<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2019 00:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิญาณตนกระหึ่ม!ทัพบก ไล่เสรีพิศุทธ์อ่านสมบัติผู้ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; นำ ผบ.คุมกำลังรบปฏิญาณตน กระหึ่ม กองทัพบกขอรักษาสถาบันกษัตริย์ ป้องเกียรติ ศักดิ์ศรีทหาร ลั่นหนุนรัฐบาลที่ยึดระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มอบรางวัลเชิดชูเกียรติทหารถูก &amp;ldquo;เสรีพิศุทธ์&amp;rdquo; ตะเพิด ด้านรองโฆษกกองทัพบกแนะอ่านหนังสือสมบัติผู้ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ครั้งที่ 2/2562 วาระพิเศษ มีผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ระดับผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการกองพลทหารบก พร้อมนายทหารระดับสูงทั่วประเทศกว่า 796 นาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการรวมตัวกันบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติขจร ในท่าคุกเข่า โดย พล.อ.อภิรัชต์ได้นำกล่าวปฏิญาณตนว่า &amp;ldquo;ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต&amp;rdquo; จำนวน 3 ครั้ง จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ได้ให้กำลังพลกล่าวคำปฏิญาณตนตามเองด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้าพเจ้าจะรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร ข้าพเจ้าในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะสนับสนุนรัฐบาลที่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความจงรักภักดี และมีธรรมาภิบาล ข้าพเจ้าจะดูแลช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส และจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวด้วยความเมตตาและเป็นธรรม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้ถวายบังคม 3 ครั้ง ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นขต.วาระพิเศษ พล.อ.อภิรัชต์ได้มอบประกาศนียบัตรให้ พ.ท.ปกิจ ผลฟัก รองหัวหน้ากองยุทธการมณฑลทหารบกที่ 12 ในฐานะ ผบ.ร้อย.รส.กกล.รส. จ.ปราจีนบุรี พร้อมกล่าวชื่นชมว่า มีความอดทนอดกลั้น สามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดีจากการถูกยั่วยุที่ถูกหมิ่นประมาทขณะปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวว่า ได้พูดไว้หลายครั้งแล้วก่อนจะมีการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าทหารจะยืนอยู่ตรงไหน เราทำหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาให้ดูแลความสงบเรียบร้อย ตนได้พูดล่วงหน้าก่อนหน้านี้ไว้หลายๆ ครั้ง ในงานรักษาความสงบเพียงงานเดียวเท่านั้นที่ทหารเข้าไปมีส่วนร่วมและทหารเข้าไปอยู่กับประชาชน โอกาสที่ทหารจะสัมผัสกับประชาชนด้วยหน้าที่แล้วน้อยมาก ทหารจะสัมผัสกับประชาชนก็ต่อเมื่อประชาชนเดือดร้อน มีภัยพิบัติ บ้านเมืองมีศึกสงคราม นั้นคือหน้าที่หลักของทหาร ในห้วงที่บ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มีการเปลี่ยนแปลง มีการเลือกตั้ง ทหารต้องทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความอดทน อดกลั้น เป็นกลาง ดำเนินทุกอย่างตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะฉะนั้น การปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ท.ปกิจนั้น ถือเป็นตัวอย่างหนึ่ง ก็ขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกท่านชี้แจงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาฟัง เรามีสมบัติผู้ดี เราถูกฝึกอบรมสั่งสอนมา เราเป็นหนึ่งเดียวกัน อยู่ในเบ้าหลอมเดียวกัน จากนี้ไปยิ่งต้องมีความระมัดระวัง ที่สำคัญเราต้องรักษาเกียรติความเป็นทหารอาชีพของเราให้ดี เมื่อใดที่เราแตกกัน ไม่รัก ไม่สามัคคีกัน ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ และคงจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกันให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ให้ประชาชนเห็นว่าเราเป็นทหารอาชีพ เรามีความอดทนอดกลั้น&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้บัญชาการทหารบกนำกำลังพลคุมกำลังรบปฏิญาณตน ก่อนการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก วาระพิเศษ ภายหลังกองทัพถูกหยิบยกมาโจมตีในช่วงระหว่างการหาเสียงของพรรคการเมือง รวมทั้งการหมิ่นเกียรติทหาร โดยการประชุม นขต.ทบ.ครั้งนี้ยังไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการแจกเอกสาร ข้อมูลเรื่องการสร้างความเข้าใจในภาพรวมเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของกองทัพบกให้กับผู้ร่วมประชุม โดยแบ่งเป็น 7 ข้อ ไล่ตั้งแต่ที่มาของการมีกำลังทหาร อำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม และหน้าที่กองทัพบก ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 การใช้กำลัง การเตรียมกำลัง ซึ่งในส่วนนี้ได้ระบุว่า ถึงแม้ในการเตรียมกำลังนั้นมีความจำเป็นต้องใช้กำลังพลจำนวนมาก และเป็นการจัดหน่วยที่มีความสมบูรณ์สูง แต่กองทัพบกยังมีความพยายามในการลดขนาดลง แต่ต้องการพัฒนาความรู้ และเทคโนโลยีเข้ามาแทน หรือใช้คนน้อยลง ในลักษณะคนคุมเครื่องมือและยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย &amp;nbsp;แต่ต้องมีประสิทธิภาพเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของงบประมาณได้ระบุว่า ในปีงบประมาณปี 2545 เป็นต้นมา กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรงบประมาณโดยเฉลี่ยร้อยละ 1.29 ของจีดีพี ซึ่งตามหลักสากลทั่วไป กระทรวงกลาโหมควรต้องได้รับการจัดสรรไม่น้อยกว่า 2 % ของจีดีพี ซึ่งตามหลักสากลทั่วไป กระทรวงกลาโหมควรต้องได้รับการจัดสรรไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของจีดีพี อีกทั้งกระทรวงกลาโหมได้รับงบเพิ่มตามสัดส่วนเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี เช่นเดียวกับกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลเรื่องการรับราชการทหารกองประจำการโดยสมัครใจ (ระบบทหารกองประจำการอาสาสมัคร) ซึ่งกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์กองทัพบก ระยะเวลา 20 ปี พ.ศ.2560-2579 โดยมีทหารกองประจำการอาสาสมัครได้ร้อยละ 100 โดยปี 2561 ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมมีความต้องการทหารกองประจำการสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของชายไทยที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือก ซึ่งมีประมาณ 5 แสนคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสุดท้าย ได้ระบุถึงความจำเป็นที่ประเทศต้องมีทหารว่า ทหารหรือที่เรียกว่ารั้วของชาติ มีบทบาทสำคัญมากมายแก่ชาติไทย ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศชาติ ในการปกป้องเอกราช &amp;nbsp;และทหารยังทำหน้าที่ในการช่วเยหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เช่นเมื่อปี 2554 ที่เกิดอุทกภัยใหญ่ของประเทศ ในอนาคตทหารจำเป็นต้องมีส่วนสนับสนุนส่วนราชการอื่นในการช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น เนื่องจากทหารมีความพร้อมมากกว่า ทั้งในแง่การจัดองค์กร กำลังพล &amp;nbsp;และยุทโธปกรณ์ ทั้งนี้ ทหารทำงานด้วยแรงศรัทธา อุดมการณ์ ไม่ได้จ้างด้วยเงิน เพราะเงินซื้อสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงว่า &amp;nbsp;กิจกรรมนี้ไม่ได้มีนัยทางการเมือง แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาการเผยแพร่ข่าวสารในทางการเมืองมีเรื่องราวหรือข้อมูลที่พักพิงผู้บัญชาการทหารบกอยู่หลายครั้ง บางครั้งก็ถึงขั้นเอ่ยถึงบุพการีผู้ล่วงลับไปแล้วนำมาเกี่ยวข้องด้วย เชื่อว่าเรื่องเหล่านี้คงไม่น่าจะเป็นไปตามหลักมารยาทที่ดีของสังคมไทย ท่านก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรและใช้หลักการอดทนอดกลั้น และไม่ได้ให้ความสำคัญ ส่วนหนึ่งน่าจะเข้าใจว่าเป็นไปตามแนวทางและช่วงเวลาของการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในที่ประชุมให้ได้เห็นความเคลื่อนไหวของบ้านเมือง โดยมีการเชิญอดีตนายทหารระดับสูงของกองทัพบก พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ อดีตโฆษกกระทรวงกลาโหม ให้ความรู้ให้มุมมองทัศนะการทหารกับบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส &amp;nbsp;หัวหน้าพรรครวมไทย ระบุให้ผู้บัญชาการทหารบกกลับไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวว่า ในส่วนของกองบัญชาการกองทัพบก และก็ยังมีหลายเรื่องที่ยังเป็นการเตือนสติสังคม ไม่ใช่เฉพาะเพลงนี้อย่างเดียว ยังมีบทเพลงอื่นๆ รวมถึงหนังสือ เช่นหนังสือสมบัติผู้ดี ก็เป็นหนังสือที่น่าอ่าน ถ้ามีโอกาสให้หลายส่วนได้ลองไปอ่านดู จะทำให้เราจรรโลงสังคมไทยให้มีความเข้าใจและเอื้ออาทรต่อกันอยากให้ฟังทั้งเพลงและอ่านทำหนังสือ มีอะไรดีให้ช่วยกันแนะนำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30784</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.วินธัย สุวารี, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c812a6371d9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
