ์ภัยคุกคามต่างๆ ตลอดจนพิจารณาปรับรูปแบบการมีปฏิสัมพันธ์กับมิตรประเทศภายใต้สภาวะแวดล้อมใหม่ อาทิ การฝึกร่วมผสมผ่านระบบเครือข่าย ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลข่าวสาร เพื่อดำรงความต่อเนื่องในการรักษาระดับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน และเพื่อดำรงความพร้อมและขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกองทัพ ในการพิทักษ์รักษาเอกราชและความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ค.คงชีพกล่าวด้วยว่า รมว.กลาโหมย้ำถึงการกวดขันวินัย และความประพฤติของกำลังพลที่ไม่เหมาะสมของกำลังพลบางนาย มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของทหารเป็นส่วนรวม จึงให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับ เน้นย้ำและกำชับกำลังพลให้ปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมทหารอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการแสดงออกในสถานที่สาธารณะ การประพฤติตน หรือแสดงออกผ่านสื่อสาธารณะให้เหมาะสม รวมทั้งต้องไม่มีกำลังพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย อาทิ ยาเสพติด การพนัน หนี้นอกระบบ และการกระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพล เรียกรับผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66926</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์​สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecbca0316693.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะเหลืออายุราชการอีกเพียง 5 เดือนกว่าๆ ก็จะครบเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2563 แต่ดูเหมือน ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี ยังคงเดินหน้าทำงานบนเก้าอี้ &amp;quot;ผู้นำสีกากี&amp;quot; แบบไม่เหน็ด ไม่เหนื่อย ไม่มีวันหยุด หลังขึ้นเหนือ ลุยอีสานตรวจเยี่ยม &amp;quot;ลูกน้อง&amp;quot; ที่กำลังปฏิบัติภารกิจในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ล่าสุดปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีคิว &amp;quot;ลงใต้&amp;quot; ยกคณะ ประกอบด้วย บิ๊กเด่น-พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., บิ๊กแหม๋ว-พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ นพ. (สบ 8) รพ.ตร., บิ๊กต่อ-พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล รอง ผบช.ก. ตรวจความพร้อมของจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 บริเวณจุดตรวจด่านศุลกากรสุไหงโกลก อ.สุไหงโกลก จ.ปัตตานี และจุดตรวจเกาะหม้อแกง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งให้มีความพร้อมในการให้บริการประชาชน พร้อมได้นำหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ล้างมือ เครื่องวัดไข้ ชุดปลอดเชื้อ หน้ากากที่มีแผ่นกระบังป้องกันใบหน้า (Face Shield Mask) และน้ำดื่ม มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หายหน้าไปจนเหล่าสีกากีที่นั่งประชุม ศปก.ทั่วประเทศเริ่มบ่นคิดถึง บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะช่วงแรกๆ ที่มีการแต่งตั้งจาก &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; ให้คุมศูนย์ดังกล่าว &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานติดตามการปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้องประชุม ศปก.ตร.ชั้น 20 แทบทุกวัน ตั้งแต่สายจนบ่ายจนเย็น เพื่อกำชับและวางมาตรการให้ &amp;quot;ลูกน้อง&amp;quot; ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง แต่ช่วงตลอดอาทิตย์ที่ผ่าน มอบหมายให้ บิ๊กเด่น-พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร สลับกันมานั่งหัวโต๊ะแทน แถมก็ยังไม่มีใครเห็น &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; เดินสายตรวจจุดควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 บริเวณด่านต่างๆ เหมือนก่อน ไม่รู้ &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; ไปเก็บตัวอยู่ไหน...แฟนๆ ฝากความคิดถึง ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานหน้าจริงๆ ตำรวจโรงพักเมืองนนทบุรี หลังฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกทลายบ่อนการพนันในพื้นที่ซอยพิบูลสงคราม 32 อ.เมือง จังหวัดนนทบุรี คุมตัวนักพนันที่ลักลอบเล่นการพนัน ฝ่าฝืนคำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 122 คน แยกเป็นชาย 76 คน หญิง 46 คน แม้ผลการตรวจนักพนันทั้งหมดจะไม่มีใครติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่การปล่อยให้มีการเปิดเล่นพนันในพื้นที่ จนถูกข้าราชการนอกหน่วยเข้ามาจับกุม ก็เหมือนตบหน้า &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; เจ้าของพื้นที่ ร้อนถึง บิ๊กแซ็ก-พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ต้องออกคำสั่งเด้ง 5 เสือเมืองนนท์ ประกอบด้วย พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี, พ.ต.ท.สุเนตย์ สีชำนาญ รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.สมควร แตงพรม สวป. และ พ.ต.ต.ชาญชัย อ้นคำ สว.สส. ไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.1 ไม่มีกำหนด หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กนู-พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. สะบัดปากกาเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา เซ็นคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 176/2563 ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนในตำแหน่งต่างๆ จำนวน 48 ราย มีกำหนด 1 ปี โดยทั้งหมดไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งสังกัดกองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 (บก.ตร.มหด.รอ.904) แบ่งเป็น ระดับรอง สว. 22 ราย อาทิ ร.ต.อ.ธนกร จาวรุ่งวณิชสกุล รอง สว.กก.ภ.จว.กาญจนบุรี เป็น รรท.รอง สว.กก.5 บก.ตร.มหด.รอ.904, ร.ต.อ.สรายุทธ ผลดี รอง สวป.สน.ดุสิต เป็น รรท.รอง สว.กก.5 บก.ตร.มหด.รอ.904, ร.ต.ท.หญิงอรวรรณ แสงทอง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี เป็น รรท.รอง สว.กก.4 บก.ตร.มหด.รอ.904, ว่าที่ ร.ต.ต.ปฐมพร วงษ์ชื่น รอง สว.ฝ่ายการประชุม สง.ก.ต.ช. เป็น รรท.รอง สว.ฝอ.บก.ตร.มหด.รอ.904 ส่วนชั้นประทวน 26 ราย อาทิ ส.ต.ท.วีรพงษ์ หนองหว้า ผบ.หมู่ กก.ตชด.11 เป็น รรท.ผบ.หมู่ ฝอ.บก.ตร.มหด.รอ.904, ส.ต.ต.ธนกฤต มาพล ผบ.หมู่ (ป.) สภ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เป็น รรท.ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ตร.มหด.รอ.904 และ ส.ต.ต.พีรพัฒน์ สุดยอด ผบ.หมู่ (ป.) สน.บางโพ เป็น รรท.ผบ.หมู่ ฝอ.บก.ตร.มหด.รอ.904 เป็นต้น ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพกลายเป็นหน่วยที่ถูกโฟกัสมากที่สุดในสถานการณ์โควิด -19 หลังจากรัฐบาลได้ออกมติคณะรัฐมนตรี ให้เกลี่ยงบประมาณของกระทรวงต่างๆ เพื่อนำมาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ประชาชน โดยเฉพาะโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2-3 วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท โดยงบประมาณปี 2563 จะเริ่มในขั้นตอนการทำสัญญาและจ่ายเงินงวดแรกประมาณ 3 พันกว่าล้านบาท แต่คาดว่าในสถานการณ์ขณะนี้คงต้องชะลอการดำเนินการไปก่อน โดย พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) คงได้นำไปเจรจากับทางจีนต่อไป ขณะที่เหล่าทัพอื่นได้จัดทำรายละเอียดและส่งให้กระทรวงกลาโหมใกล้ครบแล้ว และคาดว่าจะเสนอให้รัฐบาลในวันจันทร์นี้ ซึ่งหากพิจารณาในภาพรวม งบประมาณในก้อนที่เฉือนออกมานั้นมากกว่า 10% ซึ่งต้องรอให้สำนักงบประมาณและคณะรัฐมนตรีดูเหตุผลความจำเป็นในการตัด และคงไว้ในกรอบมติคณะรัฐมนตรีกำหนด ก่อนจะเคาะออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หลังจากมีทหารหญิงสังกัดกรมสารบรรณทหารบกติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาอาการแล้ว ในส่วนของเหล่าทัพอื่นยังไม่พบรายงานเปิดเผยเรื่องการติดเชื้อของกำลังพลแต่อย่างใด แต่ที่เป็นการรับทราบกันภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีนายทหารยศร้อยโท ทำหน้าที่อนุศาสนาจารย์ตรวจพบเชื้อและเข้ารับการรักษาจนหายจากอาการป่วยแล้ว และยังมีสิบโทหญิงของกรมพระธรรมนูญ ในอาคารสำนักงานเมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ กำลังรักษาอยู่ สำหรับขั้นตอนในการเฝ้าระวังกำลังพลใกล้ชิดผู้ป่วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ใช้อาคารบ้านพักด้านหลังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมศรีสมาน ที่เพิ่งสร้างเสร็จยังไม่เปิดให้เข้าพักมาใช้เป็นพื้นที่ควบคุมโรค 14 วัน นอกจากนี้ยังเพิ่มมาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน และให้กำลังพลที่สามารถทำงานต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะพิจารณาใช้การทำงานที่บ้านมาเสริม เพื่อลดภาวะเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกแรงในการสร้างเครือข่ายให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับ &amp;ldquo;หมอเพลิน&amp;rdquo; ร.อ.หญิง อมรัชต์ คงสมพงษ์ บุตรสาวของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีส่วนในการนำเสนอคลิปประชาสัมพันธ์ &amp;rdquo;ดอกไม้ในที่ลับตา&amp;rdquo; ของศูนย์บริหารราชการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กองทัพบก (ศบค.ทบ.) ที่พูดถึงบุคลากรทุกภาคส่วน ไล่ตั้งแต่ หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ห้องแล็บ เจ้าหน้าที่คัดกรอง พลเปล แผนกอาหาร แผนกซักรีด เจ้าหน้าที่กำจัดขยะติดเชื้อ ปัจจุบัน &amp;ldquo;หมอเพลิน&amp;rdquo; ประจำอยู่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ เดิมมีผู้ป่วยโควิดทั้งหมด 16 เคส เหลือการรักษาตัวอยู่เพียง 4 เคส.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62845</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ร.อ.หญิง อมรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรวดติดเชื้อ32ราย &#039;บิ๊กตู่&#039;ถกด่วนรับระยะที่3 ชงชัตดาวน์ผับ-พรมแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เตรียมมาตรการรับมือหากเข้าสู่ระยะที่ 3 ย้ำต้องฟังหมอเป็นหลัก จ่อปิดผับ-สถานบันเทิงป้องกันแพร่ระบาด พร้อมเล็งตั้ง รพ.ศูนย์เฉพาะกิจรักษาโควิด &amp;quot;สธ.&amp;quot; แถลงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 32 คน &amp;quot;ทร.&amp;quot; รับนักศึกษา-คนไทยจากอิตาลี 83 คนเฝ้าระวังที่สัตหีบ &amp;quot;หมอยง&amp;quot; ชี้ไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยแบบก้าวกระโดด ผลพวง &amp;quot;แมทธิว&amp;quot; ลาม &amp;quot;เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก&amp;quot; ร่วมเวทีมวย ลุ้นผลตรวจเชื้อโคโรนา จับตา &amp;quot;ธุรกิจการบิน&amp;quot; เสนอรัฐปิดพรมแดน 1 เดือนสู้ไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 มี.ค. เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ร่วมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการจากทุกกระทรวง รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุม ใช้เวลากว่า 2 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยถึงการเตรียมมาตรการรองรับหากสถานการณ์เข้าสู่ระยะที่ 3 ว่ากระทรวงการต่างประเทศจะต้องทำอะไร เตรียมการในส่วนใดบ้าง ฝ่ายความมั่นคงต้องไปพิจารณาว่าจะต้องใช้กฎหมายใดเพื่อเพิ่มเติมเป็นพิเศษ การประกาศนั้นง่ายอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญเราต้องมาดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะต้องทำอย่างไร ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ และเรื่องสุขภาพ ล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่าวันนี้ประชาชนเดือดร้อนเยอะ จึงอยากขอร้องว่าวันนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่จะต้องไปกักตุนอะไรนักหนา ผมคิดว่าอย่าไปกลัวถึงขนาดนั้นเลย วันนี้เรามีมาตรการเพิ่มเติมขึ้นมา ทั้งในเรื่องการติดตามตัว การใช้แอปพลิเคชันต่างๆ กำลังพิจารณาดูว่าจะบังคับใช้กับทุกคนได้หรือไม่ เพราะบางครั้งก็ติดในเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล จะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าตัว&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เราต้องแยกการปฏิบัติในส่วนของคนไทยและในส่วนของชาวต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นมาตรการที่เสนอมาโดยคณะแพทย์ อย่าลืมว่านายกรัฐมนตรีไม่ใช่หมอ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องฟังหมอเป็นหลัก ซึ่งวันนี้หมอที่มาร่วมประชุมไม่ใช่หมอเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข แต่มีหมอจากภายนอกเข้ามา ซึ่งมีหมออาวุโส ผู้เชี่ยวชาญ เพราะประเทศไทยมีโรคระบาดเกิดขึ้นหลายโรคแล้ว วันนี้ทุกฝ่ายได้เข้ามาช่วยกันทั้งหมด เว้นแต่บางคนที่ยังเข้ามาไม่ได้ เพราะบางครั้งยังพูดไม่ตรงกัน ซึ่งไม่ใช่ว่าจะต้องพูดตรงกับรัฐบาลแล้วถึงจะให้เข้ามาร่วมทำงาน เพียงแต่เราต้องฟังเหตุและผลด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องขอความร่วมมือจากทุกคน นายกฯ ให้ความสำคัญกับทุกคน วันนี้คนไทยที่กลับจากต่างประเทศเราก็มีมาตรการดูแลทั้งนักศึกษาทุนเอเอฟเอส และแรงงาน เพราะทุกคนก็ต้องการกลับบ้าน เราต้องมาดูถึงมาตรการการคัดกรอง ทั้งเรื่องของสถานที่ อย่างที่ศูนย์สัตหีบเราก็ยังมีการใช้อยู่ ไม่ได้สั่งปิดหรือเปิด เมื่อมีคนเข้ามาและจำเป็นต้องเข้าไปใช้ก็ต้องใช้&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับเรื่องโรงพยาบาลในอนาคตตนได้ให้แนวทางไปว่าควรจะมีการจัดตั้งโรงพยาบาลที่เปิดเป็นศูนย์เฉพาะกิจในการรักษาพยาบาลโรคไวรัสโคโรนา ถ้าสถานการณ์เข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งขณะนี้มีสถานที่แล้วเป็นโรงพยาบาลที่สร้างใหม่ แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน มีจำนวนเตียงประมาณ 100 เตียง จะใช้เป็นโรงพยาบาลศูนย์เฉพาะกิจสำหรับโรคโควิดโดยเฉพาะ ถือเป็นมาตรการรองรับในอนาคตในส่วนของอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆก็ให้มีการเสนอขึ้นมา ซึ่งรัฐบาลพร้อมทุ่มสรรพกำลังในตรงนี้ ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลสนับสนุนทุกเรื่องที่เป็นความต้องการของหน่วยงานภาครัฐจากมติของคณะกรรมการโรคระบาดแห่งชาติ
พบติดเชื้อเพิ่มอีก 32 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข้อเสนอให้มีการปิดผับและสถานบันเทิงในพื้นที่เสี่ยง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเรื่องของสถานบันเทิงได้มีการหารือแล้ว ขณะนี้กำลังดูว่าถ้าขอความร่วมมือได้ก็จะขอความร่วมมือ ในส่วนที่มีปัญหาอยู่ต้องดูว่าเขาพร้อมที่จะปิดตัวเองหรือยัง และเมื่อถึงเวลาจำเป็นก็อาจต้องปิดทั้งหมด แต่สิ่งนี้คืออีกขั้นตอนหนึ่ง เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเราทำช้า แต่ต้องคำนึงถึงหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬา สนามมวย ผับต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังไปหารือกันว่าควรมีมาตรการอย่างไร เรื่องนี้เราต้องฟังจากหมอว่าจะควบคุมอย่างไร ไม่ใช่อะไรก็จะให้นายกฯ สั่งตาม ใครอยากได้อะไรผมจะต้องสั่ง ทำงานอย่างนี้ไม่ใช่ นับจากนี้ไปผมจะพูดให้น้อยลงก็แล้วกัน พูดเยอะเดี๋ยวกลายเป็นหมอตู่ไปอีก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ประชาชนสามารถตรวจเชื้อหาเชื้อไวรัสโควิดฟรี เพื่อเป็นอีกวิธีในการป้องกันการแพร่ระบาด นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการเสนอแล้ว โดยจะมีการใช้กฎหมายกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่ หรือยูเซ็ป (Universal Coverage for Emergency Patients : UCEP) ที่เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เม.ย.60 โดยให้ผู้ป่วยในทุกสิทธิ์การรักษาที่เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ สามารถเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด ณ จุดเกิดเหตุได้ รวมถึงโรงพยาบาลเอกชน ในช่วงเวลา 72 ชั่วโมงแรก ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งต้องให้หมอเป็นผู้อธิบาย ตนไม่ใช่หมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ได้บูรณาการภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่ต่างประเทศ สนามบิน พื้นที่ควบคุม ส่วนภาคปฏิบัติมีการบูรณาการกันอยู่แล้ว ถ้าเรามัวฟังแต่ในสื่อทุกอย่างก็มีปัญหา เราต้องยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาย่อมมีความยุ่งยาก สับสนพอสมควร เนื่องจากต้องดูแลคนจำนวนมาก ทั้งในและต่างประเทศ มีการเข้าและออก วันนี้เจ้าหน้าที่ทำจนสามารถเข้ามาในระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันการบริหารจัดการรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ล่าช้า เพียงแต่หลายอย่างต้องอาศัยความเข้าใจ เนื่องจากมีคนจำนวนมากในการทำงานร่วมกัน อย่างวันนี้มีคนเข้าประเทศลดลงเยอะมาก ซึ่งสถิติก็มีอยู่แล้ว เที่ยวบินก็ลดลงจำนวนคนที่เคย เข้ามาวันละ 60,000-70,000 คน วันนี้เหลือเพียง 6,000 คน เป็นปัญหาที่ตามมา ซึ่งต้องมาคิดดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป แต่วันนี้สุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (สธ.), นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ของไทยประจำวันว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 32 ราย จากที่ติดตามอยู่ 36 ราย แบ่งเป็น 6 กลุ่มคือ 1.ที่สนามมวยราชดำเนิน 9 ราย 2.สถานบันเทิง 8 ราย 3.ตำรวจ ตม.ที่ทำงานสัมผัสกับกลุ่มนักท่องเที่ยว และร้านอาหารในสนามบินสุวรรณภูมิ 3 ราย 4.ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 7 ราย โดยเป็นคนไทย 5 ราย และชาวต่างชาติที่มารักษาในไทย 2 ราย 5.ผู้สัมผัสเจ้าของร้านอาหารที่ติดเชื้อ 2 ราย และ 6.อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนโรค 3 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการที่ไปดูงานที่ประเทศสเปนในช่วงนี้ติดเชื้อด้วยอีก 1 ราย และยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการอีก 51 ราย ที่มีความสัมพันธ์กับ 6 กลุ่มดังกล่าว ดังนั้นขณะนี้ยอดผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 76 ราย กลับบ้านได้แล้ว 37 ราย เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ผู้ป่วยสะสมในขณะนี้อยู่ที่ 114 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า ขณะนี้เราพบผู้ป่วยรายใหม่จากสถานที่ที่มีคนหนาแน่น เช่น ผับ สนามมวย ร้านอาหาร จึงขอให้หลีกเลี่ยงหรืองดไปสถานที่ดังกล่าว แต่หากมีความจำเป็นต้องไป ขอให้สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ แยกภาชนะแก้วน้ำ ช้อน หากเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ดังกล่าว ก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ ส่วนผู้ประกอบการให้เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดสถานที่ โต๊ะ เก้าอี้ และเปิดหน้าต่าง ประตู ระบายอากาศทุกวัน รวมทั้งขอให้งดการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคด้วย ทั้งนี้ ร้านอาหาร สถานบันเทิง ที่พบผู้ป่วยนั้น กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการลงพื้นที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสัปดาห์หน้าคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. จะมีการจัดประชุมเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย มาตรา 35 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ที่การจะสั่งปิดสถานที่ใดๆ ต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อด้วย&amp;quot; นพ.สุขุมกล่าว&amp;nbsp;
นศ.83คนกลับจากอิตาลี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.กล่าวว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้รับผู้เดินทางจากประเทศอิตาลีจำนวน 83 คน ประกอบด้วย นักศึกษาแลกเปลี่ยน 78 คน, นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ติดค้าง 3 คน และพนักงานสายการบิน 2 คน ซึ่งในจำนวนนี้พบว่า 6 คนมีอาการไอ มีน้ำมูก แต่ไม่มีไข้ จึงส่งไปที่โรงพยาบาลเพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนผู้เดินทางอีก 77 คนที่เหลือนั้น ได้ส่งไปสังเกตอาการที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่จำนวนผู้ติดเชื้อในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนมีเพิ่มขึ้นว่า เข้าใจว่าอาจหมายถึงประเทศไทยในขณะนี้เข้าสู่การแพร่ระบาดในระยะที่ 3 หรือไม่นั้น ขณะนี้เราต้องเพิ่มความเร็วมากขึ้นในการทำงาน ถ้ามีคนไข้หลุดมือไปจำนวนหนึ่งแล้วไปแพร่เชื้ออย่างที่เราเห็น ก็จะเกิดการแพร่โรคในลักษณะกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ได้ เราจึงพยายามตามตะครุบผู้ป่วยให้ได้โดยเร็ว แต่ภาครัฐก็มีศักยภาพในระดับหนึ่ง ซึ่งเราทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นถ้าผู้ป่วยทุกคนหรือผู้ที่สัมผัส หลีกเลี่ยงการไปแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี เราหวังจะได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าช่วงนี้มีฝนตกความชื้นอาจจะส่งผลต่อการแพร่ระบาดหรือไม่ นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ไม่อยากให้เป็นห่วงเรื่องของอากาศ เพราะตอนนี้เชื้อโรคไม่ได้สนความชื้น และไม่กลัวความร้อน ถ้าเราไปสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อ ดังนั้นขอให้ทำตัวเหมือนกันในทุกวันจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีหลายภาคส่วนมีเสียงสะท้อนค่าตรวจโรคโควิด-19 มีราคาแพงว่า ตามปกติหากใครก็ตามมีอาการไม่สบาย เช่น มีไข้ เป็นหวัดหรือน้ำมูกและประวัติเสี่ยง สามารถไปที่โรงพยาบาลที่แต่ละคนมีสิทธิ ซึ่งจะไปเองหรือให้เจ้าหน้าที่ไปรับก็ได้ โดยจะได้รับการตรวจและรักษาฟรีในทุกโรงพยาบาล เพราะทุกคนมีทั้งสิทธิของข้าราชการ สิทธิตามหลักประกันสุขภาพ หรือแม้แต่สิทธิประกันสังคม แต่มีหลักเกณฑ์จะต้องมีอาการป่วยและประวัติเสี่ยงสัมผัส รวมถึงนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่ หรือ Universal Coverage Emergency Patient (UCEP) หากเจ็บป่วยภายใน 72 ชั่วโมงแรก สามารถเข้ารับการรักษาหรือช่วยชีวิตโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใน 72 ชั่วโมงแรก ไม่ว่าจะในโรงพยาบาลไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่มีอาการแล้วไปโรงพยาบาลจะไม่สามารถใช้สิทธิ UCEP ได้ ดังนั้นต้องมีอาการหอบอย่างหนัก ต้องสงสัยว่าเป็นโควิด-19 สามารถเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ โดยใช้สิทธิ UCEP &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.รุ่งเรืองกล่าวว่า โรงพยาบาลจะมีการคัดกรองและซักประวัติ แต่หากไม่มีอาการป่วย ขอความกรุณา ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปตรวจ เพราะตรวจไปก็ไม่มีประโยชน์ และเสียเงินด้วย ส่วนใหญ่ตรวจไปก็ไม่พบเชื้อ แต่ถ้ารู้ว่าตัวเองมีประวัติเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้ว ขอให้ติดต่อมายังกรมควบคุมโรค สายด่วน 1422 ได้ทันที จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล วันนี้ผู้ป่วยที่ได้รับยืนยันในแต่ละราย เราทำงานเต็มที่ เราติดตามคนที่ใกล้ชิด 40-170 ราย แต่ไม่ใช่ว่าคนเหล่านี้มีอาการ แต่เป็นกลุ่มเสี่ยง
บิ๊กทหารเสี่ยงติดโควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอนหนึ่งระบุว่า การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้มีแนวโน้มที่จะมีจำนวนผู้ป่วยแบบก้าวกระโดด และพบการกระจายเป็นกลุ่ม แนะนำสิ่งที่จำเป็นมากในช่วงที่มีการระบาดอย่างรวดเร็ว ต้องเน้นเรื่องมาตรการทางสังคม ช่วงเวลานี้ขอให้งดทำกิจกรรมในคนหมู่มาก พร้อมระบุ ภาครัฐ ควรจะต้องมีการเปลี่ยนคำจำกัดความกลุ่มเสี่ยงใหม่ เพราะในอนาคตอันใกล้ ทุกคนมีโอกาสจะเสี่ยงหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนความคืบหน้ากรณีนายแมทธิว ดีน ดารานักแสดง ออกมายอมรับติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแมทธิว โดยเจ้าตัวก็ได้โพสต์รูปของตัวเองผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวที่ชื่อ matthew.deane1 เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ที่ผ่านมา เป็นภาพที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลจำนวน 2 รูป พร้อมแคปชั่นระบุว่า ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ และเราทุกคนจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอบพระคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้นะครับ รู้สึกซาบซึ้งจริงๆ เราทุกคนต้องผ่านพ้นช่วงนี้ไปด้วยกัน ไม่แยกกัน ไม่โทษกัน ไม่ตีกัน ทุกที่ทุกประเทศกำลังลำบาก Thank you all for your kind messages of support, they are much appreciated. We all gotta stick together to fight this virus. #covid19&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีมีข่าว พล.ต.ราชิต อรุณวงษ์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ในฐานะนายสนามมวยลุมพินี อาจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากผู้ที่เข้าชมมวยรายหนึ่งว่า เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกได้รับทราบข่าวผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งตนเองได้เข้าไปใกล้ชิดกับบุคคลนั้นในสถานที่การจัดแข่งขันมวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ต.ราชิตตระหนักดีว่าตนเองอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง แต่ไม่มีอาการบ่งชี้ใดๆ จึงได้รีบดำเนินการตามมาตรการป้องกัน โดยได้ไปเข้าสู่กระบวนการตรวจคัดกรองและตรวจวินิจฉัยจากโรงพยาบาล ขณะนี้อยู่ในระหว่างการวินิจฉัยของทีมแพทย์ว่าจะเข้าข่ายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ส่วนครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดก็ได้ดำเนินตามมาตรการตรวจคัดกรองและกักตัวเอง 14 วันเพื่อสังเกตอาการแล้ว&amp;quot; พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ในฐานะนายสนามมวยลุมพินี ได้เข้าตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ผลปรากฏเป็น positive จึงได้ตรวจเป็นครั้งที่สองตามขั้นตอนใน รพ.รัฐ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเจ้ากรมสวัสดิการ ทบ.ได้ทำกิจกรรมและประชุมทั้งในและนอกกองทัพบก ซึ่งมีผู้ที่เข้าข่ายเฝ้าระวังต้องกักตัวเอง 14 วัน ร่วม 100 คน โดยวันที่ 15 มี.ค. กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก (วศ.ทบ.) จะเข้าดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบก 1.ห้องประชุม 241 2.ห้องจัดเลี้ยง 221 3.หัองประชุม ศปก. อ.1 ชั้น 5 3.จุดเติมน้ำ ตรงที่เติมน้ำรถน้ำ หน้า ทรพ. กองร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงเพิ่มเติมกรณีมีข่าว พล.ต.ราชิตเดินไปประเทศฝรั่งเศสมาก่อนว่า ช่วงที่ผ่านมาไม่มีข้อมูลว่า พล.ต.ราชิตเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนใครติดจากใคร ต้องรอดูจากกระบวนการสอบสวนของกระทรวงสาธารณสุข หากได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ จะแจ้งให้ทราบต่อไป&amp;rdquo; โฆษกกองทัพบกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกมาชี้แจงข่าวลือระบุ ผบ.ทบ.อาจจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า พล.อ.อภิรัชต์ยังคงแข็งแรงสบายดี และไม่ได้มีอาการป่วยแต่อย่างใด ยังพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 16 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข จะหารือร่วมกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบิน ภาคเอกชนสายการบินต่างๆ เพื่อซักซ้อมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หลังยังมีความสับสนและประชาชนผู้เดินทางยังไม่เข้าใจแนวทางปฏิบัติ ที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการบินขณะนี้ เห็นว่าตอนนี้บางเที่ยวบินก็มีคนบินน้อยมาก พูดง่ายๆ ว่าลูกเรือกับผู้โดยสารจำนวนใกล้เคียงกัน แต่บางสายการบินก็ยังจำเป็นต้องทำการบินทั้งที่ขาดทุน ข้อเสนอที่จะให้รัฐบาลพิจารณาขณะนี้ คืออาจจำเป็นต้องมีการปิดประเทศและพรมแดนของไทยเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้ระบบสาธารณสุขของประเทศได้ทำงานกับภาระผู้ป่วยที่มีในขณะนี้ได้อย่างเต็มที่ เพราะหากยังเปิดบริการการบินทางอากาศ มีการบินไปมา และมีผู้ติดเชื้อใหม่เดินทางเข้ามาทุกวัน สุดท้ายก็จะคุมการระบาดได้ยาก&amp;quot; ผู้บริหารสมาคมการบินรายหนึ่งระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59860</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน ปรมัตถ์วินัย, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6e3931c3a98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กห.มีมติไม่เลื่อน เกณฑ์ทหารปีนี้ ของดกองเชียร์ หนีไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดเลือกทหารกองประจำการปีนี้ไม่เลื่อนหลังประเมินสถานการณ์โควิด-19 แต่จะขยายเวลาตรวจเลือกเพื่อลดความแออัด พร้อมขอร้องญาติและกองเชียร์ไม่ต้องตามไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประชุมหารือร่วมกับทุกเหล่าทัพ และ พล.ท.ปราการ ปทะวานิช ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อรองรับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2563 ในวันที่ 1-12 เมษายนนี้ โดยจะมีชายไทยเข้ารับการตรวจเลือกในปีนี้ประมาณ 100,000 คน โดย พล.อ.ชัยชาญได้เชิญเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มาชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบัน และแนวโน้มจะแพร่ระบาดต่อไปในอนาคต ตลอดถึงวิธีการปฏิบัติตัว แนวทางการรับมือ และกิจกรรมต่างๆ ที่ควรจะยกเลิกในห้วงดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า จะไม่มีการเลื่อนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2563 แต่อาจจะขยายเวลาในการตรวจเลือกเกณฑ์ทหารเพิ่มขึ้นเพื่อลดความแออัด และเพิ่มเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ตลอดจนไม่ใช้สถานที่ปิดเป็นการตรวจเลือก ในขณะที่ญาติและผู้ปกครองจะขอความร่วมมือไม่ให้เดินทางมายังหน่วยตรวจเลือก แต่หากจำเป็นต้องมาจะจัดสถานที่ให้พักคอยนอกพื้นที่หน่วยตรวจเลือก สำหรับคนยื่นผ่อนผันจะมีแนวทางดำเนินการรวดเร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ให้แต่ละหน่วยตรวจเลือกทหารได้ดำเนินการตามขั้นตอนกระทรวงสาธารณสุข คือ วัดไข้ทุกคนที่ผ่านเข้าไปในหน่วยตรวจเลือก บริการเจลล้างมือ ในขณะที่สัสดีและคณะกรรมการตรวจเลือกจะต้องสวมหน้ากากอนามัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59495</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68e3a318bd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เลื่อนจับใบดำ-ใบแดงแต่จะกันกองเชียร์ให้อยู่นอกหน่วยตรวจเลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมลคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประชุมหารือร่วมกับทุกเหล่าทัพ และ พล.ท.ปราการ ปทะวานิช ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.)ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด - 19 เพื่อรองรับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2563 ในวันที่ 1 -12 เม.ย.นี้ โดยจะมีชายไทยเข้ารับการตรวจเลือกในปีนี้ประมาณ 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.ชัยชาญ ได้เชิญเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มาชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบัน และแนวโน้มจะแพร่ระบาดต่อไปในอนาคต ตลอดถึงวิธีการปฏิบัติตัว แนวทางการรับมือ และกิจกรรมต่างๆ ที่ควรจะยกเลิกในห้วงดังกล่าว โดยเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า จะไม่มีการเลื่อนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2563 แต่อาจขยายเวลาในการตรวจเลือกเกณฑ์ทหารเพิ่มขึ้นเพื่อลดความแออัด และเพิ่มเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ตลอดจนไม่ใช้สถานที่ปิดเป็นการตรวจเลือก ในขณะที่ญาติ และผู้ปกครอง จะขอความร่วมมือไม่ให้เดินทางมายังหน่วยตรวจเลือก แต่หากจำเป็นต้องมาจะจัดสถานที่ให้พักคอยนอกพื้นที่หน่วยตรวจเลือก สำหรับคนยื่นผ่อนผัน จะมีแนวทางดำเนินการรวดเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ให้แต่ละหน่วยตรวจเลือกทหาร ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกระทรวงสาธารณสุข คือ วัดไข้ทุกคนที่ผ่านเข้าไปในหน่วยตรวจเลือก บริการเจลล้างมือ ในขณะที่สัสดี และคณะกรรมการตรวจเลือกฯ จะต้องสวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59457</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรด., ปลัดกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน, พล.ท.ปราการ ปทะวานิช, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมลคล, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e6887a3605d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
