<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ยี่หระนายกฯ8ปี ‘ตู่’ไล่ฝ่ายค้านดูรธน.ก่อนยื่นตีความ/แก้บัตร2ใบรอ5วันทูลเกล้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ้องยื่นตีความวาระเป็นนายกฯ ไม่เกิน 8 ปี ย้ำหากใครข้องใจให้ไปดูนั่งเป็นนายกฯ มา 2 รอบด้วย รธน.ฉบับไหน ร่างแก้ไข รธน.ถึงมือนายกฯ แล้ว เก็บไว้ 5 วันก่อนทูลเกล้าฯ ถวาย รัฐบาลมีมติ ครม.แจ้ง กกต.เดินหน้ายกร่างแก้ พรบ.เลือกตั้ง ครม.เห็นชอบโอนอำนาจ 4 กรม งานเดิม &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; &amp;nbsp;ให้ &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ดูแลแทน &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังมีการชี้ปมประเด็นข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน มาตรา 158 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า &amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง&amp;rdquo; จนทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองกันว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรียุค คสช.มาด้วย 5 ปี รวมกับปัจจุบันที่เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งอีก 2 ปี จะเหลือเวลาการเป็นนายกฯ อีกนานแค่ไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีตามที่ พล.อ.ประยุทธ์มอบหมาย ถึงกรณีฝ่ายค้านยกมาตรา 158 วรรคสี่ดังกล่าว ขึ้นมา นายกรัฐมนตรีวิตกกังวลหรือไม่ โดยนายธนกรกล่าวว่า นายกฯ ชี้แจงว่าต้องไปศึกษาดูว่านายกฯ ดำรงตำแหน่งมา 2 ครั้งด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใด ซึ่งมีฝ่ายกฎหมายพิจารณาเรื่องนี้อยู่แล้ว นายกฯ จะต้องวิตกทำไมเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์มอบหมาย กรณี พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ย้ำชัดว่าไม่มีปัญหาความสัมพันธ์ แต่เหมือนว่ากลุ่มการเมืองเองหรือไม่ที่พยายามทำให้เกิดภาพการวัดกำลังว่า นายกฯ ชี้แจงว่าสื่อโซเชียลพยายามจะสร้างข่าวสร้างดรามาไปเรื่อยๆ อย่าไปสนใจนัก ไม่ได้มีการแสดงพลังกันแต่อย่างใด เป็นหน้าที่ของนายกฯ ในฐานะผู้บริหารสูงสุดต้องไปตรวจเยี่ยมรับฟังความคิดเห็น กำชับส่วนราชการให้ประชาชนอย่างทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าการลงพื้นที่ของ 2 ป.จะมีการเหลื่อมกัน จะถูกกลุ่มการเมืองทั้งในพรรคและนอกพรรคนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง นายธนกรกล่าวว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้นายกฯ ได้ชี้แจงว่าจะไปวันเดียวกันหรือคนละวันก็เป็นเรื่องของเวลาที่แต่ละท่าน ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีแต่ละคนก็ต้องลงไปเยี่ยมประชาชน &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาว่างเว้นเนื่องจากสถานการณ์โควิด โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม เกษตรกร และย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการทุกกระทรวง ระดับพื้นที่ดูแลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการออกมาเปิดเผยว่าการเดินสายของ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นการเช็กฐานเสียงเพื่อเตรียมไปเล่นการเมืองกับพรรคของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แทนพรรคพลังประชารัฐ นายธนกรกล่าวว่า &amp;nbsp;นายกฯ ชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่สื่อโซเชียลเขียนขึ้นมาเอง การไปเยี่ยมประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็น ความต้องการที่เป็นไปได้ในการพัฒนาจังหวัดและการพัฒนาท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุม ครม.เต็มคณะ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ &amp;nbsp;28 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์อารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด บางช่วงได้มีการแซวบรรดารัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการ &amp;nbsp;รวมถึงยังคงเดินทักทายรัฐมนตรีในช่วงพักการประชุมเหมือนเช่นเคย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนจะเริ่มวาระการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ คือนายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพราะถือเป็นการประชุม ครม.นัดสุดท้ายของหัวหน้าส่วนราชการเหล่านี้ โดยระบุว่า &amp;ldquo;ขอให้มีความสุขหลังเกษียณอายุราชการ &amp;nbsp;แต่ถึงอย่างไรก็อาจจะต้องมาช่วยงานผมบ้าง เราเป็นครอบครอบครัวเดียวกัน มีโอกาสก็ต้องมาช่วยกันทำงาน รวมถึง ครม.ทุกคนที่นั่งในที่นี้ เราเป็นรัฐบาล เป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องช่วยกันทำงาน&amp;rdquo; &amp;nbsp;
แจ้ง กกต.รับลูกแก้ กม.เลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า ในที่ประชุม ครม.นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า รัฐสภาได้ส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบในวาระ 3 มาให้ ครม.แล้วเมื่อวันที่ &amp;nbsp;27 ก.ย. ตามขั้นตอนนายกฯ ต้องรอ 5 วันก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ขอให้มีมติ ครม.ร่วมกันเพื่อแจ้งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เตรียมยกร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ไว้ด้วย เพื่อให้ทำควบคู่กันไปในระหว่างนี้จะได้ไม่เสียเวลา เพราะมีกระบวนการจัดทำการรับฟังความเห็นของประชาชนด้วย จากนั้นที่ประชุม ครม.ได้ให้ความเห็นชอบ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวด้วยว่า &amp;ldquo;กฎหมายทุกฉบับต้องช่วยกันโหวต ฝากทุกพรรคให้ช่วยกันโหวตด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังการประชุม ครม.เสร็จสิ้นลง โดยในช่วงเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์, &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หรือ &amp;quot;3 ป.&amp;quot; &amp;nbsp;ได้มีการพูดคุยนอกรอบกันที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี &amp;nbsp;ก่อนที่ พล.อ.อนุพงษ์จะได้แยกออกอีกประตูหนึ่ง ขณะที่นายกฯ และ พล.อ.ประวิตรเดินออกมาด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม รออยู่บริเวณทางออก อีกทั้งระหว่างที่นายกฯ จะเดินไปส่ง พล.อ.ประวิตรขึ้นรถนั้น นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มายืนรอส่ง พล.อ.ประวิตรอยู่ที่บริเวณทางเชื่อมระหว่างตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี เช่นเดียวกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่รอส่งอยู่บริเวณด้านข้างของรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฯ ได้พูดคุยหยอกล้อและโอบไหล่นายชัยวุฒิอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่นายกฯ จะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับนายสุชาติ, นายชัยวุฒิ และนายอธิรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลด้วยว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) โดยให้ พล.อ.ประวิตรกำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี แทนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฉพาะกรมพัฒนาที่ดิน, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่เดิมทั้ง 4 กรมนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ &amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรฯ อยู่ในอำนาจกำกับดูแลของนายจุรินทร์ และเมื่อมีมติ ครม.ดังกล่าวส่งผลให้งานของ 4 กรมนี้ เมื่อ รมว.เกษตรฯ พิจารณากลั่นกรองแล้วจะเสนอเรื่องเข้า ครม. จะต้องเสนอผ่าน พล.อ.ประวิตรแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณาและส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย &amp;nbsp;กรณีรัฐสภาแก้ไขร่าง รธน.เรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบ โดยย้ำว่าเหตุที่ต้องมายื่นเพราะร่างรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขนั้นขัดหลักการ เพราะตอนเสนอขอแก้ไขขอแค่ 2 มาตรา แต่มาลักไก่แก้ 3 มาตราด้วยการเพิ่มการแก้ไขมาตรา 86 &amp;nbsp;จึงเป็นกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกินกว่าหลักการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวว่า แม้ร่างรัฐธรรมนูญถึงมือนายกฯ แล้ว แต่นายกฯ มีเวลาพิจารณาช่วงหนึ่งในการพิจารณาตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp; ส่วนกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้รัฐธรรมนูญของรัฐสภา เรื่องระบบเลือกตั้งชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะกระทบขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายหรือไม่นั้น นายชวนเห็นว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของ นพ.วรงค์ ซึ่งก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายก็ยังพอมีอีกช่วงระยะเวลาหนึ่งที่จะเป็นการพิจารณาตัดสินใจของฝ่ายบริหาร แต่มั่นใจว่าการยื่นตีความดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อกระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
พท.อ้างมีขบวนการทุจริต ทอ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวในพรรคประชาธิปัตย์ หลังมีกระแสข่าวว่าพรรค ปชป.จะไม่ส่งนายนายอันวาร์ สาและ &amp;nbsp;ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า หลังจากยกมือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ รมต.ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา นายอันวาร์กล่าวว่า มีกระแสข่าวนี้มานานแล้ว แต่ส่วนตัวไม่เคยได้รับแจ้งจากพรรคเลย แต่เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อปี 2550 เมื่อตนจะลงสมัคร ส.ส.เป็นสมัยที่สอง ก็มีการทำโพลแจ้งพรรคว่าส่งตนไปก็แพ้ แต่สุดท้ายพรรคหาคนลงแทนไม่ได้ก็ส่งตน จนชนะได้เป็น ส.ส.มาถึงปัจจุบันรวม 4 สมัยแล้ว ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อพรรคต้นสังกัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งลง ส.ส.จริงจะทำอย่างไร นายอันวาร์ตอบว่า หากพรรคไม่คิดถึงประชาชนก็มีสองทางเลือกคือ หยุดงานการเมืองแล้วไปทำอย่างอื่น แต่หากประชาชนยังต้องการก็ต้องบอกว่าจะให้ไปอยู่พรรคใด โดยที่ผ่านมาก็มีพรรคการเมืองอื่นมาทาบทามหลายพรรคทั้งพรรคใหญ่และเล็ก แต่ไม่ได้ไป ซึ่งการจะไปอยู่กับพรรคการเมืองใดอยู่ที่ประชาชนในเขตเลือกตั้งจะชี้นำ และย้ายแล้วสามารถสานงานที่ค้างไว้ได้มากน้อยแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ &amp;nbsp;พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ.ชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า กองทัพอากาศมีความจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงทีโออาร์การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ 3 โครงการ มูลค่าเกือบ 3 &amp;nbsp;พันล้านบาท เนื่องจากทีโออาร์เดิมทำให้กองทัพอากาศเสียเปรียบ โดยกล่าวว่า รู้สึกแปลกใจและผิดหวังกับคำชี้แจงของ ผบ.ทอ. เพราะข้อมูลที่ ผบ.ทอ.ชี้แจงนั้นขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ กมธ.ป.ป.ช.ตรวจสอบ ขณะเดียวกันเรื่องโครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) มูลค่าโครงการ 940 ล้านบาทนั้น &amp;nbsp;โครงการนี้ส่งกลิ่นเหม็นเน่ามาก เพราะ ทอ.ดำเนินการจัดหาโครงการนี้ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง คือการเลือกบริษัทเพียงรายเดียวให้มาเสนอราคา ทั้งๆ ที่มีบริษัทหลายรายต้องการเข้าแข่งขัน ซึ่งไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 อาจเป็นกระบวนการหากินงบประมาณแผ่นดินที่คนใน ทอ.รู้ดี &amp;nbsp;เรียกขบวนการนี้ว่า อบจ. ส่วนใครเป็นใครถามญาติพี่น้องใน ทอ.คงตอบคำถามนี้ได้ไม่ยาก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118153</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ, พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ้องยื่นตีความวาระเป็นนายกฯ ไม่เกิน 8 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0c0c71f84f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ป.หวานโชว์ครม. ‘บิ๊กป้อม’ปัดวัดพลัง/ธรรมนัส-เสี่ยเฮ้งแข่งเกณฑ์ส.ส.รับลูกพี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;2 ป.&amp;quot; ขำกลิ้งข่าวเสี้ยม โชว์หวานสัมพันธ์ลึก 50 ปี ใจถึงใจกลาง ครม. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ติดใจวางแผนลงพื้นที่สัปดาห์ละครั้ง &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ปัดวัดพลัง การันตี 3 ป.รักกันเหมือนเดิม &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; เทหมดหน้าตัก วางแผนเสริมบารมีประวิตร ระดม ส.ส. 40 ชีวิตร่วมคณะไปอยุธยา &amp;quot;เสี่ยเฮ้ง&amp;quot; คู่ปรับไม่ยอม เกทับสู้เพื่อลุงตู่ สั่งผ่านไลน์จัดรถดูแล ส.ส.-อบจ.เพชรบุรี-ราชบุรี-กาญจนบุรีระดมคนต้อนรับนายกฯ ที่เพชรบุรี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ &amp;nbsp;21 กันยายน บรรยากาศเป็นไปด้วยดีถึงแม้จะมีข่าว พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แยกกันลงพื้นที่ในวันที่ 22 ก.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์และคณะจะลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี ส่วน พล.อ.ประวิตรและคณะจะลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งการมีระดม ส.ส.พปชร.ไปต้อนรับเพื่อวัดกำลังกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พล.อ.ประยุทธ์อารมณ์ดี มีสีหน้ายิ้มแย้ม และในระหว่างประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปกระเซ้า พล.อ.ประวิตรถึงเรื่องการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมในวันที่ 22 ก.ย.ว่า &amp;ldquo;พรุ่งนี้ผมจะไปลงพื้นที่น้ำท่วม &amp;nbsp;รองนายกฯ คนไหนจะไปลงที่ไหนก็ไปเถอะ ผมไม่ไปด้วยหรอก&amp;rdquo; ก่อนจะหันมาอมยิ้มให้ พล.อ.ประวิตร อย่างไรก็ดีในที่ประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรกระซิบกระซาบ กระเซ้าเย้าแหย่ หัวเราะ และยิ้มให้กันเป็นระยะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้กล่าวระหว่างประชุมด้วยว่า &amp;ldquo;ผมไปเพชรบุรี ส่วนรองนายกฯ ไป จ.พระนครศรีอยุธยา ต่างคนต่างช่วยกันทำงานเป็นปกติอยู่แล้ว รัฐมนตรีคนไหนว่างก็ขอให้ช่วยลงพื้นที่กันด้วยนะ รับฟังความเห็นของประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังคงเข้าไปนั่งในห้องรับรองจิบกาแฟเหมือนปกติ โดยมีรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการเวียนเข้าไปพบเพื่อหารือถึงเรื่องต่างๆ ขณะที่ในช่วงพักเบรกการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังได้เดินทักทายรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมประชุมอย่างเป็นกันเองเหมือนเช่นเคย แต่เป็นอีกครั้งหนึ่งนับตั้งแต่มีการปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ที่นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม รัฐมนตรีในกลุ่ม 4 ช.เดิมได้เดินตามและไปรับไปส่ง พล.อ.ประยุทธ์ร่วมกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน &amp;nbsp;ผิดไปจากเดิมที่นายอธิรัฐจะไปรับไปส่งเพียงแค่ พล.อ.ประวิตร และมีรายงานว่าเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ได้มีการวางแผนจะลงพื้นที่ตรวจราชการต่างๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งหากไม่ติดภารกิจสำคัญอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า สำหรับการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตรเพื่อติดตามความพร้อมการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ &amp;nbsp;22 ก.ย.นี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค ได้กำชับ ส.ส.ในพรรคให้ร่วมคณะไปด้วยจำนวนมาก โดยมีการลิสต์รายชื่อผู้ที่จะร่วมคณะ พล.อ.ประวิตรครั้งนี้ประมาณ 40 คน อาทิ &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค, นายวิรัช รัตนเศรษฐ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานวิปรัฐบาล, นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม., น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ &amp;nbsp;ส.ส.ราชบุรี รวมถึง ส.ส.จากหลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน นอกจากนี้จะมีการพาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคร่วมคณะไปในครั้งนี้ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้แจ้งในกลุ่มไลน์กลุ่มหนึ่งว่า ในวันที่ 22 ก.ย.จะมี ส.ส., &amp;nbsp;สมาชิก อบจ.จาก จ.เพชรบุรี, จ.ราชบุรี และ จ.กาญจนบุรี ประมาณ &amp;nbsp;12 คนร่วมคณะไปกับนายกฯ ด้วย โดยให้กระทรวงแรงงานจัดรถไว้รองรับคนเหล่านี้ และให้รถดังกล่าวติดตามอยู่ในขบวนของนายกฯ เลย &amp;nbsp;พร้อมกำชับว่าไม่ให้ขบวนรถยาวจนเกินไป ทั้งนี้ ส.ส.เหล่านี้จะติดตามคณะนายกฯ ไปยังเขื่อนเพชรบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จากนั้นจะร่วมคณะไปพบปะชาวบ้านและซื้อของตามร้านต่างๆ เช่น ร้านผัดไทยยาง, &amp;nbsp;ร้านข้าวแช่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 23 ก.ย. พรรค พปชร.มีการนัดประชุม ส.ส. ที่ห้องประชุมพรรคชั้น 6 อาคารรัฐสภา เวลา 14.00 น. โดย พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. และ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ &amp;nbsp;อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคจะเข้าร่วมด้วย โดยวาระสำคัญคือการหารือถึงความชัดเจนในการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต.ว่าพรรคจะวางบทบาทของตัวเองอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;#39;ป้อม&amp;#39; ปัดวัดกำลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการลงพื้นที่คนละจังหวัดกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันเดียวกัน ทำให้ถูกมองเป็นการวัดพลังทางการเมืองว่า ไม่มีอะไร &amp;nbsp;ไม่มีการวัดพลังทางการเมือง และไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ในความสัมพันธ์ของพี่น้อง 3 ป.ยังรักกันเหมือนเดิม ไม่มีแตกแยก และยังทำงานร่วมกัน ช่วยกันคิดและช่วยกันแก้ไขปัญหาปากท้องและปัญหาของบ้านเมือง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปได้ และยืนยันในพรรคพลังประชารัฐไม่มีกลุ่มหรือไม่มีก๊วนการเมือง ขอให้เลิกพูดปัญหานี้ได้แล้ว เพราะพลังประชารัฐเป็นหนึ่งเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ &amp;nbsp;(กอนช.) กล่าวด้วยว่า จะลงพื้นที่บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ และให้ความช่วยเหลือประชาชน และติดตามความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการประชุม ครม.เสร็จสิ้นลง นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์มอบหมาย ถึงการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีที่จังหวัดเพชรบุรี &amp;nbsp;ซึ่งชนกับการลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของ พล.อ.ประวิตร จนถูกมองว่าเป็นการวัดพลังของ 2 ป.ว่า เรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกัน อย่าหาเรื่องมาสร้างความขัดแย้ง การลงพื้นที่ต่างๆ ที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ ครม. โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนได้ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมพื้นที่ หากไม่ติดราชการสำคัญเพื่อไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และเพื่อเป็นการเตรียมการในการแก้ปัญหาอุทกภัยไว้ล่วงหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเหนื่อยหรือไม่กับศึกการเมืองทั้งในและนอกพรรค รวมทั้งการเมืองบนท้องถนนในขณะนี้ นายธนกรกล่าวว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่าเหนื่อยไม่ได้ และต้องขอบคุณรองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;บรรดาคณะรัฐมนตรีและข้าราชการทุกกระทรวง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;ทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคง และประชาชนทุกคนที่เข้าใจ ร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยกำหนดการลงพื้นที่ของ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ว่า นายกรัฐมนตรีจะนำคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำและแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเพชรบุรี ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) โดยในช่วงบ่ายจะร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยว (Sandbox) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมรีเจนท์ชะอำ&amp;nbsp;
เฮ้งไม่เชื่อ 2 ลุงแตกคอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงข้อสังเกตของนักวิเคราะห์การเมืองว่า การลงพื้นที่วันเดียวกันของพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรดังกล่าวเป็นการวัดพลังทางการเมือง โดยชี้แจงว่า ทั้งพลเอกประวิตรและพลเอกประยุทธ์คุยกันตลอด และเป็นการแบ่งงานกันทำ ประสานงานกัน ซึ่งพลเอกประยุทธ์ดูเรื่องต้นน้ำที่จังหวัดเพชรบุรี ขณะที่พลเอกประวิตรดูน้ำทางพื้นที่ลุ่ม และได้นัดกับนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติไว้แล้ว &amp;nbsp;และเป็นวันว่างที่พร้อมลงพื้นที่ 22 ก.ย. เพราะหลังจากนั้นจะเป็นวันหยุดราชการอีก จึงยืนยันได้ว่าไม่มีการวัดพลังกันของกลุ่มการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีการวัดพลังกันของกลุ่มการเมืองและ ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ ทุกคนอยู่พรรคนี้ด้วยเพราะลุงตู่ลุงป้อมอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อเช้าก็ได้ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับพลเอกประวิตรและพลเอกประยุทธ์ ซึ่งก็คุยกันปกติ เป็นพี่น้องกันคบกันมานาน 50 ปี&amp;rdquo; นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติยังกล่าวว่า จะลงพื้นที่จังหวัดเพชบุรีพร้อมกับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากต้องไปดูเรื่องโรงงานและแรงงานในพื้นที่ หลังจากมีเสียงสะท้อนว่าได้รับการจัดสรรวัคซีนน้อย และ ส.ส.จังหวัดเพชรบุรี เป็น ส.ส.ของพรรค และนายสุชาติเองเคยเป็นประธาน ส.ส.พรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติยังเปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐมีกำหนดการนัดประชุมในวันที่ 23 กันยายนนี้ โดยมีวาระการหารือเรื่องต่างๆ ของ &amp;nbsp;ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการวิเคราะห์การเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต. ว่าสมาชิกพรรคจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง พร้อมย้ำว่า ส.ส.อาจจะแค่สังเกตการเลือกตั้งเท่านั้น เพราะกฎหมายห้าม ส.ส.ไปช่วยหาเสียงอยู่แล้ว ส่วนผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง อบต.จะขอใช้โลโก้พรรคในการหาเสียงนั้น ก็เป็นดุลพินิจของกรรมการบริหารพรรคที่จะพิจารณา แต่ให้ข้อสังเกตว่าการเลือกตั้ง อบจ.และเทศบาลที่ผ่านมาก็ไม่มีใครใช้โลโก้พรรคหาเสียงเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขำกลิ้งข่าวเสี้ยม, พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โชว์หวานสัมพันธ์ลึก 50 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614885facc925.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัด‘บิ๊กตู่’ค้าความตาย ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก‘6รมต.’ ตั้งข้อหาหนักแก้โควิดเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พรรคร่วมฝ่ายค้านลงชื่อยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ 6 &amp;nbsp;รัฐมนตรีแล้ว &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; คาดเปิดเวทีได้ปลายเดือนนี้หรือต้น ก.ย. เผยรายละเอียดญัตติพุ่งเป้า &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; เป็นหลัก ซัดเละไร้ความรู้ ไร้จิตสำนึก เหิมเกริม ค้าความตาย เป็นโรคโอหังคลั่งอำนาจ ซ้ำร้ายทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันในเรื่องวัคซีน &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; โดนหางเลข ไร้ความรู้ มุ่งเน้นแต่หาวัคซีนลึกลับ-วัคซีนสายสัมพันธ์ &amp;ldquo;น้องเนวิน&amp;rdquo; โดนข้อหาเสเพล ส่วน &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; เจอเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน &amp;ldquo;เฉลิมชัย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ทุจริตต่อหน้าที่ &amp;ldquo;ชัยวุฒิ&amp;rdquo; ทำสังคมแตกแยก
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่สัปปายะสภาสถาน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน &amp;nbsp;พร้อมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 151 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรคเห็นถึงความบกพร่องของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา ทั้งการบริหารวัคซีน การจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และการบริหารเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ 6 คน ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข &amp;nbsp;3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ 6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบและบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเพื่อเป็นเรื่องด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ยื่นขออภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ด้วย เหตุใดจึงถูกตัดชื่อออก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค กล่าวว่า แต่ละพรรคมีรายชื่อบุคคลไม่น่าไว้วางใจของตัวเอง แต่ที่สุดต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ให้โฟกัส 6 คน ซึ่งจำเป็นต้องพูดคุยกัน และรักษาบรรยากาศของการทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนกล่าวว่า สภาจะรับไปตรวจสอบความถูกต้องและตรวจสอบเนื้อหา หากไม่ขัดข้อบังคับจะได้บรรจุเป็นเรื่องด่วนต่อไป แต่ในทางปฏิบัติก็ต้องแจ้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อหารือถึงเวลาอันสมควร ซึ่งเมื่อบรรจุญัตติแล้วผลทางกฎหมายจะยุบสภาในช่วงนี้ไม่ได้ และการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญยังมีกระบวนการตามมาตรา &amp;nbsp;152 อภิปรายเพื่อขอคำชี้แจงและแนะนำโดยไม่ลงมติ ซึ่งทำได้อีกครั้งหนึ่งในรอบปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สภาจะใช้เวลาตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ 7 วัน ถ้าไม่ผิดพลาดจะบรรจุเป็นญัตติด่วน และเรียกฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ครม.มาหารือกันเพื่อกำหนดวันเวลาที่เหมาะสม คาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือน ส.ค.หรือต้นเดือน ก.ย.&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายชวนยังกล่าวถึงการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 วาระ 2-3 ว่า จะใช้เวลาพิจารณา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-20 ส.ค. จนถึงเวลา 24.00 น.ของแต่ละวัน เพื่อให้การประชุมเสร็จภายในเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) &amp;nbsp;กล่าวถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ฝ่ายค้านอยากได้ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย.64 โดยระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 จะเชิญตัวแทน ครม.มาหารือเพื่อกำหนดวันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขณะที่การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ กมธ.พิจารณาแก้ไขเสร็จแล้วในวาระ 2-3 นั้น จะกำหนดไว้วันที่ 23-24 ส.ค.นี้ จากนั้นต้องเว้นไว้ 15 วันตามรัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อลงมติวาระ 3 ในวันที่ 10 ก.ย.64
ญัตติซัดประยุทธ์เละไม่มีชิ้นดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเนื้อหาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น &amp;nbsp;ได้ระบุพฤติการณ์และเรื่องที่จะอภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลที่ไร้ภูมิปัญญา ไร้องค์ความรู้ ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ ไร้คุณธรรมจริยธรรม และไร้ความสามารถเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผู้นำประเทศ ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องเสียหายอย่างร้ายแรงทุกด้าน &amp;nbsp;ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทั้งในภาวะปกติและในภาวะวิกฤติ &amp;nbsp;โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองต้องประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบันกว่า 19 เดือนเศษ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้รวมศูนย์อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ แต่กลับปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและไม่สุจริต มีพฤติการณ์ฉ้อฉลทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย มติ ครม. &amp;nbsp;และข้อสั่งการของตนในลักษณะกลืนน้ำลายตัวเอง ปล่อยปละละเลยต่อมาตรการป้องกันควบคุมการระบาดของโรคในหลายเรื่อง จนมีการแพร่ระบาดของโรคจากกลุ่มก้อนเล็กๆ กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างรวดเร็วจนยากที่จะควบคุม
&amp;ldquo;ระบบสาธารณสุขไทยล้มเหลวเกินขีดความสามารถในการบริการประชาชน ปล่อยให้ผู้ป่วยรักษาตัวเองที่บ้าน บางรายทนไม่ไหวต้องตายกลางถนน ตายในรถ หรือตายคาบ้านตนเอง ตายยกครอบครัว &amp;nbsp;สร้างความหดหู่ใจ ถึงกับมีคำกล่าวว่าประเทศไทยเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร&amp;rdquo; ญัตติระบุ
ญัตติยังระบุถึงเรื่องการจัดหาวัคซีนของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ล่าช้า เลื่อนลอย ไม่แน่นอนว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนทางเลือกหรือไม่ การตรวจหาเชื้อก็ทำได้ในปริมาณน้อย มีมาตรการไม่แน่นอน เครื่องมือในการตรวจหาเชื้อไม่เพียงพอ และการจัดหาเครื่องมือเป็นไปโดยทุจริต ส่วนมาตรการควบคุมโรคก็ไร้ทิศทาง ผิดเป้าหมาย และแผนงานไร้ประสิทธิภาพ ทั้งการล็อกดาวน์ และการสั่งปิดสถานประกอบการ จนส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่การกู้เงินของรัฐบาลจำนวนมากแต่กลับนำมาใช้จ่ายอย่างไร้ทิศทาง ไม่ลำดับความสำคัญของการใช้เงินงบประมาณที่หมดไปกับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์รู้ดีว่าประเทศตกอยู่ในสงครามของโรคระบาด ไม่ใช่สงครามของการสู้รบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่ามกลางวิกฤตการณ์ดังกล่าวกลับพบว่า พล.อ.ประยุทธ์บริหารราชการแผ่นดินโดยไม่สุจริต มีพฤติการณ์ฉ้อฉล ทุจริตต่อหน้าที่ในหลายเรื่อง ทั้งการจัดหาวัคซีนที่มีพฤติการณ์ปิดบังอำพราง ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ ไม่ทั่วถึง เลือกปฏิบัติ และไม่มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งแอบอ้างว่ามีวัคซีนของบริษัทในพระปรมาภิไธยเพื่อมาฉีดให้กับประชาชน &amp;nbsp;เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบัน มีผลทำให้ยุทธศาสตร์การจัดหาวัคซีนผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและแสวงหาประโยชน์ของบรรดานักการเมือง พวกพ้อง และข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างกว้างขวางในหลายเรื่อง ทั้งการทุจริตเกี่ยวกับการจัดหาและจองวัคซีนล่วงหน้า&amp;rdquo;
อัดบิ๊กตู่ค้าความตาย
ญัตติระบุอีกว่า พฤติการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์มีลักษณะค้าความตาย เหิมเกริม คิดการใหญ่โตในการสร้างกำไรจากวัคซีนร่วมกับนายอนุทิน โดยหวังการกอบโกยผลประโยชน์บนซากศพและคราบน้ำตาของพี่น้องประชาชน และเมื่อประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ก็ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือข่มขู่เอาผิดกับประชาชนและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ยังลุแก่อำนาจสั่งการให้ใช้กำลังปราบปรามประชาชนที่ออกมาชุมนุมอย่างรุนแรงเกินสมควรกว่าเหตุตลอดมา จนกล่าวได้ว่าประเทศกำลังขับเคลื่อนไปด้วยความคับแค้นเกลียดชัง&amp;nbsp;
ญัตติยังระบุอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลยังปล่อยปละละเลยให้รัฐมนตรีหลายคนกระทำการทุจริตต่อหน้าที่และจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย มติ ครม. และข้อสั่งการนายกฯ โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ละเว้นไม่ติดตามผลข้อสั่งการว่าได้รับการปฏิบัติหรือไม่ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะ รมว.กลาโหม ยังเห็นชอบและปล่อยปละละเลยให้มีการเสนอและใช้จ่ายงบประมาณในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ไม่มีสถานการณ์การสู้รบใดๆ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องไม่ยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนโดยส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ใจดำ ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน ไม่เห็นใจในความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน และจากความโอหังและการเสพติดในอำนาจ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในสภาพของคนเป็นโรคโอหังคลั่งอำนาจ ไม่อยู่ในภาวะที่จะเป็นผู้นำประเทศได้อีกต่อไป ดังนั้นหากปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารราชการแผ่นดินต่อไป จะทำให้ประชาชนติดเชื้อและเสียชีวิตมากยิ่งขึ้นจนไม่สามารถหาสถานที่ฌาปนกิจได้ทันและเพียงพอ และไม่มีหนทางที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ทั้งจากโรคและการดำรงชีวิต บ้านเมืองจะไร้ซึ่งความสงบสุขร่มเย็น อันนำมาซึ่งความหายนะของประเทศชาติอย่างแท้จริง ตามที่มีการกล่าวกันว่าผู้นำโง่เราจะตายกันหมด เพราะคนโง่คือภัยอันตรายร้ายแรงเมื่อได้กลายเป็นผู้มีอำนาจ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทินนั้น ญัตติระบุว่า ขาดซึ่งองค์ความรู้ ไร้ซึ่งภูมิปัญญาและความสามารถในการกำกับดูแลงานด้านสาธารณสุขของประเทศ มีพฤติกรรมคุยโม้โอ้อวด ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฉ้อฉล หลอกลวงประชาชน ส่งผลให้การบริหารงานของ สธ.ล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการรับมือโรคโควิด-19 มุ่งเน้นแต่จะจัดหาวัคซีนลึกลับแต่ด้อยคุณภาพ วัคซีนสายสัมพันธ์ เป็นการกอบโกยผลประโยชน์บนคราบน้ำตาและความเป็นความตายของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชาติ ญัตติระบุว่า เป็นบุคคลที่ไร้ภูมิปัญญาและไร้ความรู้ความสามารถที่จะบริหารราชการของกระทรวงแรงงาน ทำให้ผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบทั้งระบบ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย กระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ส่อว่าจงใจและมีผลประโยชน์ทับซ้อน ปล่อยปละละเลยให้แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายปะปนอยู่ในระบบแรงงาน และเกิดการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานผิดกฎหมายดังกล่าว จนเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ซัดน้องเนวินเสเพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายศักดิ์สยามนั้น ญัตติระบุว่า มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ &amp;nbsp;จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มุ่งแต่แสวงหาและกอบโกยผลประโยชน์จากโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานที่อยู่ในกำกับดูแล รู้เห็นและปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในการประมูลโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต เข้าบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐเพื่อนำมาเป็นของตนและเครือญาติโดยการฉ้อฉล ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรง ประพฤติตัวเสเพลไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเฉลิมชัย ญัตติระบุว่า บริหารงานด้านการเกษตรล้มเหลวทั้งระบบ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต เข้าไปมีส่วนได้เสียในการเรียกรับผลประโยชน์จากโครงการของหน่วยงานที่กำกับดูแล สร้างความเสียหายแก่รัฐจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนายชัยวุฒิ ญัตติระบุว่า มีพฤติการณ์จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ใช้ตำแหน่งหน้าที่และสื่อของรัฐเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างความแตกแยกในสังคม ทำลายบรรทัดฐานอันดีของสังคม มุ่งประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี&amp;nbsp;
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังระบุว่า การบริหารสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นหัวข้อสำคัญในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ &amp;nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมการดำเนินงานของรัฐบาลทุกด้านให้นายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง และต้องมีการสื่อสารลงไปในระดับพื้นที่ด้วย
ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า เท่าที่ได้อ่านญัตติมีการใส่ดรามาเข้าไปเยอะเหลือเกินเพื่อโจมตีนายอนุทิน และยังแปลกใจว่านี่หรือคืองานนำเสนอของผู้ที่เรียกตัวเองว่าผู้แทนราษฎร เป็นการตัดแปะข้อมูลมาผสมให้คนอ่านเกิดความเกลียดชัง สร้างความแตกแยกให้สังคม ไม่สนใจความเป็นไปของทั้งโลก อ่านเอกสารยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วละเหี่ยใจ ไม่มีพัฒนาการ ดีแต่ใช้คำรุนแรง ด่าเหน็บแนมเสียดสี ดูหมิ่นดูแคลน &amp;nbsp;มันควรเป็นเวทีเพื่อตรวจสอบการทำงาน หาทางพาบ้านเมืองไปข้างหน้า ไม่ใช่อีเวนต์มาสาดโคลนใส่กัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113531</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 พรรคร่วมฝ่ายค้านลงชื่อยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ม, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์, ส.ส.เชียงใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a67334663e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ฮึ่ม! ข่าวปลอมระบาด สั่งทุกหน่วยมอนิเตอร์24 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ติดตามข้อสั่งการที่ให้ทุกส่วนราชการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน หรือศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ประจำกระทรวง เพื่อชี้แจงข่าวสารที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที&amp;nbsp;ด้วยปัจจุบันยังพบการเผยแพร่ข่าวปลอม รวมถึงการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอย่างแพร่หลาย นายกรัฐมนตรี จึงกำชับเพิ่มเติมให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของทุกกระทรวง ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง หากพบเป็นข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน ไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็ขอให้ดำเนินการชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องผ่านช่องทางต่างๆ ของกระทรวงหรือหน่วยงานภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายทุกหน่วยงานได้ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วนั้น ก็เพื่อความให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่บิดเบือน และลดความสับสน ตื่นตระหนก วิตกกังวลแก่ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พบว่ามีข่าวปลอมปรากฎในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบ และดำเนินการชี้แจงด้วยข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี ระบุว่า นายกรัฐมนตรี เห็นว่า การแก้ไขปัญหาข่าวปลอมต้องชี้แจงด้วยข้อมูลความจริงที่แต่ละหน่วยงานมีข้อมูลอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องทำอย่างรวดเร็วด้วย มิเช่นนั้น ประชาชนจะเข้าใจผิด คิดว่าข่าวปลอมเป็นเรื่องจริง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ดังนั้น ทุกหน่วยงาน ต้องหมั่นตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ถ้าพบการบิดเบือนข้อมูลจากความเป็นจริง ให้เร่งชี้แจงโดยเร็ว และหากพบว่าสร้างความเสียหายต่อประชาชน ขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิด-19 นายกรัฐมนตรี ยังขอบคุณสื่อมวลชน ตลอดจนสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเพจ อินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ ฯลฯ ในความพยายามให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังขอให้ประชาชนเลือกรับข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ หากไม่แน่ใจขอให้ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง และไม่ส่งต่อข่าวปลอม ชัวร์ก่อนแชร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113343</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, พล.อ.ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a761c7b6b2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะ &#039;บิ๊กตู่&#039; เปลี่ยนกลับไปเป็นมาดเข้ม พูดจาแบบสมัยที่เป็น &#039;ผบ.ทบ.&#039; จะดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า มีเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ในช่วงนี้ ที่ฝ่ายที่จ้องโจมตีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หยิบขึ้นมา บิดนิดๆ แล้วนำขึ้นโจมตีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา บน social media ซึ่งมีคน share และ comment กันสนั่นเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์แรก คือที่พลเอกประยุทธ์ ชู 2 นิ้ว และหัวเราะหยอกล้อกับนักข่าว ใช้คำว่า &amp;ldquo;นะจ๊ะ&amp;rdquo; และเพื่อจะบอกนักข่าวว่า จะไม่ปิดร้านอาหาร แต่จะให้ซื้อกลับบ้าน หรือ take home ได้เท่านั้น แต่พลเอก ประยุทธ์ ไปยกเอาเพลงที่ชื่อว่า &amp;ldquo; Take me home, country roads&amp;rdquo; เพลงดังของ John Denver มาเล่นมุขกับนักข่าว ซึ่งคำว่า take me home กับ take home มีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงถูกนำไปล้อเลียนด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่ 2 คือ ภาพที่พลเอก ประยุทธ์และบรรดารัฐมนตรี นั่งจิบกาแฟบนโต๊ะยาวที่ตั้งอยู่ริมทะเลที่ภูเก็ต และภาพงานเลี้ยงโดยในวันเปิดโครงการ Phuket Sand Box ที่การท่องเที่ยวฯจัดขึ้น มีการนั่งทานอาหารและเครื่องดื่มกันเป็นโต๊ะๆ ทั้ง 2 ภาพส่วนใหญ่ไม่สวมหน้ากาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่โจมตีในเหตุการณ์แรกคือ โจมตีว่า พลเอกประยุทธ์ สนุกสนาน ร่าเริง หยอกล้อกับนักข่าว ไม่รู้สึกรู้สา ไม่เห็นหัวประชาชนที่กำลังทุกข์ยาก ลำบากแสนสาหัส ไม่มีจะกิน คนเสียชีวิตก็มากขึ้นทุกวันเพราะติดเชื้อโควิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่า พฤติกรรมของพลเอกประยุทธ์ในเหตุการณ์แรก ไม่เหมาะสมจริงๆ และมีการปล่อยไก่ตัวเล็กๆออกมาด้วย แต่เพื่อความเป็นธรรม ก็ต้องบอกด้วยว่า ที่นายกฯชู 2 นิ้วก็เพราะนักข่าวถามว่า &amp;ldquo;สู้ไหวหรือไม่&amp;rdquo; นายกฯจึงชู 2 นิ้วเพื่อบอกว่า &amp;ldquo;สู้ไหว&amp;rdquo; ซึ่งในโพสต์ที่โจมตี ไม่มีการกล่าวถึง แต่การหัวเราะก็คงเป็นเพราะกลอนพาไป แสดงว่านายกรัฐมนตรีคนนี้เสแสร้งไม่เป็น แต่ที่จะไปสรุปว่านายกรัฐมนตรีไม่แยแสกับความทุกข์ร้อนของประชาชน ก็เป็นข้อสรุปที่เต็มไปด้วยอคติ หรือไม่เช่นนั้นก็เป็นการหาเรื่องโจมตีในทุกวิถีทางจนเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่ 2 ที่ภูเก็ต ช่วงแรกโจมตีว่า ออกกฎให้คนอื่นปฏิบัติ แต่ตัวเองกลับฝืนกฎ นั่งทานอาหารกันในร้านได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการชี้แจงและโต้แย้งว่า นั่นเป็นการไปตรวจเยี่ยม และสังเกตุการณ์วันเปิดโครงการ &amp;nbsp;Phuket Sand Box ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่สำคัญมาก และโครงการนี้มีการเตรียมการมาแล้วหลายเดือน โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยว ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด จึงได้ปูพรมฉีดวัคซีนให้คนภูเก็ตเกินกว่า 70% แล้ว และมีคนติดเชื้อน้อยมาก บางวันไม่มีเลย ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ออกคำสั่งให้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะนายกฯ แต่คนในภูเก็ตทุกคน สามารถนั่งทานอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ในร้านอาหารได้แล้ว จนถึง 23.00 น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการชี้แจงข้างต้น ก็มีการเบี่ยงประเด็นไปว่า นายกรัฐมนตรีไปงานเลี้ยงสังสรรค์ สนุกสนานกันที่ภูเก็ตในบนความทุกยากของประชาชนมีความทุกข์ยากได้อย่างไร ถึงกับใช้คำว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลฆาตกร&amp;rdquo; กันเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงคือ Phuket Sand Box เป็นการใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัด นำร่องของการเปิดจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญมาก หากทำสำเร็จก็จะเป็น model ให้จังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆนำไปปฏิบัติตามได้ ที่นายกรัฐมนตรีและคณะไปที่ภูเก็ตนั้นเป็นการไปทำงาน ไม่ได้ไปสนุกสนาน และภาพที่นั่งจิบกาแฟริมทะเล ก็เป็นการนั่งรอเวลาที่จะไปสนามบิน เพื่อต้อนรับนั่งท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มแรก ส่วนการไม่ได้สวมหน้ากากก็เพราะกำลังทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูจาก comments ใน social media และข้อความของคนทั้งหลายที่ share โพสต์ที่โจมตี ชัดเจนว่า หลายคนไม่รู้ว่ามีโครงการ Phuket Sand Box เสียด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะเข้าใจว่า Phuket Sand Box คืออะไร มีมาตรการควบคุมอย่างไร ส่วนคนทำโพสต์โจมตี ก็เป็นพวกที่หามุมโจมตีรัฐบาลในทุกเรื่องอยู่แล้ว ถ้าหามุมไม่ได้ ก็ใช้วิธีบิดมุมโจมตีจนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม แต่ผมคิดและมั่นใจว่า บุคลิก การพูดจา การวางตัวของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นจุดอ่อนที่เป็นมุมให้นำมาโจมตีและขยายผลได้อย่างง่ายดายเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังเกตว่า ในระยะหลังพลเอก ประยุทธ์ ลดความหงุดหงิด ฉุนเฉียวลง แต่กลับกลายเป็นสร้างมุขตลก และมักใช้คำลงท้ายว่า &amp;ldquo;นะจ๊ะ&amp;rdquo; จนถูกนำไปล้อเลียน ประชดประชันกันอย่างสนุกนาน มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ทราบว่าใช่ ทีมประชาสัมพันธ์ของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ที่พยายามเปลี่ยนบุคลิก และการพูดจา จากการแสดงความหงุดหงิด ฉุนเฉียว มาเป็นแบบปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าใช่ ก็ขอบังอาจแนะนำว่า เปลี่ยนกลับไปเป็นมาดเข้ม และการพูดจาแบบสมัยที่เป็น ผบ.ทบ. จะดีกว่าเป็นไหนๆพยายามอย่างเดียวคือ ควบคุมอารมณ์ให้ได้เท่านั้นพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ขอให้เชื่อว่าเป็นคำแนะนำที่มาจากความหวังดี ไม่ได้มุ่งร้ายแต่ประการใดทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเอาใจช่วยให้สามารถเปิดประเทศได้ภายใน 120 วัน เราจะได้กลับมาใช้ชีวิตกันอย่างปกติได้เสียที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108768</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นะจ๊ะ, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์, หริรักษ์ สูตะบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3ad2318eb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯติดตามมาตรการแก้หนี้ภาคประชาชน กยศ. เตรียม 3.8 หมื่นล้าน รองรับผู้กู้ไม่ต้องมีคนค้ำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.64- &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง แนวทางการช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อการศึกษา โดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เตรียมเงินไว้ 3.8 หมื่นล้านบาทรองรับผู้กู้ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 6.24 แสนคน ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ผู้กู้มีความยากลำบากในการหาผู้ค้ำประกัน กยศ. จึงได้ยกเลิกกำหนดที่ให้มีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุน ในสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 โดยได้ปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 3 พันล้านบาทและอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติอีกส่วนหนึ่ง รัฐบาลโดย กยศ. ยืนยันมีวงเงินเหลือพร้อมให้การสนับสนุนสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ขณะนี้มีลูกหนี้ 3.6 ล้านคนและผู้ค้ำประกัน 2.8 ล้านคน โดย กยศ. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี คือ 1) ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัด 2) ลดเบี้ยปรับ 100% สำหรับผู้กู้ที่ชำระหนี้ปิดบัญชี 3) ลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมด 4) ลดเงินต้น 5% สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัดและชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว 5) ลดอัตราการคิดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% กรณีไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ซึ่งมาตรการดังกล่าวข้างต้นจะมีผลถึง 31 ธ.ค.ปีนี้ สำหรับกรณีผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ประจำปี 2563 และ 2564 กยศ. จะชะลอการฟ้องคดีไปจนถึง 31 มี.ค.ปีหน้ายกเว้นคดีที่จะขาดอายุความในปีนี้พร้อมงดการขายทอดตลาด กรณีที่ถูกบังคับคดีจนถึงสิ้นปีนี้ กยศ. จะงดการขายทอดตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้กู้ยืมเงินที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับการพักชำระหนี้เป็นเวลา 2 ปี ทั้งนี้ ลูกหนี้ กยศ. ยังจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษามาตรการอย่างรอบคอบก่อนประกาศใช้ อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้ ลดเงินงวด ยืดเวลาผ่อนชำระ เป็นต้น ขณะเดียวกัน เบื้องต้นธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษาจัด &amp;ldquo;มหกรรมผ่อนปรนการชำระหนี้ครู&amp;rdquo; ยับยั้งสถานะไม่ให้เป็น NPL ส่งผลเสียทางเครดิต และกระทบต่อหน้าที่ราชการได้ในอนาคต โดยเลือกจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน ตามแผนการชำระหนี้ที่ธนาคารกำหนด เป็นระยะเวลา 12 เดือน หรือนานที่สุดไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค. 66 เปิดให้แจ้งความประสงค์ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรี ห่วงใยหนี้ครู บุคลากรทางการศึกษา และหนี้นักเรียนที่หยั่งลึกมานาน เน้นให้มีมาตรการแก้หนี้ที่เป็นระบบและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อบรรเทาวิกฤตหนี้สินภาคประชาชนให้มากที่สุด พร้อมเร่งสร้างวินัยและความรู้ทางการเงินที่ถูกต้องให้กับประชาชน ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นางสาวรัชดา กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), พล.อ.ประยุทธ์, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe2065aec128.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองเอี่ยม&#039;อัด&#039;พล.อ.ประยุทธ์&#039;อย่าถนัดแต่รวบอำนาจ ต้องกล้ารับผิดชอบความล้มเหลวด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 2564 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ รวบอำนาจจากกฎหมายในการควบคุมสถานการณ์โรคระบาด 31 ฉบับ มาไว้ที่ตัวพล.อ.ประยุทธ์ แต่เพียงผู้เดียว รวมถึงตั้งตนเองเป็นประธานศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์โควิดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ว่า ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ถนัดรวบอำนาจและใช้กฎหมายพิเศษในการดำเนินการ ทั้งเวนคืนอำนาจครม. ยึดอำนาจรัฐมนตรี รวบอำนาจจากกฎหมาย 31 ฉบับ ลดระดับมายึดอำนาจผู้อำนวยการเขตกทม. 50 เขต ใช้หน่วยงานความมั่นคงนำการสาธารณสุข แก้ไขปัญหาโรคระบาด พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำในแบบที่ตนเองเชื่อและถนัดมาหมดแล้ว แต่การแก้ปัญหายังไม่เห็นสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ทั้งมิติของการจัดหาวัคซีน การเยียวยา มาตรการรัฐที่ออกมาไม่สอดรับกับสถานการณ์ เยียวยาไม่ตรงจุด ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตั้งสติ หยุดคิด ทำไมถึงมีพรรคร่วมรัฐบาลออกมาฟ้องประชาชนว่ารัฐมนตรีถูกยึดอำนาจ ทำไมถึงมีส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล ออกมาเรียกร้องให้พรรคถอนตัวจากรัฐบาล จนเกิดประเด็นความขัดแย้งในรัฐบาล ทำไมพรรคร่วมรัฐบาลถึงบอกว่าการแก้ปัญหาโรคระบาดโดยใช้หน่วยงานความมั่นคงนำการสาธารณสุขไม่น่าจะประสบความสำเร็จ หรือแม้แต่ศึกโรงพยาบาลสนามที่ยืดเยื้อฟ้องร้องกัน ทั้งที่ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในฝ่ายหนุนรัฐบาลด้วยกันทั้งคู่ อย่าไอโอว่าแต่ฝ่ายอื่นสร้างความสับสน เพราะความสับสนวุ่นวาย ที่ส่งผลสู่การไร้เสถียรภาพส่วนใหญ่เกิดจากฝ่ายรัฐบาลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ อย่าถนัดแต่รวบอำนาจ ต้องกล้าแสดงความรับผิดชอบในกรณีที่ทำทุกอย่างตามความเชื่อและวิธีที่ถนัดของตนเองแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ต้องกล้าแสดงความรับผิดชอบในกรณีที่ล้มเหลวด้วย&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102273</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, พล.อ.ประยุทธ์, รวบอำนาจแก้โควิด, รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bae9d2e17e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
