<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกแก้วิกฤติวนในอ่าง ฝ่ายค้านตั้งธงนายกฯลาออก-พปชร.ไม่รับ3ข้อเสนอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชุมรัฐสภาตามมาตรา 165 แก้วิกฤติม็อบ วันแรกยังวนในอ่าง ฝ่ายค้านตั้งธง &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ยอมรับทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปตามโลก แต่ต้องไม่ลืมว่าคนไทยหลายสิบล้านไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่วุ่นวาย อย่าลืมรากเหง้าประเทศ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; กางกฎหมายอธิบายเรื่องลาออก-ยุบสภา ชี้หากไขก๊อกนายกฯ ใหม่ต้องใช้ 366 เสียงไม่นับ ส.ว. &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; &amp;nbsp;เสนอผุดคณะกรรมการหาแนวทางแก้ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; พาเหรดชงตั้ง กมธ.ยุ่บยั่บ &amp;ldquo;ปารีณา&amp;rdquo; ตอกฝาโลงไม่รับ &amp;nbsp;3 ข้อเสนอม็อบเด็กส่วนน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม มีระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) &amp;nbsp;เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนการประชุม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยว่า เลขาธิการสภารายงานว่ามีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมา 13 กองร้อย ซึ่งก็บอกว่าอย่าไปถึงขนาดนั้นเลย เพราะเชื่อว่าผู้ชุมนุมถ้าจะมีใครละเมิดอะไรบ้างก็เป็นเรื่องของผู้นั้น ก็มีกฎหมายบ้านเมืองอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ได้พูดกันในวันประชุมร่วมว่าจะไม่ประมาท เตรียมตัวไว้ในระดับหนึ่ง &amp;nbsp;แต่ไม่ถึงขั้นจะให้เจ้าหน้าที่มาอยู่ในนี้ และเชื่อว่าไม่มีการเผชิญหน้า และตอนนี้มันก็ยังไม่เกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้อภิปรายประเด็นขัดขวางขบวนเสด็จฯ ซึ่งจะชี้ให้ประชาชนเห็นว่าใครอยู่เบื้องหลังและตั้งใจล้มล้างสถาบัน รู้กันอยู่ว่ามีคนตาเหล่สองคน หน้าเหลี่ยมหนึ่งคนใช้ผู้ชุมนุมเป็นเครื่องมือ ดูจากการไลฟ์สดมายังผู้ชุมนุม และโพสต์ยั่วยุปลุกปั่น หลอกใช้เด็กและประชาชนเป็นเครื่องมือ มักใหญ่ใฝ่สูง อยากเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง เนรคุณบ้านเมือง
และในเวลา 08.46 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงอาคารรัฐสภาด้วยสีหน้าเรียบเฉย และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมความพร้อมชี้แจงในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;รอฟังๆ&amp;rdquo; ก่อนขึ้นลิฟต์ไปยังห้องรับรองทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.45 น. ในการประชุมรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ได้เสนอญัตติโดยกล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์การชุมนุมที่มีต่อเนื่อง เราทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามดูแลสถานการณ์อย่างดีที่สุด ไม่ว่าเรื่องการห้ามเตือน พยายามชี้แจงข้อกฎหมายต่างๆ แต่การชุมนุมก็ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 3 ข้อเรียกร้องอยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่แล้ว หลายครั้งการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีความรุนแรง แต่บางครั้งก็ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่สมควร ดังนั้นจึงรู้สึกเป็นห่วง รัฐบาลจึงมีเห็นความชอบร่วมกันที่ได้เปิดประชุมในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราไม่อยากให้เกิดการปะทะกันหรือเกิดการจลาจลในบ้านเมือง รัฐบาลมีหน้าที่รักษาสิทธิ์แทนคนไทยทั้งประเทศ สิ่งที่ผมมั่นใจคือ วันนี้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะมีมุมมองด้านการเมืองอย่างไร แต่ทุกคนยังรักชาติและต้องการอนาคตที่ดี รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เราจึงจะได้สังคมที่มีความแข็งแรง มีรากเหง้า ผมในนามรัฐบาลรู้ว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของโลก แต่ต้องยอมรับคนไทยหลายสิบล้านคนไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่วุ่นวาย สับสนอลหม่าน เราต้องมีความสมดุลในความต้องการของแต่ละคน วันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะใช้เวลา 2 วันของสภาท่ามกลางสภาวการณ์ หยิบยกเรื่องสำคัญหลายเรื่องมาพูดกันในสภาของเราในที่นี้ ควรรวบรวมสติปัญญาและความสามารถ รวมทั้งเลือดรักชาติทุกหยด ร่วมกันคิดทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ ทำให้ประเทศเดินหน้าไปอย่างแข็งแรงยิ่งขึ้นและยั่งยืน โดยทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็นประโยชน์กับประเทศในระยะยาว พื้นฐานของคนไทยมีความเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกัน แม้จะมีเรื่องไม่เห็นด้วยกันบ้าง แต่เราก็ยังรักกันได้ตลอดไป&amp;rdquo;
จี้ &amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39; ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรค พท.ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ญัตติของรัฐบาลไม่สร้างสรรค์ เนื้อหาสาระมีแนวโน้มที่จะสร้างความแตกแยกร้าวฉานในสังคมไทย &amp;nbsp;ซ้ำเติมสถานการณ์ให้บานปลาย เป็นการราดน้ำมันลงไปในกองเพลิง เราต้องพิจารณาข้อเสนอของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนอย่างจริงจัง ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว ไม่ดึงเวลาให้ล่าช้า เร่งปล่อยตัวนักเรียน นักศึกษา ประชาชนที่ถูกจับกุมคุมขัง และยุติการใช้กฎหมายที่ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เห็นต่างจากรัฐบาล ที่สำคัญคือนายกฯ ต้องลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.22 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค พท.อภิปรายว่า รู้สึกผิดหวังเพราะรัฐบาลมองว่าตัวเองไม่มีความผิด แต่โยนความผิดให้ผู้ชุมนุม ซึ่งเมื่อรัฐบาลตั้งโจทย์ผิด การแก้ปัญหาจึงผิดไปด้วย โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นต้นตอของปัญหาที่นายกฯ ไม่อาจปฏิเสธได้ และ พล.อ.ประยุทธ์คือผู้สร้างปัญหาโดยตรง หนทางที่จะทำให้ม็อบยุติลง &amp;nbsp;รัฐสภาต้องลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ และตั้ง กมธ.เต็มสภา รวมทั้งขอเรียกร้องให้นายกฯ ยืนขึ้นและประกาศลาออกจากตำแหน่งกลางสภา แต่ถ้าเลือกหนทางยุบสภา ผลที่ตามมาคือ แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้และเพิ่มความขัดแย้ง ดังนั้นนายกฯ ต้องเสียสละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายว่า การกระทำของผู้ชุมนุมถือเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีเป้าหมายหลักต้องการปฏิรูปสถาบัน แต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลที่เป็นเลิศในเรื่องจงรักภักดีต่อสถาบัน เป็นผู้ที่มีความเข้มแข็งในการปกป้องสถาบัน &amp;nbsp;แกนนำผู้ชุมนุมจึงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก เพื่อให้การปกป้องประเทศชาติอ่อนแอลงจนนำไปสู่การรุกคืบต่อการปฏิรูป จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งทำหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสนา &amp;nbsp;และพระมหากษัตริย์ต่อไป อย่าไปลาออกตามฝ่ายที่เรียกร้องซึ่งมีคนเพียงไม่กี่หมื่นคน ท่านต้องคำนึงถึงเสียงประชาชน 8.4 ล้านคนที่เลือกท่านมาเป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.45 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เนื้อหาของญัตติเป็นข้อบิดเบือน กลบเกลื่อนและให้ร้าย โยนความผิดให้ผู้ชุมนุมโดยไม่ได้คำนึงถึงความผิดพลาดของตัวเอง มีการกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมขวางขบวนเสด็จฯ ทั้งที่รัฐบาลเป็นผู้ถวายการอารักขาความเรียบร้อยในการเสด็จฯ และผู้ชุมนุมก็หลีกเลี่ยงเส้นทางนั้นแล้ว แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้สำนึกถึงความผิดพลาดของตนเอง แต่ไปใส่ร้ายผู้ชุมนุมซึ่งนำไปสู่คดีความที่มีโทษถึงประหารชีวิต เติมเชื้อไฟในสังคม &amp;nbsp;ส่วนที่นายกฯ ชี้แจงว่ามีการดำเนินการบางเรื่องที่ผู้ชุมนุมขอมาแล้ว ทำเรื่องไหนแล้วบ้างและคืบหน้าถึงไหน ไม่ใช่ฟอกขาวตัวเองและปกปิดความผิดในการแก้ปัญหาประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงเวลาที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องทบทวนการร่วมรัฐบาล รัฐบาลจะไปต่อไม่ได้ถ้าไม่มีพรรคร่วม &amp;nbsp;นายกฯ ต้องหยุดเอาความจงรักภักดีมากอดตัวเอง หยุดผูกมัดเอาสถาบันไว้กับปัญหาที่ตัวเองเป็นคนก่อ เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจและปกปิดความล้มเหลว หยุดสะกดจิตตัวเองว่าไม่ผิดและยอมลาออก&amp;rdquo; นายพิจารณ์ระบุ
ชงผุดคณะกรรมการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.20 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ต้องช่วยกันชักฟืนออกจากกองไฟ โดยพรรคเห็นว่าควรนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 1 ทันทีที่ทำได้ และไม่ควรมีเงื่อนไขใดๆ &amp;nbsp;เพิ่มเติมจนสังคมเข้าใจว่ายื้อเวลา โดยขอเสนอให้วิป 3 ฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา หาคำตอบร่วมกันว่าจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะพิจารณา 6 ร่างในวาระไปก่อน หรือรอร่างไอลอว์ซึ่งเป็นโจทย์ที่วิป 3 ฝ่ายควรหาทางออกร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากเห็นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยถือหลัก 3 ข้อ คือ 1.องค์ประกอบนั้นต้องมีผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้แทนรัฐบาล ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน วุฒิสภา ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ฝ่ายที่เห็นต่างผู้ชุมนุม และฝ่ายอื่นๆ เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ 2.ให้คณะกรรมการแสวงหาคำตอบที่เป็นทางออกที่เป็นรูปธรรม เน้นรูปแบบการจับเข่าคุยกันอย่างสร้างสรรค์ อาจต้องถอยคนละก้าวหรือคนละสองก้าว และ 3.ขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เพื่อให้คนทั้งประเทศเห็นแสงสว่างแห่งความหวังถูกจุดขึ้นตรงปลายอุโมงค์โดยรัฐสภา&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.15 น. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า ได้ไปสังเกตการณ์การชุมนุม และพบว่าปัญหาส่วนหนึ่งมาจากนักการเมืองที่นำความขัดแย้งส่งต่อให้ลูกหลาน การชุมนุมมีคำปราศรัยที่รุนแรง ก้าวล่วงไกลเกินกว่าจะรับได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้รัฐสภาต้องหาทางออก โดยมีข้อเสนอ 9 ข้อแก้ปัญหา &amp;nbsp;ได้แก่ 1.ให้รัฐบาลใช้หลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ใช้ไม้นวมไม้แข็งดูแลความขัดแย้งอย่างเหมาะสม 2.รัฐบาลต้องชี้แจงองค์การระหว่างประเทศเรื่องการแก้ปัญหาให้ดีกว่านี้ 3.ตั้งทีมจัดการข่าวปลอมเชิงรุกอย่างรวดเร็ว 4.ส.ส.และ ส.ว.ต้องร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ 5.ให้รัฐบาลเปิดเวทีกลางให้ผู้ชุมนุมได้เสนอความเห็นตามเสรีภาพ แทนการชุมนุมบนถนน 6.เปิดเวทีเจรจา แม้จะยากแต่ต้องทำ 7.การปฏิรูปสถาบันเป็นข้อเสนอสุดโต่ง 8.นายกฯ ไม่ควรลาออกเพราะไม่ช่วยแก้ปัญหา และ &amp;nbsp;9.หากการดำเนินการข้อ 1-8 แล้วยังไม่สามารถเป็นทางออกได้ ให้ใช้วิธีออกเสียงประชามติแก้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.อภิปรายว่า ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย แต่อยากให้หยุดคิดแล้วถามกลับไปว่า ถ้าถอยคนละก้าวไม่พอ จะถอยมากกว่าก้าว คิดว่าต้องทำ ถ้ารักประเทศและประชาชนอย่างที่ประกาศเอาไว้จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.05 น. น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล กล่าวว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่สะพานชมัยมรุเชฐเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้ชุมนุมไม่ได้เจตนาขัดขวางขบวนเสด็จฯ แต่เกิดจากการผิดพลาดในการจัดเส้นทาง และความผิดพลาดนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ พรรคจึงขอยื่นญัตติด่วนขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จฯ และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเมื่อวันที่ 14 ต.ค. และขอวิงวอนว่าอย่านำเหตุการณ์ขบวนเสด็จฯ มาให้ร้ายประชาชน และอยากให้รัฐบาลรับผิดชอบ เลิกบิดเบือนข้อเท็จจริง &amp;nbsp;รัฐบาลต้องทำหน้าที่ธำรงให้สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ใช่นำสถาบันมาสร้างความเกลียดชัง สร้างความชอบธรรมให้ประชาชนออกมาทำร้ายกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การชุมนุมเป็นการเมืองแท้ๆ แต่ตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อน เราไปดึงเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมเรียกร้องทางการเมือง ขาดความเคารพ ขาดความเกรงใจ ขาดความให้เกียรติ ยุคก่อนไม่มี ซึ่งต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง ถ้าไม่มีจะไม่เลยเถิดมาขนาดนี้ได้
บิ๊กตู่เตือนเรื่องรากเหง้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.14 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; โดยได้ย้ำถึงประเด็นที่ได้อภิปรายไปว่า &amp;quot;สิ่งที่มั่นใจคือ คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีมุมมองทางการเมืองแบบไหน &amp;nbsp;แต่ทุกคนรักชาติ รักวัฒนธรรม รักรากเหง้า และคุณค่าของความเป็นไทย แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็รู้ว่าทุกคนต้องการอนาคตที่ดีสำหรับประชาชนและประเทศ ซึ่ง 2 เรื่องนี้ คือเรื่องรักในรากเหง้าความเป็นไทย และเรื่องต้องการอนาคตที่ดีสำหรับลูกหลานเยาวชนไทย รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่เป็น 2 &amp;nbsp;เรื่องที่เดินไปด้วยกันได้ เราต้องหาหนทางแก้ไขที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น อย่างมีหลักการ มีเหตุผล และมีความถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ทำลายอดีตที่มีคุณค่าของเรา เราจะได้สังคมที่แข็งแรง &amp;nbsp;สังคมที่มีรากเหง้าที่ดีงามหยั่งรากลึก และก็มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในทุกเรื่องที่จะหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด ซึ่งได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้วว่าถ้านายกฯ ลาออกจากตำแหน่งจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยคณะรัฐมนตรีต้องพ้นทั้งคณะ นายกฯ และ ครม.ชุดเดิมต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีชุดใหม่เข้ามา แต่ต้องเลือกนายกฯ คนใหม่จากที่ประชุมรัฐสภา ต้องมีมติเสียงกึ่งหนึ่งรวมทั้ง ส.ส.และ ส.ว. แต่ถ้าเป็นการยุบสภาก็ต้องพ้นทั้งคณะ รวมทั้งสมาชิกภาพของ ส.ส.และ ส.ว.ต้องสิ้นสุดไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.50 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้อภิปรายว่า ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมมีอยู่ประมาณ 6-7 ข้อ เช่น เรียกร้องอิสรภาพให้ฮ่องกง, เรียกร้องให้เปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งก็ได้เปิดแล้ว &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และขอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว ซึ่งล่าสุด พ.ร.บ.ว่าด้วยการลงประชามติมีการตรวจเสร็จสิ้นทุกมาตราแล้ว น่าจะส่งเข้าสภาได้ในสัปดาห์หน้า โดยจะขอพิจารณาร่วมสองสภาซึ่งจะเร่งรัดตัดขั้นตอนไปได้ คงใช้เวลาช่วงเดือน พ.ย.คู่ขนานไปกับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวอีกว่า ข้อเสนอ 3 ข้อที่ยังไม่มีการดำเนินการ คือ การลาออกของนายกฯ, การยุบสภา และการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งการปฏิรูปสถาบันรัฐบาลไม่ทราบและไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหมายถึงอะไร จึงอยากฟังการอภิปรายของสมาชิกให้ชัดเจน ส่วนการยุบสภานั้นมีการพิจารณาเหมือนกัน แต่สภามีความผิดอะไรถึงจะยุบ เพราะต้องเกิดจากความขัดแย้งอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาถึงจะยุบสภาได้ แต่ถ้าเป็นความประสงค์และเจตนาร่วมจากหลายฝ่าย นายกฯ คงต้องหารือผู้เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนประเด็นนายกฯ &amp;nbsp;ลาออก ทางฝ่ายกฎหมายได้ทำข้อเสนอมาว่า หากลาออกแล้วจะหานายกฯ คนใหม่จากขั้นตอนใด ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 มีเงื่อนไขว่านายกฯ คนใหม่ต้องมาจากรายชื่อที่เสนอเอาไว้ตั้งแต่ครั้งเลือกตั้ง ขณะนี้มีอยู่ 5 คน จากเดิม 7 คนโดยตัดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และพล.อ.ประยุทธ์ออกไป แต่คนที่จะมาเป็นนายกฯ จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภาที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเมื่อเช้าประธานได้รายงานว่าที่ประชุมมีสิทธิ์ออกเสียงได้ 732 คน ซึ่งกึ่งหนึ่ง ก็คือ 366 เสียง ต่อให้ ส.ว.งดออกเสียงทั้งหมดตามที่หลายคนเรียกร้อง ก็ต้องหากันมาให้ได้ 366 เสียง &amp;nbsp;หากไม่ได้ก็ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็จะเป็นข้อกฎหมายว่าหากถึงทางตันแล้วจะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายคนเสนอว่าขอให้พรรคพลังประชารัฐเทเสียงให้พรรคร่วมฝ่ายค้านยกใครขึ้นมาเป็นนายกฯ ก็ทำได้ แต่ก็ต้องคำนึงเรื่องสิทธิของแต่ละฝ่ายด้วย เพราะนายกฯ ก็ได้รับเสียงเรียกร้องเหมือนกันว่าอย่าออก &amp;nbsp;ก็ต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนอีกข้อเสนอที่ทั้งสามฝ่ายเสนอมาในที่ประชุม คือการทำประชามติถามประชาชน ก็ต้องถามว่าจะถามอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 166 บัญญัติห้ามทำประชามติออกเสียงเรื่องตัวบุคคล แต่หากจะหาช่องทางอื่นที่แยบคายและแนบเนียนก็น่าจะพิจารณาได้&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในระหว่างที่นายวิษณุชี้แจง นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล ประท้วงให้นายวิษณุถอนคำพูดประโยคที่ว่าผู้ชุมนุมเรียกร้องอิสรภาพให้ฮ่องกง ซึ่งไม่เป็นความจริง ถือเป็นการใส่ร้ายผู้ชุมนุม ส่งผลให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงนางอมรัตน์ว่าออกมาเรียกร้องเหมือนกับเป็นหัวหน้าม็อบ จึงทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายชัยวุฒิถอนคำพูด ซึ่งนายชัยวุฒิก็ยอมถอน แต่ขอเปลี่ยนเป็นผู้ควบคุมม็อบ ซึ่งนางอมรัตน์ไม่ยินยอมและให้ถอนคำพูดอีกครั้ง ซึ่งนายพรเพชรได้ไกล่เกลี่ยจนสำเร็จ &amp;nbsp;
ย้ำหลายสิบล้านไม่อยากวุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า นายกฯ มีปัญหาเรื่องความคิด โดยนายกฯ ได้พูดก่อนสลายการชุมนุมว่าอย่าประมาทกับชีวิต คนเราสามารถตายได้ทุกเวลา และอย่าท้าทายกับพญามัจจุราช ซึ่งวันที่ 16 ต.ค.ก็สั่งสลายการชุมนุม ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้หากมีการจาบจ้วงก็ควรดำเนินคดีเป็นรายบุคคลตามหลักฐาน อีกทั้งสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือหาผู้รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งอันดับแรกนายกฯ ควรต้องลาออกเพราะเป็นผู้ดูแล พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องไปลงโทษทุกคนเพราะเป็นการถวายพระเกียรติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องที่พูดถึงพญามัจจุราชนั้น เพราะช่วงนั้นไปงานศพคุณพ่อทุกวัน &amp;nbsp;จึงยกมาเตือนตัวเองไม่ได้ไปขู่ใครเลย ส่วนเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นทุกท่านทราบดีอยู่แล้วกับเหตุการณ์ในช่วงค่ำของวันที่ 14 ต.ค. และได้ประกาศไปเมื่อวันที่ 15 ต.ค. เนื่องจากสถานการณ์นั้นมีแนวโน้มว่าอาจลุกลาม ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ออกมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว ออกในสมัยรัฐบาลใครก็ไม่รู้และก็ใช้มาทุกรัฐบาล แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ยกเลิกไปก็เท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นในเวลา 16.56 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า &amp;quot;รู้ว่าทุกอย่างอาจต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของโลกปัจจุบัน แต่เราต้องยอมรับว่าในประเทศไทยของเราคนจำนวนหลายสิบล้านคน ไม่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะวุ่นวาย สับสนอลหม่าน ทุกคนมีความเชื่อของตัวเอง เขาเห็น เขาเชื่อ มาตลอดชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นเราต้องมีความสมดุลระหว่างความต้องการของแต่ละคน และความต้องการของคนอื่นๆ ในสังคมด้วย อย่างสร้างสรรค์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.50 น. นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การกล่าวว่าการใช้กำลังสลายการชุมนุมเป็นไปตามหลักสากล ถามกลับว่าใช้แหล่งไหนอ้างอิง ขอเสนอให้ตั้งคณะ กมธ. หรือใช้ กมธ.สามัญของสภาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพราะตอนนี้ยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบ หรือการแถลงจากกองอำนวยการร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ว่าสารเคมีคืออะไร แก๊สน้ำตาหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกเรื่องจะจบที่การพูดคุย คนรุ่นใหม่ก็คิดแบบคนรุ่นใหม่ นายกฯ ต้องฟัง อย่าคิดว่าคนคิดต่างมีเบื้องหลัง-ไม่มี นายกฯ บอกว่าผิดเรื่องอะไร ทำไมต้องลาออก ท่านต้องไปดูว่าท่านเป็นภาระ เป็นปัญหาของประเทศ ขอเสนอว่าเรื่องรัฐธรรมนูญกำหนดวัน ว. เวลา น.ให้ได้ แล้วไปคุยกันกับลูกหลาน แต่ทั้งนี้อยู่ที่ความจริงใจของผู้ใหญ่มากกว่า ความสวยงามในระบบประชาธิปไตยคือความคิดต่าง เราคนไทยทั้งนั้น นายกฯ ลองไปสงบอารมณ์ พอท่านบอกว่าพอแล้วก็ไปลาออก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.30 น. ขณะที่นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายโจมตีนายกฯ และเรียกร้องให้ลาออกอยู่นั้น นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.ลุกขึ้นประท้วงว่าอภิปรายซ้ำซากวนเวียน ไม่มีสิทธิ์มาบังคับให้นายกฯ ลาออก ทำให้นายชวนที่ทำหน้าที่ประธานวินิจฉัยว่าผู้อภิปรายได้อภิปรายตามกรอบ แม้นายนิโรธจะพยายามท้วงติงอีกครั้ง แต่นายชวนกดตัดเสียงไมโครโฟนและให้นายจิรวัฒน์อภิปรายต่อจนจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร.อภิปรายว่า จากข้อเสนอ 3 ข้อของม็อบเยาวชน เป็นเพียงความต้องการของคนส่วนน้อย ทางออกเป็นไปไม่ได้ จะไม่เกิดขึ้นทั้ง 3 ข้อ นายกฯ ไม่ลาออก ไม่ยุบสภา ไม่มีการปฏิรูปสถาบัน เพราะจุดเริ่มต้นของความแตกแยกไม่ได้เกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ เยาวชนหรือสถาบันใดๆ แต่เกิดจากโซเชียลมีเดีย และผู้อยู่เบื้องหลังความแตกแยกก็ใช้โซเชียลมีเดีย เช่นการสร้างข่าวปลอมว่าจะมีรัฐบาลแห่งชาติ และให้ข่าวใส่ร้ายสถาบัน ประชาชนควรติดตามข่าวสารที่แท้จริง แม้การจัดการโซเชียลทำได้ยากมากเพราะเป็นบริษัทต่างชาติ ดังนั้นต้องใช้วิจารณญาณ แม้แต่เยาวชนบางคนยังบอกว่ามีต่างชาติสนับสนุน อนาคตของประเทศไทยต้องไม่เป็นฐานทัพของประเทศใดไปสู้กับจีน เพราะประเทศเรามีทรัพยากรมาก หากผู้ใดให้ความร่วมมือถือว่าขายชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชุมนุมยังมีความก้าวร้าวและจาบจ้วงอย่างชัดเจน แม้จะเรียกร้องว่าหยุดใช้กฎหมายควบคุมผู้ที่เห็นต่าง แต่เมื่อวันที่ 14 ต.ค.จะเห็นว่าขบวนเสด็จฯ ถูกคุกคามเสรีภาพ ไม่ใช่ขบวนเสด็จฯ เข้าไปหาม็อบ และยังถูกการพูดจาก้าวร้าวหยาบคายใส่ ต่อให้ไม่ใช่ขบวนเสด็จฯ ก็ไม่มีสิทธิ์ปิดถนนหรือตะโกนด่าใคร และไม่มีสิทธิ์เอาคีมเหล็กไปตีตำรวจ เป็นเหตุให้ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อไม่ให้มีการชุมนุมที่มากเกินไป รัฐบาลควรจัดสถานที่ชุมนุมให้เยาวชนชุมนุมอย่างสงบและพูดคุยกับรัฐบาล แม้มีการบอกว่าปฏิรูปไม่ได้แปลว่าล้มล้าง เป็นความเข้าใจของคนส่วนน้อย ทั้งที่ความจริงไม่ต้องมีการปฏิรูปสถาบันและปฏิรูปไม่ได้อยู่แล้ว ขอให้ฝ่ายการเมืองที่ให้การสนับสนุนหยุดใช้เยาวชนที่เป็นผ้าขาวมาเป็นเครื่องมือ เพราะเวลาใกล้จะหมดแล้วและอาจจะจบด้วยการไม่มีแผ่นดินอยู่&amp;quot; น.ส.ปารีณากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 19.00 น. พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายถึงแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งว่า ทำประชามติแต่ไม่ให้รัฐบาลเป็นผู้ตั้งคำถาม โดยให้ประธานรัฐสภาใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งประกอบด้วย ตัวแทนรัฐบาล, ส.ส.รัฐบาล, ส.ส.ฝ่ายค้าน, ส.ว., ตัวแทนนักเรียน นักศึกษา, อดีตประธานศาลฎีกา, อดีตประธานศาลปกครอง, ตัวแทนองค์กรอิสระ ไปร่วมกันตั้งคำถามประชามติอย่างน้อย 3 ข้อในประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้ง เพื่อหาข้อยุติแล้วส่งให้รัฐบาลไปทำประชามติเพื่อให้ประชาชนตัดสิน โดยจะทำประชามติในวันที่ 20 ธ.ค.63 วันเดียวกับการเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วประเทศ เชื่อว่าไม่ช้าหรือเร็วเกินไป จะเป็นการลบคำสบประมาทว่าเวทีรัฐสภาเป็นเวทีปาหี่ หาทางออกไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.27 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นายกฯ ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารสูงสุด ปล่อยให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านเข้าไปในที่ชุมนุมได้อย่างไร รวมทั้งต้องสอบข้อเท็จจริงเรื่องการสลายการชุมนุมว่ามีการใช้มาตรการเกินกว่าเหตุหรือไม่ ศูนย์รวมของปัญหาคือนายกฯ ขอให้เห็นแก่ชาติบ้านเมือง ท่านทำมาเยอะแล้ว แต่วันนี้บ้านเมืองไปไม่ได้ มีคำเดียวที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดคือลาออกจากการเป็นนายกฯ แม้จะมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมเลือกนายกฯ เข้ามาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 แม้วรรคสองจะระบุว่าหากเลือกในบัญชีไม่ได้ เรายินดีสนับสนุนให้เลือกคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ แต่ไม่ได้หมายถึงคนนอกสภา ต้องเป็น ส.ส.ในสภา ถือว่าเป็นทางออกในการแก้ปัญหา ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่อยากให้มองอีกฝ่ายเป็นปัญหา อย่ามองข้อเรียกร้องของเยาวชนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ความจริงใจของนายกฯ ที่จะไม่เติมเชื้อไฟเข้าสู่กองฟืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารักชาติ เทิดทูนสถาบัน เราต้องยกสถาบันขึ้นเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม การปฏิรูปสถาบัน อาจเอาเหลือบ ริ้น ยุงที่แอบอิงเกาะกินสถาบันออกมาให้หมด สถาบันจะมีความสง่างาม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 20.25 น. นายชวนกล่าวว่า วันนี้ได้ใช้เวลาการอภิปรายพอสมควรแล้ว มีสมาชิกอภิปราย 41 &amp;nbsp;คน ขอนัดประชุมใหม่ในวันที่ 27 ต.ค. ขอให้สมาชิกมาให้ตรงเวลา จากนั้นได้ปิดการประชุม. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81884</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, ปารีณา ไกรคุปต์, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, สิระ เจนจาคะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96df458f51d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
