<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ่!ปฏิรูปตร.จบแน่ &#039;วิษณุ&#039;ลั่นมีชัยชุดสุดท้าย/บิ๊กสร้างจ่อดันโยกย้ายเข้า&#039;ครม.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ปฏิรูปตำรวจชุด &amp;quot;บุญสร้าง&amp;quot; ไม่เสียของ ยันทุกอย่างจบที่คณะ &amp;quot;มีชัย&amp;quot; แน่ แย้ม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เร่งเข็นประเด็นแต่งตั้งโยกย้ายโชว์ก่อน &amp;quot;อดีต ผบ.สส.&amp;quot; ระบุข้อเสนอปรับสีกากีอีก 70% เตรียมชงเข้า ครม. 24 เม.ย.นี้ &amp;quot;วิทยา&amp;quot; โวยล้มเหลวแก้ไม่ตรงจุด &amp;quot;ศาล&amp;quot; เผย &amp;quot;สตช.&amp;quot; แชมป์หน่วยงานโดนฟ้องเยอะสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.&amp;hellip;. ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานเมื่อวันที่ 20 เม.ย. เห็นว่าอาจพิจารณายกร่างใหม่ทั้งฉบับว่า ตนและ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.สส. ในฐานะอดีตประธานกรรมการปฏิรูปตำรวจ ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งหากจะยกร่างใหม่ก็ไม่เป็นไร ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้เร็ว ที่เขาทำมาเราใช้เป็นฐานในการพิจารณาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า การปฏิรูปตำรวจเป็นเสี้ยวหนึ่งของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เราจะนำข้อสังเกตและรายงานของคณะกรรมาธิการ 3 คณะ คือ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ที่มี พล.อ.บุญสร้างเป็นประธาน, &amp;nbsp;คณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม ที่มีนายอัชพร จารุจินดา เป็นประธาน และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน มาประกอบการพิจารณา และนายมีชัยได้สั่งให้นำรายงานการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ทำไว้อย่างละเอียดมาพิจารณาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ต้องยกร่างใหม่ ถือว่าการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุด พล.อ.บุญสร้างเสียเปล่าหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เสียเปล่า เพราะได้รับฟังความคิดเห็นมา ถือว่าได้สิ่งนั้น อีกทั้ง พล.อ.บุญสร้างระบุว่ามีอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้เขียน ถ้ามีเวลาเขาเตรียมจะทำ คราวนี้ เราจะเอาอันนั้นมาใส่ต่อกันกับของคณะกรรมการชุดนี้ ได้ประโยชน์แน่ และการปฏิรูปตำรวจจะจบในคณะกรรมการชุดนี้ ไม่มีการตั้งเพิ่มอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของกรอบการทำงานของคณะทำงานชุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้คำว่าเร่งรัด อย่างน้อยเอาอะไรที่ทำได้เลยออกมาก่อน เช่น ประเด็นการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ถ้าออกมาได้ทีเดียวทั้งหมดก็อยากให้เป็นเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นจะไม่เห็นภาพรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องให้ความเห็นใจชุด พล.อ.บุญสร้าง เพราะต้องทำปฏิรูปทั้งหมด มีการแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรก 30% เป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย พอออกมาก็ตื่นเต้นว่าทำมา 1 ปีได้เท่านี้ แต่ส่วนที่เหลืออีก 70% เขาส่งมาแล้ว หลายอย่างสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยจะนำทั้งหมดมาใช้ในชุดของนายมีชัย&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้ำว่าจะเห็นการปฏิรูปตำรวจเป็นรูปธรรมภายในปีนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อยากใช้คำว่าไม่กี่วันนี้ด้วยซ้ำ และไม่จำเป็นต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาเหมือนกับการปฏิรูปอื่นๆ เพราะไม่ต้องทำแผนปฏิรูป ทำเพียงกฎหมายส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการชุดนายมีชัยจะรื้อการปฏิรูปตำรวจใหม่ว่า ไม่ทราบเขาจะรื้อแค่ไหน เพราะในที่ประชุมก็ไม่ได้มีการพูดตรงๆ แต่ขอให้สิ่งที่ทำนั้นออกมาดีและเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีการพิจารณาร่างกฎหมายทั้งฉบับ ก็เป็นธรรมดาที่ปฏิรูปตำรวจอาจล่าช้าออกไป อาจจะเลื่อนได้บ้าง แต่ขอให้ออกมาดี จะช้าไปบ้างทุกฝ่ายก็คงรอได้ ซึ่งทราบว่าภารกิจที่เหลืออีก 2 ด้าน ซึ่งเป็นงานถึงร้อยละ 70 ที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจได้ดำเนินการมาจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.ในวันที่ 24 เม.ย.นี้&amp;quot; พล.อ.บุญสร้างกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ..... ชุดนายมีชัย กล่าวว่า นายมีชัยมีแนวทางให้เร่งดำเนินการนัดประชุมสัปดาห์ละ 3 วัน และกำหนดว่าภายใน 2 เดือน จะได้ร่างกฎหมายตำรวจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปตำรวจได้ หลังจากร่างกฎหมายลงตัวตกผลึก จะได้นำไปสู่กระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องทำในการปฏิรูปตำรวจต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการชุดใหม่ก็คล้ายนับหนึ่งใหม่ แต่ก็นำร่างกฎหมาย แนวทางในเรื่องต่างๆ ที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเสนอขึ้นมามาดูทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาคณะทำงานชุด พล.อ.บุญสร้างเป็นประธาน ก็ทำออกมาตามกรอบรัฐธรรมนูญแล้ว ชุดใหม่ก็มาพิจารณากันว่าจะเพิ่มตรงไหนให้สมบูรณ์ขึ้น ไม่ถึงกับโละ หลักการอันไหนถ้าดีก็ไปต่อ ต้องเพิ่ม ปรับเปลี่ยนบ้าง หาแนวทางที่ลงตัว ตกผลึกในชุดนี้ ซึ่งไม่มีวิธีไหนดีที่สุด เนื่องจากยังไม่มีผลการปฏิบัติเกิดขึ้น จึงบอกไม่ได้ว่าวิธีไหนถูกต้องที่สุด&amp;quot; พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็นตำรวจในราชการคนเดียวที่อยู่ในกรรมการ ก็จะทำหน้าที่เป็นปากเสียงของตำรวจ สะท้อนเรื่องจริงให้กรรมการได้รับทราบ ถึงปัญหาและการแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ แม้ผลสรุปต้องอยู่ที่เสียงส่วนใหญ่ในกรรมการ แต่หน้าที่ของตนต้องเสนอความจริงให้กรรมการได้รับทราบมากที่สุด เพื่อจะได้นำไปสู่แนวคิดแนวทางที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิรูปตำรวจต้องทำ 3 อย่าง คือ 1.แก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค การทำงาน ออกกฎหมายส่งเสริม สนับสนุนการทำงานทุกมิติ 2.แก้ในเชิงบริหาร บางเรื่อง เช่น เรื่องบุคคล การเพิ่มกำลังพล การสนับสนุนงบประมาณอย่างสอดคล้องกับสถานะประเทศ 3.การปรับภายในองค์กรตำรวจเอง&amp;quot; รอง ผบ.ตร.ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ แสดงความผิดหวังกับคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุดนี้อย่างมาก เนื่องจากได้ยกร่างการปฏิรูปที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้ยกร่างให้สอดคล้องกับการถ่วงดุลกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ รวมทั้งการจัดให้มีการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากสองหน่วยงานที่มีศาสตร์แตกต่างกัน ซึ่งการที่ไม่มีสองประการนี้ เท่ากับข้อเสนอการปฏิรูปขัดกับรัฐธรรมนูญไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในช่วงเดือนครบรอบสถาปนาศาลยุติธรรม 136 ปี ได้เผยแพร่สถิติคดีที่เข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และภาค 1-9 ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่าคดีที่เกี่ยวกับบุคลากรในหน่วยงานที่ถูกฟ้องใน 5 อันดับ อันดับที่ 1 คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 402 คน, อันดับที่ 2 กระทรวงมหาดไทย 368 คน, อันดับที่ 3 องค์การบริหารส่วนตำบล 351 คน, &amp;nbsp;อันดับที่ 4 กระทรวงศึกษาธิการ 348 คน, อันดับที่ 5 องค์การบริหารส่วนเทศบาล 195 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และภาค 1-9 ในปี 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,295 ข้อหา โดยข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณา อันดับที่ 1 ฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยทุจริตหรือโดยมิชอบ ม.157 จำนวน 757 ข้อหา, อันดับที่ 2 ฐานเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ม.147 จำนวน 82 ข้อหา เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7623</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งตั้งโยกย้าย, คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และภาค, นายวิษณุ เครืองาม, ปรับสีกากี, พล.อ.บุญสร้าง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์, แผนปฏิรูป, โวยล้มเหลวแก้ไม่ตรงจุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc994644074.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดอีกไอเดียตั้ง &#039;กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย&#039; จัดระบบการใช้งบฯสถานีตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.61 - นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารสังคม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) &amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ว่า การประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งสุดท้ายในวันที่ 28 มี.ค.นี้ พล.อ.บุญสร้าง จะเป็นผู้แถลงสรุปต่อสื่อมวลชน ก่อนส่งเรื่องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามวันนี้ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะในการตั้งกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย &amp;nbsp;โดยจะมีทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด ซึ่งงบประมาณจะนำมาใช้จ่ายในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น เรื่องค่าใช้จ่ายของสถานีตำรวจ &amp;nbsp;แต่เดิมการจ่ายในส่วนดังกล่าวได้มาจากการบริจาคของประชาชนและเอกชนที่ไม่เป็นระบบ ตอนนี้เรานำมาเข้าระบบ เงินที่จะนำมาใช้นั้น ไม่ได้เป็นเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากภาษีที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจัดมาให้ส่วนหนึ่งด้วย โดยเรื่องนี้จะต้องออกเป็นกฎหมายตามขั้นตอน รวมถึงเงินบริจาคจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เราจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่า สำหรับองค์ประกอบของกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย คนที่จะเป็นประธานบริหารงานต้องเป็นระดับราชการ ในส่วน กทม. จะเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.น 1 ) เป็นประธาน ส่วนในต่างจังหวัดจะเป็นผู้บังคับการตำรวจ ภูธร ในแต่ละจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีข้าราชการ และประชาชนในแต่ละจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมด้วย สิ่งสำคัญจะต้องมีการตรวจสอบ และประเมินการทำงานตามเจตนารมณ์ที่เราต้องการให้การใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวเป็นระบบมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5507</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย, คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ), ปฏิรูปตำรวจ, พล.อ.บุญสร้าง, มานิจ สุขสมจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab20516df1f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดอีกไอเดียตั้ง &#039;กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย&#039; จับระบบการใช้งบฯสถานีตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.61 - นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารสังคม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) &amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ว่า การประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งสุดท้ายในวันที่ 28 มี.ค.นี้ พล.อ.บุญสร้าง จะเป็นผู้แถลงสรุปต่อสื่อมวลชน ก่อนส่งเรื่องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามวันนี้ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะในการตั้งกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย &amp;nbsp;โดยจะมีทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด ซึ่งงบประมาณจะนำมาใช้จ่ายในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น เรื่องค่าใช้จ่ายของสถานีตำรวจ &amp;nbsp;แต่เดิมการจ่ายในส่วนดังกล่าวได้มาจากการบริจาคของประชาชนและเอกชนที่ไม่เป็นระบบ ตอนนี้เรานำมาเข้าระบบ เงินที่จะนำมาใช้นั้น ไม่ได้เป็นเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากภาษีที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจัดมาให้ส่วนหนึ่งด้วย โดยเรื่องนี้จะต้องออกเป็นกฎหมายตามขั้นตอน รวมถึงเงินบริจาคจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เราจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่า สำหรับองค์ประกอบของกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย คนที่จะเป็นประธานบริหารงานต้องเป็นระดับราชการ ในส่วน กทม. จะเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.น 1 ) เป็นประธาน ส่วนในต่างจังหวัดจะเป็นผู้บังคับการตำรวจ ภูธร ในแต่ละจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีข้าราชการ และประชาชนในแต่ละจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมด้วย สิ่งสำคัญจะต้องมีการตรวจสอบ และประเมินการทำงานตามเจตนารมณ์ที่เราต้องการให้การใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวเป็นระบบมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย, คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม, ปฏิรูปตำรจ, พล.อ.บุญสร้าง, มานิจ สุขสมจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab20516df1f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2018 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2018 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปตำรวจผุดไอเดียโรงพักSME - ชงใช้&#039;จีพีเอส-โดรน&#039;จับคนร้าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ. 61 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เปิดเผยว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณายกระดับโรงพักเป็น 3 ขนาด หรือ เอส เอ็ม และ แอล คือ 1. ขนาดเล็ก มีบุคลากร 50-70 นาย 2.ขนาดกลาง มีบุคลากร 100-120 นาย และ 3. ขนาดใหญ่มีบุคลากร 180-220 นาย เพื่อให้เป็นการอำนวยความสะดวกในการจัดสรรในการใช้งบประมาณในแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นภาระตำรวจกับประชาชน ที่อาจมีการใช้ระบบอุปถัมภ์ พร้อมทั้งมีคู่มือตำรวจ ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การเปรียบเทียบปรับ จะต้องทำให้เสร็จภายใน 30 นาที และการรับแจ้งเอกสารหายจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 นาที การดำเนินการสำเนาเกี่ยวกับคดีต้องแล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ประชาชนรอนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังให้ยกเลิกคณะกรรมาการกตตร. และตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการบริหารที่ดีประจำจังหวัดและคณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนตำรวจระดับสถานี โดยผู้ที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการฯมีทั้งตำรวจ ประชาชน หน่วยงานเอกชน และท้องถิ่นเข้ามาร่วมทำงานด้วย ส่วนในระดับจังหวัดนั้นจะมีทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นความร่วมมือเป็นไปตามโมเดลประชารัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะมีการนำระบบเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ติดตามผู้ร้ายเช่น ใช้ระบบจีพีเอส และใช้โดรนในการไล่ล่าผู้ร้ายตามสถานการณ์ที่เหมาะสม เพื่อรองรับให้เท่าทันโลกในการปราบอาชญากรรมเหมือนในต่างประเทศ ทั้งนี้ คณะกรรมการฯส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเสนอเหล่านี้เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปตำรวจ, พล.อ.บุญสร้าง, มานิจ สุขสมจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7aa5289cb97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2026 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2018 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะปฏิรูปตร.ล้มไอเดียแยกงานสอบสวน  ให้ตำรวจตรวจสอบ-ถ่วงดุลกันเอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 61 - พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) &amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุม ว่าภาพรวมการทำงานของคณะกรรมการฯ จะเหลือประมาณ 3 เดือน โดยจะสิ้นสุดลงในเดือน เม.ย. การทำงานส่วนใหญ่มีความคืบหน้าตามลำดับและคิดว่างานทุกอย่างน่าจะเสร็จทันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดสำหรับประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ กรณีปฏิรูประบบงานสืบสวนสอบสวนให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการนั้น ยอมรับว่ามีความซับซ้อน ที่สำคัญจะต้องให้สอดคล้องกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในภาพใหญ่ ที่มีนายอัชพร จารุจินดา เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมด้วย ซึ่งคณะดังกล่าวจะดูการปฏิรูปในภาพใหญ่ รวมไปถึงระบบการสืบสวนสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจะเน้นการสร้างการถ่วงดุลการสืบสวนสอบสวนภายในของตำรวจด้วยกันเองเป็นหลัก เช่น การวางตัวของผู้บังคับบัญชาว่าจะควรจะต้องมีความเหมาะสมอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นพนักงานสอบสวน รวมไปถึงการให้พนักงานสอบสวนสามารถเจริญเติบโตในหน้าที่การงานในสายงานของตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งอำนาจของผู้มีอิทธิพล โดยอาจจะกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาที่จะเข้ามาควบคุมพนักงานสอบสวนจะต้องมาจากสายงานเดียวกัน ไม่ใช่เป็นบุคคลที่มาจากสายงานอื่น ซึ่งถ้าทำได้อย่างนี้จะทำให้พนักงานสอบสวนสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถเติบโตได้ถึงระดับสูงสุดในตำแหน่ง ผบ.ตร.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่าเมื่อมีการปฏิรูปแล้วส่วนตัวคิดว่าปัญหาการซื้อขายตำแหน่งน่าจะได้รับการแก้ไขไปในทางที่ดีขึ้น&amp;nbsp;


fifa356 เพราะการปฏิรูปเราจะออกแบบให้คนดีเข้ามาเป็นผู้มีอำนาจ &amp;nbsp;และไม่ให้คนไม่ดีเข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจ จึงคิดว่าในภาพรวมน่าจะดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล.อ.อ


สล็อตลองฟรี.อิทธิพร ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมการด้านการรับฟังความเห็น กล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ 2 ฉบับให้กับรัฐบาล ได้แก่ 1.ร่างพ.ร.บ.ตำรวจ แก้ไขการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานและบุคลกรภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ2.ร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา&amp;nbsp;


bnk789 โดยจะปรับปรุงกระบวนการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบ เช่น การสอบสวนคดีจะต้องทำโดยพนักงานสอบสวนที่มีประสบการณ์และมีความรู้ความสามารถเป็นสำคัญ รวมไปถึงการสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูป, พล.อ.บุญสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180110/5a55d2e8d712a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
