<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านไปน้ำตาคลอไป!ทหารใกล้ชิดเล่าเรื่อง &#039;พลเอกเปรม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ย้อนรำลึกวันกำเนิด&amp;rdquo;เสธ.นุ้ย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เป็นทหารใกล้ชิดที่อยู่กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จนเกือบจะนาทีสุดท้ายก่อนเสียชีวิต&amp;nbsp; สำหรับ &amp;quot;เสธ.ณุ&amp;quot; พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ นายทหารคนสนิทฯ ที่นอนในบ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ทำการสำนักงานฯ ด้วย โดยช่วงเช้ามืดวันที่ 26 พ.ค.เด็กที่นอนเฝ้าในห้อง มาเรียกให้ไปดูป๋าที่ไม่รู้สึกตัว ก่อนจะแจ้งทางโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ส่งรถโรงพยาบาลมารับไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เย็นวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ท่านเรียกผมไปนั่งคุยด้วยถามไถ่ถึงเรื่องราวต่างๆ สั่งโน่น สั่งนี่ ก็รายงานหมดว่าเป็นอย่างไร นั่งคุยกันตั้งแต่ 16.30 น.ถึง 17.15 นาที ผมก็ถามว่าป๋าจะเดินออกกำลังกายไหม&amp;nbsp; เราก็มองรอดมาทางหน้าต่าง ซึ่งผมนั่งคุยกับท่านหน้าห้องทำงาน ที่อยู่ถัดจากห้องนอนชั้น 2 ก็เห็นว่าฟ้าครึ้มๆ ก็เลยขอลงไปดูด้านอกว่าอากาศเป็นอย่างไร พอลงมาดูก็ปรากฏว่ามีฝนปรอยๆ ท่านก็ไม่ได้เดินก็เดินรอบห้อง ก็ให้เด็กวัดออกซิเย่น&amp;nbsp; กับ วัดปรอทว่ามีไข้หรือไม่ ก็อยู่ 36-37 องศา ความดันโลหิตก็ปกติ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พล.อ.พิศณุ กล่าวว่า&amp;nbsp; พล.อ.เปรม ไม่ได้ดูประชุมสภาฯ จนเครียดเหมือนที่มีการไปลือกัน แม้ระหว่างที่คุยกันนั้นจะเป็นช่วงเลือกประธานสภาฯพอดี&amp;nbsp; แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้เปิดโทรทัศน์ ตนก็เปิดดูจากไอแพด เพราะเกรงว่าเสียงจะรบกวนเวลาคุยกัน ก็เลยดูบ้าง ไม่ได้ดูบ้าง ก็เห็นว่ายังไม่จบ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครได้&amp;nbsp; มีแคนดิเดทใครบ้างผมก็เล่าให้ท่านฟังว่า มีนายกฯ ชวน และก็ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งป๋าเปรมท่านก็รู้จัก นายกฯ ชวนดี เมื่อช่วงปลายปี ท่านนายกฯชวนก็มานั่งคุยกับป๋า เพราะทำงานด้วยกันมาคุ้นเคยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เสธ.นุ้ย&amp;rdquo;ผู้อยู่ข้างกาย&amp;rdquo;รัฐบุรุษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตอนรับราชการอยู่ที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21&amp;nbsp; รักษาพระองค์ (ร.21 พัน 3 รอ.)&amp;nbsp; ช่วงปีพ.ศ. 2528 หรือ พ.ศ.2529 เกิดกรณีที่ท่านถูกชกที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตอนนั้นกำลังไปเรียนชั้นนายร้อยทหารราบพอดี หลังจากนั้นเพื่อนป๋า คือ นายโรนัลด์ เรแกน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ส่งทีมเซ็คเคียวริตี้ ประจำตัวมาฝึกให้ทาง ร.21 รอ.และก็มีพลร่ม ที่มาฝึกด้วยกัน ท่านก็เลือกไว้ 3 คน ทั้งหมดก็เป็นเพื่อนผมทั้งหมด คือ พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา&amp;nbsp; พล.ต.ชนินท์ เจริญรัตน์ และ ตน ก็เป็นนายทหารรักษาความปลอดภัย ซึ่งตนเองก็เคยถวายงานและ ถวายอารักขา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ ก็จะคุ้นเคยกับข้าราชการ ข้าราชบริพาร ป๋าติดต่อกับทางสำนักราชการ ก็ผ่านทางผม จึงคุ้นเคยกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นคนตัวเล็กที่สุดในบรรดาที่มาอยู่&amp;nbsp; ท่านก็เห็นผมตัวเล็ก ....... (หยุดพูดไปพักใหญ่ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และน้ำตาคลอ) จะเรียกผมว่า นุ้ย ชื่อเล่นทั่วไปของเพื่อนที่เรียกกัน แม้กระทั่งพี่น้อง ก็เรียก &amp;quot;ณุ&amp;quot; แต่ป๋าบอกว่าจะเรียกผมว่า &amp;quot;นุ้ย&amp;quot;&amp;nbsp; ท่านก็อธิบายให้ผมฟังว่า นุ้ยเป็นภาษาใต้ แปลว่าคนตัวเล็กๆ&amp;nbsp; ตอนเด็กแม่ป๋าก็เรียกป๋าว่านุ้ย.. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;......ทั้งหมดทั้งสิ้น มีป๋าคนเดียวที่เรียกผมว่า นุ้ย ก็เรียกตั้งแต่นั้นมา&amp;nbsp; เด็กเก่าๆ ก็จะเรียกผมว่าเสธ.ณุ แต่เด็กมาใหม่ไม่รู้ ก็จะเรียกตามป๋าว่า เสธ.นุ้ย &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;มีเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง ตอนเวลาเดินทางไปราชการต่างประเทศ&amp;nbsp; น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ&amp;nbsp; เป็นเลขานายกรัฐมนตรี ก็จะมีลิสต์รายชื่อผู้ร่วมคณะไปในส่วนทหารรักษาความปลอดภัยมีใครบ้าง ก็มีชื่อ พล.ต.สุรยุทธ์ จุลานนท์&amp;nbsp; พ.อ.อู้ด เบื้องบน แต่ผมนี่ท่านเขียนว่าร้อยเอกนุ้ย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็มาถามว่ามีใครรู้จักไหม ปรากฎว่าไม่มีใครรู้จักเลย น.ต.ประสงค์ ก็มาบ่นกับผมว่า ร้อยเอกนุ้ยเป็นใคร&amp;nbsp; ผมก็ถามท่านว่าป๋าเขียนลิสต์รายชื่อผมเองใช่หรือเปล่า&amp;nbsp; ถ้าใช่ก็คือ ผมนี่แหละ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เสธ.ณุ เล่าว่า พอท่านไม่ได้เป็นนายกฯ ก็ต้องลดกำลังที่จะดูแล ให้เหลือ 1 ใน 3 ซึ่งท่านก็เลือกผมไว้ ณ&amp;nbsp; วันนั้นก็ตั้งแต่ปี 2529 ป๋าเป็นนายกฯ ก็เป็นทั้งเป็น รปภ. ติดตามท่านด้วย พล.อ.ไพโรจน์ เป็น ทส. ส่วนการดูแลเรื่องส่วนตัว นัดแนะ ติดต่อคนโน่น เรื่องแต่งตัว ก็ให้ตนช่วยดู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถามว่า มาอยู่ตรงนี้มีความจำเป็นต้องกลั่นกรองคนที่เข้าหาป๋าหรือไม่ พล.อ.พิศณุ กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;จำเป็น และจำเป็นมากด้วย มีคนอยากให้ท่านช่วยเยอะมาก ซึ่งผมใช้วิธีที่ง่ายมาก คือ ถามท่านเป็นหลัก และก็มีวิธีของเราไม่ให้เข้ามา&amp;nbsp; ถ้าคนไหน คนเก่าคนแก่ เราไม่รู้ก็จะถามพล.อ.อู้ด เป็นหลัก เพราะพล.อ.อู้ดอยู่กับท่านมาตั้งแต่เป็นนักเรียนเตรียมทหาร ซึ่งท่านส่งเรียนหนังสือมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ป๋าให้ทุนส่งคนเรียนหนังสือมากนะ เป็นหมื่นคน ตั้งแต่สมัยผู้กอง พอมาเป็นแม่ทัพภาค ก็มีแค้ดดี้มาดูแลท่านตอนตีกอล์ฟ ท่านก็ส่งเรียนหนังสือ แคดดี้คนนั้นก็ คือ พล.อ.วิชัย แชจอหอ รองปลัดกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; ทุนที่เกิดจากมูลนิธิเปรม ติณสูลสนนท์ จ.นครราชสีมา ที่มีแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานมีเยอะมาก อันนี้ทำตอนท่านเป็นนายกฯ ก็คิดว่าจะไปอยู่โคราช แต่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ได้เป็นองคมนตรี ก่อนเลยต้องอยู่ กรุงเทพ ฯ ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;..ตอนแรก ก็ไม่คิดว่าป๋าเลือกผม แต่มีอยู่วันหนึ่งมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งนำโทรศัพท์มือถือ โมโตโรล่า รุ่นแรกเอาให้ป๋าใช้ ท่านก็ให้ผมดูแลเก็บไว้เผื่อเอาไว้ใช้ที่โคราช ผมก็เลยรู้ว่าหนึ่งในสามคนที่อยู่กับท่านต่อต้องเป็นผม&amp;nbsp; ท่านพูดน้อย ไม่บอก ให้คิดเอง &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สี่เสาเทเวศร์&amp;rdquo;บ้านแห่งตำนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อสิ้น&amp;rdquo;ป๋าเปรม&amp;rdquo;แล้ว มีการคาดเดาไปต่างๆนาๆ ว่า &amp;ldquo;บ้านสี่เสาเทเวศร์&amp;rdquo; จะใช้ทำอะไรต่อไป บ้างก็ว่าอาจจะเป็นพิพิธภัณฑ์ หรือต้องรื้อทิ้งเป็นที่รกร้างว่าเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พล.อ.พิษณุ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่กองทัพบกขอเช่าเพื่อทำประโยชน์จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; ระหว่างนี้ตนก็ทำหน้าที่จัดการงานศพแทนญาติให้ลุล่วงตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระบรมราชโองการลงมา&amp;nbsp; ก็ทำหนังสือถึง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์&amp;nbsp; ผู้บัญชาการบก ขอใช้เป็นศูนย์ประสานงานเพื่อดำเนินการให้จบงานไปก่อน พบจบพระราชทานเพลิงศพ ก็ต้องคืนทุกอย่างไป ซึ่งก็แล้วแต่กองทัพบกจะไปใช้ทำอะไร หรือ จะมีเงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งก็แล้วแต่กองทัพบก ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;บ้านหลังนี้ก็ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นบ้านของ พล.อ.สฤษดิ์&amp;nbsp; ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่&amp;nbsp; อดีต รมว.กลาโหม ช่วงหนึ่งก็เคยใช้เป็นที่ทำการสำนักงานของกรมสวัสดิการทหารบก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เขาบอกว่าตั้งใจเก็บบันทึกภาพภายในบ้านไว้ทั้งหมด ทุกมุม ในแต่ละห้อง&amp;nbsp; เพื่อจัดทำเป็นภาพประกอบเล่าเรื่อง เช่นห้องรับรองแขกด้านล่าง ก็จะมีทั้งภาพห้องเปล่า และก็ภาพช่วงที่ท่านรับบุคคลสำคัญ เช่น ดร. มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.หมิ่น อ่องไล่ย์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์&amp;nbsp; ซึ่งมีความใกล้ชิดเป็นบุตรบุญธรรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ห้องทำงานท่านอยู่ข้างบน ถัดไปจะเป็นห้องนอน ระหว่างห้องก็จะมีที่ว่าง ตั้งโต๊ะกินข้าวเล็กๆ เพราะท่านทานอาหารคนเดียว ท่านชินมากกว่า เพราะใช้ชีวิตอย่างนี้มาตลอด&amp;nbsp; ที่ผมห่วงคือพอสูงวัยจะซึมเศร้า แต่ป๋าเคยชินกับเรื่องพวกนี้ ถามป๋าว่าเครียดไหม ป๋าบอกว่า ไม่เครียดหรอก ดูกีฬา ดูโน่น ดูนี่ไป ผมถึงบอกว่า ความเครียดไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องคิดหรือไปทำอะไรแล้วเครียด&amp;nbsp; แต่อยู่เฉยๆก็เครียดได้ ดูกีฬา ดูโน่น ดูนี่ก็เครียดได้ ถ้าอยู่ในที่ที่จำกัด ก็เลยชวนให้เดินออกมาดูนกดูไม้ ผมให้ปลูกต้นไม้ ให้ผ่อนคลาย ต้นไม้มีแต่เจริญเติบโต เขียว แตกยอด ก็จะสร้างความชุ่มชื่นใจ ป๋าเองก็ชอบดอกไม้ทุกประเภท โดยเฉพาะที่มีกลิ่นหอม &amp;ldquo; เสธ.ณุ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พล.อ.พิศณุ กล่าวว่า ปกติจะมีทหารนายสิบ&amp;nbsp; จ่า ที่คุ้นเคย เข้าถึงตัวได้เข้าถึงตัวท่านเคยดูแล&amp;nbsp; เพราะถ้าคนที่ไม่คุ้นเคยจะทำอะไรไม่ถูก เพราะต้องดูแลท่านเยอะเป็นพิเศษ คือจะลุกไปไหนต้องเกาะแขน ตนบอกป๋าว่าอย่าไปเอง เพราะอันตราย&amp;nbsp; หมอบอกว่าคนสูงวัยต้องพยายามให้เดิน ถ้าขี้เกียจเดินต่อไปก็จะเดินไม่ได้ ท่านก็ทำตามหมด เข้าห้องน้ำไม่ต้องล้อคประตู ถ้ามีอะไรก็เรียกเด็ก ท่านก็ทำตามหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;มีอยู่ครั้งหนึ่งช่วงเมษายน หยุดยาวที่ผ่านมา ท่านท่านอยากไปเที่ยวสังขละบุรี ท่านยังไม่เคยไปเจดีย์สามองค์ อยากไปชายแดนฯใกล้ๆ&amp;nbsp; ก็แจ้ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ในฐานะที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 มาก่อน&amp;nbsp; แต่มาบอกผมภายหลัง ผมมารู้แต่ก็ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อท่านอยากไปก็ต้องไป สุดท้ายท่าน พล.อ.สุรยุทธ์ &amp;nbsp;จุลานนท์ รักษาการประธานองคมนตรี เตือนว่าการเดินทางลำบาก ไม่อยากให้ไป ผมก็บอกว่าเห็นด้วยกับพล.อ.สุรยุทธ์&amp;nbsp; เพราะเส้นทางลำบาก จากกรุงเทพฯไปตัวเมืองกาญจบุรี ระยะทาง 126 กิโลเมตร จากเมืองกาญจนบุรีไปสังขละบุรีระยะทางอีกว่า 200 กิโลเมตรและโค้งเยอะ ถ้าจะไปจริงๆ ก็ควรไปค้างคืรเมืองกาญจน์ก่อน แล้วไปต่อ&amp;nbsp; หรือ ไปเฮริลคอปเตอร์ไป-กลับ ใช้เวลาไม่นาน ป๋าบอกว่าไม่อยากยุ่ง หรือรบกวนราชการ ก็ตัดตรงนั้นไป พอท่านคิดไป คิดมา ก็บอกไม่ไปละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านก็บอกว่าถ้านุ้ยเห็นว่าอะไรควร หรือ ไม่สมควร ก็เตือนป๋าด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สมาชิก&amp;quot;คณะ11&amp;quot;ที่ไร้แกนหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในยุคก่อนการรวมตัวของนักการเมือง ทหาร นักธุรกิจ ในการพูดคุย รับประทานอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยสถานการณ์ต่างๆ ล้วนแล้วแต่ต้องมี ชื่อกลุ่มเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ และเหมือนเป็นสัญญาการนัดหมายในการพบปะกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;คณะ11&amp;quot; กลายเป็นกลุ่มบุคคลที่รวบรวมบุคคลที่มีชื่อเสียง และ เป็นเพื่อนที่ใกล้ชิดกับพล.อ.เปรม หลากหลายวงการ จากสมาชิกเริ่มต้น 11 คนและมีเพิ่มบ้าง แต่ปัจจุบันเหลืออยู่แค่ 4-5 คน&amp;nbsp; เช่น ท่านผู้หญิง ชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี&amp;nbsp; นายดิลก มหาดำรงค์กุล&amp;nbsp; ผู้บริหารโรงแรมสวิสโฮเตล เลอ คองคอร์ด นพ.นพ พิณสายแก้ว&amp;nbsp; นางกัลยาณี พรรณเชษฐ์ (ปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้นามสกุลเดิม) พล.ร.อ.ประเจตน์&amp;nbsp; ศิริเดช อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ป๋าก็จะออกไปทานข้าวข้างนอกบ้าง ส่วนใหญ่ก็ไปที่ โรงแรมสวิสโฮเตล ของ อาดิลก&amp;nbsp; ส่วนท่านผู้หญิง ชนัตถ์ กับ นพ.นพ เดินไม่ค่อยไหวแล้ว ที่เหลือก็จะเป็นลูกน้องเก่า ถึงวันเกิดท่านก็กินข้าวด้วย พี่หมง (พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ) พี่โรจน์&amp;nbsp; (พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย )พี่อู้ด (พล.อ.อู้ด เบื้องบน&amp;rdquo; ) กฤษณ์ กาญจนกุญชร&amp;nbsp; อธิบดีกรมราชเลขาธิการในพระองค์&amp;nbsp; ซึ่งท่านเคยมาดูแลเรื่องการต่างประเทศช่วงที่ป๋าเป็นนายกฯ&amp;nbsp; วันเกิดป๋าที่จะถึงคิดกันว่า จะไม่จัดงานอะไร จะกินข้าวกันวงเล็กๆ แค่นี้ที่บ้านสี่เสาฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ป๋า&amp;rdquo;ไม่เคยเลือกข้างการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ช่วงม็อบเสื้อแดงชุมนุมไล่ พล.อ.เปรม ไม่ไกลจากหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ มีข่าวลือว่า&amp;rdquo;ป๋า&amp;rdquo;หนีออกจากบ้าน ถูกลูกป๋า &amp;ndash; รปภ. ให้ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยนั้น พล.อ.พิศณุกล่าวว่า ป๋าอยู่บ้าน ปกติ อ่านหนังสือพิมพ์ ดูทีวี&amp;nbsp; กีฬา ไม่ได้ยินอะไรมากนัก&amp;nbsp; แม้จะได้ยินก็ฟังไม่รู้เรื่อง&amp;nbsp; รอบบ้านก็มีตำรวจมา รปภ.เพิ่มเติมบ้างแต่ไม่ได้อะไรมากมาย เพราะเราก็รู้ว่าเขามาเชิงสัญลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอบไม่ได้ว่าป๋าเครียดไหม แต่ท่านเป็นห่วงบ้านเมืองตลอด เพราะคนไทยทะเลาะกัน&amp;nbsp; ความจริงแล้วใครเป็นรัฐบาลป๋าก็สนับสนุนให้รัฐบาลไปได้ พรรคไหนฝ่ายไหนก็ให้ดูแลบ้านเมืองให้ดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถามว่า ที่บอกว่าป๋าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ&amp;nbsp; พล.อ.พิศณุ กล่าวว่า ไม่จริงหรอก เข้าใจผิด แต่เคยมีช่วงที่ท่านไปปาฐกถาที่โรงเรียนนายร้อย จปร. พูดเรื่องสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;nbsp; เปรียบรัฐบาลเป็นแค่จ๊อกกี้ ซึ่งเป็นการไปพูดเพื่อสร้างความเข้าใจกับทหาร ถ้าถอดความทั้งหมด พอเข้าใจได้ อาจมีเตือนสติบ้าง ให้เด็กมีจิตสำนึก แต่เวลาคนถอดคำพูดมาแค่บางวรรค บางประโยค ก็เข้าใจต่างกัน ก็เป็นเรื่องการปลุกชนวนกันไปใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่คนรอบข้างท่านไม่ออกมาชี้แจง เพราะมันไม่เป็นความจริง&amp;nbsp; ถ้าเป็นความจริงท่านก็จะเฉยๆ&amp;nbsp; สังเกตว่าผมและคนรอบข้างก็ไม่พูดอะไร&amp;nbsp; เพราะเรารู้ว่าไม่เป็นความจริง เดี๋ยวความจริงก็เปิดเผยเอง ไม่ได้กังวลกับสิ่งเหล่านั้น&amp;nbsp; ไม่ว่าใครจะโจมตีเรื่องอะไร เราก็เฉยๆ แต่ตอนหลังที่พวกคุณเริ่มรู้จักผม ก็จะเริ่มโทร.มาถามบ่อย ผมก็จะตอบบ่อย&amp;nbsp; เช่นเรื่องข่าวลือป๋าเสียชีวิต น่าจะ 20 กว่าครั้งผมก็ตอบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่เคยตอบใครเลย&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทส.คนสนิท, ป๋าเปรม, พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, สี่เสาเทเวศร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee62f6a0210.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป๋าเปรม&#039;สั่งเสีย บริจาคเงินสะสมมาตลอดชีวิตช่วยการแพทย์-คนจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.62- &amp;nbsp;พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ &amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษฯ นายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ กล่าวถึงกรณี พล.อ.เปรม ต้องการบริจาคเงินที่สะสมมาจัดทำเป็นโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ว่า ความตั้งใจเดิมของพล.อ.เปรม ต้องการทำโครงการที่เกี่ยวกับด้านการศึกษา และอื่นๆ ที่ทันสมัย และ ถาวร ตนจึงได้ไปปรึกษา พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ &amp;nbsp;ประธานมูลนิธิรักเมืองไทย &amp;nbsp;ทางพล.อ.มงคล ก็คิดว่าน่าจะจัดเป็นโครงการช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ โดยจัดตั้งเป็นศูนย์การศึกษาเกี่ยวกับเรื่องโรคหัวใจ &amp;nbsp; ซึ่งมีคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เข้าร่วม โดยนายบัญญัติ &amp;nbsp;จันทร์เสนะ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ อดีตรมช.มหาดไทย เสนอว่าควรไปจัดสร้างที่คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง พล.อ.มงคล ได้นำข้อคิดเห็นมาหารือกับพล.อ.เปรมแล้วยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมีการทำโครงการนี้หรือไม่ และ จะจัดตั้งขึ้นที่ใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พิศณุ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่ท่านจะเสียชีวิตประมาณ 7 วัน พล.อ.เปรม ได้เรียกตนไปพบและบอกว่าขอเพิ่มเป็นโครงการที่ช่วยเหลือคนจน จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกษตรที่เป็นเรื่องถาวรด้วย แต่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เพียงแต่เป็นการไปขอความคิดเห็นจาก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เท่านั้น ส่วนข้อสรุปคงต้องรออีกซักระยะ ขณะนี้จึงมีสองส่วนคือ โครงการศูนย์การแพทย์ และ โครงการช่วยคนยากจนก่อน ซึ่ง นายวิษณุ บอกว่าอยากให้ทำโครงการช่วยเหลือคนยากคนจนก่อน แต่ถ้ามีข้อติดขัดหรือยากลำบาก ก็จะเป็นโครงการเกี่ยวกับการแพทย์เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นส่วนที่หารือกันไว้พักใหญ่แล้ว เพื่อเตรียมดำเนินการในช่วงที่ท่านอายุครบ 99 ปี จะขึ้น 100 ปี แล้วท่านก็บอกว่าให้ผมรับเงินไปเลย ผมก็บอกว่าขอไปคิดเรื่องโครงการให้ได้ก่อน และดูว่าใครจะเป็นคนดำเนินการ โดยท่านบอกว่าอยากให้โครงการอยู่ในมูลนิธิที่มีชื่อตัวเองท่านด้วย ผมก็บอกว่าจะมีมูลนิธิรัฐบุรุษฯ พล.อ.เปรม &amp;nbsp; ที่มีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธาน กับ มูลนิธิสวนประวัติศาสตร์ พล.อ.เปรมฯ &amp;nbsp;จ.สงขลา ซึ่ง นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน&amp;rdquo; พล.อ.พิศณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่บริจาคทำโครงการรวมถึงทรัพย์สินอื่นด้วยหรือไม่ &amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ กล่าวอีกว่า เฉพาะเงินสดในบัญชีเงินฝากที่ท่านเก็บมาตั้งแต่เป็นนายทหาร นายกรัฐมนตรี และจากตำแหน่งที่ปรึกษาภาคเอกชน ที่ผ่านมาท่านก็จะบริจาคให้ทุนการศึกษาเด็กยากจนและมาขอความช่วยเหลือ สำหรับการถอนเงินออกมาจากบัญชีเป็นเรื่องขั้นตอนกฎหมาย เพราะเกี่ยวกับเรื่องมรดก คาดว่าท่านไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ เพราะเมื่อ 6 เดือนก่อนเคยถามตนว่า ท่านควรเขียนพินัยกรรมหรือไม่ ตนก็ไม่ได้ตอบ แต่หลังจากนั้นได้ทำไว้หรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ต้องรอญาติเป็นพยานมาตรวจสอบ ขณะนี้ก็หารือกับฝ่ายกฎหมายเรื่องการตั้งผู้จัดการมรดก แต่เบื้องต้นต้องไปสืบดูว่าญาติที่ใกล้ที่สุดเป็นใคร เพราะท่านไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว ก็ต้องไปดูทางครอบครัวของพี่น้องว่าใครใกล้ที่สุด นักกฎหมายก็บอกว่าทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นลูกของพี่ หรือ ของน้อง ต้องถือเอาคนแรก ส่วนใหญ่ญาติท่านก็อยู่ กรุงเทพฯ ซึ่งผู้จัดการมรดกจะเป็นญาติ หรือ ไม่ใช่ญาติก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีการโพสต์ข้อความโจมตีพล.อ.เปรม ในโซเชี่ยลมีเดียนั้น พล.อ.พิศณุกล่าวว่า &amp;nbsp;กรณีของผู้เสียหาย ขณะนี้ไม่มีชีวิตแล้ว เรื่องกฎหมายบ้านเมืองก็ว่ากันไป เห็นควรทำ ก็ว่ากันไป แต่เราไม่ได้อะไร &amp;nbsp;สิ่งที่โพสต์ออกมาถ้าไม่จริงก็คือไม่จริง ก็พิสูจน์ได้ว่าไม่จริง &amp;nbsp;คนที่โพสต์ก็รู้ว่าเขาบิดเบือนหรือไม่ อย่าโกหกตัวเองจนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าถามว่าคนที่โพสต์รู้หรือไม่ว่าความจริงคืออะไร &amp;nbsp;ตนคิดว่าคนนั้นรู้ดี แต่เป็นการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37045</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแทพย์, ช่วยคนจน, บริจาค, ป๋าเปรม, พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190526/image_big_5cea4e3a6daf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย&#039;ป๋าเปรม&#039;ตั้งใจนำเงินสะสมตลอดชีวิตทำโครงการช่วยคนจน-ส่วนบ้านสี่เสาฯส่งคืนกองทัพบก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.62 - เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ &amp;nbsp;27 พ.ค. &amp;nbsp;ที่พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เปิดเผยว่า ตนได้พูดคุยกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ออกกำลังกายเสร็จในช่วงเย็นก็ได้เรียกตนเข้าไปพูดคุย โดยได้พูดในสิ่งที่เป็นห่วง เรื่องการดูแลบ้านเมือง และภารกิจหลักคืองานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในการถวายน้ำอภิเษกที่พ้นผ่านไปแล้ว เพราะก่อนหน้านั้นขณะอยู่บ้านพล.อ.เปรมก็ได้ซักซ้อมอยู่ทุกวัน และทำร่างกายให้แข็งแรง เมื่อจบงานก็ดูเหมือนว่าท่านสบายแล้ว ถือว่าหมดภารกิจใหญ่ ไม่เป็นห่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนั้นที่ท่านพูดก็สะกิดใจเหมือนกัน แต่ไม่ได้เฉลียวใจว่าจะเร็วขนาดนี้ ซึ่งท่านก็ปกติดี ไม่ได้ไปโรงพยาบาล&amp;rdquo; พล.อ.พิศณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พิศณุ กล่าว &amp;nbsp;กล่าวว่า พล.อ.เปรมมีความตั้งใจนำเงินเก็บ ซึ่งเป็นเงินเดือนทั้งชีวิตจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี องคมนตรี และส่วนอื่นๆ ไปบริจาคกับคนยากจน ซึ่งตนได้ไปประสานกับรัฐบาลผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในการจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือคนจนและการเกษตร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรหากทำขึ้นแล้วต้องมีความยั่งยืน ส่วนบ้านสี่เสาเทเวศร์ เดิมเป็นพื้นที่ของกองทัพบกก็ต้องส่งคืนบ้านให้ทางกองทัพบก โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างทำเรื่องขอใช้เป็นศูนย์ประสานงานมูลนิธิรัฐบุรุษพล.อ.เปรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36928</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทหารคนสนิทพอเอกเปรม, ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ, ป๋าเปรม, พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5ceba23711a1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายทหารคนสนิทป๋าเปรม แจงยิบยกเลิก&#039;สมาคมมูลนิธิ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 - พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ นายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ กล่าวถึงกรณีราชกิจจานุเบกษาลงประกาศยกเลิก สมาคมมูลนิธิ&amp;rdquo; พลเอกเปรม ติณสูลานนท์&amp;rdquo; ว่าไม่มีอะไรเป็นเรื่องปกติ เมื่อสมาคม ไม่ได้มีการดำเนินการแล้ว ก็ต้องมีการแจ้งยกเลิก และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามกฏหมาย เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา ที่จังหวัดสงขลา มีการขออนุญาต พล.อ.เปรม ในการตั้งมูลนิธิพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ของโรงเรียนต่างๆ และองค์กรต่างๆในสงขลา ประมาณ 30 มูลนิธิ เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาของโรงเรียน พล.อ.เปรม จึงอนุญาต ให้ใช้ชื่อของท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พิศณุ กล่าวอีกว่า ในเวลานั้น นายบัญญัติ จันทน์เสนะ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เล็งเห็นว่า เพราะมีมูลนิธิฯมากถึง 30 มูลนิธิ จึงควรที่จะมี สมาคม เพื่อประสานงานดูแล จึงมีการตั้งสมาคมมูลนิธิพลเอกเปรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังกล่าวขึ้นมา แต่ต่อมาเมื่อ มูลนิธิต่างๆ ซึ่งเป็นนิติบุคคล สามารถดำเนินการบริหารจัดการได้เอง อย่างมีประสิทธิภาพ เรียบร้อยแล้ว จึงได้ยกเลิกสมาคมฯนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นขั้นตอนปกติไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ และไม่ได้เกี่ยวข้อง กับพลเอกเปรม หรือ มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรมฯ และในช่วงนี้ พล.อ.เปรม พักอยู่ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ไม่ได้ไปไหน เพราะเตรียมตัวสำหรับร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในสัปดาห์หน้า อันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของพสกนิกรชาวไทยทุกคน&amp;rdquo;พล.อ.พิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป๋าเปรม, พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์, พลเอกเปรม ติณสูลานนท์, สมาคมมูลนิธิพลเอกเปรม ติณสูลานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7b92355542b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 00:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมยำโต๊ะจีนระดมทุน จ่อชงกกต.สอบ&#039;พปชร.-รปช.&#039;จี้เปิดชื่อผู้บริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; พา &amp;ldquo;รปช.&amp;rdquo; ซวย การเมืองรุมถล่มโต๊ะจีนระดมทุน เตรียมชง กกต.-ป.ป.ช.ตรวจสอบ &amp;ldquo;มาร์ค-ตู่&amp;rdquo; บี้เปิดรายชื่อผู้บริจาคเงิน เพื่อไทยได้ทีขย่มสะท้อนความเหลื่อมล้ำ พรรคจะปูเสื่อให้นำอาหารมาแลกเปลี่ยนกันกิน &amp;ldquo;ป๋าเปรม&amp;rdquo; เตรียมเปิดบ้านสี่เสาฯ ให้ &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; นำ ครม.-กองทัพอวยพร 27 ธ.ค. รับห่วงหลังเลือกตั้ง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ปิดประตูใช้มาตรา 44 แก้เบอร์เดียวทั่วประเทศ นักการเมืองพาเหรดชง กกต.โชว์เพาเวอร์กดดัน คสช.ให้ใช้อำนาจ พลังประชารัฐเตรียมสร้างกระแสอีกรอบ ปราศรัยพร้อมกัน 5 จุดอาทิตย์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ในแวดวงการเมืองมีการวิพากษ์วิจารณ์การจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนระดมทุน ทั้งในส่วนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โต๊ะละ 1 ล้านบาท และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โต๊ะละ 3 ล้านบาทอย่างกว้างขวาง โดย น.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ เหรัญญิกพรรค รปช. ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงงานระดมทุนพรรคว่า มียอดการจำหน่ายโต๊ะอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 234 โต๊ะ และ 4 ที่นั่ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 234,400,000 บาท โดยเงินทุนที่ได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะเป็นเงินทุนในการดำเนินการจัดกิจกรรมของพรรคต่อไป รวมถึงเป็นเงินทุนในการใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้งในปีหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.สมาคมจะนำเรื่องการจัดระดมทุนของทั้ง 2 พรรคไปร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าเป็นการจัดเลี้ยงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเข้าข่ายการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงใดๆ เพราะมีการนำนักร้อง นักแสดง มาโชว์ในเวทีตามมาตรา 73 (3) (4) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 หรือไม่ และขัดต่อ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2561 ที่เน้นให้สมาชิกจ่ายเงินให้พรรคการเมืองเฉพาะผู้ก่อตั้งและสมัครสมาชิกเป็นหลักหรือไม่
&amp;ldquo;การที่พรรคการเมืองจัดงานระดมเงินโดยที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเป็นการขัดกฎหมายดังกล่าวโดยชัดแจ้ง อีกทั้งขัดต่อเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการเมือง ที่มุ่งเน้นให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของมหาชน ไม่ใช่พรรคนายทุนที่จ่ายเงินซื้อโต๊ะจีนราคาแพงลิ่ว เพราะหวังผลประโยชน์ตอบแทนในอนาคตนั่นเอง&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า &amp;nbsp;งานระดมทุนพรรคพลังประชารัฐเตรียมตัวโดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ เพราะโต๊ะจีนราคา 3 ล้าน โต๊ะหนึ่งมี 10 ที่นั่ง ตกที่นั่งละ 300,000 บาท ต้องตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ (รัฐมนตรี และข้าราชการ) จำนวนเท่าใดที่เข้าร่วมงานนี้ ซึ่งต้องซื้อบัตรเข้าร่วมงาน หรือมีผู้ใดออกเงินให้ หากอ้างว่ามีคนอื่นออกเงินให้ก็เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. กรณีรับของขวัญมีมูลค่าเกิน 3 พันบาท หากบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าร่วมงานอ้างว่าซื้อบัตรเข้าร่วมงานเอง ก็ต้องเอาใบเสร็จมาแสดง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากเอาเงินตัวเองซื้อบัตรเข้าร่วมงาน กรณีนี้อาจต้องถูกตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ร่ำรวยขนาดซื้อบัตรราคา 300,000 บาทได้อย่างไร เรื่องนี้ยาวและซวยแล้วละครับ &amp;nbsp;ที่สำคัญ ความผิดสำเร็จแล้วจะแก้ตัวกันอย่างไร&amp;rdquo; นายวีระโพสต์
บี้เปิดรายชื่อคนบริจาค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การจะจัดระดมทุนจะเป็นโต๊ะจีน หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ผู้ที่บริจาคเงินตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไปต้องเปิดเผยชื่อตัวเองอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าบอกว่าจัด 200 โต๊ะแล้วก็ขายบัตร โดยไม่รู้ใครมาซื้อบัตรแล้วมีเงินมา 600 ล้านบาท อย่างนี้ทำไม่ได้ ต้องมีการแสดงว่าใครเป็นคนที่ซื้อโต๊ะ ซึ่งถือเสมือนเป็นผู้บริจาค เขาต้องเปิดเผยชื่อผู้บริจาค สื่อก็ไปตรวจสอบได้ว่าใครไปนั่งกินบ้าง กรณีของ พปชร.มีประเด็นว่า ต้องให้มั่นใจด้วยว่าไม่มีการเอาตำแหน่งหน้าที่ในรัฐบาลไปใช้ในการระดมทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุเช่นกันว่า เป็นสิ่งที่ควรเข้าไปตรวจ เพราะเป็นสิ่งที่ผิดปกติ โดยนึกถึงตัวเองที่ไม่ใช่คนยากลำบาก แต่จะให้ควักเงิน 3 แสนบาทไปนั่งทานอาหารยังคิดเยอะเลย แต่นี่สามารถทำได้ถึง 200 โต๊ะ มีคนถึง 2 พันคนที่ยอมควักเงิน 3 แสนไปนั่งทานอาหารมื้อหนึ่ง ก็เป็นเรื่องพิเศษที่ กกต.ควรเข้าไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการระดมทุนของพรรค พท. นายภูมิธรรมตอบว่า จะดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่คงไม่มีศักยภาพพอที่จะทำได้เท่ารัฐบาลที่ขายโต๊ะละ 3 ล้านบาท เพราะสวนทางกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่กำลังยากลำบาก ยิ่งชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้า พท. กล่าวทำนองเดียวกันว่า การขายโต๊ะจีนดังกล่าวเป็นการตบหน้าประชาชน รัฐบาลแจกเงินประชาชนผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท แต่กลับมาเปิดระดมทุนอย่างหรูหัวละ 3 แสนบาท แสดงให้เห็นว่าคนจนไม่มีสิทธิ์เข้างานหรือมีส่วนร่วมสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ ขอเรียกร้องให้นายกฯ นำเอาประเด็นนี้ไปหารือในคณะกรรมการแก้ไขความยากจน และหากมี 4 รัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม ควรให้ชี้แจงด้วยว่าจะแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคไม่จัดงานระดมทุนใหญ่โตอย่างพลังประชารัฐแน่นอน แต่จะใช้รูปแบบการจัดในพื้นที่กว้าง ปูเสื่อให้ประชาชนที่สนใจนำอาหารมาแลกเปลี่ยน นั่งรับประทานร่วมกัน ผมจะทำอาหารมาร่วมด้วย ส่วนใครสมัครใจจะบริจาคเท่าใดก็แล้วแต่ บาทเดียวก็พร้อมรับ&amp;rdquo;นายปลอดประสพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า การจัดแบบนี้เป็นเพียงพิธีกรรมทางการเมือง ซึ่งมันสะท้อนอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งนี้ รายนามผู้บริจาคกี่คน คนละเท่าไรนั้น ก็ควรเปิดเผยต่อประชาชน เพื่อให้เห็นความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรทับซ้อน ไม่มีผู้เกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆ ของรัฐบาล เป็นไปได้หรือไม่หากมีการจัดงานในลักษณะแบบนี้อีก ขอให้มีการแสดงรายชื่อรายนามผู้ซื้อโต๊ะ ส่วนคนที่จัดไปแล้วก็แถลงมา กกต. ก็นำมาเผยแพร่กับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษก พ.พ.ช. กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตการระดมทุนของ พปชร.เป็นการกระทำที่ผิด พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 73 ข้อ 3 หรือไม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ 90 วันตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.2561 โดยในงานระดมทุนได้มีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินหลายกลุ่ม น่าจะเข้าข่ายทำการโฆษณาหาเสียงโดยจัดให้มีมหรสพ หรืองานรื่นเริงต่างๆ กรณีนี้ กกต.ต้องชี้แจงว่าเข้าข่ายต่อการผิดกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน ปฏิเสธให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า ขอไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการของพรรคการเมืองแต่ละพรรค หากพบว่ามีจริง ขอให้สื่อไปถามคนที่จับเรื่องนี้แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังมีกระแสเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปที่แกนนำพรรค พปชร.หลายคน ซึ่งได้ให้การปฏิเสธ โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ไม่ทราบ และขอให้ไปถามนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นหัวหน้าคณะผู้จัดงาน&amp;rdquo; โดยตลอดช่วงเย็น ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อโทรศัพท์หานายณัฏฐพล เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังได้มีการจ่ายเงินซื้อโต๊ะจีนเพื่อสนับสนุนพรรค พปชร. จำนวน 20 โต๊ะ รวมเป็นเงินกว่า 60 ล้านบาทว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง และเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะตามหลักของการนำเงินงบประมาณรัฐมาใช้ จะไม่สามารถนำมาใช้ในการระดมทุนหรือสนับสนุนพรรคการเมืองได้ ที่สำคัญอีกอย่าง หากเป็นข้าราชการแล้ว ก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางการเมืองได้ เพราะจะต้องวางตัวเป็นกลาง ทำงานเพื่อประเทศและประชาชนเป็นหลัก แต่ถ้าหากใครเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ จะถือว่ามีความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามหน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง รวมทั้งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้งหมด ก็ได้รับการยืนยันว่า ไม่ได้รับคำสั่งให้ไปจองโต๊ะหรือให้เข้าไปร่วมงานดังกล่าวแต่อย่างใด
&amp;ldquo;ป๋า&amp;rdquo;เปิดบ้านสี่เสาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษฯ นายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวว่า พล.อ.เปรมเตรียมเปิดบ้านวันที่ 27 ธ.ค.นี้ เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าอวยพรและขอพรเนื่องในวันปีใหม่ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์เพียงคณะเดียว ซึ่ง พล.อ.เปรม มีสุขภาพแข็งแรงดี ยังคงเดินได้ตามปกติ และยังคงเป็นห่วงบ้านเมือง เพราะใกล้จะเลือกตั้ง แล้วหลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อย่างมีอารมณ์เมื่อถูกถามกรณีหลายพรรคการเมืองเสนอให้แก้กฎหมาย หรือใช้มาตรา 44 ให้การเลือกตั้งเป็นแบบเบอร์เดียวทั่วประเทศว่า ไม่ใช้ ไม่ใช่เรื่อง เป็นเรื่องที่ไปตกลงกันให้เรียบร้อยกับ กกต. ไม่ได้เกี่ยวข้องตรงนี้ อะไรก็มาตรา 44 ตลอด บอกแล้วให้แก้ไขปัญหาการบริหารราชการเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายจตุพรเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์อยากเป็นนายกฯ ต่อ และอีกไม่กี่วันจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไปถามจตุพรเขาโน่น เพราะไม่ได้พูดอะไรสักคำ บอกว่าจะทำหน้าที่จนกว่าจะจบหน้าที่ของตนเอง ตอนนี้จบหรือยัง ไปถามเขาโน่น อย่ามากดดันตนเองแบบนี้ ประเทศชาติ ประชาชน เขาต้องการอะไรในขณะนี้ เขาต้องการความสงบสุขใช่หรือไม่ เขาต้องการให้มีการเลือกตั้งที่สุจริต โปร่งใส เป็นธรรมใช่หรือไม่ หรือท่านไม่อยากได้แบบเดิม ถ้าไม่อยากได้แบบเดิมก็ต้องไปแก้ไข ถ้ายังทำแบบเดิม พูดกันแบบเดิม ให้ร้ายกันแบบเดิมก็ไปไม่ได้กันอยู่ดี จะไปได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมบอกแล้วว่าการเมืองคือการบริหารราชการแผ่นดิน แนะนำคนดีเข้าสู่การบริหารราชการแผ่นดิน ถามว่าคนดีก็คือคนดี คนเก่ง คนซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ไม่มีความประพฤติเสียหายมัวหมอง เหล่านี้ต้องได้รับการพิจารณาจากประชาชนโดยตรง ใครที่ทำความผิดทำความเสียหาย สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน คนเหล่านี้ไม่ควรได้รับการสนับสนุน ผมพูดอย่างนี้ในฐานะที่เป็นรัฐบาล&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า ต้องปรับทุกคน ตนเองยังต้องปรับตัวเอง ไม่ปรับตัวได้อย่างไร เขาเป็นใคร&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หาก 4 รัฐมนตรีที่ไปร่วมงานกับ พปชร.ลาออกจะกระทบกับการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า เขายังไม่ออก ส่วนเวลาไหนถึงจะเหมาะสมลาออกนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินพร้อมส่ายศีรษะกล่าวว่า ไม่รู้ ไปถามเขาเอา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณี กกต.ปฏิเสธเสนอรัฐบาลใช้มาตรา 44 แก้ไขให้บัตรเลือกตั้งใช้แบบเบอร์เดียวทั่วประเทศว่า การจะทำให้เบอร์เดียวมี 2 แนวทาง คือ ครม.และ กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติที่ทราบถึงปัญหาเสนอ สนช.และ คสช.ใช้มาตรา 44 ดำเนินการ โดยไม่ว่าเลือกทางใดทางหนึ่ง ควรทำให้เสร็จก่อนวันที่ 25 ม.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาได้หมายเลขผู้สมัคร และยังไม่ได้พิมพ์บัตร โดยหากเสนอให้ สนช.แก้ไขเรื่องดังกล่าวใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ก็เท่ากับเป็นการประจาน สนช.ว่าไม่พิจารณาให้รอบคอบสมบูรณ์ แต่ถ้าใช้ช่องทางมาตรา 44 อย่าลืมว่ารัฐบาลเคยใช้มาตราดังกล่าวแก้ไขปัญหามาหลายครั้งแล้ว
บี้ กกต.กดดัน คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เข้าใจว่า กกต.มีภาระมาก แต่อยากให้มองสิ่งนี้ว่าทำให้การเลือกตั้งดีขึ้น ไม่ทำให้ประชาชนสับสน อย่ามองว่าการใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องน่ารังเกียจ ทุกอย่างอยู่ที่เหตุผล ถ้าใช้แล้วเกิดผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว และว่า ถึงกรณี กกต.เปิดทางให้ต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งว่า ต้องไฟเขียวทุกกลุ่ม ไม่ใช่เลือกเฉพาะกลุ่มที่มีความสัมพันธ์อันดี และเมื่อเปิดให้เข้ามาก็ต้องให้ดูทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวในเรื่องนี้ว่า กกต.ควรทำหน้าที่นี้ อย่าให้คนรู้สึกว่า กกต.ไม่เห็นประโยชน์ของประเทศและไม่เป็นกลาง ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าที่ผ่านมาบริหารประเทศดี การใช้เบอร์เดียวจะยิ่งดีกับรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณ กกต.เรื่องกำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีโลโก้และชื่อพรรค และท่าทีที่สร้างสรรค์ของประธาน กกต.ที่ให้ต่างประเทศมาสังเกตการณ์เลือกตั้งได้ แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ กกต.สามารถใช้อำนาจเพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์และยุติธรรม อาทิ ไม่ควรไปคุมจำนวนป้าย แต่ไปคุมที่ค่าใช้จ่าย และไม่ควรไปลงรายละเอียดและกำหนดขนาดป้าย กกต.ควรเสนอให้แก้กฎหมายให้พรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ และควรเปิดให้พรรคการเมืองกำหนดสถานที่และรณรงค์ปราศรัยหาเสียงอย่างเต็มที่ตามที่เคยทำมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษก พ.พ.ช. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุจะไม่ใช้คำสั่งตามมาตรา 44 แก้ไขบัตรเลือกตั้งให้เป็นเบอร์เดียวทั่วประเทศ ว่านายกฯ มีอายุมากแล้ว อาจมีปัญหาเรื่องความจำ จึงทำให้หลงลืมว่าที่ผ่านมามักกลับคำพูดไปมาเสมอ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในแต่ละวัน เชื่อว่าอีกไม่นาน พล.อ.ประยุทธ์จะถูกกระแสกดดันและเรียกร้องจากสังคมให้ใช้มาตรา 44 ในเรื่องนี้ และ พล.อ.ประยุทธ์ก็จะกลับคำพูดอีกครั้ง เพราะยิ่งใกล้เลือกตั้ง หากทำอะไรที่สวนทางกับสังคมย่อมไม่ส่งผลดีกับ พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการไฟเขียวให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ว่าน่าจะสายเกินไปแล้ว เพราะต่างชาติคงเตรียมตัวไม่ทัน เนื่องจากการเข้ามาสังเกตการณ์ต้องมีขั้นตอนมากมาย ต้องใช้เวลา แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไทยไม่ได้แสดงความจริงใจ ต่างชาติทวงถามเรื่องนี้มาเป็นปีๆ แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวในการเปิดตัวผู้สมัครและการหาสมาชิกนั้น นายภูมิธรรมกล่าวถึงการเชิญผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศของพรรคมาประชุมในวันที่ 21 ธ.ค. ว่าจะทำความเข้าใจกับผู้สมัครในเรื่องที่เราได้ไปพูดคุยกับ กกต.เรื่องกฎระเบียบต่างๆ ส่วนตัวผู้สมัครของพรรคจะเอารายชื่อกลุ่มแรกมาดูในวันที่ 21 ธ.ค. และช่วงบ่ายจะประชุมคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณารอบที่ 2 คาดว่าอย่างช้าต้นปีหน้าจะตอบได้ว่าเราจะส่งผู้สมัครกี่เขต และเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกมา เราจะประกาศ 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กอนุทิน ชาญวีรกูล ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้เผยคลิปวิดีโอที่นายอนุทิน และ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรค ทดลองนั่งแกร็บคาร์ พร้อมระบุว่า หลังทดลองนั่งแกร็บก็ทำให้มั่นใจว่าตัดสินใจไม่ผิดที่จะทำให้คนขับแกร็บในไทยเป็นอาชีพถูกกฎหมาย และเป็นอาชีพที่หารายได้เลี้ยงปากท้องและเลี้ยงดูครอบครัวอีกอาชีพหนึ่ง เพราะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการใช้บริการของประชาชน และมั่นใจว่าไม่ขายฝัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการทำงานพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า ในวันที่ 21-22 ธ.ค.นี้ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช และคณะ จะลงพื้นที่พบปะรับฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจ 3 จังหวัดภาคใต้ คือ จ.ภูเก็ต จ.พังงา และ จ.นครศรีธรรมราช โดยวันที่ 21 ธ.ค.ที่พังงา, วันที่ 22 ธ.ค. ที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยจะเดินทางไปที่ อ.ควนหนองหงษ์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีม็อบชาวสวนยางไปขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อเชิญแกนนำม็อบสวนยางครั้งนั้นมาพูดคุยแลกเปลี่ยนให้ข้อมูลด้วย
พปชร.ปราศรัยใหญ่ 5 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวว่า พรรคจะเปิดเวทีใหญ่พบปะพี่น้องประชาชน 5 จุดพร้อมกันในวันที่ 23 ธ.ค.2561 เวลา 14.00 น. ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ กำแพงเพชร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์ โดยที่ จ.เชียงใหม่ นำโดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และ ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า จ.พิษณุโลก นำโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง จ.กำแพงเพชรนำโดย พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, จ.นครสวรรค์นำโดยนายภิญโญ นิโรจน์ อดีตรัฐมนตรี และ จ.เพชรบูรณ์นำโดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ โดยในวันที่ 23 ธ.ค. ที่จัดพร้อมกัน 5 เวทีนั้น จะถ่ายทอดสดผ่าน Facebook และ youtube ของพรรคด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนครั้งนี้ จะมีพี่น้องประชาชนเข้าร่วมแห่งละไม่ต่ำกว่า 7,000 คน และจะมีกิจกรรมให้ชาวบ้านร่วมโหวตเสนอความคิดเห็นด้วย เช่น อยากให้ใครเป็นนายกฯ ชาวบ้านมีปัญหาอะไร อยากได้อะไร ซึ่งจากการลงพื้นที่พี่น้องประชาชนตอบรับพรรคพลังประชารัฐอย่างมาก ทำให้กระแสพรรคดีวันดีคืน เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับชัยชนะแน่นอน เนื่องจากพรรคมีความพร้อมทุกอย่าง และมีนโยบายที่ดีที่สุดเท่าที่ทุกพรรคเคยมีมา&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรยังกล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่า พปชร.จะแพ้เลือกตั้งแน่นอนว่า ปี่กลองการเลือกตั้งเพิ่งเริ่มต้นยังเร็วไปที่จะบอกว่าใครแพ้หรือใครจะชนะเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิมเป็นนักการเมืองอาวุโสที่คนฝั่งธนฯ ชื่นชอบ แต่ไม่เข้าใจ ร.ต.อ.เฉลิมที่ชอบบอกว่า พปชร.ไปก้าวก่ายพรรคเพื่อไทย เพราะจริงๆ แล้ว ร.ต.อ.เฉลิมมาก้าวก่าย พปชร.โดยตลอด น่าจะเอาอย่างคุณหญิงสุดารัตน์ที่ก้มหน้าก้มตาลงพื้นที่อ้อนชาวบ้านด้วยวาจาที่สุภาพอ่อนโยนน่ารักเหมือนศิลปินวง BNK 48&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ร.ต.อ.เฉลิมเป็นนักการเมืองอาวุโสคนสำคัญของประเทศไทย น่าที่จะเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของท่านในสนามเลือกตั้ง เพราะท่านบอกจะทิ้งทวนแล้ว อยากจะให้ท่านฝากผลงานทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งกันด้วยนโยบายเพื่อให้ลูกหลานได้จดจำในสิ่งที่ดีๆ เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ&amp;rdquo;นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พท. กล่าวถึงกรณีนายธนกรออกมาโจมตี ร.ต.อ.เฉลิม ว่าต้องการใช้ ร.ต.ต.เฉลิมเป็นทางลัดในการสร้างชื่อเสียงทางการเมือง ซึ่งนักการเมืองที่ดีต้องสร้างราคาให้ตัวเองโดยการทำงานรับใช้ประชาชน ไม่ใช่ใช้ทางลัดแบบนี้ เพราะคนที่ใช้ทางลัดโตเร็วจะยืนระยะทางการเมืองได้ไม่นาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้แต่งตั้ง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง หรือเก่ง เดอะสตาร์ เป็นรองโฆษกพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24713</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, ประมนต์ สุธีวงศ์, ประสงค์ พูนธเนศ, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์, ภูมิธรรม เวชยชัย, วีระ สมความคิด, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1ba475d8685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปรมพบมหาเธร์ รำลึกความหลัง หนุนแก้3จว.ใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป๋าเปรม&amp;quot; เปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ต้อนรับ &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; เพื่อนเก่า หลังไม่ได้เจอกัน 30 ปี แสดงความยินดีกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ รำลึกความหลังนั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศช่วงเวลาเดียวกันนานถึง 7 ปี&amp;nbsp;หนุนแก้ปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 25 ตุลาคม ที่บ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้การต้อนรับนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล &amp;nbsp;โดย พล.อ.เปรมได้เดินมารอคณะของนายมหาเธร์บริเวณด้านหน้าอาคารบ้านพัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้พูดคุยทักทายกัน ก่อนที่จะเดินเข้าไปในอาคารบ้านพักพร้อมกัน โดย พล.อ.เปรมสวมเสื้อผ้าไทยทรงพระราชทานสีม่วง และมีสีหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล สถานีตำรวจนครบาลสามเสน และเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าบ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.เปรมได้ใช้เวลาพูดคุยกับนายมหาเธร์ &amp;nbsp;เป็นเวลาประมาณ 15 นาที จากนั้น พล.อ.เปรมได้มอบของที่ระลึกเป็นรูปภาพลายไทยพระนารายณ์ทรงสุบรรณลงรักปิดทอง ในส่วนของนายมหาเธร์ ได้มอบรูปทำเนียบฯ ของมาเลเซียเป็นของที่ระลึกให้ พล.อ.เปรมด้วยเช่นกัน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นเพราะทั้งสองบุคคลไม่ได้เจอกันนาน ก่อนที่คณะของนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด จะเดินทางกลับ โดย พล.อ.เปรมได้เดินออกมาส่งขึ้นรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ก่อนที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเดินทางมาถึง ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจากประเทศมาเลเซียเดินทางเข้าไปยังบ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์เพื่อดูแลมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศในฐานะเป็นเจ้าภาพคอยกำกับดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กล่าวว่า พล.อ.เปรมพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบ รวมถึงสุขภาพของกันและกันหลังจากที่ไม่เจอกันนาน และแสดงความยินดีที่นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด ได้เป็นนายกรัฐมนตรีตามความต้องการของประชาชนมาเลเซีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พล.อ.เปรมดีใจที่นายมหาเธร์มาพบ และดีใจที่กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ทั้งสองท่านได้รำลึกความหลังกัน โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.เปรมได้ส่งจดหมายส่วนตัวผ่านช่องทางการทูตของกระทรวงการต่างประเทศ ไปแสดงความยินดีในช่วงที่นายมหาเธร์รับตำแหน่งใหม่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พิศณุยังเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ในอดีตระหว่าง พล.อ.เปรมกับนายกฯ มหาเธร์ว่า ทั้งสองท่านมีความใกล้ชิดกันมาก เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีพร้อมกันประมาณ 7 ปี ซึ่งในช่วงนั้นนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ ขอให้ไทยช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์ในประเทศมาเลเซีย ในขณะที่ พล.อ.เปรม ขอให้ทางมาเลเซียสนับสนุนแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงความร่วมมือในด้านอื่นๆ อีกมาก คาดว่าทั้งสองท่านไม่ได้เจอกันนานเกือบ 30
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรมฯ ยังเผยว่า พล.อ.เปรมสุขภาพแข็งแรงดี แต่จำเป็นต้องลดภารกิจลง เช่น งานสานใจไทยสู่ใจใต้ จะให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ไปเป็นประธานเปิดและปิด เนื่องจากท่านเป็นประธานโครงการอยู่แล้ว แต่ พล.อ.เปรมยังเข้าประชุมทำเนียบองคมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนปล่อยข่าวว่า พล.อ.เปรมจะย้ายออกจากบ้านสี่เสาเทเวศร์ ยืนยันไม่เป็นความจริง ไม่ได้ย้ายไปไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ วันเดียวกันนี้ นายมหาเธร์บรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;Malaysia - Thailand Bilateral Relations in the context of ASEAN&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า หลังจากที่ประเทศมาเลเซียได้ดิ้นรนจนได้รับเอกราชมาจากอังกฤษ และต้องต่อสู้กับภัยจากลัทธิคอมมิวนิสต์นั้น ประเทศไทยก็เป็นอีกประเทศที่คอยช่วยเหลือมาเลเซียมาโดยตลอด เช่นเดียวกับปัญหาในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ประเทศมาเลเซียรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ และเราก็ได้ช่วยเหลือประเทศไทยแก้ปัญหาความไม่สงบมาโดยตลอดเช่นกัน โดยใช้วิธีพูดคุยกับกลุ่มที่ก่อความไม่สงบ เพื่อหวังจะให้สถานการณ์ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับกรณีการแก้ปัญหาเรื่องทรัพยากร ประเทศไทยกับมาเลเซียนั้น ก็มีความตกลงกันว่าจะมีการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติที่ได้มาในพื้นที่พัฒนาร่วมกันอย่างเหมาะสม โดยมีการก่อตั้งองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจและแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่มีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โดยมีหลักการที่สำคัญคือ บรรดาค่าใช้จ่ายขององค์กรร่วมที่จ่ายไป และผลประโยชน์ที่องค์กรร่วมได้มา จากกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย รัฐบาลทั้งสองจะแบ่งปันโดยเท่าเทียมกัน (50:50)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในช่วงตอบข้อซักถามจากผู้ร่วมงาน มีคำถามว่า ประเทศไทยนั้นไม่เห็นนโยบายที่จะลดความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ถ้าเป็นมาเลเซียจะมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างไรบ้าง นายมหาเธร์ตอบว่า การลดความเหลื่อมล้ำก็คือการสร้างนโยบายให้คนยากจนได้พัฒนาตัวเอง ให้มีโอกาสในการที่จะเข้าถึงการศึกษาในระดับสูง อาทิ ครอบครัวคนจน ถ้าไม่สามารถส่งลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ลูกก็จะไม่ได้เรียนสูงๆ และจะไม่ได้ทำงานดีๆ ในที่สุดเขาก็จะกลับไปสู่ความยากจน ไม่สามารถหลุดพ้นจากวังวนนี้ไปได้ ดังนั้น จึงต้องส่งเสริมให้เขาเข้าถึงการศึกษาตรงนี้ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คำถามถึงปัญหาของกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนาที่สนับสนุนการก่อการร้ายทั่วโลก รวมไปถึงปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ของประเทศไทย นายมหาเธร์แจงว่า ปัญหาเรื่องความขัดแย้งความไม่สงบนั้น รากเหง้าไม่ได้เกิดมาจากเนื้อหาของศาสนา แต่เกิดมาจากผู้ที่ได้รับความอยุติธรรม เช่น ประเทศที่ถูกฝั่งตะวันตกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เขาก็ต้องต่อสู้เพื่อแสดงออก ซึ่งจะให้เขาไปต่อสู้แบบปกติก็คงไม่ได้ เพราะว่าคุณภาพอาวุธสู้ผู้ที่กดขี่เขาไม่ได้ ดังนั้นเขาก็ต้องหาแนวทางต่อสู้อื่นๆ เพื่อแสดงความไม่พอใจที่เขาได้รับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นทั่วโลก ปัญหาเรื่องความแตกแยกในโลกนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากเรื่องศาสนา แต่เป็นเพราะว่าผู้ที่โกรธแค้นจากการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำถามประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียน คาดหวังอะไรบ้าง นายมหาเธร์กล่าวว่า หากดูจากข้อมูลจะพบว่าประเทศในภูมิภาคอาเซียนนั้นต้องนำเข้าสินค้าโดยเฉพาะจากประเทศจีนเป็นหลัก แต่ก็หวังว่าประเทศในภูมิภาคอาเซียนนั้นจะสามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น โดยเฉพาะในแง่ของการผลิตสินค้าต่างๆ เพื่อการบริโภค ถ้าเราเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ผลิตสินค้า มากกว่าที่จะเป็นผู้นำเข้าสินค้าเพียงอย่างเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20737</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป๋าเปรม, พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, มหาเธร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1cadfd70b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายทหารคนสนิทแจง&#039;ป๋าเปรม&#039;เข้ารพ.แค่ตรวจเช็กร่างกาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 61 - พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และเป็นนายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.เปรม เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า พล.อ.เปรม ได้เข้าตรวจเช็กร่างกายตามวงรอบปกติที่โรงพยาบาล ซึ่งผลการตรวจเป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พิศณุ กล่าวว่า พล.อ.เปรม ต้องมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพราะว่าอายุมากแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องนอนที่โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจในทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งคาดว่าในช่วงวันสองวันนี้ ทางแพทย์ก็น่าที่จะอนุญาตให้กลับไปพักผ่อนต่อที่บ้านได้ โดยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และไม่ได้เป็นตามกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18106</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านสี่เสาเทเวศร์, ป๋าเปรม, พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7b92355542b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
