<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 06:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม่ยกปชป.&#039;ฟันธง&#039;ลุงตู่&#039;จะอยู่ยาวเพราะพลังดูดเริ่มทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่ม​ชาวไทยหัวใจรักสงบ แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัดเจนแล้วว่า ลุงจะอยู่ยาว (ไม่รู้ว่าจะยาวนานแค่ไหน หรือจนตายคาเก้าอี้ก็สุดจะตอบได้) เพราะพลังดูดเริ่มทำงาน ดูดจากทุกพรรคทุกคน(เท่าที่สามารถจะดูดมาได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- วิธีการสร้างให้ตนคุมเสียงข้างมากกำลังดำเนินการ รวมทั้งตั้งพรรคสาขาเพื่อให้ได้สส.บัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ดูรายชื่อที่ดูดมาล้วนแต่มาจากคู่ขัดแย้งของตนและบ้านเมือง แต่ยังไปกวาดต้อนมาเข้าสังกัด ... หมดปัญญาสร้างคน หาคนที่มีคุณภาพแล้วนะการเมืองไทยยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#การเมืองยุคนี้เน่าสุดๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนี วัลยะเสวี, ตั้งพรรคสาขา, พล.อ.ประยุุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_60763cf479f89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯเปิดโครงการปลูกป่าฯที่เชียงใหม่ ย้ำราชการคิดใหม่ให้ประชาชนได้ประโยชน์จากป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63 -เมื่อเวลา 09.30 น. ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการ &amp;ldquo;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&amp;rdquo; ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และรับฟังบรรยายการสรุปพร้อมให้คำแนะนำว่าตอบให้คำแนะนำว่าในการทำฝายชะลอน้ำ ฝายตกตะกอน และทุกๆอย่างจะต้องทำอย่างรอบคอบอย่าให้มีปัญหาการดำเนินโครงการใดๆ อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะเรื่องการทำกิน และขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การปลูกป่า ปลูกต้นไม้ต้องติดตาม อย่าปล่อยให้ตายแล้วค่อยมาปลูกใหม่จะต้องดูแล พร้อมขอให้ไปดูเรื่องการปลูกไผ่เพิ่มขึ้น ต้องทำให้ครบวงจรโดยเฉพาะอุตสาหกรรมไม้ไผ่ ต้องปลูก แปรรูป จำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน เราต้องคำนึกถึง ป่าไม้ สิ่งแวดล้อมและประชาชนไปพร้อมๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือ เราจะต้องสืบสานและต่อยอดพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และดีใจที่ข้าราชการ ผู้นำชุมชน และท้องถิ่น ได้ร่วมมือกันและคิดอย่างเป็นระบบ เมื่อเราพูดถึงป่าเราต้องพูดถึงน้ำควบคู่กันไป เพราะจุดมุ่งหมายของการรักษาป่าคือเราต้องการมีน้ำและประชาชนได้ประโยชน์จากป่าและน้ำ พร้อมขอให้รณรงค์เพิ่มเติมปลูกไม้มีค่า 58 ชนิดเพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลาน ไม่ใช่ว่าคนอยู่กับป่าไม่ได้สุดท้ายก็จะเกิดปัญหามีการบุกรุก มีการหาประโยชน์แบบผิดกฎหมาย สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์คนจนต้องติดคุก เพราะเขาไม่สามารถไปหาประโยชน์จากป่าได้ ขอให้ข้าราชการต้องคิดใหม่ทำใหม่ อย่าทำในรูปแบบเดิมๆ จะทำอะไรต้องคิดถึงประชาชนเป็นหลัก สอบถามความต้องการของประชาชน เน้นความโปร่งใสให้เกิดการยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำมีหลายอย่าง ดังนั้นเราต้องกลับมาคิดกันใหม่อย่าทำเฉพาะโครงการใหญ่เพียงอย่างเดียว เราต้องทำโครงการเล็กควบคู่กันไปเพราะจะทำได้ง่ายกว่า เช่น การจูงน้ำเราต้องเร่งทำ เพราะขณะนี้ฝนตกใต้เขื่อนและนอกเขตชลประชนทาน ซดังนั้นช่วงที่เหลืออีก 2 เดือนจะทำอย่างไรให้เก็บน้ำในฤดูฝนให้ได้มากที่สุด อย่าปล่อยให้เสียเปล่า และรณรงค์ให้ขุดบ่อในบ้านร่วมมือกันทำแบบจิตอาสา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 และเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญในเรื่องน้ำและป่า เนื่องจากการสูญเสียพื้นที่ป่าต้นน้ำเป็นสาเหตุหลักที่แท้จริงของปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยได้พระราชทานแนวพระราชดำริตลอดจนพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อเยียวยาผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และเพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว และยั่งยืน จึงมีพระมหากรุณาธิคุณมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานเป็นหน่วยงานหลักในการประสานกับทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมดำเนินการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งรัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ มาใช้เป็นแนวทางการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบาย โดยผลการดำเนินงานอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ที่ผ่านมาตั้งแต่ ปี 2557 จนถึงปัจจุบันได้หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล และยึดคืนพื้นที่ป่าไม้ได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนได้น้อมนำแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้โดยให้คนอยู่กับป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน และส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากทรัพยากรป่าไม้และพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้น จะส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมเชิญชวนประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนปลูกต้นไม้ทั่วประเทศ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทุกคนจะได้ร่วมมือกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี ช่วยกันทำดีฟื้นฟูป่า ปลูกป่า โดยเราต้องร่วมมือกันให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลคือรวมไทยสร้างชาติที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกรัฐมนตรี และคณะ ร่วมปลูกต้นสัก ปลูกกล้วยไม้ (เขากวางอ่อน) พร้อมกับ ชมฝายชะลอน้ำ และทำโป่งเทียม ซึ่งนายกรัฐนตรีได้ทักทายกับประชาชน จิตอาสาตลอดการทำกิจกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72375</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราโชบาย, พล.อ.ประยุุทธ์ จันทร์โอชา, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a6961d38be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 06:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเบื้องหลังประกาศคอร์ฟิวประเมินผล7วันถ้าไม่เกิดผลยกระดับขั้นสูงสุด24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 เม.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เพื่อสกัดไวรัสโควิด-19 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุหลักเนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลงและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพบว่าที่ผ่านมายังมีบางพื้นที่แอบจัดปาร์ตี้พบปะสังรรค์และมีสถานบันเทิงบางแห่งยังแอบเปิดให้บริการอยู่ รวมถึงกรณีวัยรุ่นที่จ.เชียงใหม่ ที่ไม่สนคำเตือนของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันโควิด-19 และมีการก่อกวนถึงโรงพยาบาลนครพิงค์ ตามที่ปรากฎเป็นข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุผลดังกล่าวเหล่านี้ทำให้นายกฯ ต้องตัดสินใจยกระดับมาตรการเข้มข้น ทั้งนี้จะมีการประเมินผลภายในระยะเวลา 7 วัน หากยังไม่เกิดผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ ก็อาจมีการยกระดับขั้นสูงสุดเป็นเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงต่อไป&amp;quot;รายงานข่าวระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศเคอร์ฟิว, ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19, พล.อ.ประยุุทธ์ จันทร์โอชา, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.).</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e8677c37af80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรุ่งนี้!บิ๊กตู่เรียกประชุมศูนย์บริหารโควิด-19ชุดใหญ่ขันน็อตงาน6ด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.63- รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 23 มี.ค.นี้ เวลา 14.00 น. โดยได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วมประชุม ซึ่งจะมีวาระรับทราบรายงานผลการดำเนินงาน 6 ด้านที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้แก่ 1.ด้านสาธาณสุข 2.ด้านการต่างประเทศ &amp;nbsp;3.ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน 4.ด้านมาตรการป้องกัน 5.ด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยา 6.ด้านข้อมูลการชี้แจงและการรับเรื่องร้องเรียน ว่าผลเป็นอย่างไร มีปัญหาอุปสรรค หรือจะต้องทำอะไรเพิ่มอีกในแต่ละด้านอีกหรือไม่ &amp;nbsp;ส่วนจะมีการออกมาตรการเพิ่มในภาพรวมหรือไม่ ต้องรอดูการหารือในที่ประชุมอีกครั้ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60553</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุุทธ์ จันทร์โอชา, ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f6e0795e7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
