<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’กำชับรัฐมนตรีอย่าไปติดโควิด-19 มาอีก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ได้มีการหารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19​ โดย​ พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา​ 2019​ (โควิด-19) &amp;nbsp;หรือ ศปก.ศบค.​ ได้รายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังทรงๆ อยู่ คงยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาเพิ่มเติม แต่ขอประเมินสถานการณ์อีก 2-3 วันข้างหน้าก่อน ส่วน​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ ได้กำชับ ครม.ตอนหนึ่งว่า ให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี อย่าให้ไปติดโควิด-19 มาอีก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98645</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา, รมว.กลาโหม, โควิด-19, ​ นายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f1715af46b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเบื่อเต็มทีแล้ว &#039;บิ๊กตู่&#039; ฝากฝ่ายค้าน สร้างสรรค์-พัฒนาหน่อย​ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 - รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ที่มี​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ เป็นประธาน​ แจ้งว่า​ ในที่ประชุม​ ครม.​ นายพุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์​ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ ได้รายงานเรื่องผลการสำรวจความเห็นของประชาชน​ที่พบว่า​ ประชาชนพึงพอใจมาตรการของรัฐบาลที่ออกมาช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่​ พล.อ.ประยุทธ์​ ได้พูดถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-19​ ว่าพยายามจะช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม​ แม้แต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีเงินเดือน​ 15,000 บาท​ แต่เรื่องนี้อย่าเพิ่งไปพูดข้างนอก​ เพราะยังเป็นแค่การหารือ​ หากไปพูดก่อนแล้วไม่ได้ทำ จะกลายเป็นว่าพูดแต่ทำไม่ได้​ ถือเป็นสัญญาสุภาพบุรุษ​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ นายพุทธิพงษ์​ ในฐานะรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ประสานกับวิปรัฐบาล​ ได้รายงานเรื่องที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า​ จะมีการอภิปรายระหว่างวันที่​ 16-19​ ก.พ.​ และลงมติในวันที่​ 20​ ก.พ.​ ซึ่ง​ พล.อ.ประยุทธ์​ ได้ปรารภถึงฝ่ายค้านตอนหนึ่ง​ ว่าอยากให้หน้าที่อย่างสร้างสรรค์​ พัฒนาหน่อย​ คนเบื่อเต็มทีแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90346</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006b3ecc5c26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่น​ไม่ยอมให้คนไทยฉีดวัคซีนโควิด-19ที่มีความเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 2564 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.25 &amp;nbsp;น. พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโพสต์เฟซบุ๊ก​ ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ Prayut​ Chan-o-cha ว่า​ ช่วงนี้ มีข่าวเกี่ยวกับผลข้างเคียง หรืออาการไม่พึงประสงค์ จากการฉีดวัคซีนโควิด-19 บางตัวเกิดขึ้นในบางประเทศ ซึ่งเราคงต้องรอฟังผลสรุปการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ หรืออาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น โรคประจำตัวบางอย่าง สภาพร่างกาย หรืออายุ รวมทั้งอัตราผลข้างเคียงนั้นอยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น บางประเทศที่ต้องการเริ่มฉีดวัคซีนเร็ว มีการตัดสินใจใช้วัคซีน ที่อาจจะยังทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยไม่ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคนไทย ผมตัดสินใจไม่รับความเสี่ยงแบบนั้น ผมไม่ยอมให้รีบร้อนฉีดวัคซีนที่ยังทดสอบไม่ครบถ้วน และไม่ยอมเป็นประเทศทดลอง ดังนั้น เพื่อความรอบคอบ ผมจึงมีนโยบายสำคัญ คือ ต้องมั่นใจก่อนว่าวัคซีนนั้นปลอดภัย จึงจะนำมาใช้กับคนไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การตัดสินใจของผม และการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนของประเทศ &amp;ldquo;แบบครบวงจร&amp;rdquo; จะมีคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติคอยให้คำปรึกษาและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสำเร็จในการยับยั้งการระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา และในครั้งนี้ที่กำลังมีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้น เกิดจากความร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ทันที ด้วยตัวเอง คือการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมืออยู่เสมอ เว้นระยะห่างทางสังคม และหลีกเลี่ยงการรวมตัวกัน นอกจากนี้ หากต้องการให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพ ก็ต้องสแกน QR Code &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ทุกครั้ง และใช้แอปฯ &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ทุกคน ก็จะดีมากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผมขอให้เราทุกคนร่วมมือกันต่อไปครับ
ขอบคุณครับ #รวมไทยสร้างชาติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90092</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3f67413ee9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายกฯ&#039; สั่งหาจนท.เอี่ยวบ่อนพนันให้ไล่เบี้ยตั้งแต่ ผกก.ยัน ผบ.ตร.​ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.63 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล​ แจ้งว่า​ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ที่มี​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ เป็นประธาน​ เมื่อวันที่​ 29​ ธ.ค.​ ซึ่งเป็นการประชุมสัปดาห์สุดท้ายปี 63 โดยมีการพิจารณาให้ความสำคัญไปที่การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19​ โดย​ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กำชับตอนหนึ่งว่า​ ขอให้ทุกกระทรวงช่วยสนับสนุนงานของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง และเน้นย้ำไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวอย่างเด็ดขาด รวมถึงเน้นเรื่องการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่างๆอย่าให้เกิดปัญหาซ้ำกับพื้นที่จ.สมุทรสาคร และระยอง เพราะไม่ต้องการให้ศบค.ถึงขั้นจะต้องออกเป็นข้อห้าม และขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์แต่จะเน้นว่าเป็นการขอความร่วมมือส่วนเจ้าหน้าที่ในส่วนงานต่างๆหากมีหน้าที่ต้องทำก็ขอให้ปฏิบัติอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ มีการยกตัวอย่างเหตุที่เกิดที่จ.ระยอง สมุทรสาคร ที่มีการระบาดใหม่เป็นวงกว้างและมีผู้ติดเชื้อจำนวนมา​ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และกำชับให้ไปตรวจสอบค้นหาให้ได้ว่าเกิดข้อเท็จจริงอย่างไรถึงได้มีการระบาดใหม่ขึ้นและติดแพร่หลายไปทั้งประเทศ ดังนั้นต้องไล่เรียงกันให้ได้ว่าเจ้าหน้าที่ส่วนไหนรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ ผู้กำกับ ผู้การ ขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงขั้นถ้าสุดท้ายจะต้องย้ายผบ.ตร.ก็ต้องทำ ต้องไล่เบี้ยกันไปให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม​ เมื่อพูดถึงตรงนี้ มีรัฐมนตรีบางท่านวิจารณ์กระทรวงสาธารณสุข ไปเผาตำรวจ เผาฝ่ายปกครองอย่างนั้นเนื่องจากเมื่อต้องมีการสอบสวนโรคผู้ที่มารายงานตัวก็ต้องให้ข้อมูลโดยละเอียดว่าไปบ่อนที่ไหนมา ตู้มวยที่ไหนมา ทำให้ความแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการกำหนดเวลาเปิดผิดสถานที่ให้บริการต่างๆเช่นผับบาร์ ร้านอาหาร นั้น ขณะนี้ยังมีแค่นนทบุรีและกทม.เท่านั้นที่ออกประกาศไปแล้ว และที่จ.สมุทรสาครที่มีการล็อกดาวน์ ส่วนจังหวัดอื่นๆยังไม่มีการประกาศแต่อย่างใด ซึ่งในบางจังหวัดเป็นการประกาศแจ้งให้ประชาชนที่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงมารายงานตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยกันมากในประเด็นการเดินทางข้ามจังหวัดว่าจะมีมาตรการใดออกมาห้ามหรือไม่นั้น ในที่ประชุม​ ครม.​ พล.อ.ประยุทธ์ใช้คำว่า &amp;ldquo;ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่จำเป็น เช่นว่าปีใหม่ยังไม่กลับต่างจังหวัดได้หรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นเอาไว้ให้ไปวันหยุดพิเศษวันอื่นที่รัฐบาลจะประกาศให้เป็นช่วงวันหยุดยาว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88309</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี​, พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา, โควิด19, โควิดรอบ2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fce363be6251.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค่ระบาดรอบใหม่! ศบค.กัดฟันยังคุมอยู่/สธ.จ่อชงใช้กฎหมายเข้มข้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคสตลาดกุ้งมหาชัยโควิดพุ่ง 689 ราย ลาม กทม.-สมุทรปราการ-นครปฐม ศบค.วอน ปชช.ตื่นตัวอย่าตื่นตระหนก &amp;nbsp;แจงเป็นระบาดรอบใหม่ไม่ใช่ระลอก 2 ยันยังคุมสถานการณ์ได้ ลุยขยายวงตรวจเชื้อ 7 จังหวัดนับหมื่นคน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นเร่งตัดวงจรระบาดให้เร็วที่สุด &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ชงนายกฯ สั่งหน่วยมั่นคงใช้ กม.เข้มข้นจัดการโควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า หลังจากมีการแถลงข่าวการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ จ.สมุทรสาคร สร้างความตื่นตัว แต่ไม่ใช่ตื่นตระหนก เนื่องจากสิ่งที่เราพยายามทำ ไปค้นหาเคสภายในหอพักที่มีแรงงานต่างด้าวอยู่ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยืนยันวันนี้อยู่ที่ 576 ราย เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 19 ราย เป็นการคัดกรองจากเชิงรุกพบจากแรงงานต่างด้าว 516 ราย และสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้อีก 41 ราย ตัวเลขยืนยันสะสมอยู่ที่ 4,907 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการติดเชื้อของหญิงวัย 67 ปี ที่ตลาดกลางกุ้ง ได้มีการสอบสวนโรคพบผู้ที่ติดต่อกันมา 19 ราย หลายรายมีอาการไอเจ็บคอ มีเพียง 1 รายที่มีอาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนการติดเชื้อของแรงงานต่างด้าว พบการติดเชื้อ 516 ราย และยังรอผลการตรวจจากตลาดกลางกุ้งอีก 1,453 คน อย่างไรก็ตาม จากผลการตรวจทั้งหมด 1,191 &amp;nbsp;ราย พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;519 ราย เท่ากับ 44 เปอร์เซ็นต์ เราต้องตื่นตัวขึ้นมา เพราะว่ามีความเป็นไปได้ในการแพร่ระบาด แต่มีความโชคดีว่าเราทราบเร็ว เข้าไปสแกนเร็ว เคสทั้งหลายที่ผลออกมายืนยันถ้าเป็นคนต่างด้าวจำกัดพื้นที่ไม่ให้ออกนอกบริเวณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจากนี้ไปการค้นหาผู้ติดเชื้อพุ่งเป้าไปที่แรงงานต่างด้าวทั้งหมด ขอความร่วมมือนายจ้างด้วย หากเขาสื่อสารไม่ได้ทางภาษา เพราะตอนนี้กำลังทำสื่อเป็นภาษาเมียนมา ดึงแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบเราตรวจให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนคนที่เคยอาศัยอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาครตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. และออกไปพื้นที่อื่นๆ ขอให้สังเกตอาการตัวเอง ถ้ามีอาการทางเดินหายใจให้ไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ตระหนักแต่อย่าตระหนก ตื่นตัวแต่อย่าตื่นตูม แล้วเราจะผ่านไปด้วยกัน ส่วนประชาชนที่ไปเที่ยว จ.สมุทรสาคร ไม่ได้ไปบริเวณตลาดถือว่าความเสี่ยงต่ำ ถ้าไม่สบายใจให้ไปตรวจได้ทุกที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะที่สมุทรสาคร เพราะพบว่ามี 5 จังหวัดที่มีตลาดค้าส่งที่มีลูกค้า ทั้ง กทม. ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทรา โดยจากวงที่เป็นสมุทรสาคร ขยายวงออกไปที่ลูกค้าและขยายต่อออกไปอีก สรุปแล้วเราดูทั้งประเทศ ขณะนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้สั่งออกไปทุกจังหวัดให้ช่วยกันตรวจสอบ พร้อมกันนี้ต้องไปค้นหาตามชุมชนอีก 10,300 ตัวอย่าง ในวันที่ 20-23 ธ.ค. ที่ตลาดทะเลไท จ.สุพรรณบุรี, ตลาดแม่พวง จ.สมุทรสงคราม, หอพักบริเวณตลาดไทยยูเนียน จ.สมุทรสาคร, บ้านพักเอื้ออาทรท่าจีน จ.ราชบุรี, &amp;nbsp; ตลาดเคหะนาดี จ.กาญจนบุรี, ตลาดโกรกกราก จ.เพชรบุรี รวมทั้งตลาดและหอพักมหาชัยนิเวศ จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสาคร ตัวเลขอาจไม่ได้หยุดแค่ 500 อาจจะเห็นเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ สิ่งที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ไม่ได้ต้องการสร้างความตื่นตระหนก แต่ต้องการสร้างความตื่นตัว การสร้างความตื่นตัวจะช่วยให้เราปลอดภัย
ระบาดใหม่ไม่ใช่รอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การระบาดรอบนี้เป็นการระบาดรอบที่ 2 หรือไม่ โฆษก ศบค.กล่าวว่า เช้านี้ทางนักวิชาการและทางผู้บริหารมาแยกแยะคำนี้ คำว่ารอบ 1 รอบ 2 ที่เราเคยพูด หรือแม้กระทั่งระยะเฟส 1 เฟส 2 มีคำนิยามที่ค่อนข้างลำบากที่นำมาใช้กับสถานการณ์ไม่ได้ตรงกันซะทีเดียว รอบแรกจบไปตั้งแต่เดือน พ.ค.ไม่มีการติดเชื้อ ครั้งนี้ไม่ได้สืบเนื่องกัน จะบอกว่าเป็นการระบาดรอบ 2 ก็ไม่ใช่ แต่เป็นการติดใหม่ เกิดจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นกลุ่มก้อนมาจากแรงงานต่างด้าว ขอใช้คำว่าเป็นการระบาดใหม่มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า ขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อจากจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดรอบข้างเพิ่มขึ้นเป็น 689 ราย แบ่งเป็นตรวจพบที่โรงพยาบาลและค้นหาผู้ป่วยสัมผัส 32 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยในกทม. 2 ราย, นครปฐม 2 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย และพบผู้ป่วยที่ตรวจโดยการค้นหาในชุมชนจำนวน 657 ราย จากที่ตรวจสอบ 1,443 ราย ซึ่งตัวเลขต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีการตรวจเชิงรุกไม่ต้องวิตก ยิ่งค้นหาเร็วสถานการณ์การแพร่ระบาดก็สามารถควบคุมได้เร็ว การระบาดตอนนี้อยู่ในวงแคบ ยังไม่ได้กระจายไปมาก อยู่ในบริเวณที่เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า การพบการติดเชื้อครั้งนี้เป็นครั้งที่มากที่สุดในประเทศไทย กรณีที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นเคสที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. พบการติดเชื้อกับผู้หญิงสูงอายุ เป็นคนไทยที่ไม่ได้มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ แต่ไม่ได้เป็นต้นเชื้อคนแรก ซึ่งต้นเชื้อโดยหลักฐานสันนิษฐานมาจากแรงงานเมียนมา ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยรายแรก ซึ่งตลาดกลางกุ้งที่มหาชัยเป็นแหล่งที่มีแรงงานเมียนมาเป็นจำนวนมาก พบว่าผู้ติดเชื้อเป็นแรงงานเมียนมา 90% อีก 10% เป็นคนไทย โดย 90% ไม่มีอาการ และแรงงานเมียนมาพักอยู่ในที่อาศัยค่อนข้างแออัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจเชื้อน่าจะพบอีกจำนวนมาก ซึ่งกรมควบคุมโรคได้พยายามที่จะควบคุมกลุ่มที่ติดเชื้อโดยการล็อกดาวน์ในพื้นที่ไม่ให้มีการเคลื่อนไหวในการแพร่เชื้อไปยังที่อื่น ทั้งนี้ได้ดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างดี โดยมีโรงพยาบาลสนามเล็กๆ คอยติดตาม ถ้าพบว่าผู้ติดเชื้อจะให้การรักษา นอกจากนี้ได้มีการปิดตลาด หอพัก และที่อยู่สำหรับชาวเมียนมาที่มีคนพักจำนวนมาก 7 แห่ง ต่อไปจะดำเนินการตรวจบุคคลที่อยู่พื้นที่โดยรอบอีกประมาณ 30,000-40,000 คน เพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเราควบคุมสมุทรสาครได้นิ่งภายใน 1 สัปดาห์ ไม่เกิดการแพร่เชื้อมาก วันนี้พรุ่งนี้อาจจะมีตัวเลขขึ้นมาเล็กน้อย เพราะรอผล ถ้าภายใน 1 สัปดาห์ตัวเลขไม่เพิ่มขึ้นก็อาจจะควบคุมได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ การแพร่เชื้อก็จะหมดวงจรของมัน การควบคุมให้ได้ในลักษณะนี้ต้องมีมาตรการให้ประชาชนล้างมือ ใส่หน้ากาก การรักษาระยะห่าง ไม่เข้าไปในพื้นที่แออัด ถ้ารู้สึกว่าตัวเองไม่สบายให้รีบไปพบแพทย์ ถ้าเป็นไปได้ประชาชนในเขตจังหวัดสมุทรสาครให้สวมหน้ากาก 100%&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว และยืนยันว่ามีความพร้อมด้านการแพทย์ โดยมีกว่าหมื่นเตียง ใช้ไปเพียงกว่าร้อยเตียง และมียาอยู่กว่า 5 แสนเม็ด รักษาได้ประมาณ 8,000 ราย หน้ากากอนามัย 46 ล้านชิ้น หน้ากาก N95 มี 3 ล้านชิ้น ชุด PPE มี 2 ล้านชุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.กิตติ กรรภิรมย์ สารธารสุขนิเทศ เขตสุขภาพที่ 5 เผยว่า เขตสุขภาพที่ 5 มี 8 จังหวัดคือ สมุทรสาคร ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันว่าจังหวัดที่อยู่ใกล้ จ.สมุทรสาคร ได้มีการบูรณาการกำลังเตรียมความพร้อมรับมือกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในทุกจังหวัด ทั้งระดับเขตพื้นที่มาช่วยกันในจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนการคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อ จะเข้าไปค้นให้หมด โดยเฉพาะจุดแรก 7 จุด เพิ่มเติมจากตลาดกลางกุ้งให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่มีประมาณ 10,000 ราย
ชงใช้ กม.เข้มคุมโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม​ โพสต์เฟซบุ๊ก​ว่า ​สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในครั้งนี้ เป็นการระบาดใหม่ที่เราไม่พึงปรารถนา จะต้องตัดวงจรการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว ซึ่งเรามีประสบการณ์ในการรับมือมาแล้ว ด้วยความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข และความร่วมมือของทุกๆ คน​ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการ และ ศบค.อย่างต่อเนื่อง ขอให้ไม่ประมาท การ์ดไม่ตก ปฏิบัติตามมาตรการสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างระหว่างกัน และที่สำคัญคือสแกนไทยชนะทุกครั้ง ปัจจุบันการค้นหาตรวจเชื้อเชิงรุก จะขยายวงไปทุกเคสทุกจังหวัด ที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน ซึ่งความสำเร็จในการควบคุมการระบาดในครั้งนี้ นอกจากการทำงานอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ สธ. และฝ่ายความมั่นคงแล้ว ความร่วมมือของทุกคนที่ต้องตื่นตัว แต่ไม่ตระหนก จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 ธ.ค.นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหาร สธ. จะเข้ารายงานสถานการณ์การระบาดของโควิดต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำเสนอมาตรการการควบคุมโรค และป้องกันการระบาด ในสถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เนื่องจากมาตรการที่ สธ. เสนอ จะต้องให้ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาดำเนินการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดมากขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและบรรยากาศในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งในบางส่วนจะต้องนำเสนอให้นายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.พิจารณาตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการ ศบค.ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือเพื่อประเมินสถานการณ์ในช่วงเช้าวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงมาตรการล็อกดาวน์สมุทรสาครที่ได้ประกาศไป และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ทุกวัน ส่วนการจัดงานในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่ประชุมเห็นว่าการกำหนดพื้นที่อย่างสมุทรสาคร คือพื้นที่ไข่แดง ถัดออกมาพื้นที่ใกล้เคียง เรียกพื้นที่ไข่ขาว และถัดออกมาจะเรียกพื้นที่กระทะ ฉะนั้นความเข้มข้นของมาตรการในการจัดงานจะขึ้นอยู่ว่าจัดในพื้นที่ใด ซึ่งทั้งหมดจะยังคงยึดมาตรการที่สาธารณสุขออกมาก่อนหน้านี้ แต่ต้องขอความร่วมมือผู้จัดงานลดขนาดของงานลง และลดความหนาแน่น สำหรับพื้นที่ไข่แดงหรือจุดพบการระบาดของเชื้อ ศปก.ศบค.จะเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณางดจัดงานทั้งหมดเนื่องจากเป็นจุดเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้ประชุมสถานการณ์ฉุกเฉินผู้ติดเชื้อจำนวนมากทั้งใน จ.สมุทรสาคร และเริ่มพบกระจายตัวไปรอบๆ แล้ว กระทรวงสาธารณสุขวางแผนรับมือขั้นสูงสุดเต็มพิกัด เตรียมนำเสนอปิดบางพื้นที่ บางจังหวัด หรือปิดทั้งจังหวัด ให้ ศบค.พิจารณาโดยเร่งด่วนที่สุด ครั้งนี้โดยสถานการณ์ต้องเร็วและแรงจึงจะตามทัน ถ้าตัดสินใจช้าและไม่ครอบคลุมลำบากแน่นอน ประชาชนคนไทย เตรียมตัวเตรียมใจที่ต้องสู้ไปด้วยกัน ลำบากไปด้วยกัน เพื่อปิดกั้นควบคุมการระบาดโควิด-19 รอบนี้ให้สำเร็จไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรปราการ นายวันชัย คงเกษม ผวจ.สมุทรปราการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน 3 ราย ซึ่งเป็นลูกจ้างขนส่งด้านอาหารทะเลสัญชาติลาว 1 ราย มีประวัติเดินทางไปรับอาหารทะเลจากตลาดมหาชัยเพื่อไปนำมาขายส่งที่ ตลาดปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา และมีอาการไข้ขึ้นสูง ไปที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ และตรวจพบเชื้อในวันที่ 16 ธ.ค. &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ใกล้ชิดและสัมผัสที่มีความเสี่ยงมาตรวจคัดกรอง 22 ราย ซึ่งผลเป็นลบ แต่คงให้กักตัว 14 วัน ส่วนคนไทยอีก 2 ราย เป็นนายจ้างเป็นสามีและภรรยา อยู่ระหว่างสอบสวนโรคว่ามีประวัติเคยเดินทางไปที่ไหนบ้างอย่างไร ทั้งนี้ บริเวณที่อยู่ของผู้ที่ติดเชื้อจะมีการจัดบิ๊กคลีนนิงในวันที่ 21 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้รับการรายงานจากโรงพยาบาลบางปะอินว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีอาการ จำนวน 1 ราย เป็นหญิง เดินทางกลับมาจากการไปทำงานที่ร้านเสริมสวยใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 10 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ นายเจริญ​ฤทธิ์​ สงวน​สัตย์​ ผู้​ว่าราชการ​จังหวัด​เชียงใหม่ ​ทำจดหมายเปิดผนึกแจ้งผ่านทุกช่องทางเพื่อขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกรณีสาวพระนครศรีอยุธยา​ติดโควิด-19​ หลังมาทำงานที่​ อ.แม่อาย​ โดยระบุว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่อำเภอแม่อายเพื่อกักตัวผู้ใกล้ชิด และสอบสวนโรคแล้วโดยทันที และมีการเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจในช่วงบ่ายวันนี้แล้วจำนวน 7 ราย พร้อมขอความร่วมมือสวมหน้ากากตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน หากพบเห็นบุคคลที่ลักลอบข้ามแดน ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครปฐม จากนั้นได้สั่งให้เร่งค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่เข้าไปในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.ถึงปัจจุบัน ให้มารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกแห่ง และที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ พร้อมกำชับทุกอำเภอเอกซเรย์แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กาญจนบุรี ได้มีคำสั่งระงับการเดินทางรถโดยสารประจำทางสาธารณะเป็นการชั่วคราวระหว่างเส้นทางจังหวัดกาญจนบุรีกับจังหวัดสมุทรสาครทุกเส้นทาง หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87490</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.กิตติ กรรภิรมย์, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf765217f4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยสถานทูตเยอรมนีคุ้ยใช้&#039;พระราชอำนาจ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพลพบสาเหตุการชุมนุมมีเพิ่มมากขึ้นเพราะไม่พอใจการบริหารของนายกฯ แนะรัฐบาลอย่าซื้อเวลาพิจารณาแนวทางแก้ไข หวั่นม็อบคณะราษฎรจะบานปลายรุนแรง ชี้ส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจเลือกข้างฝ่ายใด ตอกนักการเมืองอย่าชักศึกเข้าบ้าน ตร.ย้ำแม้ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ม็อบต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ม็อบเริ่มกร่อย &amp;quot;ไผ่ ดาวดิน&amp;quot; นำชุมนุมที่แยกราชประสงค์เปิดแฟลชมือถือชู 3 นิ้วเคารพธงชาติ &amp;quot;บ.ก.ลายจุด&amp;quot; เสนอสถาบันพระปกเกล้าเปิดเวทีกลางพูดคุย สถานทูตเยอรมนีระอุแน่! ม็อบ 3นิ้วบุก 5 โมงเย็น &amp;quot;ทนายนกเขา&amp;quot; นัดลุยบ่ายสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง การชุมนุมทางการ เมือง ณ วันนี้ กลุ่มตัวอย่าง 5,738 คน สำรวจระหว่างวันที่ 19-22 ต.ค.2563 พบว่า สาเหตุการชุมนุมทางการเมืองที่มีเพิ่มมากขึ้น คือไม่พอใจการบริหารงานของนายกฯ 62.33%, ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย/ไม่สืบทอดอำนาจเผด็จการ 49.85%, เป็นการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง 48.42%, อยากให้มีการแก้รัฐธรรมนูญโดยเร็ว 47.11%, ผลงานของรัฐบาลย่ำแย่ 44.15%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่อยากบอกกับ &amp;ldquo;รัฐบาล&amp;rdquo; เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ต้องเร่งพิจารณาหาแนวทางแก้ไข/อย่าซื้อเวลา 72.37%, ไม่ควรใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม 61.69%, อยากให้ฟังเสียงประชาชน/ผู้ชุมนุม 60.43%, เป็นการแสดงออกตามหลักประชาธิปไตย 57.41%, การชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน 53.09%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่อยากบอกกับผู้ชุมนุม มีสติ อย่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ฝ่ายใด 73.31%, ระมัดระวังเรื่องการระบาดของโควิด 65.97%, ไม่ใช้ความรุนแรง 63.85%, เคารพกฎหมาย 60.67%, &amp;nbsp;อย่าก้าวล่วงสถาบัน &amp;nbsp;60.41%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำอย่างไรการชุมนุมทางการเมืองจึงจะยุติ ไม่ใช้ความรุนแรงทั้ง 2 ฝ่าย 61.44%, รัฐบาลจริงใจในการแก้ไขปัญหาของผู้ชุมนุม &amp;nbsp;57.90%, ควรมีการเจรจา/ตกลงกันแบบสันติวิธี 56.58%, ทั้ง 2 ฝ่ายควรรับฟังความคิดเห็นด้วยเหตุผล 49.54%, ต้องมีความยืดหยุ่นซึ่งกันและกัน/ถอยคนละก้าว 44.09%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;รุนแรง...แตกแยก?&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 19-20 ตุลาคม 2563 จาก ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ 1,336 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อถามถึงความกังวลของประชาชนต่อการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ว่าจะเกิดการบานปลายกลายเป็นความแตกแยกและความรุนแรงในสังคม พบว่า ร้อยละ &amp;nbsp;24.48 ระบุว่ากังวลมาก เพราะกังวลว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นและอาจจะมีมือที่ 3 เข้ามาแทรกแซงเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่บางส่วนระบุว่า กลุ่มคณะราษฎรในปัจจุบันมีความเป็นตัวของตัวเองมากเกินไปหัวรุนแรง, ร้อยละ 34.21 ระบุว่าค่อนข้างกังวล เพราะกังวลว่าจะมีการสร้างสถานการณ์เหมือนในอดีต เกรงว่าจะเกิดความรุนแรงระหว่างกลุ่มคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อาจจะทำให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ, ร้อยละ 18.41 ระบุว่าไม่ค่อยกังวล เพราะ เป็นการแสดงสิทธิและเสรีภาพของกลุ่มคณะราษฎรในการเรียกร้องให้รัฐบาลรับทราบถึงเหตุผลในการชุมนุมเท่านั้น และรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้, ร้อยละ 22.23 ระบุว่าไม่กังวลเลย เพราะทุกเพศทุกวัยมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เป็นการชุมนุมอย่างสงบ และเพียงระยะเวลาสั้นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการตัดสินใจของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 36.45 ระบุว่ากำลังคิดอยู่ว่าควรจะตัดสินใจสนับสนุนฝ่ายใด รองลงมา ร้อยละ 33.46 ระบุว่าได้ตัดสินใจเลือกสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้ว และร้อยละ 29.94 ระบุว่าขออยู่เฉยๆ ไม่ตัดสินใจอะไร&amp;nbsp;
อย่าชักศึกเข้าบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ต่างชาติ อย่ายุ่ง เรื่องของคนไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 20- 24 ต.ค.2563 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.3 ระบุขอต่างชาติรักษาความเป็นมหามิตรประเทศกันมายาวนาน ปล่อยให้ประเทศไทยมีอิสระ เสรีภาพ แก้ปัญหาเอง มันเป็นเรื่องของประเทศไทย, &amp;nbsp; ร้อยละ 97.6 ระบุต้องการให้นักการเมือง พรรคการเมืองร่วมมือกับประชาชน แก้ปัญหาภายในประเทศไทยด้วยกันเองอย่าชักศึกเข้าบ้าน อย่าพาต่างชาติมาแทรกแซง, ร้อยละ 97.5 ระบุนักการเมือง พรรคการเมืองบางพรรค แกนนำ ม็อบบางคน ร่วมมือกับต่างชาติ &amp;nbsp;ช่วยยุยง ปลุกปั่นความแตกแยกของคนในชาติ หวังแลกผลประโยชน์กัน, ร้อยละ 97.1 ระบุต่างชาติเข้าแทรกแซง อ้างความชอบธรรม หลังประเทศไทยพังพินาศ เข้ามาจัดระเบียบกอบโกยผลประโยชน์ชาติไทยไป, ร้อยละ 87.6 ระบุต่างชาติอย่าเข้ามายุ่ง ยุยง ปลุกปั่นกระแส สนับสนุนม็อบ เพราะหวั่นว่าจะพังพินาศ เหมือนหลายประเทศ ทั่วโลกที่ต่างชาติเข้าแทรกแซง &amp;nbsp;เช่น ลิเบีย ฮ่องกง ตูนิเซีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.8 ระบุม็อบไม่ใช่ทางออก เพราะซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติโควิด-19 แต่ให้ทุกฝ่ายหันมาเจรจาแก้ปัญหาวิกฤติร่วมกันคือทางออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ &amp;nbsp;(OHCHR) ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลไทยรับประกันสิทธิในการชุมนุมโดยสงบเช่นเดียวกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เรียกร้องให้ทางการไทยเคารพพันธกรณีระหว่างประเทศที่จะต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งยังคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เข้าร่วมการชุมนุม สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาคมโลกต่อท่าทีของรัฐบาลในการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือคุกคามประชาชน ใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ชุมนุม และยังสลายการชุมนุมที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ เกินกว่าที่ประชาคมโลกจะยอมรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ควรตระหนักว่าวันนี้บริบทการเมืองของโลกเปลี่ยนไปแล้ว ประเทศต่างๆ ถูกเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยี แม้ในวันนี้อำนาจอธิปไตยของรัฐจะมีอยู่ แต่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะกฎหมายถูกใช้แบบเลือกปฏิบัติ ทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อใจ และไม่มีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ย่อมส่งผลต่อการค้าและการลงทุน นักลงทุน ต่างชาติที่ยึดหลักความโปร่งใส และกติกาที่เป็นธรรมจะมองข้ามประเทศไทย เนื่องจากมีปัจจัยความเสี่ยงสูง&amp;quot; น.ส.อรุณีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวสรุปว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง 3 ผู้ต้องหาในหลายสำนวนคดี มีหนทางเดียวที่จะให้ศาลปล่อยตัวแกนนำทั้งสามก็คือ ยื่นฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาให้พิจารณา แต่เท่าที่ดูเหตุผลในคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้วน่าจะยาก คงต้องนอนคุกยาว ยิ่งถ้าดูพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยิ่งยากที่จะต่อสู้คดี ยังไม่รวมคดีที่ทั้งสามกับพวกพูดจาดูหมิ่น จาบจ้วง แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อีกหลายคดี จึงนึกไม่ออกว่าทั้งสามจะได้ออกมาสูดลมหายใจ ดูโลกภายนอกวันไหน
ตร.ยึดพรบ.ชุมนุมสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ระบุว่า นี่คือผลกรรมที่ทั้งสามกับพวกจะต้องได้รับ ตามกฎหมาย แต่นักการเมืองที่ชักใยปั่นหัวแกนนำเยาวชนเหล่านี้กลับรอดตัวไม่ต้องติดคุกไม่ถูกดำเนินคดี เป็นความขี้ขลาดและความเห็นแก่ตัวของผู้อยู่เบื้องหลัง ที่ใช้เยาวชนที่ถูกปลุกปั่นจนเกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบันหลักของชาติมาเป็นเครื่องสังเวยเพื่อให้บรรลุต่อความต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศของตัวเอง แบบไม่มีความปรานีต่อผู้ที่รักและศรัทธาตัวเอง นี่คือการทรยศต่อความไว้วางใจที่มวลชนมีให้ ทั้งนี้ ถ้าผู้มีอำนาจอย่าใช้อำนาจมาทุบเอาเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้สถานการณ์บานปลายที่จะเข้าสู่สงครามกลางเมือง และเพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด สิ่งที่รัฐบาลต้องทำทันทีคือ แยกสถาบันออกจากความขัดแย้งทางการเมือง แล้วให้คดีจบที่เรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เตรียมความพร้อมและดูแลการชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์เย็นวันเดียวกัน โดยเน้นย้ำความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในบริเวณโดยรอบ แม้ภายหลังจากได้มีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังมีหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมาย โดยยังคงต้องยึดถือการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในสถานการณ์ปกติ และ บช.น.ก็จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงผู้ชุมนุม ทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจรที่อาจเกิดผลกระทบต่อประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้จะไม่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว แต่ผู้ชุมนุมยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และคำนึงถึงพี่น้องประชาชน ร้านค้า และห้างสรรพสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมด้วย&amp;quot; พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งการให้ &amp;nbsp;พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 และ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 เป็นผู้ดูแลบริเวณพื้นที่การชุมนุมแยกราชประสงค์ ส่วนบริเวณพื้นที่อื่นจะให้ตำรวจในพื้นที่นั้นรับผิดชอบดูแลอำนวยความสะดวกเรียบร้อย โดยตำรวจจะทำการประชาสัมพันธ์ขอให้ผู้ ชุมนุมอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 และช่วยตำรวจรักษาความปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม ภายหลังจากกลุ่มคณะราษฎรเตรียมยกระดับการชุมนุมในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจะเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตเยอรมนีในเวลา 17.00 น.นั้น กลุ่มประชาชนคนไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา อดีตทนายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ยืนชูป้าย &amp;quot;ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ห้ามผ่าน&amp;quot; ขวางขบวนผู้ชุมนุมไล่นายกฯ บริเวณแยกศรีอยุธยา-พญาไท เมื่อ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา แจ้งว่า วันที่ 26 ต.ค. เวลาบ่ายสองโมง เชิญชวนประชาชนคนไทยพร้อมกันที่สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ถนนสาทรใต้ เพื่อยื่นหนังสือนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงของสถานการณ์ชุมนุมกับสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเชิญชวนว่า &amp;quot;ขอให้พี่น้องไปด้วยกัน รองเท้าผ้าใบ กับใจถึงๆ ไม่จำกัดสีเสื้อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน หนึ่งในแกนนำราษฎร ที่ปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศว่า ในวันนี้ (25 ต.ค.) จะย้ายสถานที่ไปชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์ เวลา 16.00 น. โดยนายจตุภัทร์กล่าวถึงการจะมีการอภิปรายในรัฐสภา 26 ต.ค.นี้ว่า ผู้ชุมนุมราษฎรจะไม่ไปปักหลักชุมนุมที่รัฐสภาอย่างแน่นอน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ส.ส.และสมาชิกรัฐสภา ก็ทำหน้าที่กันไป ว่ากันไป แต่หลังจากสิ้นสุดการอภิปรายแล้ว ผู้ชุมนุมราษฎรจะนำมาวิเคราะห์กันอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดท่าทีต่อไป
&amp;quot;ไผ่ ดาวดิน&amp;quot;นำม็อบ3นิ้วกร่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เวลา 16.10​ น.​ ผู้ชุมนุมทยอยมาชุมนุม และเดินลงไปชุมนุมบนถนนราชดำริ​ พร้อมตะโกนไล่​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ ทำให้การจราจรบริเวณนี้เริ่มติดขัด ต่อมาเวลา 16.20 น. ผู้ชุมนุมได้นำแผงเหล็กมากั้นปิดถนนบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อปิดการจราจรถนนราชดำริ แต่ถนนสุขุมวิทยังเปิดการจราจรได้ปกติ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ชุมนุมมาน้อยกว่าปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 16.30​ น.​ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.ลุมพินี​ เดินทางมาชี้แจงกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์​ พร้อมอ่านเอกสารคำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ​ โดยระบุว่า ขอให้ยุติการชุมนุมในเวลา 17.00 น. เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ และการจัดการชุมนุมในครั้งนี้ไม่ได้แจ้งขอจัดการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ หากยังไม่ยุติการชุมนุมตามเวลาที่กำหนดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 16.47 &amp;nbsp;น.​ &amp;nbsp;ไผ่ ดาวดิน เดินทางถึงสถานที่ชุมนุม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของการ์ดอาสา​ ขณะที่มวลชนต่างพากันโห่ร้องต้อนรับ โดยไผ่ ดาวดิน ยืนยันว่าไม่ได้แตกคอกับกลุ่มราษฎร เป็นยุทธศาสตร์เดียว แต่แยกกันจัดการชุมนุม ทั้งนี้ แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ลาออก เราจะจัดกิจกรรมเรื่อยๆ และในการชุมนุมที่สถานทูตเยอรมนีตนก็จะเข้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.58 น. ​ผู้ชุมนุมขยายพื้นที่การชุมนุม​ โดยนำแผงเหล็กมาปิดถนนพระรามที่​ 1​ ถนนราชดำริ​ และถนนเพลินจิต​ ทำให้รถยนต์ไม่สามารถแล่นผ่านสี่แยกราชประสงค์ได้ นอกจากนี้​ กลุ่ม​ MOB DRAG QUEEN ซึ่งเป็นกลุ่ม​ LGBT ได้เดินทางมาร่วมชุมนุม &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.30 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด ที่เดินทางมาให้กำลังใจผู้ชุมนุม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของกลุ่มราษฎรที่ให้ปฏิรูปสถาบันว่า หากพูดในการชุมนุมหรือบนเวทีปราศรัย จะมีข้อจำกัดของรูปแบบการเสนอ ซึ่งอาจมีรูปแบบกลอนพาไปบ้าง แต่หากดูในเนื้อหา คุยกันดีๆ อยู่ในพื้นที่ที่มีความเข้าใจ มีตัวแทนที่เข้าใจความอ่อนไหวในเรื่องนั้นๆ จึงอยากให้มีการเปิดเวทีกลางพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย แต่ยังไม่มีสถาบันทางวิชาการไหนเสนอตัวออกมา เท่าที่มองเห็นคือสถาบันพระปกเกล้า แต่ถ้าทำให้ไม่มีการพูดและไม่มีใครเสนอตัวออกมา จะทำให้ไม่มีทางออก ทำให้กลับมาที่ในม็อบในโซเชียล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎร 3 ข้อ ควรจะเริ่มที่ข้อไหนก่อน นายสมบัติกล่าวว่า ข้อที่ 1 ที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกคือฉันทามติอยู่แล้ว, ข้อที่ 2 เรื่องแก้รัฐธรรมนูญตัดอำนาจ ส.ว. ทุกคนก็เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ถ้าจะไม่พูดในข้อที่ 3 ก็จะทำให้เรื่องนี้ไม่จบ เราต้องคุยกันเลย ถ้าใครมีเหตุผลรองรับ สังคมจะเรียนรู้และเข้าใจได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 17.55 น. ผู้ชุมนุมทำกิจกรรมเปิดแฟลชมือถือ โดยระบุว่าเป็นไฟแห่งเสรีชน นำประชาธิปไตยมาสู่มวลชน จากนั้นเวลา 18.00 น. ผู้ชุมนุมร่วมร้องเพลงชาติและชู 3 นิ้วกลางแยกราชประสงค์ พร้อมเปล่งเสียง &amp;ldquo;เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.44 น. นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ได้กล่าวปราศรัยโดยมีการเล่าเหตุการณ์ขณะที่ถูกคุมขังในเรือนจำ และได้ขอบคุณนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำนปช. ที่ได้ให้การช่วยเหลือขณะอยู่ในเรือนจำ ทั้งนี้ เชื่อว่าเพื่อนเราที่อยู่ในเรือนจำคงเหมือนตน และเพื่อนอีก 19 คน ที่เราไม่รู้ข่าวสารอะไรเลย อยากบอกว่าทุกคนคือความหวัง ทุกคนคือแกนนำ ซึ่งขอขอบคุณทุกคนที่ออกมาต่อสู้เพื่อความหวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.20 น. ประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมจนแน่นถนนราชดำริ​ โดยกินพื้นที่ตั้งแต่สี่แยกราชประสงค์ยาวไปจนถึงหน้าบิ๊กซีราชดำริ​ โดยผู้ชุมนุมต่างสลับกันขึ้นปราศรัย​ขับไล่​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ชุมนุมเปิดทางให้รถขยายเสียงเข้ามาตรงสี่แยกราชประสงค์​ ซึ่งเป็นจุดที่แกนนำและผู้ชุมนุมใช้ปราศรัย​ ท่ามกลางการโห่ร้องดีใจของผู้ชุมนุม​ หลังก่อนหน้านี้ต้องใช้ลำโพงขนาดเล็ก​ ซึ่งได้ยินไม่ทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เวลา 20.06 น. แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration ได้ออกแถลงการณ์จากราษฎรเรื่อง ครบกำหนด 3 วัน หลังกดดันให้ประยุทธ์ลาออก โดยมีเนื้อหาสรุปว่า นับเป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ราษฎรได้ออกมาต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการบนท้องถนน โดยมีข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากข้อเสนอของราษฎร และให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ราษฎรได้ออกมาแสดงพลังและเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ลาออกในเวลา 3 วัน ซึ่งเส้นตายได้มาถึงแล้ว แต่ด้วยความลุ่มหลง มัวเมาในอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ กลับเขี่ยทิ้ง ไม่แม้แต่ได้รับการตอบกลับใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจยังระบุว่า ตลอดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปล่อยปละละเลยให้สถาบันใช้พระราชอำนาจนอกเหนือจากที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้ และยังเปิดช่องทางให้แทรกแซงการเมือง ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 26 ต.ค.นี้ จึงขอเชิญชวนให้ราษฎรทั้งหลายรวมตัวกัน ณ แยกสามย่าน และมุ่งหน้าสู่สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เพื่อร่วมกันยื่นหนังสือให้มีตรวจสอบมีการใช้พระราชอำนาจบนดินแดนเยอรมนีหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงได้มาถึงแล้ว สายธารแห่งประชาธิปไตยอันไหลเชี่ยวมิอาจหยุดยั้ง และเมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ราษฎรจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81775</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นพดล กรรณิกา, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรุณี กาสยานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f958e83393c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยกำหนดการนายกฯ นัดพบ​ &#039;รมต.จีน&#039; 15 ต.ค. แจ้งเปลี่ยนสถานที่ไม่ไปทำเนียบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ตามกำหนดการเดิม​ ในวันที่​ 15​ ต.ค.​ เวลา 11.15 น. นายหวัง อี้ (H.E. Mr. Wang Yi) มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน​ จะเข้าเยี่ยมคารวะ​พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ ในโอกาสการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล​ แต่เมื่อช่วงหัวค่ำเจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ​ ได้แจ้งสื่อมวลชนว่า​ ในวันที่​ 15​ ต.ค.​ ทั้งข้าราชการและสื่อมวลชนให้งดการเข้ามาปฏิบัติ​งาน​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน​ มีรายงาน​ว่า​ การพบกันจะยังมีอยู่​ แต่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยสถานที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา, ม็อบบุกทำเนียบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f19598e3cc68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
