<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้งทีมติดตามแผนกระจายวัคซีน แนะเปิดโอกาสรพ.เอกชนช่วยฉีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;27 พ.ค.64 - พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีการจัดการวัคซีนของรัฐบาลว่า ตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. นายกฯจะเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบ และมีการปรับเปลี่ยนการตัดสินใจมาอยู่ที่นายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. แต่ล่าสุดยังมีความสับสนอยู่ ทั้งการได้มาซึ่งวัคซีน การจัดส่งวัคซีน การส่งต่อไปยังสถานพยาบาลแต่ฉีดวัคซีน ซึ่งเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาติดตามการแก้ปัญหาเรื่องวัคซีน ทั้งนี้ที่เป็นห่วงคือ แผนการฉีดวัคซีนเป็นอย่างไร วัคซีนจะได้มาเมื่อไหร่ ที่สำคัญคือ เป้าหมายที่รัฐบาลประกาศว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนประมาณ 50 ล้านคนให้เสร็จภายในปี 2564 ซึ่งขณะนี้เหลือประมาณ 7 เดือนเศษ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นห่วงว่า ต้องฉีดให้ได้วันละเกือบ 250,000&amp;nbsp;โดสต่อวัน เรื่องนี้บุคลากรทางการแพทย์เราพร้อมหรือไม่ เข็มฉีดวัคซีน สถานที่พร้อมหรือไม่ และต้องบริหารจัดการให้ดีเพื่อไม่ให้คนไปแออัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ส่วนที่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการลงทะเบียนฉีดวัคซีนจากหมอพร้อมนั้นต้องหาวิธีการสื่อสารกับประชาชน หากชี้แจงไม่ชัดเจนอาจจะทำให้เกิดความหวั่นไหว และขาดความเชื่อมั่น แต่ที่สำคัญคือ วัคซีนจะได้ตามกำหนดเวลาหรือไม่ ทั้งนี้อยากฝากถึงรัฐบาลว่าน่าจะให้คำตอบที่ทำให้สังคมมีความเชื่อมั่นว่าจะได้วัคซีนในกำหนดเวลาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;พล.อ.วิทวัส&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นว่าน่าจะให้โรงพยาบาลเอกชนที่ถือได้ว่ามีความพร้อม มีความรู้ มีบุคลากร ที่จะเข้ามาช่วยฉีดวัคซีน อย่างกรณีของราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ซึ่งตนคิดว่าเป็นจุดเปลี่ยนอันหนึ่งว่าการเข้าถึงวัคซีนที่ราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้ดำเนินการ โดยมีสิทธิที่จะเข้าไปซื้อวัคซีนที่แตกต่างจากรัฐบาลได้ และสามารถช่วยฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ดังนั้นอยากให้รัฐบาลลองพิจารณาว่าถ้าโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดนั้น สามารถช่วยฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104391</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af7b41a2fc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจการแผ่นดินยกคณะลงปัตตานีแก้ปัญหาซากเรือประมงเวียดนาม65ลำจอดทิ้งกลางแม่น้ำปัตตานี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17มี.ค.2564 - ที่ท่าเรือ คานเบอร์ 5 อุตสาหกรรมประมงจังหวัดปัตตานี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร &amp;nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมต้อนรับ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ &amp;nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต &amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน พร้อมคณะฯ ในการลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อตรวจสอบซากเรือประมงที่จอดทิ้งไว้กลางแม่น้ำปัตตานี จำนวน 65 ลำ โดยมี นายราชิต สุดพุ่ม &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลปัตตานี, ผู้อำนวยการกองกฎหมายกรมประมง, ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี, สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 (ปัตตานี), สำนักงานประมงจังหวัดปัตตานี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับพร้อมร่วมประชุมด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้ประชุมพิจารณามาตรการในการบริหารจัดการซากเรือประมงดังกล่าว เนื่องจากทำให้ร่องน้ำตื้นเขิน เป็นปัญหาอุปสรรคในการเดินเรือ จึงมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่า 50 คน และประชุมมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการเรือของกลางให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เร่งรัดประเมินราคา และขายทอดตลาด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ย้ำในที่ประชุมว่า เรือส่วนใหญ่ที่ดำเนินคดีเสร็จเรียบร้อย และตกเป็นทรัพย์ของแผ่นดินแล้วนั้น จะเข้าสู่กระบวนการกำจัดทิ้งต่อไป อย่างไรก็ตามต้องมีหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบหลัก หรืออาจจะมีวิธีการที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ อีก เช่น อาจขนย้ายนำไปเป็นบ้านปลา - บ้านปะการังใต้ทะเล บางลำอาจต้องนำไปทำลาย โดยทุกกระบวนการต้องเป็นไปตามความถูกต้องของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96302</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลางแม่น้ำปัตตานี, ปัตตานี, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์, ศอ.บต., เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60515b229f41f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ลงมือเอง”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำงานในวงราชการ นอกเหนือจากการดูแลประชาชนตามหน้าที่ของตัวเองแล้ว สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ไม่น้อยไปกว่ากันคือ การสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ เพื่อบอกถึงผลการทำงาน และเป็นหน้าเป็นตาให้กับองค์กร จึงเป็นหน้าที่ของสำนักประชาสัมพันธ์ที่ต้องดูแลในเรื่องนี้ รวมถึงต้องประสานงานกระจายข่าวให้ผู้สื่อข่าว เพื่อออกข่าวให้สาธารณชนรับรู้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็มีบางองค์กรที่สื่อสารกับประชาชนไม่ชัดเจน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในองค์กรนั้นทันที บางองค์กรฝ่ายข่าวเขียนข่าวไม่ดีก็รีบส่งให้ผู้สื่อข่าวเลยโดยที่ไม่มีการตรวจทาน ตกประเด็นบ้าง ช้าบ้าง สิ่งสำคัญคือผู้หลักผู้ใหญ่จะต้องเข้ามาตรวจทานอีกที เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิด เนื่องจากเมื่อข่าวออกไป ฝ่ายที่ได้รับแรงเสียดทานไม่ใช่สำนักประชาสัมพันธ์ แต่เป็นหัวหน้าหรือบอร์ดขององค์กรนั้นๆ ซึ่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่ใช่กับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับผู้สื่อข่าวแล้ว องค์กรนี้ถือว่าทำงานได้รวดเร็วพอสมควร เมื่อมีมติสำคัญๆ เมื่อไหร่ จะออกข่าวให้ประชาชนทราบทันที และการเขียนข่าวละเอียดพอสมควร ตั้งแต่งานนาย ไปจนถึงประเด็นสังคม ก็ออกมาแจงละเอียดยิบ นอกจากนี้ในส่วนของประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเอง พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์บ่อยครั้ง แต่ถ้าท่านติดภารกิจก็ส่งไม้ต่อให้เลขาฯ เป็นผู้แถลงข่าว หรือออกเป็นเอกสารข่าวโดยสำนักประชาสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปะหน้าประธานผู้ตรวจฯ หลังสัมภาษณ์เสร็จแล้วได้มีการถามถึงประเด็นที่เคยออกเป็นเอกสารข่าว ซึ่งมีบางข้อความที่บกพร่อง โดยในวงมีทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์อยู่ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พล.อ.วิทวัส&amp;quot; หันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ทันที...&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขั้นตอนการทำเพรสนะ ในโอกาสต่อไปช่วยดูให้ครบถ้วนด้วย เวลาออกมติของผู้ตรวจการแผ่นดิน เราไม่เอาสั้นนะ ของเราจะต้องบอกเหตุผลการพิจารณาของที่ประชุม และท้ายสุดจะต้องบอกด้วยว่าผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลหรือยกคำร้อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลงมือสอนงานเองแบบนี้ ต่อไปผู้สื่อข่าวเขียนข่าวง่ายแล้ว อิอิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;วอชเชอร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73916</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์, ลงมือเอง, วอชเชอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้ตรวจการแผ่นดิน&#039; วอนปชช.เข้าใจมาตรการ &#039;กักตัว&#039; เผยยังไม่มีกฎหมายใช้บังคับแทน พรก.ฉุกเฉิน ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาฯสมช. ยันหารือผู้ตรวจการแผ่นดิน จำเป็นต้องคง &amp;quot;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;quot; เพื่อมีอำนาจสั่งกักตัว 14 วัน แยกคนติดเชื้อโควิด &amp;ldquo;พล.อ.วิทวัส&amp;quot; ขอประชาชนเข้าใจกักตัวเป็นมาตรการคัดกรองสำคัญ ไม่ติดใจเรื่องแขกวีไอพี หลังกต.แจงทูตแล้ว แนะรัฐช่วยผู้ประกอบการลดค่าใช้จ่ายในการกักตัวแรงงานต่างด้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.63 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีแขกวีไอพีของรัฐบาลเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมอาทิ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)&amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก น.พ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการประชุม พล.อ.วิทวัส แถลงว่า การประชุมดังกล่าวเป็นไปเพื่อที่จะส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยรัฐหลังปรากฏกระแสข่าวแขกวีไอพีของรัฐบาลทั้งเจ้าหน้าที่ทหารอียิปต์ ครอบครัวนักการทูตซูดาน เดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จนทำให้ประชาชนมองว่า ศบค.การ์ดตกเสียเอง ซึ่งจากการหารือทางเลขาสมช.ได้ชี้แจงถึงการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในระยะต่อไปให้กับ 5 กลุ่มคือ กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจาก 5 ประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อต่ำ&amp;nbsp;ทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ&amp;nbsp;แรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;การสัมมนาระดับนานาชาติ&amp;nbsp;และผู้ถืออิลิทการ์ด ซึ่งเป็นการดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยผู้ที่เข้ามาจะต้องทำข้อตกลงพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งนี้ที่ประชุมมีความกังวลเป็นกรณีของแรงงานต่างด้าว ซึ่งรัฐบาลควรมีมาตรการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการในกรณีที่ต้องกักตัวแรงงานต่างด้าวที่จะกลับมาทำงานในประเทศ เบื้องต้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 2 หมื่นบาทแม้พยายามจะปรับลดแล้วเหลือคนละ 13,200 บาท ก็จะมีเพียงผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ทางศบค.แจ้งว่าเรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย สาธารณสุข และกระทรวงแรงงานไปหารือร่วมกันโดยเบื้องต้นมีการกำหนดสถานที่กักตัวหลายแห่งเพื่อรองรับแรงงานต่างด้าว &amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมยังยืนยันว่า ระบบติดตามตัวหรือแอพพลิเคชั่นไทยชนะ ยังมีความจำเป็นแต่ปัญหาคือการบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.วิทวัส ยังกล่าวว่า ในกรณีของคนไทยที่อยู่ต่างประเทศและต้องการจะเดินทางกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ประชุมได้รับทราบว่าเรื่องการตรวจคัดกรองก่อนเดินทางไม่มีปัญหา เครื่องบินที่จะไปรับก็ไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาที่ความไม่แน่นอนของคนไทยที่ลงทะเบียนไว้แล้วยกเลิกการเดินทางกลับ ทำให้การดำเนินการงานไม่เป็นไปตามแผนงาน &amp;nbsp;เนื่องจากคนไทยกลุ่มดังกล่าวที่ยกเลิกตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการยกเลิการกักตัวและยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp;ซึ่งตนก็ได้ย้ำว่าไม่ว่าจะมีพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ เรื่องการกักตัว 14 วันยังจำเป็น เพราะการกักตัวถือว่ามีคุณภาพสูงสุดในการเฝ้าระวังคัดกรองโรคโควิด -19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงต่างประเทศก็ควรประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รับทราบว่าเมื่อศบค.มีคำสั่งผ่อนปรนให้ 5 กลุ่มนี้ ซึ่งมีต่างชาติเดินทางเข้ามาได้ ก็ยังต้องเข้มเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนทราบว่าการควบคุมซึ่งเป็นข้อจำกัดในเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่หากปล่อยให้เกิดการระบาดของโรคอีก ก็จะส่งผลทางด้านเศรษฐกิจเช่นกัน จึงต้องรักษาสมดุลทั้งสองเรื่อง ซึ่งศบค.ก็ไม่ได้หวังจะรักษาตัวเลขผู้ติดเชื้อให้เป็นศูนย์ แต่ควรพอเหมาะกับขีดความสามารถที่โรงพยาบาลจะรับรักษาได้และโรคไม่แพร่ขยายมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แสดงว่าจะยังคงมีพระราชกำหนก (พ.ร.ก.)ฉุกเฉินต่อไปใช่หรือไม่ ประธานผู้ตรวจฯ ชี้แจงว่า เลขาฯสมช.รายงานว่า ก็เกรงจะมีการนำพ.ร.ก.ไปผูกกับสถานการณ์การเมือง แต่หัวใจสำคัญคือเรื่องของการกักตัว 14 วัน ซึ่งเป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิถ้าไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ไม่สามารถบังคับกักตัว 14วันได้ รัฐบาลก็พยายามหาทางออก ซึ่งก็ได้แนะนำว่าให้ดูว่าในพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อมีข้อความใดที่จะนำไปออกเป็นพ.ร.ก.ที่ให้สามารถบังคับกักตัว ขึ้นใช้ทดแทนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะได้ใช้กฎหมายนั้นมาทดแทน &amp;nbsp;แต่ขณะนี้ยังไม่มี ดังนั้นคนไทยก็ต้องเข้าใจว่า เรื่องการกักตัว เป็นมาตรการสำคัญในการคัดคนติดเชื้อ กับคนไม่ติดเชื้อออกจากกัน ถ้าไมมีมาตรการนี้ก็จะเป็นอันตรายกับคนไทยส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้มีการหารือถึงปัญหาการรับรองบุคคลวีไอพีกับตัวแทนศบค.หรือไม่ พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงให้เข้าใจว่าหลังเกิดปัญหาแล้วในวันที่ 17 ก.ค.ก็ได้เชิญผู้แทนของสถานทูตในประเทศไทย มาทำความเข้าใจแม้มีความสัมพันธ์ แต่ขอให้รักษามาตรการป้องกันโควิด -19 ซึ่งทุกประเทศก็ตอบรับ&amp;nbsp;อย่างไรในเรื่องนี้ไม่ได้มีผู้ร้องมาที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่เป็นความปรากฏต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73320</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัว 14 วัน, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27fa0dbe263.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านฉลุย!ร่างพรบ.โอนงบ ฝ่ายค้านฉายซํ้าตีเช็คเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านฉายหนังม้วนเก่า เปลี่ยนจาก &amp;rdquo;นักกู้&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;จอมโอน&amp;rdquo; ซัดวาทกรรมเดิมตีเช็คเปล่าให้อำนาจนายกฯ คนเดียวละเลงเงิน &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ก้าวไม่พ้นสับงบกองทัพแหกตา เล่นแร่แปรธาตุ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; สุดทน &amp;quot;อมรัตน์&amp;quot; อบรมอย่าใช้สภาเป็นเครื่องมือพาดพิงสถาบันอื่น &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; บอกพร้อมรับฟัง &amp;nbsp;ส.ส.ที่มีเหตุผล ส่วนที่ฟุ้งก็ปล่อยให้ทะลุหู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษพิจารณาวาระร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ... วงเงิน 88,452 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงถึงหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า เป็นการให้โอนงบประจำปีรายจ่ายบางรายการไปเป็นงบกลาง รายการสำรองจ่ายที่จำเป็นฉุกเฉิน วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการแก้ปัญหาและบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งร่างกฎหมายสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลัง และทำให้การบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวเท่าทันต่อสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ หน่วยงานจะขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเพื่อนำไปใช้ในภารกิจ 3 เรื่อง คือ 1.การแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 2.การป้องกันและเยียวยา ภัยพิบัติ ภัยแล้ง และอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในปลายปี 2563 และ 3.แก้ไขปัญหาที่มีเหตุฉุกเฉินหรือที่จำเป็น ผมหวังว่า ส.ส.จะให้การสนับสนุนและรับหลักการร่างกฎหมายนี้ เพื่อนำงบประมาณแผ่นดินไปดำเนินการในเหตุการณ์เร่งด่วนอย่างคุ้มค่า โปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนสืบไป&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.00 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ได้รับมอบจากผู้นำฝ่ายค้านอภิปรายว่า การพิจารณากฎหมายโอนงบประมาณตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีแล้ว 5 ครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่สามารถรับหลักการได้ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ 1.ขัดกับหลักประชาธิปไตยและกฎหมายอื่น &amp;nbsp;ซึ่งตามหลักการนำงบประมาณไปใช้ต้องคำนึงถึงหลักความยินยอมของประชาชนเป็นหลักการสำคัญที่สภาต้องตรวจสอบได้ และใน พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 กำหนดห้ามไม่ให้โอนงบประมาณข้ามหน่วยงาน แม้จะอนุโลมให้โอนได้ก็ต้องโอนระหว่างหน่วยรับงบประมาณด้วยกันเท่านั้น แต่การโอนงบประมาณเข้างบกลางนั้นจะมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยกฎหมายทันที เพราะงบกลางไม่ได้มีสถานะเป็นหน่วยรับงบประมาณ เป็นเพียงรายการการใช้เงินเท่านั้น และงบกลางส่วนนี้ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจคือ นายกฯ เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า 2.รายการของการโอนงบประมาณครั้งนี้ต้องเรียกว่าจอมโอนแห่งยุค เพราะพล.อ.ประยุทธ์ได้โอนงบประมาณมาแล้ว 4 ครั้ง ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ประกอบกับเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะประธานกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ออกประกาศคณะกรรมการฯ กำหนดสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 2% แต่ไม่เกิน 7.5% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเป็นการแก้ไขระเบียบมารองรับเพื่อให้งบกลางอยู่ในอำนาจของนายกฯ แต่เพียงผู้เดียวมากขึ้น &amp;nbsp;
มุกเดิมอัดตีเช็คเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำร่างกฎหมายเช่นนี้เหมือนมัดมือสภาและตีเช็คเปล่า หากสภาอนุมัติให้ผ่านไป เราจะเป็นสภาจากการเลือกตั้งชุดแรกที่มีรอยด่างว่าถูกมัดมือชก และเห็นชอบกฎหมายโอนงบประมาณที่ไม่ควรเห็นชอบ เพราะไม่มีรายละเอียด ดังนั้นเพื่อศักดิ์ศรีของสภา เราโปรดอย่าได้รับหลักการ แต่หากจะรับหลักการก็ต้องรับหลักการแบบมีเงื่อนไข โดยหากการพิจารณาวาระ 2 และ 3 ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณอีก ฝ่ายค้านในฐานะเสียงข้างน้อยจะโหวตคว่ำเพื่อบันทึกเอาไว้&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การโอนงบประมาณปี 2563 ถือเป็นจิกซอว์สำคัญในการแก้ไขวิกฤตินี้ต่อจาก 3 พระราชกำหนดกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่กำลังเข้าสภาเร็วๆ นี้ โดยขอตั้งข้อสังเกตในร่าง พ.ร.บ.นี้ 4 ข้อ 1.โอนล่าช้า ไม่ไยดีต่อความเดือดร้อนของประชาชน เพราะที่ผ่านมาพรรคเสนอขอเกลี่ยงบส่วนนี้ตั้งแต่เดือน มี.ค. แต่รัฐบาลไม่นำมาปฏิบัติ ถ้าเกลี่ยงบตั้งแต่ตอนนั้นเราอาจไม่ต้องกู้เงินถึง 1 &amp;nbsp;ล้านล้านบาท 2.โอนน้อย ทั้งที่ยอดตัดโอนของหน่วยงานต่างๆ จาก 3 แผนงาน รวม 5.3 หมื่นล้านบาทนั้น สามารถตัดได้ 8.4 หมื่นล้านบาท 3.โอนทะลุกรอบ เม็ดเงินที่โอนในคราวนี้ถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ จึงมีประกาศของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของภาครัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน ได้ปรับเพดานงบกลางเพิ่มเป็น 3.5% - 7.5% ของวงเงินงบประมาณ ทำให้มีปัญหาว่า รัฐบาลตั้งงบกลาง ซึ่งเป็นงบของนายกฯ สภาไม่สามารถตรวจสอบได้เลย ขณะที่สัดส่วนในการชำระหนี้ภาครัฐก็ถูกปรับลดจาก 2.5% เหลือ 1.5 % ทำให้ท่านสามารถชักดาบได้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมเข้าใจดีว่าในสถานการณ์วิกฤติจำเป็นต้องยืดหยุ่น แต่ผมเป็นห่วงว่าประกาศฉบับนี้จะไม่ใช่ประกาศชั่วคราว เพราะไม่มีกำหนดวันเวลาว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์กล่าวต่อว่า 4.โอนไม่จริง จากเดิมงบประมาณทำโครงการผูกพันในปีที่ 1 กำหนดให้จ่าย 20% ของยอดค่าโครงการปีที่ 2 และ 3 ต้องจ่าย 40% แต่มติ ครม.รัฐบาลนี้ได้ปรับลดยอดของงบผูกพันในลักษณะดาวน์น้อยผ่อนนานและหนัก ส่งเสริมการเบียดบังงบในปีต่อๆ ไป เพราะปรับลดยอดจากงบ 20% ในปีแรกลงเหลือ 15% ส่วนปีที่ 2 และ 3 ปรับเพิ่มเป็น 42.5% ส่วนที่แย่ไปกว่านั้น การโอนงบของกระทรวงกลาโหมมีวงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท ตัวเลขเยอะ เหมือนยอมไม่ซื้ออาวุธเพราะเห็นแก่ประชาชน ทั้งๆ ที่เป็นการเล่นแร่แปรธาตุ แหกตาประชาชน เพราะเป็นหน่วยงานที่ฝืนมติ ครม. ลดเงินที่ต้องจ่ายในโครงการในปีแรกจาก 15% เหลือเพียง 10% เท่านั้น โดยปีที่ 2 และ 3 จ่ายถึง 45% ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้ากระทรวง แต่เขียนด้วยมือลบด้วยเท้าหรือไม่ เช่น โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ซึ่งไม่ทราบจะถูกรื้อฟื้นมาอีกเมื่อไหร่ เพราะล้วนเป็นโครงการดาวน์น้อยผ่อนหนัก ขณะที่ในส่วนของกองทัพบกมีโครงการจัดหารถยานเกราะล้อยาง Stryker ปี 2563-2565 วงเงิน 4.5 พันล้านบาท โครงการจัดหาเครื่องบินใช้งานทั่วไป ปี 2563-2565 วงเงิน 1.3 พันล้านบาท และกองทัพอากาศ โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกทดแทน บ.ฝ.19 ปี 2563-2565 วงเงิน 5.1 พันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เฉพาะ 3 โครงการของกองทัพบกกับกองทัพอากาศ มีวงเงินสูงถึง 1.1 หมื่นล้านบาท สามารถเอาไปใช้ซื้อวัคซีนเข็มละ 1,000 บาท ฉีดสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนได้ถึง 2.2 ล้านคน หรือเปลี่ยนเป็นเงินเยียวยา 5,000 บาท ได้ 442,400 คน ดังนั้นพรรคจึงขอเสนอให้การพิจารณางบให้มีประสิทธิภาพ โดยให้สำนักงบประมาณเผยแพร่รายละเอียดร่าง พ.ร.บ.งบประมาณในรูปแบบดิจิทัล และควรใช้กลไกของ &amp;nbsp;กมธ.วิสามัญตรวจสอบงบประมาณ และมาตรการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ในการตรวจสอบการใช้จ่าย &amp;nbsp;พร้อมออกประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังฉบับใหม่ โดยต้องกำหนดเวลาสิ้นสุดการขยายกรอบวินัยการเงินการคลัง&amp;rdquo; นายพิจารณ์กล่าว
&amp;#39;ชวน&amp;#39; อบรม &amp;#39;อมรัตน์&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.00 น. น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า มี 4 &amp;nbsp;หน่วยงานคือ ศาล, องค์กรอิสระ, อัยการ และรัฐสภา ที่ได้รับงบประมาณรายจ่ายปี 2563 รวม 47,000 &amp;nbsp;ล้านบาท ไม่ยอมร่วมโอนงบมาช่วยประชาชน อ้างว่าเป็นการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ให้โอนงบประมาณกลับ โดยเฉพาะรัฐสภานั้นรู้สึกผิดหวังที่ไม่เห็นความพยายามของประธานสภาหาวิธีคืนเงินครั้งนี้ ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานชี้แจงทันทีว่า สภายินดีคืนงบประมาณให้ แต่ติดที่คณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่าไม่สามารถตัดงบได้ ซึ่งนางอมรัตน์แย้งกลับว่า แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะบอกตัดงบไม่ได้ แต่ไม่เห็นความพยายามประธานสภาหาวิธีอื่นคืนเงิน &amp;nbsp;ซึ่งนายชวนตอบว่าเชื่อว่าคนส่วนมากในสภาเข้าใจ แต่มีอยู่บ้างไม่ยอมเข้าใจ&amp;nbsp;
จากนั้นนางอมรัตน์ได้อภิปรายพาดพิงไปถึงศาลและศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ยอมคืนงบประมาณ โดยยกตัวอย่างงบประมาณสร้างบ้านพักตุลาการ กินหรูอยู่สบาย ทำให้นายชวนเตือนทันทีว่า &amp;quot;อย่าไปพาดพิงถึงสถาบันอื่น เราไม่ชอบใครส่วนตัว แต่อย่าใช้สภาเป็นเครื่องมือวิจารณ์สถาบันอื่น&amp;quot; ขณะที่ ส.ส.รัฐบาลก็ประท้วง น.ส.อมรัตน์ที่อภิปรายเสียดสีองค์กรภายนอก จากนั้นนายชวนจึงให้ น.ส.อมรัตน์อภิปรายต่อจนจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.55 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า หลายท่านพูดถึงรายจ่ายงบกลางด้วยความเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ขอเรียนว่างบกลางไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะนำเงินทุกบาททุกสตางค์มาใช้ได้ทั้งหมดโดยนายกฯ &amp;nbsp;เพียงผู้เดียว งบกลางแบ่งออกเป็นหลายส่วน อาทิ เงินเบี้ยหวัด, บำเหน็จ, บำนาญ, เงินเลื่อนขั้นปรับวุฒิข้าราชการ, เงินสมทบลูกจ้างประจำ, เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การใช้จ่ายงบกลางนั้นมีขั้นตอน ไม่ใช่อำนาจของนายกฯ คนเดียว ซึ่งหน่วยงานที่จะขอใช้เงินนั้นสามารถเสนอโครงการมายัง ครม.ได้ ซึ่งผมในฐานะหัวหน้า ครม.ต้องพิจารณาอนุมัติการทำงานทั้งหมด &amp;nbsp;ขออย่าห่วงมาก ให้กฎหมายและเจ้าหน้าที่ทำงาน จากนั้นจึงมาติดตามว่าระหว่างการทำนั้นทุจริตหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีงบ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่ทำ พ.ร.บ.โอนงบก่อน จะได้ไม่ต้องทำ พ.ร.ก.กู้เงินนั้น ขอชี้แจงว่าอย่างไรก็ไม่พออยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีการประมาณการ เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ไม่ใช่เฉพาะโควิด และการออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงินสามารถดำเนินการได้เร็วกว่าการจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบ หลายคนบอกว่าเอาไป เอาไปเลย คงไม่ใช่ เพราะเขียนไว้กรอบกว้างๆ ว่าใช้ทำอะไรบ้าง โควิด น้ำท่วม หรืออื่นๆ ที่จำเป็น ดังนั้นอะไรที่ถูกตัดไปช่วงแรกในช่วงโอนงบประมาณสามารถขอขึ้นมาใหม่ได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การอภิปรายของ ส.ส. ผมรับฟังได้สิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่หากสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ผมฟังแบบทะลุผ่าน ไม่เช่นนั้นจะปวดหัวพอสมควร&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวปิดว่า ยินดีรับฟังความเห็นของทุกคน &amp;nbsp;วันนี้ต้องทำให้ประเทศก้าวพ้นวิกฤติทั้งโควิดและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน ส่วนคำถามที่ว่าเมื่อไรจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เรื่องนี้ต้องมอง 2 มุม ไม่ใช่เพื่อรักษาอำนาจตัวเอง ถ้าไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินเราคงไม่ผ่านสถานการณ์มาถึงจุดนี้ ขอให้ดูเหตุการณ์ที่บางแสนเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.63 อันตรายแค่ไหน ถ้าจะให้พ้นตรงนี้ไปได้ ทุกคนทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องช่วยกันเตือนประชาชน จิตใจตนมั่นคง มีอย่างเดียวคือทำเพื่อประเทศบ้านเมือง ขอบคุณทุกคนในการเสนอความเห็นอันเป็นประโยชน์ ยืนยันรัฐบาลจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 19.00 น. นายชวนซึ่งเป็นประธานการประชุมขณะนั้นได้ให้ ส.ส.ลงมติ ผลปรากฏว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบรับหลักการด้วยคะแนน 264 ต่อ 4 งดออกเสียง 185 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ทั้งนี้ยังได้ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญ จำนวน 49 คน และกำหนดระยะเวลาทำงาน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ชี้แจงกรณีงบของกระทรวงกลาโหมว่า เป็นไปตามเกณฑ์ที่สามารถชะลอโครงการได้ แต่โครงการใดที่ทำสัญญาผูกพันแล้ว หรืออยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ไม่สามารถโอนได้ ทั้งนี้ขอให้เห็นใจทหาร เพราะต้องทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ช่วยน้ำท่วม &amp;nbsp;ฝนแล้ง ทั้งที่หน้าที่หลักคือป้องกันประเทศ
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ต้องขอบคุณ ส.ส. ของฝ่ายค้านและรัฐบาลที่อภิปรายในสิ่งที่เป็นประโยชน์ จะนำไปพิจารณา และไม่ใช่นายกฯ คนเดียวที่รับไป หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ก็มาฟังหมด มีการสรุปรายงาน เดี๋ยวเขาก็ต้องไปแก้และปรับปรุง &amp;nbsp;อะไรที่เป็นข้อห่วงใยก็ต้องปรับให้เข้าใจกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระ วุฒิสภา เสนอให้ 3 องค์กรอิสระร่วมตรวจสอบการใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก. 3 ฉบับว่า ได้รับหนังสือจาก กมธ.แล้ว และจะไปประชุมร่วมในวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นเจตนาดีและผู้ตรวจการแผ่นดินก็เห็นด้วย &amp;nbsp;เพราะตามข้อมูลการทุจริตสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ ทำได้ในทุกขั้นตอน โดยที่ผ่านมาประธานองค์กรอิสระทั้ง 3 องค์กรก็ได้หารือร่วมกันอยู่ตลอดเวลา จึงขอไปประชุมร่วมกับ กมธ.ก่อนว่าจะให้เข้ามาช่วยตรวจสอบอย่างไร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67844</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8efe50ea6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นระทึก!ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเผย 27 ส.ค.นี้พิจารณาคำร้อง&#039;บิ๊กตู่&#039;ถวายสัตย์ไม่ครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.62- พล.อ.วิทวัส &amp;nbsp;รชตะนันทน์ &amp;nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย &amp;nbsp;ขอให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง วินิจฉัยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;นำคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน &amp;nbsp;ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ &amp;nbsp; ว่า &amp;nbsp;สำนักงานอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง และรอการชี้แจงกลับมาของพล.อ.ประยุทธ์ หลังจากที่ผู้ตรวจได้ส่งหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไป รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าตามปกติจะต้องส่งหนังสือชี้แจงกลับมาภายใน 30 วัน แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนก็จะให้เวลา &amp;nbsp;15 วัน &amp;nbsp;ทั้งนี้ในวันอังคารที่ &amp;nbsp;27 ส.ค.นี้ ผู้ตรวจฯจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในที่ประชุมของผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp;โดยหลักการพิจารณาเราจะมาดูเรื่องของข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ว่าถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 อย่างไร &amp;nbsp;รวมทั้งมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าจะนำเข้าที่พิจารณาในวันที่ 27 สิงหาคม &amp;nbsp;และเป็นไปไม่ได้ที่จะนำเข้าพิจารณาก่อนหน้านั้น&amp;quot;พล.อ.วิทวัสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43848</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;Great Food Good Run2018&quot;, ถวายสัตย์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5ba0e56bf75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุจริตพัทลุงถึงยุบพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พปชร.ติวผู้แทนใหม่ แนะอย่าบุ่มบ่ามบวชแก้บน-ให้ของขวัญ หวั่นขาดคุณสมบัติ ปัดเสนอรัฐบาลแห่งชาติดัน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; เป็นนายกฯ คนเดียว ไม่กังวลเดดล็อก ยอมรับรัฐบาลผสมจะอยู่ได้ไม่นาน &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; บี้ กกต.เปิดสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ขู่ทำผิด รธน.ต้องรับผิดชอบ เครือข่ายนักวิชาการจี้ให้เปิดคะแนนทั่วประเทศ-ถอนฟ้องหมิ่น 7 ผู้ต้องหา &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ร้อง กกต.ย้ำโกงพัทลุงโยง กก.บห.โทษถึงยุบพรรค ปูดมีการเจรจาต่อรองผู้มีอำนาจเหลือแค่เลือกตั้งใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) วันที่ 10 เมษายน มีประชุมคณะผู้บริหาร แกนนำพรรค และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคต่างๆ ของพรรค โดยในที่ประชุมได้มีการรายงานภาพรวมผลการเลือกตั้งของพรรค จำนวน ส.ส.ของพรรคที่ได้ และข้อร้องเรียนต่างๆ รวมถึงแนวทางปฏิบัติก่อนการจัดตั้งรัฐบาล จากนั้นช่วงบ่าย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุมว่าที่ ส.ส.ของพรรคทั้ง 116 คน โดยมีแกนนำพรรคและว่าที่ ส.ส.เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางพรรค พปชร.ได้เปิดให้ว่าที่ ส.ส.และสมาชิกพรรครดน้ำผู้หลักผู้ใหญ่และแกนนำพรรค โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายอุตตมกล่าวว่า พรรคได้มีการชี้แจงหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานในช่วงเวลานี้ให้กับว่าที่ ส.ส.พรรค ทั้งในเรื่องการเมืองที่พรรคจะดำเนินการตามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำหนดไว้ ในกรอบเวลาที่มีอยู่ พรรคมีหลักการว่าจะไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง และจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ จะเดินหน้าเตรียมการขับเคลื่อนนโยบายที่ได้นำเสนอไว้กับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า พรรคยังมีความมั่นใจในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องทำไปตามขั้นตอน ซึ่งต้องรอให้ กกต.แถลงรับรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พฤษภาคม เมื่อถึงตรงนั้นก็จะมีความชัดเจนขึ้น &amp;nbsp;เรื่องความชัดเจนของตัวเลข ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเรียกร้องให้ กกต.ทำให้มีความชัดเจนมากที่สุด ส่วนหลักการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นๆ เบื้องต้นต้องมีอุดมการณ์ร่วมกัน และสอดรับกับพรรค โดยสนับสนุนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงดูว่านโยบายของแต่ละพรรคมีอะไรสอดคล้องกับพลังประชารัฐบ้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวถึงเรื่องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า พรรคไม่มีแนวคิดเสนอทางเลือกนี้ เพราะเดินหน้าภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และยึดมั่นในกฎเกณฑ์การเลือกตั้ง เรื่องการหารือกับพรรคเล็กต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องปกติที่ทำอยู่ แต่ยังไม่ได้มีข้อสรุปอะไร และคงไม่มีใครไปพูดอะไรที่ทำให้ผูกมัดได้ตอนนี้ ยืนยันจุดยืนเดิมและจุดยืนเดียวในการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ในนามพรรคต่อไป อย่ากังวลว่าจะมีปัญหาเดดล็อกการเมือง เพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิด ต้องเชื่อไว้ก่อนว่าจะสามารถเดินไปสู่จุดที่คนไทยอยากเห็น คือการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล และทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนเรื่องรัฐบาลผสม ถือเป็นเรื่องปกติในระบบการเมือง แต่จะมีผลอย่างไรต้องรอดูว่าหน้าตาของรัฐบาลชุดใหม่จะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพปชร. กล่าวว่า สำหรับจำนวน ส.ส.ที่พรรคจะได้ เรามีวิธีคำนวณ ซึ่งคิดว่าจะใกล้เคียงที่สุด โดยจะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 19 คน เมื่อรวมกับจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขต 97 คน ตัวเลข ส.ส.ของพรรคตอนนี้จะอยู่ที่ 116 คน ทั้งนี้ ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 97 คน มี ส.ส.เก่า 37 คน และเป็น ส.ส.ครั้งแรก 60 คน ซึ่งไม่นับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้นกล้าบอกว่าพรรค พปชร.เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้แตกต่างจากพรรคที่บอกว่าเป็นคนรุ่นใหม่เท่าไร เมื่อตัวเลขเป็นอย่างนี้ จึงมีงานต้องทำอีกเยอะ
รัฐบาลอยู่ได้ไม่นาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เบื้องต้นสิ่งที่สำคัญที่สุดต้องระวังอย่าให้ผิดคุณสมบัติ มีคนบอกว่าชนะแล้วจะบวชแก้บน ขอว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งบวช เพราะถ้าบวชแล้วจะผิดคุณสมบัติที่ห้ามเป็นภิกษุสามเณร จึงต้องรีบเตือนกันไว้ ซึ่งต้องดูให้ดี ช่วงนี้จะทำอะไรอย่าบุ่มบ่าม&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลไม่ควรให้ของขวัญหรือสิ่งของใดๆ เพราะไม่สามารถทำได้ ต้องเข้มกันไว้ก่อน อย่าเพิ่งไปให้มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เพราะ กกต.ยังไม่ได้รับรอง ปัจจุบันพรรคได้ร้องเรียนเรื่องการเลือกตั้งต่อ กกต. 22 เขต และพรรคถูกร้องเรียนด้วย 27 เขต โดยจะมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคอีสาน เป็นผู้ประสานงาน 27 เขตที่มีผู้ร้องเรียน ได้มอบให้นายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรค ดูแลเรื่องร้องเรียนอยากให้ว่าที่ ส.ส.ดูรายละเอียดและสำนวนให้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งของการประชุม นายสนธิรัตน์กล่าวว่า &amp;quot;ขอให้ทุกคนตั้งสมมุติฐานว่ารัฐบาลที่กำลังจะตั้งขึ้น อาจอยู่ได้ไม่นาน เพราะรัฐบาลผสม อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร ขอให้จำไว้ว่าพวกเราพร้อมชนะเลือกตั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค,นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค, นายชัยเกษม นิติสิริ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ และนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรคยังยืนยันทุกคำมั่นสัญญาที่พูดไว้ตอนเสียง เราจะทำทุกนโยบายที่ได้แถลงไว้ หากได้เป็นรัฐบาลจะนำสิ่งเหล่านั้นทำทันที หากไม่ได้เป็นรัฐบาลจะนำสิ่งเหล่านั้นมาทำตามศักยภาพของเรา ส่วนเรื่องระบบคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้กำหนดวิธีปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน คงไม่สามารถคำนวณตามอำเภอใจใครได้ กกต.ต้องทำตามขั้นตอนกฎหมาย ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคมีความเห็นจะทำหนังสือเป็นทางการ ให้ กกต.ทำตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติถือว่า กกต.จงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวว่า ตามที่ กกต.แถลงว่าจะมีพรรคการเมืองได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 25 พรรคนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่าวิธีการคำนวณดังกล่าวอาจเป็นการขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายชัดเจน ว่าจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคพึงมี ต้องยึดจำนวนตามที่คำนวณได้เป็นเกณฑ์ จะนำไปเฉลี่ยให้กับพรรคที่มีคะแนนต่ำกว่า 71,065 คะแนนมิได้ พรรคการเมืองใดที่มีคะแนนต่ำกว่าคะแนนต่อ ส.ส.หนึ่งคนย่อมไม่มีสิทธิได้รับจัดสรรจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ต้องเป็นพรรคที่มี ส.ส.พึงมีเสียก่อน&amp;nbsp;
กกต.ต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หาก กกต.ยังยืนยันจะใช้สูตรเดิมในการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายภูมิธรรมกล่าวว่า &amp;nbsp;ถ้าคำนวณเป็นอื่นแล้วพิสูจน์ไม่ได้ว่าถูกต้อง ถือว่า กกต.มีความพยายามจงใจทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ก็ต้องไปว่ากันในวันข้างหน้า จะอ้างว่าทำถูกกฎหมายก็อ้างได้ แต่ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีเครือข่ายภาคประชาชนเข้าชื่อและไปยื่นถอดถอน กกต. พรรคเห็นด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ภาคประชาชน พรรคการเมือง มีข้อคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ร้องขอให้ กกต.กระทำการไปในทางที่ถูกกฎหมาย การไปเข้าชื่อยื่นถอดถอน กกต.ของภาคประชาชนนั้น สามารถทำได้ ในส่วนของเราจะไม่หยุดแค่นี้ มีช่องทางไหนที่พอทำได้ก็จะทำทุกช่องทางตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อกับประเด็นเรื่องเลือกตั้งโมฆะ น่าจะเป็นคนละประเด็น คำว่าการเลือกตั้งโมฆะคือมีการกระทำโดยมิชอบโดยรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมามีการร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดิน และมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แต่ในส่วนของพรรค เราเรียกร้องให้มีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า &amp;nbsp;การเคลื่อนไหวล่ารายชื่อถอดถอน กกต. เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่ง แม้การถอดถอนไม่ง่ายดาย แต่สิ่งยิ่งใหญ่กว่าคือมโนธรรมสำนึกและจริยธรรมทางการเมือง ที่ต้องแสดงความรับผิดชอบ ส่วนจะลุกลามนำไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่ คิดว่าทุกฝ่ายระมัดระวัง เพราะทุกคนก็รู้ว่าประเทศอยู่ในสถานการณ์อันแสนสาหัส อีกทั้งคนไทยทุกคนก็รู้ถึงกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่รออยู่ข้างหน้า ฉะนั้นทุกฝ่ายต้องระมัดระวัง ถ้า กกต.ตอบข้อสงสัยไม่ได้ ก็ไม่ควรเอาผลการเลือกตั้งนั้นมาใช้ปกครองบ้านเมือง นี่เป็นข้อสงสัย ข้อกังวล และแบบมันถูกออกให้บ้านเมืองถึงทางตัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) พร้อมด้วยสมาชิก สนท.ร่วมชี้แจงการเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีกับกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ในข้อหา &amp;ldquo;เป็นเจ้าพนักงานรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&amp;rdquo; ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยนายจักรี เสาวภา ตัวแทน สนท. อ่านแถลงการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวว่า สนท.จะรอให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อยก่อน ทั้งการรับรองผลการเลือกตั้งจนสามารถเปิดสภาได้ หาก กกต.ได้รับโทษจากแคมเปญนี้หรือติดคุกจริง จะขอเช็กบิลภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ยิ่งชัดเจนว่า กกต.ต้องรับผิดชอบ ตอนนี้ สนท.อยู่ในขั้นเตรียมการและรวบรวมประเด็น คาดว่าจะได้ขึ้นศาลราวเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;
ย้ำโกงเลือกตั้งพัทลุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 แถลงถึงประเด็นการทุจริตการเลือกตั้ง เขต 2 จังหวัดพัทลุง ว่า ยืนยันว่ามีการเตรียมการทำเป็นกระบวนการที่ใหญ่มาก มีการถ่ายบัตรประชาชนไว้เบื้องต้น 4 หมื่น และเพิ่มมาเป็น 6 หมื่นใบ โดยกรณีนี้ กก.บห.พรรคนี้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจการทุจริตด้วย มีโทษถึงการยุบตามกฎหมายเลือกตั้ง แต่มีการต่อรองของพรรคการเมืองนั้นกับผู้มีอำนาจว่าอย่าให้โทษถึงยุบพรรค ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็พอ เพราะหากลงโทษตามกฎหมายถึงขั้นยุบ จะกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลเพราะพรรคที่กระทำนี้เป็นพรรคหนึ่งที่จะร่วมรัฐบาล ย้ำว่ากรณีนี้มีหลักฐานที่สามารถโยงถึง กก.บห.และมีพยานบุคคลรวมถึงคลิป ข้อความสั่งทางไลน์ด้วย และต้องเรียกร้องต่อหัวหน้า คสช.โดยตรง ขอให้ดูแลคุ้มครองพยาน หากพยานทุกคนของตนเป็นอะไรไป คงต้องโทษหัวหน้า คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายนิพิฏฐ์เข้ายื่นหนังสือที่สำนักงาน กกต. ขอให้ประธาน กกต.ตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งเขต 2 จ.พัทลุง และขอให้คุ้มครองพยานที่รู้เห็นการทุจริต เนื่องจากพยานถูกโทรศัพท์ข่มขู่จนหวาดกลัวว่าจะได้รับอันตราย ต้องหลบหนีออกนอกพื้นที่แล้ว 3 ราย แต่ยังคงมีพยานอีกกลุ่มที่พร้อมจะให้ข้อมูลการทุจริตเลือกตั้งครั้งนี้ สาเหตุที่ต้องเดินทางมาร้องเรียนที่ กกต.ส่วนกลาง เนื่องจากไม่เชื่อมั่นการทำงานของ กกต.ในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความ เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ขอความชัดเจนว่า กกต.คิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อยึดตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมาตราใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอนุสรณ์ อุณโณ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองถึง กกต.ระบุว่า กกต.สังคมไทยไปสู่จุดตีบตันหรือว่าวิกฤติระลอกใหม่ จึงมีข้อเรียกร้องดังนี้ 1.ต้องเปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงวิธีการรวบรวมผลการนับคะแนน 2.ต้องเปิดเผยวิธีการและขั้นตอนการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อโดยละเอียดอย่างเป็นทางการ 3.ต้องถอนฟ้องประชาชนที่แชร์การลงชื่อถอดถอน กกต. รวมถึงประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงาน กกต.ในลักษณะอื่น เพราะการลงชื่อและการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเจตนาจะหมิ่นประมาท กกต. ไม่ควรใช้กฎหมายมาปิดปาก หาก กกต.ไม่ถอนฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ก็ขอให้ดำเนินคดีกับนักวิชาการที่ลงชื่อและแชร์การถอดถอน กกต.ใน Change.org จำนวน 121 คน เพื่อความเท่าเทียมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ กกต.ทำงานด้วยความกล้าหาญมากกว่านี้ อย่าเห็นแก่ตนเองที่ได้รับการปลุกปั่นหรือหวาดกลัวสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อทำให้ กกต.เป็นองค์กรอิสระที่เที่ยงธรรม กกต.ชุดนี้มีความไม่เป็นกลางมากที่สุด ส่วนตัวประเมินว่าสอบตก เพราะจนถึงขณะนี้ตอบไม่ได้ว่าเหตุใดจำนวนผู้ใช้สิทธิ์กับจำนวนบัตรลงคะแนนจึงไม่ตรงกัน ดังนั้น กกต.ควรจะรีบเปิดเผยผลคะแนนโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ คนส.ไม่ได้มองไปไกลถึงทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ การลงชื่อถอดถอนเป็นเพียงยุทธวิธี เพราะเอาเข้าจริงการลงชื่อถอดถอนนั้นไม่ได้มีผลทางกฎหมาย แต่ทำไปเพื่อให้เกิดแรงกดดันทางสังคม&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
กกต.ซื้อเวลาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอัมรินทร์ สายจันทร์ นักกฎหมายมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม นำรายชื่อ 63 เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมและมนุษยชน เข้ายื่นข้อเรียกร้องต่อประธาน กกต. เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม เปิดเผยว่า หลังจากเครือข่ายกลุ่มคนและสถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศ ร่วมลงชื่อสนับสนุนในแคมเปญ &amp;lsquo;ลงชื่อถอดถอน กกต.&amp;rsquo; ผ่าน Change.org/EC กระทั่งปัจจุบันมีผู้เห็นด้วยกว่า 8 แสนคน เครือข่ายคนรุ่นใหม่ฯ ขอเป็นตัวแทนเสียงของผู้สนับสนุนแคมเปญดังกล่าว จะเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมรายชื่อผู้ที่ร่วมสนับสนุนกว่า 8 แสนคนต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 11 เม.ย. เวลา 09.00 น. เพื่อขอให้มีการสอบสวนและตรวจสอบ กกต. ตามกระบวนการทางกฎหมายที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กกต.ว่า ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องใดได้ข้อสรุป และยังไม่มีมติใดๆ ออกมา ซึ่งหลังจากนี้จะกลับขึ้นไปประชุมกันต่อ ทั้งนี้ กกต.จะพิจารณาข้อความในมาตรา 128 ตาม พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.และมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร แต่ยืนยันว่ามีแนวคิดในการคำนวณไว้อยู่แล้ว ขอให้รอมติจากที่ประชุม กกต.ก่อน โดยสำนักงาน กกต.ได้เสนอเรื่องและวิธีการคำนวณมายัง กกต.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สูตรที่กำหนดไว้อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือเจตนารมณ์ของกฎหมาย จำเป็นจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เป็นหนึ่งในประเด็นที่ กกต.จะพิจารณาด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่อยากให้ความเห็น เพราะที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จึงกลัวจะเกิดความคลาดเคลื่อน ซึ่งหากมีความชัดเจนใดๆ จะมอบหมายให้สำนักงาน กกต.เป็นผู้แถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวกจารแผ่นดิน ส่งความเห็นให้ศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 24 มีนาคมเป็นโมฆะว่า ได้อ่านคำร้องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการนำเข้าสู่ที่ประชุมของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากรับไว้พิจารณา ก็ต้องดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้คำร้องที่เข้ามาจะมีผลกระทบต่อทางการเมืองก็ไม่ลำบากใจ โดยการทำงานยึดหลักความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติ ถ้าองค์กรอิสระทุกองค์กรยึดตามนี้ เชื่อว่าประชาชนจะไว้วางใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้&amp;quot; พล.ท.วิทวัส กล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33400</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ อุณโณ, อัมรินทร์ สายจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cae043c09180.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
