<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงจรเครือข่าย&#039;สนช.-ส.ว.&#039; เลือกพวกพ้อง-กินรวบองค์กรอิสระ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำไม นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ผ่านการคัดเลือกของกรรมการสรรหา ป.ป.ช. ให้เป็นกรรมการ ป.ป.ช.ได้ และวุฒิสภาก็ลงมติเห็นชอบเมื่อ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก และ น.ส.จินตนันท์ ริญาต์ร ศุภมิตร กลับถูกกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตีตกในการประชุมเมื่อ 29 พฤษภาคม เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ไม่มีสิทธิสมัคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่ 3 คนนี้ต่างก็เคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาเหมือนกัน พ้นตำแหน่งมาพร้อมๆ กันเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิลึกพิลั่นแท้ๆ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) บัญญัติลักษณะต้องห้ามของการเป็นผู้สมัครเอาไว้เหมือนกันทุกตัวอักษร นั่นคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรรมการต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ &amp;ldquo;เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารสภาท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นปัญหาที่เกิดการขัดแย้ง คือการตีความตัวอักษรฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ กรรมการสรรหา ป.ป.ช.และวุฒิสภา เห็นว่า &amp;nbsp;สนช.ก็คือ สนช. เป็นองค์กรพิเศษ ยังไงก็ไม่เป็น ส.ส. ไม่เป็นส.ว. ไม่เป็นข้าราชการการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ กรรมการสรรหา กสม. เห็นว่าเมื่อ สนช.ทำหน้าที่ ส.ส. ส.ว. ก็ย่อมถือได้ว่าเคยเป็น ส.ส. ส.ว.มาก่อน &amp;nbsp;และเป็นข้าราชการการเมือง เพราะปฏิบัติหน้าที่ในส่วนสภานิติบัญญัติ เมื่อพ้นมาไม่ถึงสิบปี จึงเข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายหลังยังยกข้ออ้างไปถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว 2557 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มาตรา 6 ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา&amp;rdquo; เมื่อประกาศใช้ รธน. 2560 บทเฉพาะกาลก็เขียนในลักษณะเดียวกันไว้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มาตรา 263 ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐ สภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาตามลำดับ...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะการตีความและการดำเนินการที่หกคะเมนตีลังกา ไปคนละทางสองทางแบบ 2 มาตรฐาน เพียงแค่ไปยึดติดกับชื่อ ข้อความ ตัวอักษรแบบเถรตรงว่า สนช. ก็คือ สนช. สนช.ไม่เป็น ส.ส. ไม่เป็น ส.ว. ไม่เป็นข้าราชการการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่ สนช.ทำหน้าที่ ส.ส. ส.ว.ทุกอย่าง มีสิทธิประโยชน์เหมือนกันทุกอย่าง แถมยังใช้อำนาจเพิ่มเติมเข้ามาด้วยการ ถอดถอนนักการเมืองและข้าราชการให้พ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิเลือกตั้งถึง 9 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่าสุดท้ายแล้วนายสุชาติจะได้เป็น ป.ป.ช. แต่ พล.อ.นิพัทธ์ และ น.ส.จินตนันท์ ถูกตัดชื่อไม่ให้มีสิทธิสมัคร กสม. ไม่ต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้ากรรมการสรรหาในวันที่ 26 หรือ 29 มิถุนายนนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ความคลุมเครือและความอลเวงในการตีความกฎหมายแบบลักลั่นนี้ จะเป็นชนวนซ้ำเติมวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เริ่มคุกรุ่นตั้งเค้าให้เห็นบ้างแล้วในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะตีความกันอีท่าไหน แต่ข้อเท็จจริงที่มิอาจแปลความเป็นอย่างอื่นได้ ก็คือ คสช.-สนช.-ครม. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่งตั้งกรรมการร่าง รธน.-ส.ว. คือพวกพ้องบริวารเดียวกัน อยู่และใช้อำนาจการเมืองและสืบต่ออำนาจ คสช.มาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่เรียงวงจรอำนาจที่แสดงถึงเครือข่ายพวกพ้องเดียวกันดูสักนิด เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. ยึดอำนาจเป็นหัวหน้ารัฐประหาร คสช. ก็แต่งตั้งสมาชิก คสช. จากนั้นก็ประกาศใช้&amp;nbsp; รธน.ชั่วคราว 2557 นำมาซึ่งการแต่งตั้ง สนช. จากนั้น สนช.ก็ประชุมกันเพื่อเลือกหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ ภายหลังประกาศใช้ รธน. 2560 สนช.ก็ร่วมกันออก พรป.และกฎหมายอื่นๆ อีกมากมาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมามีการเลือกตั้ง ส.ส. 24 มีนาคม 2562 คสช.โดย พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตั้ง สนช. 90 คน ไปเป็น ส.ว. รวมทั้งสมาชิก คสช. และ ครม.ก็ได้รับการแต่งตั้งมาเป็น ส.ว. จากนั้น สนช.ที่แปรรูปมาเป็น ส.ว. ก็โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ&amp;nbsp; คอยคุ้มครองปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ เรื่อยมา นับเวลาได้ 6 ปีเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นวงจรอุบาทว์แห่งการผนึกกำลังเครือข่ายกลุ่มก๊วนการเมืองเพื่อนช่วยเพื่อน คอยเกาหลังให้กันเวลาเกิดอาการคัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนกลับไปในช่วง สนช.ใช้อำนาจทางนิติบัญญัติ ทำหน้าที่ ส.ส. ส.ว. ออกกฎหมายมากมายก่ายกองมาบังคับใช้ รวมถึง พ.ร.บ.ประกอบ รธน.เกี่ยวกับองค์กรอิสระ 5 องค์กร 5 ฉบับ ได้แก่ ป.ป.ช. กสม. กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน รวมทั้งศาล รธน. บัญญัติลักษณะต้องห้ามการเป็นผู้สมัครและการเป็นกรรมการไว้เหมือนกันเป๊ะ เรื่อง ห้ามเป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมืองจนกว่าจะพ้นสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่านั้นไม่พอ ยังบัญญัติเหมือนกันอีกว่า &amp;ldquo;เป็นหรือเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมืองในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการคัดเลือกหรือสรรหา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า ใครเดินเฉียดเข้าไปที่พรรคการเมือง คนนั้นๆ คือบุคคลอันตราย แค่เป็นสมาชิกก็ไม่ได้ ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย คนคนนั้นจะสมัครเป็นกรรมการองค์กรอิสระ หรือศาล รธน.ไม่ได้เด็ดขาด หากพ้นมาไม่ถึงสิบปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าหากยุ่งเกี่ยวพัวพัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับ สนช.&amp;nbsp; คสช. ครม.ยุค คสช. กรรมการร่าง รธน. สปช. สปท. ฯลฯ แบบกินรวบเพื่อสานต่อการสืบทอดอำนาจกลับมีสิทธิ มีอำนาจล้นปรี่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตีความแบบนี้ จะไหวหรือ?. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68266</URL_LINK>
                <HASHTAG>จินตนันท์ ริญาต์ร ศุภมิตร, พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf93c4474f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระบบ&#039;เพื่อนช่วยเพื่อน&#039;? ตั้งสนช.เป็นป.ป.ช.ส่อขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ส.ว.มีไว้ทำไม&amp;rdquo; ถูกนำมาพูดถึงอีกหลายครั้ง หลังถูก ส.ส.ฝ่ายค้าน และสังคมภายนอกออก ออกมาตั้งคำถามหลังทำงานมาเป็นเวลา 1 ปี พร้อมดูแคลนว่ามีหน้าที่ลงมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เท่านั้น ท่ามกลางข้อกล่าวหาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สืบทอดอำนาจถูกต้องตามกฎหมายได้สำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดการใช้อำนาจของ วุฒิสภา ร้อนฉ่าขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมท้าทายหลักกฎหมายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ หลังได้ลงมติเห็นชอบให้ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp; ในการประชุมลับเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะขัดรัฐธรรมนูญ 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปี 2561 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจาก นายสุชาติ (ขณะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์) เคยได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 และพ้นจากตำแหน่ง สนช.เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 นับถึงปัจจุบันพ้นตำแหน่งมาเพียง 1 ปี เท่ากับพ้นตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี อันเป็นการขัดต่อลักษณะต้องห้ามที่กฎหมายบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 11 (18) บัญญัติว่ากรรมการ ป.ป.ช.ต้องไม่มีลักษณะต้อง ห้ามดังนี้ &amp;ldquo;เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประกอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยมีความเห็นว่า สนช.ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp; ตามมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จึงมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่สำคัญ รธน.2560 มาตรา 263 บัญญัติว่า &amp;ldquo;ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตาม รธน.นี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตาม รธน.แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน.นี้ ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ตามลำดับ ตามบทบัญญัติแห่ง รธน.นี้ และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตาม รธน.นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนึ่ง ในการประชุมลับของวุฒิสภาได้ลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลไปดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. 2 คน ได้แก่ นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อดีตผู้ตรวจอัยการและอัยการอาวุโส ได้ 224 คะแนน และ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข&amp;nbsp; อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ ได้ 219 คะแนน แต่กรณีนายณัฐจักรไม่ขัดต่อลักษณะต้องห้าม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดปัญหาตามมาจนเกิดเป็น &amp;ldquo;วิกฤติวุฒิสภา&amp;rdquo; ประธานวุฒิสภาควรระงับหรือชะลอการทูลเกล้าฯ รายชื่อนายสุชาติไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อยุติที่สังคมยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านแหล่งข่าวจากรัฐสภากล่าวว่า หลังจากวุฒิสภาลงมติเห็นชอบนายสุชาติและนายณัฐจักรเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ผ่านไป 3 วัน ในวันที่ 29 พฤษภาคม กรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ได้ประชุมและพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครเป็น กสม. 36 คน ปรากฏว่าได้ลงมติด้วยเสียงส่วนใหญ่ให้ตัดออกไป 2 คน ได้แก่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก หรือ &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และ น.ส.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม เพราะเคยเป็น สนช.จากการแต่งตั้งของ คสช. และพ้นจากตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในรายของ พล.อ.นิพัทธ์ นั้น คณะกรรมการสรรหาเคยเพิกถอนสิทธิการเป็นผู้สมัคร กสม.มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อกลางปีที่แล้ว ด้วยมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว แต่ก็ยังมาสมัครอีก อาจเห็นว่านายสุชาติซึ่งเคยเป็น สนช.มาด้วยกัน ยังผ่านการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช.มาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหล่งข่าวกล่าวว่า กรรมการสรรหา กสม.ได้อภิปรายแสดงความเห็นยืนยันต้องตัดชื่อ พล.อ.นิพัทธ์ และ น.ส.จินตนันท์ออกไป เพราะมีลักษณะต้องห้าม ขัดต่อ รธน.และกฎหมายประกอบ รธน.ว่าด้วย กสม. ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 10 (18) ด้วยถ้อยคำเดียวกันกับกฎหมายประกอบ รธน.ว่าด้วยป.ป.ช. แม้ว่าวุฒิสภาเพิ่งลงมติเห็นชอบเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาให้นายสุชาติเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ถือว่ากรณีนี้เป็นเรื่องหลักการ ความเป็นอิสระ ไม่ฝักใฝ่การเมืองเป็นคุณสมบัติสำคัญ การเป็น สนช.ปฏิเสธไม่ได้ว่า คสช.แต่งตั้ง และปัจจุบันคนใน คสช.และ สนช.มาดำรงตำแหน่งเป็นคณะรัฐมนตรี เป็น ส.ว.&amp;nbsp; หากคนเหล่านี้มาเป็นกรรมการองค์กรอิสระอาจปกป้องช่วยเหลือกันเอง การยืมนาฬิกาเพื่อนราคาแพงลิบลิ่วเกือบ 30 เรือนมาใส่ตั้งนานยังไม่มีความผิด เป็นกรณีตัวอย่างที่สังคมเห็นๆ กันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทบัญญัติของ รธน.ก็ชัดแจ้งอยู่แล้วว่า สนช.เปรียบได้กับ ส.ส. ส.ว. ทำหน้าที่ในนาม ส.ส. ส.ว.ในกฎหมายประกอบ รธน. ก็ห้าม สนช.ไปเป็นกรรมการ ป.ป.ช. กสม. แต่ทำไมวุฒิสภาจึงลงมติเลือกอดีต สนช.ไปเป็นกรรมการ ป.ป.ช. และหาก สนช. 2 คนที่ลงสมัครเป็น กสม.ผ่านคณะกรรมการสรรหาไปได้ รับรองได้เลยว่า ส.ว.ต้องลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น เพราะ ส.ว.ส่วนใหญ่เป็นทหารและเคยเป็น สนช.มาแล้ว เรียกว่าพวกกันทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นเอ็นจีโอ หรือเป็นสื่อมวลชน วุฒิสภาชุดนี้จะลงมติคว่ำสถานเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 60 (กรธ.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 263 ให้อำนาจ สนช.ทำหน้าที่เป็น ส.ส.และ ส.ว. ทั้งนี้หากตีความ สนช.เป็น ส.ส.และ ส.ว.ด้วย ก็จะเข้าลักษณะต้องห้ามตาม รธน. มาตรา 216 ประกอบ 202 (4) เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. หรือข้าราชการการเมืองในระยะเวลา 10 ปี ไม่สามารถเป็นองค์กรอิสระได้ แต่หากตีความมาตรา 263 ว่า สนช.ทำหน้าที่แทน ส.ส.และ ส.ว.เฉยๆ ไม่ถือว่าเป็น ส.ส.และ ส.ว.นั้น ก็ไม่เข้าลักษณะต้องห้าม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในความเห็นของตัวเองคิดว่า สนช.ทำหน้าที่เหมือน&amp;nbsp; ส.ส.และ ส.ว. มีสวัสดิการเงินเดือนเทียบเท่าทุกอย่าง และอีกด้านหนึ่งก็เป็นข้าราชการการเมืองอีกด้วย จึงถือว่าผู้ที่เคยเป็น สนช.ยังไม่พ้นระยะเวลา 10 ปี ไม่สามารถเป็นกรรมการในองค์กรอิสระได้ เพราะหากไม่เข้าช่อง ส.ส.หรือ ส.ว. ก็ไม่พ้นข้าราชการการเมืองอยู่ดี และสุดท้ายหากสังคมยังไม่คลายความสงสัยอาจต้องมีการยื่นตีความโดยศาลรัฐธรรมนูญต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ถือว่าเป็นเรื่องน่าคิด เพราะรัฐธรรมนูญ 60 เปิดโอกาสให้คนเป็น สนช.สามารถเป็นวุฒิสภาได้ และสุดท้ายก็มี สนช.ได้เป็นวุฒิสภาจำนวนมาก และต่อมามี อดีต สนช.มาลงสมัครองค์กรอิสระ และสุดท้ายมีมติได้รับเลือก ก็แสมือนกับเพื่อนช่วยเพื่อน ถือว่าขัดกันแห่งผลประโยชน์ แม้สุดท้ายอาจไม่ผิดรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องน่าวิเคราะห์ต่อไปว่าเหมาะสมหรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp; อดีตที่ปรึกษา กรธ.ให้ความเห็นปิดท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67683</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed65b415c974.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลงนามไว้อาลัยวีรชัย3วัน ทูตมะกันชี้มิตรของสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตไทยในสหรัฐเปิดลงนามไว้อาลัยทูตวีรชัย 19-21 มี.ค. ระบุเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ ขณะที่อุปทูตมะกันเผยสร้างความสัมพันธ์แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ ขณะที่ประวิตรยกข้าราชการคนสำคัญแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน แถลงการณ์ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เรื่อง นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ถึงแก่กรรม ความว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ขอแจ้งด้วยความอาลัยอย่างยิ่งว่า นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562 ที่โรงพยาบาล The Johns Hopkins Hospital เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา 32 ปี ที่รับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตวีรชัยได้อุทิศตนอย่างเต็มที่เพื่อประเทศชาติ มีผลงานเป็นที่โดดเด่น ได้รับความเคารพชื่นชมจากประชาชนไทยและเพื่อนร่วมงานจากทั่วโลก ในฐานะนักการทูตและผู้มีความรู้ด้านกฎหมายระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกอัครราชทูตวีรชัยเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 โดยก่อนหน้านี้ ได้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ระหว่างปี 2558-2561 โดยระหว่างนั้น ได้ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม 77 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ใหญ่ที่สุดในสหประชาชาติ นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ ระหว่างปี 2552-2558 และได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศอีกหลายตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวของเอกอัครราชทูตวีรชัยและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งสำหรับความอาลัยและกำลังใจจากมิตรและเพื่อนร่วมงานทุกคน สมาชิกของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ทุกคนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับการสูญเสียครั้งใหญ่นี้ เอกอัครราชทูตวีรชัยจะอยู่ในใจและความทรงจำของพวกเราทุกคนตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ จะเปิดให้ลงนามแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเอกอัครราชทูตวีรชัย ณ อาคารที่ทำการของสถานเอกอัครราชทูตฯ (1024 Wisconsin Avenue NW, Washington, DC) ระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2562 เวลา 10.00-15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ปีเตอร์ เฮย์มอนด์ ระบุว่า เอกอัครราชทูตวีรชัยได้สร้างผลงานมากมายเพื่อความมั่นคงและเฟื่องฟูของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ตลอดระยะเวลาการทำงานอย่างดีเลิศของท่าน เป็นมิตรของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ได้มีโอกาสร่วมกันทำงานในทีมสู้คดีปราสาทพระวิหาร โดยเมื่อศาลโลกมีคำตัดสินพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. ทูตวีรชัยยังใช้เวลาการทำงานอีกหลายเดือนถอดคำตัดสินมาใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติบริเวณชายแดน ซึ่งตลอดระยะเวลาการทำงานของทูตวีรชัย ได้ทุ่มเทการทำงานเพื่อประเทศ ไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง เป็นที่จดจำของคนไทยและนานาประเทศที่ควรยกย่องเป็นแบบอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กล่าวแสดงความอาลัยว่า ถือเป็นการสูญเสียข้าราชการคนสำคัญของแผ่นดิน ที่ควรค่าแก่การยกย่อง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31586</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก, วีรชัย พลาศรัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190317/image_big_5c8e6020e9dbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
