<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.นครศรีฯ พปชร. แจง นายกฯ ลงพื้นที่ มาดูแลปัญหาน้ำท่วม ไม่มีการตีกินทางการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 2564 นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 30 ก.ย.64 นี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และผลกระทบน้ำเค็ม ในพื้นที่ 94 ตำบล 11 อำเภอ ครอบคลุมพื้นที่ 5.3 แสนไร่ ของจ.นครศรีฯ งบประมาณ 9,580 ล้านบาท ระยะเวลา 6 ปี (พ.ศ.2561-2566)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.ย.64 นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามความคืบหน้ากับตนถึงโครงการดังกล่าว และตนได้รายงานปัญหาของความล่าช้าของโครงการให้รับทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ ได้สอบถามถึงโครงการดังกล่าวว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ซึ่งตนได้รายงานปัญหาเรื่องของการก่อสร้าง ที่มีความล่าช้า เนื่องจากผู้รับเหมามีการประมูลเสนอราคาการก่อสร้างที่ต่ำกว่าราคากลางมาก จึงทำให้ขณะนี้โครงการไม่สามารถขับเคลื่อนได้ไปตามระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้น นายกฯ เตรียมที่จะลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบปัญหาด้วยตัวเอง&amp;rdquo; ดร.สัณหพจน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนภารกิจการลงพื้นที่ดังกล่าวของนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมการรับมือความเสี่ยงของการเกิดอุทกภัยจากปรากฎการณ์ &amp;ldquo;ลานีญา&amp;rdquo; ในพื้นที่ภาคใต้ ที่ปัจจุบันจะเริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุมในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. และพื้นที่จ.นครศรีฯ เองเป็นจุดเสี่ยงที่สุด เพราะเป็นที่ตั้งของยอดภูเขาหลวงซึ่งเป็นต้นน้ำสำคัญหลายสายในจ.นครศรีฯ และสุราษฎร์ธานี รวมทั้งโครงการที่จะใช้รับมือปัญหาอุทกภัยนั้นยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วม และสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นความตั้งใจจริงของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะทราบถึงปัญหาความล่าช้า ไม่ใช่การหาตีกินทางการเมือง อย่างนักการเมืองบางพรรคที่ถนัดเรื่องดังกล่าว&amp;rdquo; ดร.สัณหพจน์ กล่าว&amp;nbsp;
ขณะเดียวกันตนเตรียมเสนอโครงการต่อเนื่อง เพื่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ทั้งเรื่องของ เส้นทางคมนาคม ปัญหาประมงท้องถิ่น และการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ จำนวน 4 โครงการ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เร่งรัดติดตามคืบหน้าโครงการเวนคืนที่ดิน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 สายฯ - บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (นาทวี) ช่วงบริเวณสะพานการะเกด ต.การะเกด-ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีปัญหาการเวนคืนพื้นที่ มากว่า 10 ปี เพื่อเปิดให้สามารถขยายถนนเชื่อมต่อระหว่าง จ.นครศรีฯ และ จ.สงขลา ได้สมบูรณ์ เกิดความสะดวกต่อพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางในการสัญจร โดยในวันที่ 15 ต.ค.จะครบกำหนดเวลาการเวนคืนในโครงการดังกล่าว รวมทั้งการขยายถนน อ.เชียรใหญ่ เพื่อเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 408 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเดินทาง การขนส่งผลผลิตทางการเกษตร และการท่องเที่ยวของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังสะดวกขึ้น ช่วยให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ศึกษาความเป็นไปได้ การสร้างสะพานข้ามอ่าวปากพนัง เชื่อมต่อ แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง และ อ.เมืองนครศรีฯ เพื่อเป็นเส้นทางใหม่ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้มีการกระจายรายได้ ขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งในท้องถิ่นและระดับภาค ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โครงการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายซึ่งมีกระทบต่อการทำประมงพื้นบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งอ่าวปากพนัง ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอคือ อ.เมือง อ.ปากพนัง และอ.หัวไทร โดยจัดตั้งหน่วยศร.ชล.ประจำพื้นที่บริเวณอ่าวปากพนัง เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามประมงผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าพรุควนเคร็งอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นป่าพรุที่มีความสำคัญต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา เนื่องจากเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำปากพนัง และทะเลน้อยที่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกับทะเลสาบสงขลา ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และประกอบอาชีพประมง โดยในแต่ละปี จะประสบกับปัญหาไฟไหม้ ทำให้มีผลกระทบกับประชาชนเป็นจำนวนมากในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากมีการแก้ไขปัญหาไฟป่าได้อย่างยั่งยืน ทำให้ป่าพรุควนเคร็งมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117868</URL_LINK>
                <HASHTAG>.นครศรีธรรมราช, ตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งมท.กำชับ76จังหวัดวางแผนจัดการน้ำตลอดฤดูฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งล่าสุดนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้รายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่เชียงรายทั้ง 8 อำเภอ กลับสู่ภาวะปกติ รวมทั้งไม่กระทบต่อการดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 และการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กับประชาชนในพื้นที่ยังทำได้ต่อเนื่อง เนื่องจากไม่ได้เป็นพื้นที่คลัสเตอร์ ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้มอบหมายกระทรวงมหาดไทยกำชับทั้ง 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อวางแผนจัดการน้ำตลอดฤดูฝนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงรายที่ได้รับผลกระทบ ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยในพื้นที่อำเภอเชียงของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำสำหรับระบายน้ำ อำเภอแม่สาย ระดับน้ำ ณ สะพานมิตรภาพกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว รวมทั้งที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง ได้ดำเนินการแก้ไขดินโคลนสไลด์และเสาไฟที่ล้มปิดถนนเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ในส่วนอำเภอแม่จัน ผู้ว่าราชการ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ สมาคมในพื้นที่ ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มาจากเหตุฝนตามฤดูกาล แต่เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากกตกบริเวณดอยที่สูง และไหลลงพื้นที่ลุ่ม ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการในระดับท้องถิ่นได้แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า รวมทั้งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุทันที ขณะเดียวกันจังหวัดได้เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เราทำดี ด้วยหัวใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วด้วย ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังยืนยันว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ไม่กระทบต่อการดำเนินการป้องกันและการควบคุมการแพร่ระบาดของจังหวัด เนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมไม่มีคลัสเตอร์เสี่ยง หลังจากนี้จังหวัดจะยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องและจะได้รายงานให้ผู้บริหารทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและคาดการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด โดยใช้ข้อมูลทรัพยากรน้ำให้เป็นประโยชน์ เพื่อวางแผนทำงานเชิงป้องกันก่อนเกิดผลกระทบโดยเฉพาะการแจ้งเตือน รวมถึงสื่อสารสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทราบสถานการณ์น้ำล่วงหน้าด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113688</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา บูรพชัยศรี, น้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, เชียงราย, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e43e53578d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ร้านนวด-สปา&#039;โอดวอน&#039;บิ๊กตู่&#039;ผ่อนผันให้เปิดบริการได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล นายพิทักษ์ โยทา ตัวแทนสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ผ่าน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้ผ่อนผันให้ร้านนวด ร้านสปา เปิดบริการได้หลังกรุงเทพมหานครมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยยืนยันที่ผ่านมาร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านสปา ได้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เว้นระยะห่าง จำกัดผู้ใช้บริการบริการและไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด จึงไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาเป็นกลุ่มแรกที่ถูกสั่งปิด และให้เปิดเป็นกลุ่มสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิทักษ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันร้านนวด-ร้านสปา ทั่ว กทม. มี 1,700 ร้าน ส่วนทั่วประเทศมี 15,000 ร้าน ปิดถาวรไปแล้ว 11,280 ร้าน เพราะไม่มีทุนไปต่อ เหลือเพียงกว่า 4,000 ร้าน ก็ทำตามมาตรฐานทุกอย่าง ดังนั้นอยากให้รัฐบาลผ่อนผันให้เปิดบริการเพื่อให้พนักงานมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว แต่หากไม่ผ่อนผันก็เรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยา หรือออกคำสั่งยกเว้นค่าเช่าตึก จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพราะที่ผ่านมาการช่วยเหลือจากรัฐบาล ทั้งเรื่องเงินกู้ซอฟท์โลน หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการคนละครึ่ง ก็ไม่สามารถเข้าถึง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88979</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวแทนสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, ร้านนวด, สปา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff54c2d78022.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039; เปรียบ &#039;บิ๊กตู่&#039; กระสือมีแต่หัวรอสิงร่าง ครม.ใหม่ ชี้ตั้งรัฐบาลช้าทำปชช.เสียโอกาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ 60 ว่า บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 264 รับรองให้คณะรัฐมนตรีคือ นายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรี ที่ดำรงตำแหน่งก่อนมีรัฐธรรมนูญ 60 เป็นคณะรัฐมนตรีคือ นายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ 60 ต่อไป แต่เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯที่ออกจากร่างเดิมคือ ครม.ชุดเดิม มาแล้ว กำลังจะเป็นนายกฯที่รอไปสวมทับกับร่างใหม่ ครม.ชุดใหม่ สภาพจึงไม่ต่างกับกระสือที่มีแต่หัว ล่องลอยไปเรื่อยๆเพื่อที่จะไปสิงร่างใหม่ ครม.ชุดใหม่ ร่างเดิม ครม.ชุดเดิมก็มีแต่ตัว ไม่มีหัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นทั้งนายกฯและครม.ชุดเดิม จึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันต่อไปได้ เพราะกลับเข้าร่างเดิมไม่ได้แล้ว เป็นข้อต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ไม่แน่ใจว่าเนติบริกรคู่กายลืมบอกหรือบอกไม่หมด เพราะหากนำประเด็นนี้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่แน่นอน 5 ปีที่ผ่านมาประชาชนได้เห็นหลายครั้งในหลายเรื่องที่กรอบคุณธรรมจริยธรรม หลักธรรมาภิบาลของรัฐบาลคสช.ถูกตั้งคำถาม ถ้ามีวิธีคิดตั้งรัฐบาลใหม่ไม่ได้ ก็ใช้รัฐบาลเก่าทำงานไปเรื่อยๆ น่าจะไม่เป็นธรรมกับประชาชน และทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส เพราะคิดแบบนี้หรือไม่ผ่านการเลือกตั้งมาเกือบ 90 วันแล้วยังตั้งรัฐบาลไม่ได้เสียที มีแต่ข่าววิ่งเต้นต่อรองแย่งชามข้าว แย่งผลประโยชน์กัน เพราะได้ทั้งขึ้นทั้งล่องแบบนี้หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39011</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcecf12d63e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2018 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039; กางแผนที่แขวะ &#039;บิ๊กตู่&#039; เข้าใจได้ครับว่าทำไมท่านต้องสบถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.61 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิป้ตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านไลน์ออฟฟิเชียล กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่พอใจที่นักการเมืองคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้ง ว่า &amp;quot;เข้าใจได้ครับว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ต้องสบถเมื่อถูกถามเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp; ไม่มีคำสั่งคสช. ไม่มีนักการเมืองสุโขทัยที่ประกาศสนับสนุนท่าน&amp;nbsp; ผมมั่นใจว่าการแบ่งเขตตามรูปข้างล่างไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะไม่อยู่ในแบบที่ กกต.จังหวัดเสนอมา ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่อยากหงุดหงิดอีก ก็ควรแสดงให้เห็นว่าจะทำอะไรให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าจะไม่ใช้อำนาจก้าวก่ายแทรกแซงในเรื่องการเลือกตั้ง โดยเฉพาะหากตนเองมีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งครั้งนี้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23232</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfd2419d727a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้เลือกตั้ง “ส.ส.คนใต้” งัวเงียร้องบิ๊กตู่ แก้ยาง-ปาล์มดิ่งเหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย. 61-เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) อดีตส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีตส.ส.ตรัง นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีตส.ส.พัทลุง และนายเจือ ราชสีห์ อดีตส.ส.สงขลา เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่อเสนอมาตรการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผ่านนายพันธ์ศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุกิจ กล่าวว่า อดีตส.ส.ภาคใต้เสนอให้รัฐบาลเร่งรัดการใช้ยางในประเทศ ตามที่ประกาศไว้ให้กระทรวงต่างๆนำไปใช้ โดยตั้งเป้าไว้ 100,000 ตัน เนื่องจากขณะนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 33-34 บาท ถือว่าตกต่ำมากที่สุดในรอบหลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงอยากให้นำข้อเสนอแนะไปปฏิบัติ รวมถึงขอให้แก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำด้วย โดยขอให้รัฐบาลย้ายแหล่งผลิตจาก จ.ราชบุรี ไปที่จ.กระบี่ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ซึ่งการแก้ปัญหาทั้ง 2 เรื่องขอให้รัฐบาลจริงจังในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในทันที&amp;quot; นายสุกิจ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21814</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, ยางราคาตก, ศูนย์บริการประชาชน, ส.ส.ใต้, สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, แก้ปัญหาปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be91e9ea3e69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันธงชัด!เพจนายกฯหวังผลทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2561- &amp;nbsp;สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,165 คน กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เปิดตัวแฟนเพจเพื่อเป็นช่องทางสื่อสารกับประชาชน ทั้งเว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ และอินสตราแกรม โดยเมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร? กรณีเพจ นายกฯ ที่ได้เปิดช่องทางสื่อสารกับประชาชนในโลกออนไลน์ &amp;nbsp;พบว่า 42.75% เป็นการหยั่งเสียง วัดความนิยม หวังผลทางการเมือง 24.67% มีทั้งกระแสตอบรับที่ดี และคัดค้าน 23.47% เป็นสิทธิของนายกฯ &amp;nbsp;ทุกคนสามารถมีได้ในโลกยุคออนไลน์ 18.80% ได้เห็นความเคลื่อนไหว การทำงานของนายกฯ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาพูดคุย และ 14.49% อยากให้นายกฯ เป็นผู้ตอบคำถามด้วยตนเอง ไม่ใช่คนอื่นตอบให้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการเปิดเพจ นายกฯนั้น พบว่า 51.60% สามารถติดต่อแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ หรือปัญหาต่างๆได้สะดวก รวดเร็ว 30.55% มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น เสนอแนวคิด และความต้องการของประชาชน 23.01% รับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหว เห็นการทำงานของนายกฯ และ 17.03% น่าจะได้ประโยชน์เฉพาะกลุ่ม เช่น คนที่เล่นโซเชียล คนที่สนใจและติดตามข่าวนายกฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
และเมื่อถามประชาชนคิดว่าการเปิด&amp;ldquo;เพจ นายกฯ&amp;rdquo; เป็นการหาเสียงหรือไม่ 42.92% เป็นการหาเสียง เพราะใกล้เข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดี เป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานของนายกฯ ให้ประชาชนได้รับรู้ เพื่อสร้างคะแนนนิยม ฯลฯ 40.17% ไม่แน่ใจ เพราะขึ้นอยู่กับเจตนาและความตั้งใจในการเปิดเพจของตัวท่าน มีหลายกระแสที่โยงไปเรื่องการเมือง ฯลฯ และ 16.91% ไม่เป็นการหาเสียง เพราะนายกฯ ยังไม่มีการตัดสินใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อาจเพียงต้องการปรับปรุงการทำงาน และสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ฯลฯ
&amp;nbsp;
โพลยังถามอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรวางตัวอย่างไร? ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า พบว่า 39.45% เป็นกลาง ยุติธรรม ใช้อำนาจในทางที่ถูกต้อง เหมาะสม 34.12% ตั้งใจทำงาน ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ จนกว่าจะหมดวาระ 20.90% เดินหน้าตามโรดแมป สานต่องานตามนโยบายที่วางไว้ 18.76% ใจเย็น ควบคุมอารมณ์ ไม่ดุ ไม่หงุดหงิด รับฟังความเห็นของทุกฝ่าย และ 15.57% สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแล จัดการเรื่องการเลือกตั้งให้เรียบร้อย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิตเตอร์, ประชาชน, ผลสำรวจความคิดเห็น, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, สวนดุสิตโพล, อินสตราแกรม, เฟซบุ๊ก, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcbe918940cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
