<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สยบรอยร้าว! สั่งเลขาฯสมช.-อธิบดีคร.-ผู้ว่าฯกทม.เคลียร์โกลาหลวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการให้ พล.อ.ณัฐพล นาคพานิช เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ( ผอ.ศปก.ศบค.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวชี้แจงหลังเกิดกรณีปัญหาความขัดแย้งการกระจายวัคซีนโควิด-19 ระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ขอยืนยันว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ศบค.บูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของวัคซีนทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทุกส่วนราชการตั้งไจทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ มีประชากรไทยมีทั้งหมด 67 ล้านคน นโยบายของนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. ต้องการให้มีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทุกคนในประเทศ รวมทั้งชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยประมาณ 2.6 ล้านคน โดยกระทรวงสาธารณสุข มีหลักการว่าการฉีดวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่นั้นจะต้องฉีดร้อยละ 70 ซึ่งจะต้องฉีดให้กับประชากรจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 50 ล้านคน เมื่อมีเป้าหมายเช่นนี้ เราจึงจำเป็นต้องเตรียมวัคซีนสำหรับประชากร 50 ล้านคน คือ 100 ล้านโดส&amp;nbsp;
ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีการเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วจำนวน 100 ล้านโดสในปี 2564 โดยแบ่งเป็นซิโนแวกประมาณ 8 ล้านโดส แอสตราเซเนกา 61 ล้านโดส ไฟเซอร์ 20 ล้านโดส และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน อีก 5 ล้านโดส รวมเป็น 94 ล้านโดส ซึ่งในส่วนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 5 ล้านโดส จะมีค่าของวัคซีนมากกว่าชนิดอื่น 2 เท่า จึงทำให้ถ้าเรารวมวัคซีนทั้งหมดเรามีวัคซีนประมาณ 99 ล้านโดส นอกจากนั้นในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมจัดการหาซื้อเพิ่มเติม จึงยืนยันได้เลยว่าวัคซีนของประเทศไทยมีเพียงพอ สำหรับประชาชนที่จะฉีดให้กับประชาชนจำนวน 50 ล้านคน ภายในปี 2564 อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการฉีดวัคซีนที่ ศบค.หารือกับกระทรวงสาธารณสุข โดยตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.เป็นต้นมาถือเป็นวาระแห่งชาติ ในการฉีดวัคซีนโดยในเดือนมิ. ย.จะมีการฉีดวัคซีนประมาณ 6 ล้านโดส เดือนถัดๆ ไป จะฉีดเดือนประมาณเดือนละ 10 ล้านโดสเป็นอย่างน้อย ทำให้เราสามารถฉีดวัคซีนครบเข็มแรกจากจำนวนประชากร 50 ล้านคน ภายในประมาณเดือนก.ย.หรืออย่างช้าเดือนต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การวางแผนที่ดีที่สุดและไม่เกิดปัญหาเลยคือ เมื่อได้วัคซีนมาแล้วค่อยมาวางแผนฉีดแต่จะทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ เพราะฉะนั้น ศบค.จึงร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขวางแผนล่วงหน้า หรือประมาณการว่าวัคซีนนั้นจะเข้ามาอย่างไร ดังนั้น เมื่อเกิดความคาดเคลื่อนกรณีที่วัคซีนไม่เข้ามาตามแผนก็ต้องมีการปรับแผน ดังนั้น การเตรียมการล่วงหน้า การจองเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน จึงทำให้ต้องมีการเลื่อนกันบ้าง ซึ่งต้องกราบขออภัยประชาชน แต่อย่างไรก็ตามในภาพรวม ผมยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามกำหนดการ และเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละเดือน จึงมีความจำเป็นที่ต้องเลื่อนการฉีดบ้าง แต่ก็มีการเตรียมการแก้ปัญหาเมื่อวัคซีนเข้ามา คนที่ถูกเลื่อนออกไปจะได้รับการฉีดในอันดับแรกๆ และยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ศบค.ร่วมหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกหน่วยงาน และทุกส่วนราชการทั้ง สาธารณสุข มหาดไทย ต่างประเทศ หรือ กทม.ยืนยันว่าบูรณาการงานกันอย่างสอดคล้อง การทำงสนเป็นไปด้วยดี&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพล ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะแก้ปัญหาความไม่เชื่อมั่นของประชาชนกรณีเรื่องวัคซีนการเมืองอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวยืนยันว่า ไม่มีวัคซีนทางการเมืองอย่างแน่นอน ยืนยันว่าทุกคนทำงานตามกรอบและนโยบาย ศบค.ยืนยันว่าไม่มีประเด็นดังกล่าวแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยืนยันอีกครั้งว่า ตั้งแต่เข้ามาบริหารสถานการณ์สถานการณ์โควิดมาเป็นเวลากว่า14 เดือน ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เกิดเป็นคนไทยเ พราะเราได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของประเทศต่างๆ ทั่วโลก พบว่าคนไทยให้ความร่วมมือกับมาตรการของ ศบค.เป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นสิ่งใดก็ตามที่อาจจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบไปบ้างก็ต้องกราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้&amp;rdquo; ผอ.ศปก.ศบค. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปัญหาในเรื่องกระจายวัคซีนเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯ ในฐานะผอ.ศบค.จะออกมาชี้แจงด้วยตัวเอง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า วันนี้ถือว่าสยบข่าวเกาเหลาระหว่างสาธารณสุข และกทม.ได้แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ยิ้มพร้อมกับว่า ก็คุยกันดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า สธ. ดำเนินการตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนดในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้กับประเทศไทยอย่างน้อย 50 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 70 ของประชาชนที่อยู่ในแผ่นดินไทย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในปี 2564 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้นำเข้าวัคซีนจำนวน 8.1 ล้านโดส แบ่งเป็นวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกา 2.1 ล้านโดส และบริษัทซิโนแวก 6 ล้านโดส ปัจจุบันได้ฉีดสะสมแล้วทั้งหมด 6,188,124 โดส นับถึงวันที่ 13 มิถุนายน โดยจำนวนฉีดสูงสุดอยู่ที่ กทม. 1,716,394 โดส คิดเป็น 27.7 % ของวัคซีนที่มีทั้งหมดที่มีอยู่ แบ่งเป็นเข็มที่หนึ่ง 1,346,993 โดส และเข็มที่สอง 369,401 โดส ทำให้ประชากรในกรุงเทพมหานคร ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็ม 17.5% อย่างที่เราทราบโดยธรรมชาติของการผลิตวัคซีน ที่เป็นชีววัตถุ จะมีความไม่แน่นอนในการผลิตค่อนข้างสูง ไม่เหมือนกับยาที่ใช้สารเคมีตั้งต้น พวกนั้นจะสามารถควบคุมได้ดีกว่า ฉะนั้น การผลิต การตรวจสอบคุณภาพของวัคซีน จะมีมาตรฐานสากลที่เราต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะหน่วยงานที่ควบคุมคุณภาพ ที่เรียกว่า Quality Assurance ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดสรรวัคซีน เราจะพิจารณาถึงข้อมูลวิชาการ พื้นที่ จำนวนประชากร สถานการณ์การระบาด และแบ่งเป็นสัดส่วนที่แตกต่างกันในแต่ละจังหวัดรวมถึงการคำนึงถึงนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลมากำหนด การจัดการลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมาย เราจะเน้นที่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขด่านหน้า ที่ต้องดูแลผู้ติดเชื้อผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องดำเนินการในการสอบสวนควบคุมโรค ซึ่งขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขได้รับการฉีดวัคซีนเกือบครบครบ 100% แล้วนอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มตำรวจ ทหาร อสม. ที่ต้องลงไปในพื้นที่กักกันโรค ก็จะได้รับการฉีดและจัดสรรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติด้านการฉีดวัคซีน โควิด-19 ได้มีการเน้นให้ฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ซึ่งหากติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับการฉีดวัคซีนก่อน สอดคล้องกับหลักการทางวิชาการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข โดยสธ. ได้เปิดการจองวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อม มาล่วงหน้าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทั้งนี้เนื่องจากวัคซีน โควิด-19 เป็นวัคซีนที่เรายังใช้ในภาวะฉุกเฉินอยู่ ไม่ได้เป็นวัคซีนที่มีอยู่ในท้องตลาด แล้วเราไปสั่งซื้อ ฉะนั้นการสั่งซื้อ และการจอง จะต้องมีการผลิตและสั่งจองทันที เพื่อให้วัคซีนถึงพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด ฉะนั้นบริษัทวัคซีนที่เรามีการกำหนดทำสัญญากัน ก็จะทยอยส่งเป็นงวดๆ เป็นไปตามสัญญาที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นมา ยังมีการฉีดให้กลุ่มอื่นๆ ด้วย ในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ&amp;nbsp; เช่น กลุ่มครู บุคลากรทางการศึกษา เพื่อเตรียมการเปิดเทอมสำหรับเด็กนักเรียน กลุ่มคนทำงานขนส่งสาธารณะ เป็นกลุ่มสำคัญที่จะทำให้ระบบการดำรงชีวิตของประชาชนขับเคลื่อนได้ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มรถเมล์ รถตู้ วินมอเตอร์ไซด์ ต่างๆ เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีการฉีดให้กับเป้าหมายอื่น เช่น กลุ่มแรงงานที่เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม ที่เราต้องฉีดวัคซีน เพื่อให้ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเดือนมิถุนายน จะมีการกระจายวัคซีน ซึ่งเราวางแผนไว้ อย่างน้อยจะต้องเป็น 2 งวด ครอบคลุมการฉีดระยะ 2 สัปดาห์ โดยงวดแรกที่เรามีการฉีดตั้งแต่วันที่ 7 - 20 มิถุนายนที่จะถึง จะมีการส่งวัคซีนไปประมาณ 3 ล้านโดส ประกอบด้วย วัคซีนซิโนแวก 1 ล้านโดส และแอสตราเซเนกา 2 ล้านโดส ได้จัดส่งไปยังกทม. แล้ว 5 แสนโดส ประกอบด้วยแอสตราเซเนกา 3.5 แสนโดส และซิโนแวก 1.5 แสนโดสนอกจากนี้ยังได้ส่งไปให้สำนักงานประกันสังคมอีก 3 แสนโดส ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะฉีดในกทม. เป็นหลัก รวมถึงกลุ่มมหาวิทยาลัย 11 แห่ง ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) อีก 1.5 แสนโดส ซึ่งจะฉีดในกทม. เป็นหลัก ส่วนกลุ่มที่ลงทะเบียนหมอพร้อมใน 76 จังหวัด จะมีการส่งวัคซีนไป 1.1 ล้านโดส จุดฉีดต่างๆ สำหรับองค์กรภาครัฐ เช่น กลุ่มขนส่งสาธารณะ กลุ่มทหาร ตำรวจ ที่ต้องดำเนินการในการกักกันผู้ป่วย ที่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อ และครู อีก 1 แสนโดส นอกจากนี้ยังเตรียมวัคซีนไว้สำหรับรองรับสถานการณ์การระบาด​ซึ่งมีอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น เพชรบุรี เป็นต้น เหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราได้กระจายไปในงวดแรก ส่วนงวดที่สอง ซึ่งตามกำหนดจะต้องกระจายไปอย่างช้าที่สุด วันที่ 21 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม อีก 3.5 ล้านโดส ก็จะเป็นวัคซีนของซิโนแวค 2 ล้านโดส และแอสตราเซเนกา อีก 1.5 ล้านโดส ซึ่งทั้งหมดที่เราจะกระจาย เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในเดือนมิถุนายน จะต้องรวมได้ประมาณ คือ 6 ล้านโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปัจจุบันเหลือวัคซีนที่ยังไม่ฉีดในประเทศอีกจำนวนเท่าใด และจะมีเพิ่มเติมมาวันใด นพ.โอภาส กล่าวว่า ภาพรวมปัจจุบันวัคซีนได้กระจายไปตามจุดต่างๆ และจังหวัดต่างๆ ประมาณ 7 ล้านโดส เกือบ 8 ล้านโดส ซึ่งฉีดไปแล้ว 6 ล้านกว่าโดส และภายในสัปดาห์นี้ก็จะทยอยฉีด ตามเป้าหมายและวัคซีนที่เรามี ก็คาดว่าเดือนมิถุนายนนี้ เป้าหมายเราน่าจะฉีดได้ประมาณ​ 10 ล้านโดสในภาพรวมของประเทศไทย และขอย้ำว่า วัคซีนนี้ถือเป็นชีววัตถุ ไม่ใช่ว่ามีของแล้วเดินไปซื้อได้เลย พอผลิตปุ๊ปต้องส่งทันทีและฉีดทันที เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาด ยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามเป้าหมายว่า เดือนนี้จะต้องมีวัคซีนเข้ามาทั้งหมด 6 ล้านโดส โดยสัปดาห์แรกเรากระจายไปแล้ว 3 ล้านโดส อีกครั้งเดือนที่เหลือของเดือนนี้เราก็จะกระจายไปอีก อย่างน้อยอีก 3 ล้านโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อผลิตวัคซีน และตรวจสอบแล้ว เราก็จะรีบจัดส่งไปทันที ซึ่งขณะนี้มีวัคซีนหลายบริษัท หลายล้านโดส กำลังรอตรวจสอบคุณภาพ เชื่อว่าอีกไม่นาน แต่ขอไม่ระบุวัน ที่จะเข้ามาในประเทศ เพราะการตรวจสอบคุณภาพ เป็นสิ่งที่เราผ่อนปรนไม่ได้ เราจะไม่ยอมให้วัคซีนที่ไม่มีคุณภาพ นำมาฉีดให้พี่น้องประชาชนคนไทย แต่ถ้าการตรวจสอบคุณภาพไม่เสร็จ ก็อาจจะไม่ได้อย่างนั้น แต่ตามเป้าหมาย 6 ล้านโดสก็ยังเป็นไปตามเป้าหมายเหมือนเดิม&amp;rdquo; อธิบดีกรมควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน&amp;nbsp; แถลงว่า ตั้งแต่วันที่ 7 - 14 มิ.ย. งวดแรกของวัคซีนที่เข้ามา&amp;nbsp; &amp;nbsp;สธ. ได้มอบวัคซีนให้กทม. 5 แสนโดส โดยแอสตราเซเนกา จำนวน&amp;nbsp; 350,000 โดส และ ซิโนแวก 150,000 โดส โดยซิโนแวก เอามาใช้สำหรับเข็มที่สองที่เราฉีดไปแล้ว 126,000 โดส อีก 240,000 โดสเอาไว้ควบคุมโรคหรือแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp; ในส่วนแอสตราฯ ที่เราได้รับมานั้น 350,000 โดส กทม.จะแบ่งให้แจกจ่ายไป โดยผู้ลงทะเบียน แอปพลิเคชันหมอพร้อมที่ลงทะเบียน วันที่ 7- 14&amp;nbsp; มิ.ย.&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงทะเบียนไปแล้ว 182,000 โดส&amp;nbsp; เข็มที่สองที่ฉีดไว้ก่อน 52 ,000 โดส ผู้ป่วยติดเตียง คนชรา อีก 8,000 โดส และ เหลือวัคซีนสำรองไว้นิดหน่อย และให้ไทยรวมใจ 100,000 โดส&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งทีแรกกทม.ก็คาดหวังว่าวัคซีนจะได้มาก่อนวันที่ 14 มิ.ย.&amp;nbsp; แต่อธิบดีกรมควบคุมโรค ก็บอกว่าขัดข้องทางเทคนิคจึงไม่สามารถจัดส่งได้&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; สธ. ยังไม่ได้รับวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กทม. ก็แก้ปัญหาโดยแจ้งไปที่ผู้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. เลื่อนไปก่อนว่าจะหยุดฉีด&amp;nbsp; แต่จะฉีดให้เร็วที่สุด&amp;nbsp; หลังได้รับวัคซีน เช่นรับวันไหน วันรุ่งขึ้นก็ฉีดให้เลย&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผู้ที่เสียสิทธิ์ไม่ได้ฉีดวันที่ 15 -20 มิ.ย.&amp;nbsp; สมมุติว่ากทม. ได้รับวัคซีน 20 มิ.ย.&amp;nbsp; และ วันที่ 21&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิ.ย. เรานัดฉีดได้เลย&amp;nbsp; พวกนี้จะเป็นกลุ่มแรกเป็นกลุ่มต้นๆ พวกท่านไม่ต้องกังวลว่าไปต่อท้าย ท่านจะได้รับฉีดก่อนคนอื่นๆ&amp;quot; พล.ต.อ.อัศวิน ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อว่า กทม. ได้รับการอนุเคราะห์จาก สธ. เยอะ ไม่มีความขัดแย้ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และ นวัตกรรม&amp;nbsp; ก็มาช่วยแบ่งเบาภาระของกทม.&amp;nbsp; เพราะหากไม่ได้รับการช่วยเหลือกทม. ฉีดเดือนละ 2,050,000 โดส เป็นเรื่องยากมาก โดยเหตุผลที่ตนให้หมอพร้อมไป&amp;nbsp; 182,000 โดส เพราะลงทะเบียนไปเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้เมื่อสักครู่ได้เรียนอธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp; ในส่วนวันที่ 15-20 มิ.ย. ที่ลงทะเบียนหมอพร้อม ที่ระบุวันเดือนปี ที่ชัดเจนเรียบร้อย มีคนลงทะเบียนหมอพร้อม&amp;nbsp; 140,000 คน และ ลงทะเบียนกับไทยร่วมใจจำนวน 170,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; รวมประมาณ 320 ,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; และยืนยันว่ากทม. ได้รับวัคซีนเมื่อใดก็จะฉีดในวันรุ่งนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; และขอย้ำว่า กทม. ไม่ได้เป็นมีความขัดแย้ง มีแต่ สธ. ที่คอยช่วยเหลือกทม.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรณีประชาชนกทม.ที่ถูกเลื่อนนัดฉีดวัคซีนวันที่ 15-20 มิ.ย. จะได้รับการยืนยันข้อมูลจากใครหากวัคซีนเข้ามาแล้ว พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ในส่วนที่ประชาชนกรุงเทพฯ ลงทะเบียนไว้ทั้งในแอปพลิเคชันหมอพร้อมหรือไทยร่วมใจตั้งแต่วันที่ 15-20&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิ.ย. ที่ได้รับข้อความว่าชะลอการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไปจนกว่าเราจะไดรับวัคซีน สมมุติเราได้รับวัคซีนวันที่ 19 มิ.ย. ก็จะส่งข้อความไปยังประชาชนว่าจะเดินทางมาฉีดในวันที่ 20 มิ.ย.เลยหรือไม่ หรือสะดวกเดินทางมาวันไหนสามารถเลือกวันเวลาได้โดยไม่ต้องไปต่อคิวใหม่หลังเดือนส.ค. ยืนยันว่าท่านจะเป็นคนแรกๆ ที่ได้รับการฉีด ทั้งนี้ประชาชนสามรรถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สายด่วน 1516 เกี่ยวกับเรื่องการกระจายการฉีดวัคซีนในกทม. สำหรับที่นายกฯ มีดำริให้ ศบค.กำหนดมาตรการผ่อนปรนใน 5 สถานที่นั้นได้ประชุมเรียบร้อยแล้ว และจะมีรายละเอียดของมาตรการต่างๆ ตามออกมาอีกครั้งในวันนี้&amp;nbsp; ส่วนสถานที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่ สถานที่ยังคงปิดต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวปลดปลัดกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ยืนยันไม่มีการปลดปลัดกทม. เพราะท่านเป็นหญิงแกร่ง ทำงานเก่งมากทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และสนิทกับตนมาก ถามว่าไปเอาข่าวลือมาจากไหน จะไปเด้งเขาทำไม อีก 3 เดือนเขาก็เกษียณอายุราชการแล้ว และตอนนี้เขายังทำงานได้ดีมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106326</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., บิ๊กตู่, พล.อ.ณัฐพล, วัคซีน, สธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6fbf6c08d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
