<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสธ.นิด&#039; ชำแหละ &#039;ไมค์ ภาณุพงศ์&#039; เป็นแค่เบี้ยไร้ศักยภาพปลุกระดม ส่อถูกนายทุนเขี่ยทิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63 - พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Vachara Riddhagni กล่าวถึงเหตุการณ์แม่ค้าระยองด่าแหลกนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ แกนนำคณะราษฎร ชูป้ายประท้วงนายกฯขณะลงพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ว่า สิ่งบอกเหตุสำคัญเชิงวิเคราะห์กรณี &amp;ldquo;ไมค์ ระยำ&amp;rdquo; ทำนองฉายเดี่ยว &amp;ldquo;ประท้วงและกล่าวร้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไปตรวจสอบสถานะที่ระยองเมื่อวานนี้เมื่อวานนี้สรุปว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;quot;กระบวนการอนาธิปไตยนายทุนล้มสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot;&amp;nbsp;กำลังจัดรูปขบวนใหม่สำหรับ &amp;quot;ทุน&amp;quot;&amp;nbsp;ปีหน้า และไม่สามารถระดมพลได้ทันที่จะไปป่วนนายกรัฐมนตรีที่ระยองได้เพราะไม่มี &amp;quot;ทุน&amp;quot;&amp;nbsp;ปีนี้ &amp;quot;ทุน&amp;quot;&amp;nbsp;หมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;quot;ไมค์ ระยำ&amp;quot;&amp;nbsp;ไม่มีศักยภาพในการปลุกระดม นอกจากเป็นเพียงเบี้ยและจะออกฤทธิ์ได้บนเวทีสร้างอารมณ์เร้าปลุกระดมยุยงเท่านั้น จึงสรุปได้ว่า &amp;quot;กระบวนการอนาธิปไตยนายทุนล้มสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot;&amp;nbsp;กำลังแสวงหา &amp;quot;แกนนำรุ่นใหม่&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การชุมนุมในกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ในแต่ละครั้งนั้นมีการเตรียมการวางแผนเป็นอย่างดีแต่ในต่างจังหวัดยังไม่ใช่เป้าหมายหลักเพราะต้องการให้สามารถควบคุม &amp;ldquo;การปกครองท้องถิ่นเสียก่อน แม้เพียง 30-40%ก็พอแต่การเลือกตั้ง อบจ.ที่ผ่านมานั้น &amp;ldquo;กลุ่มก้าวหน้า&amp;rdquo; คว้าน้ำเหลว จึงไม่สามารถดำเนินกลยุทธ์ &amp;ldquo;ท้องถิ่นประสานเมือง&amp;rdquo; ได้ตามแผนยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. นายทุนหนุนนั้นอาจจะสลับเป้าหมายโดยเอา &amp;ldquo;การโค่นระบอบประยุทธ์และรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo; เป็นเป้าหมายหลักในการชุมนุมปีหน้า ส่วนการมุ่งเน้นโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันดับรองและต้องรอดู &amp;ldquo;ความผิดพลาดและดีกรีความเสียหายที่รัฐภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ละเลย โดยเฉพาะกรณี &amp;ldquo;การทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายจนนำสู่การแพร่ระบาด &amp;ldquo;โควิด 19&amp;rdquo; รอบสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การที่มีชาวระยองออกมา &amp;ldquo;ไล่ด่า ไมค์ ระยำ&amp;rdquo; นั้นแสดงว่า คนในพื้นที่ไม่เอา &amp;ldquo;พวกอนาธิปไตยนายทุนล้มสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;rdquo; แม้ว่าจะมีเพียง &amp;ldquo;ตัวแทน&amp;rdquo; แต่ก็สอดคล้องกับผลการเลือกตั้ง อบจ.ที่ระยองและเป็น &amp;ldquo;แนวร่วมต่อต้านพวกธนาธรนิยม&amp;rdquo; ได้ดีในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88423</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี, ภาณุพงศ์ จาดนอก, เสธ.นิด, ไมค์ ภาณุพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec77977b361.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กปปส.&#039;ขึ้นศาลสู้คดีกบฏ ลั่นต่อต้านรัฐบาลทรราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; นำแกนนำ กปปส. 25 คนขึ้นศาล ปฏิเสธทุกข้อหา ยันใช้สิทธิ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ต่อต้านรัฐบาลทรราช พร้อมขอให้ส่งศาล รธน.วินิจฉัย ศาลรวม 3 สำนวนเป็นคดีเดียว สืบพยานนัดแรก 14 พ.ค. &amp;quot;พุทธะอิสระ&amp;quot; โอดคนล้นคุก นอนเบียด 30-50 คนต่อห้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เวลา 09.00 น. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏและข้อหาอื่น พร้อมกันรวม 3 สำนวน ประกอบด้วย คดีหมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อายุ 69 ปี ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และอดีตเลขาธิการ กปปส. กับแกนนำ กปปส.เวทีจุดต่างๆ รวม 9 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีหมายเลขดำ อ.832/2561 ที่ยื่นฟ้องนางอัญชะลี ไพรีรัก อายุ 52 ปี อดีตพิธีกรเวทีชุมนุม กปปส., อดีตพระพุทธะอิสระ อายุ 58 ปี เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ กับแนวร่วม กปปส. รวม 14 คน และคดีหมายเลขดำ อ.1185/2561 ที่ยื่นฟ้อง ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ อายุ 60 ปี ผู้ประสานงานกองทัพธรรม และนายมั่นแม่น กะการดี อายุ 38 ปี แนวร่วมกองทัพธรรม โดยทั้ง 3 สำนวนได้ยื่นฟ้องเมื่อต้นปี 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการฟ้องจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกบฏ, สนับสนุนกบฏ, ร่วมกันก่อการร้าย (ฟ้องเฉพาะนายสุเทพ กับนายชุมพล จุลใส 48 ปี แกนนำ กปปส.เวทีแยกราชประสงค์), ขัดขวางการเลือกตั้งฯ และข้อหาอื่นรวม 8-9 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 116, 117, 135/1, 209 , 210, 215, 216, 362, 364, 365, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 76, 152 ประกอบมาตรา 83, 86, 91 จากการร่วมชุมนุมกันของ กปปส. ที่มีนายสุเทพเป็นผู้นำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย.2556-1 พ.ค. 2557 ซึ่งมีการพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งท้ายคำฟ้องอัยการโจทก์ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของจำเลยด้วยมีกำหนด 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ อัยการโจทก์, นายสุเทพ พร้อมแกนนำและแนวร่วม กปปส.ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลย ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ ส่วนอดีตพระพุทธะอิสระ ซึ่งถูกคุมขังระหว่างการฝากขังในคดีปลอมพระปรมาภิไธย และคดีทำร้ายเจ้าหน้าที่ ถูกเบิกตัวจากเรือนจำมาศาล โดยสวมชุดเรือนจำนั่งรถเข็นเข้ามาในห้องพิจารณาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อแกนนำและแนวร่วม กปปส.ลุกขึ้นยืนทักทายให้ความเคารพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอ่านคำฟ้องของอัยการให้จำเลยทั้งหมดฟัง สรุปได้ว่า จำเลยกับพวกได้ปราศรัยชักชวนกันขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้ จัดหาชายฉกรรจ์เป็นกองกำลังไล่ล่าจับตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรี ชักชวนหน่วยงานราชการและเอกชนหยุดงาน ไม่จ่ายภาษี มีการชุมนุมปิดถนน ปิดกรุงเทพฯ ตัดน้ำตัดไฟหน่วยงานราชการ บุกรุกสถานที่ราชการ มุ่งหมายให้รัฐบาลหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีกองกำลังใช้อาวุธ ก่อการร้ายโดยเข้าควบคุมระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทีโอที เมื่อมีการประกาศการเลือกตั้ง พวกจำเลยได้ดำเนินการไม่ให้มีการสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเข้าใช้สิทธิโดยปิดกั้นหน่วยเลือกตั้ง ปราศรัยว่า กปปส.จะใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์แต่งตั้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรีขึ้นเอง เป็นการเปลี่ยนแปลงล้มล้างรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังอ่านคำฟ้องแล้ว จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยนายสุเทพ จำเลยที่ 1 แถลงต่อศาลประกอบการปฏิเสธระบุว่า การชุมนุมเป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ รัฐบาลในขณะนั้นเป็นปฏิปักษ์กับรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจฉ้อฉลปล้นประเทศ พวกตนจึงใช้สิทธิพลเมืองในการต่อต้านรัฐบาลที่เป็นทรราช หากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายไม่สิ้นสุด และขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จำเลยรายอื่นๆ เช่น นายแก้วสรร อติโพธิ, นายสาธิต เซกัล, นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ, ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ และ พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี ได้ขึ้นแถลงต่อศาลทำนองสนับสนุนยืนยันว่าการที่จำเลยชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ได้รับความคุ้มครอง ไม่ได้ขวางการเลือกตั้ง ขอให้ศาลอาญาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นการชุมนุมด้วย ทั้งยังตั้งคำถามต่อการนิยามข้อหากบฏของอัยการว่าต้องมีพฤติการณ์อย่างไร และต้องการให้อธิบายพฤติการณ์ของจำเลยให้ชัดรายคน ไม่ควรเหมารวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุเทพยังได้ถามอัยการเพื่อให้ยืนยันต่อศาลว่า ผู้ต้องหาคดีกบฏ กปปส.ที่เหลืออีก 28 คน จะสามารถฟ้องได้หมดเมื่อไหร่ โดยพนักงานอัยการได้ชี้แจงว่า จากที่คุยกับทนายความจำเลย มีบางรายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาขอเงินประกันตัวจากกองทุนยุติธรรมที่รออนุมัติอยู่ และผู้บังคับบัญชาอนุญาตให้เลื่อน จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะฟ้องได้หมดเมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตพระพุทธะอิสระได้แถลงต่อศาลด้วยทำนองว่า ประเทศไทยเอาคนไปติดคุกเยอะแยะได้อะไร ทุกวันนี้คนล้นคุก เป็นภาระรัฐบาลเลี้ยงดู อย่างห้องควบคุมที่ตนอยู่ไม่ได้กว้าง บางวันก็นอน 30-50 คนสาธารณูปโภคไม่ได้ดีนัก เราไม่ได้เป็นคนทำร้ายชาติ แต่พอคนโกงหมื่นล้าน ศาลลงโทษติดคุก 1-2 ปี อัยการก็ไม่ตามอุทธรณ์ อย่างคดีเล็กน้อยบางครั้ง คนไม่มีเงินประกันไม่มีเงินสู้คดีก็สารภาพเพื่อจะได้ลดโทษ พอออกจากคุกไปก็ไม่ได้โอกาส พุทธะอิสระไม่ได้กลัวติดคุกเพราะติดแล้ว แต่สงสารคนที่ยังไม่ได้ติดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม อัยการโจทก์ขอเลื่อนนัดตรวจหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากคณะทำงานเพิ่งเข้ารับหน้าที่ใหม่ และรอการรวมพิจารณาคดี จำเลยยื่นคัดค้าน ศาลพิจารณาแล้วเคยอนุญาตให้มีการเลื่อนนัดตรวจหลักฐานแล้วครั้งหนึ่ง คดีเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ไม่ใช่การตรวจพยานเอกสารอย่างเดียวต้องสืบพยานบุคคลด้วย จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีอีก ส่วนที่อัยการโจทก์ขอรวมสำนวนคดีทั้งสามเข้าเป็นคดีเดียวกัน เพราะใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน แต่จำเลยยื่นคัดค้าน โดยมีเหตุผล เช่น ขอแยกพิจารณาสำนวน 9 คนแรกก่อนเพื่อพิสูจน์ว่ากระทำผิดหรือไม่ เป็นต้น ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานเป็นชุดเดียวกัน จึงให้รวมคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำเลยในคดีหมายเลขดำ อ.247/2561 เป็นจำเลยที่ 1-9, คดีหมายเลขดำ อ.832/2561 เป็นจำเลยที่ 10-23 และคดีหมายเลขดำ อ.1185/2561 เป็นจำเลยที่ 24-25 เข้าด้วยกัน จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ อัยการโจทก์แถลงขอนำพยานบุคคลเข้าสืบ 891 ปาก จำเลยขอนำพยานบุคคลเข้าสืบ 100 ปาก ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้อัยการโจทก์นำพยานเข้าสืบจำนวน 80 ปาก ใช้เวลา 30 นัด และพยานจำเลยจำนวน 100 ปาก ใช้เวลา 30 นัด คู่ความตกลงแล้ว ให้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 14 พ.ค.2562 เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ พร้อมแถลงต่อศาลว่า ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่อัยการสั่งฟ้อง แต่จำเลยกระทำการดังกล่าวเพื่อพิทักษ์ปกป้องรัฐธรรมนูญในขณะนั้น เนื่องจากรัฐบาลมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลอาญาส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นที่ว่า ในขณะที่เราถูกฟ้องว่ากระทำผิดเป็นช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้แล้วว่า ประชาชนต่อสู้โดยสงบและสันติ ตามกรอบของรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องพิสูจน์ว่ามวลมหาประชาชนมีสิทธิลุกขึ้นต่อสู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เพราะระบอบทักษิณเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจโดยมิชอบ ทุจริต ไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่ใช่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทำให้เสียหายต่อชาติบ้านเมือง จึงเป็นสิทธิพลเมืองพิทักษ์รัฐธรรมนูญ การต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมวันนี้พิสูจน์ว่าประชาชนมีสิทธิลุกขึ้นต่อสู้ต้านทรราช ไม่ว่าจะยาวนานแค่ไหนต้องอดทน ผมขอบคุณทุกกำลังใจ&amp;quot; อดีตเลขาธิการ กปปส.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้นั้น นายสุเทพกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายอื่น ไม่ใช่หน้าที่ตน พวกตนสู้ต่อต้านระบอบทักษิณมาแล้ว ไม่มีเจตนาจองล้างจองผลาญ หากอนาคตมีใครมาทำอย่างระบอบทักษิณ เราจะต่อต้านอีก ไม่ยอมให้ทรราชมาทำความเสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12108</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี, พุทธะอิสระ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์, สาธิต เซกัล, สุวิทย์ ทองประเสริฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30fa8e08fc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
