<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้ม&#039;ดาราฮอลลีวูด&#039;ชมไทย-ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เล็งปลดล็อกถ่ายทำภาพยนต์ของต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ต.ค.64 -ที่จังหวัดอุบลราชธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ซึ่งล่าสุด&amp;rdquo;รัสเซล โครว์&amp;rdquo;ดารานักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง ได้เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ @russellcrowe ชื่นชมประเทศไทย และโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ระหว่างเดินทางมาเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ ว่า เป็นสิ่งที่เราควรภาคภูมิใจ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทุกส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน และผู้ประกอบการทั้งหมด ที่ทำให้โครงการแซนด์บ็อกซ์ประสบความสำเร็จ ซึ่งวันนี้ก็มีดาราระดับโลกเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ และได้ชื่นชมประเทศไทยในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหาร ที่พัก บรรยากาศต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงเช้า รวมทั้งแสงอาทิตย์ที่สวยงาม ซึ่งเท่าที่ดูจากข่าวเขาชื่นชมมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรต้องภูมิใจไปด้วยกัน อะไรที่เรามีปัญหาก็ต้องแก้ไขให้ได้ เราต้องอยู่กันให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และผมก็ทราบว่าธุรกิจในเรื่องการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย เป็นแหล่งสำคัญที่เขาอยากเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องดำเนินการกันต่อไปให้สามารถที่จะปลดล็อคเพื่อดำเนินการได้ในอนาคตอันใกล้นี้ให้เร็วที่สุด ทุกอย่างถ้าเราทำดี มันก็จะได้สิ่งที่ดีตอบแทน แต่ถ้าทำแล้วยังไม่สมบูรณ์ไม่ครบถ้วน ไม่ร่วมมือกัน มันก็จะไม่ได้อะไรกลับมาเลย ก็ต้องฝากให้ช่วยกันร่วมมือกับรัฐบาลทุกภาคส่วน เมื่อเราอยากให้เศรษฐกิจดีขึ้นก็ต้องร่วมมือกันว่าจะใช้มาตรการเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรกับตัวเอง ดูแลคนอื่นด้วย พี่จูงน้อง เพื่อนจูงเพื่อน รัฐบาลก็พร้อมจะพาทั้งหมดเดินไปข้างหน้า&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119812</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, ภูเก็ตแซนด์บอกซ์, รัสเซล โครว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_61692af0cebda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้มมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรม.ค.-ส.ค.64 ขยายตัว11.58% พร้อมผลักดันไปสู่ตลาดโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ต.ค.64-นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า&amp;nbsp; พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; พอใจมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11.58&amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนมกราคม - สิงหาคม ปี 2564&amp;nbsp; ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ปี 2564 ขยายตัวร้อยละ 1.2 โดยสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์สำคัญของประเทศไทยที่มีมูลค่าการส่งออกปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ทุเรียนและผลิตภัณฑ์ มูลค่าการส่งออก 103,958 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; มังคุดและผลิตภัณฑ์ มูลค่าการส่งออก 16,705 ล้านบาท ยางแท่ง มูลค่าการส่งออก 54,752 ล้านบาท น้ำยางข้น มูลค่าการส่งออก 32,172 ล้านบาท ยางแผ่นรมควัน มูลค่าการส่งออก 22,729 ล้านบาท มันเส้น มูลค่าการส่งออก 28,696 ล้านบาท แป้งมันสำปะหลัง มูลค่าการส่งออก 33,259 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งภาพรวมมีการขยายตัวได้ดี&amp;nbsp; รวมถึงการมีตลาดส่งออกหลักที่เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าเจรจาขยายช่องทางการค้าเพิ่มเติมผ่านการเจรจาการค้าเสรี อาทิ&amp;nbsp; FTA อาเซียน-จีน&amp;nbsp; รวมทั้งภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ตะวันออกกลาง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เกษตร อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ทุเรียน มังคุด ข้าวโพด และยางพารา เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในการส่งออกไปต่างประเทศและยังคงรายได้หลักในการส่งออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร โดยเฉพาะการดูแลพี่น้องเกษตรกร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ด้วยนโยบายประกันรายได้เกษตรกร เกษตร BCG&amp;nbsp; การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น ส่งเสริมการปลูกพืชผสมผสาน และการใช้เทคโนโลยีในการทำการเกษตรกร ส่งเสริมให้เกษตรกรไทยเป็น Smart Farmer เพื่อเพิ่มศักยภาพและคุณภาพให้กับสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119777</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้าเสรี, ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, สินค้าเกษตรขยายตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128853def73c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 06:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 06:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ปลอดประสพ&#039;โวบอกความลับ&#039;ประวิตร-ประยุทธ์&#039;แก้ปัญหาน้ำท่วมรับรองว่าไม่ได้วางยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ต.ค.64-นายปลอดประสพ สุรัสวดี&amp;nbsp; อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
ไปอีสานเที่ยวนี้จะหวานอะไรอีกรึเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองอาทิตย์ที่เเล้วนายกไปนครศรีธรรมราชพร้อมระเมียดคำพูด &amp;ldquo;รักจังหู้&amp;rdquo; เเถมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ (น่าหยิกเเก้มจังเลย) พรุ่งนี้จะไปอุบลก่อนน้ำจะหลากมาท่วม ก็ยังไม่รู้ว่าจะพูด &amp;ldquo;ข้อยมักเจ้าหลาย&amp;rdquo;หรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เเน่ๆคุณประวิตรไปขอนเเก่นเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ชอบกัน มาต้อนรับเห็นว่าชุลมุนตีกันกับตำรวจบาดเจ็บไประนาว(ไม่ดีเลย) พรุ่งนี้คุณประยุทธ์ก็เตรียมตัวเจอเพื่อนเก่าผม คือกลุ่มสมัชชาจนจนให้ดีก็เเล้วกัน&amp;nbsp; รู้ไหมย้อนไป 30 ปี ผมนี่เเหละเป็นคนเจรจากับคณะสมัชชาคนจนจนเปิดเขื่อนปากมูลใช้ประโยชน์มาถึงทุกวันนี้ เเถมขอเงินการไฟฟ้าฝ่ายผลิตประมาณ 250 ล้าน เป็นกองทุนช่วยฟื้นฟูชีวิตชาวบ้านปากมูลอีกด้วย พรุ่งนี้ที่ท่านไปจะเอาอะไรไปฝากเขาครับ เพราะที่ชาวบ้านเขารู้กันก็คือ พวกท่านกำลังจะใช้เงิน 200 ล้านจ้างน้องลิซ่าเเละคุณอังเครมาร้องเพลงเฉลิมฉลองการเปิดประเทศ ซึ่งก็ต้องนับว่ามีรสนิยมเป็นเลิศบนความยากจนของราษฎรจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผมขออนุญาตกระซิบคุณประยุทธ์เเละคุณประวิตรดังๆโดยสังเขป ดังนี้
(1) กรุณาไปหาอ่านโครงการโขง ชี้ มูลเสีย (2) ไปหาผลการศึกษาการสร้างเขื่อนบริเวณต้นน้ำชีที่จังหวัดชัยภูมิ (3) ไปดูความเป็นไปได้ในการสร้างฝายตามระดับชั้นบนลำน้ำมูลพร้อมระบบสูบน้ำไหลกลับ (4)ไปสำรวจพื้นที่โดยละเอียดของลำน้ำชีเพื่อขจัดจุดคดเคี้ยวที่สำคัญต่างๆ เเละ(5)การสร้างเเก้มลิงตามริมเเม่น้ำชีเเละลำน้ำมูลเช่นเดียวกับเเม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างท่านนายกอย่าไปมือเปล่า(เเละสมองเปล่า) นะครับ ต้องมีความรู้เเละนำความหวังไปบอกชาวบ้านเขา ท่านอยู่มาเจ็ดปีเเม่น้ำชีเเม่น้ำมูลท่วมเกือบทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอำเภอวารินชำราบนั้น เมื่อก่อนเป็นทุ่งน้ำขนาดใหญ่ไม่ใคร่มีคนอยู่ พอหน้าน้ำก็ท่วมทุกปีเเต่ไม่มีใครเดือดร้อน เเต่ตอนนี้ขยายเป็นเมือง เพราะตัวเมืองอุบลขยายไม่ออก จึงต้องมาโป่งตรงนี้ พอน้ำเอ่อท่วมก็ลำบากกันหมด ท่านรีบไปดูผังเมืองเเละจัดทำเรื่องการระบายน้ำเสียใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผม (แอบ) บอกความลับท่านไปเเยะเเล้วเเละขอรับรองว่าไม่ได้วางยา พวกผมเคยตั้งใจว่า เมื่อทำโครงการป้องกันน้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยาเเล้วเสร็จ ก็จะหันมาดำเนินการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชีมูล เเต่เสียดายที่ไม่ได้ทำเพราะถูกขัดขวางจากพวกเกเร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางใต้พรรคเพื่อไทยสมัยท่านยิ่งลักษณ์เป็นนายกก็เคยมีเเผนเช่นกัน ทางใต้ฝนจะตกหนักมากในช่วงตุลาคม-พฤจิกายนเพราะร่องมรสุมเป็นธรรมชาติจะต้องพัดพาดภูมิประเทศที่เป็นเขาลาดชัน การท่วมจึงมีลักษณะเป็นกระเเสน้ำเเรง ( Flash Flood ) ซึ่งอันตรายมาก การเเก้ปัญหาจึงต้องเป็นอีกเเบบ (คราวนี้ไม่บอกเเล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้ขออวยพรให้เปิดประเทศสำเร็จตามประกาศ&amp;nbsp; เเต่ก็หวาดเสียวจริงๆครับ คนยังติดเชื้ออยู่วันละหมื่นไม่เคยขาด (หมอบอกต้องไม่เกิน 5000) ยิ่งสี่จังหวัดภาคใต้มีเพิ่มทุกวัน ในขณะที่การเสียชีวิตก็ยังมีมากอยู่ ผมกำลังจะไปเที่ยวเชียงใหม่อยู่ทีเดียว เเต่พอได้ยินว่ามีคลัสเตอร์ขนาด 500 คน จากสองตลาดใหญ่ ก็เลยต้องหยุด ส่วนที่จังหวัดบอกไม่เป็นไรเพราะคนป่วยยังน้อยกว่าคนปกติอยู่นั้นน่ะถ้าเป็นสมัยผมอธิบายเเบบนี้ได้เก็บของเเน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119775</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปลอดประสพ สุรัสวดี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, แก้ปัญหาน้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการผันน้ำโขงชีมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6168c33f73b6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เน้นบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการวางแผนระบายน้ำเข้าทุ่ง เก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64-นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผย หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ตั้งแต่ ชัยนาท&amp;nbsp; ชลบุรี&amp;nbsp; เพชรบุรี สุโขทัย ชัยภูมิ&amp;nbsp; นนทบุรี และล่าสุดที่จ. นครศรีธรรมราช โดยเน้นการบริหารปริมาณมวลน้ำหลาก ทั้งในลุ่มเจ้าพระยา ลุ่มน้ำมูล-ชี เก็บกักในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่แก้มลิงต่าง ๆ&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้น้ำที่มีอยู่เสียเปล่า และเป็นการใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp; ทั้งนี้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทานและกรมส่งเสริมการเกษตร เร่งบริหารจัดการพื้นที่น้ำท่วมบริเวณพื้นที่สองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ และให้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทุ่งรับน้ำภายใน 2 วัน เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมทั้งมีแผนจะลดน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท้ายเขื่อนลงให้อยู่ในอัตราประมาณ 1,000 ลบ.ม./วินาที ภายใน 1 พ.ย. นี้ หากไม่มีฝนตกเพิ่ม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้มีการใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในการเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยโดยบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับระดับน้ำทะเลหนุน พร้อมได้กำหนดแผนการระบายน้ำออกจากทุ่งตั้งแต่ 1 พ.ย. 64 ให้เหลือน้อยกว่า 20% ภายใน 1 เดือน ด้วยโดยปัจจุบันการเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำได้เก็บกักน้ำเต็มความจุแล้วจำนวน 400 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ 10 ทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง รับน้ำแล้วรวม 1,137 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 87% ของความจุ โดยมีทุ่งที่ยังรับน้ำน้อยกว่า 50% จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ทุ่งเชียงราก คิดเป็น 26% และ&amp;nbsp; ทุ่งเจ้าเจ็ด 39%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายธนกร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน สทนช. ประเมินว่าสิ้นสุดฤดูฝน&amp;nbsp; ณ 1 พ.ย.64 ทั้งประเทศไทยมีปริมาตรน้ำ 55,900 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 68% ของความจุ ขณะที่น้ำใช้การได้จะอยู่ที่ 27,909 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 58% ของน้ำใช้การ&amp;nbsp; ซึ่งจากมาตรการเร่งเก็บกักน้ำและบริหารจัดการน้ำในเขื่อนตลอดช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาก็ ทำให้เบาใจในระดับหนึ่งว่าในปีนี้ทุกภาคมีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่าปี 2563&amp;nbsp; รวมทั้งน้ำที่อยู่ในทุ่ง ยังสามารถช่วยเกษตรกรทำการเกษตรช่วงแล้ง ทำให้พื้นที่การเกษตรอาจจะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงความเป็นห่วงและกังวลและขอให้ดูแลและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบกรณีจากการผันน้ำด้วย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2564&amp;nbsp; อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ก็ฝากถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่เสี่ยงและที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ให้หมั่นสังเกตระดับน้ำและความผิดปกติจากแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้ๆ เช่น แม่น้ำ คลอง ขอย้ำว่าต้องปฏิบัติคำแนะนำของราชการ เคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ตัดกระแสไฟฟ้า ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว เตรียมพร้อมอพยพคนและสัตว์เลี้ยงและเคลื่อนย้ายยานพาหนะไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและคอยติดตามข่าวสารและการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานรัฐที่ดูแล อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th กรมชลประทาน www1.rid.go.th/main/index.php/th&amp;nbsp; กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย www.disaster.go.th เป็นต้น รัฐบาลกำลังบูรณาการและประสานงานทุกภาคส่วนเพื่อเร่งจัดการปัญหา หากมีความจำเป็น ก็จะพิจารณามาตรการช่วยเหลือ เยียวยาเพื่อเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119161</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.), การบริหารจัดการน้ำ, ตรวจพื้นที่น้ำท่วม, นายธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_616002637fde5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลโต้&#039;ชลน่าน&#039;โว&#039;บิ๊กตู่&#039;มีผลงาน พปชร.เสนอนั่งนายกฯอีกก็ไม่แปลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64-นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกครั้งนั้น ไม่รู้สึกละอายตัวเองบ้างหรือ เพราะ 7 ปีที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์สร้างหายนะให้กับประเทศมากแค่ไหน ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มุ่งทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนมาตลอดมีผลงานเป็นรูปธรรมมากมาย โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมมีการขยายรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่ การจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับประชาชนไม่ว่าจะเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเราชนะ โครงการคนละครึ่ง ฯลฯ ซึ่งประชาชนก็รับรู้ได้ จึงสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า ประชาชนต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศต่อไป และหากการเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าเป็นฉันทามติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแก้ปัญหาประเทศตามความต้องการของประชาชนผ่านผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งต่างจากรัฐบาลในอดีตที่ นพ.ชลน่านคุ้นเคย มีการสืบทอดอำนาจระยะยาวผ่านคนในเครือญาติ ไม่สนใจว่าประชาชนจะรู้สึกอย่างไร ไม่รู้แกนนำพรรคไหนกันแน่ที่บ้าอำนาจ หลงอำนาจ ถึงขั้นผลักดันกฎหมายแบบสุดซอยก็ยังทำมาแล้ว นพ.ชลน่านน่าจะรู้สึกละอายใจกับพฤติกรรมแบบนี้เสียก่อน แล้วค่อยมาบอกว่าคนอื่นน่าละอาย&amp;quot;นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, บิ๊กตู่นายกฯสมัย3, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615fa208d4fc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ร่ายยาววันแรกคลายล็อกหลายกิจการ ขอยังเข้มงวดมาตรการ พร้อมพลิกโฉมประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 64&amp;nbsp;- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;ldquo;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha&amp;rdquo; ระบุว่า พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน วันนี้ (1 ต.ค) ถือเป็นวันเริ่มต้นมาตรการใหม่ของ ศบค. ที่มีการอนุญาตให้เปิดหลายกิจการและสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นสถานรับเลี้ยงเด็ก พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด โรงภาพยนตร์ โรงละคร มหรสพ สปา ร้านนวดแผนไทย ร้านเสริมสวย คลินิกเสริมความงาม ฟิตเนส โรงเรียนและสถาบันกวดวิชา และอื่นๆ รวมถึงการอนุญาตให้มีการแสดงดนตรีในร้านอาหาร การจัดแสดงพื้นบ้านต่างๆ และมีการเลื่อนช่วงเวลาเคอร์ฟิวไปถึง4 ทุ่ม ทำให้ธุรกิจและผู้ประกอบการสามารถเปิดกิจการได้นานขึ้น มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น พี่น้องหลายอาชีพที่ต้องหยุดงานไปได้กลับมาทำงานอีกครั้ง โดยเป็นการอนุญาตตามมาตรการควบคุมโรคที่ต้องเข้มงวดและเคร่งครัดตามที่กำหนดไว้ ซึ่งผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ทั้งผู้ประกอบการพนักงาน เจ้าหน้าที่ และพี่น้องทุกคนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เนื่องจากทราบดีว่าหากเราไม่ช่วยกัน ยอดผู้ติดเชื้อก็อาจจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง และจำเป็นต้องกลับไปปิดสถานที่อีก ซึ่งไม่มีใครต้องการให้เกิดการล็อกดาวน์อีกครั้งอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังคงเชื่อว่า หากเราสามารถดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ เข้มงวดกับมาตรการควบคุมโรค สถานการณ์การต่อสู้กับโควิดของไทย จะดีขึ้นเรื่อยๆ และเราจะไม่ต้องย้อนกลับไปสู่การล็อกดาวน์ที่น่าเจ็บปวดอีก ในขณะนี้เรายังรักษายอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในระดับทรงตัวแบบค่อยๆลดลง ทำให้อัตราครองเตียงในโรงพยาบาลลดลงอย่างเห็นได้ชัด โรงพยาบาลสนามหลายแห่ง รวมทั้งโรงพยาบาลบุษราคัม สามารถปิดตัวลงได้เนื่องจากไม่มีผู้ป่วยใหม่ ช่วยบรรเทาภาระให้แก่แพทย์-พยาบาล การหาเตียงให้ผู้ป่วยในทุกระดับอาการจึงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป โรงพยาบาลต่างๆไม่ต้องปิดรับผู้ป่วยโรคอื่นๆ หรือเรียกได้ว่า ระบบสาธารณสุขของไทย ผ่านพ้นช่วงวิกฤตและกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทย และความสามารถของบุคลากรการแพทย์ไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เราผ่านวิกฤตกับโควิดในระลอกนี้มาได้ ก็คือการฉีดวัคซีน ซึ่งตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา การดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามวาระแห่งชาตินั้น เราทำได้ดีขึ้นอย่างมากจากปริมาณวัคซีนที่ได้เพิ่มขึ้น ทำให้เราสามารถระดมฉีดวัคซีนได้วันละหลายแสนโดส โดยในวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา สามารถฉีดวัคซีนได้ถึงมากกว่า 1 ล้านโดส และรัฐบาลยังไม่หยุดในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมจากทั่วโลก จนในขณะนี้ ยอดเป้าหมายวัคซีนของเราจนถึงสิ้นปีนี้เพิ่มจาก 100 ล้านโดสที่เป็นเป้าหมายเดิม ไปสู่ 178.2 ล้านโดสแล้ว และในปีหน้า เราก็จะได้วัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยองค์กรของไทยเองอีกหลายชนิด จึงเชื่อได้ว่า วันนี้เราสามารถผ่านพ้นอีกวิกฤตหนึ่ง คือวิกฤตการขาดแคลนวัคซีนโควิด-19 ที่เราเคยเผชิญมา และจะไม่ย้อนกลับไปสู่ปัญหาเดิมอีกแล้ว การพยายามจัดหาวัคซีนอย่างเต็มที่ในทุกๆทางของรัฐบาลในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้เรามีวัคซีนอย่างเพียงพอและหลากหลายประเภท มีทางเลือกในการกำหนดนโยบายใช้วัคซีนแต่ละประเภทสร้างภูมิคุ้มกันให้กับกลุ่มประชาชนที่เหมาะสม เพื่อการเปิดเมือง เปิดประเทศที่มั่นคงและปลอดภัย ผมต้องขอขอบคุณ &amp;ldquo;ทีมประเทศไทย&amp;rdquo; ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาจัดหาวัคซีน รวมทั้งนักวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 สายพันธุ์ไทย ที่เราคนไทยทุกคนต้องขอแสดงความชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​เมื่อสถานการณ์การต่อสู้กับโรคร้ายเริ่มคลี่คลายลง ก็เป็นช่วงเวลาแห่งภารกิจที่สำคัญต่อชีวิตพี่น้องประชาชนไม่แพ้กัน นั่นคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ปากท้องของคนทำมาหากิน ซึ่งผมและรัฐบาลมีความเป็นห่วงกังวลอยู่ตลอดเวลา และคอยคิดหาทางแก้ไขในการประชุมทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ผมได้เร่งรัดให้มีการดำเนินการโครงการทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ให้นโยบายไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33, 39, 40 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด โดยกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีผู้ประกันตนได้รับการเยียวยาไปแล้วกว่า 12 ล้านคนจากกิจการมากกว่า 11 ล้านแห่ง และมีนายจ้างมากกว่า 1.5 แสนกิจการที่ได้รับการช่วยเหลือ รวมแล้วมีเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจถึงมากกว่า 9 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นยังมีมาตรการช่วยเหลือฟื้นฟูภาคธุรกิจด้านการเงิน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งมียอดสินเชื่อฟื้นฟูที่อนุมัติแล้ว มากกว่า 1 แสนล้านบาท มีกิจการที่ได้รับความช่วยเหลือมากกว่า3 หมื่นราย ซึ่งกระจายตัวไปสู่ SME ที่เป็นกระดูกสันหลังของการจ้างงานในประเทศได้อย่างทั่วถึงและเป็นกิจการในต่างจังหวัดมากถึง 68% รวมทั้งโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ ที่ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ มียอดอนุมัติเข้าร่วมโครงการแล้วถึงมากกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นยังมีการพิจารณามาตรการใหม่เพิ่มเติม คือการรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SME (Job Retention &amp;amp; SME Boost Up) โดยรัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อส่งเสริมและรักษาการจ้างงานผ่านนายจ้างทุกเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น อีกหนึ่งภาคอุตสาหกรรมสำคัญ ที่เป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ และได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา นั่นคือภาคการท่องเที่ยว ทำให้ผมต้องคิดหาวิธีการที่จะรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมโรคและการเปิดรับนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนอีกครั้ง จึงได้เกิดโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บอกซ์&amp;rdquo; เป็นโมเดลพื้นที่ทดลองตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งความสำเร็จของภูเก็ต แซนด์บอกซ์ ทำให้เราสามารถขยายโครงการไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งเรียกว่า Phuket Extension (ภูเก็ต + สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และ 7 เกาะท่องเที่ยว) และตามมาด้วยโครงการ Samui Plus ที่เกาะสมุย ซึ่งนับตั้งแต่ 1 ก.ค. - 27 ก.ย.64 (รวม 89 วัน) โครงการ Phuket Sandbox และ Samui Plus สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,330 ล้านบาท โดยPhuket Sandbox ได้รับนักท่องเที่ยวทั้งหมด 37,576 คน เกิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,500 บาทต่อวัน และวันพักเฉลี่ย 11 วัน (หรือประมาณ 61,000 บาทต่อคนต่อทริป) คิดเป็นการสร้างรายได้รวมมากกว่า2,254 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดการจองที่พักทั้งสิ้น (ก.ค. 64 - ก.พ. 65) รวม 695,418 วัน ส่วน Phuket Extension ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยว 384 คน วันพักเฉลี่ย 5.2 วัน ก่อให้เกิดรายได้มากกว่า 12 ล้านบาท ในขณะที่ Samui Plus นั้น มีนักท่องเที่ยว 878 คน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 6,000 บาทต่อวันและวันพักเฉลี่ย 12.6 วัน ก่อให้เกิดรายได้ มากกว่า 66 ล้านบาท ซึ่งผมเห็นว่าเป็นความสำเร็จเบื้องต้นที่งดงาม และไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการแพร่ระบาดโรคจนไม่สามารถควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากความสำเร็จนี้ รัฐบาลจึงเดินหน้าต่อไปในการขยายผล ตามแนวทาง &amp;ldquo;พลิกโฉมประเทศไทย&amp;rdquo; โดยจะทำการ &amp;ldquo;พลิกโฉมภูเก็ต&amp;rdquo; ให้เป็นจุดหมายระดับโลก (World-Class Destination) ที่เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน รวมถึงผู้ที่มา &amp;ldquo;ทำงานด้วย เที่ยวไปด้วย&amp;rdquo; (Workation) ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 &amp;ndash; ไตรมาส 1 ปี 2565 โดยคาดว่าจะมีชาวต่างประเทศ ทั้งนักท่องเที่ยวและเข้ามาทำงาน เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 5,000 คนต่อวัน (รวม 1 ล้านคน) และจะสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากทวีปยุโรป (รัสเซียอังกฤษ กลุ่มประเทศนอร์ดิก เยอรมนี เป็นต้น) กว่า 500,000 คน ช่วงฤดูหนาวนี้ (ต.ค. 64 - มี.ค. 65) โดยจะมีการลงทุนเพิ่มเพื่อพัฒนาระบบการลงทะเบียนต่างๆ แบบออนไลน์ สำหรับอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ เช่น ใบรับรองการฉีดวัคซีน ใบรับรองสุขภาพ ผลตรวจโควิดเป็นต้น ซึ่งผมและรัฐบาลจะเร่งดำเนินการผลักดันนโยบายนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวในหลายประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วและพร้อมเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลฤดูหนาวนี้ หลังจากที่ต้องผ่านการล็อกดาวน์มาเช่นกันในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดเมืองอื่นๆนอกจากภูเก็ตในระยะต่อไปด้วย ซึ่งในตอนนี้ เป็นที่น่าภูมิใจว่าหลายจังหวัดและพื้นที่ของไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพ ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นเมือง Workation อันดับหนึ่งของโลก รวมถึงภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ กระบี่ และอีกหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นพวกเราเอง ทั้งผู้ประกอบการ ภาคบริการ จังหวัด และพี่น้องประชาชน ต้องช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไร จะให้ชาวต่างชาติที่เลือกเดินทางมาประเทศไทยหลังล็อกดาวน์นี้ ได้สัมผัสกับความเป็นไทย ยิ้มสยาม ความจริงใจ การต้อนรับที่อบอุ่น และน้ำใจคนไทยในฐานะ &amp;ldquo;เจ้าบ้าน&amp;rdquo; รวมทั้งความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดระยะเวลาที่พักผ่อน หรือทำงานอยู่ในประเทศไทยซึ่งเราชาวไทยทุกคนจะต้องช่วยกัน สร้างบรรยากาศความประทับใจให้เกิดขึ้น ช่วยให้ชาวต่างชาติที่มีคุณภาพเหล่านี้คิดถึง และอยากกลับมาบ้านเราอีกบ่อยๆ ใช้เวลาอยู่นานๆ และบอกต่อกันไปถึงความน่าเที่ยว น่าทำงาน และ &amp;ldquo;น่าอยู่&amp;rdquo; ของประเทศไทย ให้เกิด &amp;ldquo;World-Class Destination&amp;rdquo; เพิ่มขึ้นในทุกๆแห่งที่พวกเขาได้ไปสัมผัสนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118459</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกกิจการ, ฉีดวัคซีนโควิด-19, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, พลิกโฉมประเทศไทย, ฟื้นฟูเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6157005e25566.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เมินตอบปัญหาใน&#039;พปชร.&#039;อุบไต๋ส่ง&#039;บิ๊กตู่&#039;เป็นแคนดิเดตนายกฯเลือกตั้งครั้งหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ต.ค.64-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธตอบคำถามถึงรายงานข่าวการเรียกประชุมหัวหน้าภาค 9 ภาค ของพรรคพปชร. เมื่อวันที่ 30 กันยายน รวมถึงไม่ตอบคำถามกรณีที่ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพปชร. เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่นที่ 12 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าจะยกทีมกลุ่มภาคใต้ ออกจากพรรค ไปอยู่กับพรรคเศรษฐกิจไทย ของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย
&amp;nbsp;
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงประเด็นว่า พรรคพปชร. จะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดต นายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ในนามพรรคพปชร. อยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจ ก่อนเดินแหวกวงสัมภาษณ์สื่อมวลชน ขึ้นรถอย่างไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118422</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่นายกฯสมัย3, พ.อ.สุชาติ  จันทรโชติกุล, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61569afd8d7d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
