<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยภัยแล้ง20จว. สั่งเร่งขุดแหล่งน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; รายงานสถานการณ์ภัยแล้ง เร่งส่งน้ำช่วย ปชช.ในหมู่บ้าน ยันไม่มีทอดทิ้ง บกปภ.ช.ติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เน้นย้ำทุกหน่วยทำงานในมิติเชิงพื้นที่ บูรณาการแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง พร้อมดูแลทุกครัวเรือนให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ ปภ.ประกาศเขตภัยแล้ง 20 จังหวัด ส่วนโคราชตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจฯ คาดเมษายนนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้งมากถึง 26 อำเภอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในช่วงท้ายของการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานสถานการณ์ภัยแล้งและการดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยกำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการจัดหาและส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือประชานในระดับหมู่บ้านในทันที และให้ดำเนินการตามแผนรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเสริมว่า ให้ สนทช.สรุปแผนการที่จะทำในปีนี้ที่มีงบประมาณแล้ว ติดขัดตรงไหนให้รายงานให้ทราบ รวมถึงการขุดลอกคูคลองทุกจุด จะมีการรายงานเรื่องนี้อย่างชัดเจนในสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าไม่ได้ละทิ้งปัญหาภัยแล้ง ทั้งนายกฯ และ ครม.มีความเป็นห่วงประชาชนเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะองคมนตรี ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, นายจรัลธาดา กรรณสูต, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์, นายอำพน กิตติอำพน และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท รวมถึง พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต เลขานุการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ พล.อ.ต.โชคดี สมจิตต์ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายอำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ในการประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เป็นประธานการประชุม และมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายนิพนธ์ บุญญามณี, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้บูรณาการทุกหน่วยงานดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเต็มกำลัง ภายใต้กฎหมายและแผนว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผ่านกลไกการปฏิบัติของหน่วยงานทุกภาคส่วน โดยเน้นการทำงานในมิติเชิงพื้นที่ แบ่งพื้นที่รับผิดชอบและมอบหมายภารกิจอย่างชัดเจน รวมถึงจัดหน่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง โดยมีกลุ่มการทำงานแยกเป็น 3 ด้าน ครอบคลุมทั้งกลุ่มพยากรณ์ คาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำ กลุ่มบริหารจัดการน้ำ ดูแลภาพรวมการบริหารจัดการน้ำของประเทศ เพื่อวางแผนการใช้น้ำทุกประเภท และกลุ่มปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบูรณาการฝ่ายพลเรือน หน่วยทหาร และภาคเอกชนปฏิบัติการแก้ไขปัญหา ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งเชิงพื้นที่ใน 2 ลักษณะ ได้แก่ 1.พื้นที่ที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 2.พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามข้อมูลของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำแผนรองรับ ทั้งการเติมน้ำดิบเข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปา การเจาะบ่อบาดาล การเติมน้ำใส่ภาชนะรองรับน้ำกลางของหมู่บ้าน ในส่วนของน้ำเพื่อการเกษตร ได้มีการบริหารจัดการตามแผนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้มีการเน้นย้ำไม่ให้เกิดกรณีพื้นที่ขาดแคลนน้ำและพืชยืนต้นตายอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและช่วยเหลือผู้ประสบภัยระยะเร่งด่วน ได้เน้นย้ำให้จัดหาน้ำจากทุกแหล่งรองรับการใช้น้ำ ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากทุกหน่วยงานผันน้ำดิบเข้าสู่ระบบการผลิตน้ำประปา ขุดลอกแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ขุดเจาะและเป่าล้างบ่อบาดาล ควบคู่กับการจัดสรรน้ำสนับสนุนทุกพื้นที่เสี่ยงภัย มุ่งดูแลด้านน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก โดยจัดรถบรรทุกน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้าน และจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูแล้ง เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะทำให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอในทุกพื้นที่&amp;rdquo; มท.1 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัยกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้มีข้อสั่งการตามแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งระยะเร่งด่วน โดยให้ทุกจังหวัดดำเนินการ &amp;ldquo;ขุดดินแลกน้ำ&amp;rdquo; ใช้วัสดุมูลดินที่ได้จากการขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเป็นการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ และเป็นการขุดบ่อเพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ ซึ่งเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ศึกษาแนวทางการดำเนินการตามนโยบายการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะเร่งด่วน คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยงานกลางในการบูรณาการบริหารจัดการเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยขณะนี้ได้ระดมสรรพกำลัง เครื่องมือและอุปกรณ์จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยทหารและฝ่ายพลเรือน อาทิ รถบรรทุกน้ำ รถผลิตน้ำ เครื่องจักรและเครื่องขุด เครื่องเจาะบ่อและสูบน้ำ รวมกว่า 4,200 รายการ โดยกำหนดให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 แห่งทั่วประเทศ เป็นจุดระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระดับภาคและเขตจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมเครื่องจักรกลให้พร้อมออกปฏิบัติงานทันทีที่ได้รับการร้องขอจากจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ หากมีพื้นที่เสี่ยงเกิดสาธารณภัยให้ปฏิบัติการเชิงรุก นำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมแก้ไขปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้กำชับให้จังหวัดสร้างการรับรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะข้อมูลสถานการณ์น้ำ แผนการจัดสรรน้ำ มาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ รวมถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้น้ำ เพื่อมิให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมดูแลทุกครัวเรือนให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 20 จังหวัด รวม 109 อำเภอ 599 ตำบล 5,125 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และเพชรบูรณ์ รวม 35 อำเภอ 166 ตำบล 1,200 หมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา และบุรีรัมย์ รวม 44 อำเภอ 284 ตำบล 2,722 หมู่บ้าน ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และฉะเชิงเทรา รวม 30 อำเภอ 149 ตำบล 1,203 หมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 63 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากความจุใช้การได้ 279 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 23 ของความจุใช้การของอ่างรวมกัน (ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์รวมกันประมาณ 295.39 ล้าน ลบ.ม.) จากปริมาณน้ำใช้การได้ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนน้ำเพื่อผลิตประปา จำเป็นต้องหาแนวทางในการสำรองน้ำไว้เพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้งนี้ไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปริมาณน้ำอ่างห้วยจระเข้มากและอ่างห้วยตลาด จังหวัดบุรีรัมย์ มีน้ำรวม 2.028 ล้าน ลบ.ม. และจากการประชุมร่วมพิจารณาสถานการณ์น้ำในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ระหว่างสำนักชลประทานที่ 8 และการประปาส่วนภูมิภาคเขต 8 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคยืนยันว่า น้ำในอ่างทั้ง 2 แห่งจะสามารถรองรับการผลิตประปาได้ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมพร้อมที่จะดูแลเกษตรกร เช่น พื้นที่ที่มีน้ำเหลือจะมีการส่งเสริมปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย การเจาะบ่อบาดาล ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ ส่วนด้านการปศุสัตว์จะมีโครงการเลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ โดยหาแหล่งทุนและรับประกันราคาขาย ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ก็จะมีนโยบายการจ้างแรงงานภาคเกษตรกรรมประมาณกว่า 40,000 คน ในระยะเวลา 2-6 เดือน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติในช่วงแล้งนี้ไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักชลประทานที่ 8 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 ได้ประชุมหัวหน้าส่วน ผู้อำนวยการอ่างเก็บน้ำ/เขื่อนต่างๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งของ จ.นครราชสีมา เข้าร่วมประชุมบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำอย่างพร้อมเพียง พร้อมแถลงข่าวจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง ปี 2562/63 พร้อมปล่อยคาราวานเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขตสำนักงานชลประทานที่ 8 ว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 71 แห่ง โดยแผนการจัดสรรน้ำในปี 2562/2563 ขณะนี้ในพื้นที่มีปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บน้ำรวมทั้งหมด 601 ล้าน ลบ.ม. และมีความต้องการใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศตลอดทั้งฤดูแล้ง 412 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังถือว่ามีปริมาณน้ำใช้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานต้องงดทำนาปรังทั้งหมด และสามารถเพียงแค่ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา ระบุว่า ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้วจำนวน 8 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ประกอบด้วย โนนสูง จักราช ปักธงชัย เทพารักษ์ โชคชัย โนนไทย แก้งสนามนาง และสีคิ้ว มีพื้นที่ประสบภัย 54 ตำบล 547 หมู่บ้าน โดยทางชลประทานคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนเมษายน 2563 จังหวัดนครราชสีมาจะมีพื้นที่ประสบภัยแล้งมากถึง 26 อำเภอ 129 ตำบล 541 หมู่บ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำพน กิตติอำพน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e3035fb9dd39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4องคมนตรีร่วมเกาะติดสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4 องคมนตรีร่วมตามสถานการณ์พายุปาบึก &amp;quot;พลากร&amp;quot; เผยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ถึงแผนป้องกัน บรรเทา ฟื้นฟู เผชิญเหตุ และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทุกรูปแบบ ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกหน่วยงานเกาะติด พร้อมเตรียมการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ครอบคลุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันที่ 4 ม.ค.62 นายพลากร สุวรรณรัฐ, &amp;nbsp;พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา และ พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ร่วมติดตามสถานการณ์และรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในระดับพื้นที่ โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพลากรเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งหลายประการ โดยเฉพาะการเตรียมแผนป้องกัน บรรเทา ฟื้นฟู เผชิญเหตุ และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทุกรูปแบบ จากการพยากรณ์ของหลายหน่วยงานพบว่า พายุลูกนี้น่าจะมีความรุนแรงไม่แพ้พายุแฮเรียตที่เข้าถล่มแหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2505 ที่ส่งผลให้แหลมตะลุมพุกได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เป็นพายุที่ร้ายแรงที่สุดที่ประเทศไทยเคยประสบมา ต่อจากนั้นเป็นพายุเกย์ ก่อให้เกิดความเสียหายด้านกิจการประมงมาก รวมถึงบนบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การมาวันนี้เพื่อมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้รับผิดชอบ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ และทีมงานในพื้นที่ภาคใต้ โดยคณะองคมนตรีมีความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมศูนย์บัญชาการฯ เพื่อให้กำลังใจ ติดตามการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุของแต่ละจังหวัด โดยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ และขอให้กำลังใจกับผู้รับผิดชอบทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงสถานการณ์พายุปาบึก ว่า พายุปาบึก ส่วนหน้าขึ้นฝั่งแล้วที่นครศรีธรรมราชครับ ขอให้ประชาชนทุกคนระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือด้วยสติ ขณะนี้ศูนย์ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก 24 ชม. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า กำลังทำงานอย่างเต็มที่และติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อพร้อมสั่งการและประสานให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ที่สำคัญก็คือผมขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากทางการ หรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ผมขอส่งแรงใจให้ทุกคนปลอดภัย
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;สั่งเกาะติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; คืนวันศุกร์ว่า&amp;nbsp;
กองบัญชาการป้องกันแลบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้เน้นย้ำให้แต่ละจังหวัดเฝ้าระวัง, ติดตามสภาพ
อากาศ-ปริมาณฝน-ระดับน้ำ, ประเมินสถานการณ์และแนวโน้มอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง เตรียมการเผชิญเหตุ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการรับมือ ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งจัดเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน อาทิ ด้านการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ทั้งอาหาร เวชภัณฑ์ ยารักษาโรค ชุดเคลื่อนที่เร็ว รถและเรือกู้ภัย ระบบไฟฟ้าสำรอง และการสื่อสาร ที่ต้องมีความพร้อม 100% นะครับ ไปจนถึงเตรียมแผนการเผชิญเหตุ แผนอพยพ และแผนการฟื้นฟูภายหลังการเกิดเหตุให้ครอบคลุม รวดเร็วทั้งระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อฟังคำสั่ง-คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การบริหารจัดการภัยธรรมชาติในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ขอให้ทุกคนปลอดภัยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการรับมือว่า ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนมาก โดยสถานการณ์ฝนจะกระทบทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงอีก 2 จังหวัดคือ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อมีฝนมาก ก็จะต้องหาวิธีระบายน้ำ แม้จะทำได้ยาก เนื่องจากมีพายุเข้ามา แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามหาวิธีดำเนินการทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการรับมือไว้หมดแล้ว โดยใน จ.นครศรีธรรมราช มีที่พักพิงกว่า 100 จุด เฉลี่ยตำบลละ 2-4 แห่ง ขณะนี้อพยพประชาชนประมาณ 10,000 คน จากเป้าหมายที่เตรียมไว้กว่า 20,000 คน โดยต้องเตรียมไว้ตั้งแต่เบื้องต้น เพราะหากสถานการณ์แรงขึ้น จะทำให้การเคลื่อนย้ายลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มท.1 คาดว่า 5-6 วันพายุจะเคลื่อนตัวออกจากประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก เบื้องต้นหอกระจายข่าวในแต่ละพื้นที่ใช้ได้เกือบทั้งหมด และยังมีการเตรียมระบบสำรองในการสื่อสาร โดยนำของกองทัพเข้ามาเสริม และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และรายงานนายกฯ อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เป็นห่วงว่าสถานการณ์จะกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นชาวสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน โดยสั่งการให้เร่งเยียวยาประชาชนทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ให้ชาวบ้านประกอบอาชีพได้โดยเร็ว&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และรับมือพายุโซร้อนปาบึก ที่ห้องชั้น 2 บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด นายกฯ ได้สั่งให้ตั้งศูนย์ติดตาสถานการณ์ที่ห้องดังกล่าว โดยจะมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาประจำการตลอด 24 ชั่วโมง และหากนายกฯ ต้องการเรียกประชุมเป็นการด่วน ต้องเตรียมพร้อมภายใน 30 นาที ทั้งนี้ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ นายกฯ อาจจะเข้ามาติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง โดยจะรอดูสถานการณ์คืนนี้ก่อน
&amp;quot;ปชป.-รปช.&amp;quot;ตั้งศูนย์ช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเตรียมรับมือกู้ภัยจากภัยภิบัติ กองทัพเรือ โดยเรือหลวงจักรีนฤเบศร หมายเลข 911 ซึ่งเป็นเรือบรรทุกอากาศยานขนาดใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือ ที่จอดเทียบท่าการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ดำเนินการลำเลียงเสบียงและเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ น้ำดื่ม และอาหารแห้ง ขึ้นสู่ลำเรือ พร้อมออกเดินทางสู่ภารกิจการช่วยเหลือประชาชน กรณีเกิดภัยพิบัติจาก &amp;ldquo;พายุปลาบึก ในพื้นที่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราชแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล เป็นการเตรียมการขั้นสูงสุด มีกำลังพล และยุทโธปกรณ์ จากหน่วยขึ้นตรงของกองทัพเรือ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์ ปฏิบัติการกองทัพเรือ 4 ลำ, ชุดปฏิบัติการกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ (Maritime Aquatic Life Support Team: MAL), ชุดสำรวจและประเมินความเสียหาย ทร. (Naval Disaster Assessment Team:NDAT), ชุดค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนบก และชุดปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ ซึ่งเรือจะใช้เวลาในการเดินทางถึงที่หมายประมาณ 15 ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่จะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่พรรคประชาธิปัตย์มีอดีต ส.ส.อยู่ และอาจถูกมองว่าเป็นการหาเสียง ว่า คงไม่มีปัญหาเรื่องการถูกมองว่าเป็นการไปหาเสียง เพราะตัวเองได้กำชับอดีต ส.ส. ให้ช่วยติดตามประชาสัมพันธ์และประสานงานกับส่วนราชการก่อนเข้าช่วยเหลือประชาชนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งทางพรรคก็ได้ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องหมายเลขโทรศัพท์ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ก็เป็นห่วงอยู่บ้าง เพราะการเข้าไปให้ความช่วยเหลือยังมีน้อย เพราะคนส่วนใหญ่ยังมองว่าไม่มีอะไร ดังนั้นอยากให้ประชาชนติดตามข่าวสารและทำตามคำแนะนำของราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตัวเองได้รับรายงานที่จังหวัดสงขลาว่า มีบางพื้นที่คลื่นลมแรงและน้ำท่วมบางจุด แต่ความสูญเสียชีวิตยังไม่มี ส่วนหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ในนามมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ก็จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า พรรคได้ประสานงานกับหน่วยจัดตั้งและบุคลากรของพรรคเพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ที่อาจเกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชน โดยในเบื้องต้นทางพรรคได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 9 ศูนย์ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25785</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลากร สุวรรณรัฐ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f78b0766ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำชับงบปี63ต้องโปร่งใส ยุทธศาสตร์เหมือนไฮเวย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำคนไทยต้องจงรักภักดี อย่าขัดแย้งกัน ร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ กำชับจัดงบปี 63 ต้องโปร่งใส ห้ามงุบงิบ ขู่ทุจริตลงโทษหนัก ป้อง สนช.ทำงานแทบตายไม่ใช่สภาฝักถั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดงานนิทรรศการและการประชุมเสวนา ในโอกาสครบรอบ 10 ปี &amp;quot;โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน&amp;quot; มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หรือ ม.ท.ศ. โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรีร่วมงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;quot;เยาวชนกับการพัฒนาประเทศ&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า ขอให้ทุกคนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ โดยต้องมีเหตุและผล พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี และตั้งใจศึกษาเล่าเรียน สนใจในวิทยาการ พัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย และทุกคนจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ มีแรงบันดาลใจเพื่อก้าวไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม แม้จะเรียนหนังสือหนักหรือตั้งใจเรียน ก็ไม่ต้องเครียดกัน ขอให้ยิ้มแย้มแจ่มใสแบบนายกฯ จะได้ไม่เครียด &amp;nbsp;วันนี้นายกฯ พยายามไม่เครียดในทุกเรื่อง แม้จะมีปัญหามากมาย ขอทำต่อไปให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ประเทศกำลังเดินหน้าแก้ไขปัญหาเก่า และเดินหน้าสู่เรื่องใหม่ๆ แน่นอนจะต้องมีปัญหาความขัดแย้งสูง เพราะเป็นการปฏิรูปสร้างพื้นฐานให้ประเทศ รัฐบาลจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีขึ้นมา ยืนยันว่าไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ แต่เป็นเส้นทางของประเทศเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมาย ปีหน้าเราจะเป็นประธานอาเซียน โดยตั้งธีม &amp;quot;การร่วมมือร่วมใจ ก้าวไกลมุ่งสู่อนาคต&amp;quot; ดังนั้น จึงต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติเพื่อเป้าหมาย และด้านความมั่นคงทุกคนต้องช่วยกัน เพราะเป็นพื้นฐานของความสงบเรียบร้อย มีผลต่อด้านเศรษฐกิจด้วย สี่ปีที่ผ่านมาบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขมีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บอกว่าทำไมรายได้และความเป็นอยู่ของประชาชนยังไม่ดีขึ้น เกษตรกรยังมีปัญหา เราพยายามดูทุกอย่าง ซึ่งไม่อาจจะพูดอะไรได้มากในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงความเคลื่อนไหวทางการเมือง &amp;nbsp;แต่จะพูดในฐานะนายกฯ ว่าที่ผ่านมาเราพัฒนาหลายอย่าง แต่ถ้ายังเข้าใจไม่ตรงกันก็ไปไม่ได้ หวังว่าทุกคนจะช่วยสร้างความเข้าใจให้ตนด้วย ไม่เช่นนั้นจะถูกบิดเบือน วันนี้ประชาธิปไตยก็เดินหน้าเข้ามา &amp;nbsp;อยากให้ทุกคนช่วยสร้างความเข้าใจ นอกจากนี้ต้องใช้โทรศัพท์ให้เกิดประโยชน์ เปิดดูเว็บไซต์หน่วยงานราชการ ทั้งนี้ขอให้ทุกคนร่วมกันสนองพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สืบสานรักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชาและแนวพระราชดำริต่างๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ร่วมกันพัฒนาให้เกิดความมั่นคงอย่างยั่งยืน และใช้พลังจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;4 ปีมาแล้วที่เราทำงานอย่างเต็มที่ ผมพูดในนามรัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง รัฐบาลคือรัฐบาล การเมืองก็คือการเมือง คนละเรื่อง อีกเรื่องต้องไปว่ากันข้างนอก อย่ามาตีกันไปกันมา หวังว่าวันข้างหน้าจะดีขึ้น และหวังว่าครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาจะร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน ขอให้ทุกคนระลึกถึงเสมอว่าประเทศไทยคือบ้านของเรา ไม่มีใครมาแก้ปัญหาให้เราได้นอกจากพวกเรากันเอง เราเอากฎกติกาของต่างประเทศมาได้ แต่ต้องเอามาประยุกต์ให้เหมาะกับความเป็นไทย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ เดินลงจากเวทีมาทักทายนักเรียน โดยได้ชูมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยู พร้อมกับกล่าวว่า &amp;quot;สวัสดีทุกคน รักประเทศไทยต้องรักคนไทยทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดและมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยมีตัวแทนข้าราชการกระทรวง ทบวง กรมเข้าร่วมว่า ข้าราชการทุกภาคส่วนทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นข้าราชการเพื่อใคร เพื่อประชาชน ประเทศชาติ รวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสมศักดิ์ศรีข้าราชการ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ต้องคำนึงให้เกิดความเชื่อมโยงทั่วถึงประชาชนทุกมิติ ไปสู่เป้าหมาย และภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 ที่ต้องโปร่งใสและเป็นธรรม คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า หน้าที่ของเราคือเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ นำศาสตร์พระราชามาเป็นหลักในการทำงานเพื่อผลักดันประเทศ ต้องเข้าใจความหมายศาสตร์พระราชาให้ดี ตีความให้ถูกต้อง ลงในเชิงลึกเชิงกว้างในข้างล่างและสาระสำคัญ ด้วยพระองค์มีรับสั่งมา ถือเป็นปรัชญาที่แท้จริง การสร้างสมดุลเศรษฐกิจสังคมให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน จะนำมาซึ่งความสงบสุข ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความเป็นอยู่ที่ดี คนไทยต้องมีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ พร้อมดำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ นี่คือหลักการของประเทศไทย อย่าให้เกิดความขัดแย้งกัน คนรวย คนจน หรือคนปานกลาง &amp;nbsp;รัฐบาลมีหน้าที่แบ่งปันผลประโยชน์ให้เหมาะสมเป็นธรรม สุดท้ายคือทำการเมืองมีเสถียรภาพและมีธรรมาภิบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้ต้องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ เปรียบเสมือนไฮเวย์เดินไปอย่างมีแผนแม่บท กฎระเบียบ &amp;nbsp;ให้ทุกคนเข้าถึงโอกาส สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ใช้จ่ายงบประมาณตามภารกิจ มีประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่าต่อการใช้จ่าย ต้องสามารถระบุผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้น &amp;nbsp;มีกลไกการประเมินผลและเปิดเผยต่อสาธารณชน จะมาทำงุบงิบเงียบๆ ไม่ได้อีกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี หน่วยงานจะต้องจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลในการรักษาวินัยการเงินการคลัง สิ่งที่รัฐบาลทำมาในวันนี้มีการประมาณการมากกว่า 3 ปี จะถึง 5 ปีด้วยซ้ำ เพื่อให้เม็ดเงินแต่ละรายจ่ายเกิดความสมดุล ตนเชื่อมั่นข้าราชการที่เก่งในเรื่องการเขียนการใช้จ่ายงบประมาณ แต่เขียนแล้วต้องดูว่าใช้ได้หรือไม่ เขาอนุมัติหรือไม่ การเสนองบประมาณต้องมีรายละเอียดมาด้วย ไม่ใช่อยู่ดีๆ ส่งมาก่อนแต่ไม่มีรายละเอียด จะเป็นแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว ที่ทำผิดกฎหมายทุจริต ถ้ารู้ต้องลงโทษอย่างหนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลาที่ผมพูดอะไรบางครั้งต้องติดเบรกตัวเองเอาไว้ ถ้าพูดอะไรผิดขอให้ช่วยท้วงติงด้วย เพราะบางทีผมก็อาจจะพูดเลยเถิดไป เนื่องจากเป็นคนที่ปากกับใจตรงกัน วันนี้การกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่นแล้ว การเลือกตั้งก็มีถ้าพร้อมก็เดินไป ไม่มีอะไรขัดข้อง ทั้งนี้เวลาที่ทำอะไรต้องรู้จักความละอายเกรงกลัวต่อบาป ต้องมีหิริ โอตตัปปะ ต้องปลูกฝังคนรุ่นใหม่ว่าโตไปไม่โกง ไม่ใช่สนับสนุนกันอยู่นั่นจนคิดว่าถูกต้อง สังคมต้องช่วยกันแก้ไข ผมพูดก็เพื่อให้สังคมคนรุ่นใหม่พัฒนา และที่พูดว่าโกงนั้นไม่ใช่โกงเฉพาะเงินทอง แต่มีเรื่องการโกงเวลา โกงกฎจราจรต่างๆ ก็ถือว่าโกงทั้งนั้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลายคนบอกว่าสภาปัจจุบันเป็นสภาฝักถั่วในเรื่องการออกกฎหมาย ความจริงคือกว่าจะออกฎหมายมาได้แต่ละฉบับใช้เวลาเป็นเดือน ไม่ใช่ฝักถั่วอย่างที่พูด จะกล่าวหาแบบเดิมไม่ได้ &amp;nbsp;เขาทำงานแทบตาย และไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน ตนเคารพในสภาทุกสภา ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;รวมทั้งแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่ไม่ทัน กฎกระทรวงต่างๆ เป็นล้านฉบับ เพราะสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยมีความสงบสุขยั่งยืน มีความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน คือกฎหมายเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24474</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำพน กิตติอำพน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c17ac2467836.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯตั้งคณะกรรมการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม&#039;อาจารย์น้อง&#039;นั่งรองประธาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค. 61 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมและสื่ออื่น ๆ ให้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่ขาดแคลนครูอาจารย์ และสื่อการเรียนรู้ในการจัดการศึกษาสําหรับผู้ด้อยโอกาสและบุคคลที่มีความต้องการพิเศษตลอดจนส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงการศึกษาของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการศึกษา การมีงานทํา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ของข้อบังคับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมชุดใหม่ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล รองประธานกรรมการบริหาร คนที่ ๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. พันโท สมชาย กาญจนมณี รองประธานกรรมการบริหาร คนท่ี๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. รองศาสตราจารย์นราพร จันทร์โอชา รองประธานกรรมการบริหาร คนที่ ๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. หม่อมหลวงปริยดา ดิศกุล รองประธานกรรมการฝ่ายวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. รองศาสตราจารย์สุธี อักษรกิตติ์ รองประธานกรรมการฝ่ายเทคโนโลยีสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. รองศาสตราจารย์ยืน ภู่วรวรรณ รองประธานกรรมการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘. พันตํารวจเอก ธรรมนิธิ วณิชย์ถนอม กรรมการบริหาร

๙. พลอากาศเอก อํานาจ จีระมณีมัย กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๐. พลเอก จักรภพ ภูริเดช กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๑. พลเรือเอก ปวิตร รุจิเทศ กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๒. ศาสตราจารย์ชุติมา สัจจานันท์ กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๓. รองศาสตราจารย์เฉลียวศรี พิบูลชล กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๔. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๕. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๖. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๗. ผู้อํานวยการวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๘. ผู้อํานวยการโรงเรียนวังไกลกังวล กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๙. นางสาวกุศลิน มุสิกุล กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๐. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๑. หัวหน้าสํานักงานมูลนิธิฯ กรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๒. พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต กรรมการบริหารและเลขาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๓. นายไพศาล ล้อมทอง กรรมการบริหารและผู้ช่วยเลขาธิการ คนที่ ๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๔. นายอนุสรณ์ ฟูเจริญ กรรมการบริหารและผู้ช่วยเลขาธิการ คนที่ ๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๕. พลอากาศตรี ธีระ เชียงทอง กรรมการบริหารและเหรัญญิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๖. พลอากาศตรี จักรพงษ์ หอมไกรลาศ กรรมการบริหารและผู้ช่วยเหรัญญิก คนที่ ๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๗. คุณจันทนี ธนรักษ์ กรรมการบริหารและผู้ช่วยเหรัญญิก คนที่ ๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๘. นางมณีรัตน์ สุวันทารัตน์ กรรมการบริหารและผู้ช่วยเหรัญญิก คนที่ ๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4800</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, รองศาสตราจารย์นราพร จันทร์โอชา, ราชกิจจานุเบกษา, อาจารย์น้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6345f688ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
