<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเล็งทยอยผ่อนปรนมาตรการเพิ่มห่วงจัดปาร์ตี้มั่วสุมทำโควิดระบาดรอบ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงการเริ่มผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในระยะ 3 วันที่ 1 มิ.ย.ว่า อยากให้คำว่าเริ่มดีเดย์เป็นวันดีดี ไม่ใช่วันที่จะกลับไปอยู่ที่เก่ากลับไปที่เดิม ปล่อยเนื้อปล่อยตัวปล่อยใจ ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่รู้ระยะห่าง เมื่อเช้าเห็นข่าวแล้วไม่สบายใจที่มีคนกลุ่มหนึ่งไปเช่าโรงแรมจัดงานเลี้ยงวันเกิด ที่เห็นมีเรื่องของยาเสพติดด้วย นี่แหละจะเป็นสถานที่แพร่ระบาดกลับมาอีกครั้งหนึ่งถ้าทุกคนไม่รักษาวินัย เพราะถ้าทุกคนไม่รักตัวเองก็ขึ้นอยู่กับพวกท่าน แต่ขอให้รักครอบครัวของท่าน รักประชาชนของท่าน &amp;nbsp;สิ่งที่ทำมาไม่ใช่ทำได้โดยรัฐบาลอย่างเดียว ทุกคนต้องร่วมมือกันทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ายังมีบางคนไม่ร่วมมือ ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอาจจะมองตัวอย่างจากต่างประเทศก็ได้ ซึ่งไม่ใช่วัฒนธรรมของคนไทย อย่าพวกเราก็ใส่หน้ากากทุกคน อย่างน้อยก็เป็นปราการชั้นที่ 1 ให้เราไม่ติดการแพร่ระบาด ถ้าเราเป็นก็ไม่แพร่ให้คนอื่น นี่คือ รักตัวเอง และรักคนอื่นด้วย จำไว้คนไทยต่อจากนี้ ต้องรักตัวเอง รักครอบครัว รักคนอื่นด้วย นั่นแหลาะประเทศไทยจะผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี ก็ขอให้วันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันดีเดย์&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า​ รัฐบาลมีความจำเป็น ต้องตัดสินใจบนความเสี่ยงพอสมควร แต่จากการพิจารณาสิ่งที่รัฐบาลทำมาโดยตลอด 3 เดือน เราสามารถ ควบคุมได้ ในระดับที่ดีพอสมควร แต่ถ้าไม่ดีเกิดระบาดขึ้นใหม่ก็ต้องย้อนกลับไปทำใหม่เป็นจุดๆไปคงไม่ใช่ตนต้องการคงอำนาจตรงนี้ไว้ให้นานที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่จำเป็นหรอกครับ เป็นอำนาจที่ใช้ในการบริหารเท่านั้นเอง จะเห็นได้ว่าไม่ได้ไปละเมิด ลงโทษใคร จนเอาเป็นเอาตาย แต่บางทีการไม่ลงโทษก็ทำให้ทุกคนเคยตัวเหมือนกัน เพราะผ่อนผันกฎหมายกันไปเรื่อยๆ เห็นใจความจน เห็นใจการปรับเงิน คนก็เลยไม่กลัวกฎหมาย แต่ถ้าทุกคนกลัวกฎหมาย ไม่มีเรื่องทุจริตก็จะไม่เกิด ถ้าไม่ไปกดดันเจ้าหน้าที่ ข้าราชการในพื้นที่ ฟังเสียงประชาชนข้างล่าง เขาต้องการอะไรนั่นแหละคือเจตนารมณ์ของผม และของรัฐบาล &amp;nbsp;แต่ต้องถูกต้อง เพราะต้องมีคนรับผิดชอบ ในการบริหารเงิน คนที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่เราคือประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการผ่อนคลายระยะที่ 4 จะเป็นการทยอยผ่อนคลายใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะเป็นการทยอยผ่อนคลายมาตรการ ซึ่งมีหลายอย่าง คืออยากให้ประชาชนมีรายได้ แต่อะไรที่เสี่ยงมากๆ ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนต้องรอ 14 วัน เหมือนหลักการเดิมหรือไม่ &amp;nbsp;ก็ค่อยๆผ่อน ขอให้รอพิจารณาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาร์ตี้, ผ่อนปรนมาตรการ, พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57426506478.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;แนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่ง&#039;สมคิด&#039;เลิกหลอกปชช.ว่าเศรษฐกิจยังดีเย้ยหมดทางแก้จึงพูดสะเปะสะปะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7ก.พ.63-นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า หากจำกันได้ตอนที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ โยนตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตนได้เคยเตือนไว้แล้วว่า พลเอกประยุทธ์ถูกหลอกให้มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เพราะคนที่รู้เรื่องเศรษฐกิจดีจะต้องทราบว่าปี 2562 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยต้องย่ำแย่แน่ ซึ่งก็ย่ำแย่จริงๆ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เพียง 2.4% เท่านั้น ซึ่งถือว่าล้มเหลวอย่างมาก แต่นายสมคิดกลับบอกว่าดีแล้ว พอใจแล้ว ทั้งๆที่ประชาชนลำบากกันมาก อีกทั้งยังเปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจของประเทศที่เจริญแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่านายสมคิดจบการศึกษามาแบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสิงคโปร์มีรายได้ประชาชาติต่อหัวต่อคนสูงกว่าไทยถึง 8 เท่า เยอรมันสูงกว่าไทย 6 เท่า หรือแม้แต่ มาเลเซียที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวต่อคนสูงกว่าไทยเกือบหนึ่งเท่า เศรษฐกิจมาเลเซียก็ยังขยายตัวที่ 4.6% ซึ่งขยายมากกว่าไทยมาก ซึ่ง หากนายสมคิดไม่ทราบจริงๆ ก็ควรต้องไปเรียนหนังสือใหม่ นอกจากนายสมคิดแค่คิดจะแถและแก้ตัวแบบมั่วๆโดยคิดว่าคนไทยโง่ หรือ ไม่ฉลาดพอที่จะรู้เรื่องนี้ ขนาดนายกฯ ยังถูกหลอกให้มารับความล้มเหลวทางเศรษฐกิจแทนตัวเองได้ จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์รู้ตัวและบอกนายสมคิดให้เลิกหลอกประชาชนได้แล้ว เขารู้ทันนายสมคิดกันหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่ พลเอกประยุทธ์จะถอดใจ เพราะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแต่บริหารเศรษฐกิจล้มเหลวและอาจจะอยากส่งมอบตำแหน่งคืนให้นายสมคิดโดยได้ตั้งนายสมคิดคุม 5 กระทรวงแล้ว อยากให้พลเอกประยุทธ์และประชาชนได้ดูคลิปที่นายสมคิดแสดงปาฐกถาไว้เองในปลายปี 2556 ก่อนมีการปฏิวัติ ที่เป็นการโจมตีรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ย้อนฟังปาฐกถา &amp;ldquo;จับชีพจรเศรษฐกิจไทย&amp;rdquo; ปลายปี 2556 สมคิด ชี้เศรษฐกิจไทยถดถอย จาก 4 เสาหลักทรุด
https://www.youtube.com/watch?v=AhDbnY1owHQ&amp;amp;feature=youtu.be
ซึ่งคลิปเดิมที่มีการกระจายกันมาก แต่ถูกสั่งให้ลบออกไป อาจจะเพราะละอายใจว่าพูดอะไรไว้&amp;nbsp; แต่ตนได้ไปค้นหามาจนเจอ ในยุคดิจิตอลคงลบข้อมูลออกยากแล้ว เพราะเรื่องที่นายสมคิดวิจารณ์รัฐบาลเดิม นายสมคิดกลับทำได้แย่กว่าทุกด้าน เสาหลักเศรษฐกิจ ทรุดกว่าเดิมมาก ทั้ง ส่งออกที่ติดลบ การลงทุนที่หดหาย รายได้ประชาชนที่ลดลง และ การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่มีประสิทธิภาพมีแต่แจกเงิน นอกจากนี้ นายสมคิดยังโจมตีเรื่อง การต่อสู้เอาชนะทางการเมือง การออกนโยบายหาเสียง ระยะสั้นที่ไม่มีประโยชน์ และยังพูดไว้เองว่าจะพึ่งการบริโภคภายในไม่ได้เพราะคนไทยรายได้น้อยแต่กลับพูดย้อนแย้งตัวเองตอนส่งออกแย่ว่าจะพึ่งบริโภคภายใน และ 5 ปีกว่าที่ผ่านมารายได้ประชาชนก็ไม่เพิ่มขึ้นแถมลดลงอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่นายสมคิดวิพากษ์วิจารณ์ไว้ กลับทำเองทั้งหมด ซึ่งหากได้ชมคลิปนี้แล้วจะทราบทันทีเลยว่านายสมคิดพูดกลับไปกลับมาได้ทุกอย่างเพียงเพื่อให้เอาตัวรอดไปวันๆเท่านั้น แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้แล้วจึงต้องพูดสะเปะสะปะ เศรษฐกิจไทยคงยากที่จะฟื้นแล้ว และ หวังว่าพลเอกประยุทธ์จะได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ด้วย&amp;quot;นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56530</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ-หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b57c82f475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกลุงตู่ฯ เปิดโครงการยุวชนสร้างชาติ ให้โอวาท &quot;คนรุ่นใหม่จะต้องหาวิธีการใช้กฎหมายให้เป็นประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่แก้กฎหมาย &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13ม.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีเปิดตัวแคมเปญ &amp;ldquo;ยุวชนสร้างชาติ&amp;rdquo; โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้โอวาทแก่นักศึกษาที่เข้าร่วมในโครงการ ตอนหนึ่งว่า โครงการยุวชนสร้างชาติ เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาประเทศและเป็นโครงการสำคัญในการปฏิรูปประเทศไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการใช้พลังเยาวชนไทยเป็นกุญแจหลักในการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมทั้งปฏิรูประบบการเรียนรู้สร้างประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน เปิดโอกาสให้ยุวชนนำความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีไปพัฒนาพื้นที่ชนบท พร้อมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผู้ประกอบการยุคใหม่อีกด้วย ซึ่งสิ่งที่ประเทศไทยต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วนและจริงจัง คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีทั้ง &amp;ldquo;ทักษะทางวิชาการ (Hard Skill)&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ทักษะทางอารมณ์และสังคม (Soft Skill)&amp;rdquo; รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนรุ่นใหม่จะต้องหาวิธีการใช้กฎหมายให้เป็นประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่แก้กฎหมาย อยากให้ดึงอาชีวศึกษาเข้ามาร่วมในโครงการนี้ด้วย และให้ยุวชนอาสาไปสร้างเครือข่ายและดึงคนรุ่นใหม่มาร่วมโครงการนี้ให้ได้มากที่สุด&amp;rdquo;นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า โครงการยุวชนอาสา ได้เริ่มดำเนินการโครงงานแล้ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา โดยประเด็นการพัฒนา คลอบคลุม 4 ด้านได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย 2. ยกระดับคุณภาพและรายได้ด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมการค้า การลงทุน 3. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4.การพัฒนาทุนมนุษย์ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่มีความมั่นคงและสงบสุข ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือเป็นโอกาสอันดีที่เยาวชนไทยจะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการนำความรู้ความสามารถที่เรียนมาช่วยแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เกิดขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;มั่งคั่งด้วยเกษตรปลอดภัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และได้กำหนดเป้าหมายผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยต่อคนต่อปีเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 7 และสัดส่วนคนจนลดลงร้อยละ 2.5 ต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54444</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา, ยุวชนแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c2dfcb3182.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวทีประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ &#039;บิ๊กตู่&#039;ชวนนักลงทุนร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.62- เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้อง Sapphire 203 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน และนายโรเบิร์ต ซี. โอไบรอัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 7 ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 7 มีขึ้นเพื่อทบทวนความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน-สหรัฐฯ ในมิติการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯในอนาคต และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยมีผู้แทนจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล ระบุอีกว่า นายกฯกล่าวให้การต้อนรับนายโรเบิร์ต ซี. โอไบรอัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาฯ อย่างเป็นทางการ ในฐานะประธานอาเซียน ชื่นชมบทบาทที่แข็งขันของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคซึ่งช่วยให้อาเซียนได้พัฒนาเป็นประชาคมที่มีพลวัตและความเจริญรุ่งเรือง และขอบคุณที่สหรัฐฯ สนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียนผ่านกลไกสำคัญรวมไปถึงกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) เออาร์เอฟ และเอดีเอ็มเอ็มพลัส และในปีนี้ อาเซียนและสหรัฐฯได้ร่วมกันจัดการฝึกร่วมทางทะเลเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า นายกฯระบุด้วยว่าสหรัฐฯมีบทบาทสนับสนุนมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงาน รวมถึงการมีบทบาทของนักลงทุนสหรัฐฯ ที่เป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญต่อการเจริญเติบโตในภูมิภาคที่ครอบคลุมและยั่งยืน และยินดีที่ภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ ร่วมกันริเริ่มจัดการประชุม Indo-Pacific Business Forum ครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทย ในวันนี้ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการประชุมในวันนี้เป็นโอกาสอันดีที่อาเซียนและสหรัฐฯ จะได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และหวังที่จะเห็นพัฒนาการในการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของอาเซียน-สหรัฐฯในทุกมิติ เพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ของประชาชนอาเซียนและสหรัฐฯ อย่างก้าวหน้าและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวด้วยว่า นายกฯได้เชิญชวนนักลงทุนสหรัฐฯ ให้ร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค รวมถึงสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งบทบาทที่แข็งขันของสหรัฐฯนี้จะช่วยต่อยอดการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคต ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดหลักของการประชุมอาเซียนในปีนี้ ทั้งนี้ นายกฯได้ขอบคุณทุกส่วนที่มีส่วนร่วมในการแสดงวิสัยทัศน์ และขอบคุณ สปป.ลาว ที่ทำหน้าที่ประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ อย่างมีประสิทธิภาพตลอดปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49487</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสุดยอดอาเซียน, ฝ่ายความมั่นคงสหรัฐ, พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา, อินโด แปซิกฟิก, โรเบริ์ต ซี โอไบรอัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbfb74342d74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
