<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นมื่นถกBRN นัดต้นมีนาคม เจรจาอีกรอบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วัลลภ&amp;rdquo; เจรจา &amp;ldquo;บีอาร์เอ็น&amp;rdquo; ครั้งแรกบรรยากาศชื่นมื่น แม้ยังไม่มีข้อเสนอ เผยเหตุไม่สานต่อคุย &amp;ldquo;มาราปาตานี&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพราะ BRN มีอิทธิพลที่สุด เชื่อเป็นตัวจริง คุยครั้งต่อไปต้น มี.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคม พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ แถลงผลความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเมื่อวันที่ 20 ม.ค. คณะพูดคุยฯ พร้อมผู้แทนทั้ง 6 คนจาก สมช., กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้พบปะพูดคุยร่วมกับคณะผู้แทนของกลุ่มขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) ที่นำโดยนายอานัส อับดุลเราะห์มาน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีตันซรี อับดุล ราฮีม มูฮัมหมัดนูร์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภกล่าวว่า การพูดคุยครั้งนี้เป็นเจตจำนงร่วมกันที่ต้องการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดภายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี มีการออกแบบการพูดคุยและยอมรับกันว่าจะใช้รูปแบบนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวลาร่วมกันในการทำความรู้จัก และรับทราบกรอบแนวทางการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการพูดในช่วงต่อไปให้มีความก้าวหน้าและต่อเนื่อง บรรยากาศเป็นไปเชิงสร้างสรรค์ ทั้ง 2 ฝ่ายมีท่าทีที่ดีในการที่จะร่วมมือกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภแถลงอีกว่า การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน เกิดจากพูดคุยจากผู้มีความเห็นที่แตกต่าง โดยใช้แนวทางสันติวิธี ทั้งรับฟังความคิดเห็นและทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เราจะใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถในการผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติสุขนำมาสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายคือสร้างสันติสุขและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การพูดคุยครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น ขอบคุณทางฝ่ายมาเลเซียที่มีความพยายามนำกลุ่มเหล่านี้มาพูดคุยกับฝ่ายไทย ยืนยันว่าการพูดคุยเราจะใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ตกผลึกในแนวความคิด หรือกระบวนการที่เราจะไปตกลงหรือหารือ ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ เพราะกระบวนการอาจมีอุปสรรคมากมายเหมือนที่เรามีประสบการณ์มาแล้ว บางทีการพูดคุยไปไม่ถึงไหนก็ล้มเลิก จึงอยากให้การพูดคุยครั้งนี้เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องยาวนาน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นที่มาร่วมพูดคุยทุกครั้งมักถูกถามเสมอว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เขาแนะนำตัวในที่ประชุมว่าเป็นผู้นำหัวหน้าคณะพูดคุยจากกลุ่มบีอาร์เอ็น ดังนั้นการที่เขาแนะนำตัวเองเช่นนี้ และคำยืนยันจากมาเลเซีย จึงค่อนข้างมั่นใจ เราคิดว่าเป็นอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเมื่อบีอาร์เอ็นเข้ามาแล้ว กลุ่มมาราปาตานียังอยู่ในกระบวนการพูดคุยหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เบื้องต้นเรายังพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น แต่เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มเข้ามีส่วนร่วม เราต้องการพูดคุยกับทุกกลุ่มทุกฝ่าย ในระยะต่อไปอาจเป็นไปได้ที่จะมีกลุ่มมาราปาตานีเข้ามาร่วมพูดคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า การพูดคุยครั้งนี้ถูกมองกลับว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ เพราะกลับมาคุยกับบีอาร์เอ็นอีกครั้ง พล.อ.วัลลภตอบว่า ถือว่าเป็นความต่อเนื่องจากครั้งแรกที่ได้ประชุมกัน คือกลุ่มบีอาร์เอ็น และเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มมาราปาตานี และกลับมาเป็นกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งแล้วแต่แนวทางและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ครั้งนี้เขาก็เปลี่ยนตัวคนรุ่นใหม่เข้ามา ซึ่งมาเลเซียได้มั่นใจว่าเป็นผู้ที่เป็นตัวจริงเข้ามาพูดคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า การพูดคุยครั้งนี้ได้มีการยื่นข้อเสนอหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า มีการพูดคุยตามกรอบแนวทางการพูดคุยเพื่อสันติสุข ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการต่างๆ แต่ยังไม่มีการยื่นข้อเสนอต่อจากการพูดคุยครั้งที่แล้ว เพราะยังเป็นเพียงการพบปะสร้างบรรยากาศที่ดี สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและคุ้นเคยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงปัจจัยที่เราต้องเลือกคุยกับบีอาร์เอ็นมากกว่าสานต่อกับกลุ่มมาราปาตานี พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เราอยากพูดกับที่มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งบีอาร์เอ็นเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุด ส่วนหนึ่งในกลุ่มมาราปาตานีก็มีตัวแทนของกลุ่มบีอาร์เอ็นด้วย ทั้งนี้ แกนนำคนก่อนๆ ของบีอาร์เอ็นที่พูดคุยก็อยู่กลุ่มบีอาร์เอ็น แต่อาจเปลี่ยนบทบาทและหน้าที่ ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มเข้ามามีบทบาทในกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า จะดึงนักการเมือง หรือ ส.ส.ในพื้นที่เข้าร่วมวงพูดคุยในกระบวนการหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เราต้องการความมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ไม่ว่าจากทั้งภาคประชาชนและนักการเมือง เพื่อให้ความคิดตกผลึกและนำไปหารือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายกฯ มาเลเซียให้ไทยเปิดใจรับข้อเสนอให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นเขตปกครองพิเศษ อยู่ในเงื่อนไขที่สามารถพูดคุยกันได้หรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เราจะเปิดใจรับฟังแล้วมาพิจารณาดู ทั้งนี้ ถือเป็นบรรยากาศที่ดีที่พูดคุยระหว่างกัน ยืนยันว่าหลักการของเรายังคงเดิม การเริ่มต้นพูดคุยครั้งนี้แสดงว่าทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมยอมรับข้อคิดเห็นข้อแตกต่างของกันและกัน ถ้าเรารักษาบรรยากาศอย่างนี้ไปได้ เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี โดยการพูดคุยครั้งต่อไปมีขึ้นในต้นเดือน มี.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ณ ห้องประชุม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ พล.อ.จีรศักดิ์ ชมประสพ รองประธานคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา พร้อมคณะ ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศึกษาดูงานพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กมธ.ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ถึงผลการดำเนินงานด้านการพัฒนา และด้านงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, แนวทางการดำเนินงานด้านการศึกษาเพื่อความมั่นคงของศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) รวมทั้งแนวทางการทำงาน สถิติของสถานการณ์ ผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ ภาค 5 นอกจากนี้ กมธ.ได้ร่วมปรึกษาหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะได้นำไปวิเคราะห์และเป็นข้อมูลเพื่อนำไปเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55990</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, บีอาร์เอ็น, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, มาราปาตานี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจรจาบีอาร์เอ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e341c28b1d1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯสมช.&#039; จับตาคนให้ชาวต่างชาติประท้วง &#039;บิ๊กตู่&#039; ประชุมยูเอ็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการ สมช. ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้ชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&amp;nbsp;ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่า รายละเอียดเหมือนที่สื่อรายงานว่าผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ และการที่ชาวต่างชาติมาประท้วงนั้น อาจมีใครให้ชาวต่างชาติมาประท้วงหรือไม่ ตรงนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนว่าลักษณะดำเนินการเป็นอย่างไรต่อไป&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ของเราที่อยู่ในต่างประเทศคงจะทราบเรื่อง และมีความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานให้ทราบต่อไป โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นอกจากการประท้วงของคนต่างชาติแล้วยังมีความเคลื่อนไหวของคนไทยด้วย&amp;nbsp;คิดว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ พล.อ.วัลลภ ตอบว่า ยังไม่ทราบข้อมูลชัดเจน แต่ถือเป็นธรรมดาที่การดำเนินการต่างๆจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46665</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงบิ๊กตู่, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, สภาความมั่นคงแห่งชาติ, เลขาธิการ สมช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c42ead3183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2โพลสวนทางเรื่อง&#039;กกต.&#039; ก๊วนเดิมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคลื่อนไหวสองจุด ตั้งโต๊ะล่าชื่อถอดถอน 7 กกต. กุนซือบิ๊กป้อมเตือน 3 เหตุการณ์ควันหลงเลือกตั้ง ระวังเป็นชนวนนำไปสู่เหตุวุ่นวายซ้ำรอย เวเนซุเอลา โพลไปคนละทาง นิด้าโพลบอกประชาชนเชื่อมั่นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่สวนดุสิตโพล คนส่วนใหญ่กังวลไม่โปร่งใส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อการจัดการเลือกตั้งยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณร้านชาศรีสุวรรณ ตลาดยิ่งเจริญ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีประชาชนที่สัญจรไปมาร่วมลงชื่อ ขณะเดียวกัน ได้มีการตั้งเครื่องถ่ายเอกสารและป้ายไวนิลข้อกล่าวหา 7 กกต. บริเวณหน้าร้านด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ที่ผ่าน กกต.ทำงานด้วยความไม่รอบคอบ ทำให้การจัดการเลือกตั้งเกิดปัญหา ซึ่งประเด็นที่ได้รวบรวมมานั้น มีทั้งหมด 9 ประเด็น อาทิ การวินิจฉัยให้บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของนิวซีแลนด์เป็นบัตรที่ไม่สามารถนับคะแนนได้ ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย ที่ทุกสิทธิ์ ทุกเสียงมีคุณค่า มีการประวิงเวลา การประกาศผลการเลือกตั้ง และมีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น จากเดิมที่แถลงไว้กว่า 4.4 ล้านใบ โดยไม่มีเหตุอันสมควร นอกจากนี้ ในกรณีที่มีผู้ใช้สิทธิ์ไม่ตรงกับยอดบัตรเลือกตั้ง กกต.อ้างว่าเป็นบัตรเขย่ง ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถใช้กล่าวอ้างได้ ขณะเดียวกัน กกต.ยังไม่ได้มีการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมือง ที่หลายนโยบายกระทบกับงบประมาณของประเทศจำนวนมาก ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่ของ กกต.โดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การล่ารายชื่อประชาชนจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เพื่อนำไปยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อถอดถอน กกต.ออกจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย&amp;rdquo; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ คสช.มองว่าการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ กกต.ลาออก อาจเป็นการสร้างความวุ่นวายนั้น นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ทุกวันนี้ไม่เห็นมีอะไรที่จะสร้างความวุ่นวาย อีกทั้งการชุมนุมเป็นสิทธิของประชาชนบนพื้นฐานของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สกายวอล์ก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ คนอยากเลือกตั้ง ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชน จำนวน 20,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีประชาชนประมาณ 50 คนเข้าร่วม พร้อมชูป้ายระบุว่า เห็นหัวกูบ้าง, หยุดโกงเลือกตั้ง พร้อมตะโกนร่วมกันว่า ไม่เอาบัตรเขย่ง นอกจากนี้ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ ได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต.ใช้งบประมาณในการเลือกตั้งไปถึง 5.8 พันล้านบาท แต่ผลที่ออกมากลับไม่คุ้มค่า จากความโปร่งใสที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ หากเป็นการขายของก็ต้องใช้คำว่ามีการหลอกลวงผู้บริโภค ขณะที่บางหน่วยเลือกตั้งกลับปรากฏรายชื่อของประชาชนที่อายุไม่ถึง หรือรายชื่อของประชาชนที่เสียชีวิตไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายสิรวิชญ์อ่านแถลงการณ์ ระบุตอนหนึ่งว่า สังคมไทยเห็นความผิดปกติของการเลือกตั้งครั้งนี้หลายจุด ตั้งแต่ก่อนเริ่มการเลือกตั้ง ทั้งการแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ โดยเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคที่สนับสนุน คสช. การพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่สร้างความสับสนแก่ประชาชน กำหนดวันเลือกตั้งเอง บางหน่วยเลือกตั้ง มีเจ้าหน้าที่ทหารชะโงกเข้าไปดูในคูหาขณะที่พลทหารกำลังลงคะแนนอยู่ เช่นเดียวกับภายหลังการเลือกตั้งที่มีความล่าช้าในการประกาศคะแนน 100% โดยต้องใช้เวลาถึง 4 วัน เช่นเดียวกับตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนบัตรเลือกตั้ง และคะแนนของผู้ลงสมัคร ส.ส.ในบางเขต ที่มีความผิดปกติเป็นจำนวนมาก รวมทั้งกรณีบัตรเลือกตั้งที่เป็นโมฆะจากประเทศนิวซีแลนด์ จำนวน 1542 ใบ ที่ไม่ถูกนำมานับคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางกลุ่มขอเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยคะแนนเลือกตั้งทุกหน่วยอย่างละเอียดที่สุดภายในวันพรุ่งนี้ หากยังไม่มีการเปิดเผย จะยกระดับการชุมนุม รวมทั้งแสดงออกถึงสถานะความโปร่งใส โดนการลงโทษ หากพบว่ามีการกระทำผิดในช่วงการเลือกตั้งโดยที่ไม่เอื้อประโยชน์กับพรรคใดพรรคหนึ่ง และนับบัตรเลือกตั้งที่มาจากต่างประเทศทั้งหมด รวมถึงบัตรจากประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อให้เป็นตามเจตนารมณ์ของประชาชน เราไม่ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ กกต.สามารถแสดงออกถึงความโปร่งใสโดยทำตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ให้ถูกต้อง หรือไม่ก็ต้องกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสมากที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกลุ่มได้ใช้พื้นที่บนสกายวอล์ก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อให้เกิดปัญหาในการสัญจรแก่ประชาชนที่ต้องใช้ทางเดินเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ก่อนต้องย้ายลงมาตั้งโต๊ะล่ารายชื่อบริเวณเกาะดินแดง จากการขอความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ทางกลุ่มสามารถรวบรวมรายชื่อประชาชนได้แล้วประมาณ 4,000 รายชื่อ โดยประชาชนที่มาร่วมลงชื่อ ต้องนำสำเนาบัตรประชาชนมาด้วย
แนะจับตาอย่าให้เกิดเหตุวุ่นวาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า พี่น้องประชาชนต้องจับตาสถานการณ์นี้ให้ดี 1.การที่นักศึกษาเกือบทุกสถาบันเรียกร้องให้ กกต.รับผิดชอบอย่างพร้อมเพรียงกัน นี่เกิดอะไรขึ้น 2.เริ่มมีการก่อเค้าชุมนุมกันอีกแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ต่างชาติหลายประเทศเริ่มกดดันแทรกแซงประเทศไทย อันเป็นการละเมิดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 3 เหตุการณ์นี้ พี่น้องประชาชนต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง และต้องช่วยกันอย่าให้เกิดความรุนแรงเด็ดขาด มิฉะนั้นเราอาจจะกลายเป็นเวเนซุเอลาที่ 2 ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการล่ารายชื่อและชุมนุมเรียกร้อง กกต.ลาออกว่า ขณะนี้ กกต.ได้เร่งทำงานเพื่อประกาศเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นการในวันที่ 9 พ.ค. อะไรที่เป็นเรื่องร้องเรียนก็เร่งตรวจสอบอยู่ ก็ไม่น่าจะมีอะไร แม้มีบางกลุ่มที่พยายามกดดัน กกต. คิดว่าแต่ละฝ่ายก็อยากให้ กกต.ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นไปได้ที่มีบางกลุ่มพยายามใช้เหตุตรงนี้เป็นช่องทางสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเอง และสร้างความวุ่นวายปลุกให้เกิดกระแสออกมาเพื่อกดดัน กกต.ให้มาก ซึ่งต้องรอดูไปอีกสักระยะ แต่ถึงแม้พยายามกดดัน แต่เชื่อว่าช่วงนี้ไม่มีอะไร เพราะกกต.ก็ทำตามขั้นตอนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเห็นจากฝ่ายการเมือง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า หลังออกมาเปิดเผยคลิปและหลักฐานการทุจริตปูพรมซื้อเสียงใน จ.พัทลุง &amp;ldquo;ถ้าท่านเป็นนักการเมืองที่มาจากการซื้อเสียงประชาชน ท่านเริ่มต้นอย่างนี้ ท่านก็รู้ว่าถ้าท่านพลาดจุดจบท่านต้องติดคุก และถูกยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงิน อย่าโกรธผมนะครับ ถือว่าเราต่างคนต่างทำหน้าที่ ท่านซื้อเสียง ผมก็หาทางจับท่านจนได้ จะหาว่าผมไม่เตือนก็ไม่ได้ ผมเตือนมาตลอด ผมว่าแฟร์นะ&amp;rdquo;
นิด้าโพลเผยคนมองเลือกตั้งโปร่งใส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2562&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2562 จากผู้ที่ไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,182 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2562 ที่ผ่านมา &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจระบุว่า จากการสำรวจเมื่อถามถึงการไปลงคะแนนเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 91.96 ระบุว่า ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ขณะที่ร้อยละ 8.04 ระบุว่าไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 17 มีนาคม 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการไปเฝ้าดูการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งที่คูหาของประชาชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.83 ระบุว่าไม่ได้ไปเฝ้าดูการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งที่คูหา รองลงมา ร้อยละ 17.17 ระบุว่าได้ไปเฝ้าดูการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งที่คูหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนร้อยละ 7.02 ระบุว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด, ร้อยละ 18.95 ระบุว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมาก, ร้อยละ 38.16 ระบุว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมปานกลาง, ร้อยละ 14.81 ระบุว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมน้อย, ร้อยละ 18.44 ระบุว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมน้อยที่สุด, ร้อยละ 0.50 ระบุว่าไม่ทราบ, ร้อยละ 0.34 ระบุว่าไม่แน่ใจ และร้อยละ 1.78 ระบุว่าไม่แสดงความคิดเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อคะแนนเสียงที่ได้ของผู้ลงสมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมืองที่ตนเลือก พบว่า ประชาชนร้อยละ 25.72 ระบุว่า พึงพอใจมาก, ร้อยละ 43.15 ระบุว่าค่อนข้างพึงพอใจ, &amp;nbsp;ร้อยละ 20.47 ระบุว่ายังไม่ค่อยพึงพอใจ, ร้อยละ 10.07 ระบุว่าไม่พึงพอใจเลย และร้อยละ 0.59 ระบุว่า ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,752 คน ระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ประชาชนคิดอย่างไร? กับการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา อันดับ 1 มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ เช่น ความไม่โปร่งใส การทำงานของ กกต.และข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น 45.20%, อันดับ 2 ประชาชนตื่นตัว ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก 21.28%, อันดับ 3 &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญ มีผลต่อบ้านเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ 16.55%, อันดับ 4 รอลุ้นผลการเลือกตั้ง พรรคไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาล ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี 13.07%, อันดับ 5 เป็นข่าวใหญ่ ถูกจับตามองทั้งสื่อในประเทศและต่างประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;10.15%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนประทับใจในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา คือ อันดับ 1 ได้ออกมาใช้สิทธิ ทำตามหน้าที่ของตนเอง 66.14%, อันดับ 2 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนตื่นตัว ช่วยกันตรวจสอบ/บรรยากาศการเลือกตั้งคึกคัก 17.30%, อันดับ 3 ผู้สมัครที่ชื่นชอบได้เป็น ส.ส. 14.14%, อันดับ 4 หน่วยเลือกตั้งอยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก 9.67%, อันดับ 5 ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น 8.56%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนวิตกกังวลในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา คือ&amp;nbsp;
อันดับ 1 ความไม่โปร่งใส ทุจริตการเลือกตั้ง ผลคะแนนไม่ชัดเจน 69.47%, อันดับ 2 การจัดตั้งรัฐบาล ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;28.88%, อันดับ 3 ความขัดแย้ง ความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจจะมีมากขึ้น 11.32%, อันดับ 4 ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เป็นโมฆะ ต้องเลือกตั้งใหม่ 10.37%, อันดับ 5 กลัวทำบัตรเสีย กาผิด เข้าใจผิด 4.26%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จากผลการเลือกตั้งในภาพรวม ประชาชนมีความสมหวังหรือผิดหวังอย่างไร?&amp;nbsp;
อันดับ 1 ผิดหวัง 48.74% เพราะความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง การทำงานของ กกต. การนับคะแนน ประกาศผลล่าช้า ผู้สมัครที่ชื่นชอบแพ้ ฯลฯ, อันดับ 2 &amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉยๆ 30.71% เพราะไม่อยากคาดหวัง ใครก็ได้ที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ยอมรับกับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ ฯลฯ, อันดับ 3 สมหวัง 20.55% เพราะได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของตนเอง ผลการเลือกตั้งเป็นไปตามที่หวังไว้ ผู้สมัครที่ชื่นชอบได้เป็น ส.ส. ฯลฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32664</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca0c0bf7df3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสมช.แฉมีบางกลุ่มเคลื่อนไหวกดดันกกต.เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;31 มี.ค.62- &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)กล่าวถึงการล่ารายชื่อและชุมนุมเรียกร้องกกต.ลาออกว่า ขณะนี้กกต.ได้เร่งทำงานเพื่อประกาศเลือกตั้งส.ส.อย่างเป็นการในวันที่ 9 พ.ค.อะไรที่เป็นเรื่องร้องเรียนก็เร่งตรวจสอบอยู่ก็ไม่น่าจะมีอะไร แม้มีบางกลุ่มที่พยายามกดดันกกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​มีอะไรมากกว่าการออกมากดดันการทำหน้าที่ของกกต.หรือไม่ เลขาฯสมช.ตอบว่าแต่ละฝ่ายก็อยากให้กกต.ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นไปได้ที่มีบางกลุ่มพยายามใช้เหตุตรงนี้เป็นช่องทางสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเองและสร้างความวุ่นวายปลุกให้เกิดกระแสออกมาเพื่อกดดันกกต.ให้มาก ซึ่งตัองรอดูไปอีกสักระยะ แต่ถึงแม้พยายามกดดันแต่เชื่อว่าช่วงนี้ไม่มีอะไร เพราะกกต.ก็ทำตามขั้นตอนอยู่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32642</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, เลขาธิการสมช., เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6fdda3bfb76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BRNขยายวงบึ้ม&#039;พัทลุง-สตูล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยกคณะลงพื้นที่ &amp;quot;พัทลุง-สตูล&amp;quot; ติดตามเหตุระเบิด ฟันธงฝีมือโจรใต้ไม่เกี่ยวการเมือง เผยคุมตัวผู้ต้องสงสัยสอบแล้ว 1 ราย &amp;quot;เลขาฯ สมช.&amp;quot; ระบุ 3 จังหวัดชายแดนใต้โดนคุมเข้ม ต้องขยายออกมาป่วนนอกพื้นที่ &amp;quot;หน่วยข่าว&amp;quot; ย้ำชัดขบวนการบีอาร์เอ็นใช้แนวร่วมในพื้นที่ชี้เป้าบึ้มก่อนหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม &amp;nbsp;กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุระเบิดหลายจุดใน จ.พัทลุงและสตูลว่า จะลงไปดูและติดตามความคืบหน้าในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;ซึ่งสถานการณ์ภาพรวมคิดว่าคงไม่มีอะไร ซึ่งเราป้องกันไว้หมดแล้ว แต่ที่เขาขึ้นมาก่อเหตุที่ จ.พัทลุงและสตูล เพราะเขาไม่สามารถก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประวิตรพร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.เดินทางถึง อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ประชุมผู้แทนหน่วยงานความมั่นคง ทหารและตำรวจในพื้นที่ รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ 1 ราย โดยอยู่ระหว่างการทำงานของชุดสืบสวน รวมทั้งทราบตัวกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ไม่ยืนยันถึงเหตุการณ์ทั้งหมดว่าจะใช่หรือไม่ ขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน เร็วเกินไปที่จะตอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประวิตรและคณะเดินทางไปศาลากลางจังหวัดสตูล รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ และให้กำลังประชาชนในพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่าคนร้ายกลุ่มนี้มีอย่างน้อย 6 คน อายุประมาณ 18-30 ปี ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะก่อเหตุ โดยกลุ่มคนร้ายสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่นำภาพรถจักรยานยนต์ที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ไปเทียบเคียงกับข้อมูลรถหาย พบมีลักษณะคล้ายกับรถที่หายในพื้นที่ อ.ควนเนียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองได้แจ้งเตือนเหตุดังกล่าวล่วงหน้า 1-2 วัน โดยเฉพาะวันที่จะมีการจัดคอนเสิร์ตที่พัทลุง ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงมีความกังวลเนื่องจากมีคนร่วมงานจำนวนมาก เบื้องต้นกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพบุคคลและจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล ซึ่ง 1-2 วันนี้จะมีความคืบหน้าจากในพื้นที่
รู้ตัวมือบึ้ม &amp;#39;สตูล-พัทลุง&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธานกล่าวว่า ผู้ที่อยู่ในภาพวงจรปิดทราบแล้วว่าเป็นผู้มีชื่ออยู่ในระบบ แต่ก็ต้องมีการพิสูจน์ทราบและสอบปากคำตามขั้นตอน ซึ่งเข้าใจว่าขณะนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้บ้างแล้ว &amp;nbsp;และต้องรอการสอบปากคำที่อาจขยายผลต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในภาพรวมพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ถือว่าการเฝ้าระวังทำได้ดี ทำให้หลายกลุ่มอาจจะต้องเลือกออกไปเคลื่อนไหวนอกพื้นที่ เพราะการพยายามแสดงสัญลักษณ์ในช่วงนี้จะถูกควบคุมไว้ค่อนข้างมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางเดือน จะต้องระมัดระวังไม่ให้เหตุร้ายเกิดขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งอาจยาวไปถึงวันเลือกตั้ง&amp;quot; ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นสืบสวนสอบสวน แต่ที่ประเมินไว้อาจจะเป็นการก่อเหตุของผู้ก่อความไม่สงบจากในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และขยายพื้นที่ออกมา รวมทั้งอาจเป็นเรื่องของการเมืองและการขัดแย้งทางผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ก็เป็นได้ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดูจากระเบิดที่ใช้ก่อเหตุแล้วเพื่อให้เกิดความตระหนกและหวาดกลัว เป็นระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเกิดขึ้น&amp;quot; เลขาฯ สมช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ก็เดินทางลงพื้นที่ จ.พัทลุงและสตูล เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดหลายจุด โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และ กกต.กับตำรวจก็ร่วมกันวางแผนเพื่อดูแลความปลอดภัยของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของตำรวจเองก็มีการออกคำสั่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดโดยเฉพาะอาวุธปืน วัตถุระเบิด และอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจาก กกต.&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สตูล พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองสตูล กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดว่า ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุแล้ว พบมีผู้ต้องสงสัย 1 ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปจอดที่โรงรถของกลางของ สภ.เมืองสตูล หลังจากนั้นจึงเกิดระเบิดขึ้น ส่วนระเบิดที่ร้านโมกเจริญพาณิชย์ &amp;nbsp;ย่านถนนสายยนตรการกำธรสตูล-รัตภูมิ หมู่ที่ 6 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล ก็พบคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปจอดหน้าร้านแล้วกลับออกไป จากนั้นมีการระเบิด โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิดเพื่อคลี่คลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่าลูกระเบิดที่คนร้ายนำมาวางในพื้นที่ สภ.เมืองสตูล เป็นชนิดระเบิดมอเตอร์ไซค์บอมบ์ &amp;nbsp;และระเบิดกล่องเหล็ก ซึ่งคนร้ายนิยมใช้กันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.พัทลุง พล.ต.ต.ธรัฐชา ถมปัทม์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง กล่าวถึงคดีระเบิดในพื้นที่ อ.เมืองและ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง 11 จุดว่า ได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุดเพื่อเร่งคลี่คลายคดี &amp;nbsp;โดยมีการเก็บพยานหลักฐานในทุกด้านที่คิดว่าจะเกี่ยวพันกับรูปคดี เบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายมามากพอสมควร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
บีอาร์เอ็นขยายพื้นที่ป่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุจะมาจากเรื่องอะไรต้องรอให้จับกุมผู้ต้องหาให้ได้ก่อน โดยขณะนี้ได้ส่งระเบิดของกลางไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จังหวัดยะลา เพื่อดูสารระเบิดและตรวจดูระบบการจุดชนวน เปรียบเทียบกับระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าตรงกันหรือไม่ เบื้องต้นจากการเก็บชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดพบในพื้นที่ อ.เมืองพัทลุง และ อ.ปากพะยูน มี 2 แบบ &amp;nbsp;โดยแบบที่วางในร้านค้านั้นส่วนใหญ่จะไม่มีชิ้นส่วนของสะเก็ดระเบิด ขณะที่ระเบิดที่วางด้านนอกริมถนนจะพบมีชิ้นส่วนของสะเก็ดระเบิดอยู่ รวมทั้งการวางแต่ละลูกไม่ห่างกันมากนัก ทิ้งระยะเวลาระเบิดเพียงแค่ 20-30 นาทีต่อลูก&amp;quot; ผบก.จว.พัทลุงกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นคงไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดแต่อย่างใด แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดจึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองร่วมกันวางมาตรการรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินอย่างจริงจังต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้จับตาบุคคลต่างถิ่นที่เข้ามาในพื้นที่ จ.พัทลุง หากพบพฤติกรรมต้องสงสัยก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้รับทราบทันที และหากพบวัตถุต้องสงสัยก็ให้แจ้งโดยด่วนเพื่อป้องกันความปลอดภัย&amp;quot; ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ระบุว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นใน จ.พัทลุงและสตูลนั้น ผู้ที่สั่งการและปฏิบัติการเป็นแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยประกอบระเบิดในพื้นที่ และมีแนวร่วมในพื้นที่เป็นผู้ชี้เป้าในการวางระเบิดครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวความมั่นคงระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 10 วัน แนวร่วมในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ ได้ทำการพ่นสีสเปรย์บนถนน กำแพง สะพาน ป้ายต่างๆ ในพื้นที่ จ.ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และ อ.เทพา, อ.สะบ้าย้อย ของ จ.สงขลา ข้อความว่า &amp;quot;ปัตตานี 110&amp;quot; ซึ่งหมายถึงสนธิสัญญาแองโกล-สยาม ที่ทำขึ้นกับประเทศอังกฤษเกี่ยวกับดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขบวนการแบ่งแยกดินแดนนำเอามาเป็นเงื่อนไข โดยสนธิสัญญาฉบับดังกล่าวครบ 110 ปีเมื่อวันที่ 10 มี.ค.62 ซึ่งตรงกับเหตุการณ์วางระเบิดแสวงเครื่องใน 2 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุของการขยายพื้นที่ก่อเหตุจาก 3 จังหวัดภาคใต้ 4 อำเภอสงขลาไปยังพัทลุงและสตูล เนื่องจากหลังการพบแนวร่วมมีการเคลื่อนไหวพ่นสีเชิงสัญลักษณ์จำนวน 100 กว่าจุด กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้สั่งการให้ป้องกันการก่อเหตุอย่างเข้มงวด ทำให้แนวร่วมถือโอกาสก่อเหตุร้ายด้วยการขยายพื้นที่ไปยังนอกเขต 4 จังหวัดแทน เพราะเจ้าหน้าที่คาดไม่ถึงและไม่มีการป้องกัน&amp;quot; หน่วยข่าวความมั่นคงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น บีอาร์เอ็นต้องการสื่อให้หน่วยงานความมั่นคงเห็นว่าพวกตนมีความสามารถในการก่อเหตุนอกพื้นที่ 4 จังหวัด และต้องการสร้างความสับสนให้เจ้าหน้าที่รัฐ ต้องการให้เห็นถึงความล้มเหลวในการป้องกันเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐ และต้องการที่จะต่อรองกับหน่วยงานความมั่นคงในเรื่องของการพูดคุยสันติสุข เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในเวทีการพูดคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อมูลด้านการข่าวพบว่า หลังปฏิบัติการแล้วกลุ่มที่ก่อเหตุได้เดินทางออกจากพื้นที่เพื่อป้องกันการติดตามจับกุม&amp;quot; แหล่งข่าวความมั่นคงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการอีโอดีซึ่งเป็นชุดลาดตระเวนค้นหาสรรพาวุธและวัตถุระเบิด กองร้อย อส.หาดใหญ่ ได้ออกดูแลความปลอดภัยและตรวจสอบรถที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในย่านเศรษฐกิจการค้า ทั้งตลาดพลาซาและย่านการค้าถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซึ่งการตรวจสอบจะทำอย่างต่อเนื่องเป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในช่วงนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31092</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์, ปณิธาน วัฒนายากร, พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร, พล.ต.ต.ธรัฐชา ถมปัทม์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c86723dbf414.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายความมั่นคงเพิ่มรปภ.&#039;เป้าหมายอ่อนแอ&#039;ชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62- พล.อ.วัลลภ รักเสนา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หลังจากมีกระแสข่าวว่าสาเหตุการก่อเหตุในช่วงหลัง ส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เราต้องตรวจสอบว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร เพราะการก่อเหตุอาจจะมาจากหลายปัจจัย ทั้งกรณีที่ภาครัฐกดดัน หรือการแสดงขีดความสามารถของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยหรือไม่ ต้องดูอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฝ่ายความมั่นคงได้ประณามผู้ก่อเหตุต่อเด็กและพระสงฆ์ เพราะถือเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังและมีมาตรการที่เข้มงวดเพื่อดูแลประชาชน ส่วนผู้ก่อเหตุก็เน้นย้ำจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจากนี้ต้องระวังเป้าหมายอ่อนแอเป็นพิเศษหรือไม่ เลขาฯสมช.กล่าวว่า แต่เดิมผู้ก่อเหตุดำเนินการกับเป้าหมายไม่อ่อนแอ เช่น เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร แต่ปัจจุบัน 4 - 5 เหตุการณ์หลัง ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เป้าหมายอ่อนแอ ภาครัฐจึงต้องไปเข้มงวดมาตรการให้มากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27113</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, สมช., เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c454a9e0e22e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯสมช.&#039;มั่นใจ2ม็อบเลือกตั้งชุมนุมไม่มีอะไรรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62- พล.อ.วัลลภ รักเสนา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงความกังวลชองการชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงว่า คงไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เนื่องจากทุกฝ่ายทราบดีว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเวลาที่กำหนด เพียงแต่จะช้าหรือเร็วต้องดูห้วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลเองไม่ได้ถ่วงเวลาทำให้ชักช้า ทุกฝ่ายตั้งใจให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การชุมนุมของทั้งสองกลุ่ม ถือเป็นการแสดงความเห็นของแต่ละฝ่าย อยากขอร้องให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็นต่างโดยไม่ใช้ความรุนแรงจะดีกว่า เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหา หากมีสถานการณ์เกิดขึ้น บ้านเมืองจะกลับไปสู่ความไม่สงบ และไม่เป็นผลดีต่อการเลือกตั้ง ส่วนที่เขาจะชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 26 ม.ค. ฝ่ายความมั่นคงก็ดูอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และขณะนี้การข่าวก็ยังไม่พบอะไรที่จะนำไปสู่ความรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27112</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, กลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง, การเลือกตั้ง, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c4548643179c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
