<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 22:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน&#039;พ่อฟ้า&#039;วุ่นวายแน่ &#039;ธนาธร&#039;หลังพิงมวลชนขู่&#039;กกต.&#039;อย่าสร้างข้อกังขา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ยุทธนา&amp;rdquo; ปัดไขก๊อกพ้นเก้าอี้สอบหุ้นวี-ลัค &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; เตรียมไปให้ปากคำอีกรอบ กลุ่มการเมืองภาคประชาชนชง กกต.เบรกรับรองชื่อว่าที่ ส.ส.อนาคตใหม่ ชี้เหตุพ่อฟ้าขาดคุณสมบัติทำให้เสียงเป็นโมฆะ สมชัยเตือนระวังสึนามิ โดมิโนหล่นทับ 7 อรหันต์เอง &amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; มาแปลก รับหัวหน้าพรรคพร้อมทำงานนอกสภา หากถูกใบส้มจริง เตรียมเข้าแจงวันจันทร์ 29 เม.ย. &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ถึงไทยแล้วท่ามกลางกองเชียร์ ท่องคาถาไม่กังวลไม่ผิด ลั่นใช้ใบส้มไม่ได้ ขู่หาก กกต.สร้างข้อกังขานำไปสู่ความวุ่นวายแน่ สำทับมีการเมืองแทรก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 เม.ย. พล.อ.ยุทธนา ไทยภักดี ประธานอนุกรรมการการเลือกตั้งสอบสวนกรณีถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวประกาศลาออกจากกรณีถูกกดดันให้ลงมติแจกใบส้มแก่นายธนาธร ว่ารายละเอียดถึงสาเหตุการประกาศลาออกไม่ขอพูดถึง เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งในหน่วยงาน แต่ยืนยันว่ายังคงทำงานเป็นประธานอนุกรรมการฯ อยู่ ยังไม่ได้มีการลาออกอย่างเป็นทางการหรือลายลักษณ์อักษร และในอนาคตอาจเปลี่ยนใจไม่ลาออก เพราะขณะนี้แนวทางการพิจารณาเรื่องดังกล่าวทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ทบทวนในประเด็นที่ได้โต้แย้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 26 เม.ย.2562 เวลา 10.30 น.นี้ คณะกรรมการช่วยตรวจสอบสำนวน สำนักงาน กกต. ได้เชิญไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกรณีที่สมาคมได้เคยร้องเรียนว่านายธนาธรในขณะสมัครรับเลือกตั้งอาจถือครองหุ้นในกิจการสื่อสิ่งพิมพ์ของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด อันอาจเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 98 (3) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 และมาตรา 42(3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 ซึ่งสมาคมได้ยื่นร้องเรียนต่อ กกต.และส่งเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมไปแล้ว 3 ครั้ง คือวันที่ 25 มี.ค., วันที่ 5 เม.ย. และวันที่ 23 เม.ย.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า กกต.ได้ออกมาแถลงตั้งข้อกล่าวหานายธนาธรว่ามีมูลไว้แล้วเมื่อวันที่ 23 เม.ย. เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาใช้สิทธิชี้แจงภายใน 7 วัน ดังนั้นเพื่อเป็นการฟังความอย่างรอบด้าน คณะกรรมการช่วยตรวจสอบสำนวนจึงได้เชิญสมาคมในฐานะผู้ร้องไปให้ข้อมูลเพื่อยืนยันในคำร้องตามระเบียบ กกต. และในที่สุดแล้ว หาก กกต.ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานและฟังข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนแล้ว และเชื่อได้ว่ามูลคำร้องมีน้ำหนักมากกว่า ก็ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของนายธนาธรต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ศาลฎีกาได้เคยมีคำสั่งในลักษณะที่ใกล้เคียงข้อพิพาทนี้ไว้แล้ว ตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 111/2562, 1144/2562 และ 1228/2562 และอาจมีโทษทางอาญาฐานแจ้งหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญาต่อไปด้วย&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงาน กกต. นายสุรวัชร สังขฤกษ์ กลุ่มการเมืองภาคประชาชน ได้ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้ กกต.ระงับการรับรองผลการเลือกตั้งว่าที่ ส.ส.ของพรรค อนค. ซึ่งจะเข้าข่ายเป็นโมฆะ เนื่องจาก กกต.มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร ดังนั้นถือว่าการเลือกตั้งของพรรค อนค.ทั้งหมดต้องโมฆะ เพราะนายธนาธรเป็นผู้ออกหนังสือรับรองในนามหัวหน้าพรรค อนค.ให้ผู้สมัครของพรรคซึ่งมีความผิดทั้งในนามหัวหน้าพรรค และนิติบุคคล ซึ่งถือเป็นเอกสารเท็จ &amp;nbsp;เพราะนายธนาธรขาดคุณสมบัติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอให้ กกต.ตรวจสอบและส่งคำร้องยุบพรรค อนค.ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาให้ดำเนินคดีอาญากับหัวหน้า รวมถึงคณะกรรมการบริหารและเลขาธิการพรรคตามกฎหมายด้วย&amp;rdquo; นายสุรวัชรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;กรณีธนาธร เป็นเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หรือเป็นเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม&amp;rdquo; ระบุว่า มาตรา 42 (3) กำหนดลักษณะต้องห้ามของคนสมัคร ส.ส. ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการมีมติเบื้องต้นของ กกต.ในการแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายธนาธร ซึ่งคำถามคือ กกต.จะใช้เรื่องคุณสมบัติ หรือเรื่องการกระทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม มาเป็นประเด็นจัดการปัญหานี้
เตือน&amp;ldquo;สึนามิ&amp;rdquo;ธนาธร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชัยระบุอีกว่า คำตอบคือ หากใช้เรื่องคุณสมบัติอย่างเดียวไม่น่าเดินต่อได้ เพราะเรื่องคุณสมบัติต้องเป็นเรื่องร้องโดยบุคคลที่เห็นว่าเขาขาดคุณสมบัติ และต้องดำเนินการร้องใน 7 วันนับแต่วันประกาศรายชื่อผู้สมัคร ซึ่ง กกต.ประกาศชื่อเมื่อวันที่ 15 ก.พ.2562 การยื่นร้องคัดค้านคุณสมบัติจึงทำได้เพียงถึงวันที่ 22 ก.พ.2562 เท่านั้น ดังนั้นเรื่องคุณสมบัติจึงเป็นเพียงปฐมเหตุที่นำไปสู่การใช้มาตรา 132 ที่ระบุว่าผู้ใดกระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม แปลง่ายๆ ว่านายธนาธรไม่มีสิทธิสมัครด้วยคุณสมบัติ แต่ยังลง และความนิยมที่มีต่อนายธนาธรที่มีคุณสมบัติต้องห้ามนำไปสู่การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งแม้โยงยาวหน่อย ก็พยายามโยง และพยายามให้ใบส้มแก่นายธนาธร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;คิดไกลต่อไป หากธนาธรไม่มีสิทธิลง และคะแนนของอนาคตใหม่ทั้งหมดมาจากความนิยมต่อนายธนาธร หมายความถึงสึนามิลูกใหญ่กำลังมาถึงพรรคอนาคตใหม่ เพราะจะมีประเด็นต่อว่าทุกคะแนนของ อนค.ได้มาด้วยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม สึนามิลูกนี้อาจโทษนายธนาธรฝ่ายเดียวไม่ได้ เนื่องจาก กกต.เองก็มีกลไกตรวจสอบคุณสมบัติ และใช้เวลาเป็นสัปดาห์ประกาศรายชื่อ ให้เวลาทักท้วง มีการเลือกตั้ง และผ่านการเลือกตั้งไปเป็นเดือนแล้ว จึงหยิบยกเรื่องราวมาตรวจสอบ จึงเป็นคำถามใหญ่ที่ถามกลับไปยัง กกต.ได้ว่าท่านผิดในเรื่องดังกล่าวด้วยหรือไม่ โดมิโนทางการเมืองกำลังเริ่มทำงาน และให้ระวังคนเริ่มเล่นด้วยว่าโดมิโนตัวสุดท้ายจะกลับมาล้มทับตัวเองหรือไม่&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนี้เช่นกันว่า การดำเนินการของ กกต.เข้าที่เข้าทางตามที่กฎหมายบัญญัติแล้ว เพราะการแจกใบนั้นใบนี้โดยยังไม่ไต่สวนทำไม่ได้ ส่วนกระแสที่กดดันให้ กกต.แจกใบส้มแก่นายธนาธรนั้น เป็นแรงกดดันที่หลงผิดทางกฎหมาย เนื่องจากใบส้มนั้นใช้ 2 กรณีเท่านั้น คือ 1.ผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง ไม่ใช่กรณีขาดคุณสมบัติ และ 2.ใช้กับกรณีผู้สมัคร ส.ส.เขตไม่ใช่ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ไปอ่านดูกฎหมายกันให้ดี เพราะถ้ารุ่มร่ามตรงนี้ไม่เพียงแต่แจกใบส้มไม่ได้ แต่จะผิดกฎหมายด้วย&amp;quot; นายไพศาลระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง โพสต์เฟซบุ๊กว่า เหตุที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะปรากฏว่าเป็นเจ้าของหรือมีหุ้นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อสารมวลชน ซึ่งพบปัญหามาจากการใช้แบบฟอร์มการจดทะเบียนบริษัทแบบสำเร็จรูป ซึ่งผู้ประกอบการมักระบุวัตถุประสงค์การตั้งบริษัทอย่างกว้างขวางไว้ก่อนเพื่อความสะดวกในการปรับเปลี่ยนธุรกิจในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การจดทะเบียนแบบนี้ทำกันแพร่หลาย แม้ทำร้านอาหาร โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ก็นิยมใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูป เพราะปลอดภัยดี ถ้าเกิดวันหนึ่งในอนาคต ธุรกิจจะเปลี่ยนไปใกล้เคียงหรือตีความได้ว่าเข้าข่ายนี้ก็จะไม่มีปัญหาว่าบริษัทดำเนินการเกินขอบเขตวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ ซึ่งผมได้ข้อมูลว่าขณะนี้ได้มีการร้องเรียนอ้างเหตุนี้เพิ่มเติมอีกจำนวนมากกระจายหลายพรรค&amp;rdquo; นายธีระชัยโพสต์
ปูดพร้อมทำงานนอกสภา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค.กล่าวว่า นายธนาธรจะเดินทางเข้าชี้แจงข้อกล่าวหากรณีถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัคฯ ต่อ กกต.ด้วยตัวเอง ซึ่งหลังจากนายธนาธรเดินทางกลับถึงไทย ก็จะหารือและกำหนดวันเข้าชี้แจงต่อ กกต.อีกครั้ง โดยคาดว่าจะเดินทางไปในวันจันทร์ที่ 29 เม.ย.ช่วงบ่าย เพื่อให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด และพรรคไม่กังวลกับข้อกล่าวหาต่างๆ ของนายธนาธร เพราะเชื่อว่าไม่มีมูลความผิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มีการพูดคุยกันไปถึงว่าจะได้ใบส้ม หากได้ใบส้มจริงๆ ก็ไม่มีเป็นไร นายธนาธรยินดีทำหน้าที่อยู่นอกสภา ซึ่งเชื่อว่ามีงานอื่นให้ทำอีกมาก แต่ตอนนี้ต้องต่อสู้เพื่อยืนยันเสียงของประชาชนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ให้ดีที่สุด&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว และว่า พรรคจะจัดประชุมใหญ่สามัญ ระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย.นี้ จะมีการอบรมว่าที่ ส.ส.ครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสภา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เวลา 18.45 น. ผู้สนับสนุนพรรค อนค.ทยอยเดินทางมารอรับนายธนาธรที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะเดินทางมาถึงในเวลา 19.15 น. โดยสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน EK372 โดยหลังผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นายธนาธรได้มาพบกับผู้สนับสนุนที่มารอต้อนรับ ซึ่งมีการตะโกนเชียร์ชื่อนายธนาธร ก่อนให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า ขอขอบคุณประชาชนทุกคน และชาวอนาคตใหม่ที่มาต้อนรับ ยืนยันว่ากำลังใจของเรายังดี พวกเรายังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ ดังนั้นไม่มีอะไรต้องกังวล สำหรับแนวทางการต่อสู้ ต้องรอดูเอกสารจาก กกต.ก่อน ซึ่งเรามีเวลา 7 วันในการเข้าไปชี้แจงข้อกล่าวหา ซึ่งจะติดต่อไปยัง กกต.ในวันที่ 26 เม.ย. ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยถูกเชิญเข้าไปชี้แจง นี่เป็นครั้งแรก ครั้งที่แล้วที่ทนายเข้าไปเป็นการชี้แจงในนามนางสมพร คุณแม่ของตนเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า มีความกังวลใดๆ ในการต่อสู้คดีหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ไม่กังวล เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด กระบวนการโอนหุ้นทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเรียบร้อยไปตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามต่อว่า กังวลหรือไม่ว่า กกต.อาจทำงานเพราะแรงกดดันทางการเมือง นายธนาธรกล่าวว่า เราทุกคนต้องให้กำลังใจ กกต. เพราะมีเจ้าหน้าที่ กกต.เยอะแยะที่ต้องการเห็นประเทศเดินไปข้างหน้า และตระหนักถึงการทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม หวังว่า กกต.จะมองเห็นว่าการกระทำที่บริสุทธิ์ นำประเทศไปสู่ทางออกได้ แต่ถ้าการกระทำไม่บริสุทธิ์ และสร้างข้อกังขากับประชาชนเมื่อไร นั่นจะนำไปสู่ความวุ่นวาย เพราะประชาชนตั้งความหวังกับการเลือกตั้งครั้งนี้ไว้มาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อสอบถามถึงกรณีการเดินทางจาก จ.บุรีรัมย์ กลับมาที่ กทม.ในวันโอนหุ้น นายธนาธรกล่าวว่า คนที่บอกว่ากลับมากรุงเทพฯ ไม่ทัน ไม่มีใครมีหลักฐานเลยว่าบ่ายวันนั้นอยู่ที่ไหน หากเดินหาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์จริง ต้องมีรูปภาพหลุดออกมาสักรูป หรือมีวิดีโอบ้างแล้ว ส่วนการนั่งเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ นั้น เข้าใจว่าต้องไปขึ้นเครื่องที่ จ.อุบลราชธานี หากต้องไปขึ้นเครื่องที่อุบลฯ กับนั่งรถกลับจาก จ.บุรีรัมย์นั้น ค่าเท่ากัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงนี้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยมีแนวโน้มที่จะโดนใบส้มกันหลายคน นายธนาธรกล่าวว่า กรณีใบส้มนั้น เรามั่นใจมากว่าบังคับใช้ในกรณีตนเองไม่ได้ ส่วนกรณีการลงชื่อรับรองผู้สมัคร ส.ส.ที่โดนตัดสิทธิ์นั้น พรรคเรามีผู้สมัคร ส.ส.เกือบ 500 คน เราไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้สมัครคนไหนมีประวัติอะไรกันมาบ้าง เชื่อว่าหัวหน้าพรรคอื่นก็เป็นเหมือนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามว่า หากมั่นใจในหลักฐานทำไม กกต.ยังตั้งข้อกล่าวหาอยู่ นายธนาธรกล่าวว่า เชื่อว่ามีแรงกดดันทางการเมืองเข้ามาที่ กกต. ดังจะเห็นได้ว่าประธานคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้ได้ลาออกไป ส่วนตัวไม่อยากทำให้เรื่องนั้นเป็นเรื่องของนายธนาธร แต่เชื่อว่าคนที่มารวมกันที่นี่ และคนที่ให้กำลังใจธนาธรทั่วประเทศไทย ไม่ได้ให้กำลังใจธนาธร แต่ให้กำลังใจประชาธิปไตย และความเป็นธรรม นี่คือหลักการที่เราต้องปกป้องรักษา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34490</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, พรรณิการ์ วานิช, พล.อ.ยุทธนา ไทยภักดี, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมชัย ศรีสุทธิยากร, สุรวัชร สังขฤกษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cd4229ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039; จี้ &#039;ยุทธนา&#039; แจงเหตุลาออกอนุ กกต. โดนกดดันแจกใบส้ม &#039;ธนาธร&#039; จริงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ลำดับความสำคัญและตรรกะของการเลือกตั้งไทยครั้งนี้แปลกดีพึลึก แถมสังคมไทยยอมจำนนกับตรรกะและลำดับความสำคัญที่บิดเบี้ยวนี้อีก เราเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือน แต่ไม่รู้ผลการเลือกตั้ง ไม่มีการเปิดเผยคะแนนดิบ อีกทั้ง กกต. ผู้จัดการเลือกตั้งบอกไม่ทราบว่าจะคำนวณคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อเช่นไร มีการส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ศาลบอกเป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่ศาล ข่าวสารและสิ่งที่สังคมไทยรับรู้ตลอด 1 เดือน คือ มีพรรคที่ได้ ส.ส. เป็นลำดับที่ 2 แย่งชิงประกาศจะตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจแข่งพรรคที่ได้คะแนนนิยมอันดับหนึ่ง และมีคะแนนรวมน้อยกว่าคะแนนรวมทั้งหมดของพรรคที่ประกาศไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจในการหาเสียง แต่สังคมกลับปล่อยให้พฤติกรรมกลับหัวนี้คงอยู่ เราจะยอมให้ตรรกะบิดเบี้ยวครอบงำสังคมไทยเพราะความกลัวหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งข่าวความพยายามเร่งแจกใบส้มให้พรรคฝ่ายตรงข้ามพรรคสืบทอดอำนาจ เริ่มจากกรณีการโอนหุ้น บ.วีลัค มีเดีย ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่สังคมเริ่มสงสัยในความไม่ชอบมาพากลจากกรณีกระแสข่าวที่ พล.อ.ยุทธนา ไทยภักดี ลาออกจากการเป็นประธานอนุกรรมการ กกต. สอบสวนกรณีโอนหุ้น บ.วีลัค มีเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสื่อ สื่อที่ผลิตคือหนังสือ WHO และหนังสือแจกบนสายการบิน ซึ่งได้เลิกผลิตไปเกือบ 2 ปีแล้ว รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ก็แถลงแล้วว่ามีการโอนหุ้นไปตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ก่อนการสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งขณะนี้บริษัทนี้ได้ทำการปิดตัวลงแล้ว ซึ่งว่าไปที่จริงบริษัทนี้น่าจะไม่มีสื่อมาชี้นำหรือให้ร้ายทำลายคู่แข่งขันในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผิดกับอีกพรรค ที่มีสื่อทีวีดิจิตอลที่นำข่าวที่สังคมจับโป๊ะแตกได้หลายครั้งมาเผยแพร่ทำลายคู่แข่ง โดยมีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในพรรคที่อยากสืบทอดอำนาจ แต่ข่าวสารในสังคมกลับออกมาราวกลับว่านายธนาธรทุจริตเลือกตั้ง เพื่อจะนำไปสู้การแจกใบส้มตามใบสั่งใช่หรือไม่ กรณีนี้ตนขอเรียกร้องให้ พล.อ.ยุทธนา ไทยภักดี เปิดเผยความจริงกรณีที่ต้องลาออกว่าเป็นดังกระแสข่าวที่ว่า มีใบสั่ง &amp;ldquo;ใบส้มธนาธร&amp;rdquo; กดดันจนต้องลาออกจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวด้วยว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้มีการแจกใบส้มให้ ส.ส. เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย 1 ใบ ตอนแรกตนนึกว่าผู้ที่ได้รับใบส้มเพราะมีหลักฐานการซื้อเสียงหลายกรณี แต่กลับกลายเป็นการถวายปัจจัยภิกษุที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งในงานทำบุญแห่งหนึ่ง 2,000 บาท ใบส้มในความหมายของกฏหมาย เท่าที่ตนรับทราบมาคือการแจกให้ผู้ที่มีการทุจริตโกงเลือกตั้ง ดังนั้นการแจกใบส้มควรแจกผู้ที่ไปซื้อบัตรประชาชนชาวบ้านแบกกับคะแนนเสียงเป็นรายแรกดีกว่าไหม ความน่าเชื่อถือจากการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการเร่งรีบอยากแจกใบส้มกรณีหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะไม่ใช่กรณีเลือกตั้งใหม่แล้วตัดสิทธิ์ผู้สมัคร 1 ปีเช่น ส.ส. เขต แต่จะเป็นการยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 20 ปี ทั้งที่เป็นกรณีที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง และไม่ได้เปรียบในการมีหุ้นในบริษัทสื่อที่จะครอบงำสื่อในการให้คุณให้โทษผู้สมัครอื่น เนื่องจากสื่อของบริษัทที่ถือหุ้นปิดตัวก่อนการเลือกตั้งเป็นปีแล้ว การพิจารณาให้คุณให้โทษผู้ใดควรจะดูข้อเท็จจริงให้รอบด้านทั้งหมด สังคมจะได้อยู่อย่างสงบสุข ไม่ใช่ใช้ตรรกะพิลึกมากลั่นแกล้งผู้ที่เห็นต่าง ให้เป็นสังคมประหลาดและตรรกะพิลึกบิดเบี้ยว ขอเตือนว่าระวังบูมเมอแรงจะย้อนกลับผู้ที่มีธงต้องการกลั่นแกล้งฝั่งตรงข้าม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34414</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อชาติ, ธนาธรโอนหุ้น, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, บริษัทวีลัค มีเดีย, ประธานอนุกรรมการ กกต., พล.อ.ยุทธนา ไทยภักดี, แจกใบส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c243d79ab5a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
