<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กบี้&#039;ลั่นปกป้องค้ำจุนสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ว่าที่ ผบ.ทบ.&amp;quot; ลั่นจะปกป้อง ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด สนับสนุนในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน จะสืบสานอุดมการณ์เพื่อให้สังคมมีความปกติสุข &amp;quot;บิ๊กกบ-บิ๊กแดง&amp;quot; ร่วมรำลึกถิ่น &amp;quot;มัฆวานฯ&amp;quot; พร้อมปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมรูป ร.5 จะรักษามรดกพระองค์ท่านด้วยชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารชั้นนายพลขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก ตามแนวทางของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องการรำลึกถึงสถานที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.) ในอดีต ซึ่งคือที่ตั้งของกองทัพบกในปัจจุบัน ใกล้กับสะพานมัฆวานรังสรรค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีนายพลทหารบกอัตราพลเอกพิเศษที่เกษียณฯ เช่น พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.อภิรัชต์, พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รอง ผบ.ทสส., พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ณพนต์ สร้างสมวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.จักรชัย โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. ฯลฯ พร้อมนายพลทหารบก 258 นาย รวม 266 นาย (ยอดรวมนายพลทหารบกเกษียณปีนี้ 340 นาย) เข้าร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ได้นำคณะถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นเป็นกิจกรรมนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ลานหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ โดยผู้แทนนักเรียนนายร้อยกล่าวตั้งปณิธาน &amp;ldquo;เดินตามรอยเท้า&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;รู้สึกซาบซึ้งในความเสียสละ และคุณงามความดีของทุกท่าน ขอตั้งปณิธานทำตามเพื่อปฏิบัติตามรอยเท้าของท่าน โดยจะปฏิบัติตนให้สมศักดิ์ศรีความเป็นชายชาติทหาร จะอยู่ในศีลธรรมอันดีของศาสนา ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีสติไตร่ตรองและใช้วิจารณญาณอันเหมาะสม จะหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนให้มีความสามารถรอบด้าน เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ตระหนักถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อดำรงรักษาและปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตลอดจนประชาชน ให้มีความผาสุก เกิดความรักความสามัคคีในสังคม อย่างเป็นปึกแผ่นมั่นคง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผู้ร่วมพิธีทั้งหมดร้องเพลง &amp;ldquo;รั้วแดงกำแพงเหลือง และมนต์มัฆวาน&amp;rdquo; จากนั้นวงขลุ่ยกลอง 8 นายจาก รร.จปร.ได้นำแถวนายพลเกษียณเดินเท้ามาตั้งแถวถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติขจร พร้อมกล่าวปฏิญาณตน 3 ครั้งว่า &amp;quot;ข้าพระพุทธเจ้า จะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต&amp;quot; ก่อนเข้าหอประชุมเพื่อกระทำพิธีเทิดเกียรติ
ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ว่าที่ผบ.ทบ. กล่าวเทิดเกียรติว่า ในนามกองทัพบก ขอแสดงมุทิตาจิตต่อทุกท่านด้วยความเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง การปฏิบัติหน้าที่ด้วยการยึดมั่นอุดมการณ์ทหารมาตลอดชีวิตรับราชการ ทุกท่านได้สร้างประโยชน์ให้กองทัพและประเทศชาติเป็นเอนกประการ ด้วยการอุทิศกำลังกาย กำลังใจ ดำเนินภารกิจทุกด้านของกองทัพ เพื่อพิทักษ์รักษา เอกราช อธิปไตย ความสงบเรียบร้อยของชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปกป้อง ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด ตลอดจนสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งปรากฏเป็นผลงานและเกียรติประวัติอันน่ายกย่อง ส่งผลให้กองทัพมีความเข้มแข็ง ทันสมัย และเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภัยคุกคาม และปัญหาอุปสรรคนานัปการ อันควรค่าจารึกไว้เป็นแบบฉบับของทหารอาชีพ ที่นายทหารรุ่นหลังจะได้สานต่อ ดำเนินรอยตาม เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ศรีของการปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ทบ.เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสต่อไป แม้จะต้องสิ้นสุดในหน้าที่ราชการ แต่เชื่อว่าภาระหน้าที่ของความเป็นทหาร จะยังคงฝังแน่นในจิตใจของทุกท่านอย่างไม่เสื่อมคลาย และขอมีส่วนร่วมจรรโลงกองทัพให้มีความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนส่งเสริมภารกิจของกองทัพให้บรรลุจุดมุ่งหมายอย่างเช่นที่เคยปฏิบัติมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกเราขอให้คำมั่นว่า จะสืบสานอุดมการณ์ของพวกท่าน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้สังคมมีความปกติสุข มีความรักความสามัคคี อันเป็นจะพลังขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.พรพิพัฒน์ เป็นตัวแทนกล่าวอำลาชีวิตราชการว่า การปฏิบัติราชการในกองทัพนับเป็นช่วงเวลาที่ภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ทหารของชาติและประชาชนตามปณิธานที่ตั้งไว้ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี โดยมุ่งอุทิศตนทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา ดำเนินภารกิจของกองทัพให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ และพัฒนาสังคมให้มีความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น ซึ่งภาระหน้าที่ของทหารอันมีเกียรตินี้ เป็นสิ่งที่พวกเรายึดถือปฏิบัติตลอดไปแม้เกษียณอายุราชการ
ประสบการณ์ 6 ปีมีคุณค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมั่นใจว่าผู้ที่จะเกษียณอายุราชการทุกคนต่างล้วนสำนึกในคุณูปการกองทัพบกที่หล่อหลอมพวกเรามีจิตวิญญาณของความเป็นทหารอยู่ในสายเลือด มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แม้ต้องอำลาชีวิตราชการจากกองทัพ แต่จิตวิญญาณของความเป็นทหารอาชีพยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจ และพร้อมที่จะเสียสละตนรับใช้กองทัพและประเทศชาติในทุกโอกาส ตลอดจนจะนำประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตรับราชการมาสนับสนุนการดำเนินการงานของกองทัพด้วยความเต็มใจตลอดไป ทั้งนี้ จะเป็นกำลังใจให้กำลังพลที่ยังรับราชการอยู่ในกองทัพบกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สมกับที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจตลอดมา&amp;rdquo; พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2563 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 ตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือเป็นวันมงคลอีกวันหนึ่ง ตนถือว่าเขาเป็นครอบครัวของเรา ครอบครัวของคนไทย ครอบครัวประเทศไทย ครอบครัวข้าราชการ ในฐานะตนเป็นข้าราชการมาก่อน แต่วันนี้ตนทำงานไม่ใช่ข้าราชการ ทำงานทั้งการเมืองและอย่างอื่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็เรียนรู้จากข้าราชการทุกกระทรวงทุกหน่วยงาน และผมก็นำมาประยุกต์ว่าจะอยู่และทำงานได้อย่างไรกับเขา ไม่ใช่ว่าผมทำงานด้วยระบบทหาร หลายอย่างที่ผมได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลา 5-6 ปี ผมถือว่ามีคุณค่ากับตัวผม และผมคิดว่าจะทำตัวให้มีคุณค่ากับบ้านเมืองของเรา กับประชาชนของเรา เพียงแต่ขอความสงบเรียบร้อยให้กับบ้านเมืองของเรา เรื่องอื่นๆ ช่วงนี้ขอให้ผ่านพ้นไปก่อน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีสถานการณ์การชุมนุมที่บริเวณอาคารรัฐสภาระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับการชุมนุมที่เกิดขึ้นบ่อยๆ สื่อจะให้ตนทำอย่างไร ก็ต้องไปบอกบรรดากลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ซึ่งในส่วนของความมั่นคงมั่นใจว่าจะไม่มีอะไร สามารถดูแลได้
อีเวนต์จับ ส.ว.ลงหม้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ คณะประชาชนปลดแอกเดินสายจัดกิจกรรม &amp;quot;จับ ส.ว.ลงหม้อ&amp;quot; ปราศรัยบนรถ 6 ล้อ เห่กระชากวิญญาณและพิธีกรรมจับผีร้าย ส.ว.โดยตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กองบัญชาการทหารบก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมปราศรัยว่า อยากฝากไปถึง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.คนใหม่ ที่เข้ามารับหน้าที่ต่อในขณะนี้ ท่านยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นอย่ารับตำแหน่ง ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ชุมนุมเดินทางไปทำกิจกรรมที่กระทรวงกลาโหม, กองบัญชาการกองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, กองบัญชาการกองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะเดียวกัน ภายในกองทัพบกได้จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตข้าราชการทหารของนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2563 ให้กับ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และนายทหารชั้นนายพลที่เกษียณอายุราชการกว่า 300 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้ควบคุมตัวนายนรินทร์ กุลพงศธร อายุ 31 ปี ชาว กทม. ผู้ถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ &amp;quot;กูkult&amp;quot; @gukultrebellion ผู้ต้องหากระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1425/2563 ลงวันที่ 21 ก.ย.2563 มายื่นคำร้องขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-5 ต.ค.2563 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ จะต้องสอบพยานอีก 4 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีและจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังฝากขัง ญาติผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ผู้ต้องหามีประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท ไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;ไปขายนมแพะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางเยือนจังหวัดยะลา เพื่อพบกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนม ติดตามความคืบหน้าของธุรกิจนมแพะซึ่งดำเนินการโดย &amp;ldquo;ส้มจี๊ด&amp;rdquo; องค์กรส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคมของคณะก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเดินทางมาครั้งนี้ นายธนาธรได้มาตรวจดูความพร้อมของโรงเรือนและกระบวนการเลี้ยงแพะ รีดนมแพะ รวมถึงการบรรจุขวด เนื่องจากจะเริ่มทดลองจำหน่ายนมในเฟสแรก ภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ซูซู&amp;rdquo; ซึ่งเป็นภาษามลายู แปลว่า &amp;ldquo;นม&amp;rdquo; ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ และหากประสบความสำเร็จตามความคาดหมาย จะเริ่มเฟสสอง ลงทุนตั้งโรงงานผลิตนมแพะขนาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมตั้งใจที่จะใช้โมเดลธุรกิจบริษัทจำกัด ไม่ใช่สหกรณ์ เพราะผมมองเป้าหมายใหญ่ มองไปไกล ผมอยากให้มีบริษัทจำกัดขนาดใหญ่ที่ยะลา จ้างงานคนในพื้นที่สามจังหวัด โดยมีเกษตรกรร่วมกันเป็นเจ้าของ เพราะที่นี่แทบไม่มีบริษัทใหญ่ๆ ที่จ้างงานดีๆ รายได้สูง ทั้งที่คนตกงาน ว่างงาน จำนวนมาก โดยเฉพาะหลังโควิด ถ้ามีงาน คุณภาพชีวิตของคนในสามจังหวัดก็จะดีขึ้น วัยรุ่นจบมามีงานทำที่บ้านเกิด ได้อยู่กับครอบครัว ไม่ต้องไปทำงานที่มาเลเซียหรือตามหัวเมืองใหญ่ และเหตุผลที่ผมอยากเห็นอุตสาหกรรมนมแพะในสามจังหวัด ก็เพราะมันสอดคล้องกับวิถีของมุสลิม การเลี้ยงแพะเป็นสิ่งที่คนในพื้นที่มีทักษะ มีความเข้าใจอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการการส่งเสริมด้านการตลาดและการบริหารธุรกิจ&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นมแพะแบรนด์ &amp;ldquo;ซูซู&amp;rdquo; จะเริ่มจัดจำหน่ายเฟสแรกในเดือนพฤศจิกายน โดยเริ่มต้นจำหน่ายผ่านรถโมบาย และวางหน้าร้านในพื้นที่ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา รวมถึงจัดจำหน่ายช่องทางออนไลน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78419</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรณิการ์ วานิช, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b5995d124c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งใหญ่จริงๆ&#039;ประชาชนปลดแอก&#039;ขู่ลากคอ&#039;บิ๊กแดง&#039;ออกจากสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;คณะประชาชนปลดแอกเดินสายจัดกิจกรรม &amp;quot;จับ ส.ว.ลงหม้อ&amp;quot; ปราศรัยบนรถ 6 ล้อ แห่กระชากวิญญาณและพิธีกรรมและพิธีกรรมจับผีร้าย ส.ว.โดยตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ. มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึง กองบัญชาการทหารบก ในเวลา 11.00 น. พร้อมปราศรัยว่า ผบ.ทบ.เอ๋ยจงมาเถิด กลับมาอยู่ที่ของตัวเองได้แล้ว เหตุใดท่านถึงไม่รู้จักตำแหน่งแห่งที่ของตัวเอง วิญญาณที่สิงสถิตในเก้าอี้ ส.ว.ที่มาโดยตำแหน่งจงกลับมา ณ กองทัพบกแห่งนี้ กลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง ในรัฐสภาไม่ใช่หน้าที่ของท่าน และพรุ่งนี้ (24 ก.ย.) จะเป็นวันประชุมร่วม 2 สภา ทั้ง ส.ส.และ สว. เพื่อพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และหากเราพบ ผบ.ทบ. จะเข้าไปลากคอออกจากสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้อยากฝากไปถึง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. คนใหม่ ที่เข้ามารับหน้าที่ต่อในขณะนี้ท่านยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์เพราะฉะนั้นอย่ารับตำแหน่ง ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จำนวน 1 กองร้อย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน-นอกเครื่องแบบ สน.นางเลิ้ง จำนวน 20 นาย พร้อมนำแผงเหล็กมากั้นล้อมรอบประตูกองบัญชาการบัญชาการกองทัพบก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำประกาศ พร้อมประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียง ให้ยุติการชุมนุม เนื่องจากการชุมนุมต้องขออนุญาตเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ สน.นางเลิ้ง ตามมาตรา 10 ซึ่งถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 14 ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นผู้ชุมนุมเดินทางไปทำกิจกรรมที่กระทรวงกลาโหม ,กองบัญชาการกองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, &amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะเดียวกัน ภายในกองทัพบกได้จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตข้าราชการทหารของนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2563 ให้กับ พล.อ.พรพิพัฒน์ และ พล.อ.อภิรัชต์ และนายทหารชั้นนายพลที่เกษียณอายุราชการกว่า 300 นาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78353</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะประชาชนปลดแอก, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6ae4fa07ab3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพชุดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารของนายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2563 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78329</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพล, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พิธีเทิดเกียรติ, อำลาชีวิตราชการทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6abe1e7ee08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กองทัพบก&#039;จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารประจำปี2563</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.05 น. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางเข้าร่วมพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารของนายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2563 ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดยประกอบด้วยพิธีกองทหารเกียรติยศ รับผู้บัญชาการทหารสูงสุด ณ โถงทางลาดอาคาร 1 กองบัญชาการกองทัพบก จากนั้นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะ พร้อมด้วยนายทหารชั้นนายพล (อัตราพลเอก (พิเศษ)) ที่เกษียณอายุราชการ กระทำพิธีถวายสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ เสร็จแล้วจึงเข้าสู่กิจกรรมของนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งมีนักเรียนนายร้อย ร่วมกิจกรรม จำนวน 3 กองพัน กองพันละ 166 นาย หมู่ธงประจำหน่วย 88 ธง จากส่วนราชการในกองทัพบก ประกอบด้วย ส่วนราชการ ส่วนบัญชาการ, ส่วนกำลังรบ, ส่วนสนับสนุนการรบ, ส่วนส่งกำลังบำรุง, ส่วนภูมิภาค, ส่วนการฝึกศึกษาและหลักนิยม และส่วนพัฒนาประเทศ ณ ลานหน้าพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนนักเรียนนายร้อยกล่าวตั้งปณิธาน &amp;ldquo;เดินตามรอยเท้า&amp;rdquo; และผู้ร่วมพิธีทั้งหมดร้องเพลง &amp;ldquo;รั้วแดงกำแพงเหลือง และมนต์มัฆวาน&amp;rdquo; หลังจากนั้นกำลังพลในกองบัญชาการกองทัพบกเข้าแถวรายทาง ตั้งแต่หลังอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 จากนั้นนายทหารชั้นนายพลที่เกษียณอายุราชการ นำโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดเดินแถวตามวงขลุ่ยกลองนักเรียนนายร้อย จากด้านหลังอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำดับต่อมาผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะ พร้อมด้วยนายทหารชั้นนายพลที่เกษียณอายุราชการ ร่วมกันถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ก่อนเข้าสู่หอประชุมกิตติขจร เพื่อกระทำพิธีเทิดเกียรติและมอบของที่ระลึกแก่นายทหารชั้นนายพลที่อำลาชีวิตราชการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารของนายทหารชั้นนายพลเดิมจะจัดขึ้นที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า บริเวณเขาชะโงก ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก แต่ปีนี้เปลี่ยนสถานที่มาจัดที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เนื่องจากเคยเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่เป็นแหล่งผลิตนายทหารหลักที่สร้างชื่อเสียงเกียรติยศแก่กองทัพบกหลายท่าน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งนายทหารที่สำเร็จจากสถาบันแห่งนี้ มีความผูกพันกับสถานที่ตั้งดังกล่าว และนับว่าเป็นสถานที่ที่สะดวกในการเดินทางมากระทำพิธี เพราะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ &amp;nbsp;โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานกำเนิด เมื่อ 5 สิงหาคม 2430 ณ บริเวณพระราชวังสราญรมย์ ต่อมาเมื่อปี 2452 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม มาอยู่ที่ถนนราชดำเนินนอก จนกระทั่งปี 2523 จึงย้ายไปอยู่ที่จังหวัดนครนายกจวบจนปัจจุบัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78328</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพล, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พิธีเทิดเกียรติ, อำลาชีวิตราชการทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6abc9589989.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจารณ์กันเสียงขรม พ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่ หลังผ่านมติ ครม. ในทำนองโดนแปลงสาร เปิดช่องวิ่งเต้นโยกย้ายเหมือนเดิม จน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาชี้แจงแถลงไข พ.ร.บ.ตำรวจใหม่ มีกรรมการพิทักษ์คุณธรรมตำรวจ (กพค.) ทำหน้าที่ตรวจสอบกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเสร็จสิ้น ใครรู้สึกไม่เป็นธรรมให้ส่งเรื่องมาที่ กพค.ตรวจสอบ ถ้าพบว่าไม่เป็นธรรมก็สามารถส่งเรื่องต่อไปยังศาลปกครองได้ แทนวิธีการเดิมที่ให้ส่งเรื่องไปยังศาลปกครองทางเดียว รวมถึงปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้ายจากเดิมที่หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายอยู่นอกกฎหมายทำให้เปลี่ยนได้ทุกปี ครั้งนี้นำมาไว้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เช่นระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไปให้ยึดอาวุโส 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับผู้บัญชาการลงมาถึงผู้บังคับการยึดอาวุโส 50 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่านั้นลงมายึดอาวุโส&amp;nbsp; 33 เปอร์เซ็นต์....แต่ &amp;quot;สีกากี&amp;quot; หลายคนก็ยังไม่สบายใจ กฎหมายจะขีดเส้นบังคับการแต่งตั้งไว้อย่างไร&amp;nbsp; เมื่อยังไม่มีการเขียนบังคับไว้ &amp;quot;ห้ามยกเว้นหลักเกณฑ์&amp;quot; พวกเหาะเหินเดินอากาศได้ก็ยังขี่หัวเพื่อนเหมือนเดิม ยกเว้น &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ว่าที่ ผบ.ตร.จะแข็งจริงแบบไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะหากทำได้รับรองความยุติธรรมภายในรั้ว &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; เกิดขึ้นแน่ ๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าสู่ช่วงสุดท้ายในชีวิตราชการตำรวจของ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี เริ่มเดินสายอำลาตำแหน่ง ล่าสุดไปที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตรวจเยี่ยมและอำลาหน่วยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมตรวจพลขบวนแถวเกียรติยศ มอบสิ่งของที่ระลึกให้ผู้แทนหน่วยในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และเปิดห้องประชุมชัยจินดา ณ บก.กฝ.บช.ตชด. โดย &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; เปิดใจตอนหนึ่ง....&amp;quot;ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนาย ทั้งที่อยู่ และไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนี้&amp;nbsp; พึงระลึกเสมอว่า การที่เราได้อาสามาเป็นตำรวจนั้น หน้าที่หลักคือ การดูแลทุกข์สุขของประชาชน เสียสละ อุทิศกาย อุทิศใจ ให้กับการทำงาน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างความเชื่อมั่น และสร้างความศรัทธาให้กับประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้กับสังคม&amp;rdquo; หากตำรวจทุกนายทำได้อย่างที่ &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; บอกเอาไว้ รับรองภาพพจน์ &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; ที่ติดลบในสายตาชาวบ้านจะฟื้นกลับคืนมาอีกอักโข ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เสียชื่อ &amp;quot;อาจารย์สายสืบสวน&amp;quot; สำหรับ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.และว่าที่ ผบ.ตร. ไปเป็นประธานพิธีเปิดโครงการ &amp;quot;พัฒนาประสิทธิภาพทีมงานผู้ปฏิบัติงานสืบสวน กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการสอบสวนกลาง&amp;quot; หรือโครงการ โรงเรียนสืบสวนกองปราบ รุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการที่เริ่มต้นเมื่อปี 2561 มี บิ๊กก้อง-พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) สมัยเป็น รอง ผบก.ป.ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสืบสวน เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านการสืบสวนของข้าราชการตำรวจ โดยจัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านงานสืบสวนระดับประเทศ มาให้ความรู้และสอนเทคนิคการสืบสวนต่างๆ ให้แก่ข้าราชการตำรวจรุ่นใหม่ในสังกัด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือว่ามีประโยชน์ต่อองค์กรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp; และมีผู้เข้ารับการอบรมจากหน่วยงานตำรวจทั่วประเทศ ทำให้หลายคนมองกันว่าในการแต่งตั้งตำรวจหลังจากนี้ &amp;quot;นักสืบ&amp;quot; จะกลับมาเข้าที่เข้าทางตามสายงานถนัดทั่วประเทศเสียที หลังจากหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;quot;ตำรวจนักสืบ&amp;quot; แพ้ &amp;quot;ตำรวจนักลงทุน&amp;quot; จนต้องกระเด็นกระดอนกันไปคนละทิศละทาง เพราะ อาจารย์สืบสวน มีอำนาจจัดทัพเอง คงไม่ทำให้ ลูกศิษย์ ผิดหวัง คงต้องติดตามสิ้นเดือน พ.ย. เดดไลน์การแต่งตั้งระดับ &amp;quot;นายพัน&amp;quot; วาระประจำปี ได้รู้กัน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนประกาศ &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ข่าวลือเรื่องรัฐประหารก็เริ่มออกมาเป็นระยะ ยิ่งออกช้าเท่าไหร่ความอึมครึมก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น พอมาประกอบร่างสร้างเรื่องกับสถานการณ์การชุมนุมก็ทำให้วิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ในที่สุดหัวค่ำคืนวันศุกร์ก่อน ม็อบ 19 ก.ย. จะชุมนุม โผทหาร ก็ประกาศออกมา ส่งผลให้แรงกระเพื่อมและข่าวลือสะพัดสงบลง โดยเฉพาะข่าวที่ว่า บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งข้อความถึง บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ถามถึงที่มาที่ไป คลิปเสียง ผู้ประกาศข่าวอ่านรายชื่อ&amp;nbsp; &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ก่อนมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ราวจะกระทุ้งให้ประกาศรายชื่อเร็วๆ เรียกได้ว่า &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ล็อตนี้ยุติลงด้วยความโล่งใจแบบเฉียดฉิว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นปีที่ &amp;quot;โผทหาร&amp;quot; ได้สร้างประวัติศาสตร์หลายอย่างในแผง 5 เสืออากาศ หลังจากไม่เคยเกิดขึ้นพักใหญ่มาเป็นทศวรรษ คือ 1.เป็นนักบินลำเลียง 2 คน 2.เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ 1 คน 3.เป็นนักบินขับไล่ (ไอพ่น) 1 คน 4.ไม่ได้เป็นนักบิน 1 คน ไล่ตั้งแต่ชื่อ บิ๊กแอร์-พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ นักบินเครื่องบินลำเลียง C-130 คนแรกที่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์ ว่าที่รอง ผบ.ทอ.&amp;nbsp; อดีตเจ้ากรมการช่างโยธาอากาศ และไม่ได้เป็นนักบิน พล.อ.ท.เดชอุดม คงศรี ว่าที่ ผช.ผบ.ทอ. ก็เป็นนักบินเครื่องบินลำเลียง 1 ใน 2 ในตำแหน่ง 5 เสืออากาศ ขณะที่ บิ๊กโหน่ง-พล.อ.ท.ปราโมทย์ ศิริธรรมกุล เป็นว่าที่ ผช.ผบ.ทอ. และเป็นนักบินปีกหมุนหรือเฮลิคอปเตอร์ ส่วน บิ๊กหนึ่ง-พล.อ.ท.ชานนท์ มุ่งธัญญา ว่าที่เสนาธิการทหารอากาศ เป็นนักบินเอฟ-16 ที่ถูกวางตัวไว้ให้ขึ้น ผบ.ทอ.ปีหน้า ซึ่ง&amp;nbsp; &amp;quot;แอร์บูล&amp;quot; เปรียบเหมือนสูตรการแลกเปลี่ยนเพื่อขัดตาทัพก่อนเข้าสู่แผนการพัฒนา ทอ.ในระยะต่อไป&amp;nbsp; แต่ตอนนี้คนที่ดูเหมือนจะเครียดคงเป็น บิ๊กนัต-พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ที่ต้องมองยาว เสียสละ-กลืนเลือดในส่วนน้อย เพื่อรักษาส่วนร่วมที่หมายถึงอนาคตของ ทอ.ในการก้าวไปในยุทธศาสตร์ที่วางไว้ แม้คำว่า 6 ประการ 10 คิวจะนำมาอธิบายผ่าน &amp;quot;เสืออากาศ&amp;quot; คอลัมนิสต์จะเหมือนเป็นการยกแม่น้ำทั้ง 5 แต่คงดีกว่าการนิ่งเงียบ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;quot;กองทัพเรือ&amp;quot; สูตรหยิบไข่ออกนอกตะกร้า ใช้ทั้งธรรมะ ความอดทนของร่างกาย-จิตใจ ผ่านสภาวะร่างกาย &amp;quot;ชนกำแพง&amp;quot; มาในการแข่งขัน ฟูลมาราธอน จนปล่อยวางกับเสียงคนรอบข้างที่มีทั้งรัก-ทั้งเกลียดมาแล้ว บิ๊กลือ-พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ที่กำลังจะเกษียณ อาจต้องเจอคลื่นใต้น้ำอีกหลายลูก เพราะไข่ในตะกร้าที่เหลือ ทั้ง บิ๊กอุ้ย-พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน&amp;nbsp; ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม ว่าที่รอง ผบ.ทร. พล.ร.ท.ทรงวุฒิ&amp;nbsp; บุญอินทร์ ว่าที่ ผช.ผบ.ทร. พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ ว่าที่เสนาธิการทหารเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีข่าวแว่วว่ามีการ &amp;quot;ทิ้งบอมบ์&amp;quot; ของผู้พลาดหวังในตำแหน่งไว้ และยังมีระเบิดเวลาหลายลูกเรื่องโครงการจัดซื้อจัดหา ที่มีการส่งไปถึงฝ่ายการเมืองแบบรัวๆ ทำให้ ทัพน้ำ ในมือ &amp;quot;บิ๊กอุ้ย&amp;quot; อาจต้องเจอทางวิบากมากกว่าที่คิด ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพไทยถือว่าเป็นเหล่าทัพที่ &amp;quot;ชิลล์&amp;quot; ที่สุด เพราะ บิ๊กกบ-พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เตรียมส่งไม้ให้ บิ๊กแก้ว-พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร แบบไม่ต้องมีใครส่งคนมาเสียบ เนื่องจากการวางตัว-วางไลน์มาพักใหญ่ ด้วยการที่ส่ง บิ๊กแก้ว มาวางไว้ก่อนล่วงหน้า ทำให้แจ้งวัฒนะ ลมสงบ ไม่มีพายุเหมือนเหล่าทัพอื่นๆ ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77964</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a00ea210d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทหารสูงสุด เผยนายกฯกำชับป้องกันลักลอบนำแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมาย ห่วงโรคระบาดหาต้นตอไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในการจัดงานวันสถาปนากองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปี 2563​ ครบ 60​ ปี ว่า การจัดงานในวันนี้ เป็นการเลื่อนมาจากกำหนดการเดิม คือวันที่ 16 มี.ค. 2563 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการผ่อนคลายของรัฐบาล ความสำคัญของกองทัพไทย เป็นหน่วยราชการที่เติบโตทางด้านปฎิบัติการร่วมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อตั้งขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการพัฒนาตามลำดับ ปัจจุบันมีภารกิจและหน้าที่ตามกฎหมายที่ได้รับความสำคัญและเกียรติจากหลายหน่วยงาน แต่สิ่งที่ต้องพัฒนาคือเทคโนโลยีทางทหารตามกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน รวมทั้งเตรียมกำลังพลให้พร้อมสำหรับรูปแบบการปฎิบัติหน้าที่ที่ซับซ้อนในอนาคต กับกระแสโลกที้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีให้มีความพร้อมในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทสส.ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) กล่าวว่า สำหรับการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ระยะที่ 5 ว่าแม้จะอยู่ในช่วงผ่อนคลาย แต่ยังไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังเชื้อโรค ที่มาจากทุกทิศทุกทาง และฝ่ายความมั่นคงยังมีความเข้มงวดจริงจัง จากคนที่จะเข้ามาในประเทศทุกมิติ ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ ที่จะต้องเข้มงวดกันต่อไป ส่วนที่กังวลคือการกลับมาเปิดธุรกิจหรือติดต่อธุรกิจต่างๆ ขอผู้ประกอบการดูแรงงานที่จะกลับมาทำงานให้เข้ามาถูกต้องตามกฎหมายมีการตรวจสอบโรคก่อน เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดการแพร่เชื้อเข้ามาจนเป็นซุปเปอร์สเปดเดอร์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าศบค. ได้เน้นย้ำการปฎิบัติของกองกำลังชายแดน เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย โดยทุกหน่วยให้ความจริงจังในเรื่องนี้ จึงขอให้ผู้ประกอบการคำนึงในเรื่องนี้ว่าทุกฝ่ายเป็นห่วงไม่อยากให้เกิดการแทรกซ้อนของเชื้อโรค นำไปสู่การแพร่ระบาดจนหาที่มาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการป้องกันทางกายภาพ อาจมีการใส่หน้ากากอนามัยแต่ขอให้คงสำนึกเสมอว่าทุกครั้งไปที่สาธารณะอาจมีเชื้อแพร่อยู่ในอากาศได้ ต้องตระหนัก และไม่เข้าไปในที่แออัดหรือที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด โดยสามารถทำหน้าที่แจ้งเตือนบอกกล่าวขอร้องเพื่อให้เกิดความระมัดระวังกับบุคคลอื่นได้ เพราะถือว่าคนไทยด้วยกันจะต้องมีความร่วมมือกันต่อไปหลังจากที่ได้ร่วมมือกันมาอย่างดีตั้งแต่เดือนมีนาคนจนสามารถป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการเดินทางเยือนของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ และคณะที่มาไทยนั้น ในวันที่ 9-10 ก.ค. นี้ พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ยอมรับว่าในที่สุดแล้วประเทศไทย จะต้องมีแขกมาจากต่างประเทศมากขึ้น อาจมีเจ้าของธุรกิจ เจ้าของกิจการ เพราะต้องมีการทำธุรกิจกัน และเศรษฐกิจประเทศต้องเดินหน้า ซึ่งทางศบค.ได้มีข้อกำหนดให้ปฎิบัติตัวไว้อย่างเคร่งครัด โดยอาจมีการเดินทางมาระยะสั้น ซึ่งทางสหรัฐได้ปฎิบัติตามระเบียบไม่มีเกี่ยงงอน โดยเชื่อว่าเมื่อผู้นำสหรัฐเดินทางกลับแล้ว จะสามารถใช้ข้อปฎิบัตินี้ เป็นแบบอย่างในการปฎิบัติได้สำหรับการเดินทางในระยะสั้นๆในการเยือนของแขกได้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70920</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f0695cf73635.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทัพบก-ทัพเรือ-ทัพอากาศ&#039;เปิดหมายเสริมเขี้ยวเล็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.2563 &amp;ndash; พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ท.อภิสิทธิ์ นุชบุษบา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร หัวหน้าทีมโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงภายหลังการประชุมว่า ผบ.ทสส.ได้กล่าวขอบคุณเหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้การสนับสนุนดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด -19ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปลูกฝังกำลังพลทุกนายให้มีความจงรักภักดี ปกป้อง พิทักษ์รักษา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเดือนนี้เป็นเดือนมหามงคล มีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ประดับธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดทั้งเดือน พร้อมทั้งให้การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19อย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ คลี่คลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้เหล่าทัพเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในห้วงฤดูฝนที่อาจเกิดภัยธรรมชาติได้ ตลอดจนกวดขันกำลังพลทุกระดับอย่างใกล้ชิดในการประพฤติปฏิบัติตนตามแบบธรรมเนียมทหารอย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ พร้อมทั้งใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบในการแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคมต่อไป นอกจากนั้น ผบ.ทสส.ยังให้เหล่าทัพช่วยกันในเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กล่าวเรื่องรวมไทยสร้างชาติ เพื่อนำไปสู่ความรัก สามัคคี ปรองดอง ของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมการปฏิบัติงานในอนาคต ซึ่งกองบัญชาการกองทัพไทย การพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตแผนที่ให้ทันสมัย รวดเร็ว ทันกับการพัฒนาประเทศและบริการข้อมูลแผนที่ทางบกให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถในการเชื่อมโยงกับแผนที่ทางทะเล แผนที่ทางอากาศได้ เพื่อบูรณาการข้อมูลแผนที่ของกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพให้เป็นข้อมูลแผนที่กลางของกองทัพไทยในการปฏิบัติการทางทหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กองทัพบกยังกำหนดให้ปี 2563 เป็นปีแห่งการพัฒนาความรู้ และความสามารถทางทหารของกำลังพลกองทัพบกในทุกระดับ โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญได้แก่ การยกระดับมาตรฐานความแข็งแรงทางด้านร่างกาย, การพัฒนาด้านความรู้, การพัฒนาความชำนาญทางทหาร และการปรับปรุงพัฒนาการฝึกให้สอดคล้องกับแนวทางการใช้กำลังของกำลังพล นอกจากนี้ ยังได้จัดทำคู่มือทหารต้านโควิด &amp;ndash; 19 เพื่อให้สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมแห่งชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรการควบคุมหลักของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายของการเป็นกองทัพที่มีศักยภาพ ทันสมัย เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน และเป็นหนึ่งในกองทัพบกชั้นนำของภูมิภาค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี โฆษกกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพเรือ การเตรียมความพร้อมในการรองรับสงครามอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapon of Mass Destruction : WMD) ได้แก่ อาวุธเคมี ชีวะ รังสี และนิวเคลียร์ หรืออาวุธ คชรน. (Chemical-Biological-Radiological and Nuclear : CBRN) โดยได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ขนานนามว่า นักรบ คชรน. ทำหน้าที่หลักใน 3 ด้าน ได้แก่ ปฏิบัติการป้องกันสงครามนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี, ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายที่ใช้อาวุธทำลายล้างสูง และปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับมิตรประเทศและเข้าร่วมกับสหประชาชาติได้อย่างสอดประสาน มุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติเกิดความมั่นใจว่าทำได้จริง ควบคุมได้จริง สามารถนำไปสู่ขั้นการปฏิบัติได้โดยอัตโนมัติทั้งในการปฏิบัติการเรือ การปฏิบัติการทางบก และการช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กองทัพอากาศ การพัฒนาขีดความสามารถกำลังทางอากาศ ทั้งมิติทางอากาศ (Air Domain) มิติไซเบอร์ (Cyber Domain) และมิติอวกาศ (Space Domain) บนแนวคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operations) ใน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาที่อยู่บนฐานคิดของการเปลี่ยนแปลงจากภัยคุกคามแบบดั้งเดิม, การพัฒนามิติทางอากาศ, การพัฒนามิติทางไซเบอร์, การพัฒนามิติอวกาศ, การพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม และการพัฒนาขีดความสามารถในการพัฒนายุทธวิธีการรบทางอากาศ เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70842</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, กองทัพอากาศ, กองทัพเรือ, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการเหล่าทัพ, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f0561076eb18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
