<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสมช. เผยส่งทหาร-ตร. สนธิกำลังกทม. ลุยตรวจเข้มแคมป์คนงานก่อสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา​ 09.15​ น.​ ที่ทำเนียบรัฐบาล​ พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19​ (ศปก.ศบค.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการเปิดภาคเรียนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด​ จะยังคงกำหนดการเดิมในวันที่​ 14​ มิ.ย.นี้หรือไม่​ เนื่องจากยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อจำนวนมากอยู่ว่า กำลังรอกระทรวงสาธารณสุขประเมินสถานการณ์ในภาพรวมอยู่ โดยวันที่ 10 มิ.ย.นี้จะเริ่มมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่แคมป์คนงานก่อสร้างให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อจะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ดังนั้น​ เราจึงต้องรอฟังการประเมินของกระทรวงสาธารณสุขก่อน ทั้งนี้​ หากกระทรวงสาธารณสุขประเมินว่าสามารถเปิดภาคเรียนได้ก็จะเปิดตามกำหนดการเดิม แต่จะให้เป็นการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่ที่มีการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการศึกษาแล้ว เช่น​ ครู​ อาจารย์ จะสามารถเปิดการเรียนการสอนที่สถานศึกษาได้หรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า​ จากการฟังรายงานของกระทรวงสาธารณสุข เห็นว่าพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดยังมีความน่าเป็นห่วง แต่หากเป็นการเรียนผ่านระบบออนไลน์ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการเปิดภาคเรียนในวันที่ 14 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การพบผู้ติดเชื้อในหลายคัตเตอร์โดยเฉพาะในแคมป์คนงานก่อสร้างจะยังสามารถบล็อคพื้นที่ไว้ได้อยู่ใช่หรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า เราได้เริ่มมาตรการตั้งแต่วันเดียวกันนี้โดยได้ขอกำลังจากหน่วยงานความมั่นคง​ ทั้งตำรวจและทหาร ให้มาช่วยควบคุม เนื่องจากพบว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวตามแคมป์คนงานต่างๆ ยังมีการเคลื่อนย้ายไปยังแคมป์คนงานอื่นๆ ทั้งที่มีการติดเชื้อในแคมป์ดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจึงต้องใช้ความเข้มข้นมากขึ้น ด้วยการนำกำลังจากฝ่ายความมั่นคงไปช่วยกรุงเทพมหานครตามที่มีการร้องขอมา ประกอบกับคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขที่ระบุให้เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เหตุที่ยังมีการเคลื่อนย้ายแรงงานอยู่เป็นเพราะนายจ้างหรือผู้ประกอบการยังไม่ให้ความร่วมมือใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ไม่ได้เรียกว่าไม่ให้ความร่วมมือแต่เขาอาจจะไม่เข้าใจ เพราะเห็นว่ามีผู้ติดเชื้อแค่บางส่วน จึงนำคนงานที่ยังไม่ติดเชื้อไปทำงานในแคมป์คนงานอื่น ทั้งนี้ เราเข้าใจดีว่าระบบงานก่อสร้าง แรงงานจะไม่ได้อยู่ประจำที่ ต้องมีการเคลื่อนย้ายไปทำงานยังที่ต่างๆอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม​ ในกรุงเทพฯมีแคมป์คนงานก่อสร้างทั้งหมด 409 แห่ง และหลายแห่งเป็นบริษัทเดียวกัน เป็นธรรมดาที่เขาจะหมุนเวียนแรงงานไปมา แต่ในระยะนี้เราจำเป็นต้องควบคุมไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย เพื่อให้การติดเชื้อน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ต้องถึงขั้นต้องออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างทุกไซต์งานในกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นการชั่วคราวหรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น​ ตอนนี้เราจะใช้มาตรการเพิ่มความเข้มข้นก่อน หากทำไปได้สักระยะหนึ่งแล้วสถานการณ์ดีขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากขึ้นกว่านี้ เพราะศบค.เรามีความระมัดระวังในเรื่องของเศรษฐกิจ ถ้ามีการออกคำสั่งให้หยุดทำอะไร ก็อาจจะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้ก็มีปัญหามากอยู่แล้ว จึงพยายามจะทำให้ดีที่สุดเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์โดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปช่วยกรุงเทพฯในการตรวจแคมป์คนงานก่อสร้างมากน้อยแค่ไหน​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ในการตรวจพื้นที่ย่อยเราจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 4-5 คน เป็นกำลังทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการกรณีผู้ประกอบการมีความย่อหย่อนนั้น ทางกรุงเทพฯและศบค. มีมาตรการที่บังคับใช้อยู่แล้ว ทั้งในด้านมาตรการป้องกัน มีการตรวจตลาด การตรวจแคมป์ก่อสร้าง ในส่วนมาตรการเฝ้าระวัง มีการสุ่มตรวจผู้ติดเชื้อ​ รวมถึงยังมีมาตรการควบคุมอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตหลายรายที่เกิดขึ้นหลังการฉีดวัคซีน จะส่งผลกระทบต่อแผนการกระจายวัคซีนที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (อีโอซี)​ กระทรวงสาธารณสุข​ กำลังมีการประชุมเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ กรณีที่มีผู้เสียชีวิต กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการสอบสวน ว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากอะไร และเรื่องการเยียวยา เราจะดำเนินการเยียวยาให้ทันที ไม่ต้องรอให้การสอบสวนสิ้นสุดก่อน ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ​ (สปสช.)​ แนวทางเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีสาเหตุมาจากการฉีดวัคซีน แต่เป็นการช่วยเหลือเยียวยาไปก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105893</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์, สภาความมั่นคงแห่งชาติ, เปิดโรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c18a089e5a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขันน็อตส่วนราชการสกัดโควิด สั่งทำงานนอกสถานที่เต็มขีดความสามารถถึง 30 เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12​ เม.ย.64 - พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19​ (ศปก.ศบค.)​ ได้มีหนังสือเวียนถึงหัวหน้าส่วนราชการถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19​ โดยระบุว่า​ ตามที่ผมเคยเรียนขอความร่วมมือเกี่ยวกับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ไปแล้วเมื่อ 10 เม.ย.64 นั้น​ ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 มีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระจายไปเกือบทุกจังหวัด และพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในหลายจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากสถานบันเทิง และยังมีสาเหตุจากกลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งปิดภาคการศึกษา และมีกิจกรรมรวมกลุ่มกัน​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังพบว่ามีข้าราชการระดับผู้บริหารและระดับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งครอบครัว ติดเชื้อโควิด-19 หลายท่าน แต่สถานการณ์ดังกล่าว อยู่ในขีดความสามารถของ ศบค. และ ศปก.สธ. ที่จะสามารถควบคุมได้ แต่ต้องมีมาตรการเพิ่มเติมบางประการที่สอดคล้องกับสถานการณ์​ ดังนั้น ผมจึงขออนุญาตขอความร่วมมือจากท่าน กรุณาเน้นย้ำข้าราชการในสังกัด ดังนี้ 1.มาตรการส่วนบุคคล​ โดยขอให้เน้นย้ำการสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การล้างมือ อย่างเคร่งครัดในทุกกิจกรรม ส่วนบุคคลที่เคยเข้าไปใน &amp;quot;พื้นที่เสี่ยง/กิจการที่เสี่ยง/กิจกรรมที่เสี่ยง&amp;quot; ขอให้เน้นย้ำมาตรการกักกันตนเอง (self quarantine) อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 2. มาตรการในสถานที่ทำงาน/สถานศึกษาอบรม​ โดย นรม./ผอ.ศบค. กรุณาอนุมัติให้เพิ่มจำนวนผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) อย่างเต็มขีดความสามารถ โดยให้มีผลถึง 30 เม.ย.64 &amp;nbsp;ทั้งนี้​ เพื่อลดการสัมผัสในที่ทำงาน/สถานศึกษาอบรม อันเป็นความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และเพื่อลดความคับคั่งในการเดินทางกลับจากต่างจังหวัด หลังเทศกาลสงกรานต์ทั้งนี้ขอให้ยึดถือ &amp;quot;แนวปฏิบัติ&amp;quot; ตามมติ ครม. เมื่อ 17 มี.ค.63​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในการจัดการประชุม การเรียน การศึกษาอบรม ขอให้พยายามใช้รูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;และขอให้หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ขอให้ยึดถือมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของ สธ. อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99324</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์, ศปก.ศบค., สภาความมั่นคงแห่งชาติ, โควิด-19, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d19fec303b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมช.ประเมินแนวโน้ม &#039;ม็อบ3นิ้ว&#039; ถูกเทต่อเนื่อง​ เฉลี่ยชุมนุมแต่ละครั้ง 1.2 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี​(ครม.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม​ เป็นประธาน พล.อ.ประยุทธ์​มีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีสีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่ช่วงหนึ่ง​ พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.) ได้รายงานถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎร ว่า​ ก่อนหน้านี้ที่จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มสูงขึ้น​เนื่องจากไม่พอใจเจ้าหน้าที่ที่สลายการชุมนุมโดยใช้รดฉีดน้ำความดันสูงที่แยกปทุมวันในที่ 16 ต.ค.​ แต่หลังจาก​วันที่​ 24​ ต.ค.ปรากฎว่า​ จำนวนผู้ชุมนุมเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง​ เห็นได้จากการจัดชุมนุมแต่ละครั้งจะมีประชาชนมาร่วมประมาณ​ 10,000-15,000 คน​​ เฉลี่ยอยู่ที่​ 12,000 คน​ ส่วนการชุมนุมทั่วประเทศจะอยู่ที่​ประมาณไม่เกิน 5​0,000 &amp;nbsp;คน​ แบ่งเป็นใน​กทม.ประมาณ​ 17,000 คน​ โดยแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีการเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย​ โดยอาศัยประเด็นทางการเมือง​ อย่างเช่น​ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ ในการเคลื่อนไหว แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือ​ เรื่องมือที่สาม​ ส่วน​ พล.อ.ประยุทธ์​ระบุว่า เราต้องเน้นช่วยกันสื่อสารเรื่องดีๆของบ้านเมืองให้ประชาชนเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า​ ในช่วงท้ายการประชุม​ พล.อ.ประยุทธ์​ ได้กล่าวถึงเรื่องส่วนตัว​ กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย เรื่องพักอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารหลังเกษียณอายุราชการแล้ว ถือเป็นการจงใจไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 (3) หรือไม่ว่า​ เป็นเรื่องของศาล ศาลจะว่าอย่างไรก็อยู่ที่ศาลตัดสิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มราษฎร, พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์, ม็อบ3นิ้ว, สภาความมั่นคงแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa77ef1f429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
